Jinny Lee เป็นกราฟิกดีไซเนอร์ชาวเกาหลีใต้ที่สนใจอโรมาเธอราพี ถึงขั้นบินไปเรียนวิธีการทำสกินแคร์จากสมุนไพรและวัตถุดิบธรรมชาติจากสหราชอาณาจักร ไม่ว่าลิปบาล์ม สบู่ แชมพู น้ำหอมออร์แกนิก หรือกระทั่งยาสมุนไพร เธอทำได้ทุกอย่าง

Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย

“ตอนแรกแค่อยากจะเปิดร้านขายผลิตภัณฑ์ธรรมชาติของตัวเองเท่านั้นแหละค่ะ แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นทำที่พักจริงจังได้ไงไม่รู้”

Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย
Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย

หญิงชาวเกาหลีที่พักอยู่ในเชียงใหม่นับสิบปีกล่าวยิ้มๆ เดิมบ้านหลังใหญ่สีขาวขนาด 4 ชั้น อายุราวครึ่งศตวรรษ เคยเป็นที่พักอาศัยของครอบครัวชาวไทยขนาดใหญ่ ต่อมาเปิดเป็นเกสต์เฮาส์ที่บริหารโดยชาวเกาหลีอยู่ประมาณครึ่งปี เมื่อเพื่อนของจินนี่กลับประเทศ จินนี่ถูกใจบ้านหลังนี้ จึงขอรับช่วงต่อกิจการมาเกือบ 2 ปีแล้ว และรีโนเวตบ้านใหม่ทั้งหมดด้วยเฟอร์นิเจอร์มือสองที่หาได้ในตลาดเชียงใหม่ กรุงเทพฯ และเกาหลี 

“ฉันรักตลาดมือสองเมืองไทยมาก มีร้านเยอะแยะ ของก็เยอะไปหมด เอามาแต่งได้บ้านได้สนุก ค่อยๆ ออกไปหาซื้อ สิ่งเดียวที่เป็นของเดิมที่นี่คือตู้บิวท์อินนี้ค่ะ เพราะมันยกออกไปไม่ได้” จินนี่หัวเราะ ขณะชี้ตู้สีน้ำตาลแดงใบใหญ่ในห้องรับแขก “ตอนแรกบ้านนี้เป็นบ้านโล่งๆ ฉันปรับการตกแต่งใหม่ เปลี่ยนรั้ว ทาสีบ้าน ติดไฟใหม่ หาเฟอร์นิเจอร์ใหม่” 

Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย
Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย
Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย

เจ้าของ Double Tree House เล่าว่าเธอเห็นว่าหน้าบ้านมีต้นไม้ใหญ่ 2 ต้น จึงตั้งชื่อกิจการว่าดับเบิ้ลทรีเฮาส์ และตั้งใจทำให้ที่พักนี้สวยงามอยู่สบายเหมือนนอนอยู่บ้าน แตกต่างจากที่พักโมเดิร์นหรือโรงแรมใหญ่โตที่หาพักได้ทั่วไปในเชียงใหม่ เพราะสิ่งใหม่สร้างขึ้นได้ง่าย แต่สิ่งเก่าต้องใช้เวลาเท่านั้น

ชั้น 1 ของบ้านมีห้องรับแขก ห้องขายงานคราฟต์ของที่ระลึก และมุมถ่ายรูปสวยงาม ส่วน 10 ห้องนอนในบ้านกระจายอยู่ในห้องชั้น 2 และชั้น 3 มีตั้งแต่ห้องนอนเล็กสำหรับแขก 1 – 2 คน ไปจนถึงห้องสำหรับครอบครัวหรือแขกกลุ่มใหญ่ ทุกห้องมีโต๊ะเขียนหนังสือและเก้าอี้ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และหวายเก่าที่ไม่รก ไม่เชยหนักหูหนักตา แต่น่ารักกำลังดีตามรสนิยมเกาหลี แถมชั้นสองยังมีห้องนั่งเล่นรวมไว้ดูทีวีหรือเล่นเกมสารพัดด้วยกันได้ ส่วนสุดท้ายคือชั้น 4 เป็นดาดฟ้าโล่งกว้างที่มองเห็นวิวรอบๆ ได้ถนัดถนี่ 

Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย
Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย
Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย

ช่วงแรกที่เปิดกิจการใหม่ๆ แขกส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป ต่อมาเมื่อมีแขกเกาหลีมาพัก แล้วรู้ว่าเจ้าของเป็นชาวเกาหลีเหมือนกัน เลยส่งข่าวกันปากต่อปาก แขกส่วนใหญ่ตอนนี้จึงเป็นชาวโสมขาว นอกจากนี้ยังมีญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไทย และแขกชาติอื่นๆ ที่แสวงหาประสบการณ์นอนพักในบ้านแบบไทย หรือไม่ก็มาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งอย่างคู่รักชาวจีนที่ชอบบ้านสไตล์นี้มาก 

เมื่อเอ่ยปากชมว่าเสน่ห์ของที่พักคือการตกแต่งที่มีกลิ่นอายไทย แต่ต่างจากบ้านชาวไทยทั่วไป จินนี่บอกว่าเธอไม่รู้ว่าคนไทยแต่งบ้านแบบไหนหรอก แต่คิดว่าคนเกาหลีชอบแบบนี้ มีของอยู่ในบ้านไม่มากไม่น้อยเกินไป และมีมุมสวยๆ ให้แขกถ่ายรูปบ้าง 

Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย

เจ้าของเกสต์เฮาส์เชื่อว่าสิ่งที่ทำให้แขกชอบที่นี่ไม่ใช่ความสวยงาม แต่น่าจะเป็นอาหารเช้าที่จัดแม่ครัวและเธอจัดเต็ม สับเปลี่ยนทั้งอาหารไทยและอาหารตะวันตก โดยเฉพาะอาหารเกาหลีอย่างคิมบับหรือข้าวปั้นที่ถูกใจแขกมาก ยิ่งในวันสำคัญของแดนโสม เธอจะเข้าครัวทำอาหารพิเศษมาเลี้ยง 

Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย
Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย

“เรามีคลาสสอนทำอาหารไทยให้ชาวต่างชาติ แล้วก็อบคุกกี้ด้วยกันได้ถ้าแขกขอมาค่ะ วันลอยกระทงก็สอนทำกระทงไปลอยด้วยกัน ต่อไปฉันอยากเปลี่ยนสบู่แชมพูทั้งหมดในห้องพักเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ แล้วก็ขายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่ทำเอง เพราะฉันไม่ชอบใช้ของอุตสาหกรรม ฉันชอบธรรมชาติ รักต้นไม้ ดอกไม้ และสมุนไพร แต่ตอนนี้ยังไม่มีเวลาจริงๆ เพราะการทำธุรกิจยุ่งมาก แต่ปีหน้าตั้งใจจะทำให้ได้ค่ะ”

จินนี่ย้ำหลายครั้งว่าเธอไม่เก่งการทำธุรกิจเอาซะเลย พูดไทยไม่ค่อยได้ บวกลบเลขไม่ถนัด แถมยังไม่มีประสบการณ์ด้านโรงแรมด้วย แต่สิ่งที่เธอถนัดคือทำของสวยงามและดูแลผู้คน เพราะเธอใส่ใจการใช้ชีวิตที่ดี ในเมื่อเธอพักอยู่ที่นี่และเปิดบ้านเป็นที่พัก ก็อยากให้แขกที่ชอบของเก่าและธรรมชาติมาพักแล้วมีความสุข ไม่มีเคล็ดลับธุรกิจอะไรนอกจากดูแลบ้านให้สวยงาม สะอาดสะอ้าน และมีอาหารอร่อยๆ ต้อนรับเสมอ 

ก่อนเดินทางกลับ จินนี่สาธิตการทำลิปบาล์มจากวัตถุดิบธรรมชาติ และใส่โกโก้จริงลงไปแทนการแต่งกลิ่น เธอตั้งใจมอบสกินแคร์เล็กๆ นี้ให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่แขกที่มาพักในบ้านหลังนี้ 

Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย
Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย

“วิธีทำไม่ยาก แต่สิ่งสำคัญคือต้องใช้วัตถุดิบที่ดี” 

