The Cloud X  สารคดีสัญชาติไทย

“ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า”

นี่คือคำพูดเมื่อ 30 ปีที่แล้วของผู้ชายร่างสูงผิวคล้ำที่มักใส่เสื้อเชิ้ตยับๆ สวมแว่นตาหนา รูปร่างหน้าตาธรรมดาไม่ได้สะดุดตาใครๆ นัก เขาจะเริ่มต้นด้วยประโยคนี้ในทุกที่ซึ่งเขามีโอกาสขึ้นไปพูดบนเวที

นอกจากคนที่ไปฟังและเพื่อนๆ ที่รู้จัก ไม่ค่อยมีใครได้ยินประโยคนี้หรอก

“ถ้าจะยิงลูกน้องกู มายิงกูดีกว่า”

นี่เป็นอีกประโยคหนึ่งที่ผู้ชายคนนี้พูด ในคืนวันหนึ่ง ไม่มีใครนอกจากลูกน้อง 3 – 4 คนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นที่ได้ยิน

เสียงตะโกนดังขึ้นและจางหายไปในความมืดมิด

“สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำและสัตว์เลื้อยคลาน นับเป็นกลุ่มสัตว์ป่าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีแหล่งที่อยู่ และแบบแผนการดำรงชีวิตที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง มีทั้งสัตว์ที่อยู่ตามผิวดิน ใต้ผิวดิน และตามต้นไม้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างฉับพลันเพราะการกักเก็บน้ำ ย่อมส่งผลกระทบรุนแรงต่อสัตว์กลุ่มนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น”

เขาพูดข้อความนี้บ่อยและเขียนไว้ในรายงาน ‘งานช่วยเหลือสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี’

บริเวณปากคลองพระแสง

ผืนป่าอุดมสมบูรณ์เปลี่ยนเป็นผืนน้ำกว้างกว่า 165 ตารางกิโลเมตร

ยอดเขากลายเป็นเกาะแก่งกลางทะเลสาบ

ชีวิตมากมายกระเสือกกระสน ดิ้นรน หลบหนี น้ำที่เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว

เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2529 ผู้ชายคนนี้เขียนบันทึกประจำวันไว้บางตอนว่า

“ระดับน้ำเพิ่มขึ้น พื้นดินถูกตัดขาดเป็นเกาะเล็กเกาะน้อย สัตว์ป่าต้องอดอาหาร และแก่งแย่งที่อยู่อันมีจำกัด บางตัวผอมโซ หลายตัวเป็นซากห้อยอยู่ตามกิ่งไม้”

เขาและทีมงานใช้เวลาทั้งสิ้น 2 ปี 4 เดือน กับงานช่วยเหลือสัตว์ป่า พวกเขาช่วยได้ 116 ชนิด 1,364 ตัว ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

มีชีวิตจำนวนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือ

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายร่างสูงสวมแว่นสายตาหนารู้ก็คือ

นี่คือการช่วยเหลือที่ปลายเหตุ

โครงการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น

แต่ดูเหมือนสิ่งที่เขาทำและพูดก็จางหายไปในสายลม

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้งคือแหล่งรวมพืชพรรณและสัตว์จากทุกภูมิภาค สมเสร็จคือตัวอย่างหนึ่ง

ปี พ.ศ. 2530

งานหนักของชายร่างสูงผู้นี้เริ่มต้นอีกครั้ง

โครงการก่อสร้างเขื่อนน้ำโจนในพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรกำลังจะได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลในยุคนั้น

ความขัดแย้งระหว่างผู้ไม่เห็นด้วยและผู้สนับสนุนเริ่มรุนแรง

ชายร่างสูงและเพื่อนๆ ทำงานอย่างหนักติดต่อกัน  เขาตัดสินใจนำข้อมูลการอพยพสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลานมาสรุป วิเคราะห์เพื่อใช้เป็นบทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับการพิจารณาผลกระทบด้านสัตว์ป่า และนำไปมอบให้คณะกรรมการพิจารณาผลกระทบการสร้างเขื่อนน้ำโจน

