7 Nov 2017
4 PAGES
243
The Cloud x สารคดีสัญชาติไทย

 

ทำงานอยู่ในป่ามาระยะเวลาหนึ่ง

การได้พบเห็นหรือได้บันทึกภาพสัตว์ป่าตัวที่อยากพบอยากเห็น ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไรนัก

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะพบเห็นครั้งใด

หัวใจผมยังสั่นไหว ตื่นเต้น และต้องทรุดตัวลงนั่งเพื่อบันทึกภาพทุกครั้ง

สิ่งนั้นคือ รอยตีนเสือ

โดยเฉพาะเมื่อเป็นรอยตีนของเสือโคร่ง ซึ่งหากว่าตามศักดิ์ศรีแล้ว นี่คือผู้ล่าหมายเลขหนึ่ง

ในประเทศหรือพูดได้ว่าในโลกที่แหล่งอาศัยสำหรับสัตว์ป่าเหลือไม่มาก

การได้พบเห็นเหล่านักล่าไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ได้เห็นรอยตีน ทิศทางที่มุ่งหน้าไป รวมทั้งร่องรอยการทำงานและซากที่เหลือ

ทำให้รู้ว่า ในป่ายังมีเสือ

………………………………

รอยตีนที่พบบ้างมีขนาดย่อมๆ บ้างขนาดเล็ก หลายครั้งผมพบรอยขนาดใหญ่อันชวนให้จินตนาการได้ไม่ยากว่าเจ้าของรอยจะตัวโตเพียงใด

รอยตีนแตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทุกครั้งผมจะพบรอยตีนนั้นเดินเพียงลำพัง

อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะดูเหมือนความโดดเดี่ยวคล้ายเป็นคุณสมบัติประการหนึ่งของเสือ

นอกจากรอยตีน โอกาสที่จะพบเห็นร่องรอยอื่นๆ ของเสือก็มี เช่น รอยคุ้ยบนพื้น รอยตะกุยตามลำต้นไม้

ภายในอาณาเขตที่เสือครอบครอง มันคือพื้นที่หวงห้ามสำหรับเสือตัวอื่น

ร่องรอยต่างๆ เหล่านี้คือ ป้ายบอกเตือน เขตแดน

เสือโคร่ง

เสือโคร่งใช้การซุ่มรอคอยนิ่งๆ ในการล่า

การล้ำเขตแดนเป็นเรื่องไม่สมควร

ซึ่งแน่ล่ะ เจ้าของถิ่นนี้ย่อมไม่ไปล้ำแดนผู้อื่นเช่นกัน

แต่บางครั้ง การเผชิญหน้าอาจเลี่ยงไม่พ้น การแผดเสียงขู่คำรามเกิดขึ้น

ในท้ายที่สุด ตัวที่รู้ว่าด้อยกว่าจะยอมถอยและหลีกเลี่ยงไป

มองเผินๆ นี่ดูจะเป็นความพ่ายแพ้อันน่าอับอาย

แต่เหตุผลอันแท้จริงนั้นคือ เหล่านักล่าอันดับหนึ่งผู้ซึ่งร่างกายได้รับการออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพมากในการต่อสู้ รวมถึงการฆ่าอย่างเชี่ยวชาญ จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้เสมอ

การต่อสู้อันจะทำให้เกิดบาดแผล แม้เพียงน้อยนิด บาดแผลเล็กๆ จะถูกแมลงวันเข้ารุมตอม วางไข่ เกิดหนอน ลุกลาม จนกระทั่งการล่ามีปัญหา นั่นหมายถึงจุดจบ

เสือนั้น พวกมันมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการล่าที่ประสบผลสำเร็จ

………………………………

ไม่เพียงคุ้นชินและอยู่ในอาณาเขตของตัวเอง ในช่วงเวลาปกติ เสือมีชีวิตที่รักสงบ แต่ขณะล่าด้วยร่างกายและทักษะเป็นเลิศ ท่าทีรักสงบเปลี่ยนแปลงเป็นท่วงท่าอันสุดอันตราย

สีขนและลวดลายตามลำตัวกลมกลืนเข้ากับสภาพแวดล้อมอยู่นิ่งๆ ยากที่สายตาอื่นจะมองเห็น

เย็นวันหนึ่ง ขณะฝนโปรยเม็ด ควายป่าฝูงหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากซุ้มบังไพรที่ผมอยู่มาตั้งแต่รุ่งสาง ต่างลุกขึ้นยืน เงยหน้า สูดกลิ่น

ควายป่า

ควายป่าเป็นเหยื่อเสือโคร่งเช่นกัน

ลูกควายตัวเล็กถูกแม่และพี่เลี้ยงเอาตัวเข้ามายืนตรงกลาง ขณะควายตัวโตๆ อีกหลายตัวยืนเรียงเป็นแถวหน้ากระดานป้องกันไว้อีกชั้นหนึ่ง

จากนั้น ราวครึ่งชั่วโมง เสือโคร่งตัวหนึ่งโผล่ออกมา

หลังจากซุ่มรออยู่นาน มันก็รู้ว่า ควายป่าฝูงนี้รู้ตัวและพร้อมป้องกันอย่างเข้มแข็ง

เดินเลี่ยงออกไปเพื่อหาโอกาสใหม่ จึงเป็นสิ่งที่เสือตัวนั้นเลือก    

………………………………

สมถะ

คำคำนี้ใช้เรียกคุณสมบัติของเสือได้อย่างเหมาะสม

ในป่า โดยศักดิ์ศรีเสือเป็นนักล่าหมายเลขหนึ่ง แต่การล่าของเสือเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เมื่อล่าเหยื่อได้ มันจะใช้ซากอย่างคุ้มค่า กระทั่งเหลือเพียงเศษหนังแห้งๆ และกระดูกท่อนโตๆ

