“ช่วงเป็นนักเรียนไม่ได้ซื้อเยอะ เพราะยังไม่มีเงินเก็บ พอเข้าวัยทำงานเท่านั้นแหละ ของสะสม โคนัน ก็เริ่มเข้ามา หนังสือ ตุ๊กตา เราค่อยๆ สะสมทีละนิด รู้ตัวอีกทีก็เต็มบ้านไปหมดแล้ว”

สาวแว่นร่างเล็ก ในเสื้อยืดสีดำที่มีตัวหนังสือตัวใหญ่เขียนว่า ‘Detective Conan’ ค่อยๆ บรรจงนำของสะสมออกจากถุงทีละชิ้น พร้อมกับเล่าที่มาที่ไปของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เราฟัง แม้มองเห็นหน้าเธอไม่เต็มใบ แต่หน้ากากอนามัยไม่อาจลดทอนแพสชันในน้ำเสียงของเธอได้เลย

เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้ที่มีหนังสือโคนัน 15 ภาษา กาชา 50 ตัว จนถึงภาพร่างของจริง

คนที่เคยรับชมรายการ แฟนพันธุ์แท้ ใน ค.ศ. 2012 น่าจะคุ้นหน้า เทป-พิมพ์ชนก พัฒนสุข ในฐานะสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน การ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังที่มีอายุกว่า 27 ปี ตีพิมพ์แล้วถึงเล่มที่ 99 และผลิตเป็นแอนิเมชันกว่า 1,000 ตอน

จุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอตกหลุมรักการ์ตูนเรื่องนี้น่าจะเหมือนกับใครหลายคน เทปเล่าว่าสมัยประถมเธอจะตื่นมาดู โคนัน ทาง ช่อง 9 การ์ตูน เป็นประจำทุกเสาร์อาทิตย์ ก่อนจะนำคดีที่เพิ่งดูไปเล่าสู่กันฟังกับเพื่อนที่โรงเรียนในวันจันทร์

แค่ได้เห็นแววตา เพื่อนก็คงรู้ทันทีว่าเทปรัก โคนัน มากแค่ไหน จึงได้นำหนังสือมาให้เธอลองอ่าน

“หนังสือการ์ตูนน่ะอ่านได้ต่อเนื่อง อ่านเมื่อไหร่ก็ได้ แถมภาพก็สวย ตอนเริ่มอ่าน โคนัน เพิ่งมียี่สิบกว่าเล่ม สมัยนั้นเล่มละสามสิบห้าบาทเอง ตอนนี้ไปถึงเก้าสิบบาทแล้ว เล่มแรกที่ซื้อคือเล่ม 25 หน้าปกเป็นรูปโคนันติดถ้ำ คดีนั้นโคนันถูกยิง”

เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้ที่มีหนังสือโคนัน 15 ภาษา กาชา 50 ตัว จนถึงภาพร่างของจริง

ถึงตัวจะเป็นเด็ก แต่สมองเป็นผู้ใหญ่

หลายคนคงต่อประโยคนี้ในใจได้ว่า ‘ชื่อของเขาคือ ยอดนักสืบโคนัน’

ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ทศวรรษ การ์ตูนแนวสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เสน่ห์ของนักสืบมัธยมปลายที่กินยาจนกลายเป็นเด็ก คือการไขปริศนาคดีฆาตกรรมที่ซับซ้อน แต่ไม่ซ้ำซาก นำความรู้หลากสาขาวิชา ทั้งวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ นิติศาสตร์ ศิลปะ จนถึงความรู้ทั่วไป มาบอกเล่าผ่านเรื่องราวที่ครบรส บางคดีก็ทำให้กลัวจนตัวสั่น บางตอนก็เล่าความสัมพันธ์ที่ซึ้งจนน้ำตาไหล

เหล่านี้เองที่ทำให้ โคนัน ครองใจเทปและนักอ่านทั่วโลกอย่างเหนียวแน่น

“ทริคที่ใช้ไม่เคยเหมือนเดิม ทุกคดีจะมีการสอดแทรกความรู้อยู่ตลอด ทีแรกเหมือนจะเป็นคดีฆาตกรรมธรรมดา แต่สักพักจะเพิ่มปริศนา เพิ่มตัวละครที่น่าติดตามเต็มไปหมด ชายชุดดำเป็นใคร เมื่อไหร่จะจับได้สักที จอมโจรคิดจะเผยตัวตอนไหน จบปมนี้ก็มีปมใหม่ บางทีปมแรกยังไม่จบ ก็เพิ่มปมใหม่อีกห้าปม”

คดีฆาตกรรมที่จำไม่ลืม

เทปนำของชิ้นสุดท้ายออกจากถุง ตอนนี้โต๊ะตรงหน้าเรียงรายไปด้วยของสะสม ตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตา จนถึงบัตรเข้างานต่างๆ ที่เขียนด้วยภาษาญี่ปุ่น 

เรากับเทปเหลือบไปเห็นหนังสือ โคนัน เล่ม 28 เวอร์ชันภาษามาเลเซีย

“โอ๊ย ชอบเล่มนี้มาก เกาะนางเงือก เราชอบคดีที่มี ฮัตโตริ เฮย์จิ เป็นพิเศษ แถมคดีนี้มีครบเลย คนตายเยอะ มีความ Emotional สนุก น่าติดตาม ความสยองก็มี เราชอบเล่มนี้มากถึงขั้นอ่านจนกระดาษหนังสือหลุดออกมา”

“ส่วนตอนที่กลัวที่สุดยกให้คดีฆาตกรรมในห้องสมุด เล่ม 10 ปกติเราอ่านซ้ำหลายรอบ แต่คดีนี้เราข้ามตลอดเพราะน่ากลัวมาก เวลาขึ้นลิฟต์แล้วมีเสียงสัญญาณน้ำหนักเกิน เราจะระแวงตลอดว่ามีศพอยู่ด้านบนรึเปล่า” เทปหัวเราะ

เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้ที่มีหนังสือโคนัน 15 ภาษา กาชา 50 ตัว จนถึงภาพร่างของจริง

สุดยอดแฟนพันธุ์แท้

“จริงๆ แค่อยากรู้ว่าตัวเองมีความรู้ โคนัน มากแค่ไหน ไม่ได้คิดว่าต้องเข้ารอบห้าคนสุดท้ายหรือต้องได้แชมป์ เราแค่สนุกกับการได้ตอบในสิ่งที่เรารู้ ได้พูดในสิ่งที่เราชอบ”

เทปย้อนประสบการณ์ช่วงที่แข่งแฟนพันธุ์แท้ให้เราฟัง เธอเล่าว่ารายการนี้ให้อะไรหลายอย่าง จากที่คนรอบข้างเคยมองว่าเธอเป็นแค่สาวบ้าการ์ตูน แฟนพันธุ์แท้ ทำให้การชอบ โคนัน ของเธอเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับ โดยไม่ติดสินว่าเป็นสิ่งไร้สาระ และการแข่งแฟนพันธุ์แท้นี่เองที่ทำให้ชิ้นส่วน โคนัน ในคลังสะสมของเทปค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

และนี่คือของสะสม 7 ชุดที่เทปตั้งใจคัดมาอวดเรา

1. หนังสือการ์ตูนโคนัน 15 ภาษา

เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้ที่มีหนังสือโคนัน 15 ภาษา กาชา 50 ตัว จนถึงภาพร่างของจริง

“สิ่งแรกที่สะสมคือหนังสือการ์ตูน ตอนเด็กเราบังเอิญเจอ โคนัน เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นที่คิโนะคุนิยะ เฮ้ย ทำไมปกไม่เหมือนของเรา ก็เลยซื้อเก็บไว้ พอกลับมาหาข้อมูล ถึงรู้ว่าจริงๆ ตีพิมพ์ไปแล้วเป็นสิบประเทศ

“มีเล่มภาษาเยอรมันที่เพื่อนของน้องซื้อมาให้ เล่มเกาหลีญาติก็ซื้อมาฝาก ช่วงแรกๆ ยังมีไม่เยอะ จนกระทั่งวันที่แข่งแฟนพันธุ์แท้ เราพูดในรายการว่าตัวเองสะสมหนังสือ โคนัน จากทั่วโลก หลังจากวันนั้น เวลาใครไปประเทศไหน เขาก็จะถามว่า เทปมีหรือยัง ถ้ายัง เดี๋ยวซื้อมาให้

“เล่มที่ไกลที่สุดที่ได้มาคือฟินแลนด์ เรื่องราวของเล่มนี้น่าประทับใจมาก คือมีน้องนักเรียนแลกเปลี่ยนคนหนึ่งได้ดูรายการ แฟนพันธุ์แท้ เขาเจอหนังสือ โคนัน ที่ฟินแลนด์แล้วซื้อเก็บไว้ เพราะอยากส่งให้เราแต่เขาไม่รู้จะติดต่อยังไง ก็เลยติดต่อไปที่รายการ บอกรายการว่าเขาอยู่ฟินแลนด์ อยากส่งหนังสือให้พี่เทป แฟนพันธุ์แท้โคนัน

“ทีมงานรีบโทรมาเล่าให้ฟัง เราตกใจมาก สุดท้ายก็ได้แลกช่องทางติดต่อกับน้อง แล้วพอกลับไทย เขาก็ส่งหนังสือมาให้เราจริงๆ น่าประทับใจเนอะ

“การได้เห็นโคนันพูดหลายๆ ภาษาเป็นเรื่องมหัศจรรย์นะ ถึงแม้เราจะอ่านไม่ออก แต่เรารู้ว่าเขาคุยอะไรกัน เราจำได้ว่าช่องนี้พูดอะไร เกิดคดีอะไรขึ้น มีไว้แล้วรู้สึกอุ่นใจ มันเตือนเราว่า ไม่ใช่แค่ประเทศเราหรือประเทศใกล้เคียงที่มี แต่การ์ตูนเรื่องนี้ดังไปทั่วโลกจริงๆ”

2. ของสะสมโคนันจากเมืองทตโตริ 

“พิพิธภัณฑ์โคนัน (Gosho Aoyama Manga Factory) อยู่ที่เมืองทตโตริ บ้านเกิดของคนเขียน เราไปมาแล้วสามรอบ ไปถึงจะเจอสถานีรถไฟยูระ เป็นสถานีที่ตกแต่งด้วยโคนันทั้งหมด ที่นั่น เราซื้อสมุดวอล์กแรลลี่ เพราะระหว่างทางจากสถานีถึงพิพิธภัณฑ์จะมีรูปปั้นและกิมมิกต่างๆ เกี่ยวกับโคนันให้ถ่ายรูป พูดง่ายๆ เมืองนี้เหมือนเป็นเมืองแห่งโคนันเลย ที่สำคัญเราต้องแสตมป์สมุดตามสถานต่างๆ ในเมืองด้วย เช่น ที่หอสมุดหรือไปรษณีย์

“รอบแรกที่ไปเราแสตมป์ได้ไม่ครบเพราะฝนตก ผ่านมาสองปีไปอีกรอบ ในที่สุดก็แสตมป์จนเต็ม ที่พิพิธภัณฑ์ก็ได้ซื้อโปสการ์ดโคนันเขียนถึงตัวเองด้วย ไปสามรอบก็เขียนสามรอบ”

