ฉันคุ้นหูดอยผาหมีจากเหตุการณ์หมูป่าติดถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย ไม่คิดว่าจะได้ไปเยี่ยมเยือนดอยผาหมี พร้อมกับสัมผัสวิถีชีวิตชาวอาข่าแบบดั้งเดิมผ่านมื้ออาหาร การเต้นระบำทำเพลง ตลอดจนประเพณีประจำชนเผ่า 

  ถ้าให้ย้อนไปก็คงราว 2 สัปดาห์ก่อน ฉันเห็นสายการบินสีแดงแจ๋ประกาศรับผู้ร่วมเดินทางไปกับ Journey D เหมือนว่าเป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชนจัดการและดูแลกันเอง แน่นอนว่าเน้นความยั่งยืนและชุมชนมีส่วนร่วม 

  ถ้าให้ย้อนไปก็คงราว 2 ชั่วโมงก่อนถึงสนามบินเชียงราย ฉันนั่งกระสับกระส่ายด้วยความตื่นเต้น ไม่ใช่ว่าไม่เคยไปเชียงรายหรอกนะ แต่ยังไม่เคยไปใช้ชีวิตกับคนแปลกหน้าตลอด 2 วัน 1 คืน ใจหนึ่งก็กังวลว่าฉันจะกินอาหารแบบอาข่ากินได้จริงเหรอ จะใช้ชีวิตประจำวันเหมือนอาข่าทำได้จริงเหรอ อีกใจก็ต้องลองสักตั้ง ไม่ลองไม่รู้ ประสบการณ์ดีต้องรีบคว้า คิดไปให้หัวใจกังวลเล่น พอขึ้นเครื่องปุ๊บฉันก็หลับปุ๋ย ตื่นอีกทีก็ถึงจังหวัดเชียงรายโดยสวัสดิภาพแล้ว 

   กายพร้อม ใจพร้อม! ฉันออกมารอหน้าประตูสนามบิน มือล้วงกระเป๋าควานหาโทรศัพท์ติดต่อพี่คนขับรถ คุยเพียงไม่ถึงนาทีพี่เขาก็ถอยรถกระบะคันโก้มารอรับถึงหน้าประตู แถมมีสมาชิกพร้อมผจญภัยกับฉันอีก 2 คน พี่คนขับเขาเป็นอาข่าเหมือนกัน รับหน้าที่ประจำเป็นคนรับ-ส่งที่สนามบินและตามจุดแลนด์มาร์กสำคัญบนดอยผาหมี เรียกว่าอาสาดูแลพวกเราตลอดการเดินทางด้วยรถกระบะคู่กายและรอยยิ้มพิมพ์ใจ พร้อมบริการด้วยความเป็นมิตร 

  เป็นเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง กว่าจะถึงดอยผาหมี มีผ่านด่านตรวจบ้างเป็นระยะ แต่ไม่น่าตกใจ ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสพร้อมให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พอถึงดอยผาหมี ไม้ผลัดถูกส่งต่อไปยังพี่แมวและป้าต้อย สองสาวต่างวัยเชื้อสายอาข่า รับตำแหน่งผู้สื่อความหมายชุมชน คอยแปลภาษาอาข่าให้กลายเป็นภาษาไทยกลาง และเป็นไกด์ท้องถิ่นคนเก่ง แนะนำทุกอย่างได้ละเอียดยิบ ไม่ว่าจะสถานที่ท่องเที่ยว เมนูอาหาร กิจกรรม และประเพณีดั้งเดิมของชาวอาข่า 

ดอยผาหมี
ดอยผาหมี

  พี่แมวและป้าต้อยชวนพวกเรานั่งพักในร้านกาแฟดอยผาหมี พร้อมเสิร์ฟน้ำมะนาวโซดาเรียกความสดชื่น ให้ร่างกายตื่นตัวหลังจากเดินทางมาหลายชั่วโมง ก่อนจะผลัดกันแนะนำตัวและบอกเล่าแผนการเที่ยวตลอดระยะเวลา 2 วัน 1 คืน แถมแทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับดอยผาหมีให้เราฟัง เช่นดอยผาหมีมีที่มาจากภูเขาลูกโต ลักษณะคล้ายหมีนอนชันเข่า อีกเสียงก็บอกว่าสมัยก่อนบนดอยผาหมีมีหมีอาศัยอยู่เยอะ แต่ปัจจุบันไม่พบแล้ว อาจเป็นเพราะมีคนอาศัยอยู่มากจนกลายเป็นชุมชน บ้างก็ว่าคนอาข่าเก่งมากเรื่องทำยา ‘ดีหมี’ เป็นอวัยวะที่ใครต่างหมายปอง เป็นสาเหตุให้หมีลดลง 

