Dry Clean Only คือแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทย ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

เบส-ปฏิพัทธ์ ชัยภักดี เริ่มต้นก่อตั้งแบรนด์จากร้านเล็กๆ ในจตุจักรเมื่อ 13 ปีก่อน ขายในสิ่งที่คนทั่วไปไม่เข้าใจ แต่เหล่าแฟชั่นนิสต้ากรี๊ดมาก เสื้อปักลาย เติมแต่ง และตัดต่อรูปทรงประหลาดแต่สวยไม่เหมือนใคร จนวันหนึ่งมีคนจากญี่ปุ่นติดต่อไปขายในร้านรวมแบรนด์ชื่อดัง ตามด้วย ฮ่องกง เกาหลีใต้ และอีก 15 ประเทศทั่วโลก

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

ถ้าใครติดตามข่าวสารวงการแฟชั่น ย่อมรู้จักเบสเป็นอย่างดี เขาเป็นคนแรกที่หยิบเสื้อยืดกระทิงแดงคุ้นตามาทำใหม่ในสไตล์วิกตอเรียนจนสื่อแฟชั่นต่างประเทศพูดถึง และนับตั้งแต่วันที่ Rihanna ใส่เสื้อยืดปักแขนด้วยไข่มุก ชื่อของ Dry Clean Only ก็เป็นที่รู้จักในหมู่คนรักแฟชั่นทั่วโลก และเสื้อผ้าหน้าตาคล้ายๆ กันนี้ก็เกิดขึ้นเต็มท้องตลาดนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

“ภูมิใจนะ แรกๆ อาจจะโกรธ แต่ถ้าเราอยู่ในธุรกิจนี้แล้วไม่ได้รับความสนใจ ไม่เคยโดยลอกเลียนผลงาน เราก็ควรจะต้องพิจารณาตัวเองมากกว่า” แม้เบสจะมองเป็นเรื่องปกติ แต่การลอกเลียนแบบก็เป็นสิ่งที่คนที่เรียกตัวเองว่าทำงานสร้างสรรค์ไม่ควรทำอยู่ดี

‘น้องนอนในห้องเสื้อ’ ตอนที่ 2 พาไปเปิดห้องเสื้อ Dry Clean Only คุยกับเบส ตั้งแต่เรื่องเริ่มต้นทำร้านในฝัน การคิดถึงจุดยืนในตลาดตั้งแต่วันแรกที่ทำธุรกิจ การรู้จุดแข็งของตัวเอง ไปจนรู้จักตลาด และการคิดไปข้างหน้าตลอดเวลา จนทำให้แบรนด์ชัดเจนในตัวตน

ขึ้นชื่อว่าการจะอยู่ในธุรกิจแฟชั่นนั้นแสนโหด Dry Clean Only เอาตัวรอดมาอย่างไร อะไรคือเบื้องหลังวิธีคิดและแผนธุรกิจฉบับ Dry Clean Only ขอเชิญทุกท่านปฏิบัติตามคำแนะนำ 

เริ่มจาก แยกผ้าขาวออกจากผ้าสี ก่อนลงใส่ถัง

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบความฝันก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ

อดีตนักเรียนแฟชั่นที่ตัดสินใจเดินออกจากห้องเรียน ไปทำงานหาประสบการณ์ เพื่อเรียนรู้ธุรกิจแฟชั่น โดยใช้เวลา 4 ปีกับงานผู้ช่วยสไตลิสต์ ซึ่งเบสเรียนรู้ครบทุกขั้นตอนจนเขามั่นใจ

“ตอนนั้นคิดในหัวเลยว่า ถ้าเราจะเป็นผู้ช่วยสไตลิสต์ เราจะเป็นผู้ช่วยสไตลิสต์ที่ดีที่สุด ดีที่สุดในที่นี่ คือให้มากกว่าที่เขาคาดหวัง เช่น คนทั่วไปคิดว่าตำแหน่งผู้ช่วยนั้นไม่สำคัญ ดังนั้นจะมาสายก็ได้ แต่เราไม่คิดอย่างนั้น หากนัดตีห้า เราไปตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง ผู้ช่วยคนอื่นอาจจะมีกรรไกรหนึ่งอัน แต่เรามีโรล มีลูกกลิ้งทำความสะอาด มีเข็มกลัด มีทุกอย่างที่พร้อม เราชอบศึกษาเบื้องหลังการทำงานของคนในวงการที่ต่างประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมอุปกรณ์และสิ่งที่ควรทำ ต่อให้ไม่ได้ใช้ก็ไม่เป็นไร แต่จะมีเตรียมไว้ สิ่งนี้สำคัญกับเรานะ ขอให้ได้ทุ่มเทกับทุกอย่างที่ทำ ต่อให้ไปเปิดร้านข้าวแกงเราก็จะทำให้ร้านข้าวแกงของเราเป็นร้านที่ดีที่สุด”

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

ขั้นตอนที่ 2 ตั้งใจจะเป็นร้านเสื้อผ้าที่ไม่เหมือนใครในจตุจักร

“เสื้อเราต้องแปลก” เบสคิดตั้งแต่วันแรก และเริ่มต้นดัดแปลงเสื้อผ้าที่มีอยู่ในตู้ 

ขณะที่เสื้อผ้าในอุตสาหกรรมเกิดขึ้นจากการตัดเย็บ เบสเป็นคนแรกที่ใช้ของเก่าเป็นวัสดุหลักของแบรนด์ และยังคงเป็นมาถึงวันนี้

“เราไม่อยากทำอะไรเหมือนคนอื่น ซื้อผ้าเหมือนคนอื่น ทำแพตเทิร์นเหมือนคนอื่น ถ้าจะทำแล้วเหมือนคนอื่นจะทำทำไม เสียเวลาชีวิต” งานของ Dry Clean Only โดดเด่นและเป็นที่จดจำเรื่องงานคราฟต์ การตกแต่งประดับประดา ปักและตัดต่อด้วยมือ ทำทุกอย่างในร้านด้วยตัวเองและมีผู้ช่วยอีก 2 คน

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก
เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

ขณะที่ราคาเสื้อผ้าที่จตุจักรโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 300 – 500 บาท เสื้อผ้าของเบทส์ราคาเริ่มต้น 800 – 1,200 บาท

“เราคิดอยู่แล้วว่าจะขายราคาเท่าไหร่” เบสเล่า

“คุณไม่เคยเปิดร้านมาก่อน แล้วเอาความมั่นใจมาจากไหน” เราถาม

“นอกจากรู้ว่าจะทำของที่แปลกไม่มีใครทำ ก็ไม่รู้อะไรเลย ตอนนั้นคิดแค่เราจะทำและส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดเหมือนทุกงานที่เคยทำ และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ลูกค้ากรี๊ดกร๊าด ตอนแรกเขาอาจจะตกใจราคา แต่พอเห็นของเขาก็เข้าใจ” เจ้าของแบรนด์ตอบ

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

ขั้นตอนที่ 3 ชอบที่ใส่แล้วไม่เหมือนใคร

ถ้าไม่นับคนที่ชอบแฟชั่น สนใจงานออกแบบและศิลปะ ลูกค้า Dry Clean Only คือใคร เราถาม 

“คือคนที่ค่อนข้างชัดเจนกับตัวเอง มีอิสระ เราพบว่าเมื่อเราปล่อยให้สินค้านำ สินค้าก็จะดึงดูดลูกค้าเข้ามาเอง” เบสตอบ เขาบอกว่าลูกค้าจะค่อยๆ เผยตัวออกมาว่า เขาหรือเธอชอบเสื้อผ้าลักษณะนี้

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก
เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

ขั้นตอนที่ 4 ขายความคราฟต์ หนีความซ้ำ

เบสทำอย่างไร ลูกค้าของเขาจริงเห็นและรู้ทันทีว่านี่คืองานของ Dry Clean Only

เหตุผลที่เสื้อผ้าของ Dry Clean Only ช่วง 5 ปีแรก มีลายพิมพ์รูปสัตว์ทั้งหมด เพราะเบสชอบนก และเขารู้ดีว่าในตลาดมีเสื้อพิมพ์ลายสัตว์มากแค่ไหน ไม่ว่าจะลายหมาป่า สุนัขจิ้งจอก เสือ นกอินทรี ฯลฯ ถ้าเป็นสัตว์ป่า เบสทำให้ Dry Clean Only เป็นเจ้าของงานสไตล์นี้ได้ทั้งหมด โดยใช้ประสบการณ์ในชีวิตตีความเรื่องรอบตัวผ่านเสื้อผ้า จนสร้างมาตรฐานใหม่ให้เสื้อผ้าสไตล์นี้

