10 กุมภาพันธ์ 2561
3.14 K

มีความเป็นจริงอยู่ประการหนึ่งว่า

ชีวิตของเสือรวมทั้งสัตว์ผู้ล่าทุกชนิดนั้นดำเนินต่อไปได้เพราะมีเหยื่อและการล่าที่ประสบผลสำเร็จ

และมีความเป็นจริงอีกเช่นกันว่า

‘เหยื่อ’ จะมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะเหล่านักล่า

อีกประการหนึ่ง เมื่อมีสัตว์ตัวหนึ่งจบชีวิตลงเพราะคมเขี้ยวในป่า นั่นคือเวลาที่งานเลี้ยงเริ่มต้น…    

 …

วัวแดง

วัวแดงตัวผู้คลอเคลียอยู่กับตัวเมียที่อยู่ในระยะเป็นสัด

โดยปกติ สายฝนชุดสุดท้ายของฤดูกาลในป่าจะจากไปราวปลายเดือนตุลาคม ท้องฟ้าสีครามเข้ม เมฆสีขาวรวมตัวเป็นกลุ่มปรากฏให้เห็น

ไอเย็นๆ แทรกมากับสายลม นกเด้าลมซึ่งเป็นกลุ่มแรกๆ ของเหล่านกอพยพเดินทางมาถึง

เราเห็นพวกมันบ่อยขึ้นบนเส้นทางที่ยังเละเทะลื่นไถล โคลนและน้ำในร่องลึกเจิ่งนอง

ก่อนจะจากไป สายฝนกระหน่ำหนัก ครอบคลุมผืนป่าด้านตะวันตกมากว่า 2 สัปดาห์

ระดับน้ำในลำห้วยสายหลักๆ ขึ้นสูง สะพานข้ามลำห้วยเกือบทุกแห่งถูกสายน้ำพัดพาไปหมด ต้นไม้ใหญ่ๆ จำนวนไม่น้อยล้มขวางทาง หลายต้นใหญ่เกินกว่าจะเลื่อย ต้องทำเส้นทางเบี่ยง

เส้นทางเชื่อมระหว่างหน่วยพิทักษ์ป่ากับสำนักงานเขตถูกตัดขาด รวมทั้งสำนักงานเขตกับเมือง พาหนะไม่สามารถข้ามลำห้วยที่สายน้ำขึ้นสูงและไหลแรงได้

ตลอดสัปดาห์ คนในป่าวุ่นอยู่กับการซ่อมบำรุงเส้นทาง

ท้องฟ้าสีครามเข้ม

สายฝนจากไป

ทิ้งไว้เพียงเส้นทางเละเทะ

เสือโคร่ง

เสือโคร่งมาวนเวียนในโป่ง การแอบซุ่ม พรางตัว เป็นวิธีที่เสือโคร่งใช้ในการล่า

สายลมเย็นระลอกแรกจากถิ่นไซบีเรียมาถึง

เป็นสัญญาณว่าป่ากำลังเริ่มต้นเปลี่ยนฤดูกาล อุณหภูมิลดต่ำ อีกไม่นานป่าเขียวทึบจะเริ่มมีสีสัน พื้นดินไม่ได้รับน้ำเพิ่ม ต้นไม้เตรียมลดการใช้น้ำ สารคลอโรฟิลล์หรือโมเลกุลสีเขียวๆ ในใบไม้จะหยุดทำงานและถูกดึงเข้าไปเก็บในลำต้น สารคาโรทีนอยด์เข้ามาอยู่ในใบไม้แทน

ใบไม้ปรากฏสีเหลือง แดง แสด ม่วง และชมพู

พันธุ์ไม้แต่ละชนิดอวดสีคาโรทีนอยด์แตกต่างกันออกไป

อุณหภูมิจะลดต่ำลงเรื่อยๆ ซีกโลกเหนือ เส้นศูนย์สูตรเอนเอียงออกจากดวงอาทิตย์ เวลากลางวันสั้นลง น้ำค้างยามค่ำคืนแรงจัด ตกกระทบพื้นดังเปาะแปะ

