7 พฤศจิกายน 2560
6 K
The Cloud x สารคดีสัญชาติไทย

 

ทำงานอยู่ในป่ามาระยะเวลาหนึ่ง

การได้พบเห็นหรือได้บันทึกภาพสัตว์ป่าตัวที่อยากพบอยากเห็น ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไรนัก

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะพบเห็นครั้งใด

หัวใจผมยังสั่นไหว ตื่นเต้น และต้องทรุดตัวลงนั่งเพื่อบันทึกภาพทุกครั้ง

สิ่งนั้นคือ รอยตีนเสือ

โดยเฉพาะเมื่อเป็นรอยตีนของเสือโคร่ง ซึ่งหากว่าตามศักดิ์ศรีแล้ว นี่คือผู้ล่าหมายเลขหนึ่ง

ในประเทศหรือพูดได้ว่าในโลกที่แหล่งอาศัยสำหรับสัตว์ป่าเหลือไม่มาก

การได้พบเห็นเหล่านักล่าไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ได้เห็นรอยตีน ทิศทางที่มุ่งหน้าไป รวมทั้งร่องรอยการทำงานและซากที่เหลือ

ทำให้รู้ว่า ในป่ายังมีเสือ

………………………………

รอยตีนที่พบบ้างมีขนาดย่อมๆ บ้างขนาดเล็ก หลายครั้งผมพบรอยขนาดใหญ่อันชวนให้จินตนาการได้ไม่ยากว่าเจ้าของรอยจะตัวโตเพียงใด

รอยตีนแตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทุกครั้งผมจะพบรอยตีนนั้นเดินเพียงลำพัง

อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะดูเหมือนความโดดเดี่ยวคล้ายเป็นคุณสมบัติประการหนึ่งของเสือ

นอกจากรอยตีน โอกาสที่จะพบเห็นร่องรอยอื่นๆ ของเสือก็มี เช่น รอยคุ้ยบนพื้น รอยตะกุยตามลำต้นไม้

ภายในอาณาเขตที่เสือครอบครอง มันคือพื้นที่หวงห้ามสำหรับเสือตัวอื่น

ร่องรอยต่างๆ เหล่านี้คือ ป้ายบอกเตือน เขตแดน

เสือโคร่ง

เสือโคร่งใช้การซุ่มรอคอยนิ่งๆ ในการล่า

การล้ำเขตแดนเป็นเรื่องไม่สมควร

ซึ่งแน่ล่ะ เจ้าของถิ่นนี้ย่อมไม่ไปล้ำแดนผู้อื่นเช่นกัน

แต่บางครั้ง การเผชิญหน้าอาจเลี่ยงไม่พ้น การแผดเสียงขู่คำรามเกิดขึ้น

ในท้ายที่สุด ตัวที่รู้ว่าด้อยกว่าจะยอมถอยและหลีกเลี่ยงไป

มองเผินๆ นี่ดูจะเป็นความพ่ายแพ้อันน่าอับอาย

แต่เหตุผลอันแท้จริงนั้นคือ เหล่านักล่าอันดับหนึ่งผู้ซึ่งร่างกายได้รับการออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพมากในการต่อสู้ รวมถึงการฆ่าอย่างเชี่ยวชาญ จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้เสมอ

การต่อสู้อันจะทำให้เกิดบาดแผล แม้เพียงน้อยนิด บาดแผลเล็กๆ จะถูกแมลงวันเข้ารุมตอม วางไข่ เกิดหนอน ลุกลาม จนกระทั่งการล่ามีปัญหา นั่นหมายถึงจุดจบ

เสือนั้น พวกมันมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการล่าที่ประสบผลสำเร็จ

………………………………

ไม่เพียงคุ้นชินและอยู่ในอาณาเขตของตัวเอง ในช่วงเวลาปกติ เสือมีชีวิตที่รักสงบ แต่ขณะล่าด้วยร่างกายและทักษะเป็นเลิศ ท่าทีรักสงบเปลี่ยนแปลงเป็นท่วงท่าอันสุดอันตราย

