14 พฤศจิกายน 2561
6 K
The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

 

เราออกดูวาฬต่อเนื่องกันทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้ว 3 ปีล่าสุดเราออกต่อเนื่องกันเป็นเวลาเกือบๆ 2 อาทิตย์ แต่ละปีก็จะเรียนรู้เรื่องวาฬเพิ่มขึ้นทุกวัน ถึงแม้จะเป็นวันที่ไม่เห็นวาฬ ก็ยังได้ข้อมูลเพื่อเอามาเปรียบเทียบสร้างสมมติฐานเพิ่มในใจ

ทุกเช้าที่ออกเรือไปตามหาวาฬบรูด้า เรามักจะเริ่มต้นวันด้วยความหวังเต็มเปี่ยม ถ้าหากเจอคลื่นโยนสูงความหวังของเราส่วนหนึ่งก็จะหลุดกระจายไปกับเกลียวคลื่น แต่ถ้ายังไม่หมดวันอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะบางวันคลื่นลมเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ช่วงบ่ายของวันที่คลื่นสูงอาจจะกลับกลายเป็นทะเลที่สงบนิ่งจนเรียบราวกับเป็นแผ่นกระจก

เครื่องเรือส่งเสียงดังซะจนการพูดคุยกันกลายเป็นเรื่องยาก เราจึงเพ่งสมาธิไปที่ทะเลกว้างเบื้องหน้า กวาดตามองหาจุดสังเกตเล็กๆ ที่จะบ่งบอกถึงตัววาฬที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำ การออกตามหาวาฬบรูด้ากลางอ่าวไทยก็ไม่ต่างกับการเดินเข้าป่าไปดูสัตว์ บางวันพวกมันก็เข้ามาให้เห็นใกล้ซะจนใจสั่น บางวันก็หายไปหมด ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไร้วี่แวว

วาฬบรูด้า

ภาพจำที่เป็นท่ามาตรฐานการหากินของบรูด้าในอ่าวไทย ซึ่งบรรดาวาฬใช้ท่านี้น้อยลงไปทุกที

ภาพจำของบรูด้าในอ่าวไทยที่วาฬอ้าปากตั้งตัวตรงเป็นแท่งสูงเหมือนอนุสาวรีย์นั้นเคยเป็นภาพวิธีการกินอาหารที่ไม่เหมือนวาฬที่ใดในโลก แต่ช่วง 2 ปีหลังวิธีการกินอาหารแบบนั้นเริ่มมีให้เห็นน้อยลง เรายังคงพบวาฬอยู่ เพียงแต่ว่ามันมีท่าทางการกินแบบใหม่ๆ ปะปนเข้ามา ไต๋ก๋งเรือพูดติดตลกว่าปีที่แล้วบรรดาวาฬออกไปหากินตรงโซนน้ำลึกจนลืมไปหมดแล้วว่าต้องตั้งตัวอ้าปากกินนิ่งๆ เราต้องเอาภาพเก่าๆ ไปให้พวกมันดูมันจะได้จำได้ว่าพวกมันต้องตั้งตัวตรงเวลากิน

กลุ่มควันจางๆ ฟุ้งขึ้นมาเป็นแนวตั้งห่างออกไปทางเส้นขอบฟ้า พอควันจางๆ ฟุ้งขึ้นมาอีกครั้งที่ตำแหน่งเดิม เราก็มั่นใจว่าเราพบวาฬตัวแรกของวันแล้วแน่นอน ไม่กี่อึดใจก็มีก้อนสีเทาเข้มแหวกผิวน้ำขึ้นมา มันเป็นวาฬที่ไม่มีครีบหลัง…เจ้าศรีสุข!