ลมหนาวเข้ามาแทนที่สายฝน ช่วงรอยต่อฤดูกาลคือเวลาที่ตามแหล่งอาหาร เช่น โป่งที่เคยว่างเปล่า เริ่มคึกคัก

ฝูงกระทิงที่อยู่บริเวณเชิงเขาและดงไผ่มุ่งหน้ามาโป่ง เช่นเดียวกับฝูงวัวแดงและพี่ใหญ่อย่างช้าง

เส้นทางด่านทุกด่านที่มุ่งเข้าโป่งเต็มไปด้วยรอยตีน ต่อจากนี้ โป่งจะเป็นที่ชุมนุมของทั้งสัตว์กินพืช  สัตว์ผู้ล่า และชีวิตอื่นๆ

ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ ความตายคล้ายจะอยู่ไม่ไกล

งานของนักล่าส่วนใหญ่ประสบผลสำเร็จ

ซากเหยื่อปรากฏให้เห็นบ่อยๆ หลายซากเหลือเพียงหนังแห้งๆ มีไม่น้อยเหลือแค่เศษกระดูกกระจัดกระจาย

ฤดูกาลเปลี่ยน ต้นไม้หยุดการเติบโต ใบไม้หยุดคายน้ำ หมดหน้าที่ เตรียมพร้อมร่วงหล่นลงพื้น

สำหรับสัตว์ป่า อาจเรียกช่วงเวลานี้ได้ว่า เป็นฤดูกาลแห่งความรัก

สัตว์ตัวผู้เตรียมร่างกายให้กำยำ ขนเงางาม สัตว์โทนที่แยกฝูงไปไกลเริ่มเข้ามาอยู่ในฝูง คลอเคลีย กับตัวเมียที่พร้อมผสม

ในบรรยากาศของความรัก ความเป็นชีวิต งานของนักล่าไม่เคยหยุด

ความตายของเหยื่อเกิดขึ้นเสมอๆ

กระทิง

กระทิงก็ใช้เวลาในโป่งมากเช่นกัน

ทุกวัน ตั้งแต่ราว 11 โมงเช้าจนพลบค่ำ ผมอยู่กับวัวแดงฝูงหนึ่ง

อาจเป็นเพราะซุ้มบังไพรริมโป่งแห่งนี้ผมทำไว้นาน กระทั่งกลมกลืน ดูไม่แปลกปลอม และกระแสลมเป็นใจให้ผมอยู่ใต้ลม

ไม่ก็เพราะพวกมันทิ้งโป่งไปนาน จึงตั้งหน้าตั้งตากินอย่างกระหายโดยไม่สนใจอะไรมาก

แต่กระนั้นถ้ามีบางตัวเดินเข้ามาใกล้ซุ้มบังไพรในระยะไม่กี่เมตร อาการรู้ตัวก็ปรากฏ

มันจะหยุด ยืนจ้องเขม็ง ขาหน้ายกขึ้น จมูกสูดกลิ่น พ่นลมหายใจดัง ‘ฟืด’ กระทืบขาลงพื้น

ตัวที่อยู่ห่างเงยหน้าขึ้นมอง มันทำอย่างนั้นอยู่สักพักก่อนกลับเข้าสู่อาการปกติ แต่ก็ไม่วางใจเสียทีเดียว ก้มกินน้ำในโป่ง สลับกับเงยหน้าจ้องมาทางซุ้มบังไพรเป็นระยะๆ

ที่ดูคล้ายจะไม่สนใจอะไรรอบๆ ตัวเลยคือตัวผู้ที่สียังไม่คล้ำจัดตัวหนึ่ง

มันคลอเคลียอยู่กับตัวเมียที่คงอยู่ในระยะเวลาเป็นสัด เจ้าตัวผู้นั่นไม่กิน ไม่ระแวง ไม่ทำอะไรทั้งนั้น นอกจากเดินตามและเอาคางเกยไว้บนหลังตัวเมีย

