The Cloud X  Designer of the Year

ถ้าเพื่อนไปที่บ้าน ต้องทักเก้าอี้นะ”

อมรเทพ คัชชานนท์ เอ่ยถึงความตั้งใจในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ระหว่างพาเราเดินดูเฟอร์นิเจอร์ตัวอย่างหลายสิบชิ้น จากหลากคอลเลกชันที่เขาออกแบบ

หลายคนคงเคยเห็น คุ้นตา ไปจนถึงเคยใช้เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ เพราะพวกมันถูกเลือกไปใช้ในบ้าน ร้านอาหาร และโรงแรมหลายต่อหลายแห่ง ล่าสุดร้าน Starbucks เลือกเฟอร์นิเจอร์ของอมรเทพไปใช้ในพื้นที่ด้านนอกของร้าน ทั่วภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก

และพิเศษขึ้นไปอีกเมื่อเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นผลิตด้วย ‘ไม้ไผ่’

นอกเหนือจากการใช้งานตามหน้าที่ของเฟอร์นิเจอร์แต่ละชนิด อมรเทพตั้งใจให้งานออกแบบของเขามี ‘ความงาม’ ผสมผสานไปกับการใช้งานด้วย “ความงามต้องใช้อารมณ์ความรู้สึกเข้าไปสัมผัส นอกจากนั่งสบายแล้ว การที่คนนั่งเก้าอี้แล้วทักว่าเก้าอี้สวยจัง หรือเก้าอี้แปลกจัง ทำให้เจ้าของเก้าอี้ได้เล่าเรื่องราวของมันต่อว่า การนำไม้ไผ่มาพัฒนาเป็นเฟอร์นิเจอร์ไปได้ไกลขนาดไหน” อมรเทพขยายความถึงเรื่องราวเบื้องหลังที่เขาอยากส่งต่อไปพร้อมๆ กับเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น

หลังจากที่เราลองนั่ง สัมผัสผิวสัมผัส เทียบสีสันของเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นทั่วทั้งโชว์รูม ได้ฟังกระบวนการบีบ อัด ดัด ยืด ก่อนไผ่ลำเขียวจะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามจากอมรเทพ เจ้าของรางวัล Designer of the Year Award ปีล่าสุดในสาขา Furniture Design เราอยากนำเรื่องราวเหล่านี้มาเล่าต่อ

Starbucks, Banana Walk ภูเก็ต ประเทศไทย
ทีมออกแบบของ Starbucks เลือกใช้คอลเลกชัน Garden Line สำหรับสาขาในเอเชียแปซิฟิก ในประเทศไทยเริ่มที่สาขาภูเก็ตเป็นสาขาแรก

อมรเทพชอบเดินดูงานแสดงสินค้าตั้งแต่สมัยเรียนที่สาขาประยุกต์ศิลปศึกษา คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อเริ่มต้นทำงานได้สักพักเขาก็ได้รับทุนไปเรียนด้าน Innovation Management in Product Development by InWent ที่ประเทศเยอรมนี มุมมองต่องานศิลปะประยุกต์ของเขาจึงไม่ได้จำกัดความงามไว้แค่บนผ้าใบอีกต่อไป แต่เริ่มขยับขยายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ไม่ตั้งใจให้งานออกมาเป็นเฟอร์นิเจอร์เลย แค่อยากทำผลิตภัณฑ์หรือเเบรนด์ของตัวเอง เราพยายามดึงตัวเองออกมาในโลกความเป็นจริง เราสอดแทรกงานศิลปะไปกับไลฟ์สไตล์ของคนได้ ถ้าเราทำให้งานศิลปะจับต้องได้ จะสร้างเสน่ห์เเละมุมมองใหม่ๆ ให้ผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่าการออกแบบเพื่อใช้งานเพียงอย่างเดียว” อมรเทพเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการนำความงามแบบศิลปะมาปะทะกับการใช้งาน

ราว 10 ปีก่อน ระหว่างที่เขาเรียนอยู่ที่ประเทศเยอรมนี กระแสของ ‘กรีนดีไซน์’ หรืองานออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่วงการออกแบบที่นั่นกำลังให้ความสำคัญ รวมไปถึงนักเรียนออกแบบอย่างอมรเทพด้วย เขาเริ่มสำรวจตัวเองแล้วพบว่า วัสดุที่เขาสนใจมักเป็นวัสดุธรรมชาติ ไม่ใช่วัสดุสังเคราะห์

