สนามหญ้ากว้างสีเขียวขจีอาบด้วยแสงแดดยามเช้า เจ้าเหมียว 3 ขาชื่อจิงโจ้นอนอาบแดดอยู่ใต้แคร่ไม้ ผู้คนสวมชุดพื้นถิ่นจับเข่าคุยกันอยู่ตรงโต๊ะริมสนามและหันมาทักทายผู้มาเยือนอย่างเป็นมิตร 

คาเฟ่ บ้านไม้ผสมปูน ซุ้มที่แอบอยู่ใต้ร่มไม้ เครื่องเล่นจากดินในสนามหญ้า สถาปัตยกรรมธรรมชาติ ล้วนมอบความรู้สึกอบอุ่นไม่ต่างกับแดดที่อาบบนพุงของเจ้าจิงโจ้ สถานที่ตรงหน้า คือ ‘Din Cafe’ ร้านกาแฟในบ้านดินของ รุ้ง-ปรางทอง เตียงเกตุ อดีตเภสัชกรที่ฝันอยากมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง และ มิ้น-จุลดิศ สิทธิบรรเจิด สามีผู้เป็นสถาปนิกซึ่งวันนี้รับหน้าที่ดูแลเด็กหญิงตัวเล็ก ระหว่างที่รุ้งปลีกตัวมานั่งคุยกับเราใต้ถุนบ้านของพวกเขา

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

“ความจริงเรามีบ้านในซอยข้างหลังที่อยู่กับพ่อแม่ ตอนนั้นกำลังหาพื้นที่แต่งงาน เลยขับจักรยานมาแถวนี้ เห็นว่าเขาเปิดให้เช่า ตอนแรกกะใช้เป็นสถานที่แต่งงานอย่างเดียว แต่คิดดูแล้วเรายังไม่มีเรือนหอเลย อีกอย่างเราไม่มีเงินเยอะขนาดจะซื้อบ้าน ก็เลยสร้างบ้านขึ้นมาเอง สามีกับคุณพ่อเราเป็นสถาปนิกอยู่แล้ว” รุ้งเล่าให้เราฟัง ก่อนชวนเราทำความรู้จักกับพ่อของเธอ นอกจากจะเป็นคุณตาของหลานสาวแล้ว เดชา เตียงเกตุ ยังเป็นสถาปนิกท้องถิ่นที่สนใจงานไม้ไผ่ ผู้บุกเบิกสถาปัตยกรรมไม้ไผ่ และมีผลงานชิ้นเอกคืออาคารเรียนไม้ไผ่ที่โรงเรียนปัญญาเด่น

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

“คุณพ่อเรียนจบประวัติศาสตร์ที่ธรรมศาสตร์ พอจบได้ไม่นาน ก็เป็นครูสอนพระอยู่แม่แจ่มสามสิบปี แล้วเขาก็ซึมซับงานสล่าของชาวบ้าน อยู่ที่นู่นเขาสร้างบ้านเองด้วย เก็บประสบการณ์มาเรื่อยๆ จนตอนนี้เหมือนสถาปนิกไปแล้ว”

รุ้งเองก็เกิดและเติบโตที่แม่แจ่ม ก่อนเข้ามาเรียนในเมือง ครอบครัวของเธอย้ายตามมาอยู่ด้วยในซอยใกล้ๆ จนกระทั่งขยับขยายมายังพื้นที่ตรงนี้ ที่นี่เคยเป็นสวนลำไย ก่อนพายุจะโหมกระหน่ำแล้วพัดเอาต้นไม้ล้มราบเป็นหน้ากลอง หลังจากเป็นพื้นที่โล่งกว้างได้ไม่นาน เรือนหอหลังใหญ่ก็เข้ายึดพื้นที่ของสนามหญ้าด้านซ้ายไปทั้งแถบ 

พ่อตาและลูกเขยสถาปนิกใช้เวลาเพียง 2 เดือนเศษๆ เนรมิตรเรือนหอที่จวนเจียนจะเสร็จสมบูรณ์ ด้านบนทำจากไม้เก่าที่แม่ของเจ้าสาวให้มา ด้านล่างฉาบผนังด้วยปูน ใต้ถุนมีห้องครัวเล็กๆ และห้องนั่งเล่นรับลมธรรมชาติ 