3. ภาพร่างฉบับจริงจากงาน Let’s Talk with Gosho Aoyama Day

เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช

“ภาพร่างนี้ได้จากการไปพิพิธภัณฑ์โคนันครั้งที่สาม ซึ่งเป็นงานมีตติ้งของ อาจารย์โกโช อาโอยามะ (Gosho Aoyama) (ชื่อจริง : โยชิมาซะ อาโอยามะ (Yoshimasa Aoyama)) ผู้เป็นทั้งคนเขียนและคนวาด โคนัน งานจัดปีละครั้งช่วงปีใหม่ เราสงสัยมาตลอดว่าเขาไปกันยังไง เลยส่งอีเมลไปถามพิพิธภัณฑ์ แล้วเขาก็ตอบกลับมา

“ขั้นตอนคือให้ส่งโปสการ์ดที่มีชื่อและที่อยู่เราส่งไปญี่ปุ่น เขาจะเอาโปสการ์ดทั้งหมดจากแฟนทั่วโลกมาจับสลาก ปีนั้นสุ่มสี่ร้อยคน ถ้าได้เป็นหนึ่งในสี่ร้อย เขาจะแปะหมายเลขเข้างาน แล้วส่งโปสการ์ดกลับมาที่บ้าน แต่ด้วยความที่เราเป็นคนต่างชาติมั้ง เขาคงกลัวว่าโปสการ์ดจะส่งกลับมาไม่ทัน ก็เลยส่งอีเมลมาบอกว่าเราได้เป็นคนที่สองร้อยเก้าสิบหก จากสี่ร้อยคน แถมเขาย้ำด้วยนะว่า ทุกคนผ่านการจับสลากอย่างยุติธรรมจริงๆ ไม่ต้องกังวลนะว่าเราให้แค่เพราะคุณเป็นชาวต่างชาติ

“ตอนจบงานมีตติ้ง เขาจะให้ภาพร่างจริงเป็นของที่ระลึก ซึ่งภาพที่แต่ละคนได้ก็ไม่เหมือนกัน ต้องลุ้นเองว่าใครจะได้ภาพไหน ภาพที่เราได้มาจากหนังสือเล่ม 93 ตอนที่ 6 เป็นภาพร่างแรกที่อาจารย์โกโชวาดจริงๆ ตอนแรกคิดว่าเขาคงถ่ายสำเนามา แต่พอเราลองลบด้วยยางลบ ปรากฏว่าเส้นหายแฮะ (หัวเราะ)

“ภาพนี้เป็นสิ่งล้ำค่ามากสำหรับเรา แม้จะเป็นแค่ภาพวาดคร่าวๆ แต่มันคือของจริงที่อาจารย์วาดเอง สิ่งนี้ไม่มีขาย เราต้องไปร่วมงานจริงๆ ถึงจะได้มา”

4. ตุ๊กตากาชาปอง (7 ชุดปกติ 3 ชุดพิเศษ รวม 47 ตัว)

เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช
เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช

“เราซื้อทีละเซ็ต อันไหนที่ได้หมุนไข่กาชาปองเอง เราก็จะหมุนทีละตัว แต่มีบางตัวที่ซื้อเป็นบ็อกซ์เซ็ตสะสมไว้ รวมๆ แล้วราคาอาจจะถึงหมื่น ถ้าพ่อรู้น่าจะโดนด่า

“มีเซ็ตหนึ่งเราไปหมุนที่ญี่ปุ่น ทั้งเซ็ตมีหกตัว หมุนยังไงก็ได้ไม่ครบ ขาดอยู่สอง หมุนอีกก็คงซ้ำอีก เราเลยใช้วิธีดักรอคนที่มาหมุน ในเซ็ตนี้คนอยากได้ตัว อากาอิ ชูอิจิ เยอะที่สุด แล้วเราดันมีตัวนี้ซ้ำกันสามตัว ดังนั้นก็น่าจะพอขอแลกได้

“เรายืนรอข้างตู้อยู่พักใหญ่ อุณหภูมิตอนนั้นประมาณสิบองศาเซลเซียส หนาวมาก ในที่สุดก็มีเด็กผู้หญิงญี่ปุ่นสองคนมาหมุนแล้วได้สองตัวที่เราต้องการ ทั้งสองคนดูเซ็งมาก เราเลยถามว่าอยากได้ตัวไหน สองคนชี้มาที่ อากาอิ เรารีบหยิบตัวที่ซ้ำขึ้นมาแล้วถามว่าแลกกันมั้ย เขาดีใจมาก เราก็ดีใจเพราะในที่สุดก็ครบเซ็ต”

5. หนังสือพิมพ์โคนันฉบับครบรอบ 20 ปี

เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช
เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช

“เป็นฉบับครบรอบยี่สิบปี โคนัน ใน ค.ศ. 2014 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน เราฝากคนที่ญี่ปุ่นช่วยซื้อ อ่านออกมั้ยไม่รู้ แต่ของมันต้องมี ข้างในก็จะอธิบายความเป็น โคนัน ในหลายๆ แง่ เจ๋งมาก โดยเฉพาะกิมมิกที่หน้ากลางของเล่ม ฉบับนี้เป็นรวมหน้าปก ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ ฉบับนี้เป็นโปสเตอร์รันกับชินอิจิ หรือเล่มนี้เป็นโยงความสัมพันธ์ตัวละครในเรื่อง”

6. นิตยสารโชเน็น ซันเดย์ ที่โคนันได้ขึ้นปก

เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช
เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช

โชเน็น ซันเดย์ (Shonen Sunday) คือนิตยสารรายสัปดาห์ที่รวมการ์ตูนหลายเรื่อง ซึ่งมี โคนัน อยู่ในนั้นด้วย เราจะคอยเช็กในเว็บไซต์หรือทวิตเตอร์ เมื่อไหร่ที่ โคนัน ได้ขึ้นปกก็จะรีบโทรไปสั่งที่คิโนะคุนิยะ ช่วงแรกก็มีอยู่ไม่กี่เล่ม แต่ช่วงหลังก็พยายามซื้อให้ครบ ตอนนี้น่าจะมีประมาณสามสิบกว่าเล่มแล้ว ที่เอามาโชว์คือเล่มที่หน้าปกต่อกัน มีต่อกันทั้งแนวนอนแนวตั้ง ครีเอทีฟมาก” 

7. ลูกอมกับขนมที่ไม่ยอมกิน

เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช
เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช

“ลูกอมนี้ เพื่อนที่ทำงานที่จีนซื้อมาฝากตั้งแต่ ค.ศ. 2016 ตอนแรกก็ตั้งใจจะเอาไปแจกคนอื่น แต่พอมาสังเกตซองดีๆ ทุกซองแตกต่างกันหมดเลย แสดงว่าลูกอมพวกนี้ไม่ได้ซื้อไว้กินแฮะ ถ้าเริ่มกินชิ้นหนึ่ง ก็คงอยากกินให้หมด ถ้าตัดสินใจเก็บแล้ว เราก็ขอเก็บให้หมดดีกว่า

“ส่วนขนม ซื้อที่ญี่ปุ่น ค.ศ. 2017 เรากลัวมันแตกถึงขั้นห่อเสื้อกันหนาวป้องกันอย่างดีตอนขนกลับไทย จนถึงวันนี้เรายังไม่เคยแกะเลย น้องเราบอกว่ากินไปเหอะ ด้านหลังกล่องก็มีรูปขนมไม่ใช่เหรอ แต่สำหรับเรามันไม่เหมือนกัน เขาอุตส่าห์สกรีนรูปลงบนขนมเลยนะ มันควรได้อยู่สภาพนี้ตลอดไป ถ้ากินก็คงเสียดายแย่”

ในวันที่โคนันจบลง

เทปกับ โคนัน รู้จักกันตอนเทปอยู่ ป.5 และโคนันอยู่ ป.1 

วันนี้ยอดนักสืบจิ๋วยังคงอยู่ ป.1 แต่เทปโตขึ้นจนอายุนำหน้าด้วยเลข 3 คำถามคือความชอบต่อ โคนัน ของเธอเปลี่ยนไปบ้างหรือไม่

“ไม่นะ เรียกว่าอะไรดี รักแท้ล่ะมั้ง ระหว่างที่ชอบก็มีช่วงที่เราแวะไปดูหนังหรือการ์ตูนเรื่องอื่น แต่เราจะวาง โคนัน ไว้ตรงนี้เสมอ สมมติเราเอาเรื่องอื่นมาใกล้ๆ สักพักเรื่องนั้นก็จะหล่นลงไป โคนัน จะยังอยู่ที่เดิม

“ในชีวิตเรามี โคนัน อยู่ด้วยตลอด ไม่ว่าตอนนั้นเราสนใจเรื่องอะไรอยู่ ถ้าของเล่น โคนัน ออกปุ๊บ ก็จะรีบสั่งทันที เรามีของ โคนัน ตั้งแต่อายุขึ้นต้นด้วยเลขหนึ่ง ตอนนี้อายุขึ้นต้นด้วยเลขสามก็ยังเก็บเพิ่มอยู่ตลอด ที่ผ่านมาเราวาง โคนัน เป็นเป้าหมายชีวิต ไปพิพิธภัณฑ์ ไปมีตติ้งกับนักเขียน หรือได้ร่วมอีเวนต์ จากที่ใช้ชีวิตไปวันๆ ทำงานให้ผ่านไป ก็รู้สึกว่าชีวิตยังมีความหมายบางอย่าง 

“ถ้าวันหนึ่ง โคนัน จบก็คงเหงา แต่เราเชื่อว่ามันคงไม่จบแล้วจบเลย ก็คงจะมีเม็มโมเรียล นิทรรศการ หรือของสะสมตามอีเวนต์ต่างๆ ต่อให้ โคนัน จบ เราก็จะอยู่กับมันอยู่ดี” เทปปิดท้ายด้วยรอยยิ้มจากหลังหน้ากาก

ดูของสะสมทั้งหมดของเทปได้ที่ #tapesconangoods

Writer

Avatar

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Photographer

Avatar

สิทธิพงษ์ ติยะวรากุล

ชอบถ่ายรูป แต่ชอบฟังนักเขียนขณะสัมภาษณ์มากกว่า

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

คำว่า ‘หลงรัก’ อาจอธิบายความรู้สึกได้น้อยไป แต่ถ้า ‘หลงใหล’ คงพออธิบายได้ว่าทำไมคอนโดของ เอก-ทวีป ฤทธินภากร จึงได้ให้ความรู้สึกเหมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมที่มีคลังสมบัติอายุเฉลี่ยนับร้อยปีวางดาษดื่นขนาดนี้

เอก ทวีป ไม่ใช่แค่ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าลุนตยา แต่เขาคือนักสะสมผู้ใช้ความหลงใหลและเวลากว่า 20 ปี ทุ่มเทเก็บเกี่ยวทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับพม่า ตั้งใจร่ำเรียนตำราด้วยตัวเอง และถึงขั้นเรียนภาษาพม่านาน 3 ปี เพื่อให้อ่านหลักฐานที่พบได้เข้าใจ

วันนี้ ความชอบไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้เขาได้ต้อนรับแขกผู้สนใจมากถึง 5 คนในคราวเดียว แต่เพราะเอกเป็นทั้งภัณฑารักษ์ผู้รอบรู้ (สำหรับเรา) นักเรียนดีเด่นผู้ไม่เคยหยุดศึกษา และนักเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงสิ่งของทุกชิ้นเข้าหากันด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และชีวิตของเขา

