13 ธันวาคม 2561
4.87 K
The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

 

สำหรับสัตว์ป่า พวกมันมีแค่ 2 ฤดูกาล คือฤดูแล้งและฤดูฝน การเปลี่ยนฤดูกาลหมายถึงแหล่งอาหารเปลี่ยนไป และพวกมันก็ปรับตัวไปตามฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง

สัตว์ป่าไม่ได้รู้สึกเช่นคน ซึ่งมีร้อน หนาว ฝน

ในช่วงเวลาแห่งความแห้งแล้ง ไฟป่าเผาไหม้ลุกลามดูน่าหวาดวิตก แต่เมื่อไฟผ่านพ้นความสมบูรณ์ก็กลับมา

ในช่วงเวลาแห่งไฟ ความบอบบางของคนทำให้การทำงานในป่าไม่น่ารื่นรมย์นัก

ในหน่วยพิทักษ์ป่าซึ่งรายล้อมด้วยป่าเต็งรัง บริเวณโดยรอบแม้ไฟป่าจะเบาบางลงมากแล้ว แต่ดวงจันทร์ของคืนขึ้น 14 ค่ำก็ไม่กระจ่างใส ดวงจันทร์กลมโตถูกบดบังด้วยกลุ่มหมอกควัน มองเห็นแค่ดวงจันทร์สีซีดๆ ป่าโดยรอบมีตอไม้แห้ง พื้นกลายเป็นสีดำเพราะขี้เถ้า

เครื่องปั่นไฟดับตั้งแต่ 2 ทุ่ม เพิงเล็กๆ หรือที่เราเรียกว่าห้องอาหารยังคึกคัก

เสียงหัวเราะดังไม่ได้ทำให้เก้งตัวเมียตื่นตกใจ มันเดินเละเลียบสนามตะกร้อ เห็นตะคุ่มๆ

วันนี้มีคนออกไปในเมือง ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางราว 6 ชั่วโมงเราจึงมีน้ำแข็งและกับข้าวอุดมสมบูรณ์

เสียงดังขึ้นเมื่อเหล้าขาว 35 ดีกรีหมดไปอีก 2 ขวด

นี่เป็นเวลาของการพูดคุย เราแยกย้ายกันออกไปทำงานตั้งแต่เช้ามืด

เดฟ หรือ ดร.เดวิด สมิธ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือโคร่งจากรัฐมินนิโซตาไปกับทีม เขานำรถไปตามเส้นทางด้านทิศใต้ จุดหมายห่างไป 15 กิโลเมตร ส่วนบาธ ผู้ช่วย เดินเลาะไปตามลำห้วย

ผมเดินไปเข้าซุ้มบังไพร ใช้เวลาเดินจากหน่วย 2 ชั่วโมง พลบค่ำเราพบกันพร้อมหน้า

“เป็นอย่างไรบ้างครับวันนี้” ผมถาม เป็นคำถามใช้แทนคำทักทาย เหมือนกันทุกวันแบบนี้มากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ดร.เดวิด หรือที่เราเรียกเขาว่า เดฟ แบมือยักไหล่เหมือนทุกวัน งานยังไม่คืบหน้า เสือโคร่งยังไม่ปรากฏกาย

“คุณล่ะ” เขาถาม

“วัวแดง 3 ตัวลงมากินน้ำไกลๆ ครับ” ผมตอบ

วัวแดง ตัวผู้จะเข้ามาในฝูงเมื่อมีตัวเมียพร้อมรับการผสม

วัวแดงตัวเมียอาวุโสจะนำลูกฝูงมาวนเวียนอยู่ในบริเวณเถ้าดำๆ หลายตัวลงนอนคลุก ขณะบางตัวก้มเอาเขา เสยกอหญ้าที่ไฟไหม้ไปมา ถึงช่วงบ่ายก็มุ่งหน้าลงลำห้วย พวกมันจะกัดกินหญ้าแบบเร็วๆ ในปริมาณมาก และกลืนไว้ในกระเพาะพัก เดินไปถึงที่หมาะๆ จะสำรอกออกมาเคี้ยว อาการที่เราเรียกว่า เคี้ยวเอื้อง

วัวแดงจะเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งนาน เพราะในสถานภาพความเป็นเหยื่อ การระมัดระวังตัวสูงสุดคือสิ่งจำเป็น

