25 พฤศจิกายน 2564
3 K

เมื่อนึกถึงขอนแก่น ใคร ๆ อาจนึกถึงไก่ย่างเขาสวนกวาง ผ้าไหมมัดหมี่ และกุนเชียงหมูรสอร่อยเลิศ แต่นอกจากจะมีของอร่อยเลื่องชื่อและของทำมือแสนงาม ขอนแก่นวันนี้ยังน่ารักกว่าเก่าด้วยมีคนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งแปลงโฉมบ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 70 ปีตรงหัวมุมถนนชีท่าขอน 7 เป็นร้านชำและรีฟิลรักษ์โลกแห่งแรกของเมืองอีสานเมืองนี้

.limited คือนามของร้านรักษ์โลกขนาดย่อมที่เราพูดถึง ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยพาร์ตเนอร์ผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 4 คน อย่าง ดุษ-ดุษฎี สุ่มมาตย์ กิ๊ฟ-วรรณภรณ์ สงวนตระกูล กอฟ-ณรงค์วิทย์ อารีมิตร และ อุ้ม-จริงใจ อารีมิตร ที่เติบโตต่างถิ่น หลากเวลา ทั้งยังมีอาชีพที่แตกต่างกันตามความสนใจ แต่จุดร่วมเดียวกันนั้นไซร้คือความใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม 

ความยากของการเป็นร้านแรกและร้านเดียวในขอนแก่น คือผู้คนยังไม่เข้าใจข้อดีของร้านชำแห่งนี้เท่าไหร่ แต่เพราะทั้งสี่เชื่อว่าจุดเล็ก ๆ 4 จุดอย่างพวกเขา จะทำให้เกิดจุดเล็ก ๆ จุดอื่นขึ้นได้อีกมาก จนการเปลี่ยนแปลงสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมนั้นเกิดขึ้นได้จริง การดำเนินร้านแห่งนี้ด้วยความสุขและไม่คำนึงในเชิงธุรกิจมากนักจึงเป็นไปได้

นี่เป็นอีกครั้งที่เราสนทนาผ่านโทรศัพท์มือถือ เพราะระยะทางอันไกลห่าง 

แต่แค่ได้จินตนาการภาพตามเรื่องราวที่ตัวแทนจากพาร์ตเนอร์ทั้งสี่อย่างอุ้มเล่าก็แสนสุขหัวใจ

.limited ร้านชำและรีฟิลรักษ์โลกแห่งเดียวในขอนแก่น ในบ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 70 ปี
.limited ร้านชำและรีฟิลรักษ์โลกแห่งเดียวในขอนแก่น ในบ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 70 ปี

จุดที่ดีต่อโลก

จุดเริ่มต้นของ .limited นั้นแสนธรรมดาและเรียบง่าย เริ่มจากกิ๊ฟผู้ทำธุรกิจส่วนตัวใส่ใจเรื่องอาหารออร์แกนิกอยู่แล้ว ส่วนสามีของอุ้มอย่างกอฟนั้นเรียนจบด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์สิ่งแวดล้อมมา ดุษซึ่งทำงานในบริษัทสถาปนิก 49 ของกอฟจึงอินเรื่องสิ่งแวดล้อมไปโดยปริยาย ส่วนอุ้มนั้นเป็นเภสัชกรที่คลุกคลีกับยาเคมีจนรู้สึกเหนื่อยหน่าย 

จุดเริ่มต้นของ .limited จึงเกิดขึ้นตรงนี้ที่ความสนใจของทั้ง 4 คน มารวมกัน

“เราเห็นตรงกันว่าทุกวันนี้คนใช้ทรัพยากรกันสิ้นเปลืองมาก มีขยะเดลิเวอรี่เกิดขึ้นค่อนข้างเยอะ ผู้บริโภคก็ใช้แล้วทิ้งกันแบบไม่ใส่ใจ เราจึงคิดอยากทำร้านนี้ขึ้นมา แต่มันก็มีจุดแย้งว่าธุรกิจนี้ไม่น่าจะไปรอดเท่าไหร่ แต่ขณะเดียวกันถ้าเราไม่เป็นจุดเริ่มต้นแรก มันก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร พอคิดว่ายังไงก็ต้องทำจึงตั้งชื่อร้านว่า .limited เพราะอยากสื่อสารว่าทรัพยากรบนโลกนี้มีอย่างจำกัด” ไกด์ประจำร้านอย่างอุ้มสาธยายถึงจุดเริ่มต้นอันแสนน่ารักให้ฟัง

แนวคิดที่ว่าจึงแตกกิ่งก้านสาขาเป็นแนวคิดอื่น ๆ ในการทำร้านชำแห่งนี้อีกมาก เริ่มจากสถาปนิกอย่างกอฟและกิฟตั้งใจซ่อมแซมบ้านหลังนี้ แต่ไม่เติมแต่งจนเสียความเป็นบ้านไม้เก่าอันมีค่า ทั้งสารพันเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ในร้านยังเป็นเฟอร์นิเจอร์สเตนเลสที่ทนทานและทนมือ เมื่อมองปราดไปยังมุมสินค้าในร้าน จะเห็นสินค้ารักษ์โลกที่คุ้นตาอย่างแก้วซิลิโคน ยาสีฟันเม็ด แต่ความน่ารักและพิเศษใส่ไข่กว่าเดิมคือ .limited ยังมีสินค้ารักษ์โลกที่ทำขึ้นเองด้วย

