14 พฤศจิกายน 2561
6 K
The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

 

เราออกดูวาฬต่อเนื่องกันทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้ว 3 ปีล่าสุดเราออกต่อเนื่องกันเป็นเวลาเกือบๆ 2 อาทิตย์ แต่ละปีก็จะเรียนรู้เรื่องวาฬเพิ่มขึ้นทุกวัน ถึงแม้จะเป็นวันที่ไม่เห็นวาฬ ก็ยังได้ข้อมูลเพื่อเอามาเปรียบเทียบสร้างสมมติฐานเพิ่มในใจ

ทุกเช้าที่ออกเรือไปตามหาวาฬบรูด้า เรามักจะเริ่มต้นวันด้วยความหวังเต็มเปี่ยม ถ้าหากเจอคลื่นโยนสูงความหวังของเราส่วนหนึ่งก็จะหลุดกระจายไปกับเกลียวคลื่น แต่ถ้ายังไม่หมดวันอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะบางวันคลื่นลมเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ช่วงบ่ายของวันที่คลื่นสูงอาจจะกลับกลายเป็นทะเลที่สงบนิ่งจนเรียบราวกับเป็นแผ่นกระจก

เครื่องเรือส่งเสียงดังซะจนการพูดคุยกันกลายเป็นเรื่องยาก เราจึงเพ่งสมาธิไปที่ทะเลกว้างเบื้องหน้า กวาดตามองหาจุดสังเกตเล็กๆ ที่จะบ่งบอกถึงตัววาฬที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำ การออกตามหาวาฬบรูด้ากลางอ่าวไทยก็ไม่ต่างกับการเดินเข้าป่าไปดูสัตว์ บางวันพวกมันก็เข้ามาให้เห็นใกล้ซะจนใจสั่น บางวันก็หายไปหมด ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไร้วี่แวว

วาฬบรูด้า

ภาพจำที่เป็นท่ามาตรฐานการหากินของบรูด้าในอ่าวไทย ซึ่งบรรดาวาฬใช้ท่านี้น้อยลงไปทุกที

ภาพจำของบรูด้าในอ่าวไทยที่วาฬอ้าปากตั้งตัวตรงเป็นแท่งสูงเหมือนอนุสาวรีย์นั้นเคยเป็นภาพวิธีการกินอาหารที่ไม่เหมือนวาฬที่ใดในโลก แต่ช่วง 2 ปีหลังวิธีการกินอาหารแบบนั้นเริ่มมีให้เห็นน้อยลง เรายังคงพบวาฬอยู่ เพียงแต่ว่ามันมีท่าทางการกินแบบใหม่ๆ ปะปนเข้ามา ไต๋ก๋งเรือพูดติดตลกว่าปีที่แล้วบรรดาวาฬออกไปหากินตรงโซนน้ำลึกจนลืมไปหมดแล้วว่าต้องตั้งตัวอ้าปากกินนิ่งๆ เราต้องเอาภาพเก่าๆ ไปให้พวกมันดูมันจะได้จำได้ว่าพวกมันต้องตั้งตัวตรงเวลากิน

กลุ่มควันจางๆ ฟุ้งขึ้นมาเป็นแนวตั้งห่างออกไปทางเส้นขอบฟ้า พอควันจางๆ ฟุ้งขึ้นมาอีกครั้งที่ตำแหน่งเดิม เราก็มั่นใจว่าเราพบวาฬตัวแรกของวันแล้วแน่นอน ไม่กี่อึดใจก็มีก้อนสีเทาเข้มแหวกผิวน้ำขึ้นมา มันเป็นวาฬที่ไม่มีครีบหลัง…เจ้าศรีสุข!

วาฬในอ่าวไทยมีชื่อเรียกที่คนตั้งให้ แยกแยะกันโดยรอยตำหนิตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ที่น่าสังเกตคือบรูด้าแห่งอ่าวไทยทุกตัวมีรอยตำหนิเด่นๆ น้อยมาก บางตัวอาจจะมีโรคผิวหนังด่างดวงบ้าง แผลจากรอยเกี่ยวชนบ้าง แต่ไม่เคยมีแผลทรงกลมซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของปากฉลาม Cookie Cutter จากทะเลลึก เหมือนว่าพวกมันไม่เคยออกไปไหนไกลเกินพื้นที่น้ำตื้นของอ่าวไทย

