ในมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาหนึ่งของวัน ห้องนอนเราสว่างไสวด้วยแสงจากหลอดไฟ ขณะที่สัญลักษณ์ก้อนแบตเตอรี่บนมุมขวาของหน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงรูปสายฟ้า เพราะกระแสไฟกำลังวิ่งเข้าเติมอย่างเต็มที่ 

ล่องใต้จากเมืองหลวงไปเจ็ดร้อยกว่ากิโลเมตรทางบก บวกอีกราว 30 นาทีทางน้ำ ณ สถานที่ที่หลายจุดบนเกาะ คนนอกขนานนามว่าเป็นทั้งมัลดีฟส์เมืองไทย Little Amazon หรือแดนสวรรค์แห่งอันดามัน อย่าง ‘เกาะยาว’ จังหวัดพังงา ชาวบ้านที่นั่นกลับเรียกขานถิ่นที่อยู่ของตัวเองว่า ‘ปลายสายไฟฟ้า’ 

เมื่อนอกเวลาทำงานของพระอาทิตย์ เกาะสวรรค์ของคนเยือนไม่ได้สวยหรูสำหรับคนอยู่ จำนวนประชากรและประชากรแฝงที่เพิ่มขึ้น กับการต้องตอบสนองกระแสการท่องเที่ยวทั้งบนเกาะยาวน้อยและยาวใหญ่ ทำให้แสงสว่างบนแดนสวรรค์นี้ติดๆ ดับๆ ไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต ทั้งกับครัวเรือนและผู้ประกอบการ 

เหล่าบังชาวเกาะนักพัฒนาที่บ้างก็เป็นเกษตรกร บ้างก็ทำธุรกิจส่วนตัว จึงเห็นพ้องต้องกัน ลุกขึ้นมาผันตัวเป็น ‘ช่างแดด’ ผู้เชี่ยวชาญพลังงานแสงอาทิตย์ ในชื่อกลุ่ม ‘Doing เกาะยาว’ ส่งตัวเองเรียนรู้เรื่องพลังงานสะอาด ทางเลือกซึ่งพวกเขาหมายมาดให้เป็นพลังงานของคนเกาะยาวไปยาวๆ

ไม่เพียงรู้จัก แต่ให้รู้แจ้ง ไม่ใช่แค่เลือกซื้อมาติดหลังคาบ้านถูก แต่ศึกษาจนลงมือทำเป็นตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ซื้อ สำรวจ ติดตั้ง จนซ่อมแซม โดยผนึกกำลังกับสถาบันอาศรมศิลป์ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ที่เข้ามาช่วยเชื่อมช่างท้องถิ่นกับช่างอาชีพ ติดอาวุธเสริมเป็นความรู้ฉบับ Professional เพื่อพิสูจน์ให้ใครก็ตามข้างนอกนั้นเห็นว่า ชาวเกาะยาวพึ่งพาตัวเองได้ และได้อย่างยั่งยืนเสียด้วย 

ไม่ใช่แค่แสงสว่างเพื่อการอุปโภคจากหลอดไฟที่พ่วงจากแผงโซลาร์เซลล์

ที่เรามองเห็น คือแสงสว่างแห่งความหวังของคนทั้งเกาะยาว

Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด
ทีมช่างแดด Doing เกาะยาว ประกอบด้วย บังหมาด-จเร เริงสมุทร, เดวิท-พงษ์ดนัย นาวีว่อง, บังยา-ดุสิทธิ์ ทองเกิด, บังยัฟ-จรัสพงศ์ ถิ่นเกาะยาว, บังเหรด-สมพงษ์ อุตส่าห์การ และ บังหมาด-ดำรงเกียรติ วงษ์นา

บังแดด

ต้นสายส่งไฟฟ้าก่อนจะถึงบ้านเหล่าบังอยู่ที่ภูเก็ต แล้วจึงแปลงร่างเป็นสายเคเบิ้ลมุดลอดใต้น้ำทะเลสีครามขึ้นมาเกาะยาว อายุอานามของอุปกรณ์ ปีนี้ก็ปาเข้าไป 25 ปีแล้ว บังยัฟ-จรัสพงศ์ ถิ่นเกาะยาว ประธานกลุ่ม Doing เกาะยาว เปรียบเปรยว่าเหมือนกับคนเรานั่นแหละ พออายุเยอะมันก็ไม่ค่อยดีเท่าไรแล้ว ยิ่งการท่องเที่ยวกระแสหลักเติบโตแบบก้าวกระโดด ที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ไฟที่เคยเพียงพอจึงไม่พอเพียงอีกต่อไป

“เกาะยาวอยู่ปลายสายส่ง พอเกิดการใช้ไฟมากขึ้น ไฟฟ้าของเกาะยาวก็มีปัญหา ติดบ้าง ดับบ้าง มีการซ่อมบำรุงบ่อย นี่คือปัญหาหลักๆ เราก็เลยเห็นพ้องกันว่ามารวมทีมจัดตั้งกลุ่มกันดีกว่า จากปัญหา แล้วก็จากที่ทางกลุ่มเห็นความสำคัญของพลังงานทดแทน”

Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด

Doing เกาะยาวจึงถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่วันนั้น เมื่อ 3 ปีก่อน ในรูปแบบคลับสไตล์ชาวบ้าน

“สมาชิกช่างแดด Doing เกาะยาว เป็นใครกัน ทำไมจู่ๆ ถึงรวมตัวกันได้” เราถาม

“มันไม่ได้จู่ๆ หรอก ที่จริงแล้วเราบ้าเหมือนกันไง สมาชิกกลุ่มนี้ผมแบ่งเป็นสองกลุ่มนะ รวมประมาณสิบเอ็ดคน คือกลุ่มช่างกับกลุ่มคนเพื่อคานอำนาจกับองค์กรรัฐ จึงมีประธาน อสม. ตัวแทน อสม. อดีตประธาน CBT ผู้ช่วยกำนัน เข้ามาอยู่ หนึ่งล่ะ ถ้าอาศรมศิลป์ไม่อยู่ ทีมพี่เลี้ยงไม่อยู่ เราต้องช่วยเหลือตัวเองแล้วก็เดินด้วยตัวเองได้

Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด

“ทีมช่างก็คือกลุ่มเกษตรกรจากสี่พื้นที่ เดิมเขาสนใจอยู่แล้ว เราก็เอากลุ่มนี้แหละไปอบรมที่เกาะลันตากับช่างชัยจากภาคใต้โซลาร์เซลล์ ตอนหลังพื้นที่ฟาร์มเกษตรของพวกเขาก็กลายเป็นจุดสาธิตด้วย เหมือนกับทำยุทธศาสตร์ให้ชาวบ้าน เรามองว่าถ้าเราวางตรงนี้ได้ แล้วฐานพวกนี้ก็มีความรู้ทั้งหมด สามารถอธิบายให้คนที่เข้าไปดูงาน อันนี้ผมมองว่าเป็นข้อดี

“ผมว่ามันเป็นอะไรพิเศษที่ไม่เหมือนกับกลุ่มช่างข้างบนฝั่ง ก็คือกลุ่มนี้ผมการันตีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าไม่มีใครจบไฟฟ้ามาสักคนเดียว แต่เราสนใจเรื่องเดียวกัน บังเหรดเนี่ยแกเป็นหมอดินอาสา บังหมาด รักผักฟาร์ม ก็ไม่ได้เดินมาสายนี้ แกปลูกผัก เหมือนผม ผมก็จบเกษตร บังยาแกซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ไม่ได้จบไฟฟ้าเหมือนกัน ไม่รู้เรื่องเลย”

เหล่าคนไม่รู้เรื่องไฟฟ้าออกไปเสาะแสวงหาความรู้เรื่องระบบไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์ด้วยตัวเองกับหอการค้าจังหวัดพังงา สำนักงานพลังงานจังหวัดพังงา โดยมีครูเป็น ช่างชัย-วีรชัย อินทราช จากภาคใต้โซลาร์เซลล์ ช่างผู้เดินทางติดตั้งความรู้ผ่านกิจกรรมสร้างความรู้พื้นฐานพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อยกระดับฝีมือช่างโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย

Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด
Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด

“เมื่อก่อนเราไปดูงานที่เกาะลันตามา แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะเดินยังไง ไม่รู้จะเอาหน่วยงานไหนมาช่วย มันจึงหยุดไป จนกระทั่งอาศรมศิลป์เข้ามาช่วยช่วงก่อนโควิด เราจึงทำกึ่งกิจการ เป็นวิสาหกิจ มีออฟฟิศเพราะจะขายอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ ภารกิจหลักเป็นการติดตั้งระบบและเซอร์วิสให้กลุ่มลูกค้า คือสำรวจ คำนวณปริมาณการใช้ไฟ ติดตั้ง และซ่อมบำรุง ได้ทั้งกระบวนการ” บังยัฟเล่าถึงสิ่งที่เหล่าช่างแดดตั้งใจ Doing ให้คนเกาะยาว

Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด
Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด
Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด

กลุ่ม Doing เกาะยาว ขนาดกะทัดรัดจึงเทิร์นมาเป็นวิสาหกิจชุมชนโดยช่างเชื่อมอย่างสถาบันอาศรมศิลป์ ที่ช่วยทอดสะพานให้ช่างท้องถิ่นได้ออกไปเจอช่างอาชีพ ครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ต่างๆ จัดสรรกิจกรรมเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ และช่วยเรื่องการออกแบบรูปแบบ การจัดการผังสวน พูดง่ายๆ คือจัดการเอาพลังงานกับสถาปัตย์มาบูรณาการให้เป็นงานชิ้นเดียวกัน 

ช่างเชื่อม

“มันเป็นการคอลแลบ” เราเกริ่นถาม อาจารย์โจ้-ธนา อุทัยภัตรากูร อาจารย์ประจำภาควิชา สถาปัตยกรรมเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม สถาบันอาศรมศิลป์

“ใช่ แต่ถ้าพูดแบบนี้มันฟังดูเท่มากเลย เอาจริงๆ เราจับแพะชนแกะ เขารู้จักกันอยู่แล้ว เราก็แค่เป็นเชื้อนิดหนึ่งให้เขาได้เริ่ม ยกตัวอย่างบังยัฟที่เป็นหัวหน้าช่าง กับบังสิทธิ์ที่เป็นเจ้าของรีสอร์ตซึ่งสนใจอยากทำโซลาร์เซลล์ บ้านเขาอยู่ใกล้กันมาก แล้วเขาก็เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเลย เพียงแต่ว่าเขาอาจจะเขินๆ เลยไม่ได้มาคุยกัน

“อีกกรณีหนึ่งคือ Sunrise Resort เป็นที่พักของชาวบ้าน พอชวนบังยาไปคุย บอกว่านี่แหละรู้จักกัน อยู่แถวๆ นี้แหละ เท่ากับว่าเราเป็นตัวช่วย ถ้าเราไม่เริ่มต้น เราไม่ตาม มันก็ไม่เกิดผลขนาดนี้ แล้วเราเองก็เป็นตัวเชื่อมระหว่างทีมช่างภายในกับช่างภายนอกที่มาเป็นที่ปรึกษาด้วย ผมรู้สึกว่าพลังคนภายในมันก็อยากจะไป แต่มันจะฝืดนิดๆ ถ้าคนเข้านอกเข้ามาช่วยผลักนิดหนึ่ง หล่อลื่นหน่อยหนึ่งพอให้มันเคลื่อนไปได้ เดี๋ยวมันก็จะไหลไป”

Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด

  ช่างข้างนอกจำเป็นแค่ไหน ในเมื่อช่างข้างในมีความรู้อยู่แล้ว-เราถาม

“การเพิ่มความรู้เป็นประเด็นสำคัญมากเหมือนกันนะ เราได้ช่างชัย แกทำบริษัทภาคใต้โซลาร์ เป็นคนที่มองว่าช่างชุมชนเป็นการขับเคลื่อนสังคมอย่างหนึ่ง แล้วก็อยากให้เกิดทีมช่างชุมชนแบบนี้เยอะๆ เท่าที่ผมรู้จักกับแก แกเคยเป็น NGO มาก่อน เป็นคนต่อสู้เรื่องเขื่อน เรื่องพลังงาน ถ้าจากประสบการณ์ของเขา เขาก็จะเห็นภาคใต้มีปัญหาเรื่องพลังงานมาตลอด แล้วรัฐก็ชอบชี้ว่าคนใต้ อะไรวะ พลังงานก็ไม่พอ จะสร้างเขื่อนก็ประท้วง เดี๋ยวก็จะนะ เดี๋ยวก็อะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมดเลย 

“รัฐจะชอบทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน แล้วเขาก็เห็นว่าการทำโซลาร์เซลล์เป็นการประกาศอย่างหนึ่งว่าเราสามารถพึ่งตนเองในด้านพลังงาน โรงไฟฟ้าพวกนั้นไม่จำเป็นเลย ช่างชัยเห็นว่าการสร้างช่างชุมชนเป็นความเข้มแข็งในระดับฐานล่าง มันไม่ใช่การต่อสู้แบบเดิมที่ต้องไปประท้วงรัฐ นี่เขารู้อยู่แล้วว่าเป็นเกาะ เรียกช่างมามันมีค่าใช้จ่ายเยอะ ถ้ามีช่างในพื้นที่ที่รู้มาติดตั้งมันจะง่ายขึ้น ไม่ต้องพึ่งพาใคร 

“ปัญหาของเกาะคืออยู่ปลายสายส่ง สายเคเบิ้ลใต้น้ำนี้มาจากภูเก็ต แล้วมันเข้ามาทางพรุใน วิ่งไปจนถึงเกาะยาวน้อย แล้วก็ไปสุดทางเหนือ พอมันเป็นเกาะ พลังงานมันก็วางแผนไว้ตั้งแต่ปีไหนก็ไม่รู้ พอตอนนี้มันเริ่มมีการท่องเที่ยว คนเริ่มมาเยอะขึ้น มีรีสอร์ต ไฟเริ่มไม่พอแล้ว แล้วทำยังไง ถ้า Capacity ของสายใต้น้ำมันไม่พอ มันต้องเดินเคเบิลใหม่ คือทั้งแหล่งผลิต ทั้งการเดิน มันเป็นเรื่องใหญ่ ทีนี้มันก็มีปัญหาอยู่อย่าง จะเปลี่ยนยังไง เรียกร้องใคร มันจะเริ่มจากตรงไหน พอเรามาคุยก็รู้ว่ามันมีปัญหาทุกคนเลย ชาวบ้าน รีสอร์ต มีปัญหาหมด แล้วต่างคนก็ต่างพยายามแก้ปัญหาเท่าที่ตัวเองทำได้

Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด
Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด

“คนส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่ทำการเกษตร ทำประมง อัตราการใช้ไฟฟ้าเขาน้อยมาก ใครใช้เยอะ ไม่ต้องบอกก็รู้ แต่ว่าปัญหามันเกิดทั้งเกาะ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องนโยบาย ต้องทำให้นโยบายมันเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบชัดเจน พอเราเห็นปัญหาเราก็ทำต้นแบบการเปลี่ยนแปลงไว้ และเราคิดว่าอันนี้มันน่าจะทำให้เห็นผลได้ ก็รัฐไม่ช่วย แล้วจะยังไงล่ะ

“แต่พังงาเขามีนโยบายพังงาโกกรีน พังงาบอกว่าต่อไปเราจะผลิตไฟฟ้าด้วยตัวเอง รัฐไม่ต้องมายุ่งเลยนะ แต่ว่าขอรัฐช่วยลงงบประมาณ สาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อรองรับไฟฟ้าแบบทางเลือกในอนาคตได้ไหม ผมว่ามันมีทางออกเยอะถ้าจะทำ ผมทำบ้านดินผมก็เห็นปัญหาเรื่องนี้หลายเรื่อง ปัญหาที่กฎหมายมันไปเป็นข้อจำกัดทำให้คนไม่สามารถพึ่งตนเองได้ คือแค่กูจะพึ่งตนเองเนี่ย ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะทำเลย” 

“ทำไมมันทำไม่ได้” เราเอียงคอสงสัยเต็มขั้น

“เออ ทำไมทำไม่ได้” อาจารย์โจ้ตอบเราด้วยคำถาม

โดยทั่วไปพันธกิจของสถาบันอาศรมศิลป์คือการทำงานกับชุมชน อาจารย์โจ้บอกเราว่าไม่มีอะไรมาก แค่เปิดพื้นที่ให้เขาได้คุยกันว่าเขาอยากจะทำอะไร เหมือนเป็นหมอฝังเข็ม คือประเมินโรคแล้วฝังเข็มตรงจุดที่รู้ว่าจะสะดุ้ง

“เหมือนกับที่ทำตอนนี้ เป็นสะพานให้เขา อาจจะเริ่มต้นจากการลงไปดู ไปคุยกับว่ามันมีโอกาสอะไรไหม แล้วเราเองก็อาจจะต้องไปศึกษาเรื่องนั้นว่าประเด็นนี้มันเป็นยังไงบ้าง มันเชื่อมโยงเกี่ยวกับใคร หรือในโลกนี้เคยมีใครทำอะไรประมาณนี้บ้าง เพื่อโยนให้เขาได้เห็นว่าสิ่งที่เขาอยากทำมันอาจเป็นประมาณนี้ได้นะ เขาสนใจจะทำแบบไหน เราก็จะช่วยเขา เขามีไอเดียร้อยแปดพันประการ สถาปนิกก็จะไปช่วยรวบรวมทั้งหมดนั้นมาทำให้เป็นแบบ

 “พอมันมีกระบวนการที่เขาได้เริ่มคิดตั้งแต่ต้น ได้ลงมือทำ เขาก็จะรู้สึกเป็นเจ้าของ เขาก็จะรักษา”

Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด

พลัง (งาน) ชาวเกาะ

สถาบันอาศรมศิลป์สื่อสารกับทุกคนเสมอว่าเป็นองค์กรการศึกษาเอกชนที่รับทุนมา ระยะเวลาการอยู่กับชุมชนมีจำกัด ไม่สามารถอยู่ยั่งยืนยงตลอดเวลา พวกเขาจึงคิดว่าจะทำยังไงให้ช่วงเวลาที่อยู่เป็นประโยชน์สูงสุด และถึงที่สุดแล้วชุมชนจะต้องทำเรื่องนี้ต่อ

“พอเราทำ เรารู้ว่ากลุ่มที่สำคัญที่สุดคือกลุ่มช่าง พอช่างเสร็จปุ๊บ ก็เป็นผู้ประกอบการที่จะเป็นฐานงานของช่าง และเราก็มีกลุ่มเยาวชนซึ่งเราคิดว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ถ้าเขาสนใจเรื่องพวกนี้เขาจะได้ต่อยอดในระยะยาว ที่อาจจะเป็นฐานอาชีพของเขา” อาจารย์โจ้อธิบาย 

เมื่อหมอลงมือฝังเข็มคนไข้คิวแรก คือทีมช่าง Doing เกาะยาว ต่อด้วยคิวสอง คือผู้ประกอบการบนเกาะยาว จึงถึงตาคิวที่สาม ซึ่งหมออย่างสถาบันอาศรมศิลป์จับมือกับทีมช่างช่วยกันจรดปลายเข็ม คือคนรุ่นใหม่

“การสืบสานต่อมันต้องมีอยู่แล้ว เพราะผมเห็นหลายๆ พื้นที่มีรุ่นคนแก่แล้วก็ไม่มีต่อ แต่นี่เราวางโมเดลไว้ ตอนนี้ผมก็จับช่างต่างวัยกัน ให้ Doing เกาะยาว มีทั้งคนแก่ ทั้งวัยรุ่น” บังยัฟแบไต๋

Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด

“พลังงานแสงอาทิตย์เป็นเรื่องใหม่สำหรับคนที่นั่นรึเปล่า”

“ชาวบ้านก็บอกว่า มันบ้า พวกมึงอะ ถามว่าเกาะยาว เรื่องพวกนี้มันเป็นของใหม่นะ เป็นของใหม่ที่มาหลังการไฟฟ้า เพราะตอนนี้ไฟฟ้าเขาก็มี แล้วมึงจะไปติดทำไม เสียงบประมาณ แต่แผงโซลาร์เซลล์คุณอายุเท่าไร รับประกันรับประกัน วันหนึ่งเสียเท่าไร เขาไม่ได้คิดตรงนี้ไง เขาคิดว่าการติดตั้งโซลาร์เซลล์คือการลงทุนก้อนใหญ่เลยนะ ที่นี้เราต้องมาตีโจทย์ว่า ที่เขาบอกลงทุนก้อนใหญ่เนี่ย เราจะทำยังไงให้เขาเข้าใจว่ามันไม่ได้ก้อนใหญ่เหมือนที่คิด 

Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด
Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด
Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด

“เมื่อก่อนราคาโซลาร์เซลล์มันสูง ไม่ไหว แต่ตอนนี้ผมว่าราคาจับต้องได้แล้ว เราจึงเลือกผลักดันเป็นตัวเลือกแรก เรามองว่ามันสำคัญแล้วก็ยั่งยืน เพราะว่าบริษัทเขาก็รับประกันระบบแผงหลายปี เมื่อก่อนชาวบ้านเขาไม่มีความรู้ สมมติว่าแผงละสามหมื่น แต่ที่จริงสามหมื่นบาทนี้รับประกันยี่สิบปี รวมๆ แล้วทั้งระบบ ลองคิดดูว่าวันหนึ่งเราใช้ตรงนี้กี่บาท แล้วที่เราต้องใช้ไฟปกติมันเท่าไร เมื่อก่อนไม่ได้คุยกันอย่างนี้”

แล้วคุยกันยังไง…

“คุยกันแค่ว่าระบบโซลาร์เซลล์หกหมื่น กูไม่เอาแล้ว มันแพง

“แต่ตอนนี้มันเจาะลึกรายละเอียดเลยว่าแผงโซลาร์เซลล์ถ้าซื้อมามันรับประกันเท่านี้ มอเตอร์รับประกันห้าปี คุณซื้อมาราคาเท่านี้ เฉลี่ยแล้ววันหนึ่งจ่ายเท่าไร ทีนี้ชาวบ้านที่มีทุนน้อยเขาก็เห็นภาพไง”

“ฝันของกลุ่มช่างแดด Doing เกาะยาว คืออะไร” เราถามคำถามสุดท้าย

“เราก็มีความฝันว่าเกาะยาว ที่จริงมันต้องโตด้วยเรื่องของพลังงาน มันเป็นเกาะที่สวยต้องพลังงาน เพราะตอนนี้ เหมือนที่เราบอกว่าเราอยู่ปลายสายไฟฟ้า ถ้าเกิดเราปฏิเสธเรื่องพวกนี้ มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การไฟฟ้าฉุกคิดว่าเกาะยาวทำอะไรได้หลายอย่าง ไม่ได้พึ่งแต่การไฟฟ้า”

Doing เกาะยาว กลุ่มบังที่ใครก็ว่าบ้า ไม่ได้จบไฟฟ้า แต่จับมือกันสร้างชุมชนด้วยไฟจากแดด

Writer

ศกุนตลา แย้มปิ๋ว

นักเรียนวรรณคดีที่มักเรื่องอาหาร ท้องถิ่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การเดินทาง และเด็กจิ๋ว มีความฝันสามัญว่าอยากมีเวลาทำอาหารรสที่ชอบด้วยตัวเอง ตัวอยู่กรุงเทพฯ อัมพวา หรือเมืองกาญจน์ แต่ใจและภาพอินสตาแกรมอยู่ทุกที่ที่ไปเที่ยว

Photographer

อิสรีย์ อรุณประเสริฐ

จบ Film Production ด้าน Producing & Production Design แต่ชอบถ่ายภาพและออกแบบงานกราฟิกเป็นงานอดิเรก มีครัว การเดินทาง และ Ambient Music เป็นตัวช่วยประโลมจิตใจจากวันที่เหนื่อยล้า

Little Big People

เรื่องราวของเหล่าคนตัวเล็กผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

24 มิถุนายน 2565
2.71 K

The Cloud x องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.)