รายงานชิ้นนี้ทำให้หลายฝ่ายสิ้นข้อสงสัยว่า การสร้างเขื่อนก่อให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์ป่าจริงหรือไม่

“อาจารย์ เราทำได้แล้ว เราทำได้แล้ว”

ชายร่างสูงเดินเข้ามาหา ดร.สุรพล สุดารา แห่งชมรมสภาวะแวดล้อมสยาม

การประชุมอย่างยาวนานเพื่อพิจารณาเรื่องเขื่อนน้ำโจนสิ้นสุด ผลการประชุมให้ชะลอการสร้างออกไปก่อน

เขากอด ดร.สุรพล พูดเสียงสั่นด้วยอารมณ์ที่อัดแน่น

ดร.สุรพล มองหน้าชายร่างสูง ความสำเร็จในการโน้มน้าวให้พิจารณายุติการก่อสร้างเขื่อนน้ำโจน ส่วนหนึ่งมาจากความมุ่งมั่นเอาจริงรวมทั้งข้อมูลของผู้ชายคนนี้

ผู้ชายที่ชื่อ สืบ นาคะเสถียร

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

กระทิง ประชากรส่วนใหญ่ในป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร

ปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ 2540

ฝนลงเม็ดปรอยๆ ขณะผมเลี้ยวรถไปตามเส้นทางแคบๆ ขนาบด้วยกอไผ่ ก่อนถึงลานโล่งหน้าบ้านไม้ชั้นเดียวทาสีฟ้าอ่อนๆ

บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักของหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าหน่วยหนึ่งทางตอนใต้ของป่าห้วยขาแข้ง

มอเตอร์ไซค์เปื้อนโคลน 4 – 5 คันจอดอยู่ ข้างบนชานหน้าบ้านมีคนกลุ่มใหญ่นั่งล้อมวง

พวกเขาชะเง้อมองผมดับเครื่อง ก้าวเท้าลงจากรถ

หลังพูดคุยทักทาย “ขอคุยกันสักชั่วโมงครับพี่ เดี๋ยวค่อยไป” ชายหนุ่มหัวหน้าหน่วยพูด

ผมรับแก้วน้ำที่ชายคนหนึ่งส่งมาให้ ครึ่งนั่งครึ่งนอนหลังพิงฝาบ้าน มองไปที่คนกลุ่มนี้

นอกจาก ฟื้น ฤทธินาลา ที่คุ้นเคยกับผมดี เขาช่วยงานผมบ่อย อายุต้น 40 ทำให้เขาอาวุโสที่สุด คนอื่นคือชายหนุ่มวัย 20 ต้นๆ

เสียงรายงานหัวหน้าถึงการเดินลาดตระเวณด้วยแววตากระตือรือร้น

“10 ปีแล้วนะครับ เร็วจังเลย”  ฟื้นพูดเบาๆ กับผม

1 กันยายน พ.ศ. 2533  ฟื้นทำหน้าที่เป็นยามอยู่ในสำนักงานเขตรักษาพันธุสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ราวรุ่งสาง เขาได้ยินเสียงปืนนัดหนึ่ง

ช่วงสายๆ เขาถึงรู้ว่านั่นคือเสียงปืนที่นำพา ‘ชีวิต’ หัวหน้าสืบของเขาไป

สืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งกระทำอัตวินิบาตกรรม

ดูคล้ายกับว่าจะเป็นเสียงปืนที่ดังกึกก้อง

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

ควายป่า การสำรวจพบควายป่าที่ใกล้สูญพันธ์ ทำให้ป่าห้วยขาแข้งได้รับการประกาศให้เป็น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

เขาตั้งใจมาเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

ป่าที่ดูแลกว้างใหญ่ และปัญหาที่พบก็ใหญ่และซับซ้อนตาม

ปี พ.ศ. 2532 สภาพป่าที่มีพื้นที่ 1ล้าน 6 แสนกว่าไร่ มีข้าราชการ 12 คน พิทักษ์ป่า 30 คน ลูกจ้าง คนงานชั่วคราว 120 คน

