สนามหญ้ากว้างสีเขียวขจีอาบด้วยแสงแดดยามเช้า เจ้าเหมียว 3 ขาชื่อจิงโจ้นอนอาบแดดอยู่ใต้แคร่ไม้ ผู้คนสวมชุดพื้นถิ่นจับเข่าคุยกันอยู่ตรงโต๊ะริมสนามและหันมาทักทายผู้มาเยือนอย่างเป็นมิตร 

คาเฟ่ บ้านไม้ผสมปูน ซุ้มที่แอบอยู่ใต้ร่มไม้ เครื่องเล่นจากดินในสนามหญ้า สถาปัตยกรรมธรรมชาติ ล้วนมอบความรู้สึกอบอุ่นไม่ต่างกับแดดที่อาบบนพุงของเจ้าจิงโจ้ สถานที่ตรงหน้า คือ ‘Din Cafe’ ร้านกาแฟในบ้านดินของ รุ้ง-ปรางทอง เตียงเกตุ อดีตเภสัชกรที่ฝันอยากมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง และ มิ้น-จุลดิศ สิทธิบรรเจิด สามีผู้เป็นสถาปนิกซึ่งวันนี้รับหน้าที่ดูแลเด็กหญิงตัวเล็ก ระหว่างที่รุ้งปลีกตัวมานั่งคุยกับเราใต้ถุนบ้านของพวกเขา

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

“ความจริงเรามีบ้านในซอยข้างหลังที่อยู่กับพ่อแม่ ตอนนั้นกำลังหาพื้นที่แต่งงาน เลยขับจักรยานมาแถวนี้ เห็นว่าเขาเปิดให้เช่า ตอนแรกกะใช้เป็นสถานที่แต่งงานอย่างเดียว แต่คิดดูแล้วเรายังไม่มีเรือนหอเลย อีกอย่างเราไม่มีเงินเยอะขนาดจะซื้อบ้าน ก็เลยสร้างบ้านขึ้นมาเอง สามีกับคุณพ่อเราเป็นสถาปนิกอยู่แล้ว” รุ้งเล่าให้เราฟัง ก่อนชวนเราทำความรู้จักกับพ่อของเธอ นอกจากจะเป็นคุณตาของหลานสาวแล้ว เดชา เตียงเกตุ ยังเป็นสถาปนิกท้องถิ่นที่สนใจงานไม้ไผ่ ผู้บุกเบิกสถาปัตยกรรมไม้ไผ่ และมีผลงานชิ้นเอกคืออาคารเรียนไม้ไผ่ที่โรงเรียนปัญญาเด่น

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

“คุณพ่อเรียนจบประวัติศาสตร์ที่ธรรมศาสตร์ พอจบได้ไม่นาน ก็เป็นครูสอนพระอยู่แม่แจ่มสามสิบปี แล้วเขาก็ซึมซับงานสล่าของชาวบ้าน อยู่ที่นู่นเขาสร้างบ้านเองด้วย เก็บประสบการณ์มาเรื่อยๆ จนตอนนี้เหมือนสถาปนิกไปแล้ว”

รุ้งเองก็เกิดและเติบโตที่แม่แจ่ม ก่อนเข้ามาเรียนในเมือง ครอบครัวของเธอย้ายตามมาอยู่ด้วยในซอยใกล้ๆ จนกระทั่งขยับขยายมายังพื้นที่ตรงนี้ ที่นี่เคยเป็นสวนลำไย ก่อนพายุจะโหมกระหน่ำแล้วพัดเอาต้นไม้ล้มราบเป็นหน้ากลอง หลังจากเป็นพื้นที่โล่งกว้างได้ไม่นาน เรือนหอหลังใหญ่ก็เข้ายึดพื้นที่ของสนามหญ้าด้านซ้ายไปทั้งแถบ 

พ่อตาและลูกเขยสถาปนิกใช้เวลาเพียง 2 เดือนเศษๆ เนรมิตรเรือนหอที่จวนเจียนจะเสร็จสมบูรณ์ ด้านบนทำจากไม้เก่าที่แม่ของเจ้าสาวให้มา ด้านล่างฉาบผนังด้วยปูน ใต้ถุนมีห้องครัวเล็กๆ และห้องนั่งเล่นรับลมธรรมชาติ 

บ้านพ่วงเรือนหอหลังนี้เป็นบ้านที่รุ้งบอกว่า “โบราณ แต่ไม่คร่ำครึ” 

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่
Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

พวกเขาอาศัยอยู่ในห้องชั้นล่าง ส่วนข้างบนอาคารไม้เป็นที่ตั้งของสตูดิโอสถาปนิกของมิ้น