.limited ร้านชำและรีฟิลรักษ์โลกแห่งเดียวในขอนแก่น ในบ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 70 ปี
.limited ร้านชำและรีฟิลรักษ์โลกแห่งเดียวในขอนแก่น ในบ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 70 ปี

“เราเป็นเภสัชกรอยู่แล้ว เลยวิจัยและพัฒนาครีมอาบน้ำและแชมพูสระผมขึ้นมาเองสองแบรนด์ แบรนด์แรกคือ Lilli แบรนด์ที่สองคือ Rarin ทั้งสองแบรนด์ปราศจากซัลเฟต พาราเบน และซิลิโคนทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ต่างคือแบรนด์ที่สองอย่าง Rarin จะมีกลิ่นเพื่อตอบโจทย์คนที่อยากรักษ์โลกและตัวเอง แต่ก็ยังอยากให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นหอมอยู่

“บางครั้งก็มีปุ๋ยมูลไส้เดือนจากไส้เดือนที่กอฟเลี้ยงที่บ้าน ซึ่งไส้เดือนเหล่านี้ก็กินกากใยผักผลไม้ที่เรานำมาทำเป็นเมนูต่าง ๆ ในร้าน และร้านเรายังมีงานไม้จากไม้เก่าที่ลูกชายเราทำขึ้นเอง มีเสื้อผ้าทำมือย้อมสีธรรมชาติที่ตัดเย็บโดยน้องสาวของกอฟ และมีกระเป๋าผ้าที่ทำจากผ้าเหลือทิ้งของ moreloop ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 2.15 กิโลกรัม เทียบเท่ากับการขับรถยนต์ 18.05 กิโลเมตรด้วย” เธอยกตัวอย่างสินค้าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจนเราอยากโผล่ไปที่ร้านเดี๋ยวนั้น

หัวใจสำคัญอีกข้อของการทำร้านชำแห่งนี้ คือสินค้าทั้งหมดจะต้องปราศจากวัสดุที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว แม้ด้านหนึ่งของร้านจะเป็นโซนรีฟิลที่ถ้าใครไม่มีขวดมาเติม .limited ก็มีขาย แต่อุ้มจะแนะนำลูกค้าก่อนเสมอว่า ให้นำภาชนะเก่าที่มีหรือภาชนะที่เคยได้รับจากร้านชำแห่งนี้ไปกลับมาใช้ใหม่ จะได้ไม่สร้างขยะเพิ่ม และอุ้มไม่เคยแนะนำให้ลูกค้าเติมสินค้าไปให้มากเข้าไว้ แต่เน้นให้น้อยที่สุด เพราะหากไม่ถูกจริตขึ้นมา สินค้านั้น ๆ จะได้ไม่กองเป็นผักปลาเน่าเปื่อยที่จะกลายเป็นขยะอีกชิ้นหนึ่งของโลก

จุดที่ดีต่อเรา

เมื่อเดินสำรวจโซนของใช้ในบ้านที่ทั้ง 4 คัดสรรมาแล้วว่าดีต่อโลก อีกมุมสำคัญที่อุ้มตั้งใจนำเสนอคือโซนของกินที่เธอทำขึ้นเองบ้าง ทั้งคัดสรรจากพันธมิตรรักษ์โลกบ้าง ไม่ว่าจะกล้วยตากจากกล้วยอินทรีย์ในสวนที่แม่ของกอฟปลูก เก็บ ปอก และอบในหม้ออบลมร้อนเองกับมือ การันตีว่าอร่อยและปลอดภัย หรือจะเป็นดอกเกลือแท้ ๆ จากเพื่อนของอุ้มที่เพชรบุรี ซึ่งนั่งยันนอนยันว่าเป็นดอกเกลือจากเกลือผืนแรกที่น้ำทะเลขึ้นสูง จึงอุดมด้วยแร่ธาตุนานา กระทั่งข้าวท้องถิ่นพันธุ์ดีที่อุ้มติดต่อจากสมาคมข้าวไทย ซึ่งเธอการันตีว่าอร่อยหนึบหนับ

.limited ร้านชำและรีฟิลรักษ์โลกแห่งเดียวในขอนแก่น ในบ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 70 ปี

“ก่อนทำร้านนี้ เราไม่เคยทานข้าวท้องถิ่นแม้แต่น้อย พอได้ทานลองทานข้าวลืมผัว ข้าวก่ำล้านนา และข้าวท้องถิ่นอื่น ๆ ถึงได้รู้ว่าข้าวเหล่านี้อร่อยมาก นอกจากไม่ขัดสีซึ่งทำให้สารอาหารยังอยู่ครบ ข้าวเหล่านี้ยังมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ คนเบาหวานทานแล้วน้ำตาลไม่พุ่งกระฉูด ส่วนสีต่าง ๆ ที่เราเห็นในข้าว เช่น สีแดงอมม่วงก็อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างแอนโทไซยานินที่ดีต่อผิวพรรณ และช่วยให้ภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรง” อุ้มอธิบายให้ฟังอย่างตั้งใจ แต่ก็อดพูดติดตลกไม่ได้ว่าเธอและทีมงานยังต้องให้ความรู้ลูกค้าอีกมาก เพราะคนส่วนใหญ่คุ้นชินกับข้าวขาวมากกว่า