เมื่อกลับเมืองไทยอมรเทพจึงเดินหน้าวิจัยวัสดุในตลาด “มีคนทำงานหวายเยอะมาก ช่วงนั้นเมืองไทยหาหวายยาก ผักตบชวาก็เป็นวัสดุที่มีคนทำชัดเจนดีอยู่เเล้ว เราหาข้อมูลว่าวัสดุแต่ละชนิดมีข้อดีอย่างไร ทำอะไรต่อได้บ้าง แล้วก็มาจบที่ไม้ไผ่ ซึ่งโตเร็วเมื่อเทียบกับไม้เนื้อเเข็ง สามถึงสี่ปีก็นำมาเเปรรูปได้แล้ว เมื่อตัดไม้ไผ่มาทำงาน ไผ่ก็ยังแตกหน่อได้ตามธรรมชาติ จะปลูกเพิ่มก็ไม่ยาก ตอบโจทย์กรีนดีไซน์ที่เราสนใจ

ไม้ไผ่เป็นวัสดุปราบเซียนในการทำธุรกิจ ถ้าใช้ไม้อย่างอื่นอาจจะได้กำไรเยอะไปแล้ว” คือสิ่งที่หลายๆ คนเตือนอมรเทพ ไม่มีหลักสูตรให้เราเรียนรู้โดยตรง เราต้องค้นหาความรู้ต่างๆ ด้วยตัวเอง ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก็ซ้ำๆ เรายังมี know-how เรื่องการผลิตน้อย เเม้กระทั่งเครื่องมือเครื่องจักรก็ต้องปรับกันเอง ช่วยกันคิด ช่วยกันดู บางที ทำเเค่ตัว 2 ตัวก็ดี เเต่ถ้าทำเยอะๆ ต้องคิดว่าจะทำอย่างไร” อมรเทพย้อนเล่าถึงช่วง 2 ปีแรกที่เขาหมดเวลาไปกับการทำความเข้าใจไม้ไผ่ และหาทางจัดการไม้ไผ่เพื่อกำจัดมอด

อดทน กัดฟันทำไป ช่วงแรกๆ ที่ออกงานแฟร์ คิดว่าต้องตอบคำถามเยอะมากแน่ๆ แต่ผิดคาด ลูกค้ามองว่าเราทำงานออกแบบไม้ไผ่ที่เขาไม่เคยเห็น ไม้ไผ่ทำได้ขนาดนี้เลยหรอ ชาวต่างชาติบอกว่า ไผ่ของคุณเป็นเอกลักษณ์มากเลยนะ ซึ่งตอบโจทย์เราเรื่องเเบรนด์ เราต้องการทำงานไม้ไผ่ที่เเตกต่าง มันทำให้เรามั่นใจมากว่าเรามาถูกทางแล้ว” Design Director ของ BAMBUNIQUE เล่าถึงวันแรกๆ ของแบรนด์ที่เขาตั้งใจพัฒนาให้งานไม้ไผ่ออกมาต่างกับที่เคยเป็นตามส่วนผสมของชื่อ BAMBOO กับ UNIQUE

Starbucks Reserve Bar, United Square สิงคโปร์
นอกจากงานเฟอร์นิเจอร์แล้ว BAMBUNIQUE ยังได้ร่วมงานกับทีมออกแบบของ Starbucks เอเชียแปซิฟิก ในการออกแบบงานตกแต่งภายใน สาขาแรกที่ทำคือที่ United Square ประเทศสิงคโปร์

โบ.ลาน, กรุงเทพฯ ประเทศไทย
ส่วนล็อบบี้เลานจ์ของร้านอาหารโบ.ลาน ตกแต่งด้วยงานไม้ไผ่ร่วมสมัยจาก BAMBUNIQUE

“เอกลักษณ์เฉพาะตัวได้มาจากฝีมือของคน” เขาขยายความถึงการเลือกใช้วิธีผลิตแบบหัตถอุตสาหกรรมผสมผสานระหว่างเครื่องมือกับมือคนจริงๆ “งานออกแบบวัสดุธรรมชาติ เราต้องแสดงความเป็นวัสดุนั้นให้ชัดเจน มันอาจไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เส้นบางเส้นไม่ได้เท่ากันเป๊ะ แต่นั่นคือเส่นห์ของมัน” การดึงคุณสมบัติของไม้ไผ่มาใช้อย่างเต็มสมรรถภาพจึงเหมือนเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

