7 พฤศจิกายน 2560
6 K
The Cloud x สารคดีสัญชาติไทย

 

ทำงานอยู่ในป่ามาระยะเวลาหนึ่ง

การได้พบเห็นหรือได้บันทึกภาพสัตว์ป่าตัวที่อยากพบอยากเห็น ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไรนัก

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะพบเห็นครั้งใด

หัวใจผมยังสั่นไหว ตื่นเต้น และต้องทรุดตัวลงนั่งเพื่อบันทึกภาพทุกครั้ง

สิ่งนั้นคือ รอยตีนเสือ

โดยเฉพาะเมื่อเป็นรอยตีนของเสือโคร่ง ซึ่งหากว่าตามศักดิ์ศรีแล้ว นี่คือผู้ล่าหมายเลขหนึ่ง

ในประเทศหรือพูดได้ว่าในโลกที่แหล่งอาศัยสำหรับสัตว์ป่าเหลือไม่มาก

การได้พบเห็นเหล่านักล่าไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ได้เห็นรอยตีน ทิศทางที่มุ่งหน้าไป รวมทั้งร่องรอยการทำงานและซากที่เหลือ

ทำให้รู้ว่า ในป่ายังมีเสือ

………………………………

รอยตีนที่พบบ้างมีขนาดย่อมๆ บ้างขนาดเล็ก หลายครั้งผมพบรอยขนาดใหญ่อันชวนให้จินตนาการได้ไม่ยากว่าเจ้าของรอยจะตัวโตเพียงใด

รอยตีนแตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทุกครั้งผมจะพบรอยตีนนั้นเดินเพียงลำพัง

อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะดูเหมือนความโดดเดี่ยวคล้ายเป็นคุณสมบัติประการหนึ่งของเสือ

นอกจากรอยตีน โอกาสที่จะพบเห็นร่องรอยอื่นๆ ของเสือก็มี เช่น รอยคุ้ยบนพื้น รอยตะกุยตามลำต้นไม้

ภายในอาณาเขตที่เสือครอบครอง มันคือพื้นที่หวงห้ามสำหรับเสือตัวอื่น

ร่องรอยต่างๆ เหล่านี้คือ ป้ายบอกเตือน เขตแดน

เสือโคร่ง

เสือโคร่งใช้การซุ่มรอคอยนิ่งๆ ในการล่า

การล้ำเขตแดนเป็นเรื่องไม่สมควร

ซึ่งแน่ล่ะ เจ้าของถิ่นนี้ย่อมไม่ไปล้ำแดนผู้อื่นเช่นกัน

แต่บางครั้ง การเผชิญหน้าอาจเลี่ยงไม่พ้น การแผดเสียงขู่คำรามเกิดขึ้น

ในท้ายที่สุด ตัวที่รู้ว่าด้อยกว่าจะยอมถอยและหลีกเลี่ยงไป

มองเผินๆ นี่ดูจะเป็นความพ่ายแพ้อันน่าอับอาย

แต่เหตุผลอันแท้จริงนั้นคือ เหล่านักล่าอันดับหนึ่งผู้ซึ่งร่างกายได้รับการออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพมากในการต่อสู้ รวมถึงการฆ่าอย่างเชี่ยวชาญ จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้เสมอ

การต่อสู้อันจะทำให้เกิดบาดแผล แม้เพียงน้อยนิด บาดแผลเล็กๆ จะถูกแมลงวันเข้ารุมตอม วางไข่ เกิดหนอน ลุกลาม จนกระทั่งการล่ามีปัญหา นั่นหมายถึงจุดจบ

เสือนั้น พวกมันมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการล่าที่ประสบผลสำเร็จ

………………………………

ไม่เพียงคุ้นชินและอยู่ในอาณาเขตของตัวเอง ในช่วงเวลาปกติ เสือมีชีวิตที่รักสงบ แต่ขณะล่าด้วยร่างกายและทักษะเป็นเลิศ ท่าทีรักสงบเปลี่ยนแปลงเป็นท่วงท่าอันสุดอันตราย

สีขนและลวดลายตามลำตัวกลมกลืนเข้ากับสภาพแวดล้อมอยู่นิ่งๆ ยากที่สายตาอื่นจะมองเห็น

เย็นวันหนึ่ง ขณะฝนโปรยเม็ด ควายป่าฝูงหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากซุ้มบังไพรที่ผมอยู่มาตั้งแต่รุ่งสาง ต่างลุกขึ้นยืน เงยหน้า สูดกลิ่น