ศรีสุขเป็นหนึ่งในวาฬที่มีตำหนิชัดดูง่าย มันเป็นวาฬที่เหมาะกับคำว่าอินดี้ ชอบว่ายลอดเรือไปมา ทางซ้ายที ทางขวาที บางทีเห็นเส้นรอยน้ำที่มันตีขึ้นมา เดากันว่าจะไปทางซ้าย มันกลับหักตัวเปลี่ยนทิศใต้น้ำไปโผล่ทางขวาแทน มันเป็นวาฬที่เดาใจได้ยาก

วาฬบรูด้า

เจ้าศรีสุข วาฬอินดี้ครีบหลังด้วนที่ขึ้นชื่อเรื่องของทิศทางที่เดาใจยาก

เมื่อมองทะลุผืนน้ำลงไปไม่เห็น การเดาใจทิศทางที่วาฬไปต้องประกอบจากรายละเอียดเล็กๆ หลายอย่างที่ซ่อนอยู่ในท่าทางของวาฬแต่ละตัว องศาในการหักตัวลงใต้น้ำ วงน้ำรอยเท้าของวาฬ ระยะห่างของวงน้ำรอยเท้า ฟองอากาศ และสันแนวคลื่น มันก็เหมือนกับการเรียนภาษา เราต้องค่อยๆ ประกอบคำศัพท์ขึ้นมาเป็นประโยคเพื่อสื่อสาร ศัพท์บางตัวอาจจะอ่านยากสักหน่อย ศัพท์บางตัวก็ไม่ได้อยู่ที่ตัววาฬเสียด้วยซ้ำ

ถ้าเราเริ่มเดาทิศทางของมันออก นั่นคือเราเริ่มจะเข้าใจพวกมัน และเมื่อการทำนายของเราถูกต้องทุกครั้ง นั่นคือเราอ่านภาษาวาฬออก การดูวาฬอาจทำได้จบในวันเดียว แต่การเรียนรู้ภาษาของวาฬนั้นใช้เวลายาวนานมากกว่านัก

วันนี้ศรีสุขโผล่ตัวขึ้นมาหายใจเป็นระยะๆ แต่ไม่มีทีท่าว่ามันอยากอาหารแต่อย่างใด ลูกปลาเล็กกระโดดน้ำกันรัวๆ นกนางนวลแกลบก็โฉบไล่จับลูกปลาอย่างเมามัน แต่ศรีสุขก็ยังว่ายอย่างเนิบช้าอย่างไม่ร้อนรน

เรือของเราแล่นตามโดยรักษาระยะห่างไปชั่วโมงกว่าๆ ศรีสุขก็ยังไม่สนใจใดๆ มันก็ยังคงว่ายโผล่ซ้ายที ขวาที ไปเรื่อยๆ ไม่ทิ้งหนีไป แต่ก็ไม่เข้าใกล้ และยังคงรักษาพฤติกรรมเนิบๆ อยู่เช่นเดิม

วาฬบรูด้า

นกนางนวลแกลบที่บินตามหลังเรือมาคอยเล็งลูกปลาที่กระโดดหนีคลื่นจากเรือ วาฬบรูด้า
ลูกปลากระทุงเหวกระโดดโชว์ตัวข้างเรือ เจ้าศรีสุขที่ว่ายเนิบอยู่ด้านหน้าดูเหมือนจะไม่สนใจพวกมันแม้แต่น้อย

การนิ่งของศรีสุขกลับทำให้เราสงสัย ทำไมมันจึงไม่กิน สมมติฐานมากมายก่อตัวขึ้นในใจ ไม่มีอันไหนที่จะพิสูจน์จบได้ในเวลาแค่วันเดียว สิ่งที่ทำได้คือทดรายละเอียดของทุกอย่างไว้เพื่อรอเทียบกับการพบเจอกันในครั้งต่อๆ ไป

กาน้ำ… กาน้ำ… เสียงวิทยุสื่อสารในเก๋งเรือดังขึ้นมาเรียกเรือของเรา เรือดูวาฬอีก 2 ลำเจอวาฬอยู่ห่างออกไปทางใต้ 3 ตัว พวกมันกำลังไล่กินลูกปลาเป็นอาหาร และบริเวณนั้นมีนกเยอะมาก ไต๋จำรูญของเราสอบถามตำแหน่งแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง เรือลำเล็กของเราอยู่ทางตอนเหนือของอ่าว ต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการบึ่งไปให้ถึง