“วัวแดงมันใจเสาะ ไม่เหมือนกระทิง” ใครสักคนในวงพูดดังๆ

ในช่วงที่ป่าโปร่งโล่ง วัวแดงมองเห็นได้ง่าย ขนสีขาวเป็นวงรอบก้นและขาทั้งสี่มีสีขาวเหมือนใส่ถุงเท้ายาวๆ

ในฝูงมีสมาชิกเป็นตัวเมียและเด็ก ส่วนตัวผู้จะตามฝูงมาห่างๆ

สัตว์ฝูง ส่วนใหญ่นำฝูงโดยตัวเมีย

วัวแดงตัวผู้เมื่อโตเต็มวัยไม่เพียงต้องแยกจากฝูง แต่ร่างกายมันจะเปลี่ยนแปลง กำยำมากขึ้น สีบริเวณไหล่และลำคอจะคล้ำ และดำคล้ำยิ่งขึ้นไปตามอายุ

วัวสีคล้ำๆ เช่นนี้ บางแห่งคนเรียกมันว่า วัวบา เขารูปทรงเป็นวงกว้าง สวยงาม เป็นที่ต้องการ ขายได้ราคา และพวกมันยังตกเป็นเป้าหมายการล่า

กระทิง เข้มแข็ง ผู้ล่า ล่าได้ยาก แต่ลูกเล็กคือเป้าหมายของนักล่าอย่างหมาใน

“วัวแดงจมูกดี” มีเสียงพูดต่อ “ถ้าไม่ใจเสาะนักก็คงหลบพวกเสือหรือหมาพ้น”

วัวแดงเหมือนกับสัตว์กินพืชตัวอื่นๆ มีดวงตากลมโต ค่อนมาทางหู เวลาก้มกินอาหารแค่เหลือบตาก็มองเห็นรอบๆ

แต่ถึงจะได้รับการออกแบบมาดีอย่างไร เวลากินต้องมีตัวหนึ่งทำหน้าที่ยามคอยระวัง

วันนี้ผมพบวัวแดง เป็นเรื่องปกติ เพราะในฤดูแล้งอย่างนี้กระทิงเดินทางเคลื่อนย้ายทำเล ส่วนวัวแดงคล้ายพอใจกับการอยู่บริเวณเดิมมากกว่า

และไม่แปลกเช่นกันที่เราจะพบซากวัวแดงที่โดนฆ่าโดยเสือโคร่งเสมอ

 

“เล่าตอนอยู่ในเหตุการณ์ที่หมาในฆ่าวัวแดงให้ฟังหน่อยครับ” บาธรู้ว่าผมเคยมีโอกาสนี้

“อยู่ในเหตุการณ์ที่หมาในทำงาน จะอดรู้สึกไม่ได้หรอกครับว่าหมาในนี่พวกมันเป็นเครื่องจักรสังหารขนาดใหญ่จริงๆ”

หมาในตัวเดียวไม่มีพิษสง แต่พวกมันทำงานเป็นทีม นี่คือสิ่งที่น่าเกรงขาม

เหยื่อจะถูกกัดทึ้ง กระชากชิ้นส่วนออกไป ก่อนจะล้ม อวัยวะส่วนก้นถูกกัด ดึง ล้วง เครื่องใน ลูกนัยน์ตาก็เป็นอีกส่วนที่จะถูกกัดก่อน

“เหตุการณ์นั้นทำให้ผมรู้ว่าหมาในไม่มีเทคนิคอะไรมากเลย ใช้ความเร็วไล่ต้อนจนเหยื่ออ่อนล้า ขณะไล่ก็เปิดแผลไปเรื่อยๆ” ผมบอกบาธ เพื่อนชาวแคนาดาที่มาช่วยงาน ดร.เดฟ

“ถ้าวัวแดงหันมาสู้บ้าง บางทีอาจจะรอดนะ ผมเคยเห็นแม่กวางไม่ยอม เธอและลูกเล็กถูกฝูงหมาในไล่ไปจนมุมในห้วย เธอหันมาสู้ ใช้ตีนเตะหมาในที่เข้ามาใกล้ สู้แบบถวายชีวิต กระทั่งหมาในยอมล่าถอยไป แม่กวางบาดเจ็บไม่น้อย แต่วันนั้นเธอและลูกก็ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป” ผมเล่าต่อ บาธฟังอย่างตั้งใจ