บ้านพ่วงเรือนหอหลังนี้เป็นบ้านที่รุ้งบอกว่า “โบราณ แต่ไม่คร่ำครึ” 

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่
Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

พวกเขาอาศัยอยู่ในห้องชั้นล่าง ส่วนข้างบนอาคารไม้เป็นที่ตั้งของสตูดิโอสถาปนิกของมิ้น

ประตูรั้วบ้านที่ไม่เคยปิด ทำให้มีคนแวะเวียนมาหาบ่อยๆ มีจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิดคิดว่าที่นี่เป็นร้านกาแฟบ้าง เป็นที่พักบ้าง ทำให้รุ้งหวนกลับมามองพื้นที่บ้าน และนึกถึงภาพวาดร้านกาแฟในสมุดบันทึกเล่มเก่าของเธอ 

หลังจากเรียนจบคณะเภสัชศาสตร์ รุ้งทำงานดูแลคนไข้บนหอผู้ป่วยในโรงพยายาบาล เธอเปลี่ยนมาเป็นเภสัชกรจ่ายยาในร้านอย่างเต็มตัวในภายหลัง ก่อนค้นพบว่าการจ่ายยาออกไป โดยที่ยังเชื่อในการเยียวยาด้วยธรรมชาตินั้นขัดกับความรู้สึกของเธอไม่น้อย รุ้งจึงหันหลังให้กับเส้นทางนี้ แล้วกลับมาทบทวนถึงร้านกาแฟในฝันของเธอ

“ตั้งแต่เริ่มดื่มกาแฟเราก็ชอบมาตลอด หาความรู้เรื่องกาแฟไปเรื่อยๆ สมัยเรียนก็เคยฝึกงานในร้านกาแฟ เพราะคิดว่าสักวันอยากมีร้านเป็นของตัวเอง ตอนทำงานก็ฝันตลอดว่าร้านกาแฟของเราจะเป็นยังไง เวลาว่างก็จะหาสมุดมานั่งวาดว่าร้านของเราจะมีเมนูอะไรบ้าง อยากเปิดมาตลอด สุดท้ายก็เลยลาออกมาเปิดจริงๆ” เธอเล่าความจริง

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

ถัดจากบ้านของพวกเขาคืออาคารไม้ไผ่ยกสูงฝีมือของคุณพ่อ ด้านล่างใต้ถุนยังว่าง เมื่อเห็นอย่างนั้น มิ้นจึงลงมือออกแบบเป็นร้านกาแฟอย่างที่รุ้งฝันไว้  เขาหยิบนู่น ผสมนี่ โปะผนังด้านในด้วยดินเหนียวสีอ่อน ด้านนอกใช้ไม้เก่าสีเข้ม มีไม้ไผ่แซมอยู่ตรงนั้น ตรงนี้บ้าง รุ้งแอบกระซิบว่า ร้านกาแฟตรงหน้ามีขนาดใหญ่กว่าที่เธอเคยคิดไว้มาก

“บางคนบอกสไตล์บาหลี บางคนบอกมินิมอล แต่ไม่ใช่เลย เราว่าคงเป็นแนวธรรมชาติ เขา (มิ้น) ชอบวัสดุธรรมชาติ ทั้งดิน ทั้งไม้ไผ่ เราเลยให้ Din Cafe เป็นอาคารทดลอง เพราะเขาก็อยากลองเทคนิคนั้น เทคนิคนี้ 

“เลยออกมาเป็นผนังดิน ปูนซีเมนต์ ไม้ไผ่และไม้เก่ามาผสมกัน บางอย่างก็เพิ่งเคยทำครั้งแรก บางอย่างก็เคยทำแล้วแต่อยากลองทำอีก มีหลากหลายวัสดุที่ทำให้เขาได้ฝึก เป็นสนามให้ลองก่อนจะไปรับเหมาทำบ้านให้คนอื่น