และงบประมาณเพื่อดูแลป่าแห่งนี้ คือไร่ละ 80 สตางค์ต่อปี

วันนี้เราจะเดินทางไปที่สำนักงานเขต พรุ่งนี้จะมีงานทำบุญเพื่อรำลึกถึงหัวหน้าสืบ

10 ปีแล้วที่งานทำบุญเป็นไปอย่างง่ายๆ แต่ดูเหมือนว่าในแต่ละปีจะมีคนมาร่วมมากขึ้น

บนกองเป้มีปืนลูกซอง 5 นัดวางอยู่ สายสะพายมีรอยปะชุน

10 ปีก่อน สภาพคนงานและการทำงานในป่าไม่เปลี่ยนไปนัก

ยากลำบาก ขาดแคลน อาวุธด้อยกว่าคนล่าสัตว์

แต่น้ำเสียงและแววตากระตือรือร้นที่ชายหนุ่มเหล่านี้กำลังรายงานกับหัวหน้า

ผมสัมผัสได้ว่าพวกเขามีสิ่งหนึ่ง

สิ่งซึ่งงบประมาณมหาศาลจัดซื้อหามาไม่ได้

นั่นคือ จิตใจอันมุ่งมั่นและภาคภูมิใจในงานของพวกเขา

สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะเสียงจากปืนนัดหนึ่ง

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

นกยูงไทย

“ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า”

ถึงวันนี้ ปี พ.ศ. 2560  ผู้ชายร่างสูงผิวคล้ำจากไปแล้ว 27 ปี

นี่คือประโยคที่คนจำนวนมากได้ยิน

เช่นเดียวกับประโยคที่เขาตะโกนว่า

“ถ้าจะยิงลูกน้องกู มายิงกูดีกว่า”

ความตั้งใจของเขาคือ อยากบอกให้โลกได้รับรู้ว่าเหล่าสัตว์ป่า รวมถึงคนผู้ทำหน้าที่ปกป้องดูแลแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า ต้องพบกับปัญหาอันซับซ้อนเพียงไร จากที่เคยพูดมาตลอดและไม่มีใครได้ยิน

เขารู้วิธีที่จะให้คนฟัง

เลือกกระทำ

และวิธีที่เขาเลือกได้ผล

Writer & Photographer

Avatar

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

The Cloud X  สารคดีสัญชาติไทย

 

เรากำลังลอยตัวอยู่กลางทะเล น้ำเย็น 24 องศา แต่เราไม่ได้รู้สึกถึงความเย็นนั้นสักเท่าไหร่ สมาธิจดจ้องและเพ่งสายตาไปยังเงาเลือนๆ 2 ก้อนที่ใต้น้ำเบื้องล่าง กว่าจะรู้ตัวเราก็เห็นวาฬหลังค่อมขนาดใหญ่ 2 ตัวว่ายตรงมาทางเราแล้ว ทันใดนั้น เวลาในสมองของเราก็เดินช้าลง เสี้ยววินาทีนี้ยาวนานเหมือนหลายนาที วาฬทั้งคู่หันหัวเบนเข็มออกทางขวาเพื่อให้เห็นเราได้ชัดขึ้น ใช่! เราไม่ได้คิดไปเอง วาฬตัวหน้าซึ่งอยู่ใกล้เรามากกว่าขยับลูกตาเหลือบขึ้นมามองเราในจังหวะที่กำลังว่ายผ่านเราไป

หัวใจเต้นแรง ปากขยับยิ้ม น้ำตาคลอเบ้า

ทันใดนั้นเราก็นึกขึ้นมาได้ถึงกล้องที่อยู่ในมือ นี่น่าจะเป็นไม่กี่ครั้งในชีวิตของการเป็นช่างภาพที่ลืมเรื่องการถ่ายภาพไปเกือบสนิท เรากดชัตเตอร์ไป 2 – 3 ภาพ ก่อนที่วาฬทั้งคู่จะลับสายตาไป

การสบตากับวาฬตัวแรกในชีวิตเป็นความทรงจำที่ไม่เคยลืม เข้าใจแล้วว่าวาฬไม่ใช่ปลา และทุกครั้งที่ย้อนกลับไปนึกถึง หัวใจก็ยังเต้นแรง และน้ำตาก็มาจ่อคลออยู่ทุกครั้งไป