หมาใน ในฝูงจะมีตัวที่ทำหน้าที่ลาดตระเวนล่วงหน้า

กวาง เช่นกัน ในช่วงที่ลูกยังเล็กต้องระมัดระวังอย่างสูงเมื่อออกมาอยู่ในที่โล่ง

“เล่าได้ดี ตกลงวันนั้นวัวแดงตายไหม” เขาถามยิ้มๆ มีสำเนียงล้อเล่น

“ตายสิ” ผมตอบเสียงดัง

“วัวแดงน่ะเหรอที่ตาย” เดฟที่ออกไปเดินเล่นข้างนอกกลับเข้ามาทันได้ยิน

“คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ สัตว์ป่าไม่ได้ตายหรอก” เดฟพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ผมสบตาผู้ชายวัย 62 เคราสีขาว ช่วยให้ใบหน้าอันมีดวงตาสีฟ้าดูอ่อนโยน เขาไม่ได้หมายถึงวัวแดงที่เป็นเหยื่อหมาในตัวนั้น

ผมสบตาเขาพักใหญ่ ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจและเห็นด้วย

ไม่มีสัตว์ป่าตัวไหนตายหรอก ไม่ได้ตาย

เพราะขณะที่อยู่พวกมันไม่ได้รับ ‘โอกาส’ ให้มีชีวิต…

 

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

เมื่อไหร่ที่อากาศเริ่มเย็นลง ภาพภูเขาก็จะปรากฏขึ้นมาในหัวเราทันที น่าจะเป็นนิสัยของคนเมืองร้อนที่อยากไปสัมผัสความหนาวเย็นบนเขา เพื่อหนีออกจากตึกสูงและไอร้อนที่ล้อมตัวอยู่ทุกวัน

2 ปีที่แล้ว ต้นเดือนเมษายนไม่มีอากาศเย็นวูบมาจากทางเหนือ แต่อากาศบนเขาใหญ่ก็ยังเย็นกว่าอากาศในเมือง ไม่ได้เย็นขนาดเรียกว่าหนาว แต่เย็นสบายกว่ามาก เราขับรถขึ้นเขาไปตั้งแต่ก่อนสว่าง หน้าต่างรถเปิดกว้างทุกบาน เสียงต่าง ๆ ของป่าผ่านเข้ามาทางหน้าต่างรถที่เปิดอยู่ 

เต้ย ไกด์เขาใหญ่และช่างภาพสัตว์ป่าฝีมือดี มักอธิบายเสียงที่ได้ยินให้เราฟังเวลานั่งรถไปด้วยกัน

“เสียงชะนีมือขาว ครอบครัวนี้เพิ่งมีลูกใหม่ พี่จำได้มั้ย เราเคยถ่ายมันข้ามถนนตรงโค้งข้างหน้า”
“เสียงชะนีมงกุฎ แต่ฝูงนี้ค่อนข้างตื่นคน ไม่ค่อยยอมให้เข้าใกล้”

“เสียงนกกก น่าจะเป็นตัวที่ทำโพรงตรงข้างถนน ถ้าเราไปจอดรอตรงจุดข้างหน้า น่าจะดักถ่ายมันบินได้พอดี”

ถ้าไม่ได้รู้จักกัน คงคิดว่าเต้ยพูดเล่นเพื่อให้การเข้าป่าสนุกสนาน แต่เต้ยหมายความตามที่พูดจริง ๆ ทุกครั้ง

หลังจากที่นกเงือกจับคู่แล้ว ตัวเมียจะเข้าโพรงรัง และปิดปากโพรงให้เหลือเพียงช่องเล็ก ๆ กว้างแค่เอาจะงอยปากผ่านได้ นกเงือกตัวเมียรอการส่งอาหารจากตัวผู้ทุกวัน วันหนึ่งตกประมาณ 10 กว่ารอบ ที่น่าประหลาดใจคือ นกเงือกเป็นสัตว์ที่มีนิสัยสม่ำเสมอเป็นกิจวัตร เส้นทางที่บินเข้ารังมักเป็นเส้นทางเดิม ๆ และรอบแรกของการส่งอาหารให้ตัวเมียในโพรงก็มักเป็นเวลาเดิม ๆ