นอกจากอาหารการกินที่เธอคัดสรรมาจากพันธมิตรเกษตรอินทรีย์แล้ว อีกบริการหนึ่งของร้านที่ทั้ง 4 คนตั้งใจคือ ที่นี่เสิร์ฟสลัดแสนอร่อยและเครื่องดื่มจากผักผลไม้อินทรีย์ของเกษตรกรในขอนแก่น

“เราทำกินเองด้วย เราจึงต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เราเสมอ ผักผลไม้ที่นำมาทำเป็นเครื่องดื่มและสลัด จึงเป็นผักอินทรีย์ที่เลือกซื้อจากตลาดนัดและร้านชำอินทรีย์ในตัวเมืองขอนแก่น เพราะอยากสนับสนุนเกษตกรในท้องที่ จากนั้นช่วยกันคิดสูตรน้ำผลไม้กันเอง โดยเน้นใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาล ถ้าใช้น้ำตาลในอาหารก็จะเลือกใช้น้ำตาลโตนดและน้ำตาลดอกมะพร้าวแทน” เธออธิบายแนวคิดในการเสกสรรค์สารพัดเมนูในร้าน ก่อนยกตัวอย่างให้เรากลืนน้ำลายเล่น

.limited ร้านชำและรีฟิลรักษ์โลกแห่งเดียวในขอนแก่น ในบ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 70 ปี

ทั้ง Taro Milkshake ที่ใช้เผือกหอมแท้ ๆ มาทำเป็นเครื่องดื่ม ตะลิงปลิงปั่นเปรี้ยวจี๊ดชุ่มชื่นหัวใจจากตะลิงปลิงท้องถิ่น หรือจะเป็นเมนู Green Queen ที่หยิบผักโขม วอเตอร์เครส แอปเปิ้ลเขียว สับปะรด และมะนาว มาปั่นรวมกันจนสายเขียวต้องถูกใจ 

ไม่นานมานี้ ทั้งพวกเขายังแตกแขนงเมนูจากผักผลไม้เป็นสลัดน่าทานอีกด้วย ทั้งสลัดผักธรรมดา เรนโบว์สลัด ซีซาร์าสลัด และที่พิเศษสุด ๆ คือสลัดลาวที่นำผักท้องถิ่นกลิ่นแรงอย่างผักชีลาว ผักชีฝรั่ง โหระพา สะระแน่ ผักแพ้ว ต้นหอมและแตงกวา มาคลุกเคล้าด้วยน้ำสลัดแจ่วเนื้อครีม แล้วทานกับหมูยอเกรดดี

จุดที่ดีต่อทุกคน

เพราะทั้ง 4 คนมีงานประจำที่แสนจะยุ่งวุ่นวายอยู่แล้ว การก่อร่างสร้างร้านนี้ขึ้นจึงไม่ใช่เหตุผลทางด้านกำไร แต่เป็นเหตุผลทางด้านสังคมที่อยากกระจายความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด มากกว่าการเป็นร้านขายของชำและร้านรีฟิลรักษ์โลก ฝั่งขวาสุดของร้านจึงมีโซนเวิร์กชอปคอยแบ่งปันความรู้ที่พวกเขาตั้งใจ

ร้านชำรักษ์โลกและร้านรีฟิลแห่งเดียวใน จ. ขอนแก่น ที่อยากให้โดมิโนแห่งการรักษ์สิ่งแวดล้อมขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ร้านชำรักษ์โลกและร้านรีฟิลแห่งเดียวใน จ. ขอนแก่น ที่อยากให้โดมิโนแห่งการรักษ์สิ่งแวดล้อมขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

“ในสถานการณ์ปกติ พวกเราอยากให้มีเวิร์กชอปสองครั้งต่อเดือน ที่ผ่านมาก็เคยจัดเวิร์กชอปทำงานไม้ เย็บหน้ากากผ้า และเพนต์ภาพ พูดตรง ๆ ว่าแต่ละครั้งเราแทบไม่ได้อะไร” อุ้มเล่าพลางหัวเราะก่อนอธิบายต่อว่า “คนเข้าร่วมจ่ายเงินค่าอุปกรณ์ก็จริง แต่เราก็ต้องหักส่วนนี้ไปให้วิทยากร แถมยังมีเครื่องดื่มและของต่าง ๆ ให้ด้วย แต่ที่เราทำเพราะอยากสอนและแบ่งปันความถนัดกับความรู้ที่มีให้กับคนอื่น ๆ”

ด้วยทำร้านนี้ขึ้นจากใจที่อยากแบ่งปันให้คนขอนแก่นและแขกบ้านแขกเมืองที่แวะเวียนจริง ๆ หากลูกค้าได้รับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น สารพัดถั่วและธัญพืชที่อาจจะเหม็นหืนยามหน้าฝน อุ้มก็พร้อมรับผิดชอบทันที แถมยังเล่าตลก ๆ ให้ฟังอีกว่า บางครั้งแค่ลูกค้าเอ่ยชมว่าต้นไม้ที่วางขายในร้านนั้นสวยน่าปลูก อุ้มก็ยื่นให้นำกลับบ้านไปฟรี ๆ จนลูกค้ายังต้องงง แถมพนักงานในร้านยังกระซิบถามว่าได้กำไรบ้างไหม

