สนามหญ้ากว้างสีเขียวขจีอาบด้วยแสงแดดยามเช้า เจ้าเหมียว 3 ขาชื่อจิงโจ้นอนอาบแดดอยู่ใต้แคร่ไม้ ผู้คนสวมชุดพื้นถิ่นจับเข่าคุยกันอยู่ตรงโต๊ะริมสนามและหันมาทักทายผู้มาเยือนอย่างเป็นมิตร 

คาเฟ่ บ้านไม้ผสมปูน ซุ้มที่แอบอยู่ใต้ร่มไม้ เครื่องเล่นจากดินในสนามหญ้า สถาปัตยกรรมธรรมชาติ ล้วนมอบความรู้สึกอบอุ่นไม่ต่างกับแดดที่อาบบนพุงของเจ้าจิงโจ้ สถานที่ตรงหน้า คือ ‘Din Cafe’ ร้านกาแฟในบ้านดินของ รุ้ง-ปรางทอง เตียงเกตุ อดีตเภสัชกรที่ฝันอยากมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง และ มิ้น-จุลดิศ สิทธิบรรเจิด สามีผู้เป็นสถาปนิกซึ่งวันนี้รับหน้าที่ดูแลเด็กหญิงตัวเล็ก ระหว่างที่รุ้งปลีกตัวมานั่งคุยกับเราใต้ถุนบ้านของพวกเขา

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

“ความจริงเรามีบ้านในซอยข้างหลังที่อยู่กับพ่อแม่ ตอนนั้นกำลังหาพื้นที่แต่งงาน เลยขับจักรยานมาแถวนี้ เห็นว่าเขาเปิดให้เช่า ตอนแรกกะใช้เป็นสถานที่แต่งงานอย่างเดียว แต่คิดดูแล้วเรายังไม่มีเรือนหอเลย อีกอย่างเราไม่มีเงินเยอะขนาดจะซื้อบ้าน ก็เลยสร้างบ้านขึ้นมาเอง สามีกับคุณพ่อเราเป็นสถาปนิกอยู่แล้ว” รุ้งเล่าให้เราฟัง ก่อนชวนเราทำความรู้จักกับพ่อของเธอ นอกจากจะเป็นคุณตาของหลานสาวแล้ว เดชา เตียงเกตุ ยังเป็นสถาปนิกท้องถิ่นที่สนใจงานไม้ไผ่ ผู้บุกเบิกสถาปัตยกรรมไม้ไผ่ และมีผลงานชิ้นเอกคืออาคารเรียนไม้ไผ่ที่โรงเรียนปัญญาเด่น

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

“คุณพ่อเรียนจบประวัติศาสตร์ที่ธรรมศาสตร์ พอจบได้ไม่นาน ก็เป็นครูสอนพระอยู่แม่แจ่มสามสิบปี แล้วเขาก็ซึมซับงานสล่าของชาวบ้าน อยู่ที่นู่นเขาสร้างบ้านเองด้วย เก็บประสบการณ์มาเรื่อยๆ จนตอนนี้เหมือนสถาปนิกไปแล้ว”

รุ้งเองก็เกิดและเติบโตที่แม่แจ่ม ก่อนเข้ามาเรียนในเมือง ครอบครัวของเธอย้ายตามมาอยู่ด้วยในซอยใกล้ๆ จนกระทั่งขยับขยายมายังพื้นที่ตรงนี้ ที่นี่เคยเป็นสวนลำไย ก่อนพายุจะโหมกระหน่ำแล้วพัดเอาต้นไม้ล้มราบเป็นหน้ากลอง หลังจากเป็นพื้นที่โล่งกว้างได้ไม่นาน เรือนหอหลังใหญ่ก็เข้ายึดพื้นที่ของสนามหญ้าด้านซ้ายไปทั้งแถบ 