“เราจะทำงานไม้ไผ่อย่างไรให้เเตกต่างจากคนอื่น ถ้าเราทำเเล้วเหมือนที่เจอใน YouTube ใน Google ก็จะไม่เกิดความเเตกต่าง เราเล่นไม้ไผ่ให้เป็นอีกระดับหนึ่งได้ ไม่ต้องเล่นให้ดูเป็นธรรมชาติ สีธรรมชาติล้วนๆ เสมอไป เรายกระดับไม้ไผ่ให้เป็นวัสดุร่วมสมัยใช้กับงานในปัจจุบันได้จริง เราเลยเล่นกับผิวสัมผัสไม้ไผ่เพิ่ม ทำสีไม้ไผ่เพิ่ม

“ตอนเเรกเราเริ่มจากการเเปรรูปวัสดุ พอมั่นใจว่าวิธีการเเปรรูปของเราต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ได้ ก็เริ่มทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ ทำเป็นของตกเเต่ง เเล้วก็ใช้คุณสมบัติไม้ไผ่มาตอบโจทย์งานดีไซน์

“ไม้ไผ่มีความเหนียว เเข็ง ยืดหยุ่นได้ดี เราเริ่มจากการทดลองเทคนิคที่จะต่อยอดในงานออกแบบว่าไม้ไผ่ทำอะไรได้บ้าง เฮ้ย มันบีบได้ มันดัดโค้งได้ เอามารัดเอามาสานได้ เราเอาคุณสมบัติเหล่านั้นมาสร้างเป็นคาแรกเตอร์ของงาน เพราะเป็นไผ่ถึงทำงานแบบนี้ได้

เก้าอี้ตัวนี้ก็เอาไม้ไผ่มาบีบ” อมรเทพชวนให้เราดูเก้าอี้ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ Design Excellence Award (DEmark) จากสำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการส่งออก ซึ่งเป็นสินค้าขายดีของแบรนด์

“อยากจะให้เก้าอี้ของเรา เฟอร์นิเจอร์ของเรา ไปวางที่ไหน คนจำได้ว่าเป็นดีไซน์ของเรา เเม้จะไม่ได้ติดเเบรนด์”

รางวัลเป็นเหมือนบทพิสูจน์ด้านการออกแบบ การที่ผลิตภัณฑ์ขายได้ซ้ำๆ ก็เหมือนงานออกแบบได้รับการยอมรับ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคน ตอบโจทย์ของอมรเทพที่ความงามแบบศิลปะเข้ามาอยู่ในไลฟ์สไตล์ได้

อมรเทพทดลองความยืดหยุ่นของไม้ไผ่ด้วยการลองม้วนเพื่อดูว่าจะแตกหักไหม เพื่อต่อยอดเทคนิคนี้ไปใช้สร้างผลิตภัณฑ์ เขาบอกว่า การทดลองแบบนี้เหมือนเวลาเรียนศิลปะ พอเขียนจุดหนึ่งจุดได้แล้ว ก็อยู่ที่คนเขียนรูปแล้วว่าจะลากเส้นต่อไปทางไหน

นับเป็นเวลา 7 ปี ที่อมรเทพแสวงหาความเป็นไปได้ให้กับวัสดุที่เขาเลือกแล้วอย่างไม้ไผ่

เราผูกพันกับไผ่ ยังมีอะไรอีกเยอะที่อยากนำเสนอ ตอนเเรกคิดว่าจะเสี่ยงไปไหมที่จะเล่นแค่ไม้ไผ่อย่างเดียว ถ้าคนไม่ยอมรับจะทำอย่างไร แต่เราอยากไปให้สุดทาง ทำให้เป็นจุดเเข็งของเรา เราอาจจะดื้อมั้ง เราเบื่อที่ต้องทำตามสิ่งที่ตลาดมี อยากจะฉีกสิ่งที่มีอยู่แล้วบ้าง” อมรเทพพูดถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญก่อนพูดถึงสิ่งที่เขาทำทุกครั้งเวลาต้องเริ่มต้นออกแบบ

ผมใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นตัวดำเนินงานออกเเบบ จะพยายามไม่เคยชินกับอะไร ความเคยชินคือยาพิษที่ทำให้เราตายไปจากความคิดสร้างสรรค์เรื่อยๆ ถ้าเราเคยชินกับบางสิ่ง ยอมรับบางสิ่งที่มีอยู่เเล้ว มันจะไม่เกิดอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาเลย เราอยากทำแบรนด์ของเราเพื่อบอกว่าไม้ไผ่ไปได้ไกลจริงๆ เป็นการออกแบบที่ข้ามพ้นเรื่องวัสดุไปแล้ว”

www.bambunique.com

5 เฟอร์นิเจอร์ที่ดึงคุณสมบัติของไม้ไผ่มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