“เรามีความสุขมากที่ได้แบ่งปันและทำร้านนี้” 

นี่คือคำตอบเมื่อเราเอ่ยถามด้วยคำถามเดียวกันกับพนักงานของ .limited

ร้านชำรักษ์โลกและร้านรีฟิลแห่งเดียวใน จ. ขอนแก่น ที่อยากให้โดมิโนแห่งการรักษ์สิ่งแวดล้อมขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ร้านชำรักษ์โลกและร้านรีฟิลแห่งเดียวใน จ. ขอนแก่น ที่อยากให้โดมิโนแห่งการรักษ์สิ่งแวดล้อมขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

ไม่มีจุดจบ

ตลอดการเปิดร้านกว่า 2 ปี อุ้มสารภาพตามตรงว่าการทำธุรกิจร้านชำรักษ์โลกนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะช่วงแรก ๆ ที่คนในจังหวัดยังไม่เข้าใจข้อดีของร้านชำแห่งนี้ เพราะแทนที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้คนมากขึ้นกว่าเก่า ก็กลับสร้างความลำบากในการใช้ชีวิตมากกว่าเดิม แต่เพราะเริ่มเห็นว่าชีวิตประจำวันของลูกค้าที่เข้า-ออกร้าน เปลี่ยนแปลงไปทีละนิด ๆ ความเชื่อที่ว่าจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ อย่างพวกเขาจะก่อให้เกิดจุดเล็ก ๆ อีกมากจึงยิ่งชัดเจน

“ช่วงแรกที่คิดอยากทำร้าน ต่างคนก็ต่างไปสำรวจร้านรักษ์โลกในกรุงเทพฯ ทุกครั้งที่เราเข้าไปในร้านต่าง ๆ สัมผัสได้เลยว่าร้านเหล่านี้ไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจ แต่เขามีแพสชันกับเรื่องสิ่งแวดล้อมจริง ๆ เวลาเราบอกว่าจะทำร้านแบบนี้บ้าง เขาก็บอกว่าดีเลย แถมยังแนะนำแหล่งซื้อของ บอกว่าอันไหนขายดี อันไหนขายไม่ดีบ้าง เขาน่ารักกับเรามาก ๆ

“พอทำร้านของตัวเองบ้าง เราจึงไม่ได้หวังว่าทุกคนที่เดินเข้ามาในร้านจะต้องซื้อสินค้ากลับไป แค่เขาเปลี่ยนการใช้ชีวิตเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ลดการสร้างขยะในบ้าน เราก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว หรือพอมีคนมาเซอร์เวย์ร้านเรา เพราะอยากทำร้านแบบนี้บ้าง เราก็แนะนำเขาโดยไม่ได้คิดว่าเป็นคู่แข่ง แต่ถือว่าเขากำลังช่วยกันสร้างสังคมดี ๆ ขึ้นร่วมกัน คล้ายโดมิโนที่จะขยายออกไปเรื่อย ๆ จนการตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมกลายเป็นค่านิยมหนึ่ง” อุ้มทิ้งท้าย

ร้านชำรักษ์โลกและร้านรีฟิลแห่งเดียวใน จ. ขอนแก่น ที่อยากให้โดมิโนแห่งการรักษ์สิ่งแวดล้อมขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

.limited

ที่ตั้ง : 397 ถนนหลังเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 1984 8700Facebook : Dotlimited

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

อยู่เมืองไทย ใครเลยจะไม่เคยเห็นครุฑ

สัตว์ใหญ่ในตำนาน อมนุษย์ครึ่งคนครึ่งนก พาหนะของพระนารายณ์ผู้ทรงเป็นหนึ่งในสามมหาเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู สัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์

คติความเชื่อที่ไล่เรียงมาข้างต้น ล้วนเป็นคำตอบว่าทำไมครุฑจึงมีความศักดิ์สิทธิ์และสำคัญยิ่งในสังคมไทย แม้ว่าเราทุกคนจะไม่เคยเห็นครุฑองค์เป็น ๆ แต่ศิลปะรูปครุฑกลับปรากฏอยู่ทั่วทุกแห่งหน ทั้งในจิตรกรรมฝาผนัง วัตถุมงคล ผืนธง ตราแผ่นดิน ไปจนกระทั่งประติมากรรมหน้าห้างร้านหรือธนาคารต่าง ๆ ที่เด็กทุกคนน่าจะเคยถูกผู้ใหญ่ชี้ชวนให้ดูกันทั้งนั้น

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

แต่จะมีสถานที่ใดในไทย (และในโลก) ที่มีครุฑให้เห็นมากเท่าที่นี่ไหม

ทดคำถามนี้ไว้ในใจ แล้วให้ตัวอักษรพาทุกท่านเยี่ยมยลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไปพร้อม ๆ กัน