วาฬในอ่าวไทยมีชื่อเรียกที่คนตั้งให้ แยกแยะกันโดยรอยตำหนิตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ที่น่าสังเกตคือบรูด้าแห่งอ่าวไทยทุกตัวมีรอยตำหนิเด่นๆ น้อยมาก บางตัวอาจจะมีโรคผิวหนังด่างดวงบ้าง แผลจากรอยเกี่ยวชนบ้าง แต่ไม่เคยมีแผลทรงกลมซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของปากฉลาม Cookie Cutter จากทะเลลึก เหมือนว่าพวกมันไม่เคยออกไปไหนไกลเกินพื้นที่น้ำตื้นของอ่าวไทย

ศรีสุขเป็นหนึ่งในวาฬที่มีตำหนิชัดดูง่าย มันเป็นวาฬที่เหมาะกับคำว่าอินดี้ ชอบว่ายลอดเรือไปมา ทางซ้ายที ทางขวาที บางทีเห็นเส้นรอยน้ำที่มันตีขึ้นมา เดากันว่าจะไปทางซ้าย มันกลับหักตัวเปลี่ยนทิศใต้น้ำไปโผล่ทางขวาแทน มันเป็นวาฬที่เดาใจได้ยาก

วาฬบรูด้า

เจ้าศรีสุข วาฬอินดี้ครีบหลังด้วนที่ขึ้นชื่อเรื่องของทิศทางที่เดาใจยาก

เมื่อมองทะลุผืนน้ำลงไปไม่เห็น การเดาใจทิศทางที่วาฬไปต้องประกอบจากรายละเอียดเล็กๆ หลายอย่างที่ซ่อนอยู่ในท่าทางของวาฬแต่ละตัว องศาในการหักตัวลงใต้น้ำ วงน้ำรอยเท้าของวาฬ ระยะห่างของวงน้ำรอยเท้า ฟองอากาศ และสันแนวคลื่น มันก็เหมือนกับการเรียนภาษา เราต้องค่อยๆ ประกอบคำศัพท์ขึ้นมาเป็นประโยคเพื่อสื่อสาร ศัพท์บางตัวอาจจะอ่านยากสักหน่อย ศัพท์บางตัวก็ไม่ได้อยู่ที่ตัววาฬเสียด้วยซ้ำ

ถ้าเราเริ่มเดาทิศทางของมันออก นั่นคือเราเริ่มจะเข้าใจพวกมัน และเมื่อการทำนายของเราถูกต้องทุกครั้ง นั่นคือเราอ่านภาษาวาฬออก การดูวาฬอาจทำได้จบในวันเดียว แต่การเรียนรู้ภาษาของวาฬนั้นใช้เวลายาวนานมากกว่านัก

วันนี้ศรีสุขโผล่ตัวขึ้นมาหายใจเป็นระยะๆ แต่ไม่มีทีท่าว่ามันอยากอาหารแต่อย่างใด ลูกปลาเล็กกระโดดน้ำกันรัวๆ นกนางนวลแกลบก็โฉบไล่จับลูกปลาอย่างเมามัน แต่ศรีสุขก็ยังว่ายอย่างเนิบช้าอย่างไม่ร้อนรน

เรือของเราแล่นตามโดยรักษาระยะห่างไปชั่วโมงกว่าๆ ศรีสุขก็ยังไม่สนใจใดๆ มันก็ยังคงว่ายโผล่ซ้ายที ขวาที ไปเรื่อยๆ ไม่ทิ้งหนีไป แต่ก็ไม่เข้าใกล้ และยังคงรักษาพฤติกรรมเนิบๆ อยู่เช่นเดิม

วาฬบรูด้า

นกนางนวลแกลบที่บินตามหลังเรือมาคอยเล็งลูกปลาที่กระโดดหนีคลื่นจากเรือ วาฬบรูด้า
ลูกปลากระทุงเหวกระโดดโชว์ตัวข้างเรือ เจ้าศรีสุขที่ว่ายเนิบอยู่ด้านหน้าดูเหมือนจะไม่สนใจพวกมันแม้แต่น้อย

การนิ่งของศรีสุขกลับทำให้เราสงสัย ทำไมมันจึงไม่กิน สมมติฐานมากมายก่อตัวขึ้นในใจ ไม่มีอันไหนที่จะพิสูจน์จบได้ในเวลาแค่วันเดียว สิ่งที่ทำได้คือทดรายละเอียดของทุกอย่างไว้เพื่อรอเทียบกับการพบเจอกันในครั้งต่อๆ ไป

กาน้ำ… กาน้ำ… เสียงวิทยุสื่อสารในเก๋งเรือดังขึ้นมาเรียกเรือของเรา เรือดูวาฬอีก 2 ลำเจอวาฬอยู่ห่างออกไปทางใต้ 3 ตัว พวกมันกำลังไล่กินลูกปลาเป็นอาหาร และบริเวณนั้นมีนกเยอะมาก ไต๋จำรูญของเราสอบถามตำแหน่งแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง เรือลำเล็กของเราอยู่ทางตอนเหนือของอ่าว ต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการบึ่งไปให้ถึง

