11 มิถุนายน 2024
37

บทสรุปจากงาน ‘EARTH JUMP 2024’ บนเวที Story to Action ที่เพิ่งจบลง ซึ่งมีหัวเรือใหญ่ผู้จัดงานคือธนาคารกสิกรไทย เราได้เห็นนักธุรกิจที่เป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาแบ่งปันความรู้เข้มข้นสำหรับการเปลี่ยนธุรกิจ SMEs ให้ไปสู่ความยั่งยืน แบบเน้นกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำสมกับธีมงาน The Edge of Action และระหว่างการเสวนา เราแอบเห็นผู้เข้าร่วมจดบันทึกความรู้จากแต่ละช่วงอย่างตั้งอกตั้งใจ สะท้อนว่าบทสนทนาบนเวทีตอบโจทย์ผู้ประกอบการซึ่งต้องเผชิญสถานการณ์โลกเดือดได้จริง 

สำหรับใครที่พลาด ไม่ได้มาร่วมเก็บความรู้จากหน้าเวทีด้วยตัวเอง เรามี 5 บทเรียนเปลี่ยน SMEs สู่ความยั่งยืนจากเวทีนี้มาให้อ่านกัน แบบตกผลึกมาเน้น ๆ

5 บทเรียนที่ว่านี้มีอะไรบ้าง มาอ่านและเริ่มก้าวสู่ความยั่งยืนไปพร้อมกัน  

01 วาระ ‘ความยั่งยืน’ จะเป็นความท้าทายหรือโอกาส อยู่ที่เรา

โลกเดือดเป็นวาระระดับโลกและไม่ใช่เรื่องไกลตัว ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล ผู้อำนวยการสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน จุฬาฯ ได้อธิบายกับเราว่า เมื่อก่อนเราอาจได้ยินเรื่อง ESG Risks แต่ตอนนี้เทรนด์ได้ขยับมาสู่ Climate Risk หรือโอกาสเกิดความเสียหายหรือเหตุไม่พึงประสงค์จากความไม่แน่นอนของสภาพภูมิอากาศ เช่น ทรัพย์สินหรือทรัพยากรแหล่งวัตถุดิบเสียหาย 

นอกจากนี้ยังมีการเกิดขึ้นของมาตรการและกฎหมายรับมือโลกเดือดที่ส่งผลต่อธุรกิจโดยตรง นอกจาก CBAM หรือมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป เพื่อป้องกันไม่ให้นำเข้าสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง นอกจากนี้ยังมี EUDR หรือกฎหมายที่ระบุว่าสินค้าที่จะนำเข้ามาในสหภาพยุโรปต้องไม่เกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจที่เป็น Supply Chain ให้องค์กรผู้ส่งออกสินค้าด้วย 

อย่างไรก็ตาม ความยั่งยืนก็เป็นวาระที่ทำให้เราได้เห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ตั้งแต่ความต้องการ Green Talent หรือบุคคลที่มีความรู้ ความเข้าใจ และใส่ใจต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะที่ คุณสุนิตย์ เชรษฐา จากสถาบัน ChangeFusion ได้แบ่งปันบนเวทีว่า มีการเกิดขึ้นของกระแส Impact Business หรือธุรกิจที่ไม่ใช่แค่ขายสินค้าหรือบริการ แต่ยังสร้างจิตสำนึกหรือผลกระทบเชิงความคิดและพฤติกรรมต่อสังคม 

นอกจากนี้ ยังมี B Corp ซึ่งเป็น Certification ระดับสากลที่มีการตรวจวัดความยั่งยืนในการทำธุรกิจตั้งแต่สิ่งแวดล้อมจนถึงธรรมาภิบาล ถ้าธุรกิจไทยได้รับการรับรองจาก B Corp ย่อมเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระดับโลก 

วาระเรื่องความยั่งยืนจึงเป็นทั้งวาระสุดท้าทายของธุรกิจในทุกวงการ และเป็นโอกาสสู่การเติบโตไปพร้อมกัน 

02 เริ่มให้เล็ก ใช้เงินให้น้อย

ในงาน EARTH JUMP 2024 ครั้งนี้ เราได้เห็นธุรกิจที่เป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในหลากหลายวงการขึ้นมาแบ่งปันความรู้ในการพาธุรกิจสู่ความยั่งยืน ถึงเรื่องราวการทำธุรกิจจะแตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการหลายคนพูดตรงกัน คือในการทำเรื่องความยั่งยืนให้สำเร็จนั้น ให้เน้นเริ่มต้นทำจากสิ่งเล็กและใช้เงินให้น้อย 