ครุฑหน้าธนาคาร

หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า ตราครุฑที่ติดอยู่หน้าธนาคารเรียกว่า ‘ตราตั้งห้าง’ หรือ ‘ตราตั้ง’ เป็นรูปครุฑพ่าห์หรือครุฑซึ่งเป็นพาหนะ ตราครุฑพ่าห์ (พระครุฑพ่าห์) ถูกใช้ในส่วนราชการมาช้านาน ก่อนจะมีการออกแบบตราครุฑพ่าห์สำหรับใช้เป็นตราตั้งห้างของภาคเอกชนให้มีลักษณะต่างกันเล็กน้อย ธุรกิจเอกชนสามารถขอตราตั้งห้างประดับอาคารที่ทำการได้ ด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากสำนักพระราชวัง ซึ่งมีเงื่อนไขว่ากิจการนั้นจะต้องปลอดหนี้สิน ทำธุรกิจด้วยความสุจริต และทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง เป็นต้น

ธนาคารเอกชนมากมายได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ติดตั้งตราครุฑ หลายแห่งยังดำเนินกิจการอยู่ ขณะที่บางแห่งก็สิ้นชื่อไปจากสารบบนานแล้ว ตัวอย่างเช่น ‘ธนาคารนครหลวงไทย’ ซึ่งควบรวมกิจการกับธนาคารธนชาตไปเมื่อ พ.ศ. 2554

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

เนื่องจากนครหลวงไทยเป็นธนาคารเก่าแก่ ก่อตั้งในสมัยรัชกาลที่ 8 ประกอบธุรกิจการเงินนานกว่า 70 ปี ในวันที่ยุบรวมกับธนชาต ย่อมเป็นธรรมดาที่ธนาคารนี้จะได้รับพระราชทานครุฑ แต่เมื่อกิจการถูกโอนสู่มือเจ้าของใหม่อย่างธนาคารธนชาต องค์ครุฑที่เคยกางปีกเป็นสง่าอยู่หน้าสาขาธนาคารนครหลวงไทยทั่วประเทศจำต้องถอดลงตามกฎหมาย แต่แทนที่จะเก็บครุฑทั้งหมดไว้ให้เปล่าดาย ผู้บริหารธนาคารกลับเล็งเห็นคุณค่าของตราครุฑพระราชทานเหล่านี้

จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑ’ ที่รวบรวมองค์ครุฑจากธนาคารนครหลวงไทยสาขาต่าง ๆ มาจัดแสดงไว้ที่บางปู

ในระยะแรก พิพิธภัณฑ์ครุฑสงวนไว้ให้เข้าชมได้เฉพาะผู้ติดต่อเข้ามาเป็นกรณีพิเศษ เช่น คณะนักเรียนที่เข้ามาทัศนศึกษา กระทั่งธนาคารธนชาตได้ควบรวมกิจการกับธนาคารทหารไทยใน พ.ศ. 2564 และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ที่นี่จึงเปิดสู่สาธารณชนเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

“พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืนของทีทีบี ที่เราได้วางแนวทางการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเยาวชน ชุมชน และการจุดประกายความเป็นไทย ซึ่งองค์ครุฑอยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และความดีงาม ซึ่งไม่ว่าโลกจะทันสมัยไปอีกสักแค่ไหน แต่ 3 สิ่งนี้ยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่เราควรรักษา”

คุณกาญจนา โรจวทัญญู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาดและประสบการณ์ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวกับพวกเราชาว The Cloud ไว้

“พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความเฉพาะตัว ด้วยเรื่องราวของพญาครุฑ การอนุรักษ์และจัดแสดงครุฑพระราชทานกว่า 150 องค์ รวมถึงการถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่จะส่งผ่านถึงคนรุ่นหลังให้ตระหนักถึงคุณค่าขององค์ครุฑ ในรูปแบบการจัดแสดงที่ทันสมัยทั้งแอนิเมชันและมัลติมีเดียที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับทุกคนในครอบครัว ซึ่งการเปิดให้ชมสำหรับบุคคลทั่วไปครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี จึงนับเป็นโอกาสดีที่พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่คนไทยทุกคนจะได้ร่วมภาคภูมิใจ”

ครุฑองค์ใหญ่

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

สิ่งแรกที่ทุกคนจะได้เห็นเมื่อมุ่งหน้ามาถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 9A ก็คือประติมากรรมรูปครุฑองค์ใหญ่สูงกว่า 4 เมตร สยายปีกต้อนรับผู้มาเยือนอยู่เหนือป้ายชื่อพิพิธภัณฑ์ สีสันที่ลอกเลือนตามกาลเวลาบอกให้รู้ว่าครุฑองค์ใหญ่นี้มีอายุไม่ต่ำกว่าครึ่งศตวรรษ

ครุฑองค์นี้ได้รับการอัญเชิญมาจากหน้าสำนักงานใหญ่ของอดีตธนาคารนครหลวงไทยบนถนนเพชรบุรี ไม่นานหลังเกิดการรวมกิจการเมื่อ พ.ศ. 2554 พร้อมกับเสียงร่ำลือมากมายเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของพญาครุฑองค์นี้ จึงเกิดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่จะเชื้อเชิญให้ทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนได้จุดธูปสักการะครุฑองค์ใหญ่ก่อนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ 

ตึกทรงครุฑ

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้อยู่ในอาคารหลังเดียวกับศูนย์ฝึกอบรมธนาคารธนชาต บางปู