“ช่วงนั้นเขาชอบงานดินและงาน Rammed Earth คุณพ่อก็เริ่มทำงานก่อสร้างจากกำแพงดิน เราคิดว่าถ้าอยากเริ่มอะไรที่เป็นของเราสักอย่าง ก็อยากเริ่มจากดินเหมือนกัน เลยออกมาเป็น Din Cafe” เธอบอกกับเรา

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่
Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

รุ้งพาเมล็ดกาแฟจากแม่แจ่มบ้านเกิดมาคั่วเอง เพราะอยากอุดหนุนคนปลูกกาแฟที่บ้านเกิด 

แถมมีชื่อเมนูน่ารักๆ เข้ากับคาเฟ่บ้านดิน อย่าง

โคลน-เดอร์ตีที่รุ้งบอกกับเราว่าสีเหมือนกับโคลน

ดินจี่-กาแฟโคลด์บรูกับน้ำลิ้นจี่ ในแก้ว ‘ดินจี่’ ที่หมายถึงอิฐ

เทอราคอตตา (เครื่องดินเผา)-เอสเปรสโซช็อตที่มีน้ำส้มสดชื่น 

ปูน-พายเลมอนครีมนุ่มๆ 

นอกจากกาแฟที่เธอชื่นชอบ รุ้งยังทำเบเกอรี่ในครัวเล็กๆ ใต้ถุนบ้าน และชวนน้องชายที่เพิ่งเรียนจบด้านอาหารหมาดๆ มาเป็นพ่อครัว เธอว่าน้องเป็นคนชอบสังสรรค์ เลยถือโอกาสเปิดร้านเบียร์คราฟต์เล็กๆ ชื่อ ‘The Groundhog’ ในสวนหลังบ้าน แม้จะเป็นเวลาราวๆ 10 โมงเช้า แต่ก็พอจินตนาการได้ว่าบรรยากาศยามค่ำจะคึกคักขนาดไหน

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

เราลัดเลาะริมสนาม ผ่านเจ้าจิงโจ้ที่ยังคงนอนแอ้งแม้งอยู่บนแคร่ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน จนมาหยุดอยู่หน้าซุ้มไม้ที่เต็มไปด้วยงานคราฟต์และผ้าทอแบบล้านนาฝีมือแม่ ภายหลังเราถึงรู้ว่ารุ้งกำลังพูดถึง นุสรา เตียงเกตุ ปราชญ์ด้านผ้าผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการผ้าทอแห่งบ้านไร่ใจสุข ซึ่งชวนให้คนแม่แจ่มกลับมาทอผ้าเลี้ยงชีพอีกครั้ง

“คุณแม่จบสังคมสงเคราะห์ มาทำเรื่องผ้าที่แม่แจ่ม มันเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเหลือชาวบ้าน เพราะผู้หญิงเมื่อก่อนอยู่บ้านโดยไม่มีรายได้ เมื่อก่อนทอผ้าทุกบ้านเลย แต่เขาทอผ้าแค่ใส่ไปวัด หลังจากแม่เข้าไปฟื้นฟูก็กลับมาทอกันเยอะเลย ทอหนึ่งผืนใช้เวลา ใช้ฝีมือเยอะ แต่เขาได้อยู่บ้าน ทำงานที่บ้าน ทำเมื่อไหร่ก็ทำได้” ลูกสาวเล่าถึงคุณแม่

ผ้าทอพื้นเมืองผืนสวยๆ แขวนอยู่บนราวไม้ และชุดของรุ้งวันนี้ก็เป็นผ้าทอแบบพื้นเมืองเชียงใหม่

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่
Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

รุ้งเดินไปนั่งที่กี่ทอผ้าและสาธิตให้เราดู หลังจากทำบ้านเป็นคาเฟ่ ที่นี่ก็เป็นห้องรับแขกของคุณแม่อยู่บ่อยๆ Din Cafe จึงไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่เป็นหนึ่งในสถานที่พบปะ และผู้มาเยือนก็สบายใจที่จะมาทำกิจกรรมร่วมกัน

“บางครั้งบ้านไร่ใจสุขรองรับคนไม่พอ แม่ก็มาใช้สถานที่นี้บ้าง บางทีมีเพื่อนๆ อยากจัดเวิร์กช็อป เราก็เปิดพื้นที่ให้ทำ มีคนเคยมาสอนทำ Eco printing​ ผ้ามัดย้อม ปลูกผัก ปลูกต้นไม้” เธอพูดถึงพื้นที่สารพัดประโยชน์