พวกมันใช้เวลาในโป่งตลอดวัน กระทั่งพลบค่ำ

ผมออกจากซุ้มบังไพรหลังตรวจสอบว่าอยู่ใต้ลม

วัวแดงตัวที่สงสัยเงยหน้ามอง แต่ไม่ได้ตื่นหนี มันเชื่อจมูกมากกว่าสายตา

การอยู่ใต้ลมทำให้มีโอกาสอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าบ้าง

แต่กระนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะวางใจและยอมให้อยู่ร่วมฝูง

ผมมีโอกาสอยู่ในเหตุการณ์ที่นักล่าทำงานหลายครั้ง ทุกๆ ครั้งบรรยากาศไม่แตกต่าง

เสียงร้องโหยหวน เสียงขย้ำเนื้อฉีกขาด รวมทั้งเสียงดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด เสียงต่างๆ จะเกิดเพียงชั่วครู่ จากนั้นคือความเงียบ

ก่อนการลงมือ นักล่าโดยเฉพาะเสือต้องใช้ความพยายามอย่างสูง อดทน รอคอย อำพราง จนกระทั่งได้จังหวะในการลงมือ

ใช่ว่าการล่าทุกครั้งจะประสบผลสำเร็จ

สัตว์ที่มีสถานภาพของความเป็นเหยื่อ แม้จะไม่มีเขี้ยวเล็บ แต่พวกมันก็มีทักษะอย่างอื่นทดแทน ไม่ว่าจะเป็นประสาทระวังภัยอันดีเลิศ ความว่องไว

รวมทั้ง ‘หัวใจ’ ที่ไม่ยอมจำนนง่ายๆ

ป่า

สายลมหนาวทำให้ต้นไม้เตรียมปรับตัว ลดการใช้น้ำ เปลี่ยนสีใบ เป็นลำดับแรก

วันหนึ่งในช่วงรอยต่อของฤดูกาล กระทิงตัวหนึ่งแสดงให้ผมเห็นว่า ในสภาพของความเป็นเหยื่อ หากฮึกเหิมลุกขึ้นสู้ การพ่ายแพ้ก็ไม่ใช่หนทางเดียวที่ต้องเผชิญ

มันกระโจนเข้าหาหมาในที่กำลังไล่ล่าวัวแดง ใช้สองขาหน้าโจมตีจนหมาในต้องหลบหลีกเป็นพัลวัน

ส่วนวัวแดงพบจุดจบ เพราะเอาแต่หนีกระทั่งจนมุม

ก่อนหน้าหลายปี ผมเห็นฝูงควายป่าตั้งกำแพงกันลูกเล็กๆ เอาไว้ ขณะเสือโคร่งต้องเดินเลี่ยงไปอย่างจำยอม

ความเป็นไปในป่าอย่างหนึ่งคือ ทั้งนักล่าและเหยื่อต่างชัดเจนในสถานภาพของตน

นักล่าแสดงตนเด่นชัด

เช่นเดียวกับเหยื่อ

ชีวิตสัตว์ผู้ล่าดำรงต่อไปได้เพราะมีเหยื่อและการล่าที่ประสบผล

ในบทบาทของผู้ควบคุมปริมาณสัตว์กินพืชให้อยู่ในปริมาณเหมาะสมเช่นนี้ จึงเป็นความจริงว่า เหยื่อย่อมจะมีชีวิตอันยากลำบาก หากไม่มีผู้ล่า