01 Ra Dee Bench

“เราเอาคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นของไม้ไผ่มาแสดงออกด้วยเทคนิค ‘คว้านรัด’ เพื่อสร้างคาแรกเตอร์ให้คอลเลกชันนี้ ก่อนจะต่อยอดเทคนิคนี้กับการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ ชื่อ ‘ระดี’ แปลงมาจากคำว่า รัดดี เก้าอี้ตัวนี้คว้ารางวัลชนะเลิศ Design Excellence Award (DEmark) จากสำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการส่งออกและ G-Mark Award จากสมาคมส่งเสริมการออกแบบของอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่นในปี 2014

02 Garden line Lounge chair

“คอลเลกชันนี้แสดงให้เห็นว่าไม้ไผ่มีความยืดหยุ่นจนดัดโค้งได้ แต่ก็มีความแข็งแรงเท่าไม้เนื้อแข็ง เราใช้จุดเด่นนี้มาสร้างเฟอร์นิเจอร์ โดยแต่ละชิ้นจะแตกต่างกันด้วยลวดลายของไม้ไผ่”

03 Hug Easy Chair

การบีบและอัดโค้งของไม้ไผ่ที่เป็นลำปล้อง ป็นงานที่ยากและท้าทายมาก แต่ผลลัพธ์ของการทดลองออกมาดีจนพวกเราประหลาดใจ จึงลองใช้เทคนิคนี้มาทำให้เกิดเป็นฟังก์ชันของพนักพิงที่ต้องการให้รองรับหลัง เป็นงานที่แสดงความแข็งแรงในการทนต่อการบีบอัด แต่ยังคงความเป็นปล้องไว้ได้ จนหลายคนไม่เชื่อว่านี่คือไม้ไผ่จริงๆ”

04 LINIER Dining Chair

“ไม้ไผ่ที่แปรรูปเป็นเส้นแล้วแต่ยังคงความเหนียวและทนทานต่อการดัด ทำให้เราสนใจนำคุณสมบัตินี้มาสร้างแพตเทิร์นของการเป็นพนักพิงในรูปแบบที่แปลกตาออกไป สร้างมิติใหม่ให้งานไม้ไผ่ไม่จำเป็นต้องดูหนักแน่นหรือแข็งแกร่งเท่านั้น”

05 CREEP Dining Chair

“คอลเลกชันล่าสุดที่เราต่อยอดคุณสมบัติของไม้ไผ่ที่มีแนวเส้นใยแนวยาวต่อเนื่องกันมากกว่างานไม้ชนิดอื่นๆ สร้างความประหลาดใจได้มากขึ้น ด้วยการเชื่อมโยงการอัดการดัดโค้งจากลำไม้ไผ่ไปสู่ไม้ไผ่อัดแผ่น เป็นการเชื่อมโยงความเป็นธรรมชาติสู่การแปลงรูปร่างในมุมมองใหม่”


5 ตัวช่วยในการแตกหน่อไอเดีย

1. สมุดสเกตซ์กันลืม

สิ่งที่อมรเทพมักจะทำเวลามีไอเดียใหม่ๆ หรือคิดถึงเทคนิคที่อยากลองใช้ คือการบันทึกลงในสมุด จึงไม่แปลกใจที่คอลเลกชันเฟอร์นิเจอร์ที่จะออกมาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งของแบรนด์ BAMBUNIQUE ก็มักจะเริ่มต้นจากการสเกตซ์ในสมุด

2. ดินสอ

อาจเพราะเขาใช้ดินสอดรอว์อิ้งมาตั้งแต่สมัยเรียน จึงชอบการใช้ดินสอมากกว่าปากกา โดยเฉพาะดินสอไม้ที่มักจะให้น้ำหนักเส้นที่สวยกว่าเวลาสเกตซ์งาน แต่ถ้าพกดินสอไม้ออกไปข้างนอกก็ต้องพกกบเหลาดินสอไปด้วย ดินสอกดจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะเจาะพอดี

3. กล้องถ่ายรูป

อมรเทพมักจะพกกล้องถ่ายรูประหว่างเดินทางทั้งในและต่างประเทศ เผื่อเจอแรงบันดาลใจดีๆ ก็จะถ่ายเก็บไว้ เขาชอบถ่ายภาพงานสถาปัตยกรรมที่เน้นรูปทรงและรายละเอียด กล้องมือถือจึงไม่ตอบโจทย์นี้นัก