จินนี่อธิบายด้วยรอยยิ้ม ท่ามกลางการแข่งขันของที่พักมากมายในเมืองเชียงใหม่ Double Tree House ยืนหยัดอยู่ได้เพราะไม่ได้แสวงหาเพียงกำไร แต่เป็นการใช้ชีวิตที่ดีของแขกผู้มาเยือน

Double Tree House เกสต์เฮาส์สีขาวสไตล์วินเทจของสาวเกาหลีที่รักเมืองไทย

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

“เราอยากเป็นพื้นหลังให้กับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ค่ะ”

นี่คือความตั้งใจของ ขวัญ-ครองขวัญ คองประเสริฐ กราฟิกดีไซเนอร์สาวดีกรีจากประเทศอังกฤษ ผู้เป็นเจ้าของ ‘โรงแรมบุรีรัตนา (Burirattana Hotel)’ ที่พักน้องใหม่สีขาวสะอาดตาใจกลางคูเมืองเชียงใหม่

ขวัญ-ครองขวัญ คองประเสริฐ เจ้าของ ‘โรงแรมบุรีรัตนา (Burirattana Hotel) เชียงใหม่

หลังจากเห็นเราทำหน้าฉงนกับประโยคข้างต้น ขวัญจึงอธิบายแนวคิดของเธอให้ฟัง

“เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีผู้คนน่ารักค่ะ คนที่นี่อยู่กันอย่างเป็นมิตร ส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกัน โรงแรมของเราอยู่ติดกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ ใช้กำแพงเดียวกัน การเกิดขึ้นของโรงแรม เราอยากช่วยส่งเสริมกันกับคุ้มเจ้าฯ รวมถึงส่งเสริมสถานที่ต่าง ๆ ภายในคูเมืองของเชียงใหม่ด้วยค่ะ เพราะสมัยเด็ก ๆ บ้านของเราอยู่ใกล้กับคุ้มเจ้าฯ

“ทุก ๆ ปีที่คุ้มเจ้าฯ จัดเวิร์กชอปสอนวาดรูปให้เด็กที่สนใจ เราไปทุกปี เขาให้วาดภาพมุม Perspective ของคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ จากมุมตอนนั้น เราลองนึกดูว่าถ้าด้านหลังเป็นอาคารหลังคาสีม่วงหรือสีชมพู คงจะลดทอนความสวยงามลงไปเยอะมากแน่ ๆ ตอนเด็กเราไม่ได้คิดหรอกว่าโตมาจะทำโรงแรมในพื้นที่ตรงนี้ พอได้มาทำ เราเลยตั้งใจว่าจะเป็นพื้นหลังให้กับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ เราไม่อยากเป็นอาคารใหญ่ที่บดบังความสวยงามของคุ้มเจ้าฯ 

“แต่เราอยากเชิดชู ตัวอาคารโรงแรมเลยตั้งใจเป็นเหมือนพี่น้องกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์”

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์
Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

รูปทรงอาคารของบุรีรัตนาออกแบบให้มีกลิ่นอายโคโลเนียลผสมล้านนา เหมือนกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ 

“เราหยิบองค์ประกอบต่าง ๆ จากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์มาใช้ตกแต่ง เช่น ฝาไหล ช่องลม ลายแกะสลักไม้ มาวางเป็นแพตเทิร์นตามส่วนต่าง ๆ ของโรงแรม สีที่ใช้เราก็หยิบมาจากภาพเวลามองคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ มีตั้งแต่สีขาวงาช้างจากส่วนที่เป็นปูน สีดำมะเกลือจากส่วนที่เป็นไม้ สีน้ำเงินจากท้องฟ้า และสีเขียวจากสนามหญ้ารอบคุ้มเจ้าฯ”

ขวัญจบด้าน Graphic Communication ทำให้เกือบทุกจุดมีรายละเอียดการออกแบบอยู่จำนวนมาก