แม้รุ้งเอ่ยปากกับเราว่า เธอไม่อยากสร้างอะไรในพื้นที่ตรงนี้อีกแล้ว เพราะกลัวแออัดเกินไป แต่ระหว่างที่เรากำลังนั่งคุยอยู่นี้ ก็มีเสียงตอกไม้ เสียงเจียเหล็ก ดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะ เธอพูดติดตลกพร้อมรอยยิ้มว่า

“ที่นี่สร้างไม่เคยเสร็จ” และคงเป็นพื้นที่ให้มิ้น พ่อ และเหล่าเพื่อนสถาปนิกทดลองสร้างนู่น สร้างนี่ ไปเรื่อยๆ

เราเดินกลับมานั่งตรงที่เจ้าจิงโจ้เคยนอนอยู่ ตอนนี้มันลุกขึ้นมาเลียขนอย่างสบายใจ ข้างหน้าเป็นสนามเด็กเล่นที่มีทั้งกระดานลื่น ชิงช้าไม้ และสิ่งก่อสร้างจากดินเหนียวโค้งมน เดาว่าคงถูกตาต้องใจเด็กตัวจิ๋วเป็นแน่

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

“เราเห็นว่าเด็กมาเยอะ ก็เลยค่อยๆ สร้างชิงช้า สร้างสนามเด็กเล่น เด็กๆ ก็ชอบ ทั้งที่มันดูธรรมดามากเลย เราคุยกับพ่อว่าเด็กๆ ต้องออกมาเจอแดด ได้วิ่งเล่น ได้เสียเหงื่อบ้างถึงจะดี แล้วผู้ปกครองก็ชอบที่นี่ สมมติเขานั่งดื่มกาแฟตรงนี้ ก็จะมองเห็นลูกวิ่งเล่นหรือจะเดินไปหาก็ได้ ไม่อันตราย” เธอพูดถึงส่วนสุดท้ายที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของที่ดินผืนนี้

รุ้งบอกกับเราว่าเธอชอบความรู้สึกตอนที่ตื่นมาแล้วได้กลิ่นกาแฟจากดินคาเฟ่ที่อยู่ในบริเวณบ้าน ส่วนมิ้นก็ยังสนุกกับการทดลองใช้วัสดุก่อสร้างใหม่ๆ น้องชายกำลังสนุกกับการทำบาร์เล็กๆ ในสวนหลังบ้าน คุณยายมีพื้นที่ให้คุยเรื่องผ้ากับเพื่อนๆ ส่วนคุณตาก็มีพื้นที่ให้ได้หยิบจับไม้ไผ่มาทำนั่น ทำนี่ ส่วนเจ้าจิงโจ้ยึดแคร่ไม้หน้าบ้าน 

คาเฟ่เป็นมุมที่รุ้งชอบ สมาชิกในครอบครัวต่างพากันจับจองพื้นที่ของตัวเอง อีกไม่นานนัก เด็กหญิงในอ้อมอกของคุณตาคงวิ่งเตาะแตะ และเลือกมุมโปรดเป็นสนามเด็กเล่นจากดินเหนียวที่คุณพ่อทำไว้ให้เช่นเดียวกัน

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

Din Cafe (ดิน คาเฟ่)

ที่อยู่ : 1269 ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 50230 (แผนที่)

เปิดวันจันทร์-วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันพุธ) เวลา 8.30 – 17.30 น.