สีขนและลวดลายตามลำตัวกลมกลืนเข้ากับสภาพแวดล้อมอยู่นิ่งๆ ยากที่สายตาอื่นจะมองเห็น

เย็นวันหนึ่ง ขณะฝนโปรยเม็ด ควายป่าฝูงหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากซุ้มบังไพรที่ผมอยู่มาตั้งแต่รุ่งสาง ต่างลุกขึ้นยืน เงยหน้า สูดกลิ่น

ควายป่า

ควายป่าเป็นเหยื่อเสือโคร่งเช่นกัน

ลูกควายตัวเล็กถูกแม่และพี่เลี้ยงเอาตัวเข้ามายืนตรงกลาง ขณะควายตัวโตๆ อีกหลายตัวยืนเรียงเป็นแถวหน้ากระดานป้องกันไว้อีกชั้นหนึ่ง

จากนั้น ราวครึ่งชั่วโมง เสือโคร่งตัวหนึ่งโผล่ออกมา

หลังจากซุ่มรออยู่นาน มันก็รู้ว่า ควายป่าฝูงนี้รู้ตัวและพร้อมป้องกันอย่างเข้มแข็ง

เดินเลี่ยงออกไปเพื่อหาโอกาสใหม่ จึงเป็นสิ่งที่เสือตัวนั้นเลือก    

………………………………

สมถะ

คำคำนี้ใช้เรียกคุณสมบัติของเสือได้อย่างเหมาะสม

ในป่า โดยศักดิ์ศรีเสือเป็นนักล่าหมายเลขหนึ่ง แต่การล่าของเสือเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เมื่อล่าเหยื่อได้ มันจะใช้ซากอย่างคุ้มค่า กระทั่งเหลือเพียงเศษหนังแห้งๆ และกระดูกท่อนโตๆ

ผู้ล่าที่ทำงานรวดเร็ว รวมทั้งการล่าเกิดขึ้นบ่อย คือนักล่าอย่างหมาใน

หมาใน

หมาในเป็นนักล่าที่ทำงานได้ผล พวกมัน ใช้การวิ่งไล่ล่าและเข้าล้อมเหยื่อ

ไม่เพียงเสือโคร่ง ในป่ายังมียอดนักล่าอย่างเสือดาว อันมีขนาดย่อมลงมา

พวกมันอยู่ร่วมในพื้นที่เดียวกันได้

เพราะเหยื่อของเสือดาวเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่า

เสือดาวมีหางยาว นั่นหมายความว่า พวกมันขึ้นหรือปีนต้นไม้ได้คล่องแคล่วโดยใช้หางช่วยประคองถ่วงน้ำหนัก ขณะเดินไต่ไปตามกิ่งไม้ได้ดี

ช่วงเช้าของวันกลางฤดูฝนวันหนึ่ง ผมพบเสือดาวตัวหนึ่งนอนไล่งับผีเสื้อ สกุลผีเสื้อเจ้าเณร สีเหลือง ตัวเล็กๆ

เสือดาว

ลวดลายบนตัวเสือดาวกลมกลืนกับที่มันอยู่

เสือนอนอยู่บนด่านที่ผมกำลังเดิน

มันเปิดโอกาสให้ผมอยู้ใกล้ๆ ให้ผมได้เห็นความเป็นชีวิตปกติของมัน ที่ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาทำงาน

การพบเจอกันในวันนั้นเป็นเหตุการณ์ที่ผมนำมาเขียนถึงบ่อยๆ

รวมทั้ง ‘ได้คิด’ หลายอย่าง

ประการหนึ่งคล้ายเสือจะสอนให้เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องยากนักที่จะก้าวให้พ้นกรงที่กักขังตัวเอง

ประตูทางออกย่อมไม่ใช่ที่ลี้ลับ

เพราะมันเป็น ‘กรง’ ที่เราสร้างขึ้นมาเอง

วันนั้น ผมถ่ายภาพเสือเล่นกับผีเสื้อมาจำนวนหนึ่ง ไม่ใช่งานที่ดีเลย เพราะไม่มีสักภาพที่มีผีเสื้ออยู่ด้วย