7 โมงครึ่งคือเวลาเป้าหมายที่เต้ยสังเกตและบอกเรามา โพรงที่เราเฝ้าในวันนี้เป็นของนกกก นกเงือกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดานกเงือกของไทย

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

7 โมงครึ่งเป๊ะ เสียงกระพือปีกดังมาก่อนจะได้เห็นตัว นกกกตัวใหญ่บินเข้ามาเกาะที่กิ่งพักก่อนเข้าป้อนที่โพรง โชคดีว่านกกกครอบครัวนี้ค่อนข้างคุ้นกับคน และใช้โพรงนี้เป็นรังต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ทำให้เรามีโอกาสดูนกขนาดใหญ่ในระยะใกล้ และได้เห็นพฤติกรรมอย่างชัดเจน 



พ่อนกกกค่อย ๆ ขย้อนอาหารหลายอย่างออกจากคอ ทยอยส่งเข้าไปให้แม่นกทีละชิ้น คนดูจากด้านล่างก็เดาไปทีละก้อนว่าสิ่งนั้นคืออะไร บางรอบเป็นลูกไม้สุก บางรอบเป็นตะขาบตัวยาว บางรอบเป็นกิ้งก่าตัวเล็ก ช่วงเวลาในการกกไข่แต่ละช่วง พ่อนกจะส่งอาหารต่างกัน ช่วงแรกที่ต้องปิดโพรง พ่อนกจะป้อนแต่ลูกไทรสุก เพื่อให้แม่นกเอามูลมาเป็นวัสดุปิดโพรงและรองรัง ในช่วงต่อมาที่เริ่มมีลูกนกแล้ว อาหารจะเปลี่ยนเป็นเหยื่อที่ให้โปรตีนมากขึ้น

พ่อนกกกป้อนอาหารที่เก็บมาจนหมดก็บินออกไปหาอาหารรอบใหม่ เรารีบเก็บของแล้วย้ายไปนั่งรอนกเงือกอีกชนิดที่อีกจุด ตรงนี้เป็นโพรงของนกเงือกกรามช้าง ซึ่งมีความระแวงมากกว่า เราจึงต้องมองหามุมที่ทำให้มันสบายใจ ไม่ใกล้จนเกินไป ไม่เปิดตัวให้เห็นจากมุมโล่ง 

เรามุดลอดพุ่มไม้ทึบ ก้มมองหาช่องว่างระหว่างใบไม้ที่มองเห็นปากโพรง หลังจากเซ็ตกล้องเสร็จด้วยความรวดเร็ว ก็เป็นการนั่งรอในความเงียบ พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัวของนกเงือก

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

พ่อนกเงือกกรามช้างบินเข้ามาตอน 8 โมง 35 นาที ผิดจากเวลาที่บอกกันมาแค่ 5 นาที มันดูระวังตัวมากกว่านกกกเมื่อเช้า เอียงคอมองมาทางพวกเราที่นั่งแอบอยู่บ่อย ๆ ถึงแม้พวกเราจะแอบตัวอยู่มิดในพุ่มไม้ และแทบจะไม่ขยับตัวก็ตาม แต่มันก็รับรู้การมีอยู่ของเราได้ดีกว่าที่เรารับรู้การมีอยู่ของพวกมัน

2 ปีผ่านไป เช้านี้เรานั่งแอบรอดูนกเงือกป้อนอาหารที่โพรงอยู่ใต้พุ่มไม้อีกที่หนึ่ง ถึงแม้จะเป็นคนละโพรงกัน แต่ความตรงเวลาของพวกมันยังเหมือนเดิม

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

วันนี้ พี่เอ ไกด์และช่างภาพสัตว์ป่าอีกคนที่คุ้นเคยกันดี โทรหาตอนที่เราออกจากการดูนกเงือกว่า มีชะนีมงกุฎนั่งกินลูกไม้ในระดับต่ำ ให้รีบขับรถตามมา จุดหมายที่พี่เอบอกห่างออกไปจากจุดที่เราอยู่เกือบ 30 นาที ระยะทางสองจุดนี้ไม่ได้ไกล แต่ว่าเส้นทางบนเขานี้ เราขับรถเร็วไม่ได้ ถนนที่นี่ไม่ได้มีแต่มนุษย์ที่ใช้งาน