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

เอกเติบโตมาในปี 1980 มีบ้านอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ขับรถไปไม่เกินชั่วโมงก็จะข้ามพรมแดนสู่ดินแดนแห่งทองคำ เขาเล่าว่าตอนเด็กเคยได้ยินเสียงคนยิงกันดังไกลถึงอำเภอฝาง เมื่อถามผู้ใหญ่ก็ได้คำตอบว่าเป็นชาวไทใหญ่ ไม่ก็ชาวเขา 

นั่นคือภาพจำในยุคที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักประเทศพม่า นอกจากคำอธิบายว่าเป็น ‘เพื่อนบ้านที่ยากจนและมีปัญหาการเมือง’ เมื่อโตขึ้นเข้าระบบการศึกษา พม่าก็เปลี่ยนเป็นคู่แค้นที่เผากรุงศรีอยุธยาและขนทองกลับไป

ไม่ผิดที่มีการถ่ายทอดให้คนจดจำเช่นนั้น เพราะเป็นเรื่องของการเล่าประวัติศาสตร์ในยุคหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วบ้านใกล้เรือนเคียงมีอะไรให้ศึกษาและทำความเข้าใจมากกว่านั้น ใครจะรู้ว่าครั้งหนึ่งพม่าเคยรุ่งเรืองเป็นเมืองท่าที่ไฮโซไม่ต่างจากสิงคโปร์ และผู้ดีเมืองไทยต้องเดินทางไปช้อปปิ้งถึงที่นั่น

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

“ผมจึงอยากแสดงให้คนเห็นมุมที่หลากหลายขึ้นจากสิ่งของที่สะสม โดยเริ่มศึกษาจากสิ่งที่เก็บ เพราะอยากรู้ว่าสิ่งที่มีคืออะไร มีที่มาอย่างไร ใครเป็นคนใช้ ทำไมต้องสีนี้ มีความเชื่ออะไรอยู่ในนั้น” เจ้าของห้องบอกต่อว่า ความเข้าใจน้อยและเข้าใจผิดที่เคยมีคือปมที่ทำให้เขาขวนขวายศึกษา

โดยทั้งหมดเริ่มจากเพียงความชอบใน ‘ผ้าลุนตยาอเชะ’ แต่เมื่ออ่านเอกสารมากเข้า กลับพบว่าข้อมูลยังไม่พอแก่ใจที่ต้องการ เขาจึงตีตั๋วลงพื้นที่ถึงโรงทอที่พม่าเพื่อทำการวิจัยขั้นปฐมภูมิ ขยันไปหาเหล่าช่างทอ 4 – 5 ครั้ง แม้จะพูดภาษาเขาไม่ได้ จนในที่สุดกำแพงแห่งความไม่ไว้ใจก็ถูกทลาย กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ให้ทั้งมิตรภาพและความรู้

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
ช่วงปี 1980 – 1990 ผ้าลุนตยาอเชะเข้ามาในไทยผ่านทางแม่สายเป็นจำนวนมาก เพราะมีตลาดทางเชียงใหม่ที่ต้องการ
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

ลุน แปลว่า กระสวย ตยา (ตะ-ยา) แปลว่า หนึ่งร้อย รวมกัน ลุนตยา แปลว่า ร้อยกระสวย อเชะ (อะ-เชะ) แปลว่า เกาะเกี่ยว มาจากวิธีการทอผ้าที่ใช้กระสวยพุ่ง สีละกระสวย เมื่อพุ่งไปถึงจุดที่ต้องการจึงผูกปมเอาไว้ แล้วพุ่งกระสวยอันถัดไปต่อ หากผ้ามีสีมากก็ยิ่งใช้กระสวยเยอะ สมมติ เรากางผ้าออกมาดู มีลายที่ใช้สีแดงสลับกับสีเหลือง 40 ครั้ง แปลว่า มีกระสวยสีแดง 20 อัน และกระสวยสีเหลือง 20 อัน รวมเป็น 40 อัน แต่ผ้าจริงที่เราเห็นมีรายละเอียดเยอะกว่านั้น

เรามองผ้าลุนตยาอเชะทั้งเก่าและใหม่ที่เอกเปิดให้ดู นี่คืองานหัตถกรรมชั้นครูที่น่าภูมิใจของพม่า

“เส้นที่โค้งสวยแปลว่าคนทอเก่งมาก บางทีสีเดียวกันจะใช้กระสวยอันเดียวก็ได้ แต่คนทอต้องไขว้เส้นให้เป็น ไม่อย่างนั้นพันกันยุ่งเหยิง ระดับครูเก่ง ๆ ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน เป็นผ้าชั้นสูงจึงมีราคาแพงมาแต่โบราณ ปัจจุบันราคาหลายหมื่นต่อผืน”

เมื่อต้นทางถูกสงวนให้ใช้แค่ในราชสำนัก เหล่าช่างทอจึงได้รับการปูนบำเหน็จเสร็จสรรพ แต่เมื่อราชสำนักล่มสลาย มียุคหนึ่งที่ช่างทอต้องเผชิญปัญหา เพราะทำอาชีพอื่นไม่เป็น ขายเองก็ไม่เคยคิดเรื่องต้นทุนมาก่อน แต่หลังจากนั้นผ้าลุนตยากลายเป็นสินค้าไฮโซสำหรับคนที่อยากมีไว้ประดับบารมี ช่างทอจึงกลับมามีอาชีพอีกครั้ง

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
ผ้าลุนตยาอเชะอาจถูกตัดหลังเจ้าของเสียเพื่อทำเป็นผ้าห่อคัมภีร์ถวายวัด
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
เนื่องจากเป็นของแพง บางคนจึงมีเพียงผืนเดียวทั้งชีวิตเพื่อใช้ใส่ตอนออกเรือนหรือในพิธีสำคัญ ใช้ได้ทั้งชายและหญิง ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเพศ สี และลาย