ที่ผมทำได้ มีเพียงเสือดาวตัวหนึ่งเงยหน้าอวดเขี้ยวแหลมยาว ครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่เพียงลำพัง

เป็น ‘ภาพ’ ปกติที่คนจะมองเห็นเสือ

กรอบภาพแคบเกินไป

แคบเกินกว่าจะเห็นตามสายตาของเสือว่า คือผีเสื้อสีเหลืองตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง

กำลังโบยบิน

………………………………

ผมมีโอกาสได้ใกล้ชิดเสือมากยิ่งขึ้น ครั้งที่ร่วมงานกับโครงการศึกษานิเวศวิทยาของเสือโคร่ง ในสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ

ไม่เพียงใกล้ชิดขนาดได้สัมผัสลวดลาย ขนที่พรางได้ดีกับสภาพแวดล้อมก็อ่อนนุ่ม

ได้จับอุ้งตีนที่ผมเคยเห็นรอยที่ตีนนี้เหยียบย่ำไว้

โอบกอด รวมทั้งจูบหน้าผาก สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ผมไม่คาดว่านักล่าหมายเลขหนึ่งจะมีกลิ่นหอมแบบนี้

แน่นอน ผมทำเช่นนี้ได้ ในขณะที่เสือกำลังหลับเพราะฤทธิ์ยาสลบ

ก่อนที่มันจะฟื้นก่อนที่โลกแห่งความเป็นจริง

ระหว่างเรา จะกลับมา

ผมได้ ‘รู้จัก’ ความเป็นเสือมากยิ่งขึ้น

กวางป่า

กวางตัวผู้โตเต็มวัยคือเหยื่อของเสือโคร่ง

ผมได้พบกับชีวิตหนึ่งที่เหมือนๆ กับชีวิตอื่นๆ ซึ่งมีหน้าที่และทำหน้าที่ของพวกมันอย่างเคร่งครัด

ได้รู้ถึงความยากลำบาก ในช่วงเวลาที่เสือต้องพ้นออกจากการดูแลของแม่

พวกมันต้องเรียนรู้ บ่มเพาะ และเข้มแข็งพอที่จะแสวงหาอาณาเขตของตัวเอง นี่คือช่วงเวลาอันยากลำบาก

และเมื่อครอบครองได้ ถึงเวลาจะถูกเบียดออกไปโดยเสือตัวใหม่ที่แข็งแรงกว่า คือเรื่องปกติ

ออกไปอยู่ในที่กันดาร เผชิญกับความยากลำบากอีกครั้ง

ด้วยร่างกายที่อ่อนล้า โรยรา

………………………………

นานมาแล้ว ทุกครั้ง ผมตื่นเต้น หัวใจสั่นไหว เมื่อพบเห็นรอยตีนเสือจากรอยตีน ผมเห็นชีวิตที่เป็นผู้ล่าหมายเลขหนึ่ง เข้มแข็ง ทระนง

ถึงวันนี้ ในป่า รอยตีนเสือยังเป็นสิ่งที่ผมพบเห็นเสมอ

จาก ‘รอย’ ผมเห็นนักล่าผู้อ่อนล้าโรยรา

เดินอยู่เพียงลำพัง

 

Writer & Photographer

Avatar

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

ช่วงเดือนที่ผ่านมา ผู้คนทั่วโลกต่างตื่นตะลึงกับภาพภาพหนึ่งในโลกโซเชียล เมื่อได้เห็นภาพของเสือดาวหิมะตัวหนึ่งเดินลุยหิมะ และมีฉากหลังเป็นยอดเขาสูงชันที่ขาวโพลนไปด้วยหิมะ ของช่างภาพหญิงคนหนึ่งที่เธอเขียนเล่าประสบการณ์อันยากลำบากว่า ต้องเดินฝ่าหิมะไปนับร้อยกิโลเมตรกว่าจะได้ภาพนี้มา

