Imagineer คือชื่อตำแหน่งคนทำงานสร้างสรรค์ ที่ใช้ความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และจินตนาการ

เป็นคำเฉพาะที่จดทะเบียนและใช้เรียกพนักงานของบริษัท Walt Disney Imagineering ทีมสร้างสรรค์ วิจัย และพัฒนา เครื่องเล่นแก่บริษัทแม่อย่าง Walt Disney

ฟังดูอาจจะไม่คุ้นหู แต่ที่ต่างประเทศ Imagineer ถือเป็นอาชีพที่น่าสนใจที่สุดในช่วง 4 – 5 ปีนี้ รองจากอาชีพบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวและอินฟลูเอนเซอร์ในเฟซบุ๊ก

ดิสนีย์แลนด์, นักออกแบบเครื่องเล่น

The Cloud มีนัดหมายพิเศษกับ คุณเดล ชีฮาน (Dale Sheehan) Imagineer จาก Walt Disney Imagineering เพื่อพูดคุยกันสั้นๆ ถึงตำแหน่งงานชื่อเท่ และการอยู่เบื้องหลังงานออกแบบสร้างสรรค์เครื่องเล่นทั้งในอดีตและปัจจุบันของดิสนีย์แลนด์ ก่อนจะแยกย้ายกันไปเข้าร่วมงานเปิดตัวและเป็นคนไทยกลุ่มแรกที่ได้ลองเล่น ‘Ant-Man and The Wasp: Nano Battle!’ เครื่องเล่นใหม่ล่าสุดของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

ดิสนีย์แลนด์, นักออกแบบเครื่องเล่น ดิสนีย์แลนด์, นักออกแบบเครื่องเล่น

นอกไปจากเรื่องการทำงานเบื้องหลังเครื่องเล่นของดิสนีย์แลนด์

สารภาพตามตรงถึงประสบการณ์การเที่ยวดิสนีย์แลนด์ครั้งแรกเมื่ออายุ 30 ที่เปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับปราสาทและสวนสนุกไปตลอดกาล ‘ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์’ ไม่ได้เป็นสถานที่ที่เหมาะกับแค่คู่รัก เด็กและครอบครัวเท่านั้น แต่เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ใหญ่ตอนต้นถึงปลายที่อยากหนีออกจากพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว

ขอแนะนำ ‘อาร์ซีเรสเซอร์’ เจ้ารถเหาะแล่นบนรางด้วยความเร็วสูงตามแรงดึงดูดของโลก ‘บิ๊ก กริซลีย์ เมาท์เทน รันอะเวย์ ไมน์ คาร์ส’ รถรางของเหมืองที่วิ่งเข้านอกออกในเมือง อลังการระดับระเบิดภูเขาเผากระท่อม โดยเฉพาะ ‘ไฮเปอร์สเปซ เมาท์เทน’ รถไฟเหาะพุ่งทะยานสู่ใจกลางกาแลกซีเหมือนอยู่ในจักรวาลสตาร์วอร์จริงๆ อย่างน้อยที่สุดเราจะเห็นขีดจำกัดความกลัวและยอมรับความกล้าในตัวเอง

อ่านจบแล้วใครค้นพบความฝันของตัวเอง จะเป็นนักออกแบบเครื่องเล่นมืออาชีพหรือนักเล่นเครื่องเล่นมือสมัครเล่น ก็ขอให้ส่งข่าวบอก The Cloud กันด้วยนะ

ดิสนีย์แลนด์, นักออกแบบเครื่องเล่น

You may say that I’m a dreamer

โดยหน้าที่แล้ว ตำแหน่ง Imagineer ของเดลใน Walt Disney Imaginering ก็คือ Creative Producer หรือผู้อยู่ในทุกกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องเล่น ตั้งแต่หาไอเดียตั้งต้น พัฒนาและสร้างสรรค์จนถึงวันเปิดตัวเครื่องเล่นสู่สาธารณะ ซึ่งกว่าจะเป็นเครื่องเล่นสักเครื่องในสวนสนุกนั้น นอกจากจะเป็นงานที่ใหญ่มากแล้วยังมีทีมที่เกี่ยวของมากมายอยู่เบื้องหลัง ทั้งทีมออกแบบและสร้างสรรค์ที่กำหนดเรื่องราวที่จะเล่า ทีมการแสดง ทีมดูแลโครงการ ทีมโครงสร้างวางแผนตำแหน่งอาคารเครื่องเล่น

ในขั้นตอนแรกสุดของการทำงาน หรือที่ชาว Imagineer เรียกว่า Blue Sky นั้น เป็นกระบวนการเสาะหาไอเดีย นำทีมโดยทีมเล่าเรื่องและทีมเทคโนโลยีมาร่วมกันหารือเรื่องที่จะเล่า และความเป็นไปได้ของเครื่องเล่นนั้น ก่อนสรุปภาพรวมของไอเดียและรายละเอียดย่อยเท่าที่จำเป็นต่อการพัฒนาต่อ ตกผลึกจนทุกคนเห็นร่วมกันว่านี่เป็นเรื่องเล่าที่ดีแล้วจึงแยกย้ายกันทำงานในส่วนที่ต่างฝ่ายต่างถนัด

“เรามีทีมวิจัยและพัฒนาเพื่อหาเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ ซึ่งจะทำให้คาแรกเตอร์นั้นๆ สมจริงมากยิ่งขึ้น มีกลไกหรือระบบที่สนับสนุนการเล่าเรื่องของคาแรกเตอร์นั้นให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น” เดลเล่า