ตัวอย่างเช่น คุณวินชนะ พฤกษานานนท์ ทายาทและครีเอทีฟไดเรกเตอร์จาก Koh Munnork Private Island ที่เล่าว่าเริ่มปรับรีสอร์ตกลางอ่าวไทยแห่งนี้ให้ยั่งยืนด้วยการเริ่มจากสิ่งที่ทำเองได้ เช่น เดินเก็บขยะด้วยตัวเอง ก่อนจะขยายไปสู่การทำงานกับภาคส่วนอื่น ๆ ต่อไป 

ขณะที่ คุณจรูญโรจน์ เทพที ประธานบริหารสายงาน-ซัพพลายเชน ของ บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ได้กล่าวถึงการทำเรื่องความยั่งยืนโดยไม่เน้นงานแนว Green Premium หรือการทำเรื่องความยั่งยืนโดยใช้เงินเยอะ แต่พยายามขับเคลื่อนโดยใช้งบประมาณสมเหตุสมผลและถ้างานไหนใช้ Zero Budget ได้ก็จะทำ เช่น การเปลี่ยนเส้นทางรถขนส่งอาหาร ซึ่งช่วยลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนลง  

ในส่วนของ เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ จากร้าน Bo.lan ก็จัดการขยะเศษอาหารในร้านด้วยถังขยะที่ไม่ได้ใช้ต้นทุนสูง แต่เน้นการแยกอย่างละเอียด ในร้าน Bo.lan จึงมีการใช้ถังขยะถึง 12 ถัง เพื่อแยกขยะทุกประเภทในร้านให้ง่ายต่อการนำไป Recycle และ Upcycle 

03 ลองผิดลองถูกเป็นเรื่องธรรมดา

การพาธุรกิจสู่ความยั่งยืนไม่ได้มีเส้นทางไหนที่เป็น One Size Fits All แต่ทุกธุรกิจต้องเลือกวิธีการที่ตอบโจทย์ตัวเองที่สุด ซึ่งนั่นหมายถึงย่อมต้องมีการลองผิดลองถูก เพื่อหาวิธีที่เหมาะกับตัวเองและปรับให้ยั่งยืนขึ้นไปเรื่อย ๆ 

ตัวอย่างเช่น คุณรติยา จันทรเทียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลลอรี่ จำกัด หรือ PASAYA ที่เราคุ้นเคย ได้แชร์ว่าบริษัทให้ความสำคัญเรื่องการปลูกป่า และได้มีการปลูกป่าไปเมื่อปีที่แล้ว แต่ในปีนี้กลับพบว่ากล้าไม้นับพันต้นได้ตายไปเป็นจำนวนมาก ด้วยสาเหตุเช่น มีการลืมแกะถุงดำออก และไปปลูกป่าในช่วงที่อากาศร้อนมาก ในปีนี้ทาง PASAYA จึงปรับแผนใหม่ เช่น จะปลูกป่าให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายน เพื่อให้ต้นไม้ได้รับน้ำฝนและอยู่รอดต่อไปได้

04 มีตัวช่วยจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น 

บนเวที Story to Action ไม่ได้มีแค่การอัปเดตเทรนด์หรือแบ่งปันบทเรียนการทำธุรกิจ แต่ยังมีการแนะนำเครื่องมือซึ่งจะช่วยให้การทำธุรกิจยั่งยืนง่ายกว่าเดิม 

สำหรับใครที่มองหาวิธีจัดการการใช้พลังงานในองค์กรให้ได้ประสิทธิภาพ เราขอแนะนำให้รู้จัก AltoTech Global บริษัทที่ทำระบบ AI จัดการพลังงานในอาคาร โดยการใช้ระบบของ AltoTech จะช่วยให้ธุรกิจประหยัดพลังงานได้ 20 – 30% และล่าสุด AltoTech ยังมีฟังก์ชัน Alto Auto Certificates ที่ช่วยเรื่องการรายงานผลงานด้านความยั่งยืน เช่น ช่วยทำรีพอร์ตความยั่งยืน และแนะนำ Certificate ที่ตอบโจทย์เป้าหมายด้านความยั่งยืนของธุรกิจคุณ