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

จากเสื้อผ้าเก่าราคา 200 บาท Dry Clean Only ทำให้ราคาเสื้อเก่าในตลาดเพิ่มสูงเป็น 800 – 1,000 กว่าบาท เพราะเป็นที่ต้องการของเหล่าแฟชั่นนิสต้า

เมื่อตลาดเริ่มปรับตัวตาม แทนที่จะมองว่าเป็นปัญหา เบสกลับรู้สึกสนุก

“ถ้าเธอฮิตอันนี้ ฉันก็จะไม่ฮิตอันนี้ เราก็ไปชุบชีวิตสิ่งใหม่ เช่น ด้วยเงินสี่สิบบาทก็ทำให้เกิดความงามในรูปแบบของเราได้” เบสบอกว่า นิสัยรักการอ่านตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาสนุกกับการหลีกหนีสิ่งที่ซ้ำซากจำเจ ทำให้ตัวเขามีความฝันและจินตนาการออกจนทำทุกอย่างนอกกรอบได้เสมอมา

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

ขั้นตอนที่ 5 กระทำความยุ่งยากให้กับตัวเอง

เสื้อผ้าของ Dry Clean Only ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าผู้หญิง ที่น่าสนใจคือ Dry Clean Only มีลูกค้าที่เป็นผู้ชายไม่น้อยกว่ากันเลย 

“ไม่ใช่ผู้ชายแต่งหญิงนะ แต่เป็นผู้ชายที่รู้จักเลือกบางชิ้นที่เหมาะกับเขา ซึ่งก็อยู่ที่วิธีสไตลิ่ง” เบสบอกว่า งานของเขาคือการทำลายกำแพง โดยทำเสื้อผ้าที่ไม่มีเพศ

หลักการออกแบบทุกอย่างมาจากตัวตนของเบส เขาบอกว่าทุกอย่างมาจากการที่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร กำลังจะไปในทิศทางไหน หรือแม้แต่ตอนนี้สนใจเรื่องอะไร บางอย่างเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ เช่น ชุดเจ้าสาวในแบบ Dry Clean Only ของคอลเลกชัน Pre Fall 2020 เกิดขึ้นจากเบสไปเจอดอกไม้ตกแต่งชุดแต่งงานเก่า 4 – 5 ลังโดยบังเอิญ ก็เลยเหมามาทั้งหมด 

“อย่างคอลเลกชัน Spring/Summer 2020 เกิดขึ้นหลังดูภาพยนตร์เรื่อง The Lover ที่ฉายครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1992 เป็นเรื่องราวของผู้หญิงยุโรปที่ต้องมาขายบริการที่สงครามเวียดนาม เราสนใจการพบกันระหว่างตะวันออกและตะวันตก จึงทำชุดกี่เพ้าใช้ผ้าจากชุดจีนตัดต่อกับกางเกงยีน ชุดกี่เพ้าจากเสื้อเบสบอล มีชุดกระโปรงและเสื้อผ้าผู้ชาย ซึ่งทั้งหมดถอดคาแรกเตอร์มาจากในหนัง ทำแพตเทิร์นวงกลม เป็นคอลเลกชันที่ประสบความสำเร็จมาก” 

ตลอดการสนทนา เบสบอกเราซ้ำๆ ว่า วิธีการทำเสื้อผ้าของ Dry Clean Only ยุ่งยาก เช่น กระโปรงที่มาจากการแก้แพตเทิร์นกางเกง

“เราทำความยุ่งยากให้กับตัวเอง คนอื่นคงจะไปซื้อผ้าคล้ายๆ กันมาทำ แต่เราไม่ หากตั้งใจแล้วว่าจะทำกระโปรงที่มาจากกางเกง ก็ต้องมาจากกางเกง เราต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตัวเองและลูกค้า ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นเอกลักษณ์ ส่งผลให้ตัวตนของแบรนด์ชัดมากจนมีแบรนด์อยากทำงานร่วมกับเรา” เบสเล่าความตั้งใจ ที่แม้ไม่ได้นำมาซึ่งกำไรที่เป็นตัวเลข แต่นำมาซึ่งการยอมรับของคนในวงการ

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

ขั้นตอนที่ 6 เปิดตลาดญี่ปุ่น เปลี่ยนวิธีการทำงาน

หลังจากเปิดร้านที่จตุจักรได้ 5 ปี ก็เริ่มมี Buyer จากญี่ปุ่นสนใจเสื้อผ้าของ Dry Clean Only เบสบอกว่าจากที่เคยทำเสื้อผ้าเป็นชิ้น สัปดาห์ละ 3 – 4 แบบ เขาต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ นั่นคือสร้างงานเป็นคอลเลกชันละ 20 – 30 แบบ

“นอกจากนำเสนอเรื่องราว เราต้องวางแผน เช่น ถ้าเราจะใช้วัสดุนี้ในการตกแต่ง ก็ต้องคิดเผื่อให้กระจายอยู่ในเสื้อผ้าสามสี่แบบ หรือลายพิมพ์บนผ้าที่ต้องเลือกให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน หรือจากสี เป็นต้น ช่วงหนึ่งที่เราสนใจดนตรีร็อกใต้ดิน เราก็จะรวบรวมหมุด ไม้กางเขน สนใจการทำเสื้อให้ขาดแหว่ง หรือช่วงที่สนใจงานถักไหมพรม ก็หยิบเทคนิคนี้มาทำเป็นดอกไม้แล้วประดับบนเสื้อที่เป็นลายป่า” เบสเล่า

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งเห็นภาพตาม จากที่เคยคิดว่า Dry Clean Only เป็นแค่แบรนด์ดัดแปลงเสื้อผ้าจนได้ดี เราพบว่างานของ Dry Clean Only สนุกและไร้ข้อจำกัดแค่ไหน เบสทำเสื้อเชิ้ตให้เป็นเสื้อยืดได้ ออกแบบให้คอเสื้อที่เคยอยู่ด้านบนย้ายไปอยู่ด้านล่างได้ เพื่อบอกว่าทุกอย่างไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เดิม

และด้วยความที่ Dry Clean Only ใช้เสื้อผ้าเก่ามาเป็นวัสดุหลัก เมื่อตลาดมีความต้องการสินค้ามากขึ้น การทำธุรกิจนี้จึงเป็นเรื่องยากและเต็มไปด้วยข้อจำกัด

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

ขั้นตอนที่ 7 ลอกไม่กลัว

เบสบอกว่า Dry Clean Only เป็นแบรนด์ที่ไม่ได้กลัวการลอกเลียนแบบ เพราะสุดท้ายก็ไม่มีทางเหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ 

“จริงๆ ลูกค้ามีตัวเลือกเยอะมาก มีแบรนด์นับพันนับหมื่นแบรนด์ในโลกนี้ เราไม่ได้มองว่าใครเป็นคู่แข่ง เพราะอยู่ที่เราให้อะไรกับผู้บริโภคและตลาด ซึ่งก็อยู่ที่เขาว่าจะเลือกเราหรือเปล่า ที่ผ่านมาเราทำงานโดยมองไปข้างหน้าตลอด คนที่ตามเราอาจจะทำงานคล้ายเราก็จริง แต่เขายังอยู่กับงานปักมือแบบที่เราทำเมื่อสิบปีก่อนอยู่เลย ขณะที่เราหันไปทุ่มเทให้เรื่องใหม่ๆ อย่างวัสดุและแพตเทิร์น”

ไม่แปลกที่ช่วงหนึ่ง สื่อญี่ปุ่นจะเรียกเบสว่า ‘ปิกัสโซแห่งวงการเสื้อยืด’ เพราะเขาทำเสื้อยืดอย่างเดียวมาตลอด 10 ปีแรกของการทำธุรกิจ จนเมื่อเข้าสู่ช่วงปีที่ 11 ของแบรนด์ หรือเมื่อ 2 ปีก่อน Dry Clean Only เริ่มเปลี่ยนไป มีไอเทมอื่นๆ อย่าง เสื้อคลุมหรือแจ็กเก็ต แจ็กเก็ตปาร์กา เทรนช์โค้ท แจ็กเก็ตบอมเบอร์ สเวตเตอร์ 