4. หนังสือ

หนังสือเกี่ยวกับการออกแบบเป็นสิ่งที่อมรเทพต้องอ่านเป็นประจำ แต่เขาชอบอ่านหนังสือที่ไม่เกี่ยวกับการออกแบบไปพร้อมๆ กันด้วย “เราอยู่กับมือถือจะเห็นฟีดข่าวเดิมๆ เราไม่ต้องอ่านเองก็ได้ สักพักเพื่อนก็จะมาเล่าให้ฟัง หนังสือเลยเป็นสิ่งที่เราอยากอ่านจริงๆ จังๆ ให้ได้เดือนละเล่ม” อมรเทพเล่าเหตุผลพร้อมยกตัวอย่างว่าหนังสือเรื่องการเดินทางก็เป็นสิ่งที่เขาชอบอ่าน เพราะเขาจะได้เรียนรู้วัฒนธรรม ได้รู้ข้อมูลของประเทศอื่นๆ ที่บางครั้งเมื่อเขาได้เจอลูกค้าที่มาจากประเทศนั้นๆ สิ่งที่เขาเรียนรู้จากการอ่านก็จะเป็นเรื่องที่เขาใช้ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับลูกค้าได้อย่างไม่เคอะเขิน

5. ไม้ไผ่

ความเข้าใจในวัสดุเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก พันธุ์ของไม้ไผ่ส่งผลถึงรูปทรง สีสัน และคุณสมบัติ อมรเทพจึงต้องศึกษา ทำความรู้จักกับต้นทางการออกแบบเหล่านี้ รวมไปถึงเทคนิคที่สามารถใช้กับไม้ไผ่ อย่างไม้ไผ่ธรรมชาติที่จะมีผิวสัมผัสและลักษณะข้อปล้องชัดเจน เมื่อใช้กับงานที่ต้องการความ smooth อาจต้องขัด ผลลัพธ์ที่ออกมาก็แทบจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงเพียงแค่ผ่านกระบวนการผลิต

Save

Writer

วิชุดา เครือหิรัญ

เคยเล่าเรื่องสั้นบ้างยาวบ้าง ในต่างเเเพลตฟอร์ม เล็กบ้างใหญ่บ้างออกมาในรูปแบบบทสัมภาษณ์ นิตยสาร เว็บไซต์ นิทรรศการไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ ตอนนี้กำลังเป็นส่วนเล็กๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย เเละยังคงเล่าเรื่องต่อไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Designer of the Year

วิธีคิดเฉียบคมเบื้องหลังงานเด็ดของนักออกแบบแห่งปี

ด้วยคุณสมบัติ ทองเหลืองคือวัสดุอันแข็งกร้าว เป็นโลหะที่ได้ชื่อว่าแกร่งสุดในยุคสำริด

ด้วยการออกแบบ ทองเหลืองกลายเป็นเครื่องเรือนชิ้นงามที่โอนอ่อนพลิ้วไหว แต่ยังซ่อนความมั่นคงไว้ภายใน ผ่านฝีมือ วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design ผู้พลิกคุณสมบัติทางสายตาของวัสดุไปอย่างสิ้นเชิง แปรเปลี่ยนให้เหนือชั้นกว่าฟังก์ชันที่มี

ปัจจุบัน อภิวัฒน์เป็นที่รู้จักในฐานะดีไซเนอร์ประจำแบรนด์ MASAYA แต่ก่อนหน้านี้ เขาร่วมงานกับบริษัทต่างชาติอย่าง Alexander Lamont, Restrogen ทำงานตกแต่งผนังกับ Zen Forum ให้ Philips Collection ร่วมงานออกแบบกับแบรนด์ไทย ทั้ง Deesawat และ Prempracha รวมถึงกระโดดไปทำงานจิวเวลรี่กับ Nova Collection อีกด้วย

ตลอดเส้นทางดีไซเนอร์ อภิวัฒน์ยังพาผลงานไปอวดโฉมตามเทศกาลงานดีไซน์ทั่วโลก ตั้งแต่งาน Maison&Objet ที่ปารีส Bologna Design Week ประเทศอิตาลี Good Design Exhibition ณ กรุงโตเกียว London Design Festival ในอังกฤษ เป็นต้น กวาดรางวัลทั้งเวทีไทยและเทศมากมาย ชนิดที่ว่าถ้าหากให้ไล่เรียงทั้งหมดคงต้องใช้เนื้อที่อีกหลายบรรทัด

เขาหลอมรวมศิลปะเข้ากับงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างแยบคายและเหนือชั้น ไม่ใช้เพียงทองเหลือง-วัสดุที่เจ้าตัวถนัด วัฒน์ยังจับสเตนเลส เหล็ก ไม้ ไปถึงเซรามิก มาสร้างสรรค์ศิลปะตกแต่งชิ้นงามด้วยแนวคิดเดียวกัน