“เหมือนเราหาที่ปล่อยของเลยเนอะ” ขวัญหัวเราะสนุกหลังแซวตัวเอง ก่อนอธิบายการออกแบบของเธอต่อ “ตัวฟอนต์อักษรต่าง ๆ ที่ใช้ภายในโรงแรม ก็เป็นฟอนต์ที่เราออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้กับที่บุรีรัตนาโดยเฉพาะนะคะ”

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

แม้ว่าการตกแต่งตัวอาคารหลายอย่างมีการหยิบยืมมาจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ แต่เมื่อเข้ามาภายในโรงแรม เราพบว่าที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกโบราณหรือเป็นล้านนามาก ๆ

“เราไม่อยากให้กรอบของการทำโรงแรมต้องเหมือน ๆ กัน ย่านนี้มีโรงแรมเยอะมาก เราอยากเป็นโรงแรมใหม่ และเป็นคนรุ่นใหม่ที่ทำโรงแรมสำหรับคนรุ่นใหม่ แม้ว่าโรงแรมตั้งอยู่ท่ามกลางเมืองที่มีประวัติศาสตร์ก็ตาม

“เราเอาความใหม่มาอยู่ร่วมกับความเก่า ไม่ต้องการออกแบบให้หน้าตาออกมาเหมือนโบราณเป๊ะ ๆ แต่เราหยิบกลิ่นอายของเขามาปรับใช้ ลดทอนบางอย่างให้ร่วมสมัยมากขึ้น เลยเป็นที่มาของแนว The Minimal Lanna Essence ที่เราตั้งขึ้นมาเอง ซึ่งการที่ของใหม่อยู่ร่วมกับของเก่าได้ เรามองว่ามันคือเสน่ห์ของเชียงใหม่

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

“พอเป็นโรงแรมที่มองถึงคนรุ่นใหม่ เราต้องคิดถึงสิ่งที่คนรุ่นใหม่อยากได้สำหรับการพักผ่อน ไม่อยากให้บุรีรัตนาเป็นแค่โรงแรมที่พักแล้วก็ไป เราอยากเป็นจุดหมายสำหรับการพักผ่อน ทำยังไงให้เขาตั้งใจมาที่โรงแรม อะไรที่จะเชื่อมโยงกับโรงแรมได้บ้าง ช่วงที่กำลังสร้างโรงแรม เราลองวิ่งออกกำลังกายรอบ ๆ คูเมืองและถนนต่าง ๆ ในเวียง เพื่อจะทำเส้นทางให้ลูกค้า ว่าเขาเดินไปเที่ยวที่ไหนได้บ้างจากบุรีรัตนา เช่น เดินไปวัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง ประตูท่าแพ ถ้ามาเส้นนี้คุณแวะคาเฟ่นี้ได้นะ เราพยายามแนะนำจุดห้ามพลาดให้แขก ให้เขาได้ลองสำรวจเมือง

“ทุก 3 เดือน เราจะทำ Booklet คล้ายกับหนังสือพิมพ์แจกให้ลูกค้าที่มาพัก ในนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับเชียงใหม่ที่เราคัดมานำเสนอ อาจเป็นประวัติของสถานที่ต่าง ๆ แนะนำสถานที่น่าสนใจ และจะเปลี่ยนแคมเปญไปเรื่อย ๆ อย่างแคมเปญ ‘Create a life you can’t wait to wake up to’ คือความตั้งใจที่เราอยากชวนแขกให้ลองตื่นเช้า สัมผัสอากาศสดชื่น เห็นดอยมีหมอก และออกไปชมวิถีชีวิตผู้คนเชียงใหม่ยามเช้า หรือแนะนำศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าสนใจให้เขาได้รู้จัก 

“เราอยากให้มีกิจกรรมอยู่ตลอด เราไม่ได้อยากเป็นแค่ที่พัก แต่เป็นเหมือนจุดแรกที่เชื่อมโยงไปสู่จุดต่าง ๆ ในเชียงใหม่ ซึ่งในอนาคตเราอยากทำกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ให้มากขึ้น” สาวเจ้าเล่าความตั้งใจ

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์
Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

นอกจากกิจกรรมที่ทำให้ที่นี่มีชีวิตชีวาและแปลกใหม่ตลอดเวลา อีกสิ่งที่ขวัญนำมาใช้คือเทคโนโลยี