วาฬหลังค่อมจะย้ายจากพื้นที่แถบขั้วโลกมาสู่เขตอบอุ่นทุกๆ ปีเพื่อจับคู่ เลี้ยงลูก และสังสรรค์ในหมู่วาฬ ประเทศตองกาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่วาฬเหล่านี้หลบมาพักร้อน ชื่อประเทศฟังดูคล้ายจะอยู่ในทวีปแอฟริกา แต่มันเป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ เลยออสเตรเลียออกไปทางขวามืออีก อยู่ใกล้ๆ กับฟิจิและซามัว

ช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่เราออกทะเลไปตามหาวาฬเกือบทุกวัน บางวันเราไม่เจอวาฬเลยสักตัว บางวันเราได้แต่มองพวกมันจากพื้นที่แห้งบนเรือ ถ้าหากพวกมันไม่พร้อมให้เราหย่อนตัวลงสู่โลกของมัน เราก็ต้องเคารพในกติกานั้น

ถ้าหากมีการประกวดนางงามจักรวาฬ วาฬหลังค่อมน่าจะได้รับรางวัลขวัญใจช่างภาพไปได้อย่างง่ายๆ ครีบอกของวาฬสายพันธุ์นี้โบกสะบัดพลิ้วไหวได้ดั่งแขนของนักบัลเลต์ ท่ากระโดดและทิ้งตัวลงน้ำของพวกมันพลิ้วไหวดูราวกับกำลังเต้นระบำ แถมพวกมันยังสามารถร้องเพลงได้

ออกเดตกับนางงามจักรวาฬ ขวัญใจช่างภาพโลกใต้น้ำ

ท่าโดดที่พลิ้วไหวของวาฬหลังค่อม ดูราวกับนักเต้นกวาดแขนอย่างอ่อนช้อย

ออกเดตกับนางงามจักรวาฬ ขวัญใจช่างภาพโลกใต้น้ำ

วาฬคู่แรกในชีวิตที่ได้สบตากัน

เรือที่เรานั่งมากำลังเร่งความเร็วไปสู่พื้นที่อ่าวเล็กๆ ที่นั่นมีวาฬที่กำลังร้องเพลงอยู่ เสียงเพลงของวาฬไม่ใช่เพลงแบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่มันมีโครงสร้างคล้ายเพลงของคนเราที่มีท่อนต้น ท่อนฮุก และท่อนจบ

เรือจอดลอยลำรออยู่นิ่งๆ ทุกคนบนเรือหยุดพูดคุยกัน เสียงลมและคลื่นทะเลเบาๆ โอบคลุมบรรยากาศ แทรกอยู่ท่ามกลางนั้นคือเสียงจางๆ ของเพลงวาฬลอยมา

เราเอาหูแนบตัวเรือเพื่อให้ได้ยินชัดขึ้น เสียงต่ำคล้ายกบร้องในโพรงไม้ สลับกับเสียงสูงที่คล้ายคนผิวปาก ปนอยู่กับเสียงคลื่นซัดกราบเรือ ถึงจะไม่ค่อยแน่ใจว่าเรากำลังฟังอะไรอยู่ แต่ก็พอจะจับจังหวะของท่วงทำนองได้

เราไถลตัวลงไปในน้ำด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียง ท่วงทำนองที่เพิ่งได้ยินบนเรือตอนนี้ดังชัดเจนแล้ว ไม่มีเสียงคลื่นหรือเสียงลมเข้ามาแทรก เสียงเพลงของวาฬโอบล้อมตัวเราอยู่ถึงแม้เราจะยังมองไม่เห็นตัวเจ้าของเสียง ห่างออกไปไม่ไกลที่ความลึกประมาณ 10 เมตร วาฬหนุ่มนักร้องลอยตัวทิ่มหน้าลงพื้นนิ่ง เมื่อเราว่ายไปถึงและลอยตัวอยู่เหนือหนุ่มนักร้อง เสียงเพลงกระจายกังวาน ช่วงจังหวะเสียงเบสต่ำส่งความสั่นสะเทือนมาถึงตัวเรา แรงสั่นกระเพื่อมส่งไปสู่แก้วหู และหัวใจ

ไม่ใช่แค่ได้ยิน แต่เราสัมผัสได้ถึงเพลงวาฬ

ออกเดตกับนางงามจักรวาฬ ขวัญใจช่างภาพโลกใต้น้ำ

วาฬนักร้องเสียงทองในจังหวะที่กำลังพักขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำ

ออกเดตกับนางงามจักรวาฬ ขวัญใจช่างภาพโลกใต้น้ำ

กองหน้าของขบวนวาฬ 1 สาวและ 4 หนุ่มผู้ท้าชิงใจเธอ

ท้องฟ้ามืดครึ้ม ทะเลกำลังมีคลื่นโยน แรงกระเทือนจากคลื่นและเม็ดฝนที่สาดซัดรอบเรือปนเปกันไปหมด เสียงวิทยุสื่อสารจากเรือดูวาฬอีกลำแทรกเสียงฝนที่กำลังตกหนักมาในภาษาที่เราไม่เข้าใจ ในพื้นที่เกาะกลางทะเลเช่นนี้สภาพอากาศเป็นเรื่องที่เราคาดเดาไม่ได้ ฟ้าใสอาจกลายเป็นพายุได้ในเวลาไม่นาน เรือของเราวิ่งด้วยความเร็วไปสู่ฝูงวาฬที่เห็นอยู่ไม่ไกล ครีบหลังผลัดกันโผล่พ้นผิวน้ำ ครีบอกฟาดน้ำแตกกระจาย ทุกอย่างดูชุลมุนวุ่นวาย โทนี่ วู หัวหน้ากลุ่มของพวกเราตะโกนสู้เสียงลมฝนบอกให้เราเตรียมตัว เรากำลังจะได้เห็นงานเลือกคู่ของวาฬ

จุดศูนย์กลางของการเลือกคู่นี้คือวาฬตัวเมียตัวใหญ่ ตามมาด้วยวาฬตัวผู้อีก 5 ตัวขนาดต่างกัน ซึ่งแย่งกันเป็นตัวที่ถูกเลือก

เรือเร่งเครื่องไปดักทิศทางที่ฝูงวาฬกำลังมุ่งหน้าไป แล้วก็ปลดเกียร์ว่างปล่อยพวกเราโดดลงน้ำ ฝูงวาฬขนาดใหญ่กว่ารถบัส 6 ตัวว่ายผ่านเราไปหมดด้วยเวลาไม่กี่วินาที แล้วทุกคนก็ต้องปีนกลับขึ้นเรือให้เร็วที่สุดเพื่อที่จับขบวนวาฬให้ทันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากการโดดน้ำผ่านไป 3 – 4 รอบ กลุ่มผู้นำที่คุมเกมเลือกคู่ตอนนี้เหลือเพียงตัวผู้ 2 ตัวที่ยังไม่ยอมแพ้กัน ด้านหลังไกลๆ ตามมาด้วยวาฬหนุ่มขนาดเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด พวกมันถูกทิ้งให้ว่ายตามอย่างผู้แพ้ที่ไร้จุดหมาย อีกหลายปีกว่าวัยรุ่นเหล่านี้จะขึ้นมาเป็นผู้นำด้านหน้าได้

ทุกอย่างไม่มีทางลัด ประสบการณ์มากับกาลเวลา

ผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดก็ดูเหมือนจะได้ผู้ชนะที่ชัดเจน วาฬวัยรุ่นด้านหลังตีจากไปหมดแล้ว เหลือเพียงคู่รักที่สงบลง เหมือนกับกำลังทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ชะลอความเร็วลง แต่บ่ายหน้าออกสู่ทะเลลึกทิ้งพวกเราไว้ด้านหลัง