พ่อตาและลูกเขยสถาปนิกใช้เวลาเพียง 2 เดือนเศษๆ เนรมิตรเรือนหอที่จวนเจียนจะเสร็จสมบูรณ์ ด้านบนทำจากไม้เก่าที่แม่ของเจ้าสาวให้มา ด้านล่างฉาบผนังด้วยปูน ใต้ถุนมีห้องครัวเล็กๆ และห้องนั่งเล่นรับลมธรรมชาติ 

บ้านพ่วงเรือนหอหลังนี้เป็นบ้านที่รุ้งบอกว่า “โบราณ แต่ไม่คร่ำครึ” 

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่
Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

พวกเขาอาศัยอยู่ในห้องชั้นล่าง ส่วนข้างบนอาคารไม้เป็นที่ตั้งของสตูดิโอสถาปนิกของมิ้น

ประตูรั้วบ้านที่ไม่เคยปิด ทำให้มีคนแวะเวียนมาหาบ่อยๆ มีจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิดคิดว่าที่นี่เป็นร้านกาแฟบ้าง เป็นที่พักบ้าง ทำให้รุ้งหวนกลับมามองพื้นที่บ้าน และนึกถึงภาพวาดร้านกาแฟในสมุดบันทึกเล่มเก่าของเธอ 

หลังจากเรียนจบคณะเภสัชศาสตร์ รุ้งทำงานดูแลคนไข้บนหอผู้ป่วยในโรงพยายาบาล เธอเปลี่ยนมาเป็นเภสัชกรจ่ายยาในร้านอย่างเต็มตัวในภายหลัง ก่อนค้นพบว่าการจ่ายยาออกไป โดยที่ยังเชื่อในการเยียวยาด้วยธรรมชาตินั้นขัดกับความรู้สึกของเธอไม่น้อย รุ้งจึงหันหลังให้กับเส้นทางนี้ แล้วกลับมาทบทวนถึงร้านกาแฟในฝันของเธอ

“ตั้งแต่เริ่มดื่มกาแฟเราก็ชอบมาตลอด หาความรู้เรื่องกาแฟไปเรื่อยๆ สมัยเรียนก็เคยฝึกงานในร้านกาแฟ เพราะคิดว่าสักวันอยากมีร้านเป็นของตัวเอง ตอนทำงานก็ฝันตลอดว่าร้านกาแฟของเราจะเป็นยังไง เวลาว่างก็จะหาสมุดมานั่งวาดว่าร้านของเราจะมีเมนูอะไรบ้าง อยากเปิดมาตลอด สุดท้ายก็เลยลาออกมาเปิดจริงๆ” เธอเล่าความจริง

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

ถัดจากบ้านของพวกเขาคืออาคารไม้ไผ่ยกสูงฝีมือของคุณพ่อ ด้านล่างใต้ถุนยังว่าง เมื่อเห็นอย่างนั้น มิ้นจึงลงมือออกแบบเป็นร้านกาแฟอย่างที่รุ้งฝันไว้  เขาหยิบนู่น ผสมนี่ โปะผนังด้านในด้วยดินเหนียวสีอ่อน ด้านนอกใช้ไม้เก่าสีเข้ม มีไม้ไผ่แซมอยู่ตรงนั้น ตรงนี้บ้าง รุ้งแอบกระซิบว่า ร้านกาแฟตรงหน้ามีขนาดใหญ่กว่าที่เธอเคยคิดไว้มาก

“บางคนบอกสไตล์บาหลี บางคนบอกมินิมอล แต่ไม่ใช่เลย เราว่าคงเป็นแนวธรรมชาติ เขา (มิ้น) ชอบวัสดุธรรมชาติ ทั้งดิน ทั้งไม้ไผ่ เราเลยให้ Din Cafe เป็นอาคารทดลอง เพราะเขาก็อยากลองเทคนิคนั้น เทคนิคนี้ 