“พอทำธุรกิจไปสักพัก เราจะพบว่าเสื้อยืดมีข้อจำกัดเต็มไปหมด ถึงเวลาที่เราต้องมีสินค้าประเภทอื่นๆ บ้าง”

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only Bangkok ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก
เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

ขั้นตอนที่ 8 ปรับวิธีขายให้ทันยุค New Normal

ความสนุกของเสื้อผ้า Dry Clean Only ชวนสงสัยว่า ลูกค้าที่เป็นเอเชียและยุโรป ชื่นชอบ Dry Clean Only ต่างกันอย่างไร

เบสจึงเล่าว่า เสื้อผ้าทั้ง 30 แบบในคอลเลกชันนั้น เขาไม่ได้ทำมาเพื่อตลาดภูมิภาคไหนเป็นพิเศษ ขึ้นอยู่กับ Buyer ที่เลือกสินค้าไปขายใน Multistore ทั้ง 10 ประเทศ และขณะที่แฟนๆ ของ Dry Clean Only ในเกาหลีใต้ชอบสีสันจัดจ้าน ใส่แล้วบ่งบอกความเป็นตัวเองออกมา ฝั่งอเมริกาจะเน้นความสนุกสนาน ส่วนฝั่งในยุโรปจะชอบแต่งตัวสีดำ เนี้ยบๆ ทึมๆ ตามแบบภูมิอากาศ แต่ช่วงหลังชาวยุโรปเปลี่ยนไปผ่อนคลายขึ้น สนุกขึ้น

“สุดท้ายตลาดทั้งโลกก็คล้ายจะเลือกของชิ้นเดียวกันอยู่ดี” เบสสรุป

สำหรับการขาย ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ Dry Clean Only จะเดินทางไปขายคอลเลกชันใหม่ที่โชว์รูมในปารีส 4 ครั้งต่อปี

“เราคิดว่าหลังจากนี้เสื้อผ้าคงจะไม่มีฤดูกาลแล้ว วิธีนำเสนอ วิธีขายก็คงต่าง อาจจะต้องทำ Direct Marketing ต้องรู้ว่าตลาดตัวเองอยู่ตรงไหนและไปให้ถึง โลกตอนนี้ไม่มีเส้นแบ่งตลาดอีกต่อไป ตลาดใหญ่เราอยู่ที่เกาหลีใต้ ฮ่องกง และจีน กำลังซื้อที่สูงของตลาดเหล่านี้ทำให้เราเลือกทำการตลาดตรงไปหากลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ได้เลย” เบสเล่าภาพรวมที่เกิดขึ้น หลังเกิดเหตุการณ์โรคระบาด

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

ขั้นตอนที่ 9 เกิดจากการทำงานเป็นทีม

จากร้านเล็กๆ ที่ทำทุกอย่างคนเดียว ในวันที่แบรนด์เติบโตขึ้น เบสมีวิธีทำงานกับคนจำนวนมากขึ้นอย่างไร เราถาม

เบสบอกว่าเขาใช้วิธีละลายพฤติกรรมตัวเองก่อน บอกตัวเองให้รับฟังเพื่อเปิดรับคนอื่นเข้ามา

“ถ้าเราอยากทำงานคนเดียวอยู่ ก็ต้องยอมรับขนาดธุรกิจของเราว่าจะจำกัดอยู่ที่จตุจักรแน่นอน คงเป็นร้านของศิลปินที่ทำเสื้อขายวันละสิบสองตัว และขายแพงมาก แต่เราคิดมาตลอดว่า วันหนึ่งเราอยากมีกำลังมากพอที่จะผลิตเสื้อหนึ่งถึงสองพันตัว ดังนั้นเราก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของทีมงานและคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ก่อนตัดสินใจ”

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

ขั้นตอนสุดท้าย สรุปบทเรียนจากธุรกิจ

“ประสบการณ์ทำให้เรารู้ว่าลูกค้าคือใคร ต้องการอะไร ตอนนี้คนไม่ได้มองหาอะไรที่แพง เราจึงไม่ได้ทำแค่เสื้อผ้า บางทีก็ทำเสื้อยืดง่ายๆ ทำกระเป๋า อนาคตอาจจะมีของใช้ในบ้าน เช่น ปลอกหมอน ประสบการณ์จากธุรกิจสอนให้รู้จักคิดให้มากกว่าสิ่งที่เคยทำมา

“อีกเรื่องคือ บางอย่างที่เราชอบอาจจะขายไม่ได้ แต่เพื่อให้แบรนด์เติบโต ในหนึ่งคอลเลกชัน เราจำเป็นต้องมีงานสักชิ้นที่แนะนำให้ลูกค้าเปิดใจกับสิ่งใหม่ๆ และชิ้นนั้นอาจจะขายไม่ดีเลย แต่ต้องมี ส่วนชิ้นที่รู้แน่ๆ ว่าขายได้ เราก็ต้องติดตาม เปลี่ยนสีหรือดีไซน์บ้างนิดหน่อย ชิ้นที่ขายได้แน่ๆ คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจไปต่อได้ แต่ถ้าลืมให้ความสำคัญกับงานใหม่ๆ บ้าง แบรนด์ก็จะแบน” เบสทิ้งท้าย

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only Bangkok ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

น้องนอนในห้องลองเสื้อ : DRY CLEAN ONLY BANGKOK

Dry Clean Only เป็นตัวอย่างหนึ่งของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จแม้ไม่มีหน้าร้าน 

นอกจากวิธีขายออนไลน์แล้ว คุณจะพบ Dry Clean Only ที่ร้านรวมแบรนด์คัดสรรชั้นนำในหลายประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อิตาลี สเปน อังกฤษ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซีย อียิปต์ เลบานอน กาตาร์ ซาอุดิอะราเบีย ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

เสียดายเล็กน้อยที่ไม่ได้ลองเสื้อมาฝากเป็นพิธีอย่างเคย เราจึงชวนเบสคุยเรื่องการแต่งตัว เผื่อใครที่เปิดใจให้ Dry Clean Only จากบทความนี้จะได้ตั้งหลักมีความสุขกับการแต่งตัวไปด้วยกัน

เข้าห้องเสื้อ Dry Clean Only Bangkok ซักถามวิธีคิดทำธุรกิจ ที่หยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงใหม่จนไปไกลระดับโลก

คนที่แต่งตัว คือคนที่รู้วิธีทำให้ตัวเองมีพลัง” เราพยักหน้าเห็นด้วยสุดแรง

“วันไหนที่รู้สึกไม่ดีกับตัวเองหรือรู้สึกไม่มีพลัง เสื้อผ้าจะช่วยเยียวยาและเปลี่ยนอารมณ์ให้รู้สึกดีขึ้น รู้สึกสวยและรู้สึกดีกับตัวเองแค่นั้นเลย ซึ่งเราไม่อยากเรียกสิ่งนี้ว่าสไตล์หรือจำกัดความว่านี่คือ Dry Clean Only อยากให้คุณเห็นและรู้สึกชอบ ก็แค่หยิบมันขึ้นมาลอง”

เบสบอกเหตุผลที่เขาชอบแต่งตัวเรียบๆ มากกว่าหยิบเสื้อผ้าของ Dry Clean Only มาใส่เป็นประจำว่า เขาอยากสร้างงานที่คนจดจำตัวงานได้ ไม่ได้อยากให้ใครมาจดจำว่าเขาเป็นแบบไหน

“ไม่ใช่ว่าเราทำเสื้อสวยแล้วหลงตัวเองใส่เสื้อผ้าตัวเองทั้งชุด ยกเว้นตัวที่ชอบจริงๆ เราถึงจะใส่ จริงเรากำลังทำเสื้อผ้าที่เหมาะกับคนอื่นมากกว่า และเราก็ชอบใส่เสื้อผ้าดีไซเนอร์แบรนด์อื่น อยากสนับสนุนธุรกิจแฟชั่นให้เขาดำเนินต่อไปได้ และอยากลบกำแพงที่ใครชอบคิดว่านักออกแบบใส่เสื้อผ้าคนอื่นไม่ได้ เราไม่เห็นด้วย มันต้องใส่ได้สิ” เบสสรุป

Dry Clean Only Bangkok

DRY CLEAN ONLY BANGKOK

www.drycleanonlybkk.com

Writer

น้องนอนในห้องลองเสื้อ

ชื่อในวงการห้องลองเสื้อของ นภษร ศรีวิลาศ บรรณาธิการบทความธุรกิจ ที่สนใจเรื่องธุรกิจที่ดี ตาเป็นประกายได้ง่ายๆ หากได้ยินเรื่องกิจการครอบครัวสัญชาติไทยอายุเฉียดร้อย ปัจจุบันใช้หน้าที่การงานตีสนิทแบรนด์แฟชั่นไทยและเทศ หวังเป็นนักลองเสื้อเต็มเวลา