แม้จะได้ข้อมูลมากกว่าในตำรา แต่ชายคนนี้ยังไม่คลายความสงสัย เขาอยากรู้ว่าคนสมัยก่อนนุ่งห่มผ้ากันอย่างไรจึงไปหาภาพถ่ายโบราณมาชม เมื่อเจอแล้วก็อยากเห็นอีก กลายเป็นเก็บมาเรื่อย ๆ กว่า 1,000 ใบ ส่วนใหญ่ได้มาจากโลกออนไลน์ส่งตรงจากยุโรป ซึ่งบางทีมีปีและสถานที่เขียนด้วย

“ที่พม่ามีภาพน้อย เพราะสภาพอากาศไม่ดี รูปพังไปเยอะ ดังนั้น ที่เราเจอในประเทศจะถอยกลับไปแค่ยุค 30 – 50 แต่เก่ากว่านั้นจะไม่เจอ”

เอกเล่าว่าสมัยโบราณการถ่ายภาพเป็นเรื่องยาก ผู้ที่ถือกล้องจึงต้องเป็นช่างภาพผู้เชี่ยวชาญหาใช่มือสมัครเล่น โดยคอลเลกชันแรกที่เขาหยิบออกจากกล่องไม้มาให้ชมเป็นของช่างภาพชาวเยอรมันชื่อ Philip Adolphe Klier ถ่ายไว้ประมาณปี 1870 – 1890 

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

“ในยุคแรกเขาถ่ายเพราะเป็นของแปลก เพื่อนำรูปไปทำการค้า Klier จะนำฟิล์มกระจกที่ถ่ายภาพรวบรวมไว้เป็นคอลเลกชันของสตูดิโอตัวเอง เขามีที่มะละแหม่งก่อนย้ายไปย่างกุ้ง เวลามีนักท่องเที่ยวมาก็จะได้อัดภาพขายตามออเดอร์เป็นของที่ระลึก”

ชาวพม่ามีความหวาดกลัวกล้องถ่ายรูปไม่ต่างจากชาวไทยโบราณที่กลัวถ่ายแล้ววิญญาณหลุดออกจากร่าง ในยุคแรกที่กล้องเข้ามาจึงมีแต่ชาวต่างชาติเข้าไปใช้บริการ แต่เมื่อผ่านไปเป็นปี ชาวบ้านเรียนรู้ว่าคนที่เคยถูกถ่ายยังไม่มีใครเสียชีวิต ประกอบกับเริ่มมีรายได้ที่ดีขึ้น พวกเขาจึงเริ่มนิยมถ่ายภาพกันมากขึ้น

กระทั่งเข้าสู่ช่วงปี 1900 – 1920 ฟิล์ม Kodak เริ่มเป็นที่แพร่หลาย กล้องขนาดเล็กมาพร้อมช่างภาพมือสมัครเล่นที่เผยแพร่ภาพแนว Candid กดชัตเตอร์ตามความสนใจ ไม่มีการเซ็ตอัป

“อันนี้ผมได้ฟิล์มมาจากอังกฤษ เป็นการซื้อออนไลน์โดยไม่รู้ว่าเป็นรูปอะไร คนขายบอกแค่เป็นภาพพม่า ผมก็เลยเอาฟิล์มไปอัดที่ร้านฉายาจิตรกร”

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
อัลบัมที่เอกนำฟิล์มไปล้างและอัดออกมาเป็นรูป

“นี่คือ หม่องชอว์ลู อยู่ที่มะละแหม่ง แล้วไปเข้ารีตได้ทุนไปกัลกัตตาและไปเรียนต่อถึงอเมริกา เรียนจบเป็นแพทย์คนแรกของพม่า ภาพนี้เขียนไว้ว่าถ่ายที่คลีฟแลนด์ โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา 

“ส่วนอันนี้เป็นเสนาบดีพม่าที่ถูกส่งไปเป็นเอกอัครราชทูตที่ยุโรปแล้วถ่ายภาพที่อิตาลี ผมไปเจอภาพนี้ที่ร้านขายหนังสือเก่าที่อิตาลี เขาเขียนอธิบายไว้ว่า Exotic asian gentleman in costume แต่เราเห็นแล้วรู้เลยว่านี่คนพม่าระดับสูง หาข้อมูลเพิ่มก็พบว่าพระเจ้ามินดงส่งเขาไปเรียนเมืองนอกเป็นคนแรก ๆ จบวิศวกรที่ฝรั่งเศส ตำแหน่งเขาชื่อ บัน แชะก์ หวุ่น ฝรั่งเขียนเอาไว้ว่า เขาเป็นคนที่เก่งมาก พูดฝรั่งเศสเก่ง อังกฤษดี เวลามีฝรั่งมา คนนี้เป็นคนรับแขกหมดเลย เห็นแต่งตัวแบบพม่า แต่กริยาเป็นตะวันตก”

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
บัน แชะก์ หวุ่น

“พม่าน่าสนใจเพราะทุกวันนี้เรายังรู้จักเขาแบบผิว ๆ สิ่งที่ผมสะสมส่วนใหญ่เป็นศิลปะที่ใช้ประดับตกแต่งได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพหรือผ้า มันน่าสนใจเพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคน เราเหมือนเรียนรู้ชีวิตและสังคมของเขาไปด้วย”