  หลังจากคุยกันพอหอมปากหอมคอ เหมือนสนิทกันมานาน แต่ความจริงเจอกันยังไม่ถึงชั่วโมงเสียด้วยซ้ำ ป้าต้อยคงสังเกตว่าท้องเราต้องแอบร้องในใจว่าหิวแล้วแน่นอน เพราะไกด์คนเก่งพาเราเดินเท้าขึ้นไปถัดจากร้านกาแฟดอยผาหมีเพื่อทานอาหารสูตรอาข่าของแท้ที่ร้านภูฟ้าซาเจ๊ะ ขายทั้งอาหารอาข่าสูตรต้นตำรับและอาหารไทยตามสั่ง แถมยังเป็นโฮมสเตย์รองรับแขกทั่วประเทศ จากการสังเกต มีคนต่างถิ่นแวะเวียนมาดอยผาหมีอย่างไม่ขาดสาย ขอเป็นพยานด้วยสองตา

เอาล่ะ ก่อนท้องจะส่งเสียงร้องทำฉันขายหน้าป้าต้อย ขอเปิดกันด้วยอาหารอาข่ามื้อแรกเลยแล้วกัน

ดอยผาหมี

อาหารอาข่ามื้อแรก

อาหารมื้อแรกเรานั่งทานบนร้านอาหารภูฟ้าซาเจ๊ะ ปรุงด้วยรสมือสาวอาข่าแท้บนดอยผาหมี ประกอบด้วย 5 เมนู มียำผักกวางตุ้งใส่งาขาวและถั่วบด หมูผัดรากชู รากชูเป็นผักอเนกประสงค์ของคนอาข่า ใส่ได้ทั้งน้ำพริก ต้ม ผัด แกง ทอด จะคล้ายกระชายก็ไม่เชิง แต่รสร้อนแรงพอสมควร ถ้วยถัดมาเป็นน้ำพริกมะเขือเทศแนมกับผักเลื้อย ในใจเราแอบคิดว่าต้องคล้ายน้ำพริกอ่องแน่นอน ผิดคาด ไม่เหมือนโดยสิ้นเชิง แต่อร่อยไม่แพ้กัน อีกถ้วยเป็นแกงมันอาลูใส่ผักกาดดองพ่วงด้วยกระดูกอ่อน ใครชอบกินมันต้องหลงรัก รสชาติไม่จัดจ้าน ซดเพลินคล่องคอ จานสุดท้ายเป็นปลานิลตัวโตราดพริกใส่มะเขือเทศ ตามร้านอาหารที่เคยกิน ปลาราดพริกมักเผ็ดและหวานหน่อย แต่ของอาข่าจะเปรี้ยวจากมะเขือเทศ แต่เราชอบ ปลาก็สด ความเปรี้ยวเพิ่มความสดชื่นให้มื้ออาหารได้ดี ส่วนข้าวนึ่งห่อมาในใบตองขนาดพออิ่ม ไม่พอขอเบิ้ลได้เลย 

  หลังจบมื้ออาหาร ป้าต้อยชวนเราดื่มชาร้อน ทำมาจากชาป่าผสมสมุนไพรอีก 2 ชนิด แค่ชงใส่กายังไม่ทันรินลงแก้วกลิ่นก็หอมมาแต่ไกล รสชาตินุ่มนวล เป็นสูตรเฉพาะของพ่อหลวงซาเจ๊ะ ที่อดีตเคยรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และบริเวณบ้านยังเป็นที่ประทับเสวยชาของพระองค์ เมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมชุมชนดอยผาหมีอีกด้วย

ดอยผาหมี

        ถ้าอยากสนทนาภาษาชาหรือชวนพ่อหลวงซาเจ๊ะรำลึกถึงความหลังสุดประทับใจจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ แวะเวียนมาจิบชาป่า ชิมอาหารอาข่า และนอนพักให้เต็มอิ่มได้ที่ร้านอาหารและโฮมสเตย์ภูฟ้าซาเจ๊ะ