ไป! สิ้นเสียงไต๋จำรูญ ก็แทนที่ด้วยเสียงเครื่องคำราม เรือบึ่งหน้าลงใต้ไปสู่จุดหมายใหม่ ทิ้งเจ้าศรีสุขไว้ด้านหลัง

เสียงเครื่องเรือที่เร่งเร้าทำให้เราตื่นเต้นตามไป ตาก็พยายามเพ่งไปที่ขอบฟ้า ลืมไปว่าจุดหมายนั้นยังไกลเกินจะมองถึง

นกจำนวนมหาศาลบ่งบอกว่าเราเข้าใกล้จุดหมายขึ้นทุกที ฟ้าสีเทาของวันนี้ช่วยให้เห็นนกได้เด่นชัดจากระยะไกล ใกล้เส้นขอบฟ้ามีน้ำสาดกระจายสูงขึ้นมา ฝูงนกกรูไปรวมตัวกันที่จุดนั้น นั่นคือวาฬแน่นอน ใจของเราลอยไปถึงแล้ว ถึงแม้ตัวของเราจะยังไปไม่ถึง เสียงอึงจากทุกคนบนเรือดังขึ้นทุกครั้งที่มีน้ำกระเซ็นสีขาวกระจายตัวขึ้นสูง

แล้วเราก็เห็นวาฬ

วาฬบรูด้า

ฝูงนกและวาฬโผล่ให้เห็นเด่นจากระยะไกล ใจของเราลอยไปถึงแล้ว ถึงแม้ตัวของเราจะยังไปไม่ถึง วาฬบรูด้า
หางสั้นแต่ทรงพลังฟาดน้ำกระจายรุนแรง นี่คือจังหวะเริ่มต้นของเทคนิคการกินแบบหนึ่ง
วาฬบรูด้า
วาฬอ้าปากกว้างโผล่ขึ้นตามมากวาดฝูงลูกปลาเล็ก หลังจากฟาดหางไล่ให้ลูกปลาว่ายไปทางทิศเดียวกัน

ปากวาฬเปิดอ้ากว้างแทงทะลุผิวน้ำขึ้นมาในมุมเฉียง แล้วก็ผลุบหายไป ทิ้งฟองสีขาวสาดกระเซ็น เหล่านกทะเลกรูตามเข้าไปทันที สำหรับบรรดาลูกปลาที่เป็นเหยื่อสถานการณ์หนีวาฬปะนกนี้ไม่ใช่เรื่องน่าดีใจ

เรือของเราเริ่มชะลอความเร็วเมื่อเข้าใกล้จุดหมาย เราไม่อยากพุ่งเข้าใส่ให้พวกมันตกใจ กล้องในมือของทุกคนเตรียมพร้อม สายตาเริ่มกวาดอ่านรายละเอียดที่วาฬทิ้งไว้ให้ที่ผิวน้ำ เรากำลังเดาทิศทางที่มันจะโผล่ขึ้นมาครั้งต่อไป

หางสั้นทรงพลังโผล่สูงขึ้นมาทางกราบซ้ายของเรือ ฟาดกระแทกน้ำกระจายกว้าง ตัวของมันหายไปใต้น้ำ ลูกปลาสีเงินวาวหนีแรงน้ำกระโดดตามกันออกไป เห็นคล้ายคลื่นวิ่งซัดอยู่ที่เหนือน้ำ ชั่วอึดใจต่อมาปากที่อ้ากว้างก็โผล่ขึ้นตามมากวาดฝูงลูกปลาเล็กแล้วหายกลับลงไปในเวลาไม่กี่วินาที

วาฬอีกคู่ที่อยู่ไม่ห่างกันเริ่มสร้างคลื่นบ้าง คู่นี้เป็นวาฬแม่ลูก พวกมันไม่ได้ฟาดหางสูง แต่ใช้วิธีการว่ายน้ำเลี้ยวไปทางขวาด้วยความเร็ว แรงกระเพื่อมเกิดเป็นกำแพงคลื่นยกตัวขึ้นมาเหนือผิวน้ำ กำแพงน้ำเคลื่อนตัวเป็นวงโค้งบ่งบอกถึงต้นกำเนิดคลื่นขนาดใหญ่ด้านล่างที่กำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว แล้วทันได้นั้นปากขนาดใหญ่ที่อ้ากว้างก็พุ่งขึ้นมาเป็นการเลี้ยวหักศอกที่กวาดเก็บเหล่าลูกปลาสีเงินไปเป็นจำนวนมาก แม่วาฬและลูกเคลื่อนตัวไปพร้อมกันต่อเนื่องตั้งแต่จังหวะแรกจนถึงการอ้าปากกินช่วงสุดท้าย ดูไปก็คล้ายกับนักระบำใต้น้ำที่กำลังแสดงโชว์อย่างตั้งใจ