ตอนที่ถอดครุฑลงจากธนาคารนครหลวงไทยแต่ละสาขา องค์ครุฑพระราชทานเหล่านั้นก็ได้รับการอัญเชิญมาไว้ศูนย์ฝึกอบรม ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญมากที่อาคารนี้มีปีกยื่นออกไปสองข้าง แผนผังคล้ายกับพญาครุฑในอิริยาบถกางปีกอันคุ้นตา หากมองมาจากมุมสูง

สถานที่นี้จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้ประดิษฐานองค์ครุฑซึ่งอัญเชิญมาจากทั่วสารทิศ โดยพื้นที่ที่ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์คืออาคารกลางและปีกขวาบางส่วน

ภายในพิพิธภัณฑ์มี 2 ชั้น แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 6 ส่วน มีเจ้าหน้าที่พาชมและคอยให้ความรู้เป็นรอบ ๆ เพื่อให้ผู้เข้าชมทุกชีวิตก้าวสู่โลกของพญาครุฑไปพร้อม ๆ กัน

โถงต้อนรับ

ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติสองบานตั้งขนาบกลางป้ายประกาศสรรพคุณของที่นี่ว่า ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งแรกและแห่งเดียวในอาเซียน’ เพราะแม้ว่าเรื่องเล่าความเชื่อเกี่ยวกับพญาปักษีจะมีอยู่ทั่วอุษาคเนย์ แต่ก็ไม่มีพิพิธภัณฑ์ใดในภูมิภาคนี้ที่มีครุฑเป็นธีมหลัก นอกจากที่นี่

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

เมื่อเราย่างเท้าผ่านประตูบานนี้ไป สายตาก็จะเผชิญกับผนังทรงโค้งวาดลวดลายธรรมชาติของป่าหิมพานต์ ความเจ๋งของฝาผนังนี้อยู่ที่ QR Code ซึ่งสแกนเพื่อใช้ฟิลเตอร์ใหม่ในอินสตาแกรมสตอรี่ได้ หากนำกล้องมือถือไปส่องกับผนัง ก็จะพบภาพกราฟิก AR (Augmented Reality) เล่าขานศึกสายเลือดระหว่างครุฑกับนาคโดยมีป่าหิมพานต์เป็นพื้นหลัง

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ
พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

ส่วนจัดแสดงนี้ยังมีห้องฉายภาพยนตร์สั้นที่จะพาผู้ชมไปรู้จักประวัติพิพิธภัณฑ์ และเรื่องราวเบื้องต้นของพญาครุฑ เริ่มตั้งแต่จุดกำเนิด ข้อแตกต่างระหว่างครุฑในศาสนาฮินดูกับพุทธ ธรรมชาติของครุฑ ฯลฯ เพื่อปูทางความรู้เรื่องครุฑก่อนไปชมส่วนจัดแสดงต่อไป

ครุฑพิมาน

เสร็จจากการเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงชั้นล่าง เจ้าหน้าที่ก็จะพาเราทุกคนขึ้นไปชั้นบนโดยผ่านบันไดที่ตกแต่งด้วยก้อนหินและสุมทุมพุุ่มไม้หนาทึบประหนึ่งผืนป่าใจกลางตึก

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะชั้นบนของพิพิธภัณฑ์เป็นภาพจำลองของป่าหิมพานต์ตามคติความเชื่อของชาวไทยในอดีต ซึ่งภาพจำลองนั้นยิ่งดูแจ่มชัดขึ้นเมื่อเราไปถึงส่วนจัดแสดงที่สองอันมีชื่อว่า ‘ครุฑพิมาน’

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

โถงใหญ่กลางชั้นสองคือห้องเรียนจักรวาลไตรภูมิ และดินแดนในเทพนิยายอย่างป่าหิมพานต์ ป่าเชิงเขาพระสุเมรุ อันเป็นที่อยู่ของสิงสาราสัตว์นานาชนิด

ช่องว่างกลางโถงถูกดัดแปลงเป็นสระอโนดาต สระน้ำหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตที่ไม่มีวันแห้งเหือดตราบเท่าที่กลียุคยังไม่มา มุมสระทั้ง 4 ทิศมีทางน้ำไหลระบายออกจากปากสัตว์มงคล 4 ชนิด ประกอบด้วยราชสีห์ ช้าง ม้า และโค รอบพื้นที่จัดแสดงเดียรดาษไปด้วยต้นไม้ สัตว์หิมพานต์ ฤๅษี คนธรรพ์ วิทยาธร รวมถึงต้นไม้ประหลาดอย่าง ‘นารีผล’ หรือ ‘มักกะลีผล’ ที่ออกผลเป็นหญิงสาววัยแรกรุ่น มีหน้าตาสะสวยราวนางอัปสร ดึงดูดให้เหล่าเทวดาเพศชายพากันหมายปองและแย่งชิงกันเด็ดไปเชยชม

นครนาคราช

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

เมื่อพูดถึง ‘ครุฑ’ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงการพูดถึง ‘นาค’ ซึ่งเป็นพี่น้องต่างมารดาและศัตรูตัวฉกาจของเจ้าแห่งนก