ต่อมาเอกหยิบภาพที่หลายคนอาจคุ้นตา เพราะถูกนำไปเปรียบเทียบกับภาพจากละครโทรทัศน์เรื่อง เพลิงพระนาง นั่นคือภาพของพระเจ้าสีป่อและพระนางศุภยาลัต ถ่ายในพระราชวังที่มัณฑะเลย์ ด้านหลังเขียนอธิบายไว้โดยลูกหลานเจ้าของภาพที่นำมาขาย ความว่า ต้นตระกูลเป็นชาวอังกฤษ ประกอบอาชีพทนายอยู่ที่รัตนคีรีและกัลกัตตา เป็นผู้เจรจาเรื่องเงินบำเหน็จให้กับพระเจ้าสีป่อและรัฐบาลอังกฤษ พระเจ้าสีป่อจึงพระราชภาพนี้ให้

“การที่ท่านพระราชทานให้ เราก็เดาว่าภาพนี้ถ่ายในประเทศและนำติดตัวไปตอนเนรเทศ” เอกเสริม โดยพระเจ้าสีป่อคือพระมหากษัตริย์พม่าองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์คองบองหรืออลองพญา ถูกเนรเทศไปอินเดียหลังจบสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ 3 

พระเจ้าสีป่อและพระนางศุภยาลัต
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
ภาพผู้มีภาวะขนดกในอดีต

“ความเศร้าคือเวลาที่เจ้าของเดิมเสียไป ลูกหลานขายภาพออกมา พ่อค้าส่วนมากมักจะตัดภาพจากอัลบั้มมาขายแยกทีละแผ่น อย่างอันนี้คาดว่าเป็นอัลบัมหรือ Scrapbook (สมุดติดรูปหรือข่าวที่ตัดมาจากสื่อสิ่งพิมพ์) แต่เราได้มาแค่ 2 แผ่น แล้วมีเอกสารติดมาด้วย

“สมัยนั้นมีสมาคมยานยนต์ของพม่า นี่คือเอกสารบอกเส้นทางสำหรับคนขับรถไปเอง เมืองไหนห่างไปกี่กิโลเมตร จะเจออะไรบ้าง ต้องเลี้ยวซ้ายหรือขวา”

เรียกว่านี่คือ Google Maps เมื่อ 100 ปีก่อนที่พม่ามีออกไปจนถึงชายแดนก็คงได้

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

นอกจากภาพทิวทัศน์ภายนอก เอกหยิบภาพเด็กชาวต่างชาติคนหนึ่งในชุดพม่าขึ้นมาให้ชม ดูแล้วก็พอทราบได้ว่าพ่อแม่คงพาไปถ่ายรูปในสตูดิโอ 

เขาเสริมว่า ภาพถ่ายในสตูดิโอหลายต่อหลายใบในยุคแรก ๆ คนในภาพอาจไม่เคยเห็นก็ได้ เพราะพวกเขาอาจถูกจ้างมาเป็นแบบ และนำภาพไปทำโปสการ์ดส่งขาย เนื่องจากสมัยก่อนเป็นช่องทางที่คนสื่อสารถึงกันอย่างแพร่หลาย 

อีกคอลเลกชันที่นำมาให้ชมคือซีรีส์ขายดีของโปสการ์ดปี 1900 – 1910 จัดทำโดย D.A.Ahuja (ห้างแขกที่ทั้งถ่ายรูป ทำสตูดิโอ และผลิตโปสการ์ด) ซึ่งร่วมมือกับเยอรมนี โดยส่งไปพิมพ์และลงสีที่เยอรมนี แต่ด้วยความที่คนทางนั้นไม่เคยเห็นว่าผ้านุ่งที่แท้จริงสีอะไร บางภาพจึงมีสีสดใสให้พวกเราแปลกใจเล่น เพราะไม่เหมือนจริงเลย

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ

“พวกนี้เป็นบัตรเชิญสมัยโบราณ นามบัตร หนังสือแนะนำทัวร์ด้วยรถไฟ ลามไปจนถึงเอกสาร หนังสือของที่ระลึกสมัยโบราณ โบรชัวร์เที่ยวพม่าของ โทมัส คุก บริษัทท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ อันนี้ปี 1933 – 1934 ซึ่งยุคทองของโลกคือหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะเทคโนโลยีดี เดินทางง่าย ไม่ลำบาก โลกเชื่อมโยงกัน โปรแกรมทัวร์จึงเกิดขึ้น ทำให้เห็นว่าร้อยปีที่แล้วเขาเที่ยวกันอย่างไร”

เจ้าของห้องเล่าต่อว่า แต่เดิมพม่าใช้เกวียนในการคมนาคม แม่น้ำอิรวดีมีเรือพื้นบ้านลอยล่อง เมื่ออังกฤษเข้ามาจึงเกิดกาารพัฒนาระบบคมนาคม สร้างรางรถไฟ และระบบขนส่งทางน้ำ มีเรือกลไฟเข้ามา ช่วงแรกบริษัทอิรวดี โฟลทิลล่า (Irrawaddy Flotilla) ตั้งขึ้นเพื่อขนยุทธภัณฑ์ จากนั้นจึงพัฒนาเป็นการค้าจริงจัง ขนตั้งแต่ย่างกุ้งขึ้นไปถึงต้นแม่น้ำมราติดกับชายแดนเมืองจีน เกิดเป็นระบบไปรษณีย์ขึ้นมา เรือบางลำเป็นเหมือนตลาดนัดที่มีคนขายของด้านบน เมื่อมาเทียบท่า ชาวบ้านก็แห่ลงไปซื้อของ

คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ
คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ

“ทุกครั้งที่ศึกษาวัฒนธรรมของคนอื่นลึกซึ้งขึ้น มันทำให้เราไม่ตัดสินและเข้าใจเขาในแบบที่เป็นเขามากกว่าเดิม ยกตัวอย่าง พี่น้องชาวพม่าที่มาทำงานบ้านเรา เขาไม่ใช่เชื้อชาติพม่า แค่ถือสัญชาติเมียนมา ในแง่ชาติพันธุ์อาจเป็นไทใหญ่ มอญ กะเหรี่ยง ซึ่งเราไม่ได้สนใจ แถมยังมองเป็นก้อนเดียว