“เลยออกมาเป็นผนังดิน ปูนซีเมนต์ ไม้ไผ่และไม้เก่ามาผสมกัน บางอย่างก็เพิ่งเคยทำครั้งแรก บางอย่างก็เคยทำแล้วแต่อยากลองทำอีก มีหลากหลายวัสดุที่ทำให้เขาได้ฝึก เป็นสนามให้ลองก่อนจะไปรับเหมาทำบ้านให้คนอื่น

“ช่วงนั้นเขาชอบงานดินและงาน Rammed Earth คุณพ่อก็เริ่มทำงานก่อสร้างจากกำแพงดิน เราคิดว่าถ้าอยากเริ่มอะไรที่เป็นของเราสักอย่าง ก็อยากเริ่มจากดินเหมือนกัน เลยออกมาเป็น Din Cafe” เธอบอกกับเรา

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่
Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

รุ้งพาเมล็ดกาแฟจากแม่แจ่มบ้านเกิดมาคั่วเอง เพราะอยากอุดหนุนคนปลูกกาแฟที่บ้านเกิด 

แถมมีชื่อเมนูน่ารักๆ เข้ากับคาเฟ่บ้านดิน อย่าง

โคลน-เดอร์ตีที่รุ้งบอกกับเราว่าสีเหมือนกับโคลน

ดินจี่-กาแฟโคลด์บรูกับน้ำลิ้นจี่ ในแก้ว ‘ดินจี่’ ที่หมายถึงอิฐ

เทอราคอตตา (เครื่องดินเผา)-เอสเปรสโซช็อตที่มีน้ำส้มสดชื่น 

ปูน-พายเลมอนครีมนุ่มๆ 

นอกจากกาแฟที่เธอชื่นชอบ รุ้งยังทำเบเกอรี่ในครัวเล็กๆ ใต้ถุนบ้าน และชวนน้องชายที่เพิ่งเรียนจบด้านอาหารหมาดๆ มาเป็นพ่อครัว เธอว่าน้องเป็นคนชอบสังสรรค์ เลยถือโอกาสเปิดร้านเบียร์คราฟต์เล็กๆ ชื่อ ‘The Groundhog’ ในสวนหลังบ้าน แม้จะเป็นเวลาราวๆ 10 โมงเช้า แต่ก็พอจินตนาการได้ว่าบรรยากาศยามค่ำจะคึกคักขนาดไหน

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

เราลัดเลาะริมสนาม ผ่านเจ้าจิงโจ้ที่ยังคงนอนแอ้งแม้งอยู่บนแคร่ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน จนมาหยุดอยู่หน้าซุ้มไม้ที่เต็มไปด้วยงานคราฟต์และผ้าทอแบบล้านนาฝีมือแม่ ภายหลังเราถึงรู้ว่ารุ้งกำลังพูดถึง นุสรา เตียงเกตุ ปราชญ์ด้านผ้าผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการผ้าทอแห่งบ้านไร่ใจสุข ซึ่งชวนให้คนแม่แจ่มกลับมาทอผ้าเลี้ยงชีพอีกครั้ง

“คุณแม่จบสังคมสงเคราะห์ มาทำเรื่องผ้าที่แม่แจ่ม มันเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเหลือชาวบ้าน เพราะผู้หญิงเมื่อก่อนอยู่บ้านโดยไม่มีรายได้ เมื่อก่อนทอผ้าทุกบ้านเลย แต่เขาทอผ้าแค่ใส่ไปวัด หลังจากแม่เข้าไปฟื้นฟูก็กลับมาทอกันเยอะเลย ทอหนึ่งผืนใช้เวลา ใช้ฝีมือเยอะ แต่เขาได้อยู่บ้าน ทำงานที่บ้าน ทำเมื่อไหร่ก็ทำได้” ลูกสาวเล่าถึงคุณแม่

ผ้าทอพื้นเมืองผืนสวยๆ แขวนอยู่บนราวไม้ และชุดของรุ้งวันนี้ก็เป็นผ้าทอแบบพื้นเมืองเชียงใหม่