ดริปกาแฟดอยผาหมีด้วยกระบอกไม้ไผ่

เราเติมพลังอาหารจนเต็มท้อง พี่แมวไม่รอรีชวนเราไปดริปกาแฟดอยผาหมีด้วยกระบอกไม้ไผ่ เคยดื่มกาแฟมาก็มาก สารภาพเลยว่าดื่มอย่างเดียวไม่เคยรู้มาก่อนว่าดริปกาแฟต้องทำอย่างไร เหมือนมีคนอ่านใจออกเลยจัดกิจกรรมสนุกมาเพื่อฉัน ขั้นตอนก็ไม่ยาก พี่แมวสอนว่าต้องบดเมล็ดให้ละเอียดด้วยการตำด้วยสาก ยิ่งละเอียดยิ่งดี จากนั้นเอากระดาษกรองกาแฟใส่ไปบนเครื่องดริปกระบอกไม้ไผ่ทำมือ วนน้ำร้อนบนกระดาษกรองสักนิดเพื่อทำความสะอาด แล้วตักกาแฟลงไปสัก 3 ช้อน รินน้ำร้อนพอให้กาแฟเปียกแล้วจึงรินอีกรอบ วนรอบกระดาษกรองจนน้ำกาแฟหยดลงแก้วด้านล่างจนหมด จากนั้นก็พร้อมดื่ม! ทำเอง ดื่มเอง ภูมิใจเอง แม้จะคิดในใจว่าง่าย แต่ก็ต้องอาศัยความใจเย็นไม่น้อยเลย 

โล้ชิงช้ามองวิวสีเขียว

ประเพณีโล้ชิงช้าของชาวอาข่าจัดเพียงปีละครั้ง ครั้งละประมาณ 4 วัน ในช่วงเดือนเมษายน มีความเชื่อว่าชิงช้าสำหรับโล้ในประเพณีจริงห้ามแตะต้องก่อนกำหนด ถ้าเผลอไปแตะหรือโล้เล่นจะถือเป็นการผิดผี ทางชุมชนเลยทำชิงช้าจำลองไว้สำหรับนักท่องเที่ยวให้เปิดประสบการณ์การละเล่นพื้นถิ่น โล้ทีเห็นแต่ต้นไม้สีเขียว สดชื่นฉ่ำปอดมาก

อ้อ! พี่คนขับรถเล่าให้เราฟังว่า ตำนานของประเพณีการโล้ชิงช้ามาจากหนุ่มอาข่าเข้าป่าไปเจอสาวเปลือยกายห้อยโหนเถาวัลย์เล่นอย่างเพลิดเพลิน พอเห็นกันก็ชอบพอกันเลยพาเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน แล้วก็สร้างชิงช้าไว้ให้สาวเจ้าโล้เล่นแทนการโหนเถาวัลย์เหมือนตอนอาศัยอยู่ในป่า บางความเชื่อก็บอกว่าเป็นการฉลองให้กับเทพธิดาแห่งความสมบูรณ์

อาหารอาข่ามื้อที่ 2

  อาหารอาข่ามื้อที่ 2 มื้อนี้คล้าย Chef’s Table ป้าต้อยและทีมงานปรุงอาหารให้เราดูต่อหน้า ประกอบไปด้วย ลาบหมูสูตรอาข่า ไม่มีข้าวคั่วแบบลาบหมูอีสาน อร่อยและทานง่าย ยำผักเพิ่มกำลังวังชา เชื่อแล้วว่าคนอาข่าทานผักกันเก่งมาก ขอชื่นชม นั่นอาจเป็นเคล็ดลับอายุยืนก็เป็นได้ จานถัดมาเป็นไก่ผัดสมุนไพร น้ำพริกถั่วลิสง ความนัวของถั่วเราให้ผ่าน อีกถ้วยเป็นต้มจืดผักกาดดองใส่กระดูกหมู และจานสุดท้ายเป็นมันอาลูบดผัดกับเครื่องเทศสมุนไพร จานนี้ขอให้ 10 คะแนนเต็ม ด้วยรสชาติคล้ายมันบดต่างชาติแต่เครื่องเทศและสมุนไพรทำให้จานนี้แตกต่าง ถ้าประยุกต์กับสลัดก็โก้ไม่เบา