ไป! สิ้นเสียงไต๋จำรูญ ก็แทนที่ด้วยเสียงเครื่องคำราม เรือบึ่งหน้าลงใต้ไปสู่จุดหมายใหม่ ทิ้งเจ้าศรีสุขไว้ด้านหลัง

เสียงเครื่องเรือที่เร่งเร้าทำให้เราตื่นเต้นตามไป ตาก็พยายามเพ่งไปที่ขอบฟ้า ลืมไปว่าจุดหมายนั้นยังไกลเกินจะมองถึง

นกจำนวนมหาศาลบ่งบอกว่าเราเข้าใกล้จุดหมายขึ้นทุกที ฟ้าสีเทาของวันนี้ช่วยให้เห็นนกได้เด่นชัดจากระยะไกล ใกล้เส้นขอบฟ้ามีน้ำสาดกระจายสูงขึ้นมา ฝูงนกกรูไปรวมตัวกันที่จุดนั้น นั่นคือวาฬแน่นอน ใจของเราลอยไปถึงแล้ว ถึงแม้ตัวของเราจะยังไปไม่ถึง เสียงอึงจากทุกคนบนเรือดังขึ้นทุกครั้งที่มีน้ำกระเซ็นสีขาวกระจายตัวขึ้นสูง

แล้วเราก็เห็นวาฬ

วาฬบรูด้า

ฝูงนกและวาฬโผล่ให้เห็นเด่นจากระยะไกล ใจของเราลอยไปถึงแล้ว ถึงแม้ตัวของเราจะยังไปไม่ถึง วาฬบรูด้า
หางสั้นแต่ทรงพลังฟาดน้ำกระจายรุนแรง นี่คือจังหวะเริ่มต้นของเทคนิคการกินแบบหนึ่ง
วาฬบรูด้า
วาฬอ้าปากกว้างโผล่ขึ้นตามมากวาดฝูงลูกปลาเล็ก หลังจากฟาดหางไล่ให้ลูกปลาว่ายไปทางทิศเดียวกัน

ปากวาฬเปิดอ้ากว้างแทงทะลุผิวน้ำขึ้นมาในมุมเฉียง แล้วก็ผลุบหายไป ทิ้งฟองสีขาวสาดกระเซ็น เหล่านกทะเลกรูตามเข้าไปทันที สำหรับบรรดาลูกปลาที่เป็นเหยื่อสถานการณ์หนีวาฬปะนกนี้ไม่ใช่เรื่องน่าดีใจ

เรือของเราเริ่มชะลอความเร็วเมื่อเข้าใกล้จุดหมาย เราไม่อยากพุ่งเข้าใส่ให้พวกมันตกใจ กล้องในมือของทุกคนเตรียมพร้อม สายตาเริ่มกวาดอ่านรายละเอียดที่วาฬทิ้งไว้ให้ที่ผิวน้ำ เรากำลังเดาทิศทางที่มันจะโผล่ขึ้นมาครั้งต่อไป

หางสั้นทรงพลังโผล่สูงขึ้นมาทางกราบซ้ายของเรือ ฟาดกระแทกน้ำกระจายกว้าง ตัวของมันหายไปใต้น้ำ ลูกปลาสีเงินวาวหนีแรงน้ำกระโดดตามกันออกไป เห็นคล้ายคลื่นวิ่งซัดอยู่ที่เหนือน้ำ ชั่วอึดใจต่อมาปากที่อ้ากว้างก็โผล่ขึ้นตามมากวาดฝูงลูกปลาเล็กแล้วหายกลับลงไปในเวลาไม่กี่วินาที