วาฬบรูด้า

นักระบำใต้น้ำแม่ลูกขึ้นกินอาหารด้วยความพร้อมเพรียงกัน ด้านหลังคือกำแพงคลื่นที่พวกมันสร้างขึ้นเป็นวงเพื่อไล่ลูกปลาให้ว่ายไป วาฬบรูด้า
วาฬตัวสุดท้ายของวันที่ขึ้นมาด้วยท่าทางที่เกือบจะคล้ายกับวิธีกินแบบเดิม

วาฬ 3 ตัวผลัดกันกินระลอกแล้วระลอกเล่า เราเริ่มเดาทางพวกมันออก คลื่นน้ำแบบไหนที่จะนำไปสู่การอ้าปากกินจังหวะสุดท้าย คลื่นน้ำแบบไหนที่เป็นแค่การขยับตัวธรรมดา เรากำลังหัดอ่านภาษาของวาฬจากพฤติกรรมที่มันแสดงให้เราเห็น

แต่นั่นคือแค่เสี้ยวหนึ่งของภาษาวาฬที่เรากำลังหัดเรียนรู้

ทันใดนั้นทางขวามือไกลออกไปเกือบ 50 เมตร ไม่มีการตีน้ำ ไม่มีสัญญาณล่วงหน้าใดๆ วาฬอีกตัวโผล่ขึ้นมาในมุมเฉียง แต่มันอ้าปากค้างไว้ เป็นวิธีกินแบบที่เราคุ้นเคยกัน ถึงแม้จะไม่เหมือนซะทีเดียวแต่ก็มีความคล้าย ฝูงนกกรูเข้าไปล้อมจนเกือบจะมิดตัววาฬ มันตั้งตัวอยู่ไม่กี่วินาที แล้วก็ลดตัวลงหายลงไปใต้น้ำ ฝูงนกยังคงวนเวียนด้านบน ถึงแม้จะไม่มีวาฬที่ด้านล่างแล้ว

เพียงไม่กี่วินาทีของการปรากฏตัววาฬ เติมเต็มความหวังและความตื่นเต้นจนท่วมตัวเรา แต่การพบเจอชั่วขณะยังไม่ช่วยตอบคำถามใหญ่ที่ยังคาอยู่ในใจ อะไรคือตัวแปรของพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ชนิดของปลาที่เป็นเหยื่อ? การไหลของน้ำ? ความลึกของพื้นทะเล? ปริมาณของลูกปลา? คำถามทั้งหมดไม่สามารถตอบได้จากการพบเจอแค่ไม่กี่วินาที

วันนี้ถึงเวลาที่ต้องกลับฝั่งแล้ว แต่พรุ่งนี้เราจะกลับมาใหม่ มาหัดเรียนภาษาของวาฬอีกครั้ง

Writer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay และเป็นหนึ่งในทีม #สารคดีสัญชาติไทย

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

15 มิถุนายน 2564
746

‘ไอ้’ ในที่นี้ผมหมายถึง ไอ้ด้วน ซึ่งเป็นช้างตัวผู้โตเต็มวัย ค่อนไปทางอาวุโสแล้วตัวหนึ่ง

มันเป็นช้างที่มีชื่อเสียง คนทำงานในป่าด้านตะวันตกรู้จักดี แม้ว่าจะไม่เคยพบตัว แต่ก็จะรู้ถึงกิตติศัพท์เสียงเล่าลือ 

ชื่อเสียงของมันได้มาเพราะเคยทำร้ายคนกระทั่งเสียชีวิตมาแล้ว 3 ราย อีกทั้งเข้าจู่โจมคนที่พบกับมันอีกนับครั้งไม่ถ้วน

ผู้เสียชีวิตคนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามาทำงาน ระหว่างทางพบกับไอ้ด้วนอย่างกะทันหันตรงทางโค้ง หยุดรถไม่ทัน ชนมัน รถล้ม เขาลุกขึ้นวิ่ง แต่ไม่พ้น ไอ้ด้วนเข้าถึงตัว