โทรศัพท์ : 08 8269 2580

Facebook : Din Cafe

Writer

Avatar

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เราเดินทางมาถึง ‘The Wall KhonKaen Family Space’ ก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย เพื่อเดินสำรวจหมู่บ้านขนาดย่อมกลางเมืองขอนแก่น มีผู้คนหลากวัยตั้งแต่เด็กจิ๋วยันผู้ใหญ่เดินกันขวักไขว่ มีร้านรวงหลายประเภท มีพื้นที่ให้นั่งหย่อนใจรับลมสบาย ๆ ก่อนสองเท้าจะเดินมาหยุดหน้าพิพิธภัณฑ์พระธรรมขันธ์โอสถ ที่ร้อยเรียงเรื่องราวจากพระธรรมขันธ์โอสถ สู่ The Wall KhonKaen Family Space 

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

เป็นโอกาสดีที่เรานั่งสนทนากับ เอิร์ธ-วชิระ ตราชู ผู้ก่อตั้งโครงการแห่งนี้ พ่วงตำแหน่งทายาทรุ่นสี่กิจการยาแผนโบราณ ถึงการเดินทางของ The Wall พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับทุกคนในครอบครัว โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อสร้างความสุขให้ผู้มาเยือน การเดินทางของเอิร์ธครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทว่าขวากหนามก็หาใช่อุปสรรค แต่กลับเป็นบทเรียนให้เขาและสถานที่ตรงหน้าเรียนรู้และเติบโต

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

เท้าความสักนิด ธุรกิจพระธรรมขันธ์โอสถเริ่มต้นในรุ่นทวดที่เดินทางพร้อมเสื่อผืนหมอนใบจากประเทศจีน จนทายาทรุ่นสอง (ปู่โบ ตราชู) ได้รับตำรายาจากพระธุดงค์ ท่านเป็นคนชอบทดลองและศึกษา จึงมุ่งเน้นศึกษาสมุนไพรจนสอบแพทย์แผนโบราณได้ สู่การตั้งห้างขายยาพระธรรมขันธ์โอสถ แรกเริ่มทำเลเดิมอยู่โกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม และย้ายกิจการมาจังหวัดขอนแก่น, สมัยก่อนคนละแวกนี้เรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า พระธรรมขันธ์ทุ่งนา ซึ่งกิจการของครอบครัวดำเนินไปด้วยดี ตีตลาดด้วยการเร่ฉายหนังขายยา เป็นที่รู้จักในหลายประเทศ จากโรงงานผลิตยาแผนโบราณ พัฒนาต่อยอดสู่โรงพิมพ์พระธรรมขันธ์ (เพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์เอง) ที่ยังดำเนินสายพานการผลิตจวบจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 85 ปี 

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

“ถ้า The Wall คือการเดินทาง ภาพที่พวกเราเห็นทุกวันนี้เป็นภาพที่เสร็จแล้ว แต่ว่าเรื่องราวความงามมันอยู่ระหว่างทาง เราผ่านอะไรมาเยอะครับ ส่วนหนึ่งธุรกิจยาแผนโบราณก็ดี ธุรกิจโรงพิมพ์ก็ดี ได้รับผลกระทบ ช่วงที่ถูก Disruption เยอะ ๆ ทำให้เรารู้ว่า เราจะอยู่เหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว”

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น
The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

เมื่อเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง เอิร์ธทบทวนกับตัวเองว่าพื้นที่ที่มีจะกลายเป็นอะไรต่อ

“พ.ศ. 2558 เรามีความคิดอยากรีโนเวตพื้นที่ แต่ในความคิดก็มีความกลัว การจะก้าวผ่านอะไรสักอย่างเป็นเรื่องยากเสมอ โดยเฉพาะการที่เรามีคนรอบข้างอยู่ด้วย เราก็เลยตัดสินใจใช้วิธีถาม

“คนแรกที่เราต้องถามคือ พ่อ เพราะพ่อมีความเป็นเจ้าของ เป็นทายาท เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงมาตลอด เราถามพ่อว่า ถ้าวันหนึ่งที่นี่ไม่เหมือนเดิม พ่อคิดเห็นยังไง สิ่งหนึ่งที่ได้ยินจากปากพ่อ พ่อบอกว่า พ่อไม่ได้ยึดติดเลยนะ พ่อเข้าใจทุกอย่าง ขออย่างเดียว ถ้าทำ แค่เดินเข้าห้องพระ จุดธูปไหว้ปู่แล้วบอกปู่ว่าจะทำ – เคลียร์ ต่อมาคนที่สองที่ต้องถามคือ แม่ คนที่สามที่ต้องถามคือ ภรรยา เราถามเขาว่า อยากให้พื้นที่ตรงนี้เป็นอะไร เขาบอกว่าอยากให้เป็นพื้นที่การศึกษา และ คนสุดท้ายที่ต้องถามคือ ตัวเราเอง เราถามตัวเองว่า แล้วเราจะทำพื้นที่แบบไหนกันที่มันยังให้แรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตอยู่”