ณ จังหวัดชื่อสั้นสุดในแดนอีสาน เสียงลือเสียงเล่าอ้างจากที่นี่ดังไกลไปถึงเมืองหลวงว่า เมืองเลยมีแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่แจ้งเกิดจากความอุตสาหะของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง

ในอ้อมกอดของภูใหญ่ 2 ลูกอันเป็นที่มาของชื่อ ‘ตำบลภูหอ’ และ ‘อำเภอภูหลวง’ ทุ่งนาเขียวขจีและกอกล้วยดกครึ้ม เป็นเหมือนเพื่อนร่วมทางซึ่งติดตามเราไปทุกที่ หรือไม่ก็เจ้าถิ่นใจดีที่ช่วยนำทางเราไปสู่จุดหมายที่ซ่อนกายอยู่ท่ามกลางดอยดงหล่งลึกของตำบลนี้ หลังป้ายทำมือเขียนว่า ‘Banana Landคือที่ดินผืนใหญ่ที่ถูกแบ่งสรรเป็นที่ทอผ้า บ่อปลา แปลงนา ผลิตงานฝีมือ และฟางกองใหญ่ที่สุมกันในรูปปราสาทจำลอง เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของชาวบ้านหนองบัว ตำบลภูหอ ที่มาร่วมแรงทำงานตามความถนัดของตนเองที่นี่ ล้วนเป็นมาตรวัดความสุขที่พวกเขาได้รับยามมาเยือนสถานที่เที่ยวเปิดใหม่

ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวเลยผู้พัฒนาบ้านเกิดด้วยกล้วยในชุมชน เป็น บานาน่าแลนด์ แห่ง อ.ภูหลวง

บั้ม-ลักขณา แสนบุ่งค้อ ปรากฏตัวในชุดม่อฮ่อมย้อมคราม นุ่งผ้าขาวม้าทอเอง รวบผมสั้นมัดจุกง่าย ๆ ลุคเดียวกับที่เราเคยเห็นในทีวีเมื่อ 4 – 5 ปีก่อน ตอนเธอนำผลิตภัณฑ์กล้วยแปรรูปของอำเภอภูหลวง แปะฉลาก ‘Banana family’ ไปขายไอเดียถึงสตูดิโอรายการ Win Win WAR Thailand สุดยอดนักธุรกิจแบ่งปัน ซีซันแรก

วันนั้น Banana Land ของเธอเพิ่งตั้งไข่ในฐานะโมเดลพัฒนาด้านการท่องเที่ยวเพื่อชุมชน

วันนี้ โมเดลที่เคยคิดเพื่อตอบโจทย์ของรายการได้รับการสานต่อให้เป็นจริง ด้วยแรงใจและไฟฝันอันโชติช่วงของสาวเลย ผู้เรียกตัวเองว่า ‘คนบ้าพลัง’ และในวันที่ Banana Land ของบั้มก่อกำเนิดเป็นรูปเป็นร่าง เราอยากชวนเจ้าตัวมาเล่าย้อนถึงหลักกิโลเมตรแรกที่เธออุทิศตนเองเพื่อรอยยิ้มและรายได้ของคนในชุมชน เผื่อว่าผู้อ่านที่รักทุกท่านจะได้รับพลังบวก ๆ ไปจากผู้หญิงบ้าพลังคนนี้

จากภูหลวง

ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวเลยผู้พัฒนาบ้านเกิดด้วยกล้วยในชุมชน เป็น Banana Land แห่ง อ.ภูหลวง

“ที่นี่คืออำเภอภูหลวง ภูยาว ๆ ที่เป็นสันเขาฝั่งกระโน้นคือชื่ออำเภอนี้ เป็นภูยาวที่กินพื้นที่ 3 อำเภอ ส่วนด้านหลังโน่นคือภูหอ ส่วนมากคนรู้จักชื่อ 2 ภูนี้ ภูหนึ่งคือชื่อตำบล อีกภูคือชื่ออำเภอ” บั้มวาดแผนที่กลางอากาศให้คนต่างถิ่นอย่างเราเข้าใจภูมิศาสตร์ของบ้านเกิดเธอในไม่กี่ประโยค

“บ้านบั้มอยู่ที่นี่ เป็นที่ดินของบรรพบุรุษ ตาทวดให้ยาย ยายยกให้แม่ แล้วส่งต่อมาถึงรุ่นบั้ม” เจ้าบ้านตีวงให้แคบลงมาถึงแค่ผืนดินเขียวขจีที่พวกเรายืนอยู่

ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวเลยผู้พัฒนาบ้านเกิดด้วยกล้วยในชุมชน เป็น Banana Land แห่ง อ.ภูหลวง

ทุกถ้อยกระทงความที่บั้มกล่าวถึงอำเภอภูหลวงที่ตระกูลเธอหยั่งรากอาศัยมาหลายชั่วอายุคน เปี่ยมด้วยความรักใคร่อย่างที่ใครฟังก็รู้สึกได้ แต่เพื่อความก้าวหน้าของการงานอาชีพ หญิงสาวชาวภูหลวงคนนี้จึงจำจากบ้านเกิดในชนบทไปยังเมืองฟ้าอมร เพื่อโอกาสทางการศึกษาที่เปิดกว้างกว่า

บั้มเรียนจบปริญญาตรีคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ทั้งที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ก่อนจะได้รับทุน IFP Thailand ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ AIT (Asian Institute of Technology) โดยสาขาที่เลือกเรียนในตอนนั้นคือ วิชาความเสมอภาคระหว่างหญิงและชาย หากแต่วิชาที่กำหนดเส้นทางอนาคตของเธอกลับไม่ใช่วิชาที่เลือกโดยจำเพาะ แต่เป็นวิชาบังคับสำหรับนักศึกษาที่ได้รับทุนทุกคน