อีกรายเป็นเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่า ค่ำวันนั้นเขาขี่มอเตอร์ไซด์จากบ้านกลับสถานี อีก 3 กิโลเมตรจะถึงสถานี ตรงนั้นเป็นทางขึ้นเนินชัน ไอ้ด้วนอยู่บนทาง เขาทิ้งรถ พยายามปีนขึ้นไหล่ทาง ไอ้ด้วนใช้งวงลากตัวเขา เตะที่ลำตัว ก่อน เดินหลบไป ซี่โครงและอวัยวะภายในเสียหายรุนแรง เขามาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ระหว่างทางเขาพูดเพียงว่าหายใจไม่ออก

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
 ในโป่งแหล่งอาหารเสริมในระหว่างสมาชิกในฝูงกำลังกิน ช้างตัวหนึ่งจะเดินดูบริเวณรอบๆ

คนหลายคนเข้ามาหาเห็ดบริเวณแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เผชิญหน้ากับไอ้ด้วน พวกเขาส่งเสียงเอะอะ โยนประทัดไล่ ไอ้ด้วนไม่หนี ตรงเข้าต่อกรกับชายคนหนึ่งที่ถือมีดในมือ

คนเสียชีวิต ไอ้ด้วนกลายเป็นช้างมีชื่อเสียงขจรไกลที่ไม่มีใครอยากพบ

ฉายาไอ้ด้วนได้มา เพราะบริเวณปลายหางของมันไม่มีพู่อย่างตัวอื่น ปลายหางถูกตัดไป 

พื้นที่มันอยู่แถวๆ สำนักงานเขตและแนวเขต ในฤดูเห็ด จะมีคนมากมายเข้ามาเก็บเห็ดโคนซึ่งมีมูลค่าสูง เสียงปะทัด เสียงเอะอะ เล่ากันว่าไอ้ด้วนปะทะกับคน ถูกตัดปลายหางขาด อีกหลายครั้ง มันบาดเจ็บเพราะกระสุนปืน นั่นเป็นจุดเริ่มต้นอันทำให้มันจู่โจมทันทีที่พบคน บาดแผลไม่ฉกรรจ์ จนถึงตาย

ไม่ตาย แต่มันจำ

ช้างที่อยู่ในถิ่นเดียวกับไอ้ด้วนและคนพบกับมันบ่อย คนเรียกมันว่า ‘ไอ้เตี้ย’ เพราะรูปร่างอ้วนใหญ่ ไม่สูงนัก ดูจะเตี้ยๆ

ไอ้เตี้ยไม่ขี้หงุดหงิด คล้ายเป็นช้างใจเย็นอารมณ์ดี พบเจอคนก็ไม่สนใจ หากินตามปกติ ถ้าพบเจอบนเส้นทาง จะหลบให้รถผ่านไปก่อน

นิสัยดีๆ ของไอ้เตี้ยดูเหมือนทำให้ไอ้ด้วนดูน่าเกรงขามมากขึ้น

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
ช้างเด็กจะถูกประกบด้วยแม่หรือช้างพี่เลี้ยงเสมอ

พายุฝนต้นเดือนพฤษภาคม ทำให้ทั้งผืนป่าชุ่มฉ่ำ ใบไม้เขียวทึบ เส้นทางในป่าหลายช่วงเป็นหล่มโคลน ร่องลึก เนินลื่นไถลทั้งๆ ที่เดือนที่ผ่านมาได้รับการเกรดกระทั่งราบเรียบ

18.00 น. ผมขับรถกลับจากซื้อเสบียงในเมือง มุ่งหน้ากลับเข้าป่า

ผ่านหน่วยพิทักษ์ป่าที่อยู่ระหว่างทาง แวะส่งเสบียง ยาเส้น และเหล้าขาว ที่คนในหน่วยฝากซื้อ คุยกับพวกเขาสักพักก็เดินทางต่อ 

มาได้ราว 4 กิโลเมตรก่อนไต่ขึ้นทางชันๆ พ้นสะพาน ซึ่งเป็นไม้ท่อนวางพอดีล้อข้างละท่อน เส้นทางโค้งไปทางซ้าย สองข้างทางเป็นป่าไผ่ใบเขียวทึบ

พ้นจากโค้งมีร่างทะมึนขวางผมชะลอรถ หันไปหยิบกล้อง

เสียง “แปร๋น” ดังสนั่น  ผมหันกลับมามองร่างทะมึนนั้นอีกครั้ง หัวใหญ่โต ใบหูโบกสบัด มันคือไอ้ด้วน