“ลูกค้าที่เข้ามาพัก เราจะให้เขาเป็นเพื่อนกับเราทางไลน์ เพราะทุกคนใช้มือถือกันเกือบตลอด เวลาลูกค้ามีปัญหาอะไรก็ติดต่อกับโรงแรมได้ตลอด ทางโรงแรมก็แจ้งข้อมูลต่าง ๆ ให้กับลูกค้าได้ อาจจะแนะนำที่เที่ยว แจ้งพยากรณ์อากาศ ถ้าฝนตกก็ช่วยแนะนำลูกค้าให้ยื่มร่มจากทางโรงแรมไปใช้ได้ หรือตอนนี้เป็นช่วงที่ฝนตก เราก็ทำเพลย์ลิสต์หน้าฝนส่งเป็นลิงก์ในแอปฯ ฟังเพลงให้ลูกค้าลองฟัง เราชอบการสื่อสารกับลูกค้า เราอยากให้เขาสนุก ที่นี่ฝ่ายคอนเทนต์กับกราฟิกอาจเป็นฝ่ายที่เหนื่อยที่สุดก็ได้นะคะ” ขวัญหัวเราะสนุกหลังแซวตัวเองอีกรอบ

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

โรงแรมบุรีรัตนามีห้องพักทั้งหมด 42 ห้อง แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ Superior, Deluxe, Grand Deluxe มี Family Room เชื่อมกับอีกห้องสำหรับครอบครัวที่พาพี่เลี้ยงเด็กมาด้วย มีห้อง Burirattana Suite ห้องที่ดีที่สุดเพียง 2 ห้อง เห็นทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่และความเป็นเมืองเก่า โดยเฉพาะเจดีย์ของวัดเจดีย์หลวงได้จากภายในห้อง 

อีกห้องที่น่าสนใจคือ ห้องประเภท Triple

“Triple เป็นห้องสำหรับ 3 คน เราคิดขึ้นจากลักษณะของคนรุ่นใหม่ บางคนไม่ได้มากับแฟน อาจมากับเพื่อน ๆ รวมกัน 3 คน เราไม่อยากใช้เตียงเสริม เพราะการวางแผนผังห้องจะเสีย ลูกค้าจะไม่ได้มุมที่สวย รวมถึงการนอนที่สบาย เราเลยทำห้องสำหรับ 3 คนขึ้นมาโดยเฉพาะ กลายเป็นว่าห้อง Triple เป็นห้องที่ขายดีมาก

“แม้ว่าเราจะเป็นโรงแรมที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ แต่เราก็เป็นโรงแรมที่คนรุ่นใหม่พาพ่อแม่มาพักผ่อน นอนสบาย มีบริการสำหรับผู้สูงอายุ เราคิดถึงขั้นมีหมอนให้เลือกเลยว่า ชอบหมอนแบบหมอนสูงหรือหมอนต่ำ”

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์
Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

นอกจากห้องพัก บุรีรัตนาก็มีห้องอาหารกับคาเฟ่คอยให้บริการสำหรับผู้ที่มาพักและผู้สัญจรเช่นกัน

“เราอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ มีจุดหนึ่งน่าสนใจ คุ้มจะแยกห้องอาหารออกมาจากตัวบ้าน เพราะสมัยก่อนเชื่อกันว่ายิ่งห้องอาหารใหญ่ ที่เก็บข้าวเยอะแค่ไหน แปลว่ายิ่งร่ำรวยเท่านั้น เราเลยทำห้องอาหารของเราให้ดูเหมือนออกมาจากตัวอาคาร ตั้งใจให้ห้องอาหารบรรยากาศเด็กลงมาหน่อย สนุกยิ่งขึ้น เราตั้งชื่อว่า ‘กะทิ’

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

“เรามองว่า ‘บุรีรัตนา’ เป็นผู้หญิงที่มีส่วนผสมระหว่างเอเชียกับตะวันตกหน่อย ๆ ได้รับอิทธิพลมาจากยุค รัชกาลที่ 5 – 6 เพราะคุ้มเจ้าฯ ก็สร้างในช่วงนั้น แต่ก็ยังมีความเรียบร้อยแบบผู้หญิงล้านนา 