วาฬอีกคู่ที่อยู่ไม่ห่างกันเริ่มสร้างคลื่นบ้าง คู่นี้เป็นวาฬแม่ลูก พวกมันไม่ได้ฟาดหางสูง แต่ใช้วิธีการว่ายน้ำเลี้ยวไปทางขวาด้วยความเร็ว แรงกระเพื่อมเกิดเป็นกำแพงคลื่นยกตัวขึ้นมาเหนือผิวน้ำ กำแพงน้ำเคลื่อนตัวเป็นวงโค้งบ่งบอกถึงต้นกำเนิดคลื่นขนาดใหญ่ด้านล่างที่กำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว แล้วทันได้นั้นปากขนาดใหญ่ที่อ้ากว้างก็พุ่งขึ้นมาเป็นการเลี้ยวหักศอกที่กวาดเก็บเหล่าลูกปลาสีเงินไปเป็นจำนวนมาก แม่วาฬและลูกเคลื่อนตัวไปพร้อมกันต่อเนื่องตั้งแต่จังหวะแรกจนถึงการอ้าปากกินช่วงสุดท้าย ดูไปก็คล้ายกับนักระบำใต้น้ำที่กำลังแสดงโชว์อย่างตั้งใจ

วาฬบรูด้า

นักระบำใต้น้ำแม่ลูกขึ้นกินอาหารด้วยความพร้อมเพรียงกัน ด้านหลังคือกำแพงคลื่นที่พวกมันสร้างขึ้นเป็นวงเพื่อไล่ลูกปลาให้ว่ายไป วาฬบรูด้า
วาฬตัวสุดท้ายของวันที่ขึ้นมาด้วยท่าทางที่เกือบจะคล้ายกับวิธีกินแบบเดิม

วาฬ 3 ตัวผลัดกันกินระลอกแล้วระลอกเล่า เราเริ่มเดาทางพวกมันออก คลื่นน้ำแบบไหนที่จะนำไปสู่การอ้าปากกินจังหวะสุดท้าย คลื่นน้ำแบบไหนที่เป็นแค่การขยับตัวธรรมดา เรากำลังหัดอ่านภาษาของวาฬจากพฤติกรรมที่มันแสดงให้เราเห็น

แต่นั่นคือแค่เสี้ยวหนึ่งของภาษาวาฬที่เรากำลังหัดเรียนรู้

ทันใดนั้นทางขวามือไกลออกไปเกือบ 50 เมตร ไม่มีการตีน้ำ ไม่มีสัญญาณล่วงหน้าใดๆ วาฬอีกตัวโผล่ขึ้นมาในมุมเฉียง แต่มันอ้าปากค้างไว้ เป็นวิธีกินแบบที่เราคุ้นเคยกัน ถึงแม้จะไม่เหมือนซะทีเดียวแต่ก็มีความคล้าย ฝูงนกกรูเข้าไปล้อมจนเกือบจะมิดตัววาฬ มันตั้งตัวอยู่ไม่กี่วินาที แล้วก็ลดตัวลงหายลงไปใต้น้ำ ฝูงนกยังคงวนเวียนด้านบน ถึงแม้จะไม่มีวาฬที่ด้านล่างแล้ว

เพียงไม่กี่วินาทีของการปรากฏตัววาฬ เติมเต็มความหวังและความตื่นเต้นจนท่วมตัวเรา แต่การพบเจอชั่วขณะยังไม่ช่วยตอบคำถามใหญ่ที่ยังคาอยู่ในใจ อะไรคือตัวแปรของพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ชนิดของปลาที่เป็นเหยื่อ? การไหลของน้ำ? ความลึกของพื้นทะเล? ปริมาณของลูกปลา? คำถามทั้งหมดไม่สามารถตอบได้จากการพบเจอแค่ไม่กี่วินาที

วันนี้ถึงเวลาที่ต้องกลับฝั่งแล้ว แต่พรุ่งนี้เราจะกลับมาใหม่ มาหัดเรียนภาษาของวาฬอีกครั้ง

Writer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

ราว ๆ สิบกว่าปีที่แล้ว ไม่นานนักหรอก ผมจำได้ว่าขณะทำงานในป่า เรามีความรู้สึกคล้ายอยู่ ‘หลังเขา’ เหมือนตัดขาดออกจากโลกภายนอก ติดต่อผู้คนได้เพียงจากวิทยุสื่อสาร ซึ่งหลายครั้งเราก็อยู่ในที่อับสัญญาณ ห่างไกลความเจริญ สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าในป่าที่เราอยู่ไม่กันดารนัก คือ มีเครื่องบินผ่าน 