ส่วนจัดแสดงที่ 3 มีชื่อว่า ‘นครนาคราช’ ซึ่งมาในธีมโลกบาดาล ฉากพรรณไม้ในป่าหิมพานต์เมื่อห้องที่แล้วถูกแทนที่ด้วยสีน้ำเงินของเกลียวคลื่นและผืนสมุทร เมื่อมาถึงห้องนี้ ผู้เข้าชมจะได้รู้จักความเชื่อเรื่องโลกบาดาลในพุทธศาสนา บทบาทของพญานาคผู้ยิ่งใหญ่ในฐานะสัตว์พาหนะของพระนารายณ์ขณะบรรทมอยู่เหนือเกษียรสมุทร ปิดท้ายด้วยตำนานความบาดหมางระหว่างพญานาคกับพญาครุฑที่เป็นพี่น้องต่างมารดาของกัน แต่กลับต้องบาดหมางกันเพราะนางวินตา มารดาพญาครุฑตกเป็นทาสของนางกัทรุ มารดาแห่งนาค 1,000 ตน นานถึง 500 ปี พญาครุฑจึงใช้สติปัญญาของตนชิงเอาน้ำอมฤตไปไถ่ความเป็นทาสแก่ผู้ให้กำเนิดได้สำเร็จ เป็นเหตุให้นาคกับครุฑกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันสืบมา

อมตะเจ้าเวหา

ส่วนจัดแสดงที่ 4 มีลักษณะเป็นห้องทรงกลมโอบล้อมด้วยประติมากรรมครุฑพ่าห์ 

เมื่อสาวเท้าเข้าสู่ห้องนี้ รอบตัวเราจะมืดสนิท ก่อนที่แสงแรกจะฉายฉานขึ้นบนหน้าจอทรงโค้ง เพื่อสดุดีคุณธรรมอันสูงส่งขององค์ครุฑ อันได้แก่ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความกตัญญูกตเวทิตา

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

แอนิเมชันลายเส้นสวยในห้องนี้บรรยายเหตุการณ์ตอนที่พญานาคตั้งข้อแลกเปลี่ยนกับพญาครุฑให้ไปชิงน้ำอมฤตมาเพื่อปลดปล่อยนางวินตาสู่ความเป็นไทอีกครั้ง แม้ว่าพระนารายณ์จะเสด็จขึ้นมาจากการบรรทมหลับกลางทะเลน้ำนมเพื่อหยุดยั้งการชิงน้ำอมฤตของพญาครุฑ แต่พญาครุฑก็ยังดึงดันจะช่วยมารดาให้ได้ทั้งที่ต้องเสี่ยงถึงชีวิต ทั้งสองฝ่ายจึงประจัญบานกัน ผลลงเอยที่ไม่มีฝ่ายใดแพ้หรือชนะ พระนารายณ์จึงทรงแลกเปลี่ยนกับครุฑ ด้วยการขอใช้ครุฑเป็นพาหนะยามที่พระองค์เสด็จไปไหนต่อไหน และทรงยินยอมให้ครุฑอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าพระองค์ พร้อมประทานความเป็นอมตะให้ เป็นที่มาของชื่อห้อง ‘อมตะเจ้าเวหา’

ล้นเกล้าจอมราชัน

แอนิเมชันอันน่าตื่นเต้นจบลงพร้อมกับความรู้ที่เพิ่มพูนขึ้น ผู้เข้าชมอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ได้เข้าใจกันแล้วว่าเหตุใดพญาครุฑถึงมีความผูกพันกับพระนารายณ์อย่างแนบแน่น แต่ขณะเดียวกัน หลายคนก็อาจเกิดความฉงนใจก้อนใหม่ขึ้นมาแทนว่า ครุฑเกี่ยวข้องอย่างไรกับชาติไทย สัญลักษณ์รูปครุฑจึงโผล่มาอยู่ในเอกสารราชการให้เราเห็นได้แทบทุกวัน

‘ล้นเกล้าจอมราชัน’ ส่วนจัดแสดงที่ 5 ให้คำตอบเรื่องนี้ได้ดีเยี่ยม ด้วยสื่อผสมผสานทั้งวิดีโอและป้ายให้ข้อมูล ทำให้ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้รู้ว่าศิลปกรรมรูปครุฑนั้นพบในดินแดนไทยมาตั้งแต่ยุคทวารวดีแล้ว ก่อนจะทวีความสำคัญขึ้นในสมัยอยุธยา เมื่อตรา ‘ครุฑพ่าห์’ เริ่มได้รับการใช้เป็นสัญลักษณ์เชื่อมโยงกับพระมหากษัตริย์ เหตุเพราะคติเทวราชที่ไทยรับมาจากเขมรมีความเชื่อว่า พระมหากษัตริย์เป็นอวตารของพระนารายณ์ ผู้ทรงครุฑเป็นพาหนะ

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

สื่อจัดแสดงในห้องนี้เล่าย้อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงยุคปัจจุบัน อธิบายสาเหตุที่ธงตราครุฑบนพื้นเหลืองอันมีชื่อเรียกว่า ‘ธงมหาราช’ ต้องถูกเชิญขึ้นเหนือเสาพระราชวังเมื่อพระมหากษัตริย์ไทยประทับอยู่ การออกแบบตราครุฑพ่าห์โดยฝีพระหัตถ์เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ หรือมูลเหตุที่ตราครุฑพ่าห์กลายเป็นตราแผ่นดินไทยสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 