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น
The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

แม้เผลอเดินหลงทางในขวบปีแรกจนกิจการเจ๊ง เพราะคิดทำเหมือนคนอื่นเขาทำกัน แต่เอิร์ธก็ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่คนสนิทให้หันกลับมาสำรวจตัวเอง ว่ามีอะไร ชอบอะไร และรักอะไร 

“พอรุ่นพี่มาแนะนำ เราก็เห้ย ทำไมตอนแรกเราต้องทำเหมือนคนอื่นด้วย เราก็เลยกลับมาที่เรื่องราวของบ้านเรานี่แหละ พอพูดเท่านี้ พ่อเอานู่น เอานี่ที่เราไม่เคยเห็นมาให้ดู ทั้งรูปโรงพิมพ์เก่า ฉลากยาเก่า แผ่นเสียงเก่า นี่แหละคือสิ่งที่เราจะต้องทำ เพราะเรารู้จักและเข้าใจมันดีที่สุด”

ในวันที่คุณพ่อเอาทุกอย่างมากางให้ดู คุณเห็นความเป็นไปได้อะไรบ้าง – เราถาม

“เห็นรากเหง้าของตัวเอง สารภาพเลยนะ เมื่อก่อนไม่เคยคิดสนใจเลยว่าประวัติตระกูลเรามาแบบไหน หลังจากนั้นเราเห็นความภูมิใจ เห็นความตั้งใจของปู่ เห็นความพยายามของพ่อ เห็นความพยายามของแม่ที่เลี้ยงลูก 3 คน ที่สำคัญ ไม่มีใครมีเหมือนบ้านเรา ใครบ้างมีพื้นที่แบบนี้ มีโรงงานยาแบบนี้ มีโรงพิมพ์แบบนี้ แถมอยู่ในทำเลดีแบบนี้ โจทย์มีแค่ว่าจะทำยังไงกับมันแค่นั้นเอง 

“แล้วอีกอย่าง เราจะเลือกเป็นตัวเองหรือจะเลือกเป็นคนอื่น” – เขาเลือกข้อแรก

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

ทำเลที่ว่าตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นพื้นที่ปิดสำหรับสายพานการผลิต ไม่เคยมีคนนอกเข้ามายลโฉม เมื่อคนในย่านทราบข่าวการปรับพื้นที่เก่าแก่ทำเลทอง พรรคพวกมากมายขอเช่าพื้นที่ แน่นอนว่าหนีไม่พ้นธุรกิจกิน ดื่ม เที่ยว – แต่นั่นเป็นความคิดของคนอื่น และเอิร์ธตัดสินใจแล้วว่าเขาเชื่อคนข้างกาย

ตอนเริ่มต้นรีโนเวตเอิร์ธรับหน้าที่สถาปนึก พื้นที่ในโครงการก่อร่างจากไม้เก่าที่เคยมี ชวนศิลปินท้องถิ่นมาเพนต์กำแผงด้วยเรื่องราวของผู้คนในพื้นที่ เขาได้แรงบันดาลใจจากสตรีทอาร์ตปีนัง

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

เขาออกแบบให้ The Wall KhonKaen Family Space เป็นหมู่บ้าน เพราะเขาเคยประทับใจตอนเดินทางท่องเที่ยวในหมู่บ้านแถบเนปาลที่สัมผัสความเป็นท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ภายในโครงการมีบ้านขนาดย่อมหลายหลัง จัดวางตามความตั้งใจของเอิร์ธ แซมด้วยสวนสารพัดพันธุ์ไม้ฝีมือพ่อกับลูกชาย และเขาตั้งเป้าหมายให้ที่นี่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับทุกคนจริง ๆ พร้อมกลับไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม 