ผ่านไปไม่ถึงเดือน Alpine International ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ใหญ่เกี่ยวกับการปีนเขาจากฝรั่งเศส ได้ตีพิมพ์บทความหนึ่งที่กล่าวถึงภาพที่กลายเป็นไวรัลแชร์กันไปทั่วโลกนี้ว่า ภาพนี้ไม่ใช่ของจริง มีการสัมภาษณ์ช่างภาพธรรมชาติที่มีชื่อเสียงหลายคนซึ่งมีประสบการณ์ในการเดินทางบันทึกภาพเสือดาวหิมะ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ คน และขอภาพจากไฟล์ต้นฉบับจากเจ้าตัวเพื่อมายืนยัน (แต่เจ้าตัวไม่ได้ส่งไฟล์ต้นฉบับมาให้)

ผลสรุปที่ค่อนข้างจะออกมาตรงกันก็คือ ภาพที่ทำให้ผู้คนตื่นเต้นกันไปทั่วโลกนั้นอาจไม่ใช่ภาพจริงที่บันทึกภาพมา แต่อาจเป็นการตัดต่อนำหลาย ๆ ภาพของหลาย ๆ คนมาประกอบกัน ช่างภาพสัตว์ป่าหลายคนออกมาบอกว่า แม้ว่าเสือดาวหิมะจะได้ชื่อว่า เสือดาวหิมะ แต่มันมักอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เป็นหิน ไม่มีหิมะปกคลุมมากเท่าไร ในพื้นที่ระดับต่ำลงมาจากยอดเขา เพราะว่าถ้ามันขึ้นไปอยู่สูงขนาดนั้น จะไม่มีเหยื่อให้ล่าเป็นอาหาร การที่มันจะขึ้นไปปรากฏตัวในบริเวณใกล้ยอดเขาจึงดูไม่ค่อยมีเหตุผลสักเท่าไร ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการถ่ายภาพ Landscape ออกมาบอกว่า ยอดเขาในภาพนั้นมีการตัดต่อยอดด้านข้าง ๆ ออกไปและนำไปแปะกับภาพอื่น

สิ่งที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ ภาพชุดนี้ได้รับรางวัลจากการประกวดภาพหลายรายการ และทำรายได้จากการขาย Original Print ไปไม่น้อย คำถามที่เกิดขึ้นก็มาจากหลายสำนัก บางกลุ่มก็จะบอกว่าแล้วไง ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็แต่งภาพกันทั้งนั้น ในขณะที่บางสำนักออกมายืนยันถึงสัจจะของภาพถ่าย โดยเฉพาะคุณค่าในการบันทึกภาพของภาพ Wildlife ที่ไม่ต่างไปจากในแวดวง Journalist และคำถามบางส่วนยังนำไปถึงว่า เธอคนนั้นที่เป็นช่างภาพสัตว์ป่านั้น มีตัวตนจริง ๆ อยู่ในโลกใบนี้หรือเปล่า หรือเป็นแค่ภาพที่อวตารมาในโลกโซเชียล ซึ่งอาจจะเป็นเพียงตัวตนใน Metaverse เมื่อมีผู้ค้นพบว่าแม้กระทั่งภาพ Profile ก็ยังมีการตัดต่อภาพเข้าไปกับฉากหลังของเทือกเขาหิมะ…

แน่นอนที่สุดว่าการถ่ายภาพนั้นได้นำไปปรับใช้ในหลาย ๆ วงการ ไม่เพียงเฉพาะในแง่มุมของศิลปะหรือการประกวดภาพเพียงอย่างเดียว จากปรากฏการณ์ที่ผ่านมานี้ ทำให้ผู้คนเริ่มเข้าใจชัดเจนมากขึ้นถึงคุณค่าของภาพถ่ายในเชิง Natural History หรือภาพถ่าย Wildlife กับการถ่ายภาพในเชิงศิลปะ ว่าสิ่งที่แตกต่างกันในเชิงคุณค่าของภาพแต่ละภาพนั้นก็คือ Document ที่ภาพนั้นได้บันทึกมา ไม่ใช่แค่ประเด็นความงามที่เกิดขึ้นมาจากการแต่งแต้มเอาอะไรเข้าไปมากมาย เพียงเพื่อจัดให้เกิดเป็นองค์ประกอบภาพที่ลงตัวมากที่สุดเท่านั้น