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่
Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

รุ้งเดินไปนั่งที่กี่ทอผ้าและสาธิตให้เราดู หลังจากทำบ้านเป็นคาเฟ่ ที่นี่ก็เป็นห้องรับแขกของคุณแม่อยู่บ่อยๆ Din Cafe จึงไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่เป็นหนึ่งในสถานที่พบปะ และผู้มาเยือนก็สบายใจที่จะมาทำกิจกรรมร่วมกัน

“บางครั้งบ้านไร่ใจสุขรองรับคนไม่พอ แม่ก็มาใช้สถานที่นี้บ้าง บางทีมีเพื่อนๆ อยากจัดเวิร์กช็อป เราก็เปิดพื้นที่ให้ทำ มีคนเคยมาสอนทำ Eco printing​ ผ้ามัดย้อม ปลูกผัก ปลูกต้นไม้” เธอพูดถึงพื้นที่สารพัดประโยชน์

แม้รุ้งเอ่ยปากกับเราว่า เธอไม่อยากสร้างอะไรในพื้นที่ตรงนี้อีกแล้ว เพราะกลัวแออัดเกินไป แต่ระหว่างที่เรากำลังนั่งคุยอยู่นี้ ก็มีเสียงตอกไม้ เสียงเจียเหล็ก ดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะ เธอพูดติดตลกพร้อมรอยยิ้มว่า

“ที่นี่สร้างไม่เคยเสร็จ” และคงเป็นพื้นที่ให้มิ้น พ่อ และเหล่าเพื่อนสถาปนิกทดลองสร้างนู่น สร้างนี่ ไปเรื่อยๆ

เราเดินกลับมานั่งตรงที่เจ้าจิงโจ้เคยนอนอยู่ ตอนนี้มันลุกขึ้นมาเลียขนอย่างสบายใจ ข้างหน้าเป็นสนามเด็กเล่นที่มีทั้งกระดานลื่น ชิงช้าไม้ และสิ่งก่อสร้างจากดินเหนียวโค้งมน เดาว่าคงถูกตาต้องใจเด็กตัวจิ๋วเป็นแน่

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

“เราเห็นว่าเด็กมาเยอะ ก็เลยค่อยๆ สร้างชิงช้า สร้างสนามเด็กเล่น เด็กๆ ก็ชอบ ทั้งที่มันดูธรรมดามากเลย เราคุยกับพ่อว่าเด็กๆ ต้องออกมาเจอแดด ได้วิ่งเล่น ได้เสียเหงื่อบ้างถึงจะดี แล้วผู้ปกครองก็ชอบที่นี่ สมมติเขานั่งดื่มกาแฟตรงนี้ ก็จะมองเห็นลูกวิ่งเล่นหรือจะเดินไปหาก็ได้ ไม่อันตราย” เธอพูดถึงส่วนสุดท้ายที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของที่ดินผืนนี้

รุ้งบอกกับเราว่าเธอชอบความรู้สึกตอนที่ตื่นมาแล้วได้กลิ่นกาแฟจากดินคาเฟ่ที่อยู่ในบริเวณบ้าน ส่วนมิ้นก็ยังสนุกกับการทดลองใช้วัสดุก่อสร้างใหม่ๆ น้องชายกำลังสนุกกับการทำบาร์เล็กๆ ในสวนหลังบ้าน คุณยายมีพื้นที่ให้คุยเรื่องผ้ากับเพื่อนๆ ส่วนคุณตาก็มีพื้นที่ให้ได้หยิบจับไม้ไผ่มาทำนั่น ทำนี่ ส่วนเจ้าจิงโจ้ยึดแคร่ไม้หน้าบ้าน 

คาเฟ่เป็นมุมที่รุ้งชอบ สมาชิกในครอบครัวต่างพากันจับจองพื้นที่ของตัวเอง อีกไม่นานนัก เด็กหญิงในอ้อมอกของคุณตาคงวิ่งเตาะแตะ และเลือกมุมโปรดเป็นสนามเด็กเล่นจากดินเหนียวที่คุณพ่อทำไว้ให้เช่นเดียวกัน

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

Din Cafe (ดิน คาเฟ่)

ที่อยู่ : 1269 ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 50230 (แผนที่)

เปิดวันจันทร์-วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันพุธ) เวลา 8.30 – 17.30 น.