ควายป่า

ควายป่าเป็นเหยื่อเสือโคร่งเช่นกัน

ลูกควายตัวเล็กถูกแม่และพี่เลี้ยงเอาตัวเข้ามายืนตรงกลาง ขณะควายตัวโตๆ อีกหลายตัวยืนเรียงเป็นแถวหน้ากระดานป้องกันไว้อีกชั้นหนึ่ง

จากนั้น ราวครึ่งชั่วโมง เสือโคร่งตัวหนึ่งโผล่ออกมา

หลังจากซุ่มรออยู่นาน มันก็รู้ว่า ควายป่าฝูงนี้รู้ตัวและพร้อมป้องกันอย่างเข้มแข็ง

เดินเลี่ยงออกไปเพื่อหาโอกาสใหม่ จึงเป็นสิ่งที่เสือตัวนั้นเลือก    

………………………………

สมถะ

คำคำนี้ใช้เรียกคุณสมบัติของเสือได้อย่างเหมาะสม

ในป่า โดยศักดิ์ศรีเสือเป็นนักล่าหมายเลขหนึ่ง แต่การล่าของเสือเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เมื่อล่าเหยื่อได้ มันจะใช้ซากอย่างคุ้มค่า กระทั่งเหลือเพียงเศษหนังแห้งๆ และกระดูกท่อนโตๆ

ผู้ล่าที่ทำงานรวดเร็ว รวมทั้งการล่าเกิดขึ้นบ่อย คือนักล่าอย่างหมาใน

หมาใน

หมาในเป็นนักล่าที่ทำงานได้ผล พวกมัน ใช้การวิ่งไล่ล่าและเข้าล้อมเหยื่อ

ไม่เพียงเสือโคร่ง ในป่ายังมียอดนักล่าอย่างเสือดาว อันมีขนาดย่อมลงมา

พวกมันอยู่ร่วมในพื้นที่เดียวกันได้

เพราะเหยื่อของเสือดาวเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่า

เสือดาวมีหางยาว นั่นหมายความว่า พวกมันขึ้นหรือปีนต้นไม้ได้คล่องแคล่วโดยใช้หางช่วยประคองถ่วงน้ำหนัก ขณะเดินไต่ไปตามกิ่งไม้ได้ดี

ช่วงเช้าของวันกลางฤดูฝนวันหนึ่ง ผมพบเสือดาวตัวหนึ่งนอนไล่งับผีเสื้อ สกุลผีเสื้อเจ้าเณร สีเหลือง ตัวเล็กๆ

เสือดาว

ลวดลายบนตัวเสือดาวกลมกลืนกับที่มันอยู่

เสือนอนอยู่บนด่านที่ผมกำลังเดิน

มันเปิดโอกาสให้ผมอยู้ใกล้ๆ ให้ผมได้เห็นความเป็นชีวิตปกติของมัน ที่ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาทำงาน

การพบเจอกันในวันนั้นเป็นเหตุการณ์ที่ผมนำมาเขียนถึงบ่อยๆ

รวมทั้ง ‘ได้คิด’ หลายอย่าง

ประการหนึ่งคล้ายเสือจะสอนให้เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องยากนักที่จะก้าวให้พ้นกรงที่กักขังตัวเอง

ประตูทางออกย่อมไม่ใช่ที่ลี้ลับ

เพราะมันเป็น ‘กรง’ ที่เราสร้างขึ้นมาเอง

วันนั้น ผมถ่ายภาพเสือเล่นกับผีเสื้อมาจำนวนหนึ่ง ไม่ใช่งานที่ดีเลย เพราะไม่มีสักภาพที่มีผีเสื้ออยู่ด้วย

ที่ผมทำได้ มีเพียงเสือดาวตัวหนึ่งเงยหน้าอวดเขี้ยวแหลมยาว ครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่เพียงลำพัง

เป็น ‘ภาพ’ ปกติที่คนจะมองเห็นเสือ

กรอบภาพแคบเกินไป

แคบเกินกว่าจะเห็นตามสายตาของเสือว่า คือผีเสื้อสีเหลืองตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง

กำลังโบยบิน

………………………………

ผมมีโอกาสได้ใกล้ชิดเสือมากยิ่งขึ้น ครั้งที่ร่วมงานกับโครงการศึกษานิเวศวิทยาของเสือโคร่ง ในสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ

ไม่เพียงใกล้ชิดขนาดได้สัมผัสลวดลาย ขนที่พรางได้ดีกับสภาพแวดล้อมก็อ่อนนุ่ม

ได้จับอุ้งตีนที่ผมเคยเห็นรอยที่ตีนนี้เหยียบย่ำไว้

โอบกอด รวมทั้งจูบหน้าผาก สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ผมไม่คาดว่านักล่าหมายเลขหนึ่งจะมีกลิ่นหอมแบบนี้

แน่นอน ผมทำเช่นนี้ได้ ในขณะที่เสือกำลังหลับเพราะฤทธิ์ยาสลบ

ก่อนที่มันจะฟื้นก่อนที่โลกแห่งความเป็นจริง

ระหว่างเรา จะกลับมา

ผมได้ ‘รู้จัก’ ความเป็นเสือมากยิ่งขึ้น

กวางป่า

กวางตัวผู้โตเต็มวัยคือเหยื่อของเสือโคร่ง

ผมได้พบกับชีวิตหนึ่งที่เหมือนๆ กับชีวิตอื่นๆ ซึ่งมีหน้าที่และทำหน้าที่ของพวกมันอย่างเคร่งครัด

ได้รู้ถึงความยากลำบาก ในช่วงเวลาที่เสือต้องพ้นออกจากการดูแลของแม่

พวกมันต้องเรียนรู้ บ่มเพาะ และเข้มแข็งพอที่จะแสวงหาอาณาเขตของตัวเอง นี่คือช่วงเวลาอันยากลำบาก

และเมื่อครอบครองได้ ถึงเวลาจะถูกเบียดออกไปโดยเสือตัวใหม่ที่แข็งแรงกว่า คือเรื่องปกติ

ออกไปอยู่ในที่กันดาร เผชิญกับความยากลำบากอีกครั้ง

ด้วยร่างกายที่อ่อนล้า โรยรา

………………………………

นานมาแล้ว ทุกครั้ง ผมตื่นเต้น หัวใจสั่นไหว เมื่อพบเห็นรอยตีนเสือจากรอยตีน ผมเห็นชีวิตที่เป็นผู้ล่าหมายเลขหนึ่ง เข้มแข็ง ทระนง

ถึงวันนี้ ในป่า รอยตีนเสือยังเป็นสิ่งที่ผมพบเห็นเสมอ

จาก ‘รอย’ ผมเห็นนักล่าผู้อ่อนล้าโรยรา

เดินอยู่เพียงลำพัง

 

Writer & Photographer

Avatar

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

The Cloud X  สารคดีสัญชาติไทย

“ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า”

นี่คือคำพูดเมื่อ 30 ปีที่แล้วของผู้ชายร่างสูงผิวคล้ำที่มักใส่เสื้อเชิ้ตยับๆ สวมแว่นตาหนา รูปร่างหน้าตาธรรมดาไม่ได้สะดุดตาใครๆ นัก เขาจะเริ่มต้นด้วยประโยคนี้ในทุกที่ซึ่งเขามีโอกาสขึ้นไปพูดบนเวที

นอกจากคนที่ไปฟังและเพื่อนๆ ที่รู้จัก ไม่ค่อยมีใครได้ยินประโยคนี้หรอก

“ถ้าจะยิงลูกน้องกู มายิงกูดีกว่า”

นี่เป็นอีกประโยคหนึ่งที่ผู้ชายคนนี้พูด ในคืนวันหนึ่ง ไม่มีใครนอกจากลูกน้อง 3 – 4 คนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นที่ได้ยิน

เสียงตะโกนดังขึ้นและจางหายไปในความมืดมิด

“สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำและสัตว์เลื้อยคลาน นับเป็นกลุ่มสัตว์ป่าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีแหล่งที่อยู่ และแบบแผนการดำรงชีวิตที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง มีทั้งสัตว์ที่อยู่ตามผิวดิน ใต้ผิวดิน และตามต้นไม้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างฉับพลันเพราะการกักเก็บน้ำ ย่อมส่งผลกระทบรุนแรงต่อสัตว์กลุ่มนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น”

เขาพูดข้อความนี้บ่อยและเขียนไว้ในรายงาน ‘งานช่วยเหลือสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี’