ดิสนีย์แลนด์, นักออกแบบเครื่องเล่น

 

But I’m not the only one

เมื่อเราถามถึงหลักการคัดเลือกเรื่องและตัวละครมาสร้างเครื่องเล่น

เดลก็รีบตอบทันทีว่า จุดแข็งของดิสนีย์คือ การมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเองเยอะ ซึ่งมีเรื่องราวที่น่าหยิบมาสร้างสรรค์ต่อมากมายเต็มไปหมด

“ทุกเรื่องที่คุณพอจะจินตนาการออกเลย ในการทำงาน หลังจากเลือกคาแรกเตอร์แล้ว มีเรื่องที่อยากเล่าและรู้ว่าจะเล่าอย่างไรแล้ว พวกเราจะทำการศึกษาตลาดของสาขาที่ตั้งดิสนีย์แลนด์หรือรีสอร์ตในเครือ วิเคราะห์ว่าเรื่องราวหรือประสบการณ์แบบไหนที่คนในพื้นที่น่าจะชอบ อะไรคือเรื่องที่พวกเขาไม่ควรพลาด และใหม่มากพอ เราจะเล่าเรื่องนั้น จากนั้นกลับมาดูว่าเราเล่าเรื่องแบบไหนได้ดี ส่วนเรื่องเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยเล่าเรื่องที่ทำไม่ได้เมื่อ 10 ปีก่อน แต่วันนี้เราทำได้แล้ว ทั้งหมดนี้คือหลักการ ดังนั้น พวกเราจะจินตนาการเป็นอะไรก็ย่อมได้” เดลเล่าถึงดีเอ็นเอที่มีอยู่ในตัวนักจินตวิศวกรทุกคน

ดิสนีย์แลนด์, นักออกแบบเครื่องเล่น

Attraction please, attractions.

จากอดีตนักออกแบบการแสดงและโรงละคร ที่ต่อมามีโอกาสฝึกงานที่ Walt Disney Imagineer และเริ่มต้นงานที่นี้อย่างจริงจังเรื่อยมา เดลเล่าประสบการณ์จากโรงละครที่นำมาใช้กับงานออกแบบเครื่องเล่นให้ฟังว่า

“การทำงานในละครเวทีสอนวิชาบริหารจัดการพื้นที่บนเวทีให้มัดใจและสร้างความตราตรึงแก่ผู้ชมทั้งโรงละคร ผ่านการทำงานเป็นทีมของฝ่ายสร้างสรรค์และนักแสดง การออกแบบเครื่องเล่นก็เช่นกัน เพราะทั้งไม่เพียงบอกเล่าเรื่องผ่านประสบการณ์ ยังต้องการสร้างความทรงจำที่ตราตรึง”

และถ้าคุณถามเขา ถึงเป้าหมายของการออกแบบเครื่องเล่นแต่ละครั้ง คงไม่มีคำตอบใดอธิบายความตั้งใจที่จะถ่ายทอดเรื่องราวที่ดีของคาแรกเตอร์นั้นไปสู่ทุกคนอย่างครบถ้วน

เดลบอกเราว่าเขาภูมิใจแค่ไหนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความทรงจำจากการใช้เวลาร่วมกันของคนรักและครอบครัว ซึ่งตลอดการสนทนาระหว่างเรา เดลพูดซ้ำๆ ว่าตัวเขาโชคดีเพียงใดที่ได้ทำงานร่วมกับทีมเก่งๆ

ดิสนีย์แลนด์, นักออกแบบเครื่องเล่น

นอกจากความสนุกและประสบการณ์จากการได้มาทำงานที่ต่างเมือง ต่างถิ่น ต่างวัฒนธรรม เพื่อสร้างสรรค์เครื่องเล่นพิเศษ หนึ่งในงานที่เดลภูมิใจคือ การออกแบบ ‘Stitch Encounter’ ให้แก่โตเกียวดิสนีย์แลนด์เมื่อ 2015 ซึ่งเขาต้องอยู่ญี่ปุ่นร่วมเดือนเพื่อศึกษาตลาด ผู้ชม แคสติ้งตัวละคร ไปจนถึงทำงานร่วมกับทีมต่างๆ เพื่อให้เรื่องราวที่ต้องการสื่อพิเศษและสมบูรณ์แบบ

“การมาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ส่งผลต่อการทำงานออกแบบเครื่องเล่นอย่างไรบ้าง” เราถาม

“เรื่องสำคัญที่สุดของงานออกแบบเครื่องเล่นคือ การทำหน้าที่นักเล่าเรื่อง ระหว่างที่เล่นเครื่องเล่น คุณไม่ได้เห็นเทคโนโลยี แต่คุณเห็นเรื่องราวที่อยู่ในนั้น และเทคโนโลยีก็ทำให้เรื่องที่เราอยากเล่าชัดเจนขึ้น เช่น การสร้างเกมที่ทำให้เกิดการโต้ตอบระหว่างผู้เล่น (Interactive Game)” เดลตอบ ก่อนจะเสริมว่าเขาได้แรงบันดาลใจการออกแบบเครื่องเล่นมาจากเรื่องรอบๆ ตัว