ตอนดึก ๆ ทุกคืน เมื่อต้องใช้เวลาในแคมป์นาน ๆ เพื่อเฝ้ารอสัตว์ป่า หลาย ๆ ครั้งเราไม่รู้หรอกว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน เพราะการทำงานในป่านั้น สัตว์ป่าเป็นผู้กำหนดเวลา ไม่ใช่เรา นอกจากเครื่องมือ เครื่องใช้สำหรับทำงาน เสบียงและอื่น ๆ เพื่อการอยู่ในป่านาน ๆ แล้ว เรามีอุปกรณ์สำคัญซึ่งขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ วิทยุทรานซิสเตอร์ ไม่ใช่วิทยุยี่ห้อใดก็ได้ คนทำงานในป่ารู้ดีว่า ต้องเป็นวิทยุยี่ห้อ ธานินทร์ เพราะยี่ห้อนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า รับคลื่นได้ดีกว่า

เดินทางถึงแคมป์ บางคนหาที่ผูกเปล กางเต็นท์ เตรียมที่ประกอบอาหาร ที่วางเสบียง ห่างจากที่นอนอยู่หลายวัน ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยอันทำให้มดมารุม จะมีคนหนึ่งลากสายไฟปีนขึ้นต้นไม้เอาไปเกาะยอดไม้สูง ๆ เพื่อเป็นเสาอากาศวิทยุ อันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่รู้สึกว่าอยู่หลังเขาเท่าใดนัก ไม่ได้ตัดขาดจากโลก

เรารับรู้เรื่องราวจากทั่วโลกด้วยคลื่นที่มาขาด ๆ หาย ๆ

ในตอนนั้น เป็นช่วงเวลาที่คนบนโลกรู้แล้วว่า โลกที่เราอยู่เริ่มเปลี่ยนแปลง มีการศึกษาวิจัยมีข้อมูลมากมาย อันทำให้รู้ว่าสาเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั่นเป็นเพราะเราทำลายสภาพแวดล้อม จนกระทั่งวงจรต่าง ๆ ขาดสะบั้น

คนบนโลกจำนวนไม่น้อยพยายามร่วมมือแก้ไข ปกป้อง

ความรู้ต่าง ๆ ไม่ใช่ข้อมูลลับ ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่ดูเหมือนคนจำนวนหนึ่งจะไม่ใส่ใจฟัง รวมทั้งเชื่อว่า วิถีการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเท่านั้นจะทำให้มีชีวิตที่ดี

เป็นความจริงที่เชื่อว่าไกลตัว

แต่เมื่อรับฟังอยู่ในที่ไกล ๆ ในป่า เรารับรู้ได้ดีว่า หลายเรื่องราวไม่ไกลตัวเราเลย

หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
หมูป่า

ถึงวันนี้ ไม่น่าจะมีใครสงสัยอีกแล้วว่า ภาวะโลกร้อนเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และผลกระทบนี้ไม่ได้เดือดร้อนแค่คน ชีวิตต่าง ๆ ในป่าก็เลี่ยงไม่พ้น

ในความเป็นจริง คำว่า ‘ภาวะโลกร้อน’ หรือเรื่องของอุณหภูมิที่เพิ่มช้า ๆ ทั่วโลกนั้น เป็นเพียงหนึ่งในหลายสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงเท่านั้น รวมทั้งเป็นแค่ดัชนีหลักตัวหนึ่งที่ใช้วัดสถานการณ์ สภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงไปทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นกระแสลม กระแสคลื่นในมหาสมุทร การเกิดพายุ การกระจายของโรคระบาด คลื่นความร้อน การก่อตัว การละลายของหิมะบนยอดเขา ไฟป่า อุทกภัย และภัยแล้ง

อุณหภูมิจึงคล้ายเป็นแค่เศษเสี้ยวของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น

สภาพอากาศหนาวเย็น ฝนตกกลางฤดูแล้ง พืชอาหารออกผลน้อย ไม่มีไฟป่าเผาทุ่ง ไม่มีระบัดหรือหญ้าอ่อน ๆ ที่สัตว์กินพืชรอ

หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
ค่าง กินใบไม้มากกว่าผลไม้ และพวกมันใช้แสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้าช่วยให้หายเปียกชื้น
หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
สมเสร็จ พวกมันเดินทางโดยมีแหล่งอาหารเป็นตัวกำหนด