‘เหยื่อ’ ในป่าไม่ได้หมายถึงชีวิตที่พ่ายแพ้ ยอมจำนน

แต่ในเมือง ผมไม่แน่ใจ

เพราะที่นั่น เหล่าผู้ล่าไม่เคยแสดงตัว

ในป่า เมื่อการล่าด้วยคมเขี้ยวประสบผลสำเร็จ คือเวลาเริ่มต้นงานเลี้ยง

แต่ทุกครั้งที่มีสัตว์ป่าล้มตายด้วยคมกระสุน

เราเรียกมันว่า โศกนาฏกรรม

เสือดาว

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

เมื่อไหร่ที่อากาศเริ่มเย็นลง ภาพภูเขาก็จะปรากฏขึ้นมาในหัวเราทันที น่าจะเป็นนิสัยของคนเมืองร้อนที่อยากไปสัมผัสความหนาวเย็นบนเขา เพื่อหนีออกจากตึกสูงและไอร้อนที่ล้อมตัวอยู่ทุกวัน

2 ปีที่แล้ว ต้นเดือนเมษายนไม่มีอากาศเย็นวูบมาจากทางเหนือ แต่อากาศบนเขาใหญ่ก็ยังเย็นกว่าอากาศในเมือง ไม่ได้เย็นขนาดเรียกว่าหนาว แต่เย็นสบายกว่ามาก เราขับรถขึ้นเขาไปตั้งแต่ก่อนสว่าง หน้าต่างรถเปิดกว้างทุกบาน เสียงต่าง ๆ ของป่าผ่านเข้ามาทางหน้าต่างรถที่เปิดอยู่ 

เต้ย ไกด์เขาใหญ่และช่างภาพสัตว์ป่าฝีมือดี มักอธิบายเสียงที่ได้ยินให้เราฟังเวลานั่งรถไปด้วยกัน

“เสียงชะนีมือขาว ครอบครัวนี้เพิ่งมีลูกใหม่ พี่จำได้มั้ย เราเคยถ่ายมันข้ามถนนตรงโค้งข้างหน้า”
“เสียงชะนีมงกุฎ แต่ฝูงนี้ค่อนข้างตื่นคน ไม่ค่อยยอมให้เข้าใกล้”

“เสียงนกกก น่าจะเป็นตัวที่ทำโพรงตรงข้างถนน ถ้าเราไปจอดรอตรงจุดข้างหน้า น่าจะดักถ่ายมันบินได้พอดี”

ถ้าไม่ได้รู้จักกัน คงคิดว่าเต้ยพูดเล่นเพื่อให้การเข้าป่าสนุกสนาน แต่เต้ยหมายความตามที่พูดจริง ๆ ทุกครั้ง

หลังจากที่นกเงือกจับคู่แล้ว ตัวเมียจะเข้าโพรงรัง และปิดปากโพรงให้เหลือเพียงช่องเล็ก ๆ กว้างแค่เอาจะงอยปากผ่านได้ นกเงือกตัวเมียรอการส่งอาหารจากตัวผู้ทุกวัน วันหนึ่งตกประมาณ 10 กว่ารอบ ที่น่าประหลาดใจคือ นกเงือกเป็นสัตว์ที่มีนิสัยสม่ำเสมอเป็นกิจวัตร เส้นทางที่บินเข้ารังมักเป็นเส้นทางเดิม ๆ และรอบแรกของการส่งอาหารให้ตัวเมียในโพรงก็มักเป็นเวลาเดิม ๆ

7 โมงครึ่งคือเวลาเป้าหมายที่เต้ยสังเกตและบอกเรามา โพรงที่เราเฝ้าในวันนี้เป็นของนกกก นกเงือกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดานกเงือกของไทย

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

7 โมงครึ่งเป๊ะ เสียงกระพือปีกดังมาก่อนจะได้เห็นตัว นกกกตัวใหญ่บินเข้ามาเกาะที่กิ่งพักก่อนเข้าป้อนที่โพรง โชคดีว่านกกกครอบครัวนี้ค่อนข้างคุ้นกับคน และใช้โพรงนี้เป็นรังต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ทำให้เรามีโอกาสดูนกขนาดใหญ่ในระยะใกล้ และได้เห็นพฤติกรรมอย่างชัดเจน 



พ่อนกกกค่อย ๆ ขย้อนอาหารหลายอย่างออกจากคอ ทยอยส่งเข้าไปให้แม่นกทีละชิ้น คนดูจากด้านล่างก็เดาไปทีละก้อนว่าสิ่งนั้นคืออะไร บางรอบเป็นลูกไม้สุก บางรอบเป็นตะขาบตัวยาว บางรอบเป็นกิ้งก่าตัวเล็ก ช่วงเวลาในการกกไข่แต่ละช่วง พ่อนกจะส่งอาหารต่างกัน ช่วงแรกที่ต้องปิดโพรง พ่อนกจะป้อนแต่ลูกไทรสุก เพื่อให้แม่นกเอามูลมาเป็นวัสดุปิดโพรงและรองรัง ในช่วงต่อมาที่เริ่มมีลูกนกแล้ว อาหารจะเปลี่ยนเป็นเหยื่อที่ให้โปรตีนมากขึ้น

พ่อนกกกป้อนอาหารที่เก็บมาจนหมดก็บินออกไปหาอาหารรอบใหม่ เรารีบเก็บของแล้วย้ายไปนั่งรอนกเงือกอีกชนิดที่อีกจุด ตรงนี้เป็นโพรงของนกเงือกกรามช้าง ซึ่งมีความระแวงมากกว่า เราจึงต้องมองหามุมที่ทำให้มันสบายใจ ไม่ใกล้จนเกินไป ไม่เปิดตัวให้เห็นจากมุมโล่ง 

เรามุดลอดพุ่มไม้ทึบ ก้มมองหาช่องว่างระหว่างใบไม้ที่มองเห็นปากโพรง หลังจากเซ็ตกล้องเสร็จด้วยความรวดเร็ว ก็เป็นการนั่งรอในความเงียบ พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัวของนกเงือก

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

พ่อนกเงือกกรามช้างบินเข้ามาตอน 8 โมง 35 นาที ผิดจากเวลาที่บอกกันมาแค่ 5 นาที มันดูระวังตัวมากกว่านกกกเมื่อเช้า เอียงคอมองมาทางพวกเราที่นั่งแอบอยู่บ่อย ๆ ถึงแม้พวกเราจะแอบตัวอยู่มิดในพุ่มไม้ และแทบจะไม่ขยับตัวก็ตาม แต่มันก็รับรู้การมีอยู่ของเราได้ดีกว่าที่เรารับรู้การมีอยู่ของพวกมัน

2 ปีผ่านไป เช้านี้เรานั่งแอบรอดูนกเงือกป้อนอาหารที่โพรงอยู่ใต้พุ่มไม้อีกที่หนึ่ง ถึงแม้จะเป็นคนละโพรงกัน แต่ความตรงเวลาของพวกมันยังเหมือนเดิม

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

วันนี้ พี่เอ ไกด์และช่างภาพสัตว์ป่าอีกคนที่คุ้นเคยกันดี โทรหาตอนที่เราออกจากการดูนกเงือกว่า มีชะนีมงกุฎนั่งกินลูกไม้ในระดับต่ำ ให้รีบขับรถตามมา จุดหมายที่พี่เอบอกห่างออกไปจากจุดที่เราอยู่เกือบ 30 นาที ระยะทางสองจุดนี้ไม่ได้ไกล แต่ว่าเส้นทางบนเขานี้ เราขับรถเร็วไม่ได้ ถนนที่นี่ไม่ได้มีแต่มนุษย์ที่ใช้งาน

หลายครั้งที่เราขับรถผ่านถนนบนเขา แล้วมีสัตว์ป่าวิ่ง กระโดด หรือบินผ่านหน้ารถ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เล็ก ๆ อย่างไก่หรือกระรอก แต่ก็มีบางครั้งที่เป็นสัตว์ใหญ่อย่างกวางเช่นกัน ถนนตัดผ่านเขาใหญ่เป็นเส้นทางที่หลายคนใช้เป็นทางลัดข้ามเมือง รถหลายคันวิ่งผ่านพื้นที่นี้เพียงเพื่อผ่านไปยังจุดหมายอื่น พวกเขาคงไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงได้ขับช้าเหลือเกิน ถึงแม้จะมีขีดจำกัดความเร็วบังคับอยู่ แต่เราก็เห็นรถที่พุ่งแซงไปด้วยความเร็วเกินลิมิตนั้นบ่อยครั้ง