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

น้องนอนในห้องเสื้อ

เยี่ยมห้องเสื้อแบรนด์แฟชั่นและคุยกันเรื่องบทเรียนธุรกิจ

“…ออกแบบโดยคุณดุสิตา ดุเหว่าดำ ตัดเย็บโดย ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ” 

สิ้นเสียงประกาศของพิธีกร คนทั้งห้องประชุมงานประกวดนางสาวไทย ๒๕๖๒ ก็ส่งเสียงร้องและปรบมือพร้อมๆ กันโดยไม่ได้นัดหมาย แต่สำหรับผู้ชมรอบโซเชียลมีเดียอย่างเรา ไม่รอช้า กดฟังซ้ำๆ จนมั่นใจว่าหูไม่ได้ฟาด

เป็นธรรมเนียมของการประกวดสาวงามที่มีมายาวนาน ว่าห้องเสื้อจะเป็นผู้สนับสนุนหลัก ไม่ว่าจะหน้าผมและเครื่องแต่งกาย เพื่อพาสาวงามไปยืนในตำแหน่งอันทรงเกียรติ แลกกับการประชาสัมพันธ์ห้องเสื้อ

สำหรับห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ ไม่เพียงเป็นชื่อร้านจริงๆ ที่มีอยู่จริงในอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรื่องราวการทำร้านของ แคท-ดุสิตา ดุเหว่าดำ และ แม่อึ่งอ่าง-สมสกุล ดุเหว่าดำ ก็สนุกไม่แพ้ชื่อของห้องเสื้อ

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

ตั้งแต่เส้นทางช่างแต่งหน้าที่เรียนตัดเย็บเสื้อผ้าเพียง 3 วัน เพื่อตัดเย็บผ้าถุงให้เด็กนักเรียนใส่เดินพาเหรด ก่อนจะตามมาด้วยชุดกีฬาสี ชุดนางฟ้าในขบวนแห่นางสงกรานต์ ไปจนถึงทำชุดให้นางงามเวที Miss Supranational Thailand คว้ารางวัลที่ 1 หลายเวที ก่อนจะแจ้งเกิดสุดขีด เป็นไวรัลจากคลิปประกวดนางสาวไทยปีล่าสุด

แต่ใช่ว่าเส้นทางจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ แคทพาตัวเองและแม่อึ่งอ่าง กระโดดโอ๊บ โอ๊บ จากห้องเสื้อนอกสายตา ที่ถนัดงานตัดเย็บงานที่ใช้ความคิดมากกว่าใช้ธนบัตร อดทนจากคำครหา พิสูจน์ตัวเองด้วยชุดต่อชุด งานเวทีต่อเวที จนใครก็ตามหากอยากได้ชุดที่ฉีกกรอบไม่เหมือนใคร เป็นต้องเดินทางมาพบเธอกับแม่อึ่งถึงที่นี่

ไม่ใช่แค่ชุดเดินสายประกวด แต่ไม่ว่าจะงานราษฎร์ งานหลวง งานมงคล งานประจำปี ขอเพียงมีโจทย์ แคทพร้อมจะเนรมิตให้คุณถูกใจ

คอลัมน์ ‘น้องนอนในห้องเสื้อ’ ตอนนี้ ขอพาทุกคนไปเยี่ยมชมห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ กันถึงอยุธยา พูดคุยแข่งกับเสียงเย็บจักรตั้งแต่ร้านเปิดจนคอเจ็บไปหมด ใครอ่านแล้วอยากสัมผัสอรรถรสที่มากกว่านี้ หลังไมค์มาขอไฟล์เสียงได้

ลำดับต่อไป ขอเชิญพบกับ แคท-ดุสิตา ดุเหว่าดำ และ แม่อึ่งอ่าง-สมสกุล ดุเหว่าดำ จากห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ ห้องเสื้อจากอยุธยาที่ทำชุดและคิดทำธุรกิจได้นอกกรอบสุดๆ

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

วิชาตัดเย็บผ้าถุงแบบเร่งรัดใน 3 วัน

จากความหลงใหลในเสื้อผ้าที่มีมาตั้งเด็ก แคทเล่าว่า เธอชอบปั้นดินเป็นตุ๊กตา และเอาใบตองมาห่มเป็นเสื้อผ้า จนวันที่โตพอจะรู้จักแต่งเนื้อแต่งตัว แคทเริ่มต้นทำงานในร้านเสริมสวยที่กรุงเทพฯ ใช้ชีวิตเป็นช่างแต่งหน้า 2 ปี ก่อนกลับมาอยู่บ้านที่อยุธยา

วันหนึ่ง เด็กหลังบ้านจะต้องเดินขบวนแห่งานโรงเรียน ผู้ปกครองเลยมาขอให้แคทตัดชุดให้ พอดีกับมีรถแห่วิ่งผ่าน ร้องประชาสัมพันธ์หลักสูตรพัฒนาฝีมือแม่บ้าน แคทผู้ใฝ่ฝันจะจับกรรไกรตัดผ้าพร้อมๆ กับเหยียบจักรก็เลยไปลงเรียน ก่อนรับคำขอเรื่องที่จะทำชุดให้

เพราะไม่รู้มาก่อนว่าจะเจออะไรในห้องเรียนตัดเย็บ หลังผู้สอนบอกให้คำนวณเปลี่ยนเซนติเมตรให้เป็นนิ้ว แคทก็รู้สึกเวียนหัว จนต้องยกมือขอครูให้สอนตัดผ้าถุงหลักสูตรเร่งรัดให้

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม
ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

“บอกหนูมาเลยดีกว่า ว่าจะวัดเอวและอกอย่างไร” แคทผู้ไฟแรงยื่นคำขอต่อครู

หลักสูตรตัดเย็บผ้าถุงใน 3 วันจบลงด้วยดี แคทตัดสินใจซื้อจักรเย็บผ้า และเริ่มเปิดรับตัดเย็บตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

“ความชอบล้วนๆ เลย และตอนเรียนเราก็เรียนวัดขนาดผู้ใหญ่ พอต้องทำชุดเด็ก เราใช้วิธีกะๆ เอา จับขนาดมาหารครึ่ง ตื่นเต้นมาก ตอนที่ทำเสร็จแล้วรีดออกมานะ ฉันมีความสุขมาก” ฟังน้ำเสียงก็พอรู้ว่า แคทตื่นเต้นกับงานชิ้นแรกของเธอแค่ไหน

“บอยมันเก่งนะ ตัดชุดให้หลานยายหมุดได้” คนแถวบ้านเริ่มเอ่ยปากชมแคทในชื่อเดิมของเขา

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

จากชุดนางละเวงวันฬา สู่ชุดพาเหรดกีฬาสีที่ยกดอกไม้ทั้งป่ามาเดินขบวน

จากชุดพาเหรดเด็กชั้นประถม ต่อมาโรงเรียนมีกิจกรรมประกวดแต่งชุดวันสุนทรภู่ โจทย์ก็คือชุดกระโปรงสุ่มฟูๆ ของนางละเวง

“ถูกใจมาก โจทย์ใหม่” แคทร้องบอก

“โรงเรียนยังไม่ได้สอน ฉันก็ดูแบบจากนิตยสารแล้วทดลองใช้ยางยืดทำขอบ ส่วนชั้นๆ ทำไม่เป็นก็คิดเองเลย ตัดผ้าเป็นวงกลมขดๆ แล้วดึงจนเกิดเกลียว ทำเป็นร้อยๆ ชิ้น แล้วเย็บประกอบเป็นกระโปรงฟูสมใจ”

ผลจากการลองทำดู ทำให้ชุดหนูน้อยนางละเวงคว้ารางวัลที่ 1 มาครอง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แคทมีชื่อเสียงขึ้นมาในหมู่บ้าน จากร้านเสริมสวยที่มีจักรเย็บผ้าตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของร้าน จากที่เคยมีแต่ลูกค้าเด็กประถม ก็เริ่มขยายตลาดไปเด็กมัธยม แต่ก็ใช่ว่าจะราบรื่น เป็นธรรมดาของธุรกิจที่จะเกิดความขัดแย้งกับผู้ประกอบการเจ้าเดิมในตลาด 