เต้นกระทุ้งไม้ไผ่กับพี่สาวอาข่า

ระหว่างทานอาหารอาข่ามื้อที่ 2 พี่สาวอาข่าเตรียมการแสดงเต้นรำกระทุ้งไม้ไผ่มาให้เราชม เป็นเหมือนการแสดงต้อนรับแขกผู้มาเยือน แถมยังให้เราเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยการออกลวดลายลีลาไปตามจังหวะและทำนองเพลงอาข่า แอบกระซิบว่าเต้นคร่อมจังหวะไปเยอะ แต่ชอบมากตรงที่ชุดประกอบการแสดงเต็มยศ หน้าผม เสื้อผ้า เครื่องหัวจัดเต็ม!

ชอบมากอันที่สอง เราลองไปสังเกตอุปกรณ์ให้เสียงอย่างลำโพงที่เป็นลำโพงบลูทูธ หรือแม้กระทั่งเพลงประกอบจังหวะยังเป็นเพลงที่เปิดจากแอปพลิเคชันยูทูบ ถ้าจำไม่ผิดคงเป็น ‘รวมเพลงอาข่า 2019’ เห็นแล้วเราประทับใจมาก

ดีดฝ้ายทำเชือกกับคุณแม่อาข่า

ดอยผาหมี
ดอยผาหมี

การทอผ้าเป็นวิถีชีวิตและภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวอาข่า คุณแม่อาข่าสูงอายุผู้มากประสบการณ์การทอและปักผ้ามาสาธิตพร้อมกับชวนเราทำไปด้วยกัน ตั้งแต่การดีดฝ้ายให้ฝ้ายแตกตัว แล้วจับมาเป็นไจฝ้ายเพื่อใช้สำหรับการปั่นฝ้าย จะนั่งปั่นหรือยืนปั่นตามแต่จำนวนชั่วโมงบิน พอปั่นจนได้เป็นเส้นด้ายก็เอา 2 ม้วนมารวมกันเป็น 1 เส้น คุณแม่อาข่าอาสาถักเป็นเชือกให้เราดู ใช้เวลาไม่นานก็ได้เชือกเส้นยาว ประกอบด้วย 3 ลาย ทั้งแบบกลม แบบแบน และแบบเปีย 

  พอคุยกันเพลินก็สงสัยว่าคนอาข่าสมัยก่อนทำรองเท้าใส่กันอย่างไร คุณแม่พูดเป็นภาษาอาข่า พี่แมวและป้าต้อยอาสาแปลให้ได้ความว่า พื้นรองเท้าทำจากกาบของกระบอกไม้ไผ่ เพราะมีความทนทานแข็งแรง พอได้แล้วต้องเอามาต้มแล้วจับให้เป็นรูปทรงของเท้า จากนั้นตัดเย็บส่วนบนเป็นรองเท้าด้วยผ้าทอมือ สมัยนั้นใครปักเก่งเย็บเก่งแสดงว่ามีฝีมือ

เติมพลังด้วยข้าวปุกงา

  ข้าวปุกงาเป็นอาหารประกอบพิธีมงคลของชาวอาข่า ทำจากข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ เอามาใส่ครกไม้และตีด้วยสากไม้ทำเอง ตีจนข้าวเหนียวเป็นเนื้อเดียวกันเด้งเหมือนโมจิ จากนั้นใช้สากไม้ม้วนข้าวเหนียวขึ้นมา ตามความเชื่อต้องม้วนให้หมดภายใน 3 ครั้ง จากนั้นใช้ตอกรูดเนื้อข้าวเหนียวให้หลุดออกจากสาก นำมาปั้นเป็นคำๆ คลุกกับเกลือและงาขาว (งาดำจะใช้ในพิธีมงคล) เราลองชิมไป 2 – 3 ชิ้น อิ่มท้องไม่เบา พี่แมวบอกว่าคนอาข่าเวลาเข้าป่าก็จะพกข้าวปุกงาไปทานระหว่างทางด้วย เพราะอยู่ท้อง ส่วนกับข้าวก็หาเอาในป่า ปลาบ้าง พืชผักริมทางบ้าง จากการสังเกต เวลาทานอาหารทุกมื้อเขาจะใช้ใบตองแทนจานหรือถุงพลาสติกสำหรับห่อข้าวและขนม ส่วนกระบอกไม้ไผ่ท่อนพอเหมาะจะใส่แกง