ผู้ล่าที่ทำงานรวดเร็ว รวมทั้งการล่าเกิดขึ้นบ่อย คือนักล่าอย่างหมาใน

หมาใน

หมาในเป็นนักล่าที่ทำงานได้ผล พวกมัน ใช้การวิ่งไล่ล่าและเข้าล้อมเหยื่อ

ไม่เพียงเสือโคร่ง ในป่ายังมียอดนักล่าอย่างเสือดาว อันมีขนาดย่อมลงมา

พวกมันอยู่ร่วมในพื้นที่เดียวกันได้

เพราะเหยื่อของเสือดาวเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่า

เสือดาวมีหางยาว นั่นหมายความว่า พวกมันขึ้นหรือปีนต้นไม้ได้คล่องแคล่วโดยใช้หางช่วยประคองถ่วงน้ำหนัก ขณะเดินไต่ไปตามกิ่งไม้ได้ดี

ช่วงเช้าของวันกลางฤดูฝนวันหนึ่ง ผมพบเสือดาวตัวหนึ่งนอนไล่งับผีเสื้อ สกุลผีเสื้อเจ้าเณร สีเหลือง ตัวเล็กๆ

เสือดาว

ลวดลายบนตัวเสือดาวกลมกลืนกับที่มันอยู่

เสือนอนอยู่บนด่านที่ผมกำลังเดิน

มันเปิดโอกาสให้ผมอยู้ใกล้ๆ ให้ผมได้เห็นความเป็นชีวิตปกติของมัน ที่ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาทำงาน

การพบเจอกันในวันนั้นเป็นเหตุการณ์ที่ผมนำมาเขียนถึงบ่อยๆ

รวมทั้ง ‘ได้คิด’ หลายอย่าง

ประการหนึ่งคล้ายเสือจะสอนให้เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องยากนักที่จะก้าวให้พ้นกรงที่กักขังตัวเอง

ประตูทางออกย่อมไม่ใช่ที่ลี้ลับ

เพราะมันเป็น ‘กรง’ ที่เราสร้างขึ้นมาเอง

วันนั้น ผมถ่ายภาพเสือเล่นกับผีเสื้อมาจำนวนหนึ่ง ไม่ใช่งานที่ดีเลย เพราะไม่มีสักภาพที่มีผีเสื้ออยู่ด้วย

ที่ผมทำได้ มีเพียงเสือดาวตัวหนึ่งเงยหน้าอวดเขี้ยวแหลมยาว ครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่เพียงลำพัง

เป็น ‘ภาพ’ ปกติที่คนจะมองเห็นเสือ

กรอบภาพแคบเกินไป

แคบเกินกว่าจะเห็นตามสายตาของเสือว่า คือผีเสื้อสีเหลืองตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง

กำลังโบยบิน

………………………………

ผมมีโอกาสได้ใกล้ชิดเสือมากยิ่งขึ้น ครั้งที่ร่วมงานกับโครงการศึกษานิเวศวิทยาของเสือโคร่ง ในสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ

ไม่เพียงใกล้ชิดขนาดได้สัมผัสลวดลาย ขนที่พรางได้ดีกับสภาพแวดล้อมก็อ่อนนุ่ม

ได้จับอุ้งตีนที่ผมเคยเห็นรอยที่ตีนนี้เหยียบย่ำไว้

โอบกอด รวมทั้งจูบหน้าผาก สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ผมไม่คาดว่านักล่าหมายเลขหนึ่งจะมีกลิ่นหอมแบบนี้

แน่นอน ผมทำเช่นนี้ได้ ในขณะที่เสือกำลังหลับเพราะฤทธิ์ยาสลบ

ก่อนที่มันจะฟื้นก่อนที่โลกแห่งความเป็นจริง

ระหว่างเรา จะกลับมา

ผมได้ ‘รู้จัก’ ความเป็นเสือมากยิ่งขึ้น

กวางป่า

กวางตัวผู้โตเต็มวัยคือเหยื่อของเสือโคร่ง

ผมได้พบกับชีวิตหนึ่งที่เหมือนๆ กับชีวิตอื่นๆ ซึ่งมีหน้าที่และทำหน้าที่ของพวกมันอย่างเคร่งครัด

ได้รู้ถึงความยากลำบาก ในช่วงเวลาที่เสือต้องพ้นออกจากการดูแลของแม่

พวกมันต้องเรียนรู้ บ่มเพาะ และเข้มแข็งพอที่จะแสวงหาอาณาเขตของตัวเอง นี่คือช่วงเวลาอันยากลำบาก

และเมื่อครอบครองได้ ถึงเวลาจะถูกเบียดออกไปโดยเสือตัวใหม่ที่แข็งแรงกว่า คือเรื่องปกติ

ออกไปอยู่ในที่กันดาร เผชิญกับความยากลำบากอีกครั้ง

ด้วยร่างกายที่อ่อนล้า โรยรา

………………………………

นานมาแล้ว ทุกครั้ง ผมตื่นเต้น หัวใจสั่นไหว เมื่อพบเห็นรอยตีนเสือจากรอยตีน ผมเห็นชีวิตที่เป็นผู้ล่าหมายเลขหนึ่ง เข้มแข็ง ทระนง

ถึงวันนี้ ในป่า รอยตีนเสือยังเป็นสิ่งที่ผมพบเห็นเสมอ

จาก ‘รอย’ ผมเห็นนักล่าผู้อ่อนล้าโรยรา

เดินอยู่เพียงลำพัง

 

CONTRIBUTOR

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน