4 กันยายน 2564
9.79 K

ถ้าลองเข้าเว็บไซต์งานส่วนตัวของ ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ปี จะพบว่านิยามคำว่า ‘ภาพประกอบ’ ของเธอกว้าง ตั้งแต่ภาพวาด แอนิเมชัน ของเล่นไขลาน ตุ๊กตา ไปจนถึงพรม 

สำหรับลันลัน ภาพประกอบคือการสื่อสารโจทย์ผ่านศิลปะ จึงไม่จำเป็นต้องอยู่เฉพาะบนกระดาษสองมิติ ไม่ว่าจะรูปแบบไหน ถ้ามันทำหน้าที่เล่าเรื่องได้อย่างหมดจด ก็ถือเป็นภาพประกอบที่เยี่ยมยอดแล้ว

ในอีกแง่มุมหนึ่ง หลายครั้งลันลันก็ใช้ภาพประกอบมาเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองด้วยเช่นกัน เธอกล่าวถึงเรื่องที่เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเจอเอง ผ่านกลิ่นอายลายเส้นภาพนิทานสำหรับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการคิดฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับ ที่ใช้ปลาว่ายวนเป็นตัวแทนการคิดเวียนไปมาตอนตี 3 ตัวการ์ตูนสัตว์ประหลาดคล้ายหมาที่กินไม่หยุดในช่วงกักตัว หรือปัญหาในครัวอย่างถังข้าวที่โดนรุกรานจากผีเสื้อกลางคืน

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ความน่ารักในงานของลันลันโลดแล่นอยู่บนเวทีประกวดระดับโลกมาแล้วตั้งแต่ตอนเธอเรียนมัธยมปลาย งานของศิลปินวัยเยาว์ได้รับเลือกบนเวทีการประกวด Young Arts : Merit Award ค.ศ. 2014, 2015 และ 2016 โดยจัดแสดงผลงานที่ Disney Concert Hall ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา 

ช่วงมหาวิทยาลัย ลันลันเป็นศิลปินในรอบสุดท้ายเวที Arte Laguna Prize 2018 ได้จัดแสดงผลงานที่เวนิส ประเทศอิตาลี (ลันลันแอบกระซิบมาว่า ปีนี้งานของเธอได้รับเลือกอีกครั้ง) ปีถัดมา เธอเข้ารอบสุดท้ายเวที RWS Royal Watercolor Society 2019 ได้จัดแสดงงานที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ รวมถึงได้เป็นศิลปินรับเชิญจัดแสดงผลงานที่ IYN Gallery ณ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น และเข้ารอบสุดท้ายบนเวที Society Of Illustration ค.ศ. 2020, Association of Illustration ค.ศ. 2020, Society Of Illustration West ค.ศ. 2021

ศิลปินมากฝีมือคนนี้ยังเคยร่วมงานกับ Oliver Chin บรรณาธิการสำนักพิมพ์ Immedium ผู้แต่งหนังสือสำหรับเด็กมาแล้วกว่า 15 เล่ม รวมถึงเคยร่วมงานกับ Tom Kracauer และ Sean Hernandez ศิลปินผู้ทำงานผ่านหลากหลายสื่อและเทคนิค นอกจากนี้ เธอยังทำงานอาสาสมัครเป็นครูศิลปะจากผ้า (Fiber Art) ให้กับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษในมูลนิธิ Exceptional Children Foundation

ไม่ว่าคุณจะเคยรู้จักเธอมาก่อนหรือไม่ เราอยากชวนลันลันมาพูดคุยเรื่องการเติบโตไปพร้อมกับศิลปะ ที่พาความฝันการศิลปินจากประเทศไทยมายัง Interlochen Arts Academy โรงเรียนศิลปะที่รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา สู่ Rhode Island School of Design (RISD) มหาวิทยาลัยศิลปะซึ่งโด่งดังด้านการสอนศิลปะภาพประกอบ และอาชีพปัจจุบันในฐานะนักวาดภาพประกอบอิสระในลอสแอนเจลิส พร้อมคุยถึงที่มาของความหลากหลายทางเทคนิคที่เธอใช้ในงานศิลปะ ธรรมชาติอันเป็นแรงบันดาลใจมาตลอด อนาคตก้าวต่อไปที่ใฝ่ฝัน และกระแสในปัจจุบันอย่าง NFT หรือตลาดศิลปะดิจิทัล

มาเริ่มบทสนทนาที่จะทำให้เราอยากหยิบสิ่งใกล้ตัวมาประดิษฐ์งานศิลปะกันเถอะ 

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส
ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง

ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ ทำภาพประกอบกับแอนิเมชันอยู่ แล้วก็ทำพรมขาย มีโปรเจกต์อยู่ในช่วงเซ็นสัญญา วาดภาพประกอบกับสำนักพิมพ์จากฝรั่งเศส เขากำลังจะทำหนังสือเกร็ดความรู้เรื่องสัตว์ต่างๆ ส่วนที่เราเข้าไปรับผิดชอบคือ หอยทาก

ทำไมภาพของลันลัน ส่วนใหญ่ถึงเป็นสัตว์กับธรรมชาติ

เราโตมากับธรรมชาติ ครอบครัวเราทุกคนชอบต้นไม้ ที่บ้านปลูกต้นไม้แนวป่าฝนเยอะมาก วิ่งเล่นในสวนของหมู่บ้าน ต้นไม้ก็เยอะ เรียนโรงเรียนรุ่งอรุณก็อยู่กับธรรมชาติ พอชีวิตล้อมรอบด้วยธรรมชาติ เลยได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่เห็นในชีวิตประจำวัน

ตอน ม.1 คุณพ่อคุณแม่พาไปดำน้ำ เราเห็นปลาเยอะๆ แล้วชอบมาก มันดูอิสระ สีสันสวย เลยเป็นแรงบันดาลใจให้ชอบวาดปลา

พอทำงานจากสิ่งรอบตัวแบบนี้ ตอนย้ายมาเรียนมัธยมปลายที่มิชิแกน เลยเริ่มมีสัตว์อื่นมากขึ้นอย่างกวาง กระรอก ไม่ใช่แค่งูหรือปลา เพราะมันคือสัตว์ที่เห็นในโรงเรียน หรือต้นไม้ต่างๆ อย่างตอนนี้อยู่แอลเอ บรรยากาศรอบตัวเป็นทะเลทราย ก็มีกระบองเพชรหรือทิวทัศน์ทะเลทรายในภาพมากขึ้น มันเปลี่ยนไปตามสถานที่

แล้วสัตว์ประหลาดมาจากไหน

ตอนมัธยมปลาย เราเริ่มเอาสัตว์หลายๆ ชนิดมาผสมกัน พอวาดเยอะขึ้นก็เริ่มคิดว่า ทำไมเราไม่สร้างตัวประหลาดของเราขึ้นมาเอง จนเข้ามหาวิทยาลัยเลยเป็นสัตว์ที่ Abstract มากขึ้น 

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ขอย้อนกลับไปหน่อย ลันลันรู้ตัวว่าชอบและเริ่มวาดภาพตั้งแต่เมื่อไหร่

จำไม่ได้เลยว่าเริ่มตั้งแต่ตอนไหน (หัวเราะ) เพราะอนุบาลก็ชอบวาดและทำงานคราฟต์แล้ว วิชาศิลปะเป็นวิชาที่เราชอบและทำได้ดีที่สุด 

เราเรียนได้ศิลปะกับ ครูเล็ก (สุภาพร เจริญสุข) ตั้งแต่อนุบาลถึงจบมัธยมต้น มัธยมปลายมาเรียน Interlochen Arts Academy โรงเรียนศิลปะที่มิชิแกน สหรัฐอเมริกา ตอนนั้นติดเพื่อนไปลองเรียน ครูเล็กสอนศิลปะแบบไม่จำกัดอะไรเลย เช่น ถ้าเราสนใจเย็บผ้า ครูก็จะหาอุปกรณ์มาให้ เราอยากลองปั้นดิน ทำภาพพิมพ์ ครูก็หามาให้ ครูไม่ได้บังคับว่าอยู่ประถมต้องใช้แค่ดินสอสี อยากทำอะไรได้ทำหมด เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เราชอบทำงานศิลปะหลายๆ อย่าง ไม่ได้ติดอยู่กับแค่งานรูปแบบเดียว

งานศิลปะรูปแบบไหนที่ชอบทำเป็นพิเศษ

เราชอบทำงานกับผ้า จำได้ว่าตอน ป.6 คุณแม่ซื้อตุ๊กตาบลายธ์ (Blythe) มาให้แล้วเสื้อผ้ามันแพงมาก ครูเล็กเสนอว่ามาลองทำชุดตุ๊กตากันไหม เราได้ลองทำแล้วชอบมาก ทำชุดตุ๊กตาอยู่เป็นปีๆ ตอนนั้นน่าจะเป็นช่วงที่ได้ทำงานผ้ามากที่สุดแล้ว 

พอ ม.ปลาย ที่โรงเรียนเน้นศิลปะ เลยได้ลองทำงานผ้าอย่างอื่นเพิ่มอีก ได้ทำประติมากรรมนุ่ม (Soft Sculpture หรือประติมากรรมที่ทำจากวัสดุผิวสัมผัสนุ่ม) เรารู้สึกว่ามันเป็นเทคนิคที่เข้ากับสไตล์ที่ทำอยู่ เพราะอยากให้คนเห็นรูปเราแล้วมีความสุข พอมันมาเป็นอะไรนิ่มๆ จับแล้วก็ยิ่งมีความสุข เอามากอดได้ เอามาใช้ได้ บางทีใช้หลายเทคนิคมารวมกันก็มี ปักผ้า โครเชต์ ทำหมดเลย

ล่าสุดเห็นทำงานพรมด้วย 

ตอนแรกเลยเริ่มสนใจเทคนิคงานพรม เพราะรู้สึกว่ามันเหมือนรูปวาดนิ่มๆ และเป็นอะไรได้หลายอย่าง ทั้งเอาไว้แขวนบนผนังเป็นงานอาร์ต เอามาใช้เป็นพรม ทำเป็นเสื้อผ้า หรือทำเป็นกระเป๋า ช่วงที่ โควิด-19 เข้ามา คนก็สนใจพวกตกแต่งบ้านกันเยอะขึ้นมากๆ เพราะส่วนใหญ่ต้อง Work from Home เมื่อเราเอาพรมลายน่ารักๆ แปลกๆ มาใช้ มันช่วยให้บ้านมีสีสันขึ้น ดูสนุกขึ้น

หลายครั้งเรารู้สึกว่าศิลปะมันจับต้องไม่ได้ แต่เราอยากให้ศิลปะอยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันได้ ไม่ใช่ต้องไป Museum อย่างเดียว พอเป็นพรมเลยตอบโจทย์ตรงนี้ทั้งหมด

มาสนใจงานภาพประกอบตอนไหน

ตอนเข้ามหาวิทยาลัยปีแรกที่ Rhode Island School of Design (RISD) เรายังไม่ต้องเลือกเอก เลยเป็นโอกาสได้ลองทำงานหลายๆ รูปแบบ เช่น Coding ทำงานศิลปะด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งเราพบว่าตัวเองชอบวิชา Illustration (ภาพประกอบ) แล้วครูบอกยังว่า “จริงๆ การทำงานภาพประกอบมันไม่ได้ตายตัวแค่ภาพวาดนะ แค่เราสื่อสารหัวข้อออกมาได้ด้วยศิลปะ ก็ถือเป็นภาพประกอบแล้ว” เลยเลือกเรียนเอกนี้

งานภาพประกอบเข้ากับเราที่ไม่ตายตัวด้านเทคนิค อีกอย่างคือเราชอบทำงานตามโจทย์ สำหรับเรา การนั่งคิดตามโจทย์มันสนุกที่ว่าจะเสนอภาพออกไปอย่างไรดีให้เป็นสไตล์เรา และตอบโจทย์ที่ได้มาไปในเวลาเดียวกัน

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

จากการเรียนศิลปะที่อเมริกาตอน ม.ปลาย กับมหาวิทยาลัย ลันลันคิดว่าการสอนศิลปะที่ไทยกับอเมริกาแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

จำได้ว่าช่วงก่อนย้ายไปอเมริกา เห็นเพื่อนที่ไทยหลายคนอยากเรียนศิลปะ ต้องไปติววาดภาพเหมือน (Still Life Drawing และ Portrait Drawing) ตอนแรกที่ไปเราก็แอบกังวลเหมือนกัน ว่าพื้นฐานจะพอหรือเปล่าเพราะไม่ได้ติวไป 

แต่พอไปถึง กลายเป็นว่าครูที่อเมริกาไม่อินกับภาพเหมือนเลย ครูบอกว่าภาพเหมือนมันฝึกกันได้ แต่คอนเซ็ปต์กับเรื่องราวของรูปสำคัญกว่า เขาบอกอีกว่า ถ้าว่าต้องวาดภาพให้เหมือนของจริง เราก็จะไม่ลองเทคนิคใหม่ๆ งานก็จะซ้ำๆ อยู่แบบเดิม 

ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอเมริกา ไม่ได้ให้วาดภาพเหมือนแบบในไทย แต่ให้เราส่งงานอะไรที่คิดว่าแข็งแรงที่สุด จะเป็นศิลปะนามธรรม งานปั้น งานเย็บ อะไรได้หมดเลย ตอนเข้าไปเรียน ถ้าไม่ใช่วิชาวาดภาพเหมือน ครูก็จะไม่มาติเรื่องเทคนิค ความเหมือน หรือความสวย แต่จะให้ความเห็นว่างานของเรามันตอบโจทย์แค่ไหน และให้แนะนำว่าอะไรที่ปรับแล้ว งานจะสื่อสารได้ดีขึ้น 

แล้วการประกอบอาชีพศิลปินล่ะ ลันลันคิดว่าที่อเมริกามีอะไรที่ไม่เหมือนกันบ้าง

เรารู้สึกว่าคนที่นี่ให้ค่ากับงานศิลปะมาก เพราะเวลาศิลปินขายงาน เราจะคิดเป็นชั่วโมงว่างานชิ้นนี้ใช้เวลาทำกี่ชั่วโมงแล้วก็คูณไป เช่น ปกติคิดกันชั่วโมงละหกร้อยบาท อาจดูแพง แต่ว่าค่ากินอยู่ที่นี่ก็แพงมากเหมือนกัน คิดชั่วโมงเสร็จก็บวกค่าอุปกรณ์เข้าไปอีก จำได้ว่าเราเคยเห็นเพจประมูลงานศิลปะของไทย เขาตั้งราคาเริ่มต้นต่ำมาก จนเรางงว่า โห เขาใช้เวลาทำไปตั้งกี่ชั่วโมง ทำไมถึงขายถูกขนาดนี้

อีกอย่างที่รู้สึกคือ ที่อเมริกามีงานด้านศิลปะหลากหลายมาก มีหลายสายงานเราไม่ค่อยได้เห็นในไทย มันเปิดกว้างมากเลย

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

เปิดกว้างขนาดนี้ มีอะไรที่อยากลองทำอีกไหม และวางอนาคตตัวเองไว้อย่างไร

ถ้าไม่สนใจเรื่องเงินเลย อยากเปิดสตูดิโอกับเพื่อน ขายของทำมือให้จริงจังมากขึ้น เป็นสตูดิโอประหลาดๆ ขายแต่ของที่คนไม่ค่อยซื้อกัน (หัวเราะ)

และคิดมาสักพักแล้วว่าอยากทำงานกับ Stop Motion Studio (แอนิเมชันที่ทำโดยการถ่ายทีละภาพแล้วนำมาต่อกัน) ที่นี่มีบริษัททำ Stop Motion ให้โฆษณาโดยเฉพาะ ซึ่งเราเคยคุยแล้วเขาบอกว่า บริษัทต้องการศิลปินที่ทำได้หลายเทคนิค เพราะวิดีโอ Stop Motion แต่ละตัวไม่ได้ใช้เทคนิคเดียวเสมอไป ใช้ไม้ ผ้า กระดาษ ดิน หลายๆ อย่าง เราเองก็ชอบสร้างนู่นนี่จากของหลายๆ อย่างอยู่แล้ว เลยอยากลอง น่าสนุกดี

ไม่สนใจขายงานศิลปะทาง NFT (ตลาดศิลปะดิจิทัล) เหรอ

ตอนแรกก็สนใจนะ เห็นศิลปินหลายคนเริ่มเข้ามาขาย NFT และทำเงินได้จากตรงนี้ แต่พอเราหาข้อมูลเพิ่มไปเรื่อยๆ ก็พบว่าการเอารูปขึ้นระบบ NFT หนึ่งรูปมันใช้ทรัพยากรและพลังงานเยอะมาก ทำให้ตอนนี้เรายังไม่ขายผลงานทาง NFT รอดูก่อนว่า ในอนาคตตลาด NFT จะมีมาตรการแบบไหน ในการปรับตัวให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

เราเห็นลันลันเลือกวาดภาพด้วยมือหรือทำงานประดิษฐ์ มากกว่าดิจิทัลอาร์ต (ศิลปะดิจิทัลที่วาดด้วยคอมพิวเตอร์) มันให้ความรู้สึกต่างกันอย่างไร

เราชอบการทำงานศิลปะที่นั่งจับ นั่งใช้เวลากับวัสดุ เพราะได้รู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งที่ทำผ่านร่างกาย เป็นสิ่งที่จับต้องได้ เป็นรูปธรรม เลยเป็นเหตุผลที่เรารู้สึกผูกพันกับงานทุกชิ้น

เราก็ทำดิจิทัลอาร์ตบ้างนะ แต่จะมีลายเส้นคล้ายทำมืออยู่ดี ไม่ได้ดูดิจิทัลอาร์ตแบบแฟลช สีสด เส้นคม เท่าดิจิทัลอาร์ตส่วนใหญ่ในเทรนด์ตอนนี้ เคยลองทำแบบนั้นแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ชอบ ไม่ใช่ตัวเรา

ลันลันมีวิธีสร้างโอกาสให้ตัวเองอย่างไร ถึงได้ไปจัดแสดงงานหลายประเทศทั่วโลก

ต้องยกเครดิตให้คุณแม่ เขาคอยผลักดันให้เราส่งงานเข้าประกวด เพื่อสร้างพอร์ตโฟลิโอให้ตัวเอง เราอยู่อเมริกา โอกาสมันยากมาก คนมีความสามารถก็เยอะ คุณแม่เลยสนับสนุนให้ลองส่งประกวดตั้งแต่ ม.ปลาย ตอนแรกเราก็ไม่ค่อยมั่นใจในงานของตัวเอง เพราะลายเส้นเราดูเด็ก ไม่ใช่แนววิจิตรศิลป์แบบที่คนอื่นส่งประกวด แต่พอได้ส่งจริงๆ ถึงรู้ว่ามันก็มีเวทีประกวดที่เหมาะกับงานสไตล์เรา

มีครั้งไหนที่เกิดคาดบ้างไหม

Arte Laguna Prize ที่ได้ไปจัดแสดงที่อิตาลี เราคิดว่าเขาไม่น่าจะชอบงานเรา เพราะคนอื่นคือยิ่งใหญ่ เช่น งานศิลปะนามธรรมขนาด 3 x 3 เมตร ส่วนของเราเป็น Artist Book (หนังสือที่เน้นการเล่าเรื่องเชิงทัศนศิลป์) เกี่ยวกับตัวละครซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากเห็ดชนิดต่างๆ วางเล็กจิ๋วอยู่มุมหนึ่งของนิทรรศการ ตกใจมากตอนได้เข้ารอบสุดท้ายครั้งแรก (หัวเราะ) พอปีนี้ได้เข้ารอบสุดท้ายอีกครั้ง ตกใจที่สุดเลย!

สุดท้ายแล้ว เล่าถึงผลงานที่มีความหมายต่อชีวิตให้ฟังสัก 5 ชิ้นได้ไหม

ได้เลยค่ะ

01 Night Thoughts

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

Night Thoughts เป็นงานที่ทำในชั้นเรียน Animalia คือ ทำงานภาพประกอบที่เกี่ยวกับสัตว์ หรือใช้สัตว์มาเป็นองค์ประกอบ เราเลยเลือกปลาบาราคูด้า (Barracuda) ที่ว่ายเป็นทอร์นาโด เพราะเราชอบลักษณะการเคลื่อนไหวนี้มาก คิดว่ามันคล้ายตอนเรานอนไม่หลับ เวลาที่มีความคิดเข้ามาในหัวเยอะๆ ฟุ้งซ่าน วนไปเรื่อยๆ ซึ่งพอเป็นภาพนิ่ง มันอาจไม่เห็นความวุ่นวายหมุนวนของปลา เลยทำเป็นแอนิเมชัน ชิ้นนี้ได้ 3 รางวัล คือเข้ารอบสุดท้ายเวที Arte Laguna Prize ครั้งล่าสุด แล้วก็ได้เข้ารอบสุดท้ายเวที Society Of Illustration West และที่สี่ Society Of Illustration 

02 Quarantine Planet

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

งานนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่วงโควิด-19 เพราะเดือนแรกๆ ที่ระบาด ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้าน เป็นประสบการณ์ใหม่มาก ไม่มีใครเคยอยู่บ้านทั้งวันทั้งคืนมาก่อน งานนี้เลยเป็นการเล่าเหตุการณ์ว่า การติดอยู่ในบ้านเราทำอะไรบ้าง ใช้สัตว์ประหลาดมาแทนตัวเรา ส่วนบ้านเป็นดาวเคราะห์ที่สัตว์ประหลาดต้องมาติดอยู่ 

ภาพแรก คือกองเสื้อผ้าที่เราขี้เกียจเก็บ ตอนนั้นเพิ่งย้ายไปอยู่บ้านคุณอาที่โอไฮโอ พอเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าก็ไม่ได้จัด กองอยู่แบบนั้น 

ภาพที่สอง คือการที่เราอยู่บ้านแล้วกินทั้งวัน เปิดตู้เย็นกินไม่หยุด 

ภาพที่สาม คือประชุมออนไลน์กับสัตว์ประหลาดจากดาวเคราะห์อื่นๆ ที่ต้องติดอยู่บ้านเหมือนกัน 

ภาพที่สี่ คืออยู่บ้านดูทีวี กดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ 

ภาพสุดท้าย คือการที่เราใช้เวลาผ่อนคลายในห้องน้ำเยอะมาก 

03 Moth

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีที่สี่ เราย้ายไปอยู่ห้องพักใหม่กับเพื่อน แล้วมีถังข้าวสาร ปิดฝาไว้อย่างแน่นหนา อยู่ดีๆ วันหนึ่งก็มีผีเสื้อกลางคืนไปสร้างรังอยู่ข้างใน ทำให้ถังนั้นใช้ไม่ได้อีกเลย เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าผีเสื้อกลางคืนเข้าไปอยู่เพื่อกินข้าวสารได้ ตกใจมาก เลยเอาเหตุการณ์นั้นมาทำงาน Artist Book

เราเขียนเป็นกลอนไฮกุเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า

Moth are flying around

Seeking roving then landed

On my precious rice 

แปลประมาณว่า ผีเสื้อกลางคืนมันบินไปมา แล้วร่อนลงมาอยู่บนข้าวที่แสนมีค่าของฉัน ใน Artist Book เป็นภาพตุ๊กตาผีเสื้อกลางคืนที่เราเย็บขึ้นมา ที่ตรงกลางตัวติดกระดุมเล็กๆ กับกล่องข้าว แล้วก็ปักกลอนไฮกุที่เราเขียนไว้ที่ปีก

04 พรมงู

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

พรมชิ้นนี้มาจากภาพประกอบที่เคยทำ มีที่มาจากเรื่องราวตอนเด็ก เวลาไปวิ่งเล่นในหมู่บ้าน ได้ยินกลุ่มพี่แม่บ้านคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านบ่อยๆ ว่ามีไอ้เหลือมมากินแมวทั้งตัว เพราะหมู่บ้านป่ารกมาก งูเยอะ พอมาเป็นภาพ เลยอยากให้เห็นว่ามีแมว มีไก่ หรือหมา อยู่ในงูทั้งตัว แล้วเวลาไปคุยกับเพื่อนหรือครูที่อเมริกา ทุกคนจะตกใจมากว่าที่บ้านเรามีงูตัวใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ

05 Dancing Sardine

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

Dancing Sardine เป็นปลากระป๋องของเล่นไขลาน เราทำงานชิ้นนี้ขึ้นมาในชั้นเรียนทำของเล่น เรามองสิ่งรอบตัวว่าใช้ทำประโยชน์อื่นๆ อะไรได้บ้าง ซึ่งตอนนั้นกินปลากระป๋องเยอะมาก และชอบรูปร่างของกระป๋อง เลยคิดไปว่าน่าสนุกดีถ้าเอามาทำของเล่น เพราะมันอันเล็กๆ และเป็นสิ่งที่ผู้คนเชื่อมโยงได้ ของเล่นไขลานเป็นปลามานั่งเต้นบนกระป๋องปลากระป๋องจึงเกิดขึ้น ปกติถ้าเป็นงาน 3D ชิ้นอื่น เราจะลงสี แต่งานนี้ไม่ลง คงเนื้อและความวาวของอะลูมิเนียมไว้ เพราะมันเป็นเอกลักษณ์ของวัสดุ

ภาพ : ด้วยรัก ผดุงวิเชียร

Writer

ภาสินี ประมูลวงศ์

เตยเป็นนักอ่าน รื้อค้น และเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ มีความสนใจเป็นพิเศษด้านศิลปะกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สิ่งที่ชอบคือหนังสือและพิพิธภัณฑ์ สิ่งที่ไม่ชอบคือเสียงดัง ปัจจุบันเตยทำเพจชื่อ Artteller และพยายามเขียนหนังสืออยู่

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ภาพวาดสิ่งมีชีวิตสี่ขาสื่อแทนผู้คน เติมเต็มด้วยลวดลายแพตเทิร์น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ลายขวาง ค่าน้ำหนักขาว เทา ดำ เส้นทุกเส้นบรรจบกันอย่างบรรจง ทุกองค์ประกอบประดับขึ้นเพื่อเพิ่มมิติให้กับทุกคาแรกเตอร์ในหนึ่งเรื่องราว

ภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวยากที่จะเลียนแบบนี้เป็นผลงานของ กรีฑา พรมโว หรือศิลปินผู้เป็นที่รู้จักในชื่อ Chang of Art ผลงานของเขาโดดเด่นในสไตล์ของ Pop Art, Contemporary Art และ Doodle Art สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และแนวคิดที่ว่า มันบาลานซ์ได้ดีระหว่างความเป็น Fine Art (วิจิตรศิลป์เน้นความสวยงาม) และ Commercial Art (พาณิชยศิลป์เน้นการต่อยอดด้านมูลค่าของผลงาน) ทั้งความงามและคุณประโยชน์ของสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันอย่างมาก

ด้วยสไตล์งานที่สนุกและเข้าใจง่าย ทำให้คนเสพก็สุข คนสร้างจึงไม่เคยหยุดเสาะแสวงหาไอเดียมาวาดชิ้นงานใหม่ ๆ ชีวิตที่เติบโตมากับศิลปะประหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งซึ่งแยกจากกันไม่ได้ ทำให้เขาเข้าใจงาน เข้าใจตัวเอง และเข้าใจสิ่งที่สังคมต้องการได้เป็นอย่างดี แต่เบื้องหลังกว่าจะได้มายังสิ่งนี้ คงไม่ง่ายเสมือนดีดนิ้วแค่เป๊าะเดียวเป็นแน่

งานของเขามีชื่อเสียงในแวดวงนักสะสมผู้ชื่นชอบศิลปะคาแรกเตอร์ชัด ขนาดมีคนยอมรอภาพวาดในเวลาหลักปี ไม่ใช่แค่ระดับประเทศ เขายังได้ไปจัดแสดงงานที่เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน และฮ่องกง ล่าสุด เขาได้ออกแบบลวดลายบนเสื้อลิมิเต็ดอิดิชันให้กับ Garena Free Fire เกมมือถือออนไลน์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าท้าย การต่อสู้ และการเอาชีวิตรอด คว้ารางวัล ‘เกมมือถือยอดเยี่ยมแห่งปี’ จากงาน Esports Awards 2021 ถึง 2 ปีซ้อน คล้ายจะเป็นเรื่องเดียวกับรางวัลชีวิตราว 20 ปีที่ได้มาจากการฝ่าฟันของเขา เราจึงอยากชวนทุกคนทำความรู้จัก ‘งานช้าง’ ในแบบของ Chang of Art ไปพร้อมกัน

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

Unique-Useful-Universal 

ภายในสตูดิโอส่วนตัวที่ปลุกพลังด้วยผนังสีแดง แสงไฟปรับระดับเข้ม กลาง อ่อน ไปตามฟีลลิ่งของการสร้างสรรค์ เต็มไปด้วยผลงานหลายชิ้น หลากสไตล์

“เราใช้สัตว์และคนมาเป็นตัวแทนในการนำเสนอความคิดและความรู้สึก” เจ้าของผลงานกล่าว เมื่อเราเห็นว่าทุกภาพมีสัตว์เป็นพระเอกของงาน

หากใครเป็นแฟนผลงาน Chang of Art ก็ดี หรือใครกำลังทำความรู้จักกับผลงานของเขาจากเรื่องราวนี้ก็ตามแต่ จะสังเกตได้อย่างชัดเจนถึงสิ่งมีชีวิตที่กำลังโลดแล่นลีลาอยู่บนพื้นผ้าใบ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวให้คนเข้าใจง่ายในพริบตาเดียว ดังเช่นที่อยู่ตรงหน้าเรา ภาพสิงโตกำลังหัวเราะร่า ใส่หมวกกันน็อกเตรียมพร้อมออกซ่าผจญภัยบนท้องถนน แฝงไปด้วยอารมณ์ บริบท และไลฟ์สไตล์ จนใครเห็นก็คงต้องพูดออกมาเลยว่า ‘นี่แหละ ผลงานของ Chang of Art’

แต่ก่อนจะมาเป็นสัตว์นานาชนิด ศิลปินต้องทำความเข้าใจกับความหมายและความเชื่อของตัวละครที่จะปรากฏในผลงานเสียก่อน

“ถ้าเราเข้าใจ เราจะมักง่ายเวลาถ่ายทอดไม่ได้ เพราะต้องสื่อสารและนำเสนอ Definition ให้ได้ ว่าทำไมต้องเป็นเสือสิงโต มังกร หมาป่า หรือทำไมต้องเป็นขวดเหล้า ขวดเบียร์ ทำไมต้องเป็นรถยนต์ ทำไมต้องเร็ว พวกนี้มันมีคำตอบที่ชัดเจน และเป็นคำตอบแบบ High Art ไม่ใช่ Design มันมีมิติลึกกว่า อย่างสัตว์นี่มีความเชื่อ เรื่องสถานะต่าง ๆ มีความหมายแฝงอยู่ เช่น เสือ สื่อถึงบุคลิกสุขุม นุ่มลึก ใจใหญ่”

นิยามของ ‘งานช้าง’ จึงมีด้วยกัน 3 อย่างใหญ่ ๆ คือ Unique, Useful, Universal 

Unique ยูนีกทันทีที่มอง รู้เลยว่าเส้นเยอะ ๆ หนวดเยอะ ๆ มีแพตเทิร์น มีไอคอน มีไอเดียแฝงอยู่ในทุกคาแรกเตอร์

Useful ต่อยอดประโยชน์ของชิ้นงานได้มากกว่าแค่บทบาทของภาพวาด เขาคิดต่อยอดไปถึงว่างานชิ้นนี้ให้อะไรกับคนและสังคม การจบกระบวนการของงานจึงไม่ใช่การลงสีในด่านสุดท้าย แต่ต้องคิดเผื่อไปไกลถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

Universal ต้องเป็นงานสะท้อนตัวตนที่ได้รับการยอมรับในสังคม ซึ่งการเป็นที่ยอมรับในที่นี้ เขาอธิบายว่า ไม่เท่ากับความแมสเพียงอย่างเดียว แม้ศิลปินต้องการให้ผลงานตัวเองเป็นที่รู้จัก แต่งานชิ้นนั้นก็ต้องให้ไอเดียกับคนที่พบเห็น ผู้คนต้องมีการตั้งคำถาม ชื่นชม ไปจนถึงวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นย้อนกลับมาสู่การพัฒนางานชิ้นต่อไปของตน

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire
ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

Flashback to The Beginning

กว่าจะออกมาเป็น Chang of Art ในทุกวันนี้ ช้างได้เดินทาง ลองผิดลองถูก มีอุปสรรคแวะทักทายบ้าง จนตกตะกอนกับความรักในศิลปะมากว่า 20 ปี

“ผมไม่ได้คิดว่าเราทำงาน เราคิดว่าเราใช้ชีวิต”

ชีวิตที่มีศิลปะเป็นส่วนประกอบหลัก เริ่มตั้งแต่สมัยเป็นเด็กชายช้างที่ชอบวาดรูปเหมือนกับเด็กหลาย ๆ คน ศิลปินเยาว์วัยวาดเตาะแตะเรื่อยมาไม่เคยหยุดจนกลายเป็นความชอบ พอเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จึงเริ่มทำความเข้าใจศิลปะในเรื่องพื้นฐาน ลัทธิต่าง ๆ ประวัติศาสตร์ศิลปะ และพื้นฐานทางด้านทัศนศิลป์ เขาค่อย ๆ มองภาพในสเกลใหญ่ขึ้น นั่นคือ การหาสถานที่สักที่ เพื่อเดินต่อในเส้นทางของการพัฒนาฝีมือ หลังจากเรียนจบระดับอุดมศึกษา เขาจึงคิดถึงการนำศิลปะมาอยู่ในชีวิตประจำวัน กึ่งเดินกึ่งวิ่งหาลู่ทางนำศิลปะมาประยุกต์ใช้ ประกอบอาชีพ และเติมเต็มคุณค่าของชีวิต จนถึงทุกวันนี้ เขาเพียงแค่เดินเรื่อย ๆ ไปในทางของตัวเองในทุก ๆ วัน ข้ามผ่านจุดสูงชันและไม่ต้องวิ่งแข่งกับใคร

Learning by Doing

ตลอดชีวิตบนเส้นทางสายศิลปะ เขาผ่านมาทุกยุคทุกวัยของการเรียนรู้ ทั้งยุคลอง ยุคเริ่มต้น ยุคแสวงหา จนอยู่ตัวและให้คำตอบตัวเองได้แล้วว่า ยุคนี้เป็นยุคของการสร้างทัศนคติ สร้างมุมมองใหม่ ๆ และสร้างแม้กระทั่งนิยามใหม่ จากองค์ประกอบศิลป์ที่เขาเข้าใจทั้งหมด 

“เราทำงานมาเรื่อย ๆ ปรับตัว ปรับปรุงอยู่ตลอด ให้มันเลี้ยงชีพได้ ทั้งในทาง Commercial และ Fine Art ให้มันมีความบาลานซ์อยู่ตรงกลาง และเราก็สร้างทัศนคติใหม่ ๆ ขึ้นมาระหว่างทาง”

ช้างทำให้งานเขาอยู่ตรงกลาง พอดีในทุกมิติ

“ผมนิยามงานตัวเองว่ามันคือสมดุลระหว่างความเข้าใจ” พอดีทั้งความงาม มูลค่า ประโยชน์ใช้สอย และแนวคิดต่อยอด

กว่าจะมาเป็น 1 ชิ้นงาน ต้องผ่านกระบวนการคิด และนำความคิดมาคิดต่ออีกที เพื่อวิเคราะห์ความหมายขององค์ประกอบทุกส่วนที่จะเกิดขึ้น หลังจากนั้นจรดปลายดินสอลงบนกระดาษ สเก็ตช์ภาพที่ร่างไว้ในหัวให้คุ้นชิน ลองแล้วลองเล่า ชนิดที่เห็นกระดาษเปล่าแล้วชี้ได้เลยว่าอันนี้อยู่ตรงไหน เชื่อมกับอะไร จึงเริ่มขั้นตอนสำคัญต่อไป คือการร่างความคิดให้เป็นจริงขึ้นมา

“เมื่อได้ไอเดียแล้ว เราต้องมาคิดวิเคราะห์ มาทำสเก็ตช์มาเลือกคาแรกเตอร์ที่ชอบที่สุด และวางแผนว่าทำยังไงถึงสำเร็จ” Chang of Art เปรียบงานตัวเองเสมือนงานวิจัยขนาดย่อม

“ถ้าเราอยากได้หมาหัวเราะหรืออยากได้หมาน่ารัก ๆ ตัวหนึ่งนั่งบนเวสป้าหรือขี่สกู๊ตเตอร์ เราก็วาดไปเลยแล้วค่อยมาดูว่า จะเอามันมาใช้ยังไง ต้องการความ Hamony กลมกลืนไปด้วยกัน ฉะนั้นงานมันต้องวางแผน เพราะทุกเส้นวกไปวนมา”

ทุกผลงาน ช้างเลือกใช้เทคนิค Free Hand หรือการวาดโดยไม่ต้องร่างดินสอก่อนและไม่ต้องพึ่งพายางลบ ลายเส้นทุกเส้นตวัดวาดจากภาพร่างในจินตนาการ ที่ผ่านการวางแผน กลั่นกรอง และสเก็ตช์จนจดจำทุกตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ

“เราต้องมีภาพในหัวว่าจะวางอะไรบนพื้นที่ตรงนี้ และจัดสรรองค์ประกอบ เว้นสเปซให้พอดี” เขาอธิบายการจัดวางลายเส้นให้เชื่อมกันอย่างไร้รอยต่อและไขว้ไปไขว้มา ชวนค้นหาจุดสิ้นสุด

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

เมื่อภาพเกิดขึ้นตามความตั้งใจสมกับความพยายามแล้ว อาณาจักรของ Chang of Art ไม่หยุดอยู่แค่ในภาพวาด แต่เขายังต่อยอดงานสู่ประติมากรรม ดึงเอาคาแรกเตอร์ของการ์ตูนออกมาเป็นรูปปั้นสามมิติ จับต้องได้ เขาทำมาหมดแล้วทุกไซส์ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ตัวจิ๋วถึงตัวยักษ์ ตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ไปจนถึง 150 เซนติเมตร

เบื้องหลังกว่าจะได้มาซึ่งผลงานทั้งหมด ต้องตกตะกอนกับความคิดจากแพสชันแรกเริ่ม

“มันเริ่มตั้งแต่คิด” ศิลปินชาวนครปฐมเอ่ย

“เราคิดโดยเอาความอยากเป็นตัวตั้ง คิดเสร็จก็ทำ เราต้องสร้างคุณค่าให้กับคาแรกเตอร์เหล่านั้นให้แข็งแรง”
ช้างเผยกลเม็ดที่จะทำให้งานนั้นแข็งแรงขึ้น ด้วยการพาไปออกงานแสดงนิทรรศการ เอาไปให้คนอื่นดู แล้วรับฟีดแบ็กเพื่อนำกลับมาพัฒนา ผลพลอยได้อีกอย่างจากการที่เขาพางานไป Road Show ให้คนรู้จักทั้ง Online และ Onground ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้งานมากขึ้น เมื่อได้รับการตอบรับที่ดี มีคนชื่นชอบ จึงมีทั้งคำแนะนำ การสนับสนุน และการติชม ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงต่อยอด ดังที่ศิลปินเชื่อมาตลอดว่า ‘Learning by Doing’ ทำให้ผลงานของเขาแอดวานซ์ขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างหาตัวจับได้ยาก

“ถ้าเราอยากเป็นศิลปินระดับโลก เราต้องคิดแบบศิลปินระดับโลก” ช้างกล่าวประโยคเชิญชวนคนฟังเข้าสู่ภวังค์อีกครั้ง ก่อนจะขยายความต่อ 

“เราก็เลยคิดว่าเราต้องสร้างแนวทางของเรา จากฝีมือที่เพียรฝึกฝนและประสบการณ์ที่สะสมมา เราต้องชัดเจนตั้งแต่ความหมายของมัน คิดมากกว่าแค่เริ่มต้นจนสิ้นสุด สุดท้ายมันเลยทำให้งานของเรายูนีกและเป็นตัวตนเราจริง ๆ”

ทุกผลงานเห็นประจักษ์ถึงการประสบความสำเร็จขนาดนี้ เพราะช้างไม่เคยขาดไอเดียสร้างสรรค์

“ตอนนี้สื่อมันเยอะ โลกก็มีอะไรให้ทำมาก เพียงแค่เราต้องเปิดใจเรียนรู้และย้ำตัวเองว่าอย่ายึดติด”

เขาเชื่อว่าการจะเติบโตเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาตัวเอง ก็ต้องเริ่มสร้างแนวคิดจากประสบการณ์ สร้างทัศนคติขึ้นมาใหม่ด้วยปัจจัยทางด้านศิลปะเหมือนเดิม แต่ต้องหลุดจากกรอบเดิมนั้น ด้วยวิธีคิดใหม่ ๆ

“อยู่กับศิลปะมา 20 ปี คำว่าแรงบันดาลใจยังสำคัญอยู่มั้ย” เราถามต่อ

“ผมมองว่าแรงบันดาลใจเป็นขั้นสอง ขั้นแรก คือมองชีวิตเราก่อน มองทัศนคติของตัวเอง บางคนบอกผมทำเหมือนพี่ไม่ได้หรอก ยาก จะหาเงินได้ยังไง เนี่ย มันจึงต้องเริ่มที่ทัศนคติ ถ้าเรารู้สึกว่าเชื่อมั่นในตัวเอง เราค่อยมาหาแรงบันดาลใจ 

“จริง ๆ เราเป็นคนธรรมดา พื้นฐานบ้านไม่ได้มีเงิน ติดลบด้วยซ้ำ แต่ว่าพวกนี้มันก็คือแรงบันดาลใจให้เราอยากให้กำลังใจหลาย ๆ คนต่อ อย่าไปคิดว่าต้องรอให้มีตังค์ค่อยทำงานศิลปะที่ดีได้ มันเริ่มจากเล็กไปใหญ่ได้ เราต้องเข้าใจพื้นฐานของศิลปะ เส้น สีรูปทรง น้ำหนัก วัสดุ ลัทธิศิลปะ แล้วทำผลงานให้ดี ค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ ชื่อเสียง เงินทอง

 “อย่างพวกเสือ สิงโต ก็กลับไปตอบคำถามเรื่องนิยามที่เราแสดงออกมาแทน Chang of Art ที่ฝ่าฝันเอาตัวรอด งานก็เหมือนการดิ้นรน คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงอยู่รอด ที่สำคัญคือต้องพยายามเปิดใจเรียนรู้ มีโอกาสก็ไปดูงานดี ๆ”

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire
Chang of Art ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

Free up your soul

“มันประเมินมูลค่าไม่ได้เลย” ช้างตอบ หากให้นิยามความสำเร็จของเขา

งานช้าง ไปสร้างปรากฏการณ์ที่น่าจดจำในต่างแดนมาแล้วมากมาย ทั้ง เกาหลี สิงคโปร์ ไต้หวัน รวมถึงงานที่เป็น Original Licencing ระดับโลกในฮ่องกง

ทั้งหมดทั้งมวลทำให้เขารู้ว่า การมองงานศิลปะให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ จะนำมาสู่ความคิดที่แหลมคม

“จริง ๆ ความคิดไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือวิเคราะห์และการมองให้เหนือไปกว่าตรงนั้น เวลาผมทำงาน ผมจะมองลึกกว่าลึกกว่าลึกเข้าไปอีก เราไม่ได้มองแค่ต้องทำงานชิ้นนี้ให้ดีที่สุด แต่เรามองเลยไปถึงผลลัพธ์ ว่างานชิ้นนั้นมันให้อะไรได้บ้าง” ศิลปินแนวหน้าเน้นเสียง

อีกหนึ่งสิ่งที่ช้างใช้ขับเคลื่อนศิลปะในชีวิต คือ ‘Free up your soul’ การปลดปล่อยจินตนาการอย่างไร้ข้อจำกัด วางกฎเกณฑ์ทั้งหมด แล้วฟังเสียงหัวใจตัวเอง

“คำนี้เป็นคำที่ผมชอบใช้มากเลย คือการที่เราจะมีพลัง มันต้องมีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่มาเติมเต็ม งานศิลปะฟังก์ชันมันเยอะมาก บางคนที่สะสมจริง ๆ เขาบอกเขาหลับตาไม่ลง เขาละสายตาจากมันไม่ได้ มันสวยมาก เซ็กซี่มาก”