ดราม่าการรีทัชภาพสัตว์ป่า คำถามถึงคุณค่าที่แท้จริง ความสมบูรณ์แบบ และการปรับภาพถ่าย

ภาพของวาฬเพชรฆาต หรือ Killer Whale (Orcinus Orca) ภาพนี้เป็นภาพที่ไม่คม ไม่ชัด และไม่สวย เพราะข้อจำกัดของอุปกรณ์เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ซึ่งต้องใช้ฟิล์มบันทึกภาพ แต่เป็นภาพที่มีคุณค่าในเชิง Document ชิ้นหนึ่ง เพราะผมบันทึกภาพมาจากบริเวณนอกกองหินริเชลิว ที่อยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งเป็นการบันทึกภาพวาฬชนิดนี้จากใต้น้ำครั้งแรกในประเทศไทย ราว ๆ พ.ศ. 2540 วาฬเพชรฆาตในกลุ่มนี้ไม่ได้พลัดหลงมา แต่เป็นกลุ่มที่เดินทางร่อนเร่อยู่ในทะเลเปิด มีสถิติการพบเห็นในน่านน้ำเขตร้อนอยู่เสมอ ทั้งในมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ราว 4 – 5 ปีถึงจะมีรายงานพบเห็นเข้ามาในน่านน้ำไทยสักครั้ง

เรื่องราวของสัจจะในภาพถ่ายก็เป็นที่ถกเถียงกันมาเนิ่นนานว่า อะไรคือจริงหรือลวง และเราปรับแต่งแก้ไขภาพถ่ายได้แค่ไหน แน่นอนที่สุด ในยุคสมัยที่ช่างภาพแทบทุกคนในโลก รวมถึงผู้คนที่ถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลหรือโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่ย่อมอยากให้ภาพของตนนั้นดูโดดเด่นขึ้นมาจากข้อมูลที่ท่วมท้น ในโลกที่ถูกจำกัดการมองเห็นได้ในชั่วพริบตา ก่อนที่เราจะสไลด์ภาพผ่านจอมือถือไป

ภาพที่ดูโดดเด่นน่าสนใจมักจะได้นิ้วโป้งสีฟ้าหรือหัวใจสีแดง และถูกแชร์ ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการเปิดของระบบอัลกอริทึมอย่างท่วมท้นในเวลาเพียงไม่กี่วัน อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของช่างภาพหรือคนคนหนึ่งไปชั่วเวลาเพียงข้ามคืน รายได้ต่าง ๆ รวมทั้งชื่อเสียงและผลประโยชน์มากมายที่จะกลับคืนมาสู่เจ้าตัวนั้นอาจมากมายเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด เรื่องของสัจจะในภาพถ่ายจึงเป็นเรื่องที่หลาย คนตั้งใจมองข้ามไป จนกระทั่งมีคนจับโป๊ะได้ว่าภาพที่เห็นนั้นแทบไม่มีความจริงอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังเลย

ดราม่าการรีทัชภาพสัตว์ป่า คำถามถึงคุณค่าที่แท้จริง ความสมบูรณ์แบบ และการปรับภาพถ่าย

ภาพของฉลามเสือดาวหรือ Zebra Shark (Stegostoma tigrinum) ขณะกำลังจับคู่เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ ในห้วงของความลึกในบริเวณกองหินนอกเกาะตาชัย ผมบันทึกมาเมื่อ 20 กว่าปีก่อน นั่นเป็นหนึ่งในช่วงเวลาพิเศษของธรรมชาติที่เราต้องใช้เวลาและโอกาสให้ไปอยู่ตรงนั้นถูกที่ ถูกเวลา เราจะได้เห็นและสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในชั่วพริบตา และสิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ เรากะเกณฑ์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ว่ามันจะเกิดขึ้นที่ใดและเวลาไหน

ในยุคสมัยของกล้องฟิล์ม ช่างภาพส่วนใหญ่ถ่ายภาพด้วยฟิล์มสไลด์ ภาพส่วนใหญ่นั้นจบลงที่การบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าในขณะนั้น ก่อนฟิล์มจะถูกส่งไปล้างที่แล็บ และปรากฏให้เห็นเป็นภาพสไลด์ขึ้นมา ต้องใช้ทักษะและการเรียนรู้ในเบื้องต้นในการควบคุมกล้องในระดับหนึ่ง เพราะว่าฟิล์มสไลด์หรือ Color Reversal Film นั้นเป็นฟิล์มที่มี Lattitude ค่อนข้างแคบ และบันทึกภาพออกมาค่อนข้างตรงไปตรงมา สัมพันธ์กับการตั้งค่าในการเปิดรับแสงของช่างภาพคนนั้น 

ภาพที่ออกมา ไม่ว่าจะมืดเกินไป สว่างเกินไป บันทึกมาอย่างไรก็ได้ภาพเช่นนั้น การปรับแต่งภาพในฟิล์มสไลด์เรียกว่าแทบทำไม่ได้เลย นอกจากการสแกนจากฟิล์มสไลด์ให้มาเป็นไฟล์ดิจิทัลก่อนปรับแต่งภาพ หรือในยุคก่อนที่จะมีสแกนเนอร์ มีกรรมวิธีวุ่นวายไม่เหมือนกับฟิล์มเนกาตีฟสีหรือขาวดำที่ควบคุมหลาย ๆ อย่างในขั้นตอนการอัดภาพในห้องมืดได้ 

และที่สำคัญคือ เรายังมีภาพต้นฉบับไว้เพื่อยืนยันถึงสิ่งที่บันทึกมา ฟิล์มสไลด์สีจึงเป็นอุปกรณ์ที่ในวงการสำนักข่าวและนิตยสารใช้มาอย่างแพร่หลายตั้งแต่ยุค 60 มาจนถึงต้นยุค 2000 ก่อนถูกแทนที่ด้วยระบบกล้องดิจิทัล

ดราม่าการรีทัชภาพสัตว์ป่า คำถามถึงคุณค่าที่แท้จริง ความสมบูรณ์แบบ และการปรับภาพถ่าย

สิงโตทะเลกาลาปากอสในขณว่ายแหวกเข้าไปอยู่ท่ามกลางฝูงปลา Selemas Porgy นับพันนับหมื่นตัว ผมบันทึกภาพมาจากเกาะกาลาปากอสในปี 2006 แม้ว่าจะเดินทางกลับไปกาลาปากอสอีก 2 – 3 ครั้ง แต่ผมก็ไม่ได้พบเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้อีกเลย

การเปลี่ยนอุปกรณ์จากกล้องฟิล์มมาเป็นกล้องดิจิทัล ไม่ใช่เหตุผลหลักเพียงอย่างเดียวที่ทำให้สัจจะของภาพนั้นเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยบางอย่างมีส่วนช่วยเร่งให้การรับรู้ของเราเปลี่ยนแปลงค่านิยมบางอย่างไปเช่นกัน สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้อย่างหนึ่งก็คือ ภาพจากกล้องดิจิทัลแทบทุกภาพต้องผ่านกระบวนการ ผ่านโปรแกรมต่าง ๆ และต้องปรับแต่งภาพเพื่อชดเชยข้อด้อยบางอย่าง กล้องดิจิทัลในยุคแรกยังมีข้อจำกัดบางประการที่ยังบันทึกภาพมาได้ไม่ดีนัก และเมื่อศาสตร์ของการแก้ไขข้อบกพร่องในการบันทึกภาพนั้นพัฒนาขึ้น ก็กลายเป็นอีกศาสตร์ที่ง่ายต่อการบิดเบือนสัจจะในภาพถ่าย 

ภาพบางภาพ เราดูแล้วเหมือนมีพระอาทิตย์อยู่มากกว่าหนึ่งดวงบนโลก ภาพของดารา นางแบบ ในหน้าปกนิตยสารที่ปรับแต่งรีทัชเพื่อให้ดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ กลายมาเป็นบรรทัดฐานของแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในการแต่งภาพหน้าใสในโทรศัพท์มือถือ และกลายมาเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการบันทึกภาพของใน Metaverse ทุกวันนี้ เราต่างรับรู้ว่าไม่มีอะไรจริงแท้ในภาพถ่าย 

คำว่าสวยหน้าสดนั้นดูเหมือนไม่มีอยู่จริง คำว่าเผลอ ๆ เป็นแค่ท่าหนึ่งในการโพสท่า และแคนดิดนั้นบางทีก็ถ่ายมาด้วยตากล้องมืออาชีพที่จ้างให้เดินตามถ่ายอย่างจงใจ เมื่อแทบทุกคนบนโลกนี้รู้สึกว่าตนเองเป็นดารา อยู่บนจอเล็ก ๆ ที่มีแชนแนลของตนเองอย่างเท่าเทียมกัน

สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่า ไม่ใช่เรื่องการปรับแต่งภาพโดยใช้แอปฯ หรือโปรแกรมต่าง ๆ หากคือความจริงที่เลื่อนไหลไปตามบรรทัดฐานของสังคมมากกว่า แน่นอนที่สุดในยุคสมัยฟิล์มก็มีเหตุการณ์หลาย อย่างที่เคยอุบัติขึ้นมาจากการบิดเบือนปรับแต่งภาพโดยใช้ภาพถ่าย แต่ทุกวันนี้ทุกคนเข้าถึงกระบวนการในการบิดเบือนง่าย ๆ เพียงแค่ 2 คลิกเพียงเท่านั้น

ทุกวันนี้ในวงการข่าว สำนักข่าวต่าง ๆ เริ่มปรับให้ช่างภาพถ่ายภาพโดยใช้ไฟล์ในสกุล Jpeg เพียงอย่างเดียว ห้ามถ่ายภาพต้นฉบับจากไฟล์ Raw แล้วนำมาปรับภาพในโปรแกรม แต่ให้ส่งไฟล์ภาพ Jpeg จากหลังกล้องที่ช่างภาพบันทึกภาพมาโดยตรง เพราะสิ่งที่สำนักข่าวถือเป็นหลักในการทำงานก็คือความรวดเร็วและความเที่ยงตรง อย่างน้อยที่สุดภาพนั้นก็ถูกบันทึกภาพมาแบบนั้นผ่านสายตาของช่างภาพ และบันทึกลงมาในไฟล์ภาพนั้นจริง ๆ

แน่นอนที่สุดในวงการโฆษณา แฟชั่น หรือแม้กระทั่งภาพถ่ายศิลปะนั้น เรื่องของความงาม ความสมบูรณ์แบบ (แม้กระทั่งความไม่สมบูรณ์แบบ) ที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ ช่างภาพ หรือศิลปินต้องการสื่อออกมา ย่อมสำคัญมากไปกว่าข้อเท็จจริงที่บันทึกมา

ในขณะที่งานบางอย่างไม่ว่าจะเป็นงาน Wildlife หรือ Natural History คุณค่าของมันยังคงอยู่ที่ Document ในภาพซึ่งบันทึกมาอย่างตรงไปตรงมา 

ดราม่าการรีทัชภาพสัตว์ป่า คำถามถึงคุณค่าที่แท้จริง ความสมบูรณ์แบบ และการปรับภาพถ่าย

นุ-ภานุพงศ์ นรเศรษฐกมล ช่างภาพใต้น้ำชาวไทยอีกคนที่มีผลงานน่าตื่นตาตื่นใจเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ขณะกำลัง Free Dive ลงไปเพื่อบันทึกภาพท่ามกลางฝูงปลากระเบนราหูหรือ Manta Ray ในบริเวณอ่าว Hanifaru ในมัลดีฟส์ เขาใช้เวลานับสิบวันเฝ้ารอให้เกิดปรากฏการณ์ที่พิเศษเช่นนี้ให้เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงเพื่อแค่จะได้บันทึกภาพอันสวยงาม