ออกเดตกับนางงามจักรวาฬ ขวัญใจช่างภาพโลกใต้น้ำ

ความชุลมุนก่อนการลงน้ำเพื่อเกาะขบวนวาฬเลือกคู่

ออกเดตกับนางงามจักรวาฬ ขวัญใจช่างภาพโลกใต้น้ำ

ลูกวาฬว่ายกลับไปคลอเคลียแม่วาฬอยู่เสมอ เป็นสายใยที่ทำให้เราคิดถึงแม่ของเราเช่นกัน

4 ชั่วโมงแล้วที่เราจ้องมองออกไปที่ทะเลกว้างเพื่อมองหาวาฬ ทะเลที่เหมือนจะเต็มไปด้วยวาฬเมื่อวาน วันนี้กลับเงียบสนิท

ธรรมชาติช่างเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ก่อนหมดเวลาของวัน ไอน้ำสีเทา 2 กลุ่มก็โผล่ให้เห็นที่ระยะไกล ครีบหลัง 2 อันผลุบขึ้นตามมาไม่นาน อันหนึ่งเล็ก อันหนึ่งใหญ่กว่า

แม่ลูก!

แม่วาฬที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลนอนหลับนิ่งอยู่ที่ความลึกเบื้องล่าง ปล่อยลูกวาฬที่ยังมีพลังเหลือเฟือตามแบบฉบับของเด็กๆ ออกมาวิ่งเล่น ลูกวาฬว่ายวนมองดูพวกเราทีละคน แต่ยังคงรักษาระยะห่างจากพวกเรา การว่ายพุ่งเข้าหาเพียงเพราะความต้องการภาพถ่ายอาจจะทำลายขั้นตอนการสร้างความไว้ใจของวาฬกับเรา ความไม่เร่งร้อนของพวกเราเริ่มได้ผล ลูกวาฬลดระยะห่างลง เมื่อเราหยุดนิ่งลูกวาฬกลับเป็นฝ่ายเข้าหาแทน บางครั้งเข้าใกล้จนน่าตกใจ บางจังหวะเราต้องหันหลังว่ายหนี วาฬเด็กยังต้องฝึกฝนการว่ายน้ำ มันยังควบคุมทิศทางได้ไม่ดีเท่าวาฬที่โตแล้ว หากโดนชนเพียงเบาๆ มนุษย์อย่างเราอาจจะเจ็บหนัก

การว่ายดูคนสลับกับการว่ายอ้อนแม่วนไปอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งเราสังเกตเห็นแม่วาฬขยับตัวช้า ค่อยๆ ลอยตัวขึ้นมาอย่างนิ่มนวล เหมือนเป็นเรือดำน้ำที่มีระบบขับเคลื่อนอย่างดี ถึงเวลาที่คุณแม่ต้องหายใจ

เราลดกล้องในมือลง พยายามสบตากับแม่วาฬตัวใหญ่ พร้อมกับสงบสติผ่อนคลายร่างกายให้มากที่สุด เมื่อตาประสานกันในใจเราพูดออกไปว่า “สวัสดีแม่วาฬ ขอว่ายไปด้วยสักพักนะ”

ออกเดตกับนางงามจักรวาฬ ขวัญใจช่างภาพโลกใต้น้ำ

จังหวะสบตากับลูกวาฬ วาฬเด็กๆ ก็เหมือนลูกคน พลังงานในการเล่นซนมีอยู่อย่างมหาศาล

เราไม่รู้หรอกว่าแม่วาฬจะเข้าใจเราหรือเปล่า แต่สัตว์ใหญ่อย่างวาฬน่าจะรับรู้พลังบวกจากการคิดดีได้ แม่วาฬดูจะไม่มีปัญหากับการที่มนุษย์ตัวดำๆ ลอยตัวเป็นแมลงหวี่อยู่รอบๆ มันไม่ได้หอบลูกว่ายหนีเราไป พวกมันแบ่งผืนน้ำให้เราได้ใช้ร่วมกับพวกมัน

เวลาของเราหมดแล้ว โทนี่ส่งสัญญาณมือให้ทุกคนว่ายกลับเรือ เมื่อปีนขึ้นเรือเป็นครั้งสุดท้ายของทริป สิ่งที่คิดอย่างแรกคือ เราจะต้องกลับมาที่นี่อีก!

Writer

Avatar

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load