ดอยผาหมี

  ลืมบอกไปว่าการตำข้าวปุกงาต้องแต่งกายด้วยชุดประจำชนเผ่าอาข่าเต็มยศ เราเห็นคุณแม่อาข่าท่านหนึ่งประดับเครื่องหัวด้วยเหรียญรูปี คุณแม่ท่านว่าเป็นเหรียญตกทอดมาจากบรรพบุรุษร่วม 100 ปี แถมมีมูลค่าจริง!

ระบายสีลูกสะบ้าที่เก็บมาจากป่า

ลูกสะบ้ามีมากในป่าใกล้ดอยผาหมี พี่แมวเลยเก็บมาให้เราและแขกผู้มาเยือนใช้ความคิดสร้างสรรค์ เหมือนเป็นการผ่อนคลายด้วยศิลปะบำบัด แม้ทักษะด้านศิลปะจะน้อยนิด แต่การได้ใช้สมาธิและหยุดอยู่กับตัวเองสักพักก็สบายใจดีเหมือนกัน เราเลยออกปากชวนคุณแม่อาข่ามาระบายสีด้วยกัน แม้ปากจะปฏิเสธ แต่มือจับพู่กันจุ่มสีโปรดพร้อมระบายลงลูกสะบ้า ระบายสีไปคุณแม่ก็พูดขึ้นมาว่า “ไม่เคยระบายสีแบบนี้มาก่อน ครั้งแรกในชีวิตเลย”

  ฟังจบเราอมยิ้ม อมยิ้มด้วยความสุขและความน่ารักของผลงานศิลปะชิ้นแรกในชีวิตของคุณแม่

ดอยผาหมี
ดอยผาหมี

คุณแม่อาข่าอวยพรด้วยไข่สีแดง

  ก่อนจากกัน คุณแม่อาข่าทำพิธีเรียกขวัญให้เรา เปรียบเสมือนการอวยพรให้โชคดีและแข็งแรงทั้งกายและจิตใจ นับเป็นสิริมงคลของชีวิต ด้วยการผูกข้อมือจากเชือกที่ถักเองจากฝ้าย และไข่ต้มย้อมสีแดงจากรากของแห้ว

  ระหว่างผูกข้อมือคุณแม่ก็บอกกับเราว่า “เป็นเหมือนแม่กับลูกกันแล้วนะ” 

  จบพิธีเรียกขวัญอย่างเรียบง่าย แต่กลับอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

ถ้าให้ย้อนก็คงราว 2 สัปดาห์ก่อน ฉันต้องขอบคุณตัวเองที่กล้าตัดสินใจมาผจญภัย 2 วัน 1 คืน กับคนแปลกหน้าที่สุดท้ายกลายเป็นเหมือนคุณยายหรือคุณน้าครอบครัวเดียวกันจนฉันรู้สึกผูกพันด้วย แปลก แต่จริง 

นอกจากดอยผาหมี ฉันเชื่อว่าทุกเส้นทางยังมีประสบการณ์และวิถีชีวิตของผู้คนให้ฉันรวมถึงคุณได้เรียนรู้ และรอคอยการเป็นส่วนหนึ่งซึ่งกันและกันอีกมากมาย เข้าไปเลือกเส้นทางที่เหมาะกับตัวคุณเองได้ที่ journey-d.com

ดอยผาหมี

ชุมชนผาหมี จ.เชียงราย ติดต่อผู้นำท่องเที่ยวโดยชุมชน

นางสาวผกากานต์ รุ่งประชารัตน์ (พี่แมว) 089-449-7942

นางสาวรวิมล มงคลธนภูมิ (พี่แก้ว) 085-678-8508

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

19 พฤศจิกายน 2565

หากขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ที่คลั่งไคล้ฟุตบอล แน่นอนว่าบอลโลกคงเป็นจุดหมายปลายทางที่แฟนบอลต้องไปให้ถึงสักครั้งแน่ ๆ แล้วถ้าได้ไปดูรอบรองฯ และรอบชิงแชมป์ด้วยแล้ว ยิ่งเหมือนความฝัน