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

การชักชวนร้านรวงที่เข้ามาอยู่ภายในพื้นที่ก็เลือกจากคนที่มีความเชื่อเหมือนกัน หมายรวมถึงแรงบันดาลใจและการดำเนินชีวิตด้วย นอกจากร้านค้า โรงเรียนสอนศิลปะ ที่นี่ยังมีมุมจัดแสดงภาพถ่ายและเรื่องราวของโรงพิมพ์พระธรรมขันธ์และธรรมขันธ์โอสถ ตลอดจนแกลเลอรีขนาดกะทัดรัด

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น
การเดินทางของ The Wall KhonKaen Family Space พื้นที่สร้างสรรค์ที่รีโนเวตจากโรงงานผลิตยาแผนโบราณและโรงพิมพ์ จ.ขอนแก่น

“เราอยากมีสักพื้นที่หนึ่งที่เรามีความสุขกับมัน นั่นคือแกลเลอรี การทำแกลเลอรีทำให้เรามีโอกาสกลับไปหาเพื่อน ๆ กลุ่มช่างภาพที่รู้จักกันมาเป็นสิบ ๆ ปี ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นพื้นที่ที่ดีนะ เป็นพื้นที่หาคอนเนกชัน เป็นพื้นที่ให้ศิลปินในขอนแก่น เป็นพื้นที่ให้เพื่อน ๆ มาทดลองทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน”

การเดินทางของ The Wall KhonKaen Family Space พื้นที่สร้างสรรค์ที่รีโนเวตจากโรงงานผลิตยาแผนโบราณและโรงพิมพ์ จ.ขอนแก่น
การเดินทางของ The Wall KhonKaen Family Space พื้นที่สร้างสรรค์ที่รีโนเวตจากโรงงานผลิตยาแผนโบราณและโรงพิมพ์ จ.ขอนแก่น

การเกิดขึ้นของหมู่บ้านเดอะวอลล์ทำให้ย่านรื่นรมย์กลับมาคึกคัก พื้นที่สร้างสรรค์ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์คนทุกวัย และเป็นพื้นที่ที่สมาชิกในครอบครัวมาใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน

“การมีพื้นที่สร้างสรรค์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีนะ แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เคารพซึ่งกันและกัน แบ่งปันซึ่งกันและกัน และต้องไม่เอาเปรียบกัน เพราะเรามองว่านี่คือหลักการของการอยู่ร่วมกัน

“เราอยากให้คนมาพื้นที่ของเราได้รับความสุขกลับไป เราชอบหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ชื่อว่า คนนอก ของ อัลแบรต์ กามูส์ เป็นหนังสือที่สั่นสะเทือนความรู้สึกเรามาก เขาพูดถึงกฎแห่งความสุข 4 ข้อ หนึ่ง อยู่ในที่ที่อากาศปลอดโปร่ง สอง ละจากความทะยานอยาก สาม ทำงานสร้างสรรค์ และ สี่ รักใครสักคน – เราคิดว่าคนที่มาเขาต้องโดนสักข้อในกฎของอัลแบรต์ กามูส์” เจ้าบ้านหัวเราะน้อย ๆ

การเดินทางครั้งนี้ของคุณและเดอะวอลล์ ตอบโจทย์ 4 ข้อของอัลแบรต์ กามูส์หรือยัง

“เราว่าเราทำข้อสอบถูกทุกข้อนะ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงมีสุข

“แน่นอนว่าระหว่างทางมันมืด มันตัน และมักมีเข็มทิศของคนอื่นมายัดใส่มือเราเสมอ แต่เราดันเชื่อเข็มทิศของตัวเอง เข็มทิศที่ว่าคือแรงบันดาลใจ คือความเชื่อ คือสัญชาตญาณ”

และเข็มทิศนั้นยังคงพาสถานที่ใจกลางเมืองขอนแก่นแห่งนี้ดำเนินต่อไปโดยไม่หลงทาง 

การเดินทางของ The Wall KhonKaen Family Space พื้นที่สร้างสรรค์ที่รีโนเวตจากโรงงานผลิตยาแผนโบราณและโรงพิมพ์ จ.ขอนแก่น
The Wall KhonKaen Family Space
  • 95 12 ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 23.00 น. 
  • 08 9710 8382
  • The Wall KhonKaen Family Space

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load