ประตูรั้วบ้านที่ไม่เคยปิด ทำให้มีคนแวะเวียนมาหาบ่อยๆ มีจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิดคิดว่าที่นี่เป็นร้านกาแฟบ้าง เป็นที่พักบ้าง ทำให้รุ้งหวนกลับมามองพื้นที่บ้าน และนึกถึงภาพวาดร้านกาแฟในสมุดบันทึกเล่มเก่าของเธอ 

หลังจากเรียนจบคณะเภสัชศาสตร์ รุ้งทำงานดูแลคนไข้บนหอผู้ป่วยในโรงพยายาบาล เธอเปลี่ยนมาเป็นเภสัชกรจ่ายยาในร้านอย่างเต็มตัวในภายหลัง ก่อนค้นพบว่าการจ่ายยาออกไป โดยที่ยังเชื่อในการเยียวยาด้วยธรรมชาตินั้นขัดกับความรู้สึกของเธอไม่น้อย รุ้งจึงหันหลังให้กับเส้นทางนี้ แล้วกลับมาทบทวนถึงร้านกาแฟในฝันของเธอ

“ตั้งแต่เริ่มดื่มกาแฟเราก็ชอบมาตลอด หาความรู้เรื่องกาแฟไปเรื่อยๆ สมัยเรียนก็เคยฝึกงานในร้านกาแฟ เพราะคิดว่าสักวันอยากมีร้านเป็นของตัวเอง ตอนทำงานก็ฝันตลอดว่าร้านกาแฟของเราจะเป็นยังไง เวลาว่างก็จะหาสมุดมานั่งวาดว่าร้านของเราจะมีเมนูอะไรบ้าง อยากเปิดมาตลอด สุดท้ายก็เลยลาออกมาเปิดจริงๆ” เธอเล่าความจริง

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

ถัดจากบ้านของพวกเขาคืออาคารไม้ไผ่ยกสูงฝีมือของคุณพ่อ ด้านล่างใต้ถุนยังว่าง เมื่อเห็นอย่างนั้น มิ้นจึงลงมือออกแบบเป็นร้านกาแฟอย่างที่รุ้งฝันไว้  เขาหยิบนู่น ผสมนี่ โปะผนังด้านในด้วยดินเหนียวสีอ่อน ด้านนอกใช้ไม้เก่าสีเข้ม มีไม้ไผ่แซมอยู่ตรงนั้น ตรงนี้บ้าง รุ้งแอบกระซิบว่า ร้านกาแฟตรงหน้ามีขนาดใหญ่กว่าที่เธอเคยคิดไว้มาก

“บางคนบอกสไตล์บาหลี บางคนบอกมินิมอล แต่ไม่ใช่เลย เราว่าคงเป็นแนวธรรมชาติ เขา (มิ้น) ชอบวัสดุธรรมชาติ ทั้งดิน ทั้งไม้ไผ่ เราเลยให้ Din Cafe เป็นอาคารทดลอง เพราะเขาก็อยากลองเทคนิคนั้น เทคนิคนี้ 

“เลยออกมาเป็นผนังดิน ปูนซีเมนต์ ไม้ไผ่และไม้เก่ามาผสมกัน บางอย่างก็เพิ่งเคยทำครั้งแรก บางอย่างก็เคยทำแล้วแต่อยากลองทำอีก มีหลากหลายวัสดุที่ทำให้เขาได้ฝึก เป็นสนามให้ลองก่อนจะไปรับเหมาทำบ้านให้คนอื่น

“ช่วงนั้นเขาชอบงานดินและงาน Rammed Earth คุณพ่อก็เริ่มทำงานก่อสร้างจากกำแพงดิน เราคิดว่าถ้าอยากเริ่มอะไรที่เป็นของเราสักอย่าง ก็อยากเริ่มจากดินเหมือนกัน เลยออกมาเป็น Din Cafe” เธอบอกกับเรา

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่
Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