ดิสนีย์แลนด์, นักออกแบบเครื่องเล่น

เช่น Ant-Man and The Wasp: Nano Battle! ที่เขาได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ที่ชอบดูตอนเด็กเรื่อง Honey, I Shrunk the Kids (1989) เรื่องของวัยรุ่นที่บังเอิญเข้าไปในโลกที่ทุกอย่างมีขนาดใหญ่ไปหมด ทำให้เดลอยากลองสร้างเครื่องเล่นที่ทำให้ผู้เล่นอยู่ในสถานการณ์ตัวเล็กลงเท่ามดดูบ้าง

 

The day after tomorrowland

Ant-Man and The Wasp: Nano Battle! เป็นเครื่องเล่นใหม่ล่าสุดจากการทำงานร่วมกันระหว่าง Hong Kong Disneyland, Walt Disney Imagineering และ Marvel Studio ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนการเตรียมพร้อมเพื่อเป็นศูนย์กลางมาร์เวลของเอเชีย

โดยเครื่องเล่นนี้จะพาเราย่อส่วนจนเล็กเท่ากับมดเพื่อปฏิบัติภารกิจสู้เคียงข้างแอนท์แมน และ เดอะวอสพ์ ด้วยการขับ The Dagger ยานลำใหม่ของหน่วยชีลด์ พร้อมอาวุธปืนล่าสุด EMP Blaster เพื่อสู้กับฝูงบอทของไฮดร้า

ดิสนีย์แลนด์, นักออกแบบเครื่องเล่น ดิสนีย์แลนด์, นักออกแบบเครื่องเล่น

ทั้งยังเป็นภาคต่อของเครื่องเล่น Iron Man Experience เครื่องเล่นสี่มิติที่จำลองการสู้รบระหว่างไอรอนแมนและกองกำลังไฮดร้า ด้วยภาพและเสียงเทคนิคพิเศษที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังบินอยู่จริงๆ ซึ่งหลังลองเล่นทั้งสองเครื่องเล่นแล้วรู้เลยว่าจะถูกใจแฟนๆ มาร์เวลอย่างแน่นอนเพราะไม่ต้องบินไกลถึงต่างทวีปก็สัมผัสฮีโร่ที่รักได้อย่างใกล้ชิด

ดิสนีย์แลนด์, นักออกแบบเครื่องเล่น

“เป็นครั้งแรกของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ที่เราใช้เครื่องเล่น 2 เครื่องเล่าเรื่องๆ เดียวกัน โดยเชื่อมกันไว้ด้วยภารกิจ ครึ่งเรื่องแรกอยู่ใน Iron Man Experience อีกครึ่งอยู่ใน Ant-Man and The Wasp: Nano Battle!” เดล บอกเราซ้ำๆ ถึงเหตุผลที่ไม่ควรพลาดเครื่องเล่นใหม่ของทูมอร์โรว์แลนด์ ซึ่งใครอยากจะเล่นเก็บให้ครบทั้งสองเครื่องเล่น รวมถึงเครื่องเล่นในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ภายใน 1 วัน เราแนะนำให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อวางแผนรอบเวลา

ในฐานะสื่อมวลชนจากประเทศไทยที่ได้เข้าชมชั้นใต้ดินของเครื่องเล่น Iron Man Experience นี้ เห็นเบื้องหลังของความสนุกที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังอยู่บนยานลำจริงก็ทึ่งมากๆ ดีใจที่ได้เห็นว่าเครื่องเล่นของส่วนสนุกระดับโลกนั้นทันสมัยและปลอดภัยไว้ใจได้แค่ไหน เพราะไม่เพียงเป็นเครื่องเล่นที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากๆ ด้วยการทดสอบเปิดซ้อมเครื่องเล่นกว่า 5,000 รอบก่อนให้บริการจริง และแม้ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์จะเปิดตัว Iron Man Experience มาตั้งแต่ 2017 แล้ว ก็ยังมีคนเข้าแถวรอเล่นอย่างหนาแน่นที่สุด

ดิสนีย์แลนด์, นักออกแบบเครื่องเล่น

 

จินตนาการสำคัญกว่าความรู้…สึก

“จนถึงวันนี้วิธีการทำงานออกแบบเครื่องเล่นเปลี่ยนไปจากอดีตยังไงบ้าง” เราถาม

เดลรีบตอบทันทีว่า วิธีการไม่เปลี่ยนโดยสิ้นเชิงอย่างที่ใครเข้าใจ แม้จะมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้เครื่องไปได้ไกลกว่าเดิม เพราะการสร้างโลกของมาร์เวลสตูดิโอที่ทำให้แฟนๆ รับรู้ถึงความสมจริงจากเรื่องราวของภาพยนตร์ที่ผูกต่อกับเป็นจักรวาลมาร์เวล

การสร้างเครื่องเล่นมาร์เวลจึงท้าทาย โดยเฉพาะการรักษาความรู้สึกร่วมนั้น ตัวอย่างความรู้สึกของการที่ตัวหดลงกลายเป็นมนุษย์มด เป็นโอกาสให้เดลและทีมงานได้พัฒนาเครื่องมือและค้นหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์คนเล่าเรื่องผ่านเครื่องเล่นอย่างพวกเขาต่อไป