นอกจากนี้ ด้วยความที่พิพิธภัณฑ์ครุฑเปิดทำการครั้งแรกใน พ.ศ. 2554 อันเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ พื้นที่หนึ่งในส่วนจัดแสดงนี้จึงถูกใช้บอกเล่าเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในรัชสมัย เพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดินที่ครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

ห้องจัดแสดงครุฑ

ห้องที่เป็นทั้งไฮไลต์และจุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์ครุฑ ถือเป็นส่วนจัดแสดงสุดท้ายที่เราจะได้ชมกัน

ห้องโถงใหญ่ที่ผนังด้านหนึ่งเจาะหน้าต่างยาวตลอดแนว คือสถานที่ประดิษฐานครุฑตราตั้งห้างพระราชทานทั้ง 150 องค์ ซึ่งรับรองได้ว่าไม่มีที่ใดรวบรวมงานศิลปะเฉพาะตราครุฑไว้มากเท่าที่นี่มาก่อน

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

องค์ครุฑที่เห็นอยู่นี้ส่วนใหญ่เป็นงานไม้ ย้ายมาจากธนาคารนครหลวงไทยกว่า 100 สาขา ต่างได้รับการดูแลรักษาให้คงอยู่ในสภาพเดิมวันที่อัญเชิญมาจากแหล่งเก่า โดยที่ไม่มีการซ่อมแซมแก้ไขเลยแม้แต่จุดเดียว เพื่อให้เห็นความเก่าแก่และสภาพจริงของครุฑองค์นั้นนั้น

การจะอัญเชิญองค์ครุฑมาจัดแสดงรวมกันที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเอาเสียเลย เพราะว่าครุฑเป็นของสูง เจ้าหน้าที่ผู้รับบทวิทยากรนำชมได้เล่าให้เราฟังว่า ก่อนจะเชิญแต่ละองค์ลงจากอาคารที่ติดตั้งไว้ ต้องมีการปิดตาครุฑเสียก่อน เพื่อไม่ให้สัตว์กึ่งเทพที่ปกติอยู่บนที่สูงเช่นครุฑมองในที่ต่ำ เมื่ออัญเชิญมาถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑแล้วจึงต้องทำพิธีเบิกเนตรเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกครั้งหนึ่ง

ทอดสายตาดูครุฑที่ประดับอยู่บนผนังและบนแท่นกลางห้อง แม้มองเพียงผ่าน ๆ ตาก็จะดูรู้ว่าครุฑแต่ละองค์มี ‘ครุฑลักษณะ’ แตกต่างกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เพราะครุฑที่เห็นอยู่เป็นผลงานของนายช่างคนละคนกัน ต่างคนก็ต่างฝีมือ ต่างแนวคิด ต่างค่านิยมในการสร้าง ยังผลให้ครุฑเกือบทุกองค์ดูผิดแผกจากกันด้วยสรีระ ใบหน้า เครื่องทรง ไปจนถึงสีสันผ้านุ่งที่สวมใส่

อ้อ มาถึงห้องนี้แล้วอย่าลืมมองหาครุฑองค์แรกของธนาคารนครหลวงไทย กับครุฑจากสาขาเยาวราชด้วยนะ แล้วตอบตัวเองให้ได้ด้วยล่ะว่าครุฑสององค์นี้มีความพิเศษอย่างไรบ้าง

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต กำลังจะเปิดให้ชมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2565 โดยจะเปิดให้ชมเฉพาะวันศุกร์และเสาร์วันละ 3 รอบ ได้แก่ เวลา 10.00 น., 13.00 น. และ 15.00 น. มีผู้นำชมทุกรอบ และไม่มีค่าใช้จ่าย

เรื่องการเดินทาง ถึงแม้พิพิธภัณฑ์จะอยู่ไกลจากถนนใหญ่สักหน่อย แต่อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะทางธนาคารได้จัดรถตู้คอยจอดรอรับ-ส่ง จากพิพิธภัณฑ์เคหะ วันละ 3 รอบ ตามเวลาเข้าชม

ส่วนใครที่อยากเข้าชม แต่ไปไม่ได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ก็ไม่ต้องเสียใจอีกเช่นกัน เพราะพิพิธภัณฑ์ครุฑเปิดให้ชมทางออนไลน์ที่ Garuda Virtual Tour 

นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่จะเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับพวกเราคนไทยว่า ครุฑนั้นมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากกว่าจะเป็นแค่ตราสัญลักษณ์ที่เห็นบ่อยจนชินชา

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต

ที่ตั้ง : นิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 9A ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์-เสาร์ เวลา 10.00 น., 13.00 น., 15.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8882 3900

เว็บไซต์ : /www.ttbfoundation.org/th/garudamuseum/

หมายเหตุ

ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ครุฑจะได้รับของที่ระลึกเป็นแผ่นผ้าองค์ครุฑ พร้อมข้อความแสดงถึงคุณธรรมสำคัญที่องค์ครุฑทั้งสามข้อ เฉพาะผู้เข้าชม 500 ท่านแรกเท่านั้น

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load