โทรศัพท์ : 08 8269 2580

Facebook : Din Cafe

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

บ้านสีขาวทรงทันสมัย แม้ในวันนี้จะมีอายุเกือบ 50 ปี แต่กลับกลมกลืนกับปัจจุบันอย่างไม่ทันสังเกต ก่อนจะมาเป็น ‘Little Town Sriracha’ บ้าน 3 หลังนี้เป็นบ้านพักตากอากาศอายุร่วม 100 ปี ของคุณยายหนึ่งในหุ้นส่วนมาก่อน 

บ้านพักตากอากาศทั้ง 3 หลัง ก่อนหน้านี้ถูกทิ้งให้เงียบเหงา วันนี้กลับกลายเป็นเมืองเล็ก ๆ ในชื่อ Little Town Sriracha เมืองที่เต็มไปด้วยสีสันแต่งแต้มโดยผู้คนที่แวะไป เวียนมาอย่างไม่ขาดสาย บ้างเข้ามาในฐานะคนที่รู้จักกันอยู่แล้ว บ้างก็แวะเวียนเข้ามาในฐานะคนแปลกหน้า แต่ที่น่าแปลกคือทุกความสัมพันธ์ที่แวะเวียนเข้ามาในเมืองแห่งนี้ แม้จะเป็นเพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่กลับกลายเป็นความสัมพันธ์ และมิตรภาพในระยะยาว ชวนให้กลับมาใช้ชีวิตที่เมืองนี้บ่อย ๆ

กอฟ-นที รักเสรี และ แชป-อภินันท์ เตลาน ทั้งสองคนเคยทำงานโปรดักชันด้วยกันทั้งคู่ ก่อนบทสนทนาสั้น ๆ จะนำพาให้เขาทั้งคู่กลายเป็นนักวางผังเมือง นักชิม (ปลา) บาริสต้า และคนสวนในบางคราว

“แก่ตัวไป เราจะยังไงกันดี” กอฟถาม พร้อมเอ่ยถึงความฝันในวัยเกษียณของตัวเอง “อยากเปิดบาร์เล็ก ๆ ริมทะเล” 

“พี่…ผมมีที่” แชปตอบกลับ

จุดเริ่มต้นของ Little Town Sriracha มันเรียบง่ายอย่างนั้น 

จิบกาแฟ พายซัพบอร์ด กินโอมากาเสะปลาไทย และใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ ร้านอาหาร ศรีราชา
จิบกาแฟ พายซัพบอร์ด กินโอมากาเสะปลาไทย และใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ ร้านอาหาร ศรีราชา

เริ่มวางผังเมือง

“ครั้งแรกที่เข้ามาดูที่นี่ จะว่าใช่ก็ใช่ ทุกอย่างมันตรงตามที่เราคิดไปหมด เห็นแล้วเกิดไอเดีย ทุกคนเห็นตรงกันก็เลยเริ่มทำ พอเห็นที่จริงแล้วเราไม่อยากให้ที่นี่เป็นแค่บาร์ แต่อยากให้เป็น Community Place มีเพื่อนคนนู้นคนนี้ แล้วเขามาทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ แต่ทำไม่ได้ในชีวิตจริง เพราะทุกคนมีงานประจำ ก็เลยอยากทำให้เป็นที่ที่ทุกคนมาแชร์ไอเดียร่วมกัน แล้วกลับมาทำในวันที่อยากทำ” กอฟเล่าถึง (รัก) แรกพบที่เห็นที่นี่ครั้งแรก