หลายครั้งที่เราขับรถผ่านถนนบนเขา แล้วมีสัตว์ป่าวิ่ง กระโดด หรือบินผ่านหน้ารถ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เล็ก ๆ อย่างไก่หรือกระรอก แต่ก็มีบางครั้งที่เป็นสัตว์ใหญ่อย่างกวางเช่นกัน ถนนตัดผ่านเขาใหญ่เป็นเส้นทางที่หลายคนใช้เป็นทางลัดข้ามเมือง รถหลายคันวิ่งผ่านพื้นที่นี้เพียงเพื่อผ่านไปยังจุดหมายอื่น พวกเขาคงไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงได้ขับช้าเหลือเกิน ถึงแม้จะมีขีดจำกัดความเร็วบังคับอยู่ แต่เราก็เห็นรถที่พุ่งแซงไปด้วยความเร็วเกินลิมิตนั้นบ่อยครั้ง

เราขับรถไปตามทางเรื่อย ๆ แอบคิดอยู่ในใจว่าคงไม่ได้เห็นชะนีมงกุฎแล้วแน่ ๆ แต่ปรากฏว่าดวงชะนีอุปถัมภ์ของเรายังคงแข็งแรงดีอยู่ เต้ยชอบพูดเล่นกับเราบ่อย ๆ ว่า เราเป็นคนดวงชะนีอุปถัมภ์ เพราะทุกครั้งที่ขึ้นเขา มักได้เจอชะนีแบบใกล้ ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เรานั่งเฝ้ารอดูนกเงือกสีน้ำตาลเข้าป้อนอาหารที่รัง ชะนีมือขาวครอบครัวหนึ่งก็มาเกาะห้อยโหนเล่นกันบนกิ่งไม้เหนือหัวจุดที่เรานั่งอยู่ อยู่ด้วยกันนานกระทั่งชะนีปล่อยฉี่ตกห่างจากจุดที่เรานั่งไปเพียงไม่กี่เมตร

ชะนีมงกุฎมีสีขนบริเวณหน้า แตกต่างจากชะนีมือขาวชัดเจน ตัวผู้เต็มวัยมีสีดำทั่วตัว ยกเว้นส่วนรอบหน้า คิ้ว มือ เท้า และถุงอันฑะ พอขับไปถึง เราจอดรถแอบไว้ริมถนนเส้นหลัก ในจุดที่จะไม่รบกวนคนอื่นที่ใช้เส้นทาง

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

ตามธรรมชาติชะนีจะไม่ลงจากต้นไม้นอกจากจำเป็นจริง ๆ อากัปกิริยาของพวกมันที่อยู่บนยอดไม้จึงน่าสนใจมาก ท่าทางพักผ่อนหย่อนใจหลายท่าดูเป็นท่ายากเมื่อมองจากมุมมองของมนุษย์ เรามองไม่เห็นความสบายในท่าเหล่านั้นเลยสักนิดเดียว พวกมันขยับจากกิ่งนี้โยนตัวไปอีกกิ่งหนึ่ง แล้วก็เอื้อมมือไปที่ลูกไม้สุก ไต่เลาะไปตามพุ่มไม้ริมถนน เราก็เดินตามพวกมันเป็นเส้นขนานกันตามไป

รถหลายคันวิ่งผ่านไปมา บางคันชะลอถามว่าเรายืนดูอะไร คนในรถบางคันเห็นตัวชะนีก่อนที่เราจะชี้ให้ดูเสียอีก ในขณะที่รถบางคันไม่ได้สนใจเลยว่ามีอะไรอยู่ข้างทาง

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

การดูสัตว์บนเขาใหญ่ บ่อยครั้งเป็นการพบเจอจากข้างถนนสายหลัก บรรดาช่างภาพและนักดูสัตว์ป่าทั้งหลายจะขับรถวนไปตามถนนลาดยางเส้นต่าง ๆ อย่างช้า ๆ เพื่อฟัง ดู และมองหาร่องรอยที่สัตว์ป่าทิ้งไว้