รุ้งพาเมล็ดกาแฟจากแม่แจ่มบ้านเกิดมาคั่วเอง เพราะอยากอุดหนุนคนปลูกกาแฟที่บ้านเกิด 

แถมมีชื่อเมนูน่ารักๆ เข้ากับคาเฟ่บ้านดิน อย่าง

โคลน-เดอร์ตีที่รุ้งบอกกับเราว่าสีเหมือนกับโคลน

ดินจี่-กาแฟโคลด์บรูกับน้ำลิ้นจี่ ในแก้ว ‘ดินจี่’ ที่หมายถึงอิฐ

เทอราคอตตา (เครื่องดินเผา)-เอสเปรสโซช็อตที่มีน้ำส้มสดชื่น 

ปูน-พายเลมอนครีมนุ่มๆ 

นอกจากกาแฟที่เธอชื่นชอบ รุ้งยังทำเบเกอรี่ในครัวเล็กๆ ใต้ถุนบ้าน และชวนน้องชายที่เพิ่งเรียนจบด้านอาหารหมาดๆ มาเป็นพ่อครัว เธอว่าน้องเป็นคนชอบสังสรรค์ เลยถือโอกาสเปิดร้านเบียร์คราฟต์เล็กๆ ชื่อ ‘The Groundhog’ ในสวนหลังบ้าน แม้จะเป็นเวลาราวๆ 10 โมงเช้า แต่ก็พอจินตนาการได้ว่าบรรยากาศยามค่ำจะคึกคักขนาดไหน

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

เราลัดเลาะริมสนาม ผ่านเจ้าจิงโจ้ที่ยังคงนอนแอ้งแม้งอยู่บนแคร่ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน จนมาหยุดอยู่หน้าซุ้มไม้ที่เต็มไปด้วยงานคราฟต์และผ้าทอแบบล้านนาฝีมือแม่ ภายหลังเราถึงรู้ว่ารุ้งกำลังพูดถึง นุสรา เตียงเกตุ ปราชญ์ด้านผ้าผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการผ้าทอแห่งบ้านไร่ใจสุข ซึ่งชวนให้คนแม่แจ่มกลับมาทอผ้าเลี้ยงชีพอีกครั้ง

“คุณแม่จบสังคมสงเคราะห์ มาทำเรื่องผ้าที่แม่แจ่ม มันเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเหลือชาวบ้าน เพราะผู้หญิงเมื่อก่อนอยู่บ้านโดยไม่มีรายได้ เมื่อก่อนทอผ้าทุกบ้านเลย แต่เขาทอผ้าแค่ใส่ไปวัด หลังจากแม่เข้าไปฟื้นฟูก็กลับมาทอกันเยอะเลย ทอหนึ่งผืนใช้เวลา ใช้ฝีมือเยอะ แต่เขาได้อยู่บ้าน ทำงานที่บ้าน ทำเมื่อไหร่ก็ทำได้” ลูกสาวเล่าถึงคุณแม่

ผ้าทอพื้นเมืองผืนสวยๆ แขวนอยู่บนราวไม้ และชุดของรุ้งวันนี้ก็เป็นผ้าทอแบบพื้นเมืองเชียงใหม่

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่
Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

รุ้งเดินไปนั่งที่กี่ทอผ้าและสาธิตให้เราดู หลังจากทำบ้านเป็นคาเฟ่ ที่นี่ก็เป็นห้องรับแขกของคุณแม่อยู่บ่อยๆ Din Cafe จึงไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่เป็นหนึ่งในสถานที่พบปะ และผู้มาเยือนก็สบายใจที่จะมาทำกิจกรรมร่วมกัน

“บางครั้งบ้านไร่ใจสุขรองรับคนไม่พอ แม่ก็มาใช้สถานที่นี้บ้าง บางทีมีเพื่อนๆ อยากจัดเวิร์กช็อป เราก็เปิดพื้นที่ให้ทำ มีคนเคยมาสอนทำ Eco printing​ ผ้ามัดย้อม ปลูกผัก ปลูกต้นไม้” เธอพูดถึงพื้นที่สารพัดประโยชน์

แม้รุ้งเอ่ยปากกับเราว่า เธอไม่อยากสร้างอะไรในพื้นที่ตรงนี้อีกแล้ว เพราะกลัวแออัดเกินไป แต่ระหว่างที่เรากำลังนั่งคุยอยู่นี้ ก็มีเสียงตอกไม้ เสียงเจียเหล็ก ดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะ เธอพูดติดตลกพร้อมรอยยิ้มว่า

“ที่นี่สร้างไม่เคยเสร็จ” และคงเป็นพื้นที่ให้มิ้น พ่อ และเหล่าเพื่อนสถาปนิกทดลองสร้างนู่น สร้างนี่ ไปเรื่อยๆ

เราเดินกลับมานั่งตรงที่เจ้าจิงโจ้เคยนอนอยู่ ตอนนี้มันลุกขึ้นมาเลียขนอย่างสบายใจ ข้างหน้าเป็นสนามเด็กเล่นที่มีทั้งกระดานลื่น ชิงช้าไม้ และสิ่งก่อสร้างจากดินเหนียวโค้งมน เดาว่าคงถูกตาต้องใจเด็กตัวจิ๋วเป็นแน่