“วันนี้กลับบ้านไป ลองถามพวกเขาดูสิว่าเป็นคนที่ไหน ถ้าเราเริ่มสนใจเรื่องเหล่านี้ของเขา เขาก็จะดีใจว่าเราไม่ได้เหมารวม”

พม่ามีกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย กลุ่มหลักชื่อว่า บะม๊า (Bamar) อาศัยอยู่เยอะทางตอนกลางของประเทศ แถมลุ่มแม่น้ำอิรวดี ตั้งแต่มัณฑะเลย์ลงมาถึงพุกาม หากลงไปย่างกุ้งหรือต่ำกว่านั้นเป็นพื้นที่ของชาวมอญ ส่วนพื้นที่ทางกาญจนบุรีเป็นชาวกะเหรี่ยง และทางเชียงใหม่ เชียงราย เป็นของชาวรัฐฉานหรือชาวไทใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ กระจายอยู่ทั่วไป

“ของที่ผมเก็บจะชอบของมอญ บะม๊า ไทใหญ่ และสนใจเป็นพิเศษกับสิ่งของช่วงสมัยอาณานิคม เพราะเห็นภาพของโลกาภิวัตน์ว่ามีมานานแล้ว ไหนจะเรื่องการเชื่อมโลก การค้าขาย แลกเปลี่ยน อย่างภาพถ่ายที่ผมเก็บ ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากจักรวรรดินิยมที่นำเทคโนโลยีการถ่ายภาพเข้ามา”

ที่เคยกล่าวว่าคอนโดของเอกไม่ต่างจากพิพิธภัณฑ์นั้นไม่เกินจริง เพราะเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องล้วนเป็นของสะสมจากต่างชาติทั้งสิ้น เช่น เก้าอี้ที่ฝรั่งสั่งทำโดยผสมผสานสไตล์ยุโรปเข้ากับศิลปะพม่า เอกเปรียบว่าเป็น La-Z-Boy เมื่อ 100 ปีก่อน

คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ

“ฝรั่งมักอินกับเรื่องท้องถิ่นเหล่านี้ พอเข้าไปประเทศไหนก็สั่งทำหมด” เขาเปิดตู้ (ที่มาจากพม่า) โชว์เครื่องเงินลายนูนสูงให้ชม

คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ
คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ

เราค้นพบว่าเครื่องเงินเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ชาวพม่าทำขายคนต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นเหยือกนม กาน้ำชา แก้วเบียร์ ถาดใส่อาหาร จิ๊กเกอร์ค็อกเทล ที่เสียบเมนู หรือกล่องใส่บุหรี่ ส่วนสิ่งที่คนพม่าทำมาใช้งานจริงคือขัน โดยลายที่นิยมก็หนีไม่พ้นเรื่อง รามเกียรติ์ พระเวสสันดร รวมไปถึงชาดกต่าง ๆ

ลายบนขันที่เอกหยิบขึ้นมาคือเรื่องราวของภิกษุณี พระปฏาจาราเถรี เดิมนางเป็นธิดาของเศรษฐีชาวเมืองสาวัตถี วันหนึ่งหลงรักคนรับใช้จึงหนีออกจากบ้านไปใช้ชีวิตด้วยกัน แต่หลังจากนั้นชีวิตของนางกลับทุกข์ทรมานแสนสาหัส สามีถูกงูกัดตาย ลูก 2 คนและบิดามารดาเสียชีวิต สุดท้ายนางเสียสติวิ่งแก้ผ้าอย่างไม่รู้ตัวจนพบพระพุทธเจ้า ภายหลังจึงได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ศึกษาพระธรรมจนสำเร็จเป็นภิกษุณี

คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ
คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ
J. & M. P. Bell & Co.Ltd. จานจากสกอตแลนด์ส่งมาขายที่พม่า โดยทำลายตามที่ชาวเอเชียนิยม

สมบัติใจทั้งหมดในห้องเริ่มต้นจากความต้องการรู้ สานต่อด้วยความใฝ่รู้ที่ไม่มีทางสิ้นสุดของเจ้าตัว 

เอกบอกว่าประเทศไทยไม่มีวัฒนธรรมของการสะสมมาตั้งแต่ต้น ขณะที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตลอดจนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เริ่มเก็บสิ่งของตามแนวคิดของต่างชาติที่ปลูกฝังเรื่องนี้มานานแล้ว เช่น เริ่มสอนให้เด็กรู้จักสะสมอะไรก็ได้ เพราะการสะสมสร้างนิสัยของความอยากรู้ อยากศึกษาอะไรบางอย่างให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

หลังใช้เวลา 4 ชั่วโมงลงลึกไปกับพม่าอย่างสนุกสนาน เราบอกลาเจ้าของห้องด้วยความอิ่มเอมใจ และตั้งใจกลับบ้านให้เร็ว เพื่อไปเปิดบทสนทนากับพี่สาวข้างบ้านว่า เล่าเรื่องที่บ้านของพี่ให้ฟังหน่อยสิ

การสะสมคือการต่อยอดการเรียนรู้ ความสงสัยพาเราไปหาผู้คนและค้นพบโลกกว้าง บางครั้งก็พาคนที่สนใจมาหาเพื่อให้เราส่งต่อความรู้ 

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับพม่าและชมภาพโบราณเพิ่มเติมได้ในหนังสือ Unseen Burma โดย เอก-ทวีป ฤทธินภากร จัดจำหน่ายโดย สำนักพิมพ์ ริเวอร์บุ๊คส์

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load