บริเวณปากคลองพระแสง

ผืนป่าอุดมสมบูรณ์เปลี่ยนเป็นผืนน้ำกว้างกว่า 165 ตารางกิโลเมตร

ยอดเขากลายเป็นเกาะแก่งกลางทะเลสาบ

ชีวิตมากมายกระเสือกกระสน ดิ้นรน หลบหนี น้ำที่เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว

เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2529 ผู้ชายคนนี้เขียนบันทึกประจำวันไว้บางตอนว่า

“ระดับน้ำเพิ่มขึ้น พื้นดินถูกตัดขาดเป็นเกาะเล็กเกาะน้อย สัตว์ป่าต้องอดอาหาร และแก่งแย่งที่อยู่อันมีจำกัด บางตัวผอมโซ หลายตัวเป็นซากห้อยอยู่ตามกิ่งไม้”

เขาและทีมงานใช้เวลาทั้งสิ้น 2 ปี 4 เดือน กับงานช่วยเหลือสัตว์ป่า พวกเขาช่วยได้ 116 ชนิด 1,364 ตัว ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

มีชีวิตจำนวนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือ

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายร่างสูงสวมแว่นสายตาหนารู้ก็คือ

นี่คือการช่วยเหลือที่ปลายเหตุ

โครงการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น

แต่ดูเหมือนสิ่งที่เขาทำและพูดก็จางหายไปในสายลม

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้งคือแหล่งรวมพืชพรรณและสัตว์จากทุกภูมิภาค สมเสร็จคือตัวอย่างหนึ่ง

ปี พ.ศ. 2530

งานหนักของชายร่างสูงผู้นี้เริ่มต้นอีกครั้ง

โครงการก่อสร้างเขื่อนน้ำโจนในพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรกำลังจะได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลในยุคนั้น

ความขัดแย้งระหว่างผู้ไม่เห็นด้วยและผู้สนับสนุนเริ่มรุนแรง

ชายร่างสูงและเพื่อนๆ ทำงานอย่างหนักติดต่อกัน  เขาตัดสินใจนำข้อมูลการอพยพสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลานมาสรุป วิเคราะห์เพื่อใช้เป็นบทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับการพิจารณาผลกระทบด้านสัตว์ป่า และนำไปมอบให้คณะกรรมการพิจารณาผลกระทบการสร้างเขื่อนน้ำโจน

รายงานชิ้นนี้ทำให้หลายฝ่ายสิ้นข้อสงสัยว่า การสร้างเขื่อนก่อให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์ป่าจริงหรือไม่

“อาจารย์ เราทำได้แล้ว เราทำได้แล้ว”

ชายร่างสูงเดินเข้ามาหา ดร.สุรพล สุดารา แห่งชมรมสภาวะแวดล้อมสยาม

การประชุมอย่างยาวนานเพื่อพิจารณาเรื่องเขื่อนน้ำโจนสิ้นสุด ผลการประชุมให้ชะลอการสร้างออกไปก่อน

เขากอด ดร.สุรพล พูดเสียงสั่นด้วยอารมณ์ที่อัดแน่น

ดร.สุรพล มองหน้าชายร่างสูง ความสำเร็จในการโน้มน้าวให้พิจารณายุติการก่อสร้างเขื่อนน้ำโจน ส่วนหนึ่งมาจากความมุ่งมั่นเอาจริงรวมทั้งข้อมูลของผู้ชายคนนี้

ผู้ชายที่ชื่อ สืบ นาคะเสถียร

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

กระทิง ประชากรส่วนใหญ่ในป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร

ปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ 2540

ฝนลงเม็ดปรอยๆ ขณะผมเลี้ยวรถไปตามเส้นทางแคบๆ ขนาบด้วยกอไผ่ ก่อนถึงลานโล่งหน้าบ้านไม้ชั้นเดียวทาสีฟ้าอ่อนๆ

บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักของหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าหน่วยหนึ่งทางตอนใต้ของป่าห้วยขาแข้ง

มอเตอร์ไซค์เปื้อนโคลน 4 – 5 คันจอดอยู่ ข้างบนชานหน้าบ้านมีคนกลุ่มใหญ่นั่งล้อมวง

พวกเขาชะเง้อมองผมดับเครื่อง ก้าวเท้าลงจากรถ

หลังพูดคุยทักทาย “ขอคุยกันสักชั่วโมงครับพี่ เดี๋ยวค่อยไป” ชายหนุ่มหัวหน้าหน่วยพูด