ดิสนีย์แลนด์, นักออกแบบเครื่องเล่น

www.hongkongdisneyland.com

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

The Master

เรื่องราวเบื้องหลังความเชี่ยวชาญของคนทำงานระดับมืออาชีพ

แม่ริม เซรามิค สตูดิโอ คือ โรงงานเซรามิกในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่ผลิตกระเบื้องและถ้วยชามเซรามิกมามากกว่า 50 ปี และเคยต้อนรับบุคคลมีชื่อเสียงจำนวนมากที่เดินเข้าในโรงงานเพื่ออุดหนุนฝีไม้ลายมือของพวกเขา ตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ, Francis Ford Coppola (ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา) ผู้กำกับชื่อดังจากภาพยนตร์ The Godfather, ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช, ท่านมุ้ย-หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ พี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ และร่วมงานกับโปรเจกต์ใหญ่ๆ ของประเทศจำนวนมาก 

ผลงานทั้งหมดนี้ล้วนมาจากฝีมือช่างมือดีในโรงงานที่มีจำนวนเพียง 20 คน ซึ่งช่างหลายคนอยู่มาตั้งแต่โรงงานก่อตั้ง แม่ริม เซรามิค ตั้งใจว่าจะยังคงทำงานเซรามิกทุกชิ้นแบบแฮนด์เมด ทำให้โรงงานแห่งนี้ใช้เวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าโรงงานอื่นที่ใช้ระบบเครื่องจักร กระทั่ง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เคยเอ่ยปากแซวไว้ด้วยอารมณ์ขันว่า 

“โรงงานแห่งนี้ปิ้งเซรามิกทีละแผ่น ไม่ต่างอะไรกับการทำขนมปังปิ้ง”

แม่ริม เซรามิค โรงงานกระเบื้องแฮนด์เมดเชียงใหม่ที่มีลูกค้าเป็น ผกก. The Godfather

ในเมื่อทำงานได้ช้ากว่าคนอื่น และผลิตคราวละจำนวนมากๆ เท่าโรงงานที่ใช้ระบบเครื่องจักรไม่ได้ แล้วอะไรที่ทำให้ผลงานของ แม่ริม เซรามิค ถูกใจผู้คนมีชื่อเสียงจำนวนมาก เสน่ห์แบบไหนในชิ้นงานของพวกเขาที่ทำให้โรงงานแห่งนี้เคยทำงานให้กับโปรเจกต์ใหญ่ๆ ระดับประเทศ ได้ร่วมงานกับนักออกแบบรุ่นเก๋าและรุ่นใหม่ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน และยังเคยได้รับเกียรติจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ทรงใช้ที่นี่เป็นสถานที่สร้างสรรค์ผลงานเซรามิกของพระองค์หลายครั้ง โดยมี ประดิษฐ์ ศรีวิชัยนันท์ ผู้ก่อตั้งเป็นผู้คอยให้คำแนะนำ

แม่ริม เซรามิค โรงงานกระเบื้องแฮนด์เมดเชียงใหม่ที่มีลูกค้าเป็น ผกก. The Godfather

บัดนี้ประตูโรงงานเปิดออกแล้ว หม่าว-ดลใจ ศรีวิชัยนันท์ ทายาทรุ่นสองกำลังยืนยิ้มแป้นอย่างอารมณ์ดี เชื้อเชิญให้เราก้าวเข้าไปในโรงงานพร้อมฟังเรื่องราวของ แม่ริม เซรามิค สตูดิโอ

บนเส้นทางระหว่างตัวเมืองเชียงใหม่ไปหรือกลับอำเภอแม่ริมอยู่บ้าง เชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นตากับป้ายที่ปูพื้นหลังด้วยกระเบื้องสีขาว มีกระเบื้องเซรามิกแกะเป็นรูปตัวอักษรสีดำคำว่า ‘แม่ริม เซรามิค’ ป้ายนี้ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าโรงงาน ตั้งอยู่ที่แห่งนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2515 โดยประดิษฐ์ ศรีวิชัยนันท์ ศิลปินเซรามิกชื่อดังของประเทศ ผู้เคยเล่าเรียนศิลปะจากการเป็นศิษย์ของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร

“คุณพ่อเคยเรียนศิลปะกับอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่ศิลปากร รุ่นเดียวกับ อาจารย์อวบ สาณะเสน พอจบก็มีโอกาสทำงานกับกระทรวงอุตสาหกรรม ก่อนจะได้ทุนโคลัมโบ (Colombo Plan) เป็นทุนที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศญี่ปุ่นต้องชดใช้จากการพ่ายแพ้สงครามด้วยการให้ทุนการศึกษากับนักศึกษาในประเทศที่ตนเองไปบุกรุก ซึ่งเซ็นสัญญาที่กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เลยใช้เป็นชื่อทุน ส่วนคุณพ่อเดินทางไปเรียนเซรามิก ประเทศญี่ปุ่น พอกลับมาก็ใช้ความรู้ที่เรียนไปช่วยพัฒนาเทคนิคต่างๆ กับไทยศิลาดล” หม่าวเล่าเรื่องราวการเดินทางในชีวิตของพ่อ

“หลังจากทำงานที่ไทยศิลาดลอยู่พักหนึ่ง ตอนนั้นที่กรุงเทพฯ กำลังมีโปรเจกต์สร้างโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัลขึ้นมา ปัจจุบันกลายเป็นห้างพารากอนไปแล้ว ตอนนั้นโรงแรมมีสถาปนิกชาวอิตาลีเป็นผู้ออกแบบ เป็นอาคารทรง Low-rise ถือว่าทันสมัยมาก และเขาตั้งใจออกแบบรูปทรงหลังคาให้คล้ายคลึงกับหมวกของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทีนี้เขาพยายามหาคนที่จะทำกระเบื้องหลังคา ก็มีคนแนะนำชื่อคุณพ่อขึ้นมา ท่านเลยตัดสินใจออกจากไทยศิลาดลมาสร้างสตูดิโอของตัวเองที่แม่ริม โดยผลงานแรกของโรงงานคือ กระเบื้องหลังคาโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล”