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

“เราเห็นว่าเด็กมาเยอะ ก็เลยค่อยๆ สร้างชิงช้า สร้างสนามเด็กเล่น เด็กๆ ก็ชอบ ทั้งที่มันดูธรรมดามากเลย เราคุยกับพ่อว่าเด็กๆ ต้องออกมาเจอแดด ได้วิ่งเล่น ได้เสียเหงื่อบ้างถึงจะดี แล้วผู้ปกครองก็ชอบที่นี่ สมมติเขานั่งดื่มกาแฟตรงนี้ ก็จะมองเห็นลูกวิ่งเล่นหรือจะเดินไปหาก็ได้ ไม่อันตราย” เธอพูดถึงส่วนสุดท้ายที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของที่ดินผืนนี้

รุ้งบอกกับเราว่าเธอชอบความรู้สึกตอนที่ตื่นมาแล้วได้กลิ่นกาแฟจากดินคาเฟ่ที่อยู่ในบริเวณบ้าน ส่วนมิ้นก็ยังสนุกกับการทดลองใช้วัสดุก่อสร้างใหม่ๆ น้องชายกำลังสนุกกับการทำบาร์เล็กๆ ในสวนหลังบ้าน คุณยายมีพื้นที่ให้คุยเรื่องผ้ากับเพื่อนๆ ส่วนคุณตาก็มีพื้นที่ให้ได้หยิบจับไม้ไผ่มาทำนั่น ทำนี่ ส่วนเจ้าจิงโจ้ยึดแคร่ไม้หน้าบ้าน 

คาเฟ่เป็นมุมที่รุ้งชอบ สมาชิกในครอบครัวต่างพากันจับจองพื้นที่ของตัวเอง อีกไม่นานนัก เด็กหญิงในอ้อมอกของคุณตาคงวิ่งเตาะแตะ และเลือกมุมโปรดเป็นสนามเด็กเล่นจากดินเหนียวที่คุณพ่อทำไว้ให้เช่นเดียวกัน

Din Cafe คาเฟ่บ้านดินกึ่งไม้แสนอบอุ่น ในเรือนหอสถาปนิก-เภสัชกรเชียงใหม่

Din Cafe (ดิน คาเฟ่)

ที่อยู่ : 1269 ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 50230 (แผนที่)

เปิดวันจันทร์-วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันพุธ) เวลา 8.30 – 17.30 น.

โทรศัพท์ : 08 8269 2580

Facebook : Din Cafe

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ยามบ่ายแก่ในวันฟ้าเปิดที่ไร้หมู่เมฆคอยบดบังทิวากร ทั่วทั้งอาณาบริเวณของสุขุมวิท 36 จึงถูกปกคลุมไว้ด้วยมวลอากาศร้อนราวกับจะลุกเป็นไฟ พี่วินมอเตอร์ไซค์หยุดรถเป็นระยะ ๆ เหตุก็เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราเดินทางเข้ามาในย่านแห่งนี้ บวกรวมกับความไม่คุ้นชินเส้นทาง เราสองจึงต้องคอยดูแผนที่ซ้ำ ๆ เพื่อความแน่ใจ แต่ที่สุดแล้ว พวกเราก็มาถึงสถานที่อันเป็นหมุดหมายปลายทางในวันนี้จนได้

เบื้องหน้าของเราคืออาคารกระจกเปิดโล่ง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น เหนือบานประตูขนาดใหญ่มีอักษรสีขาวนูนกำกับไว้ว่า ‘FLOHOUSE’ สถานที่อันเป็นที่ตั้งของ FLO, FLOLAB, LIVID และ FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระที่เน้นหนักไปทางหนังสือออกแบบและเฟอร์นิเจอร์

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้จะบอกว่าเป็นร้านหนังสือ แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่หนังสือเพียงอย่างเดียว เพราะ นรุตม์ ปิติทรงสวัสดิ์ ทายาทรุ่นสามโรงงานเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบผู้สร้างแบรนด์ FLO ควบตำแหน่งเจ้าของ FLOBOOKSTORE ตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่านั้น ขณะมองสำรวจไปรอบ ๆ พร้อมสูดกลิ่นหอมของกาแฟ เราเห็นภาพของนรุตม์และอีก 4 – 5 คน กำลังจัดเตรียมสถานที่อย่างขะมักเขม้น 