ต่อไปนี้คือวิธีคิดวิธีทำงาน ที่หลอมรวมตัวตนเข้ากับการสร้างแบรนด์จากนักออกแบบแห่งปีคนนี้

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ศิลปะ + ประยุกต์

อภิวัฒน์เติบโตในครอบครัวศิลปินขนานแท้ มีพ่อเป็นครูสอนศิลปะคนแรกในชีวิต จึงไม่น่าประหลาดใจอะไรหากเขาจะมุ่งมั่นเอาดีบนถนนสายนี้อย่างเต็มตัวตั้งแต่เด็ก

หลังจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากวิทยาลัยช่างศิลป และได้เข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ภาควิชาวิจิตรศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก่อนมาศึกษาด้านประยุกต์ศิลป์ในระดับปริญญาโท ที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หล่อหลอมแนวคิดสำคัญในการทำงานศิลปะให้แก่เขา

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ถ้าเป็นศิลปิน การวาดรูปหนึ่งชิ้นเพื่อนำไปวางไว้ที่พิพิธภัณฑ์ อาจจะเพื่อตัวเอง คนจะชอบหรือไม่ชอบอีกเรื่องหนึ่ง แต่งานมักออกมาจากตัวตน

“แนวคิดของประยุกต์ศิลป์คือการทำงานศิลปะ จะเป็นประติมากรรมหรือภาพพิมพ์ก็ได้ แต่ต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่า ผลงานชิ้นนี้จะเอาไปไว้ที่ไหนนอกจากมิวเซียม อาจไปประดับสถานที่ใดที่หนึ่ง ฉะนั้น แทนที่เนื้อหาจะออกมาจากตัวเราอย่างเดียว ก็ต้องมีส่วนที่แชร์กันคนละครึ่งกับอาคาร สถานที่ หรือว่าเรื่องราวของสถาปัตยกรรมนั้นๆ”

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ช่วงสั้นๆ หลังเรียนจบ บัณฑิตหนุ่มก็ปั้นธุรกิจส่วนตัวขึ้น เป็นแบรนด์ของแต่งบ้านที่ฟังก์ชันการใช้งานและดีไซน์ออกมาจากตัวเขาขนานแท้ อภิวัฒน์ได้เก็บเกี่ยวคอนเนกชันและรู้จักผู้คนในแวดวงวิชาชีพอย่างโลดโผนตลอดอายุกิจการ 3 ปี ก่อนจำต้องพับโปรเจกต์ลงเพราะความไม่เจนตลาด

น้ำเสียงคู่สนทนาไม่เผยความผิดหวังที่ต้องเลิกกิจการแรกของตัวเองไปแม้แต่น้อย เพราะมีบริษัทต่างชาติมากมาย ทั้ง Alexander Lamont ผู้มาจ้างวานให้ทำงานตกแต่งผนัง เล่นสนุกกับ Restrogen ประสานมือกับ Zen Forum กรีดแผ่นเหล็กเป็นดอกประการังฟรีฟอร์ม ราวกับกระดาษ

ทั้งหมดส่งให้เขารื่นเริงอยู่กับงานตามแต่เส้นสายสัมพันธ์ของคนรู้จักที่จะพาไปเจอ

ศิลปะ + ตกแต่ง

MASAYA เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติไทยที่เริ่มต้นจากธุรกิจทำรูปปั้นสัตว์-พระพุทธรูปหล่อ ส่งออกในชื่อ Asia Collection ต่อมาลูกค้าเริ่มนำแบบเฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองแบบตะวันตกมาสั่งผลิต จึงค่อยๆ เปลี่ยนสถานะเป็นกึ่งผู้ขายกึ่งโรงงานรับทำตามออเดอร์ ก่อนต่อยอดไปเป็น MASAYA ที่ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์โดยเฉพาะอย่างเต็มตัว 

หลังจากวิ่งเล่นในวงการศิลปะตกแต่งอยู่พักหนึ่ง อภิวัฒน์ก็เข้ามาร่วมงานกับ MASAYA ในฐานะนักออกแบบหลัก ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน ผลงานชิ้นแรกที่สร้างชื่อให้เขาคือ ‘Feather’ งานสเตนเลสเชื่อมมือทีละเส้นที่แสดงความประณีตเหนือชั้นและใช้เวลาทำราว 2 เดือน จนคว้ารางวัล DEmark และ PE Award มาครอง