แม่ริม เซรามิค จึงเกิดขึ้นมาโดยเลือกที่ตั้งบริเวณอำเภอแม่ริม เนื่องจากใกล้กับแหล่งดินดีที่นำมาใช้ทำงานเซรามิก และเลือกคนในท้องที่มาเป็นช่างในโรงงาน อยู่กันแบบพี่น้อง และยังคงทำงานกับโรงงานมาถึงวันนี้

นอกจากนั้นที่นี่ยังถือเป็นโรงงานแรกๆ ของประเทศที่นำภูมิปัญญาการทำกระเบื้องเซรามิกมาใช้กับงานออกแบบร่วมสมัย ซึ่งกลายเป็นจุดเด่นมาจนถึงปัจจุบัน

แม่ริม เซรามิค โรงงานกระเบื้องแฮนด์เมดเชียงใหม่ที่มีลูกค้าเป็น ผกก. The Godfather
แม่ริม เซรามิค โรงงานกระเบื้องแฮนด์เมดเชียงใหม่ที่มีลูกค้าเป็น ผกก. The Godfather
แม่ริม เซรามิค โรงงานกระเบื้องแฮนด์เมดเชียงใหม่ที่มีลูกค้าเป็น ผกก. The Godfather

“คุณพ่อได้รับอิทธิพลจากคำสอนของอาจารย์ศิลป์เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขยัน อ่านหนังสือให้เยอะ ซึ่งสิ่งที่พ่อได้มากที่สุดคือเรื่องรสนิยม ก่อนพ่อจะได้เรียนกับอาจารย์ศิลป์ก็เป็นแค่เด็กต่างจังหวัดธรรมดา แต่พอคลุกคลีอยู่กับอาจารย์ ทำให้ท่านได้รับรสนิยมต่างๆ ของอาจารย์ศิลป์มาด้วย คุณพ่อเป็นคนที่ชอบฟังเพลงคลาสสิก ก็เพราะอาจารย์ศิลป์เปิดฟังสมัยที่ท่านเรียนอยู่ ท่านเปิดหูเปิดตาเกี่ยวกับแนวคิดศิลปะต่างๆ ก็เพราะอาจารย์ศิลป์ ศิลปะเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาอยู่ตลอด แม่ริม เซรามิค จึงชอบทุกครั้งเวลาได้ทำงานกับนักออกแบบ ได้ร่วมพัฒนางานไปด้วยกัน”

จุดเด่นอย่างหนึ่งของแม่ริม เซรามิค คืองาน Custom Made หรืองานตามสั่ง เช่น การพัฒนารูปทรง สีของกระเบื้องต่างๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ และแม่ริม เซรามิค ก็ให้เกียรติลูกค้าด้วยการตั้งชื่อกระเบื้องตามชื่อลูกค้า

แต่ละชื่อสนุกมาก ขอยกตัวอย่างให้ฟัง เช่น กระเบื้องสีหม่อมดา เป็นสีกระเบื้องที่เกิดจากความต้องการของ หม่อมหลวงสุดาวดี เกรียงไกร นักออกแบบตกแต่งภายในชื่อดังของไทย กระเบื้องสีเขียวเชียงราย จากลูกค้าชาวเชียงรายคนแรกของโรงงาน กระเบื้องสีเหลืองมัณฑะเลย์ ของโรงแรมดาราเทวี เป็นชื่อเมืองที่โรงแรมนำมาใช้เป็นต้นแบบในการออกแบบ และสีดำฟรานซิส สีดำที่มาจากความต้องการของ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า (Francis Ford Coppola) ผู้กำกับหนังชื่อดังจากผลงาน The Godfather ที่กลายเป็นหนังอมตะขึ้นหิ้งของวงการภาพยนตร์โลก

แม่ริม เซรามิค โรงงานกระเบื้องแฮนด์เมดเชียงใหม่ที่มีลูกค้าเป็น ผกก. The Godfather
เบื้องหลังโรงงานกระเบื้องเซรามิกแฮนด์เมด จังหวัดเชียงใหม่ ที่เชื่อในคุณค่าการสร้างงานด้วยสัมผัสของมนุษย์

“ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า เป็นหนึ่งในลูกค้าที่เราประทับใจมาก ด้วยความที่เราเป็นแฟนหนังของเขา แกเดินทางมาที่โรงงานเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว เพื่อมาหากระเบื้องไปตกแต่งภายในโรงแรมที่กำลังสร้าง แต่ใครจะคิดใช่มั้ยว่า จู่ๆ ผู้กำกับในดวงใจจะเดินเข้ามาในโรงงานของเรา วันนั้นเขาใส่ผ้าขาวม้ามาด้วย พอเห็นหน้าปุ๊บ เราเข้าไปทักอย่างสนิท นึกว่าเพื่อนมาหา เพราะคุ้นหน้าเขามาก ด้วยความที่เรามีเพื่อนเยอะ ก็คิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนของเพื่อนก็ได้มั้งถึงได้คุ้นหน้า ก็ทักเขาอย่างสนิทเลย ภรรยาเขาหันมาถามเรา นี่รู้จักกันเหรอ เราก็ตอบเต็มปากเต็มคำเลยว่า Yes! 