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

เรื่องเริ่มต้น เมื่อเวียนมาถึงกิจกรรมวันสุนทรภู่ในปีถัดมา ที่นักเรียนต้องแสดงจินตลีลาประกอบจังหวะ

“เดิมในชุมชนมีร้านให้เช่าชุดสำหรับงานโรงเรียนอยู่แล้ว แต่เด็กๆ สู้ราคาไม่ไหวจึงมาขอให้แคททำชุดให้ในงบประมาณที่จำกัด เมื่อร้านใหญ่รู้ เขาก็โทรมาหาเรา หาว่าลดราคาปาดหน้าก่อนบอกให้เราคืนเงินเขา ซึ่งสุดท้ายเราก็ไม่ได้ทำงานนั้น แต่เราจะมายอมแพ้ไม่ได้ เขาแค่ลงทุนใช้คำพูดที่ฟังดูเหมือนจะแรงที่สุด เราจะไม่เป็นเหมือนเขา เราจะสู้ในแบบของเรา” แคทเล่าที่มาของความขัดแย้งทางธุรกิจ ซึ่งเกิดจากเธอทำงานได้ถูกกว่าเพราะใช้ต้นทุนต่ำกว่า

วันเวลาผ่านไป เด็กกลุ่มเดิมที่เคยอยากให้แคททำชุดก็ติดต่อมาอีกครั้ง สำหรับชุดพาเหรดงานกีฬาสีของโรงเรียน เมื่อฟังคอนเซปต์ป่าของแผ่นดินจากประธานสี แคทก็รู้ทันทีว่าจะออกแบบชุดสำหรับทุกคนอย่างไร 

เธอเริ่มจากซื้อดอกไม้พลาสติกราคาถูกมาแกะให้เหลือแต่ก้าน จากนั้นพ่นสีแล้วประกอบกลับเป็นมงกุฎก้านไม้แซมด้วยดอกไม้เล็กๆ ที่เหลือนำไปแต่งหางตา ส่วนชุดทำจากผ้าผืนที่ขายเป็นกิโลกรัม พิมพ์ลายดอกไม้วินเทจ ตัดเป็นชุดเดรส ตรงไหนเย็บไม่เป็นเธอก็ปืนกาวยิงเข้าไป 

ในที่สุดก็ออกมาเป็นชุดสำหรับ 20 คน ได้รับรางวัลแต่งกายสวยงามที่ 1 เอาชนะชุดหรูของสีคู่แข่ง ที่มาพร้อมหัวชฎาสำหรับนางพญา ซึ่งใครมีเงินก็คงซื้อได้ เพราะถ้านับเรื่องการลงแรงและใช้ความคิดสร้างสรรค์ เกมนี้ แคทถือว่าขาดลอย

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

นางฟ้า นางสวรรค์ นางสงกรานต์

งานแจ้งเกิดลำดับถัดมา คือขบวนแห่นางสงกรานต์ของชาวท่าเรือ จังหวัดพระศรีอยุธยา ที่ประกอบด้วย 8 ชุมชน 

เด็กนักเรียนที่แคทเคยทำชุดให้ได้รับเลือกเป็นนางประจำปี ก็เลยมาขอให้เธอออกแบบชุดให้ใส่ เพราะหากต้องไปเช่าเขาก็เกินงบประมาณเด็กนักเรียน เนื่องจากร้านทั่วไปในตลาด มักใช้ผ้าสวยๆ ราคาแพง พร้อมด้วยเครื่องปักฉ่ำๆ แน่นๆ สวยอย่างนางในวรรณคดี

“เราจะทำยังไงดี งบก็ไม่ค่อยมี ตอนนั้นตัดสินใจกู้เงินมาก่อนสองหมื่นบาท ไปซื้อเครื่องประดับถูกๆ ราคาหลักร้อยบาทแบบต่างๆ มากองรวมกัน แล้วใช้เวลานั่งวิเคราะห์หนึ่งวันเต็ม ก่อนบอกให้ลูกๆ ฉันแกะแยกชิ้นส่วนทุกอย่างออกหมด แม้แต่จอนข้างหู เข็มขัดสามแฉก แปดแฉก แยกให้หมด แล้วประกอบร่างใหม่ ได้เครื่องประดับสำหรับสิบกว่าชุด ซื้อเพชรประดับถุงใหญ่และแปะใหม่แทนกระจก”

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม
ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

แคทเอาใจใส่ชุดของบรรดาลูกๆ ของเธอมาก ใครอยากใส่สีอะไร เธอก็จะทำชุดให้ออกมาโทนเดียวกัน โดยเลือกใช้ผ้าส่าหรีราคาผืนละ 500 บาท ซึ่งมีความสะท้อนแสงแวววาวได้ดี ตัดเป็นชุดได้ 2 ชุด แต่ตัดเย็บไม่ทันเลยใช้วิธีเย็บเนาสดกับตัว แล้วติดดอกบัว 20 ดอกกับชุดเลื้อยลงมา แต่งองค์ทรงเครื่องพร้อมสรรพออกมาเป็นนางฟ้านางประจำปีที่แตกต่างแหวกแนว ไม่เหมือนนางฟ้านางสวรรค์ทั่วไปที่สวยแบบดั้งเดิม 

ยังไม่นับเรื่องที่ต้องเดินขบวนเดียวกันกับนางสงกรานต์ซึ่งอยู่ในชุดที่สวยเด่นที่สุด แต่ตำแหน่งที่นั่งของนางฟ้าและความสยายของผ้าสาหรี่กลับแย่งซีนนางสงกรานต์ปีนั้นเสียเรียบ

“Talk of the town เลยสิคะ” เราถาม

“Town มาก รู้กันทั้งตลาด” แคทยิ้ม

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

ลูกสาวใคร ทำไมถูกใจจริงๆ ส่งสายตาให้กัน ปิ๊งปิ๊งปิ๊ง

แต่ต่อให้พยายามแค่ไหน แคทบอกว่า เธอก็ถูกมองว่าเป็นคนทำชุดราคาถูกอยู่วันยังค่ำ 

สิ่งที่เรียกความมั่นใจแคทกลับมา คือแม่อึ่งอ่างที่เข้ามาช่วยเต็มตัว ซึ่งยอมให้เธอคิดทำชุดอย่างเป็นอิสระ จนทุกคนชอบ จากลูกตามี หลานยายมา ก็เริ่มมีลูกคนใหญ่คนโตในจังหวัดที่ชอบงานแปลกๆ แหวกแนวเดินเข้ามาหาเรา

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

“จากแม่อึ่งผู้ไม่อยากจับจักร กลายมาเป็นลูกมือคนสำคัญของแคทได้อย่างไร” เราถาม

“ตอนทำชุดดอกไม้ เราไม่มีเงินซื้อโครงกระโปรงโครงละเจ็ดถึงแปดร้อย เลยไปซื้อผ้าที่ขายเป็นกิโล ราคาขีดละยี่สิบห้าบาท แม่เลยมาช่วย นางก็สนุกนะ ยิ่งเมื่อเห็นว่าเราโดนกดดัน ใครๆ ก็ดูถูก จากที่สงสารอยากช่วย ก็ชอบทำไปโดยปริยาย” กลายเป็นแม่อึ่งอ่านผู้ชอบธรรม เอ้ย ชอบทำไปแล้วจริงๆ 

หลังจากตัดเย็บชุดเด็ก เคล็ดลับของฝีมือที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด คือแคทเรียนรู้และต่อยอดวิธีการออกแบบและตัดเย็บจากการแกะแบบที่เห็น และคิดเองว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

“ฉันชอบไปเหมาชุดเจ้าสาวเก่าๆ ของร้านใหญ่ในกรุงเทพฯ มาซักรีดใหม่ ดัดแปลงใหม่ในแบบของเรา บางชุดแพตเทิร์นยังดีอยู่เลย เรากับยายอึ่งก็ชวนกันแกะดูด้านใน อ๋อ แม่ นี่ไงเขาโค้งแบบนี้เลยออกมาแบบนั้น พลิกแผ่นดินหาวิธีอยู่ตั้งนาน เพราะในหนังสือเขียนว่าอกบนอกล่าง อ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ” แคทยอมรับว่าได้ดีเพราะเลียนแบบ ที่หมายถึงเรียนเทคนิคการตัดเย็บจากแบบของชุดเก่าตกเทรนด์

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

สงครามนางงาม

เห็นอย่างนี้ ก่อนจะมาทำเสื้อผ้าจนโด่งดัง แคทเคยเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงเรื่องผมมากๆ 

“ถ้าเป็นเรื่องเกล้าวิกต้องเรียกฉัน ฉันทำผมให้ ไก่โต้ง รัชระวี มิสทิฟฟานี่ ปี 2006 มาตั้งแต่ผมทรงนักเรียน รด.” 