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ตอนเริ่มออกแบบเป็นงานทองเหลือง แต่เพราะทำกับ MASAYA ปีแรก ยังไม่รู้มือว่าช่างปั้นทำตามแบบได้ไหม การหล่อก็มีปัญหาเยอะ พอออกมาไม่ตรงกับที่ต้องการทีเดียวก็เลยถอดแบบมาเป็นอีกงานหนึ่ง ซึ่งเป็นการเชื่อมสเตนเลสจากลวดชิ้นเล็กๆ ประมาณสองมิลลิเมตร แล้วค่อยๆ เชื่อมกันแทน

“ช่วงแรกผมต้องทำเป็นต้นแบบไว้ก่อน แล้วถ่ายทอดให้ช่างอีกที แต่พอผ่านมาสองสามปี ก็เริ่มปรับเทคนิคต่างๆ ให้เข้ากันได้แล้ว งานก็ค่อนข้างเป็นอย่างที่หวังไว้ แต่ก็ยังต้องพัฒนาต่อไป”

จากเดิมตั้งต้นว่าจะทำของตกแต่งขาย เพราะปูนปั้นเหล่านั้นไม่ได้มีฟังก์ชันพิเศษอื่นใดนอกจากเป็นเครื่องประดับชิ้นเขื่อง อภิวัฒน์ค่อยๆ เขียนนิยามสิ่งที่เขาทำขึ้นใหม่ ว่าเป็นศิลปะตกแต่งซึ่งใช้รสนิยมความงามนำฟังก์ชันการใช้งาน โดยมีฐานลูกค้าเก่าของโรงงาน-กลุ่มคนที่อุดหนุนประติมากรรมและงานทองเหลือง ช่วยซัพพอร์ตให้แบรนด์ตั้งไข่ได้ ไม่นานจึงค่อยๆ มีลูกค้าหน้าใหม่เข้าหา

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ความต่อเนื่องสำคัญมาก” คู่สนทนาเล่าถึงแนวคิดในการทำงานช่วงนั้น

“มันทำให้คนเห็นภาพว่าแบรนด์นี้ทำงานแบบไหน ส่งผลโยงกันตั้งแต่ชิ้นแรกถึงชิ้นสุดท้าย ครั้งหนึ่งไปออกงาน Maison&Objet ลูกค้าทิ้งนามบัตรไว้แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร พออีกปีเขาถึงกลับมาซื้อสินค้าตัวแรกที่เราไปโชว์ ไม่ได้ซื้อตัวใหม่ด้วย เพราะเวลาศิลปินทำงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง คนจะเห็นและเชื่อมั่นว่ามันออกมาจากตัวตนจริงๆ งานมีคุณภาพ ไม่ได้ฉาบฉวย”

วัฒน์ อภิวัฒน์ นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ศิลปะ + เฟอร์นิเจอร์

เพราะใช้สุนทรียะเป็นเข็มทิศในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ กระบวนการทำงานของวัฒน์จึงมักเริ่มต้นจากการนำองค์ประกอบทางศิลปะเป็นวัตถุดิบหลักแล้วค่อยคิดต่อยอดออกไป แต่ก็ไม่ลืมใส่ฟังก์ชันการใช้งานเข้าไปด้วยทุกครั้ง

“ผมมักรู้สึกว่างานเพนต์ที่มีแค่สีขาวดำนั้นแบน แต่หากเป็นขาว ดำ เทา ก็จะเริ่มมีมิติขึ้นมาบ้างแม้เป็นงานสองมิติ ผมเอาแนวคิดนี้มาใช้กับประติมากรรม ซึ่งเป็นสามมิติอยู่แล้ว แต่จะมีบางส่วนที่คนมองไม่เห็น อาจเพราะธรรมชาติของมนุษย์ จึงไม่ค่อยทำอะไรที่เป็นก้อนมวลมากนัก มีสามสเต็ปเป็นอย่างต่ำ อย่างทองเหลือง ก็ทำให้มีเส้นหนา เส้นกลาง เส้นเล็ก มีบางพื้นผิวที่ถูกแสงส่องเพื่อให้เกิดน้ำหนักและเงา ภาพที่ออกมาจึงค่อนข้างมีเอกภาพ

“ส่วนฟังก์ชันนั้นเป็นเรื่องรอง เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มีของที่ใช้งานได้ดีมากเกินพอแล้ว เขาไม่ได้เอาไปใช้จริงแน่นอน ผมเลยเน้นองค์ประกอบทางศิลปะ ซึ่งเป็นรูปแบบและเทคนิคเฉพาะของตัวเองมากกว่า”