ปีนี้เป็นปีที่สำคัญปีหนึ่งในแวดวงของ Wildlife Photographer ชาวไทย เมื่อมีเด็กไทย 2 คนได้รับรางวัลชนะเลิศและดีเด่นในประเภทเยาวชน จาก WPY หรือ Wildlife Photographer of the Year จัดขึ้นโดย Natural History Museum ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งนับเป็นการประกวดภาพถ่ายสัตว์ป่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกรายการหนึ่ง ถ้าจะเปรียบให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเป็นเสมือนรางวัลออสการ์ของการถ่ายภาพ Wildlife 

สิ่งที่สำคัญมากไปกว่าภาพที่งดงาม คือความน่าเชื่อถือในข้อมูลของภาพถ่ายนั้น ๆ กำแพงที่ปิดกั้นช่างภาพชาวเอเชียกับการยอมรับของชนชาติตะวันตกมาเนิ่นนานได้ถูกทำลายลงไปแล้ว ด้วยผลงานจากเด็กไทย 2 คนที่ก้าวข้ามความลังเลและสงสัย ไปสู่การยอมรับในระดับสากลได้

ดราม่าการรีทัชภาพถ่ายสัตว์ป่าที่ได้รางวัลใหญ่ คุณค่าที่แท้จริงของภาพ การแต่งภาพ การเปลี่ยนฟิล์มสไลด์สู่ดิจิทัล

บางทีคุณค่าของการถ่ายภาพ Wildlife อาจไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไกลสุดขอบโลกเพื่อบันทึกภาพหรือเรื่องราวที่ไม่เคยมีคนบันทึกภาพมาก่อน หรือสถานที่ที่ผู้คนแห่กันไปถ่ายภาพ เพื่อจะได้ผลลัพธ์ของภาพที่คาดเดาได้ออกมาคล้าย ๆ กัน สถานที่นั้นอาจเป็นแค่บึงน้ำข้างบ้าน และภาพพฤติกรรมของปลาช่อนในขณะเฝ้าดักรอเหยื่ออยู่ใต้กอบัวอันรกร้าง ในพื้นที่ธรรมชาติอันพิสุทธิ์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเราก็ได้ เพราะว่าทุกที่มีเรื่องราวและระบบนิเวศที่น่าสนใจอยู่ทั่วโลก

เมื่อ 30 ปีก่อน ผมกับช่างภาพสัตว์ป่ารุ่นพี่ก็เคยสงสัยและตั้งคำถามว่า ทำไมนิตยสารชั้นนำของโลกอย่าง National Geographic ถึงต้องส่งช่างภาพเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาบันทึกภาพในที่ต่าง ๆ รวมทั้งในประเทศไทย เพราะว่าช่างภาพในเมืองไทยมีความสามารถไม่พอ หรือว่าประเด็นความน่าเชื่อถือในข้อมูลและความถูกต้องในการบันทึกภาพ อาจจะสำคัญไปกว่าความงามของภาพนั้น ๆ ก็เป็นได้

ตัวอย่างที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ การถ่ายภาพ Wildlife เริ่มเป็นที่นิยมมากในประเทศจีน แต่สิ่งที่เราสังเกตเห็นคือในการประกวดภาพของ WPY แทบจะไม่มีผลงานของช่างภาพชาวจีนปรากฏให้เห็น ซึ่งอาจเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า สำหรับงาน Wildlife และ Natural History นั้น ความน่าเชื่อถือในข้อมูลที่ถูกบันทึกมานั้น อาจสำคัญไปกว่าความงามที่ได้มาจากข้อเท็จจริงอันลางเลือน

Writer & Photographer

Avatar

นัท สุมนเตมีย์

ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพที่เรียกได้ว่าคนแรกๆ ของประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพและนักเขียนให้กับนิตยสาร อ.ส.ท. และ อีกหลากหลายนิตยสารทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันนอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว นัท ยังถ่ายภาพยนต์สารคดีใต้ท้องทะเล และบันทึกภาพทางอากาศให้กับทีมงานสารคดีหลายทีม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load