“แต่ฟรานซิสบอก No!” หม่าวหยุดหัวเราะอย่างสนุกสนาน “ตอนนั้นเราก็ยังคิดนะ เพื่อนจำเราไม่ได้หรือเปล่าวะ เพราะเราคุ้นหน้าเขามาก จนกระทั่งคุยเรื่องสีกระเบื้องกันเสร็จ เขากลับไป บอกว่าจะส่งอีเมลกลับมาคุยรายละเอียดกันต่อ ทีนี้แหละพออ่านถึงท้ายอีเมลเขาลงชื่อไว้ว่า F.F. Coppola เราหงายหลังตกเก้าอี้ลงไปนั่งกับพื้นเลย อายมาาาาาาาก” เธอลากเสียงยาวเน้นคำ “ใครจะไปนึกไปฝันว่าเขาจะมาโผล่ที่โรงงานเรา ก็ว่าหน้าคุ้น นึกแล้วก็โคตรอายเลย” 

นี่จึงเป็นที่มาของกระเบื้องสีดำฟรานซิสที่แสดงอยู่ท่ามกลางกระเบื้องสีอื่นๆ ในส่วนห้องแสดงผลงาน

เบื้องหลังโรงงานกระเบื้องเซรามิกแฮนด์เมด จังหวัดเชียงใหม่ ที่เชื่อในคุณค่าการสร้างงานด้วยสัมผัสของมนุษย์
เบื้องหลังโรงงานกระเบื้องเซรามิกแฮนด์เมด จังหวัดเชียงใหม่ ที่เชื่อในคุณค่าการสร้างงานด้วยสัมผัสของมนุษย์

“ตอนนั้นที่คุณฟรานซิสมาไทย เขาไม่ได้สั่งแค่กระเบื้องเซรามิกจากเรา แต่ยังสั่งทำตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าเพื่อเอากลับไปไว้ใช้ที่โรงแรมด้วย ทีนี้เราก็ลุ้นกันฉิบหายเลย ใครจะพัฒนาได้เสร็จก่อนกัน ถ้าเราทำเสร็จช้ากว่าการพัฒนาตุ๊กตุ๊กไฟฟ้านี้ฉิบหายแน่ๆ ” หม่าวหัวเราะสนุก “แต่สุดท้ายเราก็ทำเสร็จเร็วกว่านะคะ รอดตัวไป” เธอหัวเราะอย่างร่าเริง

พวกเขาตั้งใจไว้ว่าจะทำงานของพวกเขาแบบแฮนด์เมด โดยไม่ใช้เครื่องจักร และด้วยจำนวนช่างฝีมือดีที่มีเพียง 20 คนเท่านั้น จึงเป็นเหตุผลให้งานของพวกเขาค่อนข้างช้ากว่าโรงงานที่ผลิตด้วยระบบอุตสาหกรรม

“เรามองว่านี่เป็นเอกลักษณ์ที่เราตั้งใจเก็บไว้ แม้ปัจจุบันจะมีเครื่องมาช่วยทุ่นแรง แต่เราก็จะยังเก็บขั้นตอนการตกแต่งที่ทำด้วยมือของช่างเอาไว้ เพราะการที่เราแต่งงานเซรามิกด้วยมือ มันมีน้ำหนัก มีสัมผัสของความเป็นมนุษย์ มันคือ Human Touch ไม่เหมือนงานที่ตัดออกมาด้วยเครื่องจักร ซึ่งแน่นอนว่าเร็วกว่าคนทำเยอะมาก งานก็ออกมาเนี้ยบทุกชิ้นเหมือนกันเป๊ะๆ แต่เรามองว่ามันขาดเสน่ห์ความเป็นมนุษย์ในชิ้นงานไป

“มีครั้งหนึ่งคนอิตาลีมาที่โรงงาน เขาเห็นโอ่ง แล้วถามเราว่าอยากได้โอ่งแบบนี้สักสองร้อยห้าสิบใบ ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ เราก็หัวเราะ บอกเขารอเดี๋ยวนะ ไปหยิบเครื่องคิดเลขแป๊บ โอเค สองร้อยห้าสิบใบ ใช้เวลาทั้งหมดสี่ปีกับอีกสามสิบเอ็ดวัน เขาตกใจ บอกกลับมา What kind of business is this!? (นี่เธอทำธุรกิจแบบไหนกันเนี่ย) 

แม่ริม เซรามิค โรงงานกระเบื้องแฮนด์เมดเชียงใหม่ที่มีลูกค้าเป็น ผกก. The Godfather
แม่ริม เซรามิค โรงงานกระเบื้องแฮนด์เมดเชียงใหม่ที่มีลูกค้าเป็น ผกก. The Godfather

“เราบอกกึ่งหัวเราะกลับไปว่า ‘นี่แหละ ธุรกิจแบบของฉัน’ แม่ริม เซรามิค ตั้งใจจะทำงานแฮนด์เมดตลอดไป เพราะมันคือกระเบื้องแฮนด์เมด เป็นกระเบื้องที่ทำกันแบบสตูดิโอ เราเชื่อว่ามีคนที่ชื่นชอบงานแบบนี้อยู่ เรามีตลาดของเรา โอ่งนั้นเราก็ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อจะขายแค่ใบเดียว เหมือนงานศิลปะ เราไม่ต้องการจะขายเยอะตั้งแต่แรก