แคทยืนหนึ่งเรื่องการหวีผมให้นางงาม ไม่ว่าจะสิงห์บุรี อ่างทอง ปราจีนบุรี นครนายก เป็นต้องเรียกแคทไปรับงานหวีผมนางงาม เกล้าผมนางงาม 

ชื่อเสียงจากช่างผม ทำให้รู้จักเพื่อนพ้องในวงการนางงาม วันหนึ่งเพื่อนก็ติดต่อมาชวนให้ส่งนางงามเข้าประกวด เวทีมิสซูปราเนชันแนลไทยแลนด์ (Miss Supranational) ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของเวทีการประกวดระดับแกรนด์สแลม

แคทและห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ เริ่มจากส่งนางงามลพบุรีเข้าประกวด โดยในการประกวดมีแคมเปญใส่ชุดจากผ้าไทยที่มีอัตลักษณ์ประจำจังหวัด 

“เราเกิดลพบุรี รู้จักผ้าพื้นถิ่นเป็นอย่างดี”

เพราะไม่มีต้นทุนมากพอหาชุดหรูๆ ให้นางงามใส่ แคทจึงตัดเย็บชุดเก็บตัวจากผ้าลพบุรีทั้งหมดอยู่คนเดียว กลายเป็นสร้างคาแรกเตอร์และความโดดเด่น

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม
ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

“ผ้ามัดหมี่เมตรละร้อยถึงสองร้อยบาท ซื้อมาสองเมตรตัดได้ชุดเดรสหนึ่งชุด ชุดไหนใช้สำหรับงานดินเนอร์ก็เตรียมซื้อผ้ายาวสามเมตร เราต้องประหยัดเพราะค่าใช้จ่ายระหว่างเก็บตัวที่ภูเก็ตนั้นไม่น้อย เราออกเงินส่งเขาเข้าประกวดจริงๆ ทุกบาททุกสตางค์” แคทเล่าหลักการที่ห้องเสื้อส่งนางงามเข้าประกวด แลกกับโอกาสประชาสัมพันธ์ห้องเสื้อบนเวทีระดับประเทศ

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ บนเวทีนางงามเกิดขึ้นในรอบประกวดชุดจากผ้าไทย แคทเลือกออกแบบกางเกงที่ซ่อนอยู่ภายใต้กระโปรงยาว

“เชื่อไหม ในรอบห้องเย็นที่มีการนำเสนอชุดธีมผ้าไทย เราไปยืนอยู่ข้างอยุธยา ซึ่งเขาใช้ผ้ายกลำพูนผืนละหลายหมื่นมาตัดชุด เห็นแล้วเราหน้าหดเหลือนิดเดียวเพราะต้นทุนเราแค่หกร้อยบาท ใช้ผ้าประจำจังหวัดลพบุรี เป็นผ้าโคกเจริญหรือผ้าไหมมัดหมี่ ลายดอกพิกุลดอกไม้ประจำจังหวัด เป็นลายที่ชาวบ้านคิดกันขึ้นมาเองจริงๆ” 

สุดท้ายก็ไม่วายโดนคู่แข่งล้อว่าเป็นชุดนางเอกคณะลิเก แต่โชคก็เข้าข้างแคท ส่งคณะกรรมการชาวต่างชาติมาตัดสินทั้งหมด

“เห็นเขาจับดูชุดเราอย่างสนใจแค่นั้นก็ดีใจมากๆ โทรไปบอกแม่ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเข้ารอบก็ถือว่ามาไกลมากๆ แล้ว แต่หลังจากฟังผลตัดสินเข้ารอบยี่สิบชุดสุดท้ายจบ ฉันร้องไห้เลย” แคทเล่า

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

จาก 77 จังหวัด สู่ 20 ชุดสุดท้าย

จาก 20 ชุดสุดท้าย สู่ 8 ชุดสุดท้าย 

“ฉันกับนางงามกอดคอกันร้องไห้ดีใจใหญ่ นางงามบอกว่าไม่เอาแล้วก็ได้ตำแหน่งมิสซูปราฯ ขอแค่รางวัลแต่งกายงามนี่แหละ” เพราะไม่ใช่แค่แคท แต่ชุดนี้ก็เป็นความภูมิใจของหนูนา นางงามในสังกัดผู้ตื่นตี 5 มานั่งแปะเพชรบนชุดตัวเองเพราะปักไม่ทัน

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

ผลจากความทุ่มเทของชาวห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ ทุกคน ในที่สุดก็ได้รางวัลชุดแต่งกายยอดเยี่ยมมาครอบครอง

“เกินคาดสุดๆ เพราะในเจ็ดสิบเจ็ดจังหวัดมาจากห้องเสื้อแบรนด์ดังอยู่แนวหน้าของประเทศทั้งนั้น อยู่ๆ มาเจอห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ ปาดรางวัลไป” 

เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความมั่นใจให้แคท แม่อึ่ง และสมาชิกชาวห้องเสื้อทุกคน

แม้จะมีเสียงนกเสียงกาไม่พอใจคำตัดสินของกรรมการ พานประชดประชันแคทและพวกออกสื่อ แต่เมื่อมิสแกรนด์ลพบุรียืมชุดที่ได้รางวัลไปใส่ประกวดเวทีมิสแกรนด์ ผลคือได้รับรางวัลชุดยอดเยี่ยมเหมือนเดิม

“ชุดเดิม ชนะรางวัลเดิมสองครั้ง” แม้จะเป็นเพียงรางวัลเล็กๆ แต่สิ่งนี้ก็ใหญ่พอที่ทำให้เสียงครหาจางลง

ไวรัลประกาศชื่อ ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ

ในการประกวดนางสาวไทย ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ ก็ร่วมส่งนางงามปราจีนบุรีเข้าประกวดเช่นเคย แต่ก็ไม่วายมีปัญหาให้แคทตั้งมั่นฝ่าฟันอีก

“ตัดชุดเสร็จ กองประกวดก็บอกให้ไปตัดชุดใหม่ และด่าชุดเราใหญ่ว่า ตะวันแดง ตะวันนา เหมือนลูกทุ่งโป๊งๆ ฉึ่ง เราร้องไห้มันตรงนั้นเลย แล้วหอบชุดกลับบ้าน เหลือเวลาเตรียมตัวเพียงวันเดียวก่อนประกวด ยายอึ่งโมโหมาก เลยตัดมาให้ใหม่สองชุดภายในคืนเดียว” 

แม้จะไม่ได้รับรางวัลใดๆ แต่ในการประกวดที่มีการประกาศชื่อผู้ออกแบบและห้องเสื้อที่ส่งเข้าประกวด ทำให้เกิดเป็นกระแส

ชื่อห้องเสื้อคือแย่งซีนมาก ขำไม่ไหว55555555555#นางสาวไทย2562

Gepostet von ฉันชอบดูนางงาม am Mittwoch, 25. September 2019

“หลังจบการประกวดมีคนเดินมาถามหาหลังเวทีว่าใครคือห้องเสื้ออึ่งอ่างฯ เข้ามากอด เข้ามาขอถ่ายรูปกับยายอึ่งกันใหญ่” แคทเล่าว่า เธอร้องไห้ตลอดทางระหว่างขับรถกลับอยุธยา ตามตัวเลขยอดวิวคลิปไวรัลคลิปนั้น

“เชื่อมั้ย วันที่กรอกชื่อห้องเสื้อในใบสมัคร ตอนจบเราหวังแค่จะตัดคลิปประกวดนั้นสั้นๆ โพสต์โปรโมตร้านลงเพจของเราเงียบๆ ไม่ได้คิดว่าจะมีคนชื่นชอบและพูดถึงกันมากมายขนาดนี้” 

ใครก็ตามที่สงสัยในใจว่าร้านนี้มีอยู่จริง หรือเพียงตั้งชื่อมาสร้างกระแสเรียกไวรัล ต่างตามหาสืบค้นหาคำว่า ‘ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ’ หรืออะไรก็ตามที่มีคำว่า ‘โอ๊บโอ๊บ’ ก็จะเจอเรื่องราวของแคท แม่อึ่งอ่าง และชาวห้องเสื้อ ติดอันดับการค้นหา และเมื่อสืบสาวไปจนรู้จักผลงานเก่าๆ ของห้องเสื้อ มีลูกค้ามาจากหลายพื้นที่ หลายจังหวัด