จิบกาแฟ พายซัพบอร์ด กินโอมากาเสะปลาไทย และใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ ร้านอาหาร ศรีราชา

ด้วยความที่พื้นที่ประกอบด้วยบ้าน 3 หลัง หลังเก่าที่สุดอยู่ด้านใน เป็นบ้านไม้สไตล์ไทย อีก 2 หลังเป็นสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนตั้งถัดออกมา มีต้นมะขามอายุ 100 กว่าปีฝังรากลึก แผ่ร่มเงาปกคลุมสร้างความร่มรื่น มองตรงไปเป็นวิวทะเล มีชาวประมงมาจอดเรือลงของ มองเห็นวิถีชีวิตของคนแถวนี้ ที่นี่เลยให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งที่แอบซ่อนอยู่ ตรงนี้เป็นคาเฟ่และบาร์ ตรงนั้นเป็น Daily Fish โอมากาเสะปลาไทย ตรงโน้นเคยเป็นร้านตัดผม และบางอาทิตย์ก็มีคนมาขายอาหาร บางอาทิตย์ก็มีคนทำขนมมา บางอาทิตย์ก็มีดีเจมาเปิดเพลงแจ๊ส

Little Town Sriracha ก็เหมือนเมืองเมืองหนึ่งที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามโอกาส

แต่กิจกรรมหลัก ๆ ของที่นี่ มีคาเฟ่ พาย SUP คายัค และโอมากาเสะปลาไทยที่ต้องจองล่วงหน้า

จิบกาแฟ พายซัพบอร์ด กินโอมากาเสะปลาไทย และใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ ร้านอาหาร ศรีราชา
จิบกาแฟ พายซัพบอร์ด กินโอมากาเสะปลาไทย และใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ ร้านอาหาร ศรีราชา

อาหารตามสั่งจากธรรมชาติ

“น้องคนที่มาทำโอมากาเสะ ตอนแรกน้องก็เป็นลูกค้า เข้ามาพาย SUP นี่แหละ แล้วพอคุยกัน เราเห็นแพสชันของน้องเขา เขาชอบออกเรือ ตกปลา แล้วเอากลับมาแล่กินเอง แพสชันน้องเขาลงไปลึกมากเลย ถึงขนาดใช้วิธี Ikejime ที่ช่วยคงความสด ลดกลิ่นคาวปลา ปลาบางชนิดเอามากินแล้วอร่อยเลย บางชนิดต้องบ่มไว้ก่อน บางครั้งน้องหายไปเป็นอาทิตย์ ลงใต้ไปหาปลาแปลก ๆ ส่วนน้องอีกคนชอบทำอาหาร บางทีก็เอาวัตถุดิบพื้นบ้านของชลบุรีมาทำอาหารยุโรป พอเรามาคุยคอนเซ็ปต์กัน มันคลิก!” กอฟอธิบายถึงที่มาของโอมากาเสะปลาไทย

ปลาส่วนหนึ่งของ Daily Fish จึงมาจากการออกเรือจับด้วยตัวเอง บางส่วนก็มาจากเพื่อน ๆ ที่ชอบไปตกปลาด้วยกัน และบางส่วนก็กระจายรายได้ให้กับชาวประมงท้องถิ่น โดยให้ราคาที่สูงขึ้นแลกกับการทำอิเคะจิเมะมาให้จากบนเรือ เมนูโอมากาเสะปลาไทยของที่นี่จึงแตกต่างกันออกไป ตามแต่ว่าธรรมชาติจะให้อะไรมา