คืนภูหลวง

“พ.ศ. 2557 บั้มไปเรียน SE (ธุรกิจเพื่อสังคม) ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ทีมอาจารย์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ยกชุดไปสอนพวกเรา เพราะเด็กทุนทุกคนต้องเรียนเรื่องนี้ ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่า SE คืออะไร รู้แต่ว่าต่างประเทศเขาเน้นเรื่องธุรกิจเพื่อสังคมกันมานานมาก แต่ประเทศไทยไม่มีเลย มีแต่ทำบริษัทใหญ่โต รวยแล้วค่อยแบ่งไปทำ CSR (ความรับผิดชอบต่อสังคม) ซึ่งมันต่างจาก SE มาก”

อาจกล่าวได้ว่า นี่คือวิชาที่ปลุกวิญญาณนักพัฒนาในตัวบั้มอีกขั้นหนึ่ง ก่อนหน้านี้เธออาจเคยเป็นมือข้างหนึ่งที่ร่วมด้วยช่วยกันในกิจกรรมยกระดับความเป็นอยู่ของคนในบ้านเกิดมาแล้ว แต่เรื่องธุรกิจการค้ายังไม่เคยปรากฏในหัวคิดเช่นครั้งนี้

ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวเลยผู้พัฒนาบ้านเกิดด้วยกล้วยในชุมชน เป็น Banana Land แห่ง อ.ภูหลวง
ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวเลยผู้พัฒนาบ้านเกิดด้วยกล้วยในชุมชน เป็น Banana Land แห่ง อ.ภูหลวง

“เราได้โจทย์มาว่า ถ้ากลับมาที่ชุมชนของเรา เราจะทำธุรกิจเพื่อสังคมอะไรได้บ้าง” สาวเลยร่างเล็กเอ่ยด้วยดวงตาฉายแววครุ่นคิด “ก่อนหน้านี้พวกเราไม่เคยขายของ เคยแต่ทำงานอาสา ทำกลุ่มเยาวชนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2550 ชื่อ ‘ชวนน้องออมถวายพ่อหลวง’ ชวนกันออมเงิน ออมบ้าน ออมเด็ก ออมเวลา อันสุดท้ายนี้หมายถึงใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เลยชักชวนกันมาทำ SE”

Banana family

โจทย์ที่ได้จากห้องเรียนธุรกิจเพื่อสังคมทำให้บั้มครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพบทางสว่างเมื่อเธอสำรวจพื้นที่บ้านเกิดจนทั่ว แล้วพบว่าของดีประจำถิ่นคือ ‘ต้นกล้วย’ เธอชักชวนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงมาแปรรูปกล้วยที่ปลูกในชุมชนเป็นขนมกล้วย ได้แก่ Banana Stick และ Banana Snack

เริ่มจากกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เคยร่วมงานกันในฐานะสมาชิกกลุ่มชวนน้องออมถวายพ่อหลวง รูปที่ใช้ออกแบบโลโก้บนหีบห่อ ก็ได้แบบจากใบหน้ารุ่นน้องที่ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิต

“ตอนแรกเราจะทำรูปภูหอ แต่ตอนนั้นภูหอยังไม่ดัง ไปเสนออาจารย์แล้ว อาจารย์ก็แย้งว่าเห็นรูปภูหอแล้วใครจะรู้ว่าขายกล้วย ตอนนั้นก็เหมือนจะเรียนเรื่องทำแผนธุรกิจอยู่ค่ะ แก้ไขกันมานานพอสมควรกว่าจะได้โลโก้นี้ เราคิดกันว่าสัญลักษณ์ประจำตัวเด็กอีสานอย่างเรา ๆ มันคืออะไรนะ

“โหนกแก้มใหญ่ กรามเยอะ ตาน้อย ๆ ใช่ไหม ก็เลยออกมาเป็นรูปการ์ตูนประมาณนี้”

ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวเลยผู้พัฒนาบ้านเกิดด้วยกล้วยในชุมชน เป็น Banana Land แห่ง อ.ภูหลวง

บั้มและผองเพื่อนเยาวชนตั้งชื่อแบรนด์ให้ขนมกล้วย ๆ ทั้งหมดของพวกตนว่า Banana family มีเมนูชูโรงคือ ‘กล้วยเส้น’ ที่สร้างรายได้แก่ชุมชนอย่างเห็นผลจริง จึงเป็นแรงผลักดันให้เธอเพิ่มรสและกลิ่นใหม่ ๆ อย่างปาปริก้า สาหร่าย และบาร์บีคิว ก่อนที่ตรา Banana family จะขยายผลไปสู่ผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบอื่น ๆ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องผลิตเองและปลอดสารพิษ

“SE สอนให้เราเลือกคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผลกำไรต้องแบ่งปันได้ตั้งแต่ต้นน้ำ ผู้ผลิตวัตถุดิบต้องได้กำไรด้วยตั้งแต่แรก ซื้อของโดยไม่กดราคา คัดคุณภาพเพื่อการผลิตที่ดี กลางน้ำคือการผลิตที่ดี มีการผลิตที่ดีมั้ย ไม่ใช่ตะบี้ตะบันทำงาน แล้วของจะมีคุณภาพได้ยังไงถ้าคนที่ทำยังไม่ดี สุดท้ายปลายน้ำก็คือผู้บริโภค ถ้าเราเริ่มต้นมาดีทั้ง 2 อย่าง การส่งมอบของต่าง ๆ ก็จะดีไปด้วย นี่คือสิ่งที่ SE บ่มเพาะเรา เลยทำให้สินค้ามีคุณภาพดี มีมาตรฐานส่งออก GMP Codex ทุกอย่าง”

ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวเลยผู้พัฒนาบ้านเกิดด้วยกล้วยในชุมชน เป็น บานาน่าแลนด์ แห่ง อ.ภูหลวง