“ส่วน ‘กะทิ’ มีความเป็นเด็ก เป็นน้องของบุรีรัตนา เป็นเด็กชายที่มีความซุกซนอยู่บ้าง กะทิชอบเก็บของจากห้องของพี่สาวมาเล่น บนผนังของห้องอาหารเลยมีของที่เกี่ยวข้องอยู่ในคุ้มเจ้าฯ มาตกแต่งให้ดูน่าสนใจ”

สีของห้องกะทิ ขวัญตั้งใจเลือกให้เป็นสีเขียว บางคนอาจเคยได้ยินว่า สีเขียวไม่เหมาะกับห้องอาหาร เพราะจะทำให้อาหารดูไม่น่ากิน แต่ขวัญมองกลับกัน เธอคิดว่าสีเขียวอยู่คู่กับวัฒนธรรมการกินของไทยมาช้านาน เราใช้ใบตองในการห่อหรือรองอาหาร สีเขียวจึงเป็นสีที่อยู่คู่กับอาหารไทย และบางทีสีที่เป็นส่วนประกอบของอาหารไทย อย่างไข่ที่มีสีเหลือง พริกที่มีสีแดง ต่างก็ไปด้วยกันกับสีเขียวได้เป็นอย่างดี และยังขับเน้นให้อาหารโดดเด่นขึ้น

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่
บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

ส่วนเมนูอาหาร ขวัญเลือกไม่ทำอาหารแบบล้านนามาก ๆ และนำเสนอเมนูง่าย ๆ อย่างผัดไทย แต่เพิ่มความสนุกเข้าไปด้วยการมีลูกเล่นอย่างการนำมะพร้าวคั่วมาโรยด้านบน และอีกหลายเมนูที่มีกะทิหรือมะพร้าวเป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นเหตุผลให้เธอตั้งชื่อห้องอาหารว่า กะทิ อันเป็นส่วนผสมของเมนูอาหารไทยจำนวนมาก เธอยังมองอีกว่ากะทิเป็น Vegan Friendly จึงยิ่งเหมาะสำหรับลูกค้าหลากหลายที่เข้ามาพักที่โรงแรมบุรีรัตนา

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

“ที่นี่ตั้งใจต้อนรับผู้คนหลากหลายที่เข้ามาพัก เช่นเดียวกัน เราก็พยายามนำเสนอความหลากหลายของเชียงใหม่ให้กับเขาด้วย พ่อของเราเคยเล่าให้ฟังว่า โรงแรมของเราอยู่ใจกลางเชียงใหม่ เหตุผลที่ในอดีตใจกลางเมืองอยู่ตรงนี้ เพราะมีคนลองยิงธนูจากประตูท่าแพเข้ามาแล้วไม่ถึง นั่นหมายความว่า ที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยจริง ๆ

“นั่นคือสิ่งที่เราควรมอบให้กับผู้ที่มาพัก เรายังพยายามบอกลูกค้าเสมอว่า เขานอนอยู่ท่ามกลางสิ่งที่เรียกว่า เชียงใหม่ พื้นที่ใจกลางตรงนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก วัดยังเป็นวัดแบบเดิม เจ้าของที่นี่ส่วนใหญ่ยังเป็นคนรุ่นเก่า ขณะเดียวกันก็มีสิ่งใหม่ ๆ เข้ามา แต่ทั้งหมดก็อยู่ร่วมกันได้ ส่งเสริมและสนับสนุนกันและกัน” 

ทั้งหมดนี่คือเรื่องราวของโรงแรมที่เป็นฉากหลังให้คุ้มเจ้าบุรีรัตน์อย่างเคารพนบน้อม

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

Burirattana Hotel

ที่ตั้ง : 115 1-5 ถนนราชดำเนิน ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
โทรศัพท์ : 0 5328 3579

เว็บไซต์ : burirattanahotel.com

Facebook : Burirattana Hotel

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

สุขสันต์ เวียงศิริ

ช่างภาพอิสระ ผู้หารายได้มาเลี้ยงดูเจ้าหมาคอร์กี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load