STAND UP and get your PADDLE BOARD

“มันเริ่มมาจากความชอบ” กอฟเกริ่น

ถ้าใครอยากมาพาย SUP (Stand Up Paddle Board) หรือคายัคที่นี่ ต้องเริ่มจากการเทรนด์ประมาณ 20 นาที เพราะอยากให้พื้นฐานแน่น มาพายที่นี่ต้องกลับไปพายที่อื่นต่อได้ด้วย แถมยังปลอดภัยหายห่วง เพราะ ครูตั้ว-ธีริน อินทนพ ผ่านการอบรมเกี่ยวกับกีฬาทางน้ำมามากมาย ทั้งยังเป็นผู้ฝึกสอนกีฬายืนพาย (SUP) เพียง 50 คนในประเทศไทย ที่ออกให้โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย ครูตั้วสอนอย่างจริงจังและตั้งใจให้ความรู้ ตั้งแต่ท่ายืน ท่าพายที่ถูกต้อง เทคนิคการจับไม้พาย จนถึงวิธีการเอาชีวิตรอดหากตกน้ำ 

เส้นทางการพายซัพบอร์ดของที่นี่มีให้เลือกทั้งหมด 5 เส้นทาง เริ่มต้นตั้งแต่เกาะลอย บ้านเล็กกลางน้ำ หาดลับ บางพระ จนถึงบางแสน เลือกได้ตามระดับความยากง่าย หรือตามแต่ใจเราต้องการ

จิบกาแฟ พายซัพบอร์ด กินโอมากาเสะปลาไทย และใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ ร้านอาหาร ศรีราชา

“บางคนมองว่าพายบอร์ดมันง่าย เราไม่เถียงนะ แต่ความยากคือเรื่องทิศทางลมที่กำหนดไม่ได้ บางคนไม่รู้ว่าเจอลมแรงต้องทำยังไง ตกน้ำจะขึ้นบอร์ดยังไง เราไม่อยากให้เกิดอันตรายกับลูกค้า ความปลอดภัยต้องมาที่หนึ่ง” กอฟอธิบายและเล่าต่อให้ฟังปนขำว่า “ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ลูกค้าเอาโทรศัพท์ติดไปด้วย” – เราชักสงสัย

“ถ้าพายกลับมาไม่ไหวก็ให้โทรมาบอก เทรนเนอร์จะช่วยไปพากลับมาให้” เขาเฉลย

ถ้าถามว่าช่วงเวลาไหนที่อยากแนะนำให้มาพายที่สุด ขอตอบแทนเลยว่าหน้าหนาว 

เพราะน้ำจะนิ่งและค่อนข้างใส จะพายเอาสนุก หรือพายไปนั่งรับลมชิลล์กลางทะเลก็สุขสุด ๆ

จิบกาแฟ พายซัพบอร์ด กินโอมากาเสะปลาไทย และใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ ร้านอาหาร ศรีราชา
Little Town เมืองเล็ก ๆ ในศรีราชาของสองหนุ่มโปรดักชัน สร้างเป็นฐานทัพลับในวัยเกษียณ

พึ่งพา อาศัย

“เหมือนมี Ecosystem เล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในร้านของเรา” กอฟเปรย เขาชี้เราให้มองผู้ชายคนหนึ่งซึ่งกำลังทำอะไรสักอย่างกับเรือคายัค 

“อย่างพี่คนนั้น ตอนแรกแค่เอาเรือมาฝากไว้กับเรา ว่าง ๆ เขาชอบไปตกปลา กลับมาก็เอามาแบ่งกัน เอามาให้ชิม กลายเป็นรู้จักกัน หรือลูกค้าบางคนพายไปบ้านลับกลางทะเล บางคนพายเข้าไปในแพของชาวประมง ลุงเลิศเขาก็ใจดี ชวนลูกค้ากินข้าวก็มี ลูกค้าบางคนก็สั่งปูของลุงเขาด้วย พายกลับมาลุงเขาก็เอามาส่งให้” เขาเล่าความประทับใจ