ถ้าถามว่าสินค้าตรา Banana family มีคุณภาพดีสมคำร่ำลือหรือไม่ เราขอตอบด้วยผลงานว่าเพียง 1 ปีที่ขนมขบเคี้ยวจากกล้วยของบั้มเริ่มวางจำหน่าย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ก็เลือก Banana family เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการท่องเที่ยวในอำเภอภูหลวง และทุกคราวที่บั้มเปิดไลฟ์ขายของ ลูกค้าจากทั่วสารทิศก็พร้อมใจเข้ามาชมและสั่งสินค้ากันใหญ่

Banana Land

ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวเลยผู้พัฒนาบ้านเกิดด้วยกล้วยในชุมชน เป็น บานาน่าแลนด์ แห่ง อ.ภูหลวง

Banana family ออกจำหน่ายอยู่ 4 ปี บั้มก็รู้สึกว่าสายป่านที่ใช้หล่อเลี้ยงธุรกิจกล้วยเส้นของเธอเริ่มจะสั้นเกินไปเสียแล้ว เพื่อหาเงินทุนมาต่อยอดทำบรรจุภัณฑ์และเครื่องจักรบางอย่าง เธอจึงตัดสินใจนำแบรนด์ Banana family ไปท้าประลองในรายการ Win Win WAR Thailand สุดยอดนักธุรกิจแบ่งปัน ด้วยความมุ่งหวังที่พกพาจากเมืองเลยว่า จะนำเงินรางวัลกลับไปเพื่อการนั้น

“เรามีความคิดว่าอยากทำ Banana Land อยู่แล้ว แต่กะว่าจะขยาย Banana family ก่อน ค่อยเอาเงินมาทำบ้านตัวเองเป็น Banana Land ต่อ เราลงแข่งรายการนี้เพราะมันเกี่ยวกับธุรกิจเพื่อสังคมโดยตรง ไปเจอ โค้ชเจ-เจรมัย พิทักษ์วงศ์ แกเป็นโค้ชส่วนตัวของเรา แกก็โยนคำถามมาคำถามหนึ่งว่า ‘บั้มอยากให้หมู่บ้านของบั้มกลายเป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมเหรอ’ ไม่เคยมีใครถามเราแบบนี้”

ครั้งนั้น โค้ชเจเสนอแนะกับบั้มว่า แทนที่จะมองหาเครื่องจักรชุดใหม่และอะไรอีกหลายขั้น คงจะสบายกับเธอมากกว่า หากเธอสร้าง Banana Land ทันทีโดยไม่ต้องหมายน้ำบ่อหน้า

ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวเลยผู้พัฒนาบ้านเกิดด้วยกล้วยในชุมชน เป็น บานาน่าแลนด์ แห่ง อ.ภูหลวง
ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวเลยผู้พัฒนาบ้านเกิดด้วยกล้วยในชุมชน เป็น บานาน่าแลนด์ แห่ง อ.ภูหลวง

ด้วยคำแนะนำของกุนซือผู้มองการณ์ไกล บั้มได้เสนอแนวคิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อชุมชน Banana Land ต่อรายการ Win Win WAR Thailand สุดยอดนักธุรกิจแบ่งปัน เรียกเสียงปรบมือและคะแนนความนิยมกึกก้อง แม้ไม่อาจคว้ารางวัลชนะเลิศกลับมาได้ แต่การติดอันดับ 1 ใน 5 สุดยอดธุรกิจ ก็ไม่ทำให้การเข้ากรุงต้องเสียเปล่า เนื่องจากเงินรางวัลที่เธอได้รับจากการเข้ารอบสุดท้าย มากเพียงพอสำหรับการพลิกฟื้นที่ดิน 8 ไร่อันตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ให้เป็นพื้นที่สาธารณะของคนบ้านใกล้เรือนเคียง

เครือกล้วยใน Banana Land ยังเป็นสายพานสำคัญที่ป้อนผลผลิตสู่โรงงาน Banana family แต่ ‘ดินแดนกล้วย ๆ’ แห่งนี้หาได้มีแค่กล้วยเหมือนในชื่อ เพราะที่นี่คือแหล่งท่องเที่ยวชุมชนผสมเครือข่ายชาวบ้าน เปิดโอกาสให้คนในและคนนอกมาพบปะและเรียนรู้ซึ่งกันและกันผ่านกิจกรรม พร้อมแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ อาทิ สปาเท้า เตียงแคร่ งานแฮนด์เมด อีโคพรินต์ ทอผ้า อาหารพื้นบ้าน เลี้ยงกุ้งหอยปูปลา ร้านกาแฟ นาข้าว รวมถึงปราสาทฟางหลังใหญ่ที่กำลังจะเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของตำบลภูหอและอำเภอภูหลวงในไม่ช้านี้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้วางอยู่บนแนวคิด ‘อนุรักษ์ เชื่อมความสัมพันธ์ และแบ่งปัน’

ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวเลยผู้พัฒนาบ้านเกิดด้วยกล้วยในชุมชน เป็น บานาน่าแลนด์ แห่ง อ.ภูหลวง

อนุรักษ์

“การอนุรักษ์ เราทำเรื่องสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่พวกเราทำเรื่อง 4 ออม หลังจากนั้นเราเห็นชุมชนเราเผาฟาง เราก็มาคุยกับเด็ก ๆ ว่าเราจะทำยังไงไม่ให้ชุมชนเผาฟาง เด็ก ๆ อยากได้สวนสนุก ก็เลยสร้างปราสาทฟางขึ้นมา เราไม่ได้บอกเขาว่า ห้ามเผานะ แต่เราจะดึงเขามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้วยกัน”

ผู้ใหญ่บางคนอาจติว่าความคิดดังกล่าวฟังดูเหมือนคบเด็กสร้างบ้าน แต่ถึงไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าปราสาทฟางของบั้มช่วยลดการเผาฟางข้าวหลังฤดูเก็บเกี่ยวได้มากราว 60 – 100 ตัน หรือคิดเป็นประมาณ 1,000 ไร่ ทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้านรุ่นเยาว์ทุกผู้ทุกนาม

ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวเลยผู้พัฒนาบ้านเกิดด้วยกล้วยในชุมชน เป็น Banana family แห่ง อ.ภูหลวง