ในป่า ชีวิตต่างต้องปรับตัว นกเงือกตัวเมียจำนวนมากเลือกออกจากโพรงที่ขังตัวเองไว้ ทิ้งไข่ พวกมันรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ปีที่จะเลี้ยงลูกให้มีชีวิตที่ดีได้ หยุด เพื่อรอเวลาเหมาะสม เป็นสิ่งที่พวกมันเลือกทำ

ช่วงเวลาที่ฝนทิ้งช่วง ทั้งที่ควรเป็นเวลาแห่งฝน ช้างนำโขลงโดยตัวเมียอาวุโส พาสมาชิกในครอบครัวหยุดที่แอ่งน้ำเล็ก ๆ ใช้ตีนแข็งแรงขุดดินเป็นหลุมน้ำซึม ให้ดินทรายเป็นเครื่องกรองน้ำ 

สัตว์ป่ารับรู้ ยอมรับการปรับตัวเพื่ออยู่ให้รอด เป็นสิ่งหนึ่งในวิถี

วิทยุทรานซิสเตอร์ของ ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่า และพฤติกรรมของสัตว์ที่บอกเราว่า โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
วิทยุทรานซิสเตอร์ของ ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่า และพฤติกรรมของสัตว์ที่บอกเราว่า โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ช้างโขลงที่มีลูกเล็ก ใช้แอ่งน้ำเล็ก ๆ บรรเทาความกระหาย ในวันที่ป่าควรชื้นด้วยสายฝน

การปรับตัวจำเป็น คนทำงานเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ หากใครไม่พูดถึงภาวะโลกร้อน คล้ายจะตกขบวนรถ 

แต่งานก็ไม่ได้ง่ายขึ้นสักเท่าไหร่

โลกจะร้อนหรือเย็น มีความจริงอยู่ว่า สัตว์ป่ายังคงถูกล่า

13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ลูกเสือโคร่ง ลูกนกเงือกกรามช้างจำนวนหนึ่ง ถูกพบขณะเตรียมส่งผู้ซื้อ การซื้อขายสัตว์ป่าทั้งเป็นซากและยังมีชีวิตเฟื่องฟู

อวัยวะสัตว์ ตั้งแต่ช้าง เสือโคร่ง ลิ่น เป็นที่ต้องการ สัตว์ที่ถูกพบเดินทางไปไม่ถึงปลายทาง กลายเป็น ‘ของกลาง’ คล้ายจะต้องติดอยู่ในกรงไปตลอดชีวิต

สัตว์ป่าที่ดีคือสัตว์ป่าที่ตายแล้ว ดูเหมือนจะเป็นความเชื่ออันไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าโลกจะเดินไปถึงไหน

ความเชื่อในเรื่องราวสัตว์ป่า ทำให้พวกมันสิ้นอนาคต แต่มีความจริงที่ทำให้พวกมันอยู่รอด 

มีชาวสวนส่วนหนึ่งใช้นกที่หลายคนเชื่อว่า พวกมันเป็นลางร้ายช่วยกำจัดหนูในสวน แมลงอย่างผึ้งนั้น เกษตรกรใช้พวกมันผสมเกสรต้นผลไม้ให้นานแล้ว

ถึงวันนี้ ทำงานในป่า วิทยุทรานซิสเตอร์ไร้ความสำคัญ สัญญาณโทรศัพท์ครอบคลุมไปเกือบทั่วทุกพื้นที่

มีข่าวสาร ข้อมูลมหาศาล ข้อมูลหาได้ง่ายดาย

กระนั้นก็เถอะ บางสิ่งคล้ายจะไม่เปลี่ยนแปลง

แววตาลูกเสือโคร่งที่ตกเป็น ‘ของกลาง’ ทำให้ผมต้องยอมรับว่า ในวันที่ความรู้ข้อมูลหาได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว ยังมีคนจำนวนไม่น้อย ใช้ ‘ความเชื่อ’ ในการดำรงชีวิต

มีโอกาสได้อยู่ใกล้สัตว์ป่า พวกมันนี่แหละ สอนให้ผมรู้ว่า ความจริงบนโลกนี้เป็นอย่างไร

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load