เส้นทางขึ้นยอดเขาเขียวมีถนนช่วงหนึ่งตัดผ่านทุ่งราบสองข้าง ดูเผิน ๆ ก็เหมือนทุ่งหญ้ารกร้างทั่วไป แต่ขอบดินข้างถนนลาดยางมีรอยเท้ากระทิงขนาดใหญ่มากมาย บางรอยสดใหม่ แสดงให้เห็นว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ กระทิงเป็นสัตว์ที่หากินเวลากลางคืน ช่วงเวลากลางวันที่คนเราใช้งานเส้นทางจึงไม่ค่อยพบพวกมัน เราจึงลืมไปว่าพื้นที่นี้มีสัตว์ป่าจริง ๆ อาศัยอยู่

อ่างเก็บน้ำสายศรเป็นพื้นที่ที่เราตั้งชื่อเล่นให้ว่าอ่างเวดดิ้ง ยามเย็นในวันที่อากาศดี เราจะพบเห็นคู่รักขึ้นมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งหลายคู่ ที่อ่างเก็บน้ำเดียวกันนี้ เราเคยลงไปนั่งริมน้ำเพื่อตามถ่ายฝูงนากไล่จับปลา พวกมันปราดเปรียว ไล่ต้อนปลาทางโน้นทีทางนี้ทีจนน้ำสาดกระจาย นากไม่ได้ออกมาที่อ่างเก็บน้ำนี้ทุกวัน คู่รักหลายคู่ที่มาถ่ายรูปคงไม่เคยเห็นสัตว์ป่าของเขาใหญ่เสียด้วยซ้ำ หลายคนมองหาแต่ธรรมชาติที่เหมาะจะเป็นพื้นหลังของภาพถ่ายเท่านั้น

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

ช่วงบ่ายวันนี้เรานั่งแอบอยู่ในบังไพร เพื่อรอหมาในลงมากินซากกวางที่มันเพิ่งล่าได้เมื่อคืน เส้นทางที่หมาในจะมาถึงซากต้องเดินเลียบอ่างน้ำมา ในเส้นทางมีทุ่งหญ้าเล็ก ๆ ริมน้ำอยู่หนึ่งจุด ยามเย็นที่อุณหภูมิกำลังเริ่มเย็นสบาย นักท่องเที่ยวครอบครัวหนึ่งใช้ทุ่งเล็ก ๆ นี้เป็นจุดกางเสื่อปิกนิกริมน้ำ การรอของเราในวันนี้สิ้นสุดลงทันทีที่ครอบครัวนั้นเริ่มกางเสื่อนั่งลง ไม่มีหมาในตัวไหนจะยอมเสี่ยงวิ่งผ่านเส้นทางที่มีคนนั่งอยู่เป็นแน่

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

นักท่องเที่ยวไม่ผิดในการใช้พื้นที่ พวกเขามองไม่เห็นซากกวางที่ซ่อนอยู่ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่งขวางเส้นทางของหมาใน สัตว์ป่าส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายหลบเลี่ยงมนุษย์ เป็นเส้นขนานที่ไม่ค่อยจะตัดกัน แต่ทุกจุดตัดมักทำให้เราได้แอบเห็นเสี้ยวหนึ่งของชีวิตจริงในธรรมชาติ

เต้ยส่งข้อความมาบอกเราว่า มีช้างป่าออกมาที่ถนนทางไปด่านปราจีน ช้างป่าของเขาใหญ่ก็ใช้ถนนลาดยางของคนเรา ในขณะที่กำลังขับรถไปตามจุดที่เต้ยบอก เรากดปุ่มลดหน้าต่างข้างตัวลง ปล่อยให้ธรรมชาติไหลเข้ามาปนในตัวรถ เปิดรอจุดตัดใหม่ที่จะผ่านเข้ามา

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในบทความนี้ บันทึกไว้ในระหว่างที่เราเข้าป่าเพื่อถ่ายทำสารคดีสั้น ‘A day in the forest’ เพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นในหนึ่งวัน

ถ้าหากอยากเห็นเขาใหญ่ในแบบที่มีชีวิตสัตว์ป่า สามารถติดต่อไกด์เต้ยหรือไกด์เอ สำหรับการเยี่ยมชมเขาใหญ่แบบไม่ธรรมดา

นอกจากนี้ ยังรับชมเบื้องหลังการถ่ายทำสารคดี A day in the forest ได้ที่นี่

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load