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

เฮฮาปาจิงโกะ โอ๊บ โอ๊บ

เกี่ยวกับธุรกิจห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ และ Cat Wedding Studio

แคทเริ่มจากทำ Cat Wedding Studio อยู่ก่อนแล้ว ขณะที่แม่อึ่งอ่างเองก็ตัดเย็บเสื้อผ้า แคทอยากให้เแม่มีพื้นที่ไว้สื่อสารกับลูกค้าเลยทำเพจชื่อ ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ ขึ้นมาเพื่อรองรับลูกค้าที่อยากตัดสุดอะไรก็ได้ หรือมีโจทย์แบบไหนก็ได้

ช่างเป็นชื่อที่เรียกความสนใจ เรียกเสียงหัวเราะ และสร้างการจดจำที่ไม่เหมือนใคร

แคทบอกว่า เธอมักได้รับโอกาสจากบรรดาเจ้าสาวที่มองหาชุดแต่งงานแปลกใหม่ ตามมาตัดชุดที่ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ

จุดขายของที่นี่ คือการทำชุดเป็นงานศิลปะในราคาจับต้องได้

“ไม่ว่าโจทย์คืออะไร เราอยากทำทั้งหมด” จากงานแต่งงานเล็กๆ สู่งานที่ใหญ่ขึ้น เริ่มมีเงินทุนหมุนเวียน โดยสิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนคือ งานที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจ

แคทจะทำการบ้านก่อนออกแบบชุดเสมอ ความเป็นศิลปินของเธอ ทำให้เธอคิดและให้เหตุผลกับสิ่งที่ทำเยอะมาก 

ถ้าเป็นชุดประกวดเธอจะไม่ประโคมเพชรเยอะๆ หรือทำแต่ชุดซีทรูแบบทุกคน เพราะเชื่อในงานเรียบหรู ต้องรู้จักเด่นจุดด้อยของนางงาม ทำความเข้าใจเรื่องกติกาและหาข้อมูลของคณะกรรมการผู้ตัดสิน ว่ามีคุณนายผู้ว่าด้วยไหม หรือมีแค่อดีตนางงาม

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

“ก่อนอื่นดูบุคลิก น้องที่เดินเก่งๆ หุ่นสับๆ มีต้นทุนที่ดี ถ้าทำรูปแบบเดิมๆ ใช้ผ้าซีทรู ให้เห็นอกเอวสะโพก แต่งหน้าฟาดๆ มันก็สวยดี แต่จะเหมือนคนอื่นๆ เราก็วางแผนใหม่ เริ่มจากเปลี่ยนวัสดุตัดเย็บเป็นผ้าที่หนาขึ้น แหวกเหมือนกัน ให้เห็นแค่ขาสวยๆ อย่างอื่นให้เขาจินตนาการกันเอง กรรมการเก่งๆ จะดูออกว่าใครหุ่นดีแม้เห็นแค่ขา มีเสน่ห์ชวนให้ค้นหา” แคทเล่าความคิดของเธอที่มีตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน

“เราจะถามนางงามเสมอว่า โพสต์ขาไหนหรือถนัดเดินขาไหน ถ้าขาซ้าย ฉันผ่ากระโปรงที่ขาซ้ายให้นะ”

“อย่างน้องหนูนาเป็นคนเอวใหญ่ ขาไม่เรียว ก็สร้างเอวเอสด้วยกระโปรงทิ้งผ้าให้กางออก ซ้อนกางเกงขายาวไว้ด้านใน จากนั้นหลอกตาด้วยช่วงบนเปิดให้เห็นเนินอกสวยแต่ปิดแขน ให้เห็นแค่หน้า คอ และขา” แคทออกแบบโดยที่ไม่ได้เรียนเขียนแบบจากที่ไหน

“ฉันคิดมาจากตัวฉันว่าอยากจะใส่ชุดแบบไหน และแม่เป็นคนตัดที่ตามใจเรา” แคทยิ้ม

แคทเล่าว่า หลังจากออกแบบจนพอใจ เธอต้องปล่อยให้แม่ตัดตามลำพัง ห้ามใครมานั่งมอง คอยจนพร้อมขึ้นหุ่น เธอถึงลงมือประดับประดาตามจินตนาการได้ต่อ

“คอมเมนต์กันเข้มข้นแต่ไม่เคยทะเลาะกันเพราะงาน” สิ้นเสียงเล่า แคทหันไปสั่งรื้อกระโปรงเจ้าสาวที่แม่อึ่งส่งมาให้ตรวจ 

สำหรับแคท แม่อึ่งไม่ใช่แค่แม่ แต่เป็นน้าแท้ๆ ที่เป็นทั้งแม่ พี่ และเพื่อน

ห้องเสื้ออึ่งอ่าง ออกแบบจริงจัง แอนด์ ปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ

เมื่อเห็นว่าใครต่อใครต่างก็อยากให้แม่อึ่งตัดชุดให้ เราก็เลยถามหากระดาษร่างแบบงานเก่าๆ จากแม่อึ่ง

“ฉันไม่มีหรอก” แม่อึ่งตอบสั้นๆ ก่อนเอื้อมหยิบมือถือเปิดให้ดูไลน์กลุ่มที่ชาวห้องเสื้ออึ่งอ่างฯ โยนไอเดียใส่กัน ซึ่งเต็มไปด้วยภาพต้นแบบชุดกระโปรงยาวผ่าข้างกว่า 100 แบบจากหลายชาติ หลายสไตล์ ก่อนจะหยิบส่วนที่ชอบมาประกอบกันในแบบของตัวเอง

แม้กระทั่งชุดของแม่นาคที่บวชลูก ถ้ามาจากห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จะต้องเป็นเดรสมีโบ ฉีกกฎแม่นาค “นี่ไม่ใช่แม่ แต่เป็นพี่สาว”

ถ้าจะให้แคทออกแบบ เธอบอกว่า อย่ามาถามหาชุดผ้าไหมที่นี่ หลังจากประเมินรูปร่างด้วยสวยตา แคทรู้ทันทีว่าชุดนี้ต้องออกมาเปิดไหล่นิด มีโบตรงนี้หน่อย ทำเอวระบายเพื่อพรางหน้าท้อง ผ้าถุงยาวแค่ครึ่งเข่าก็เพียงพอ

“ถ้าคิดว่าตัดๆ ไปเถอะตามใจลูกค้า พอชุดเสร็จก็จบไป แต่สำหรับชุดที่แคทออกแบบไม่เพียงได้รับคำชมจากทุกคนที่พบเห็น แต่ยังเกิดการบอกต่อไม่สิ้นสุด

“ลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่เข้าใจความเป็นเรา ทำให้ทำงานง่ายมีความสุขทั้งสองฝ่าย และแม้งานจะจบลงก็ยังช่วยบอกต่อช่วยให้เรายังยืนอยู่ได้” แคทเล่า

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่แคทเป็นตัวของตัวเองในการทำงานทุกอย่าง

“ลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่เข้าใจความเป็นเรา ทำให้ทำงานง่ายมีความสุขทั้งสองฝ่าย และแม้งานจะจบลงก็ยังช่วยบอกต่อช่วยให้เรายังยืนอยู่ได้”

แคทเล่าว่า ล่าสุดมีลูกค้าคนหนึ่งจะจัดงาน เช่าห้องโรงแรมกลางเมืองราคาเป็นล้าน จัดโต๊ะจีน 10 โต๊ะ ติดต่อให้แคทมาจัดฉากถ่ายรูป หลังจากเห็นเรื่องราวของแคทในข่าว

“ตอนเจอกันครั้งแรก เราไม่ได้มีแฟ้มผลงานไปโชว์เขาเลย เราเป็นทีมจัดงานมาจากต่างจังหวัดก็จริง แต่วิธีคุยงานเราไม่เหมือนใคร แทนที่จะขายไอเดียงานอันยิ่งใหญ่ เราชวนโรงแรมคุยถึงปัญหาที่อาจจะเกิดและวิธีแก้ต่อหน้าเจ้าสาวเลย เช่น ปัญหาที่เกี่ยวกับการขนของ เวลาเข้าออกพื้นที่ ก่อนวันงานมีการใช้พื้นที่นั้นหรือไม่ ตำแหน่งที่ตั้ง ความสูงของพื้นที่จัดงาน ข้อควรระวังเกี่ยวกับพื้น 