ด้วยเพราะวันรุ่งขึ้น จะเป็นวันที่ FLOHouse เปิดต้อนรับอย่างเป็นทางการวันแรก 

แม้ไร้บทสนทนา แต่เราก็รับรู้ได้ในทันทีว่า พวกเขาทุกคนกำลังตั้งใจอย่างหนัก

เมื่อนาฬิกาเดินถึงยามที่เรานัดหมาย นรุตม์วางมือจากทุกสิ่งอย่าง พร้อมกับบทสนทนาเคล้ากลิ่นกาแฟของร้านหนังสือที่ผูกโยงไว้กับเฟอร์นิเจอร์ด้วยเชือกสายอันเหนียวแน่นก็เริ่มต้นขึ้น

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

ร้านขายประสบการณ์

“ที่นี่เพิ่งเสร็จใหม่ ๆ เลย” ชายตรงหน้าบอกกับเราด้วยแววตาเป็นประกาย

‘ที่นี่’ ที่ว่าก็คือ FLOHouse ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์เด็กมาก่อน และหากลองเพ่งสายตาดี ๆ ก็จะเห็นร่องรอยของกาลเวลาบันทึกไว้บนเพดานไม้สลับปูน

หันมองไปรอบกาย ที่แห่งนี้มีบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย และมีแสงอุ่น ๆ สาดส่องเข้ามาทั่วทั้งบริเวณ นรุตม์ตั้งใจให้อาคารทั้งหลังเป็นกระจกใส (แต่ไม่ร้อน) เพื่อให้ผู้สัญจรไปมามองเห็นว่า ด้านในมีหนังสือ มีร้านกาแฟ มีเก้าอี้น่านั่ง มีมุมสวย ๆ และมีบรรยากาศของการเชื้อเชิญอย่างเป็นมิตร

FLOBOOKSTORE อาจจะเป็นร้านหนังสือที่ต่างจากภาพจำของหลายคนนิด ๆ ด้วยพื้นที่ทั้งร้านไม่ได้เต็มไปด้วยหนังสือทั้งหมด แต่ยังมีพื้นที่ให้กับกิจกรรมอื่น ๆ เพราะนรุตม์ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็น ‘Furniture Design Space’ พื้นที่ของคนรักเฟอร์นิเจอร์และหนังสือ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไป ณ กึ่งกลางของร้าน ตรงนั้นมีเหล่าแท่นวางหนังสือและชั้นหนังสือที่ดีไซน์มาให้วางอวดปกสวย ๆ ของหนังสือได้ ซึ่งนรุตม์เรียกพื้นที่นั้นว่า ห้องจัดแสดงของ FLOLab แต่สิ่งที่เราลงความเห็นว่าช่างน่ารักเสียจริง คือการที่เขาตั้งชื่อให้เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นด้วยนามปากกาของนักเขียนที่ชื่นชอบ อาทิ Murakami Bookconsole, Kafka Bookstand, Marquez Bookstand ฯลฯ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

FLOLab คือห้องทดลองของ FLO ที่ทดลองทำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ๆ ฉีกออกไปจากเดิม และเป็นเหมือนรวมเรื่องสั้นที่ในหนังสือเล่มนั้นไม่ได้มีเรื่องเดียว แต่มีเรื่องสั้น A เรื่องสั้น B C D… ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่จัดแสดงอยู่ ณ ตอนนี้เป็นเพียง Chapter แรกจากหนังสือเล่มหนา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

นรุตม์พยายามเนรมิตพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยน ทำกิจกรรมร่วมกัน กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์แรงบันดาลใจ ผู้มาเยือนได้ค้นหาอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ การจับคู่กับ LIVID คาเฟ่ที่เป็นที่มาของกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งร้านจึงถือกำเนิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ 

“เขาทำเรื่องที่เขาถนัด ผมทำเรื่องที่ผมถนัด พออยู่ด้วยกันน่าจะเกิดอะไรใหม่ ๆ ได้” 

ด้วยกาแฟที่ง่ายต่อการดื่ม และสไตล์การคั่วแบบ Nordic Roasting Style ของ Livid Coffee Roasters ทำให้นรุตม์คิดว่า ช่างเหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ของเขา ซึ่งมีความเป็นสแกนดิเนเวียนผสมผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นนิด ๆ จึงก็ก่อเกิดเป็นการจับคู่ที่ผูกโยงเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ 