“เราเชื่อว่ากระเบื้องหรืองานเซรามิกที่มีสัมผัสของความเป็นมนุษย์ มันอาจจะไม่เนี้ยบ แต่ก็มีเสน่ห์ของงานฝีมือ ของสิ่งที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์ กระเบื้องแต่ละแผ่นมีเรื่องราว สมมติว่ากระเบื้องแผ่นนั้นทำตอนที่พี่คนหนึ่งกำลังชุบสี เวลาทำงานแกชอบเล่าเรื่องสามีไปด้วย ไม่ก็เรื่องละครที่ดูเมื่อคืน เวลาชุบสีจะมีน้ำหนักมืออยู่ ถ้าถึงช่วงเล่าเรื่องที่เข้มข้นมากๆ แกก็จะเค้นหนักมือหน่อย แต่ที่อื่นที่ใช้สเปรย์ ใช้เครื่องจักร มันจะไม่มีอารมณ์ตรงนี้ 

“เรามองว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้นมันคือเสน่ห์ ที่กระเบื้องแต่ละแผ่น ถ้วยชามเซรามิกแต่ละใบไม่เหมือนกัน มันไม่สมบูรณ์หรอก เพราะมีส่วนเสี้ยวของความเป็นมนุษย์ของผู้ที่ทำอยู่ในงานแต่ละชิ้น เราตั้งใจเก็บตรงนี้ไว้

“เพราะฉะนั้น เวลาที่เราจะรับงาน เราต้องถามพี่ช่างที่ทำในโรงงานก่อนว่า เขาทำให้เสร็จได้เมื่อไหร่ พ่อของเราสนิทกับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มาก ตอนท่านย้ายมาอยู่เชียงใหม่ก็สั่งกระเบื้องจากเราไปใช้เยอะมาก ท่านก็เคยแซวความช้าของกระเบื้องเราเอาไว้ว่า เป็นกระเบื้องปิ้งทีละแผ่น” หม่าวหัวเราะให้กับวันวาน

“พอต้องใช้เวลาในการทำตามออเดอร์ต่างๆ เราเลยไม่มีสต็อก ไม่เคยเปิดตลาดอะไรกับเขา เพราะมีออเดอร์เข้ามาตลอด เราไม่มีเวลาไปทำอะไรแบบนั้นจริงๆ เราโชคดีที่เจอลูกค้าที่เข้าใจ เขารู้ว่างานแฮนด์เมดมันมีคุณค่ากับการรองานจากฝีมือของคนทำ หลายคนตั้งใจมากที่จะได้งานจากโรงงานของเรา ซึ่งคุณพ่อสอนเราเสมอว่า ไม่ว่าลูกค้าจะรายใหญ่หรือรายเล็ก เราก็ต้องดูแลเขาให้เท่ากัน บางคนเขาเก็บตังค์แทบตายเพื่อซื้อกระเบื้องเราไปไว้ที่บ้าน 

“บางคนมาวางมัดจำ เขามีสมุดบัญชีตั้งหกเจ็ดเล่มเพื่อไปถอนเงินมาใช้เป็นค่าจ้างเรา ต่อให้เขาขอให้เราทำแค่หนึ่งตารางเมตร เราก็ทำให้ เพราะลูกค้ามีความตั้งใจ มีความต้องการงานของเราจริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าน่ารัก เขารอได้ พอได้ชิ้นงานกลับไปก็ดีใจกับกระเบื้องที่ได้ สงสัยเพราะรอนานจนได้สักที” เธอหัวเราะสนุก “ล้อเล่นนะคะ”

กระเบื้องของแม่ริม เซรามิค เป็นงานแฮนด์เมดที่ทำอย่างประณีตทุกแผ่น และผ่านมือช่างฝีมือที่มีประสบการณ์มานานตั้งแต่โรงงานเปิด นับแล้วก็เป็นเวลามากกว่า 50 ปี เมื่อเทียบราคากับคุณภาพที่ได้รับก็ถือว่าไม่สูงเลย โดยจะคิดสีปกติตารางเมตรละ 950 บาท สีพิเศษตารางเมตรละ 1,000 กว่าบาทเท่านั้นเอง

อีกเอกลักษณ์หนึ่งของแม่ริม เซรามิค ก็คือเรื่องของสีกระเบื้องที่ไม่เท่ากัน

เบื้องหลังโรงงานกระเบื้องเซรามิกแฮนด์เมด จังหวัดเชียงใหม่ ที่เชื่อในคุณค่าการสร้างงานด้วยสัมผัสของมนุษย์

“อันนี้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนที่มาหาเรา เขาจะเข้าใจธรรมชาติของโรงงานเรา ว่ามันเป็นกระเบื้องแฮนด์เมด มันไม่เนี้ยบนะ และสีมันจะไม่เหมือนกันเป๊ะ ซึ่งเกิดจากตำแหน่งวางกระเบื้องในเตา อันที่แก่ไฟโดนไฟเยอะ ก็จะออกมาคนละสีกับที่โดนไฟน้อยกว่า กระเบื้องของเราจึงต้องวางแบบคละสี ไม่ได้เหมือนกันหมด ซึ่งเรามองว่าเป็นเสน่ห์ มีความเป็นธรรมชาติบางอย่าง แต่บางคนที่ไม่เข้าใจเขาก็จะบอกว่าห่วย ซึ่งเราก็จะเอากระเบื้องของเราคืนมา สุดท้ายพอมีคนทราบข่าว แป๊บเดียวก็มีคนมาซื้อต่อแล้ว เราถึงบอกว่า เรารู้สึกโชคดีเสมอมาที่มีลูกค้าที่เข้าใจงานของเรา”