ส่วนใครที่มองหาโซลาร์เซลล์ ก็มีตัวช่วยอย่าง ION ENERGY สตาร์ทอัพที่คิด Solution ที่ช่วยแก้ Pain Point สำหรับการติดโซลาร์เซลล์ โดย ION ENERGY เป็นบริษัทโซลาร์เซลล์เจ้าแรกในไทยที่ทำครบทั้งการเป็นผู้ลงทุนใน Solar Private PPA (Power Purchase Agreement) เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง EPC (Engineering, Procurement & Construction) และเป็น Tech Developer ที่ช่วยให้ประสบการณ์ผู้ใช้บริการดีที่สุด เช่น แพลตฟอร์มสำหรับติดตามดูการใช้พลังงานแสงอาทิตย์

นอกจากนั้น หากผู้ประกอบการคนไหนอยากปลูกป่า เรายังมี The Next Forest ธุรกิจฟื้นฟูป่าครบวงจรจากนักวิจัยตัวจริงที่ทำครบตั้งแต่การให้ความรู้เรื่องการปลูกป่า ช่วยออกแบบการปลูกป่า จนถึงดูแลกล้าไม้ให้อยู่รอดหลังทำกิจกรรมปลูกป่ากันแล้ว เพื่อให้เป็นกิจกรรมที่สร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริง 

และสำหรับผู้ประกอบการที่มองหาเครื่องมือช่วยเหลือแบบรอบด้าน ธนาคารกสิกรไทยมีตัวช่วยตั้งแต่สินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนด้านองค์ความรู้ จนถึงตัวช่วยแบบ Beyond Banking เช่น WATT’S UP แพลตฟอร์มให้เช่ารถจักรยานยนต์ EV สำหรับไรเดอร์ พร้อมสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ และแอปพลิเคชันระบุจุดที่ตั้งสถานีเปลี่ยนแบตฯ เรียกได้ว่าใครกำลังอยากเริ่มปรับธุรกิจให้ยั่งยืน ลองเดินเข้าไปคุยกับธนาคารแห่งนี้ได้เลย

05 Go Green Together

บทเรียนสุดท้ายสำหรับการพาธุรกิจไปสู่ความยั่งยืนจากเวที Story to Action คือการทำธุรกิจให้ยั่งยืนนั้นต้องอาศัยการร่วมมือกันจากหลายภาคส่วน โดยการจะชวนคนอื่นมาร่วมสร้างความยั่งยืนด้วยกันได้นั้น แต่ละธุรกิจก็มีวิธีที่แตกต่างกันไป 

ตัวอย่างเช่น คุณวินชนะ พฤกษานานนท์ ทายาทและครีเอทีฟไดเรกเตอร์จาก Koh Munnork Private Island ต้องทำงานร่วมกับพนักงาน และชุมชนบนเกาะมันนอก เพื่อให้ปัญหาขยะทะเลบรรเทาลงได้จริง โดยเน้นการลงมือทำเป็นตัวอย่างให้เห็น ไปพร้อมกับการสร้างแรงจูงใจด้วย Incentive ต่าง ๆ เช่น ชวนพนักงานทำ Big Cleaning เกาะมันนอกครึ่งเช้า และให้พนักงานได้พักผ่อนในครึ่งบ่าย เหมือนเป็นการให้วันหยุดครึ่งวัน 

ส่วน คุณไอริณ ภัทรประสิทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบและพัฒนากระบวนการ ตลาดสี่มุมเมือง ก็ต้องร่วมกันแก้ปัญหาขยะเศษอาหารไปพร้อมกับพ่อค้าแม่ค้า โดยพยายามทำให้ทุกคนแยกขยะกันได้ง่ายที่สุด ทั้งมีการไปตั้งถังขยะไว้ให้ รวมถึงมีทีมงานสี่มุมเมืองอยู่ประจำจุดคอยให้ความช่วยเหลือ

ที่สำคัญ ธนาคารกสิกรไทยพร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันให้ธุรกิจไทยก้าวสู่การปรับตัวสู่ความยั่งยืนก็จะทั้งราบรื่นและมีศักยภาพยิ่งกว่าเดิม 

ทั้งหมดนี้คือ 5 บทเรียนพาธุรกิจสู่ความยั่งยืนที่มีธนาคารกสิกรไทยพร้อมเป็นลมใต้ปีกสนับสนุนผู้ประกอบการ จากเวที Story to Action ของงาน EARTH JUMP 2024 ใครที่อ่านแล้วอยากไปฟังเองข้างเวที รอติดตามข่าวงาน EARTH JUMP 2025 ปีหน้ากันนะ 

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