เราหันมองไปยังเคาน์เตอร์บาร์ของร้านกาแฟ LIVID ไล่ตั้งแต่แก้วเซรามิกที่เรียงรายอยู่บนชั้น ถัดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์สีดำ และเครื่องไม้เครื่องมือมากมายทั้งรู้จักและไม่รู้จัก ข้าวของทั้งหมดจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ที่ตรงนั้นเป็นอีกมุมที่มีอีกหลาย ๆ เรื่องราวเฝ้าคอยการถูกค้นพบ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

คาแรกเตอร์ของคนขายหนังสือ

“ชีวิตและงานของผม มันคือหนังสือที่ผมอ่านและเรื่องราวที่ผมชอบ” เขาเปรย

วัยเด็กของนรุตม์เติบโตมาพร้อมกับโรงงานเฟอร์นิเจอร์ของครอบครัว เฟอร์นิเจอร์อยู่ในทุก ๆ ช่วงเวลาของเขา ขณะเดียวกัน หนังสือก็อยู่ในทุกช่วงเวลาของเขาเช่นกัน การเติบโตของชายผู้นี้เกิดขึ้นพร้อมกับจำนวนหนังสือที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ลดละ ที่สุดแล้วหนังสือเหล่านั้นก็กลายมาเป็นหลาย ๆ ส่วนในชีวิตเขา 

การอ่านของนรุตม์เริ่มต้นจากหนังสือนิยาย สู่เรื่องสั้น สู่หนังสือปรัชญา หนังสือพุทธศาสนา หนังสือประวัติศาสตร์ ไล่ไปจนถึงหนังสือดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์ เขาเล่าว่าเคยบวช 15 วัน เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนา และทฤษฎีต่าง ๆ ที่เขารู้จากการอ่าน รวมทั้งวิธีการที่จะนำไปใช้จริงในชีวิต

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“ผมมีเพจชื่อ FLOBOOKSTORE” เขาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พร้อมเปิดให้เราดู 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ด้วยเพราะอยากแบ่งปันเรื่องราวของหนังสือแต่ละเล่ม เขาสร้างสมุดบันทึกความทรงจำออนไลน์ขึ้นมาเพื่อแบ่งปันและเขียนเล่าเรื่องราวหนังสือที่ชอบแต่ละเล่มอย่างบรรจงทุกตัวอักษรและทุก ๆ ข้อความ 

นรุตม์พยายามถ่ายทอดทุกความประทับใจที่เขามีต่อหนังสือแต่ละเล่มออกมาให้ได้มากที่สุด ที่น่ารักที่สุดคงเป็นการที่เขาใส่แง่มุมน่าค้นหาของหนังสือแต่ละเล่มไว้อย่างน่าติดตาม เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เพียงเป็นนักอ่าน แต่ยังเป็นทั้งนักเขียน นักเรียน และนักปฏิบัติที่เก่งกาจ ผู้ไม่เคยหยุดแสวงหาสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้การตัดสินใจเปิดร้านหนังสืออิสระในครั้งนี้จะถูกทักท้วงโดยคนในครอบครัว แต่เขาก็ยกเอาเหตุผลและความชอบส่วนตัวเข้าสู้ จึงก่อกำเนิดเป็นร้านหนังสืออิสระแห่งนี้ขึ้นมาจนได้

“ถ้าถามตัวเองว่าก่อนตายอยากจะทำอะไร ร้านหนังสือคือหนึ่งในนั้น” เขายิ้ม

เฟอร์นิเจอร์กับหนังสือ เชือกสายที่ตั้งใจผูก

“ผมรู้สึกว่าที่ไหนก็ตามที่มีหนังสือ ที่นั่นจะดีเสมอ ไม่รู้เพราะอะไร” 

นรุตม์เดินทางท่องเที่ยวในต่างแดนมาหลายหนแห่ง ทุกครั้งที่เขาเดินทาง ร้านหนังสือของเมืองนั้น ๆ มักเป็นหมุดหมายแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจของเขาเสมอ ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ การพบเจอความต่างก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น บางร้านมีหนังสือเล่มนี้ ทำไมบางร้านไม่มี เป็นความแตกต่างที่นรุตม์ยกตัวอย่าง 

นรุตม์ลงความเห็นว่า ร้านหนังสือแต่ละที่เป็นประสบการณ์พิเศษที่ไม่ควรจะเหมือนกัน เพราะร้านหนังสือมีคาแรกเตอร์ของผู้เป็นเจ้าของแฝงอยู่ นรุตม์หลงใหลในเฟอร์นิเจอร์ เขาจึงเลือกเชื่อมโยง 2 สิ่งที่รักอย่างเฟอร์นิเจอร์กับหนังสือเข้าด้วยกัน กลายมาเป็น FLO – BOOK(s) – STORE 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“หนังสือกับเฟอร์นิเจอร์ไม่เหมือนกันโดยตัวมันเอง แต่ทั้งสองอย่างทำให้ชีวิตเราดีขึ้น”