ย้อนรอยทริปในฝัน ดูบอลโลก 2018 นัดชิงชนะเลิศ ชมวินาทีที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ที่รัสเซีย
ย้อนรอยทริปในฝัน ดูบอลโลก 2018 นัดชิงชนะเลิศ ชมวินาทีที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ที่รัสเซีย

World Cup 2022 ที่โดฮา ประเทศกาตาร์ ใกล้จะเริ่มแล้ว เราอยากแชร์บรรยากาศบอลโลกครั้งก่อน เมื่อปี 2018 จัดขึ้นที่ประเทศรัสเซีย เมือง St.Petersburg กับ Moscow ซึ่งรัสเซียมีเมืองที่จัดการแข่งทั้งหมด 12 เมือง 12 สนาม ในรอบรองชนะเลิศจัดที่เมือง St.Petersburg และ Moscow 

ย้อนรอยทริปในฝัน ดูบอลโลก 2018 นัดชิงชนะเลิศ ชมวินาทีที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ที่รัสเซีย

St.Petersburg คือเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของรัสเซีย รองจาก Moscow และเป็นเมืองหลวงเก่าตั้งแต่สมัยพระเจ้าซาร์ ซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไป บริเวณทะเล Baltic ไม่ไกล Finland และ Estonia อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ เมืองนี้เป็นต้นทางเพื่อขึ้นไปดูแสงเหนือที่รัสเซีย บริเวณแถบรัฐ Karelia

หากใครไปเที่ยวที่เมืองเจ้าภาพผู้จัดการแข่งขันบอลโลก จะเห็นบรรยากาศในเมืองครึกครื้นด้วยแฟนบอลและนักท่องเที่ยว เพื่อน ๆ เราบอกว่าถ้าใครไปดูรอบแรก ๆ ยิ่งสนุก เพราะแฟนบอลหลายชาติออกมาสนุกกัน ส่วนเราไปตอนรอบรองฯ หลาย ๆ ทีมน่าจะกลับไปแล้ว แต่สีสันก็ยังมีอยู่ 

ย้อนรอยทริปในฝัน ดูบอลโลก 2018 นัดชิงชนะเลิศ ชมวินาทีที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ที่รัสเซีย
ย้อนรอยทริปในฝัน ดูบอลโลก 2018 นัดชิงชนะเลิศ ชมวินาทีที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ที่รัสเซีย

ข้อดีของการเป็นแฟนบอลเรื่องหนึ่งคือการเดินทาง เพราะแค่มีตั๋วที่ลงทะเบียนมาก็เบ่งได้ตั้งแต่เข้าประเทศ หรือถ้าเป็นวันแข่ง ผู้มีตั๋วลงทะเบียนจะเดินทางฟรีทั้งวัน ค่อนข้างสะดวก ส่วนวันอื่น ๆ เวลาไปเที่ยว เราเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน ถ้าไปสถานที่ท่องเที่ยวไกล ๆ การนั่งอูเบอร์ก็สะดวกกว่ามาก ๆ ส่วนบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ นอกจากมีมีสีสันของผู้คน ร้านของขายที่ระลึกก็นับว่าเป็นไฮไลต์ เพราะมีของคัสตอมจากพ่อค้าแม่ค้าเกี่ยวกับฟุตบอลมาขาย แม้ว่าไม่ถูกลิขสิทธิ์ แต่ก็คลาสสิกน่าซื้ออยู่หลายชิ้น ของที่ระลึกที่คนส่วนใหญ่ซื้อติดมือกันจะเป็นเหรียญและธนบัตรที่ระลึก 

ย้อนรอยทริปในฝัน ดูบอลโลก 2018 นัดชิงชนะเลิศ ชมวินาทีที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ที่รัสเซีย

ก่อนไปถึงที่สนาม ชวนมาดูบรรยากาศรอบ ๆ กันก่อน เพราะใครที่ไม่อยากดูการแข่งขันฟุตบอลที่บ้านหรืออยากมาเชียร์หน้าจอใหญ่ ทาง FIFA ก็จัดโซนที่เรียกว่า Fan Fest มีจอใหญ่เบิ้ม ขายเครื่องดื่ม และบางทีก็มีดนตรีให้เหล่าแฟนบอลได้สนุกยาว ๆ กันด้วย ยิ่งถ้าวันไหนเจ้าภาพอย่างรัสเซียแข่ง แฟนบอลจะแห่กันมาแน่นมาก ๆ ต่อคิวกันยาวเหยียด มีสีสันของธงชาติรัสเซียทั้ง 3 สีเต็มไปทั้งเมือง