ถ้าไม่นับโอมากาเสะปลาไทยที่ต้องจองมาล่วงหน้า อาหารส่วนใหญ่ที่มีให้สั่งในร้านจะเป็นเครื่องดื่มและอาหารกินเล่นทั่วไป แต่หากหิวเมื่อไหร่ ก็แอบขอพี่กอฟสั่งอาหารจากร้านข้าง ๆ มาได้นะ

คุยกันไปคุยกันมา จากลูกค้าก็กลายเป็นเพื่อน พี่ น้อง

บอร์ดเกม การ์ดเกม ที่นี่ก็มีให้หยิบยืมเล่นกันตามสบาย บางคนแวะเวียนมากินกาแฟ บางคนแวะมานั่งเฉย ๆ บางคนแวะมาทักทาย เพื่อนบางคนอยู่กรุงเทพฯ แต่กลับมาเจอกันที่นี่ 

“เราอยากให้ที่นี่เป็นคอมมูนิตี้ที่คนมารวมตัวกันได้ในบรรยากาศสบาย ๆ เราเปิดถึงสามทุ่ม ไม่มีคนเราก็ปิด แต่ถ้ามีคนอยู่ยาวก็ปล่อย เราเข้าไปนอนในบ้านให้เขานั่งกันไป พอเขาจะกลับก็โทรมาบอกเรา พอเราได้คุยกัน ได้สื่อสาร ได้รู้จัก มันเหมือนเราให้ความจริงใจกับเขา เขาก็จะจริงใจกับเรา” กอฟเล่า ยิ่งช่วยย้ำว่ามาที่นี่ ก็เหมือนมาบ้านเพื่อน

Little Town เมืองเล็ก ๆ ในศรีราชาของสองหนุ่มโปรดักชัน สร้างเป็นฐานทัพลับในวัยเกษียณ
Little Town เมืองเล็ก ๆ ในศรีราชาของสองหนุ่มโปรดักชัน สร้างเป็นฐานทัพลับในวัยเกษียณ

พึ่งมา อาศัย

พื้นเพของกอฟและแชปเป็นคนกรุงเทพฯ ช่วงแรกของการเปิดร้านทั้งสองคนยังแวะเวียนไปกลับทุกอาทิตย์ แต่หลังจากนั้นก็กลายเป็นไปกลับ ศรีราชา-กรุงเทพฯ ทุกวัน แม้วันทำงานเลิกเย็นก็ยังขับรถกลับมานอนที่นี่

เพราะการเดินทางไปกลับเทียบเท่าเวลาเดินทางจากปากเกร็ดเข้ามายังใจกลางเมืองกรุงเทพฯ แค่เปลี่ยนจากวิวรถติด ให้กลายเป็นวิวภูเขาและวิวทะเลเท่านั้นเอง 

“เราอยู่กันแบบครอบครัว ที่หมายถึงครอบครัวจริง ๆ อยากให้คนที่มาได้มาสนุก มีความสุขกลับไป เวลาไม่รู้จะไปที่ไหน อยากหาเพื่อนนั่งคุย หาที่นั่งทำงาน อยากพายบอร์ด อยากหาที่ทิ้งตัว ก็มาที่นี่เถอะ 

“มาปล่อยใจไปกับมัน”

กอฟเล่าถึงเหตุผลที่ชวนให้หลงรักที่นี่ไว้อย่างนั้น

Little Town เมืองเล็ก ๆ ในศรีราชาของสองหนุ่มโปรดักชัน สร้างเป็นฐานทัพลับในวัยเกษียณ

Little Town Sriracha

ที่ตั้ง : ถนนสุขุมวิท ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 11.00 – 21.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.30 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 06 2363 6195

Facebook : Little Town Sriracha

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

ธนกร บินซายัน

ดีไซน์เนอร์ สไตลิสต์ ช่างเย็บผ้าประจำ ช่างภาพบางเวลา เจ้าของแบรนด์ ZAYAN

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load