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเฟอร์นิเจอร์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะตอนตื่น ตอนนอน ทำกิจวัตรต่าง ๆ หรือการนั่งดูหนังสักเรื่อง หากได้เก้าอี้ดี ๆ ก็จะทำให้ป๊อปคอร์นอร่อยขึ้น ดูหนังสนุกขึ้น เกิดเป็นการเติมพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยม ขณะเดียวกันหนังสือก็ทำหน้าที่เป็นกุญแจและประตูพาผู้คนไปยังเรื่องราว โลกใบใหม่ หรืออาจจะเสนออีกมุมมองหนึ่งซึ่งต่างออกไปจากที่เราเคยรับรู้ 

เมื่อพูดถึงหนังสือดีไซน์ นรุตม์บอกกับเราว่าเขาไม่อยากเห็นหนังสือดีไซน์จัดอยู่แค่ในมุมเล็ก ๆ ของร้าน และอยากให้มีจำนวนหนังสือประเภทนี้เยอะ ๆ เขาอยากนำเสนอให้ผู้คนเห็นว่า ในโลกของการออกแบบ ตอนนี้มีใครกำลังโลดแล่นอยู่บ้าง และใครกำลังทำอะไรบ้างในต่างประเทศ 

ที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือดีไซน์ที่เล่าเรื่องราวของดีไซเนอร์ซึ่งเป็นฮีโร่ของนรุตม์ 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไปยังชั้นวางและโต๊ะไม้ที่มีหนังสือเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก ในนั้นมีหนังสือหลายหมวดหมู่ เช่น Design, Furniture Design, Interior Designer, Photography, Architecture และ Art and Culture ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นหนังสือที่คนขายเคยอ่าน

“ผมชอบนะ เวลามีคนมาปรึกษาผม ถ้าเขามีปัญหาแบบนี้ เขาจะอ่านอะไรดี” 

นรุตม์อยากเป็นพนักงานขายและผู้ร่ายมนต์เยียวยาที่เก่งกาจ เขาอยากแนะนำหนังสือให้ตรงกับสิ่งที่ผู้มาเยือนแสวงหา ให้คนมาเลือกซื้อได้ค้นพบหนังสือที่ตัวเองชอบผ่านคนขายหนังสือ เพราะมันคือการมอบประสบการณ์พิเศษให้กับผู้มาเยือน

หนังสือและเรื่องราวที่อยากแบ่งปัน

เราถามนรุตม์ว่า หากมา FLOBOOKSTORE หนังสือ 5 เล่มที่เขาจะแนะนำมีเล่มใดบ้าง 

คนขายหนังสือเดินไปหน้าชั้นทันที เขาลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะเลือกหยิบแต่ละเล่มอย่างง่ายดาย มีตั้งแต่หนังสืออ่านง่ายไปจนถึงหนังสือที่มีเนื้อหาการดีไซน์แบบเข้มข้นกลมกล่อม ซึ่งไม่ว่าจะหยิบจับเล่มไหน ก็เขาแนะนำมันด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยพลัง ความตื่นเต้น ความชอบ และความหลงใหล

เล่มที่ 1

Ettore Sottsass and the Poetry of Things Sudjic 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนมุมมองของนรุตม์ และมีต่อผลงานออกแบบของ Ettore Sottsass สถาปนิกและนักออกแบบชาวอิตาลี ผู้เป็นหัวหอกแห่งวงการออกแบบ นรุตม์เล่าว่าสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการอธิบายงานออกแบบ คือหนังสือเล่มนี้เล่าบริบทเบื้องหลังที่โอบล้อมตัว Sottsass ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิต การตัดสินใจ และการออกแบบของเขา

เล่มที่ 2

Axel Vervoordt Stories and Reflection 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

“ชีวิตเขาสนุกดี” นรุตม์เล่าถึงเรื่องราวของ Axel Vervoordt ที่ตอนนี้มีบ้านอยู่ในปราสาท เขาออกแบบเฟอร์นิเจอร์และมีแกลเลอรี่เป็นของตัวเอง 