เราขับรถไปตามทางเรื่อย ๆ แอบคิดอยู่ในใจว่าคงไม่ได้เห็นชะนีมงกุฎแล้วแน่ ๆ แต่ปรากฏว่าดวงชะนีอุปถัมภ์ของเรายังคงแข็งแรงดีอยู่ เต้ยชอบพูดเล่นกับเราบ่อย ๆ ว่า เราเป็นคนดวงชะนีอุปถัมภ์ เพราะทุกครั้งที่ขึ้นเขา มักได้เจอชะนีแบบใกล้ ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เรานั่งเฝ้ารอดูนกเงือกสีน้ำตาลเข้าป้อนอาหารที่รัง ชะนีมือขาวครอบครัวหนึ่งก็มาเกาะห้อยโหนเล่นกันบนกิ่งไม้เหนือหัวจุดที่เรานั่งอยู่ อยู่ด้วยกันนานกระทั่งชะนีปล่อยฉี่ตกห่างจากจุดที่เรานั่งไปเพียงไม่กี่เมตร

ชะนีมงกุฎมีสีขนบริเวณหน้า แตกต่างจากชะนีมือขาวชัดเจน ตัวผู้เต็มวัยมีสีดำทั่วตัว ยกเว้นส่วนรอบหน้า คิ้ว มือ เท้า และถุงอันฑะ พอขับไปถึง เราจอดรถแอบไว้ริมถนนเส้นหลัก ในจุดที่จะไม่รบกวนคนอื่นที่ใช้เส้นทาง

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

ตามธรรมชาติชะนีจะไม่ลงจากต้นไม้นอกจากจำเป็นจริง ๆ อากัปกิริยาของพวกมันที่อยู่บนยอดไม้จึงน่าสนใจมาก ท่าทางพักผ่อนหย่อนใจหลายท่าดูเป็นท่ายากเมื่อมองจากมุมมองของมนุษย์ เรามองไม่เห็นความสบายในท่าเหล่านั้นเลยสักนิดเดียว พวกมันขยับจากกิ่งนี้โยนตัวไปอีกกิ่งหนึ่ง แล้วก็เอื้อมมือไปที่ลูกไม้สุก ไต่เลาะไปตามพุ่มไม้ริมถนน เราก็เดินตามพวกมันเป็นเส้นขนานกันตามไป

รถหลายคันวิ่งผ่านไปมา บางคันชะลอถามว่าเรายืนดูอะไร คนในรถบางคันเห็นตัวชะนีก่อนที่เราจะชี้ให้ดูเสียอีก ในขณะที่รถบางคันไม่ได้สนใจเลยว่ามีอะไรอยู่ข้างทาง

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

การดูสัตว์บนเขาใหญ่ บ่อยครั้งเป็นการพบเจอจากข้างถนนสายหลัก บรรดาช่างภาพและนักดูสัตว์ป่าทั้งหลายจะขับรถวนไปตามถนนลาดยางเส้นต่าง ๆ อย่างช้า ๆ เพื่อฟัง ดู และมองหาร่องรอยที่สัตว์ป่าทิ้งไว้

เส้นทางขึ้นยอดเขาเขียวมีถนนช่วงหนึ่งตัดผ่านทุ่งราบสองข้าง ดูเผิน ๆ ก็เหมือนทุ่งหญ้ารกร้างทั่วไป แต่ขอบดินข้างถนนลาดยางมีรอยเท้ากระทิงขนาดใหญ่มากมาย บางรอยสดใหม่ แสดงให้เห็นว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ กระทิงเป็นสัตว์ที่หากินเวลากลางคืน ช่วงเวลากลางวันที่คนเราใช้งานเส้นทางจึงไม่ค่อยพบพวกมัน เราจึงลืมไปว่าพื้นที่นี้มีสัตว์ป่าจริง ๆ อาศัยอยู่