ย้อนรอยทริปในฝัน ดูบอลโลก 2018 นัดชิงชนะเลิศ ชมวินาทีที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ที่รัสเซีย
ย้อนรอยทริปในฝัน ดูบอลโลก 2018 นัดชิงชนะเลิศ ชมวินาทีที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ที่รัสเซีย

บริเวณสถานที่จัดงานก็ไม่ไกล เรียกว่าใจกลางเมืองและใกล้แลนด์มาร์กมาก อย่างเมือง St.Petersburg ก็จัดด้านหลัง The Church of the Savior on Spilled Blood หรือโบสถ์แห่งหยดพระโลหิตพระผู้ไถ่ ซึ่งโบสถ์นี้เป็นโบสถ์ของศาสนจักรออร์โธดอกซ์ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกสวยมาก ๆ โดยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงพระบิดา (พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2) ซึ่งถูกลอบปลงพระชนม์บริเวณที่นี้ และนอกจาก Fan Fest แล้ว ในเมือยังมีการตกแต่งอย่างสวยงาม มีการจัดนิทรรศการให้แฟนบอลและชาวเมืองได้สนุกสนาน เพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลนี้กันอีกเพียบ

ย้อนรอยทริปในฝัน ดูบอลโลก 2018 นัดชิงชนะเลิศ ชมวินาทีที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ที่รัสเซีย
ย้อนรอยทริปในฝัน ดูบอลโลก 2018 นัดชิงชนะเลิศ ชมวินาทีที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ที่รัสเซีย

อย่าง FIFA World Football Museum จัดขึ้นชั่วคราวที่เมือง Moscow เข้าชมฟรี ให้แฟนบอลและคนที่สนใจเข้าไปดูประวัติและเรื่องราวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของฟุตบอล พร้อมของหาดูยากต่าง ๆ เช่น ตั๋วฟุตบอลตั้งแต่ยุคทีมชาติฮังการีหรืออุรุกวัยยุครุ่งเรือง เสื้อทีมชาติบราซิลของเปเล่ ลูกบอลตั้งแต่อดีตที่ใช้ในทัวร์นาเมนต์ ยังไม่รวมข้าวของของคนดังอื่น ๆ ทั้งเมสซี โรนัลโด้ No.9 ฯลฯ นอกจากมิวเซียมขนาดย่อม ห้างดัง ๆ อย่าง GUM ก็มีการตกแต่งและมีนิทรรศการ สร้างสีสันให้คนนักท่องเที่ยวด้วย

ย้อนรอยทริปในฝัน ดูบอลโลก 2018 นัดชิงชนะเลิศ ชมวินาทีที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ที่รัสเซีย
Jules Rimet Cup ถ้วยฟุตบอลโลกเดิม
ย้อนรอยทริปในฝัน ดูบอลโลก 2018 นัดชิงชนะเลิศ ชมวินาทีที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ที่รัสเซีย
ตั๋วของของทีมชาติฮังการี ที่ในอดีตรุ่งเรืองมาก ๆ กับทีมชาติสวิส
ย้อนรอยทริปในฝัน ดูบอลโลก 2018 นัดชิงชนะเลิศ ชมวินาทีที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ที่รัสเซีย
รองเท้าของ Ronaldo No.9
เสื้อของ Romario ทีมชาติบราซิล ชุดแชมป์ปี 94

เอาล่ะ มาถึงวันแข่ง เราขอรวบทั้ง 2 แมตช์ทั้งรอบรองฯ ที่เมือง St. Peterburg และรอบชิงฯ ที่ เมือง Moscow บอกเลยว่าบรรยากาศครึกครื้นตั้งแต่ออกจากเมโทรจนไปถึงสนาม โดยแฟนบอลมี 2 พวก คือแฟนบอลชาตินั้น ๆ ที่แข่ง เต็มไปด้วยสีสันของธงชาติตัวเอง และอีกพวกคือต่างชาติผู้รักการดูบอลอย่างเรา ๆ โดยทุกคนมาออกันหน้าสนามร้องเพลงเสียงดัง ไม่มีฮูลิแกนเลย (เสียดาย 555) 