ผมใส่เกียร์และถอยรถอย่างเร็ว ไอ้ด้วนวิ่งตรงเข้าหา

ชะลอรถเมื่อเห็น ไอ้ด้วนหยุดวิ่ง เดินช้าๆ เข้ามาหยุดห่างผม ราว 3 เมตร ส่ายหัวไป-มามอง สายตาของเราพบกัน

มันหันหน้า เดินหลบเข้าข้างทาง ผมขยับรถผ่านมา

วันนี้ไอ้ด้วนคงอารมณ์ดี

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
หลังไฟไหม้ทุ่งหญ้าระบัดเขียวๆ หญ้าอ่อนๆ เริ่มขึ้น เป็นอาหารที่ดีของช้าง

ในป่าคือโรงเรียน เราต่างรู้ดี และรู้กันดีด้วยว่า ในโรงเรียนนี้มีสาขาวิชาให้เลือกเรียนมากมาย

สิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งพืชและสัตว์เป็น ‘ครู’ ผู้สอน

‘สอน’ ให้ผู้สนใจเลือกเรียนได้ทั้งเรื่องกายภายนอก และเรื่องการเติบโตภายใน 

ผมเลือกเรียนวิชาเติบโตภายใน ใช้เวลาเรียนอยู่ในโรงเรียนนี้มานานพอสมควร ผมพบกับครูที่ใจดี ครูหงุดหงิด  ครูที่พบกับปัญหา 

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
การชูงวงสูดกลิ่น คือสิ่งที่ทำเมื่อได้กลิ่นสัตว์ผู้ล่าบริเวณนั้น

‘โลก’ ระหว่างผมกับครูไม่สวยงามนักหรอก การอยู่ร่วมกันไม่ใช่เรื่องง่าย

ว่าตามจริง มีการสั่งสอนเกิดขึ้นเสมอ มีหลายครั้ง ผมจ่ายค่าบทเรียนด้วยเลือดและบาดแผล

ป่าเป็นสังคมที่ชีวิตอยู่อย่างพึ่งพาอาศัยกัน ผมเป็นสิ่งแปลกปลอม เหล่าครูๆ ไม่วางใจผมหรอก จากสายตาของครูจำนวนไม่น้อย เชื่อว่าผมคือสัตว์อันตราย

แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลอันจะทำให้ผมเลิกเคารพนับถือครู

ที่บ้านพักคืนนั้น

เทียนบนโต๊ะไม้เก่าๆ วับแวม เหล้าขาวดองม้ากระทืบโรงหมดไปครึ่งขวด 

เสียงหัวเราะเฮฮา ผมเล่านาทีการพบเจอไอ้ด้วนให้เพื่อนๆ ฟัง

เรื่องตื่นเต้น คับขัน กลายเป็นเรื่องสนุกทุกครั้งเมื่อผ่านพ้นไปแล้ว

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
พลบค่ำ คือช่วงเวลาที่ช้างจะมาที่แหล่งน้ำ

ฝนไม่มาเยี่ยมแล้ว 2 วัน คืนแรม 15 ค่ำ ท้องฟ้ามืด ดาวส่องประกายระยิบ อากาศยามดึกเย็นยะเยือก 

ผมนั่งบนบันไดขั้นที่ 3 ที่ตรงนี้ หลายครั้งเสือดาวมาใช้เป็นที่นั่งสังเกตการณ์ บ้านพักถูกห้อมล้อมด้วยป่า ผม มองรอบๆ กวางส่งเสียง 

ผมนึกถึงไอ้ด้วน ไม่รู้ว่าเราจะพบกันอีกกี่ครั้ง มันจะทำร้ายใครอีกหรือไม่

ที่เห็นในระยะใกล้คือช้างตัวโตขี้หงุดหงิดตัวหนึ่ง

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์

ผมนำหน้าชื่อด้วนว่า ‘ไอ้’ ด้วยความคุ้นเคย

ระหว่างผมกับไอ้ด้วนสถานะของเราเหมือนกัน คือยังเป็นนักเรียนที่ทำผิดพลาดอยู่เสมอๆ เราคงต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกนาน

ไอ้ด้วนนั้น ผมไม่นับถือมันในฐานะที่เป็นครูหรอก

แต่นับถือมันในฐานะเพื่อน 

เพื่อนที่ใช้วิธีตอบโต้ความรุนแรงด้วยความรุนแรง

‘ไอ้’ ที่ไม่ได้หมายถึงสัตว์อันตรายและต้องเกลียดชัง 

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load