อ่างเก็บน้ำสายศรเป็นพื้นที่ที่เราตั้งชื่อเล่นให้ว่าอ่างเวดดิ้ง ยามเย็นในวันที่อากาศดี เราจะพบเห็นคู่รักขึ้นมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งหลายคู่ ที่อ่างเก็บน้ำเดียวกันนี้ เราเคยลงไปนั่งริมน้ำเพื่อตามถ่ายฝูงนากไล่จับปลา พวกมันปราดเปรียว ไล่ต้อนปลาทางโน้นทีทางนี้ทีจนน้ำสาดกระจาย นากไม่ได้ออกมาที่อ่างเก็บน้ำนี้ทุกวัน คู่รักหลายคู่ที่มาถ่ายรูปคงไม่เคยเห็นสัตว์ป่าของเขาใหญ่เสียด้วยซ้ำ หลายคนมองหาแต่ธรรมชาติที่เหมาะจะเป็นพื้นหลังของภาพถ่ายเท่านั้น

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

ช่วงบ่ายวันนี้เรานั่งแอบอยู่ในบังไพร เพื่อรอหมาในลงมากินซากกวางที่มันเพิ่งล่าได้เมื่อคืน เส้นทางที่หมาในจะมาถึงซากต้องเดินเลียบอ่างน้ำมา ในเส้นทางมีทุ่งหญ้าเล็ก ๆ ริมน้ำอยู่หนึ่งจุด ยามเย็นที่อุณหภูมิกำลังเริ่มเย็นสบาย นักท่องเที่ยวครอบครัวหนึ่งใช้ทุ่งเล็ก ๆ นี้เป็นจุดกางเสื่อปิกนิกริมน้ำ การรอของเราในวันนี้สิ้นสุดลงทันทีที่ครอบครัวนั้นเริ่มกางเสื่อนั่งลง ไม่มีหมาในตัวไหนจะยอมเสี่ยงวิ่งผ่านเส้นทางที่มีคนนั่งอยู่เป็นแน่

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

นักท่องเที่ยวไม่ผิดในการใช้พื้นที่ พวกเขามองไม่เห็นซากกวางที่ซ่อนอยู่ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่งขวางเส้นทางของหมาใน สัตว์ป่าส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายหลบเลี่ยงมนุษย์ เป็นเส้นขนานที่ไม่ค่อยจะตัดกัน แต่ทุกจุดตัดมักทำให้เราได้แอบเห็นเสี้ยวหนึ่งของชีวิตจริงในธรรมชาติ

เต้ยส่งข้อความมาบอกเราว่า มีช้างป่าออกมาที่ถนนทางไปด่านปราจีน ช้างป่าของเขาใหญ่ก็ใช้ถนนลาดยางของคนเรา ในขณะที่กำลังขับรถไปตามจุดที่เต้ยบอก เรากดปุ่มลดหน้าต่างข้างตัวลง ปล่อยให้ธรรมชาติไหลเข้ามาปนในตัวรถ เปิดรอจุดตัดใหม่ที่จะผ่านเข้ามา

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในบทความนี้ บันทึกไว้ในระหว่างที่เราเข้าป่าเพื่อถ่ายทำสารคดีสั้น ‘A day in the forest’ เพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นในหนึ่งวัน

ถ้าหากอยากเห็นเขาใหญ่ในแบบที่มีชีวิตสัตว์ป่า สามารถติดต่อไกด์เต้ยหรือไกด์เอ สำหรับการเยี่ยมชมเขาใหญ่แบบไม่ธรรมดา

นอกจากนี้ ยังรับชมเบื้องหลังการถ่ายทำสารคดี A day in the forest ได้ที่นี่

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load