ที่มาของพลัง ของมนต์สะกด ของความเซ็กซี่เหล่านั้น คือ

“เราต้องหาให้เจอว่า Vision คืออะไร Definition คืออะไร ถ้าชัดเจนแล้วมันจะง่ายมากเลย เหมือนกับชีวิตเรา ระหว่างทางเราก็มีปัญหานะ เยอะด้วย ก็แก้ไขไปให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะ ปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือความรู้ รู้น้อยยิ่งปัญหาเยอะ รู้เยอะปัญหาน้อย เราต้องออกไปค้นหา ไปเจอความผิดพลาดต่าง ๆ พอถึงจุดหนึ่งก็จะง่าย และสิ่งสำคัญคือการพยายามเรียนรู้การเปลี่ยนไปของโลก” ช้างทิ้งท้ายถึงหนึ่งแนวคิดที่เขาเชื่อมาตลอด

หลังจากทำความรู้จักกับตัวตนของศิลปินมาครู่ใหญ่ เราขอพาทุกคนไปรู้จักเรื่องราวในอีกมิติ ผ่าน 4 ผลงานที่มีความหมายของศิลปินบ้าง

01 Free Fire 

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

สำหรับ Free Fire ที่ร่วมงานกับผู้คนหลายวงการทั้งยูทูบเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์ต่าง ๆ ในครั้งนี้จึงมองหางานศิลปะและการออกแบบ เลยตัดสินใจเลือก Chang of Art อย่างไม่ลังเล ด้วยสไตล์งานที่สนุก เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นรูปสัตว์ที่มีเรื่องราวในตัวงาน

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เมื่อความต้องการตรงกัน ช้างจึงตั้งใจให้งานชิ้นนี้เป็น Event Merchandise ที่เน้นความสนุก เขาไม่ได้มองแค่ว่าเป็นสิ่งใช้สอย แต่อยากให้เป็นฟังก์ชัน เป็นการสะสม เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ทั้งตัวงานและผู้ครอบครอง จึงออกมาเป็นเสื้อยืดสกรีนลาย Limited Edition มาพร้อมแพ็กเกจจิ้งที่ออกแบบพิเศษเช่นกัน และมีซีเรียลนัมเบอร์ทุกกล่อง ภายใต้สโลแกน ‘สัญชาตญาณแรกของชีวิต คือ การเอาตัวรอดอย่างมีเกียรติและเข้มแข็ง’ ให้ Wolf หรือ หมาป่า รับหน้าที่เป็นพระเอกในโปรเจกต์นี้ ถ่ายทอดความเป็นนักล่า ปราดเปรียว เป็นสัตว์ที่ล่ายาก ตายยาก แม้จะต้องตายอย่างโดดเดี่ยวแต่ก็มีเกียรติ เข้ากับคอนเซ็ปต์ของความเป็นเกมแนว Battle Royale

02 Mr. Mee Hey

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เจ้าป่าใส่หมวกกันน๊อกขี่เมฆ คงเป็นภาพที่เราไม่เคยเห็นจากที่ไหน มีทั้งแบบ 2 มิติ (ภาพวาดคุมโทนด้วยสีขาวดำแต่จัดเต็มด้วยแพตเทิร์นอย่างไม่มีที่ว่างเพื่อเพิ่มสีสันให้งาน) และแบบ 3 มิติ (รูปปั้นขนาด 1.50 เมตร เป็นสิงโตใส่หมวกกันน็อกที่หมวกถอดได้) สื่อความหมายถึงคนที่ไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่ เชื่อว่าชีวิตคือการได้ออกเดินทางแสวงหาสิ่งใหม่

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

สีขาวดำของผิวเจ้าป่า เป็นอีกหนึ่งไอเดียใหม่คือการปล่อยโล่งโดยไม่ผ่านการเพนต์ ผลงานชิ้นนี้เปลี่ยนชีวิตเขา และมอบทัศนคติใหม่ ๆ จากที่คนเริ่มมองว่างานแปลกดี ซึ่งมันการันตีได้ว่าความความกล้า ความแปลกนี้ก็มีมูลค่ามหาศาลเหมือนกัน 

03 Mr. Mee Har

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

ถ้าไม่ดุ ก็ไม่ใช่เสือ – ช้างว่า

แต่บังเอิญเป็นเสือดุที่มีมุมน่ารัก คาแรกเตอร์ของนักล่าอย่างเสือนี้ สร้างขึ้นมาเหมาะเจาะกับนักษัตรปีขาลพอดิบพอดี

มีฮาเป็นประติมากรรมทองเหลืองชิ้นแรกของ Change of Art ที่ถอดส่วนประกอบได้ทุกอย่าง เขาสนใจเพียงแค่ฟังก์ชันเป็นหลัก มองข้ามเรื่องต้นทุนเป็นรอง งานชิ้นนี้จัดว่าเป็นคู่แฝดของสิงโตเจ้าป่าอย่าง Mr. Mee Hey ซึ่งนำเสนอความคิดแบบเดียวกัน

04 Leopard

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เสือดาวเฝ้ารอโอกาสและเวลา เมื่อถูกที่ ถูกจังหวะ จึงก้าวออกจากป่า แผ่ซ่านความป๊อปบนถนนใจกลางเมืองหลวง

ช้างเลือกใช้สีสันสดสวยตัดกัน โชว์กลิ่นอายความเป็นป๊อปอาร์ตอย่างชัดเจน และทลายกรอบของตัวเองในการใช้สีสัน ต่างจากงานขาวดำชิ้นก่อน ๆ แสดงออกผ่านภาพวาด ภาพพิมพ์ และประติมากรรม ในการสร้างคาแรกเตอร์เสือดาวสวมแว่นตาฉายอดีตที่มีความเท่ มี Third Eye บนหัว แสดงถึง Sixth Sense เช่นเดียวกับที่ศิลปินมีในทุกการสร้างผลงาน 

ผลงานชิ้นนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ความกล้าเดินออกจากเส้นทางเดิม ๆ แสดงให้เห็นถึงความไม่ยึดติดในสไตล์งานและการใช้ชีวิต

“เราต้องการท้าทายและแสดงความสามารถออกมา ทำให้ดี เป็นที่ยอมรับ เพื่อส่งแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ รวมถึงเพิ่มคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับตัวเราเอง” ศิลปินผู้กล้าย้ำ

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load