เล่มที่ 3

THE GOOD. THE BAD. THE UGLY

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นรุตม์หยิบหนังสือเล่มนี้มาพร้อมกับเปิดงานออกแบบชิ้นหนึ่งให้เราดู เขาเล่าว่ามันคือเก้าอี้รูปร่างแปลกตาที่เบื้องหลังมีการลงทุนไปกว่า 10 ล้าน เก้าอี้ตัวนี้ขายไม่ได้เป็นเวลา 2 ปี จนกระทั่งมีสถาปนิกคนหนึ่งนำเก้าอี้ตัวนี้ไปใช้ที่มิวเซียมแห่งหนึ่ง และกลายเป็นว่าเก้าอี้ตัวนั้นเป็นสินค้าขายดีที่สุด นรุตม์เสริมว่า เหตุการณ์นั้นทำให้เขาเห็นว่า ดีไซน์ตัดสินกันไม่ได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

เล่มที่ 4

B Vitra

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

Vitra เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเล่มนี้นำเสนอแง่มุมที่ว่า เขาทำธุรกิจอย่างไร จึงทำให้ร้านขายของเมื่อปี 1950 ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้

เล่มที่ 5

Giorgio Morandi: Late Paintings

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นี่คือหนังสือเกี่ยวกับศิลปินผู้วาดภาพพอร์เทรตซ้ำ ๆ แต่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งการวางของไปมาจนเกิดความชำนาญ ทำให้เขานึกถึง Jiro Dreams of Sushi ที่เชี่ยวชาญในสิ่งนี้มาก เจ้าของร้านหนังสืออิสระพูดเปรียบอย่างขบขันว่า “เหมือนการชกลมวันละพันครั้งจนกลายเป็นเซียนชกลม”

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

สิ่งสำคัญที่นรุตม์ตกตะกอนได้และเล่าสู่กันฟัง คือ

“บางทีเราต้องฟังคอมเมนต์ แต่เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองตามความเห็นของคนอื่น ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน” เขาย้ำหนักแน่น

ก่อนกาแฟจะจืดจาง

ก่อนบทสนทนาเคล้ากลิ่นหอมของกาแฟในครั้งนี้จะสิ้นสุดลง เราชวนนรุตม์เลือกหนังสืออีกหนึ่งเล่มเพื่อเป็นตัวแทนของ FLOBOOKSTORE ซึ่งเขาร้องโอดออกมาทันทีว่า ยากเหลือเกิน 

นั่นอาจเป็นเพราะ FLOBOOKSTORE บรรยายไม่ได้ด้วยหนังสือเล่มเดียวจริง ๆ

แต่ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากเดินวนไปเวียนมาอยู่สักพัก เขาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา หนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า ‘The Danish Chair’ 

หนังสือปกสีน้ำเงินเล่มนั้นบอกเล่าความเชื่อมโยงของเก้าอี้แต่ละตัวกับนักออกแบบแต่ละคน พร้อมกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถักทอสอดประสานเข้าด้วยกันอย่างเป็นเหตุและผล

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36
หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เป็นความทรงจำของเขาที่ Design Museum Denmark ณ โคเปนเฮเกน มิวเซียมที่จัดนิทรรศการ The Danish Chair – an International Affair รวบรวมเก้าอี้จากนักออกแบบทั่วโลกกว่า 113 ตัว นรุตม์เดินทางไปที่เมืองนั้น 2 ครั้ง และแวะเวียนไปที่นิทรรศการนั้น 2 ครั้งเช่นกัน ครั้งแรกเขาไปเยือนพร้อมกับแสงแรกของพระอาทิตย์ในฤดูร้อน ครั้งที่สองเขาไปที่นั่นในฤดูหนาว พร้อมกับความเข้าใจที่มีต่อนิทรรศการมากขึ้น หลังจากได้อ่านเรื่องราวของเก้าอี้และนักออกแบบแต่ละคนจากหนังสือเล่มโปรด

อีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเลือกหยิบเล่มนี้ เพราะคอนเซ็ปต์ของ FLOBOOKSTORE คือการกลับมาทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของดีไซน์และสิ่งต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันเอาไว้อย่างเหนียวแน่น และเฝ้าคอยการถูกค้นพบจากนักเดินทางที่เปิดประตูเข้ามา 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

FLOBOOKSTORE

ที่ตั้ง : 107 ถนนพระรามที่ 4 แขวง คลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ​ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.

Facebook : FLOBOOKSTORE

Instagram : FLOBOOKSTORE

Writer

เกษมณี ชาติมนตรี

นักเรียนฝึกเขียนที่เริ่มการเรียนใหม่ตั้งแต่ 0-10 ชอบของหวาน ชอบอ่านนิยาย ชอบสีสันสดใสของดอกไม้ ชอบเสียงเพลง

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load