ผมรับแก้วน้ำที่ชายคนหนึ่งส่งมาให้ ครึ่งนั่งครึ่งนอนหลังพิงฝาบ้าน มองไปที่คนกลุ่มนี้

นอกจาก ฟื้น ฤทธินาลา ที่คุ้นเคยกับผมดี เขาช่วยงานผมบ่อย อายุต้น 40 ทำให้เขาอาวุโสที่สุด คนอื่นคือชายหนุ่มวัย 20 ต้นๆ

เสียงรายงานหัวหน้าถึงการเดินลาดตระเวณด้วยแววตากระตือรือร้น

“10 ปีแล้วนะครับ เร็วจังเลย”  ฟื้นพูดเบาๆ กับผม

1 กันยายน พ.ศ. 2533  ฟื้นทำหน้าที่เป็นยามอยู่ในสำนักงานเขตรักษาพันธุสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ราวรุ่งสาง เขาได้ยินเสียงปืนนัดหนึ่ง

ช่วงสายๆ เขาถึงรู้ว่านั่นคือเสียงปืนที่นำพา ‘ชีวิต’ หัวหน้าสืบของเขาไป

สืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งกระทำอัตวินิบาตกรรม

ดูคล้ายกับว่าจะเป็นเสียงปืนที่ดังกึกก้อง

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

ควายป่า การสำรวจพบควายป่าที่ใกล้สูญพันธ์ ทำให้ป่าห้วยขาแข้งได้รับการประกาศให้เป็น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

เขาตั้งใจมาเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

ป่าที่ดูแลกว้างใหญ่ และปัญหาที่พบก็ใหญ่และซับซ้อนตาม

ปี พ.ศ. 2532 สภาพป่าที่มีพื้นที่ 1ล้าน 6 แสนกว่าไร่ มีข้าราชการ 12 คน พิทักษ์ป่า 30 คน ลูกจ้าง คนงานชั่วคราว 120 คน

และงบประมาณเพื่อดูแลป่าแห่งนี้ คือไร่ละ 80 สตางค์ต่อปี

วันนี้เราจะเดินทางไปที่สำนักงานเขต พรุ่งนี้จะมีงานทำบุญเพื่อรำลึกถึงหัวหน้าสืบ

10 ปีแล้วที่งานทำบุญเป็นไปอย่างง่ายๆ แต่ดูเหมือนว่าในแต่ละปีจะมีคนมาร่วมมากขึ้น

บนกองเป้มีปืนลูกซอง 5 นัดวางอยู่ สายสะพายมีรอยปะชุน

10 ปีก่อน สภาพคนงานและการทำงานในป่าไม่เปลี่ยนไปนัก

ยากลำบาก ขาดแคลน อาวุธด้อยกว่าคนล่าสัตว์

แต่น้ำเสียงและแววตากระตือรือร้นที่ชายหนุ่มเหล่านี้กำลังรายงานกับหัวหน้า

ผมสัมผัสได้ว่าพวกเขามีสิ่งหนึ่ง

สิ่งซึ่งงบประมาณมหาศาลจัดซื้อหามาไม่ได้

นั่นคือ จิตใจอันมุ่งมั่นและภาคภูมิใจในงานของพวกเขา

สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะเสียงจากปืนนัดหนึ่ง

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

นกยูงไทย

“ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า”

ถึงวันนี้ ปี พ.ศ. 2560  ผู้ชายร่างสูงผิวคล้ำจากไปแล้ว 27 ปี

นี่คือประโยคที่คนจำนวนมากได้ยิน

เช่นเดียวกับประโยคที่เขาตะโกนว่า

“ถ้าจะยิงลูกน้องกู มายิงกูดีกว่า”

ความตั้งใจของเขาคือ อยากบอกให้โลกได้รับรู้ว่าเหล่าสัตว์ป่า รวมถึงคนผู้ทำหน้าที่ปกป้องดูแลแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า ต้องพบกับปัญหาอันซับซ้อนเพียงไร จากที่เคยพูดมาตลอดและไม่มีใครได้ยิน

เขารู้วิธีที่จะให้คนฟัง

เลือกกระทำ

และวิธีที่เขาเลือกได้ผล

Writer & Photographer

Avatar

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load