เชื่อมความสัมพันธ์

ปัญหาอีกประการหนึ่งที่ทุกชุมชนต้องประสบเหมือน ๆ กันคือเรื่องช่องว่างระหว่างวัย ที่คนวัยไม้ใกล้ฝั่งกับลูกหลานวัยเด็กมักคิดเห็นขัดแย้ง แม้กายอยู่ใกล้ แต่ใจกลับอยู่ห่างราวกับต่างมีโลกของตัวเอง

เรื่องนี้บั้มมีวิธีคลายปัญหาด้วยการเชื่อมความสัมพันธ์แบบกล้วย ๆ ว่า “จะเด็ก วัยรุ่น หรือผู้สูงอายุ เราทำงานร่วมกันได้ด้วยการท่องเที่ยว ก่อนหน้านี้วัยรุ่นกับผู้เฒ่าไม่คุยกัน พอเราให้พวกเขามาคุยกัน เฮ้ย ก็เข้ากันได้นะ วัยรุ่นก็ถามเขาหน่อยว่าผู้เฒ่าผู้สูงอายุคิดยังไง ผู้สูงอายุก็ถามวัยรุ่นหน่อยว่าเด็ก ๆ คิดยังไง เสร็จแล้วก็กลับมาคุยกันเอง เล่าสู่กันฟังว่าสิ่งที่เราเรียนรู้คืออะไร แล้วให้มาเจอกันครึ่งทาง”

การพัฒนาบ้านเกิดด้วยแนวคิด ‘อนุรักษ์ เชื่อมความสัมพันธ์ และแบ่งปัน’ สู่ Banana family และ Banana Land จังหวัดเลย

ตัวอย่างการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนหลากวัยที่เห็นชัดที่สุด คือ ภาพวาดที่บั้มภูมิใจนำเสนอแขกผู้มาเยือนที่ปราสาทฟาง บางรูปวาดโดยเด็ก บางรูปวาดโดยคนชรา และมีบางรูปที่เธอให้คน 2 กลุ่มวาดบนผืนกระดาษแผ่นเดียวกันจากมุมมองที่แตกต่างกัน ผลที่ได้รับคือจิตรกรรมอันงดงามตามคติที่ว่า ‘ศิลปะไม่มีถูกไม่มีผิด’

แบ่งปัน

แบ่งปันในความหมายของบั้ม คือ การมอบให้คนนอกที่แวะมาเยี่ยมเยือน Banana Land ของเธอได้ตักตวงความสุขและประสบการณ์ดี ๆ ไปจากคนพื้นถิ่นอำเภอภูหลวง

“คำว่าแบ่งปัน ก็คือให้นักท่องเที่ยวมารับอากาศดี ๆ ทานอาหารพื้นบ้านที่เราปลูก ที่เราทำ ได้มาใช้ผ้าห่ม ซื้อของที่ทำในชุมชน ที่นี่ไม่ได้ทำการท่องเที่ยวแบบเชิงธุรกิจจ๋า เพราะเราไม่ได้เปิดทั้งปี เราอยากแบ่งปันหน้าฝน ฉันก็จะบอกว่าฉันเปิดแค่หน้าฝน หน้าแล้งพวกคุณอย่ามา ถ้ามาจะไม่เห็นอะไรเลย สมมติว่าช่วงนี้มาแล้วไม่เห็นอะไร ก็เพราะฉันไม่ได้ทำอะไร คุณมาผิดช่วง

“เหมือนกับข้างนอกเขามาเติมเต็มเรา เราก็เติมเต็มข้างนอก ส่วนมากที่ข้างนอกเขามาเติมเต็มเรา คือการให้ไอเดียเรา เขาชอบนะ เขาเหมือนเห็นเราเป็นคนในครอบครัว อย่างบางคนที่ซื้อสินค้าเรา ปีที่แล้วซื้อแล้ว ปีนี้ก็ซื้อซ้ำอีก เหมือนเขาเอ็นดูเรา อยากมาแชร์กับเรา”

ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวเลยผู้พัฒนาบ้านเกิดด้วยกล้วยในชุมชน เป็น Banana family แห่ง อ.ภูหลวง

คงป่วยการเปล่าหากเราจะถามบั้มว่ารู้สึกอย่างไรในสิ่งที่เธอทำอยู่ทุกวันนี้ ในเมื่อยิ้มชื่นบานตามติดใบหน้าคล้ำแดดของเธอไปตลอดทางที่นำเราเที่ยว

“เป็นคนบ้าพลัง มีงานทุกวัน ไม่เคยมีวันหยุด” อะไรจะยืนยันคำอวดอ้างนี้ได้ดีเท่ากระดานข้างฝาบ้าน ที่บั้มและทีมงานผู้ช่วยของเธอพากันลงหมึกปากกาจดคิวงานจนแน่นไปทั้งแถบ

“เรารู้สึกว่ารอยยิ้มที่เราได้จากชุมชนที่ยิ้มกลับมาให้เรา หลายคนบอกว่า “บั้ม ทำไมเราไม่เจอกันให้นานกว่านี้ หรือ ทำไมบั้มไม่เกิดตั้งนานแล้ว” เหมือนเราพาเขามาทำงานกลุ่มแล้วเขาประสบความสำเร็จ มีรายได้ที่มั่นคง ทำให้เรารู้สึกว่ารอยยิ้มของคนในชุมชนที่พวกเขายิ้มได้จากการมีรายได้ จากการที่ไม่ต้องออกไปนอกเมือง มันคือรอยยิ้มของเราด้วยเหมือนกัน”

ถึงยามอำลาจากภูหลวง ภูหอ รวมทั้งเจ้าของแบรนด์สินค้ากับแหล่งท่องเที่ยวที่ชื่อ ‘บั้ม’

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พลังอันเหลือล้นของเธอจะถ่ายทอดไปยังหัวใจดวงน้อย ๆ ของเยาวชนทุกคน เพื่อให้มวลธาตุแห่งความคิดบวกคงอยู่คู่บ้านเกิดของเธอไปอีกนานเท่านาน

ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวเลยผู้พัฒนาบ้านเกิดด้วยกล้วยในชุมชน เป็น Banana family แห่ง อ.ภูหลวง

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load