สำหรับคนไปดูที่สนาม อีกหนึ่งของที่ระลึกสุดแรร์คือแก้วเครื่องดื่ม ทั้งเบียร์และน้ำอัดลม คนไล่เก็บกันเยอะ เพราะว่าบนแก้วสกรีนเลยว่าทำขึ้นสำหรับแมตช์ไหน ให้นักดื่มได้เก็บเป็นที่ระลึก

ผลการแข่งในสนามรอบรองฯ ที่เราไปดู ฝรั่งเศสมี ปอล ป๊อกบา กับ คีลียัน เอ็มบัปเป้ สตาร์ที่กำลังมา เจอกับเบลเยียมยุคที่มีทั้ง โรเมลู ลูกากู, เอแด็ง อาซาร์ และ เควิน เดอ บรอยน์ นัดนั้นฝรั่งเศสเฉือนไป 1 – 0 

ส่วนนัดชิงชนะเลิศที่ฝรั่งเศสผ่านเข้ารอบ ไปเจอกับโครเอเชียที่ผ่านอังกฤษมาในรอบรองฯ ฝรั่งเศสเอาชนะโครเอเชียไปได้ 4 – 2 คว้าแชมป์สมัยที่ 2 เสียดายมาก ๆ เพราะเรานั่งฝั่งแฟนโครเอเชียและเชียร์โครเอเชีย แฟน ๆ ฝั่งนี้เลยอดเฮ แต่ฝั่งแฟน ๆ ฝรั่งเศสร้องเพลงฉลองกันดังตลอดทางกลับ

ฟุตบอลโลกผ่านมาแล้ว 4 ปี ปีนี้เราก็ไปเหมือนกัน 

มาลุ้นกันว่า FIFA World Cup Qatar 2022 ทีมไหนจะเป็นแชมป์!

ข้อมูลบางส่วนที่เราอยากแบ่งปันแฟนบอล

  • ตั๋ว Official ขายผ่านเว็บ Fifa.com น่าจะหมดไปแล้ว โดยทุกครั้งจะเปิดรอบแรกด้วยการสุ่มซื้อบัตร รอบต่อมาเป็น First comes, First serves และล็อตเก็บตก
  • นอกจากตั๋ว Online Official ยังมีตั๋วแบบ Hospitality ปกติจะแพงกว่า มักมาเป็นแพ็กเกจ เช่น รวมตั๋วเครื่่องบินและโรงแรม อีกแบบคือ Resale มีขายจาก FiFa กรณีที่คนได้สิทธิ์ซื้อไม่จ่ายเงิน หรือขายตั๋วคืน และอีกแบบคือจากเว็บนายหน้าขายตั๋ว เช่น Viagogo
  • ฟุตบอลโลกครั้งนี้คนดูต้องลงทะเบียน Hayya จำเป็นต้องมีตั๋วและที่พักก่อนสมัคร ถึงจะได้เอกสารเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่ง Hayya ยังมีแอปพลิเคชันที่แฟนบอลต้องดาวน์โหลดเพื่อแสดงข้อมูลต่าง ๆ ก่อนเข้าสนามด้วย นอกจากนั้นต้องมีข้อมูลการเดินทางหรือตั๋วเพื่อเข้าสนาม ฯลฯ ( Hayya มีทั้งแบบบัตรและแบบดิจิทัลบนแอปฯ)
  • สำหรับแฟนบอลที่สมัคร Hayya แล้ว เดินทางเที่ยวประเทศอื่น ๆ ในแถบอาหรับได้หลายประเทศโดยสมัครวีซ่าแฟนบอล ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไปได้ทั้งซาอุดีอาระเบีย ยูเออี โอมาน

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ณฤทธิ์ เกตุทอง

นักการตลาดออนไลน์ ที่ชอบดูคอนเสิร์ต ดูเมือง ดูผู้คน เดิมชอบแบ็กแพ็ก ตอนนี้ชอบเที่ยวสบาย แต่ยังชอบหาประสบการณ์ใหม่ ๆ อยู่ มีเพจและเว็บเล็ก ๆ ที่แชร์เรื่องราวการเดินทาง แต่ไม่ค่อย Active นะสิ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load