“เจ้าบ่าวถึงกับบอกเจ้าสาวให้เราได้ยินว่าเขาชอบความละเอียดนี้ หลังจากกลับถึงบ้านเจ้าสาวก็โทรมาบอกว่า ทั้งที่เจ้าตัวเป็นคนช่างเลือก และเลือกบริษัทที่มีชื่อเสียงมาทำงานด้วยได้ เธอก็ยังเชื่อในตัวแคท บอกว่าสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของเรา สำคัญคือเธออยากสนับสนุนคนเก่ง” แคทฟังสิ่งที่ลูกค้าคนนั้นบอกแล้วร้องไห้ออกมาทันที เธอขอบคุณตัวเองที่อดทนอดกลั้นต่ออุปสรรคที่เจอมาก่อนหน้านี้

“ฉันจะไปยืนสวยๆ อยู่ในกรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง” แคทบอกตัวเองแบบนั้น

บทเรียนธุรกิจ ที่ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ ส่งเข้าประกวด

เราเป็นคนหนึ่งที่เชื่อเสมอมาว่า ธุรกิจที่ดีไม่จำเป็นต้องอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ ธุรกิจท้องถิ่นก็ทำสิ่งที่ดี มีความหมายกับผู้คนในชุมชน ไปพร้อมๆ กับรายได้ที่เติบโตได้เหมือนกัน

แคทพยักหน้าเห็นด้วยกับเรา ก่อนแสดงความคิดเห็น

“สำคัญคือ การเป็นตัวของตัวเองและต้องอดทนมากๆ”

“อดทนกับคนอื่นก็เรื่องหนึ่ง แต่อดทนกับความรู้สึกของตัวเองนั้นยากที่สุด ต่อให้โมโหเขาแทบตาย แต่เราจะบอกตัวเองยังไงไม่ให้ไปโพสต์โต้ตอบกับเขาที่มาด่าเราว่าชุดลิเกบ้าง ใช้เครื่องสำอางราคาถูกบ้าง ใช้เครื่องประดับสไตล์เจ้าสาว คือพวกเครื่องชิ้นเล็กๆ น้อยๆ ต่างจากสายนางงามที่เน้นเครื่องประดับใหญ่ๆ ฉ่ำๆ เราไม่ใช่คนส่งนางประกวดสายคัดเบ้าตาโหล เราชอบที่ผู้หญิงคนนี้สวยประมาณนี้ แต่งหน้าแต่งตัวเท่านี้ก็พอ” แคทเล่าความคิดของเธอ

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

นางงามของแคทไม่ได้ตาโตที่สุดในโลก หรือจมูกโดดเด้งเหมือนอย่างทุกคนในแถว 

และคำว่า พิมพ์นิยม ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของแคท

“อย่างปีที่ส่งไลอ้อน (จารุภา ยศธานนท์ นางงามจากปราจีนบุรี) ประกวดนางสาวไทย พ.ศ. 2562 คนจะนิยมชุดที่มีเพชรเยอะๆ ผมหน้าต้องเต็มๆ ฉันวางแผนใหม่ จะมาในลุคดารา สวยสะอาด ความน้อยที่โดดเด่นต้องจุดประกายในไลอ้อน เราตีโจทย์นางสาวโคราช หาความเป็นท้องถิ่นไม่ทำให้ดูฟาดเยอะ แต่ทำให้ดูเป็นคนโคราชที่เป็นผู้หญิงสวยอยู่ในเมืองย่าโม” แคทเล่าคอนเซปต์ชุดที่ออกแบบสำหรับการประกวดนางสาวไทยรอบสุดท้าย ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

อะไรคือความท้าทายของธุรกิจห้องเสื้อในเวลานี้ เราถาม

“บุคลากรคือหัวใจสำคัญ” แม่อึ่งอ่างรีบตอบ

“ต่อให้ฉันเก่งแค่ไหน ฉันทำเองคนเดียวไม่ได้หรอกนะ” แคทเสริม

ไม่ใช่แค่สอนให้เป็นงานและการใช้ชีวิต แต่แคทยังปั้นให้พวกเขามีตัวตน 

“ลูกค้าเรียกหา ไว้วางใจเด็กทุกคนของเรา สามารถคุยงานและจบงานเอง ไม่ใช่ทุกอย่างต้องรอแคทๆๆๆ คนเดียว วิธีการคือให้ความสำคัญกับคนของเรา ทำให้ลูกค้าเห็นว่าทุกคนเป็นมือขวา ทำแทนแคทได้จริง ไม่ใช่ลูกน้องแคท แต่เป็นลูกสาวของแคท” 

แคทบอกว่า ในวันนี้อาจจะรับงานน้อยลงตามสภาพเศรษฐกิจ และเปลี่ยนไปขายยำแซ่บๆ ในชื่อยำหลีแหก ที่ตลาดนัดชุมชนบ้างในบางที 

แคทฝากเรามาบอกว่า เธอยังเป็นแคทคนเดิม ราคาเท่าเดิม แต่วิธีทำงานเปลี่ยน ให้ความสำคัญกับชิ้นงานแต่ละชิ้นมากขึ้น ออกแบบและตัดเย็บชุดอย่างประณีต เพื่อดูแลความรู้สึกของลูกค้าที่จ้างงานเธอทุกคน

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

น้องนอนในห้องลองเสื้อ : ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ

มาแวะห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ กันถึงอยุธยา อยากลองชุดใจจะขาด แต่โบราณท่านถือ ไม่อยากให้แผนแต่งงานในวัย 30 ล้มพับเลยทำได้เพียงลูบๆ จับๆ ลูกไม้แน่นๆ บนชุดกระโปรงบาน

เราขอให้แคทช่วยแนะนำวิธีเลือกชุด สำหรับคนที่มีใครในใจแล้วแต่ยังไม่มีแบบในใจ

ซึ่งหากสนิทกัน คุณจะรู้ว่าจริงๆ แล้วดิฉันมีแบบชุดแต่งงาน ชุดไหว้ฟ้าดิน ชุดยกน้ำชา ชุดรับไหว้ ชุดบ่ายส่งตัว ชุดปูเตียง ชุดงานเย็น ชุดขึ้นเวที ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ (1) ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ (2) พร้อมอยู่แล้ว

“ถอยหลังไปนิด เท้าเอวซิลูก” ฉันทำตามคำแคทบอก แล้วให้เวลาเธอพิจารณา

“เธอต้องใส่หางปลา เธอใส่สุ่มไม่ได้ เธอเตี้ย” กองเชียร์หัวเราะลั่น 

“ขอโทษที่ใช้คำว่าเตี้ย ฟีลนี้แหละ เป็นตัวของตัวเองไง แต่ถ้าเจ้าสาวที่เรียบร้อยๆ หน่อย เราก็จะพูดกับเขาเบาๆ เธอต้องใส่หางปลาน้าาา” แคททำเสียงสองทันที ก่อนยืนยันว่าไม่ได้แกล้ง แต่มันเป็นศิลปะการขาย หนึ่งในหลักการบริการ ‘เทกแคร์ดูแลจนเขาลืมบ้านเลขที่’ ประจำร้าน ซึ่งบางคนก็ขอให้แคทพูดแรงๆ ใส่เลย สนุกดี 

เคล็ดลับความเฮฮาปาจิงโกะของร้านนี้ คือแคทและแม่อึ่งชอบพูดอวยกันเอง ใครจะนำไปใช้บ้างก็ได้ไม่ผิดลิขสิทธิ์นะ

“แคทเก่งมาก คิดได้ยังไง วางแพตเทิร์นตรงนี้สวยมาก”

“แม่ก็เก่งมากกกกก ตัดได้เลิศมาก” แคททิ้งท้าย ก่อนเดินไปหยิบชุดแต่งงานแบบไทยสีสวยที่ลูกค้าจากเยอรมนีสั่งตัดไว้

Writer

น้องนอนในห้องลองเสื้อ

ชื่อในวงการห้องลองเสื้อของ นภษร ศรีวิลาศ บรรณาธิการบทความธุรกิจ ที่สนใจเรื่องธุรกิจที่ดี ตาเป็นประกายได้ง่ายๆ หากได้ยินเรื่องกิจการครอบครัวสัญชาติไทยอายุเฉียดร้อย ปัจจุบันใช้หน้าที่การงานตีสนิทแบรนด์แฟชั่นไทยและเทศ หวังเป็นนักลองเสื้อเต็มเวลา

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load