ปัจจุบันโรงงานแม่ริม เซรามิค ดูแลบริหารโดยทายาทรุ่นที่ 2 สองพี่น้อง หม่าว และ หมึก-กิติกร ศรีวิชัยนันท์ ศิลปินเซรามิก อาจารย์คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เป็นพี่ชาย

ทั้งคู่เลือกเรียนศิลปะที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยความตั้งใจจะกลับมาทำแม่ริม เซรามิค ต่อ โดยหมึกได้ทุนไปศึกษาด้านเซรามิกที่อิตาลี ส่วนหม่าวเรียนต่อด้านบริหารการออกแบบจากประเทศอังกฤษ

“ด้วยความที่เราสามคน พ่อและลูกๆ จบกันมาคนละแนวเลย เวลาคุยงานกันก็จะไปคนละแนว พี่ชายก็อีกแนว พ่อก็อีกแนว ส่วนเราคอยวิจารณ์ทั้งคู่ เพราะเราเรียนการบริหารการออกแบบมา สุดท้ายพ่อชนะ” หม่าวหัวเราะแซวคุณพ่อ “ล้อเล่นนะคะ จริงๆ มันทำให้งานออกแบบของเรามีความหลากหลายและสมดุลมากขึ้น เพราะเรามีหลายมุมมอง

“เวลาออกแบบงาน แม่ริม เซรามิค ไม่ใช่คนที่บ้าตามเทรนด์จนเกินไป ไม่ใช่ว่าเราไม่ยอมรับ เรารู้ว่าตอนนี้คนชอบอะไร ประมาณไหน แต่เราออกแบบอะไรที่ตอบรับกับความทันสมัยจ๋าไม่ได้ กระเบื้องเป็นอะไรที่ติดอยู่กับผนังบ้านหรืออาคารไปอีกนาน ทาสีทับไม่ได้ง่ายๆ จะเปลี่ยนทีก็เรื่องใหญ่ เราจึงพยายามทำอะไรที่ออกมาแล้วคลาสสิก มีความร่วมสมัย กระเบื้องบางแบบเราทำตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ จนตอนนี้รุ่นลูกมาเห็นก็ยังรู้สึกชอบอยู่เลย

“เราต้องการให้มันยืนยาวอยู่เหนือกาลเวลา การออกแบบที่คลาสสิกขนาดนั้นจะต้องดูไม่แรงเกินไป ต้องมีความอบอุ่น ไม่ว่าจะลักษณะของสีหรือรูปทรงตัวกระเบื้อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะคนที่อยู่ในโรงงานด้วย กระเบื้องของเราเลยมีสัมผัสของความเป็นมนุษย์ที่อบอุ่นอยู่ ดังนั้น เราเลยไม่เคยทำแคตตาล็อกกระเบื้องเลย เรารู้สึกว่าการมองกระเบื้องจากภาพ ไม่เท่ากับการที่เราส่งตัวอย่างกระเบื้องของจริงไปให้เขาสัมผัส ให้เขาเห็นด้วยตาจริงๆ

“คำที่บอกว่างานชิ้นนี้มีจิตวิญญาณ อาจดูเป็นคำที่ศิลปินมากๆ ดูเข้าใจยาก เข้าไม่ถึง แต่สำหรับกระเบื้องเซรามิก มันเป็นชิ้นงานที่อยู่ในบ้าน อยู่ใกล้ชิดกับตัวเรา และอยู่กับเราไปอีกนาน เราเชื่อว่าลูกค้าที่เห็นงานของแม่ริม เซรามิค ถ้าได้ลองสัมผัส เขาจะเข้าใจในสิ่งที่เราพยายามทำ พยายามรักษาไว้ และความเป็นมนุษย์ในชิ้นงานมีคุณค่าของมันอยู่จริงๆ เราเชื่อว่าใครที่มาเห็นงานที่โรงงานก็จะรับรู้สิ่งนั้นได้เช่นกัน” เธอพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เบื้องหลังโรงงานกระเบื้องเซรามิกแฮนด์เมด จังหวัดเชียงใหม่ ที่เชื่อในคุณค่าการสร้างงานด้วยสัมผัสของมนุษย์

ผู้ที่สนใจดูงานใน แม่ริม เซรามิค สตูดิโอ โรงงานเปิดทำการตั้งแต่ 09.00 – 17.00 น. (หยุดทุกวันอาทิตย์) 

โดยติดต่อนัดหมายล่วงหน้าที่เบอร์โทรศัพท์ 08 1993 9035 

สำหรับผู้ที่ชอบการ Mix & Match จับคู่กระเบื้องให้ไม่เหมือนใคร ที่แม่ริม เซรามิค สตูดิโอ มีกองกระเบื้องเซรามิกที่ไม่ผ่านเกณฑ์และถูกคัดออกอยู่มาก จึงยินดีให้เข้ามาเลือกซื้อได้ในราคาไม่แพง เพื่อไม่ให้งานที่พวกเขาทำต้องถูกทิ้ง อีกอย่างช่วยลดทรัพยากร และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการตกแต่งบ้านแบบ Zero Waste ด้วยนะ

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

A.W.Y

ช่างภาพจากเชียงใหม่ที่ชอบของโบราณ ยุค 1900 - 1990

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load