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน

อภิวัฒน์ไม่ได้ใส่ฟังก์ชันลงไปเพื่อการใช้งานโดยตรง แต่มันมีหน้าที่เปลี่ยนงานศิลปะซึ่งอาจฟังดูสูงส่งเข้าใจยาก เป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่คนทั่วไปรู้จักคุ้นเคย และเป็นกลยุทธ์ลับในการการพาศิลปะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน

ดีไซเนอร์คู่สนทนาเผยไต๋ถึงแนวคิดในการทำศิลปะตกแต่งอย่างหมดเปลือก ก่อนเฉลยเทคนิคการเรียกความสนใจให้แบรนด์ผ่านสินค้าชิ้นโบว์แดง ที่แม้แพงจนไม่มีใครเอื้อมถึง แต่จำเป็นต้องมี

“การใช้วัสดุให้แตกต่างจากสามัญสำนึกของคนทั่วไป คือสิ่งที่จะทำให้งานแต่ละชิ้นอิมแพคขึ้น” เขาว่า

“เวลาไปออกงานแฟร์ จำเป็นต้องมีสินค้าที่อิมแพคเพื่อโชว์ศักยภาพโรงงาน อาจไม่มีคนซื้อตัวนั้นก็ได้ แต่ลูกค้าจะมาหยุดคุยกับเราและมองตัวอื่นต่อ ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ เราทำงานเพื่อขายอย่างเดียวไม่ได้ เหมือนเป็นการทำแบรนด์อย่างหนึ่ง หากมีสินค้าไฮไลต์สักชิ้น จะทำให้คนรู้จักเร็วขึ้นและติดตามแบรนด์เราต่อไปในภายหน้าว่าพัฒนาไปอย่างไร ต่อให้เขาไม่ซื้อ ก็อาจมาสั่งโรงงานเราผลิต มีรายได้เข้าอีกทางอยู่ดี” ดีไซเนอร์มากประสบการณ์อธิบายวิธีเรียกร้องความสนใจและสร้างความโดดเด่น เมื่อต้องเข้าไปอยู่ในงานจัดแสดงขนาดใหญ่

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน

ศิลปะ + ตัวตน

ปกติ ศิลปินหรือดีไซเนอร์ผู้เล่นกับวัสดุแต่ละคน มักเป็นที่รู้จักอย่างเฉพาะเจาะจง ว่าเชี่ยวชาญแมททีเรียลชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งนั่นมีส่วนทำให้ภาพจำเอกลักษณ์ในเชิงออกแบบเลือนรางลงไปไม่น้อย แต่อภิวัฒน์คือดีไซเนอร์ผู้ใช้วัสดุหลากหลาย จับทางยาก เราจึงต้องถามออกไปอย่างโจ่งแจ้งว่าสไตล์และตัวตนของเขาเป็นอย่างไร

“ผมไม่ได้มีสไตล์ เพราะทำหลายอย่างนอกจากทองเหลือง มีเซรามิก เหล็ก ไปจนถึงจิวเวลรี่ ผมว่าต้องให้คนนอกมองเข้ามา จะเห็นว่ามันไม่เกี่ยวกับวัสดุ แต่จะมีบุคลิกบางอย่างที่ผมถ่ายทอดลงไปมากกว่า”

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน
รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“อาจดูโบราณหน่อย แต่ผมถูกสอนว่าเวลาทำงานศิลปะ ไม่ว่าจะออกแบบแพตเทิร์นได้สวยแค่ไหน แต่ถ้ามันซ้ำมากๆ มันสวย แต่น่าเบื่อหน่าย ดังนั้น ต้องทำอะไรให้มีความแตกต่างสักสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ความสวยนั้นมีเสน่ห์ ผมจึงใส่ดีเทลเล็กๆ ซ่อนเอาไว้นิดหนึ่ง งานผมจึงมักไม่เสมอกัน ไม่ค่อยเท่ากัน”

วัฒน์โชว์ภาพผลงานชิ้นสำคัญประกอบบทสนทนาเพื่อให้เราเห็นภาพ เป็นคอลเลกชัน Ink ที่เขาทำขึ้นเมื่อ ค.ศ. 2019 หลังจากเขาเริ่มรู้มือกับช่างในโรงงานแล้ว จึงใส่เทคนิคพิเศษมากมายซึ่งสะท้อนตัวตนของเขาลงไป

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“สังเกตว่างานผมจะไม่มีทองเหลืองสำเร็จรูป เราต้องการโชว์ศักยภาพโรงงานเพื่อให้รู้ว่าถ้าไม่ใช่โรงหล่อก็ทำไม่ได้ ดังนั้น เวลาขึ้นรูปจะมีมิติเป็นเส้นหนาเส้นบางอยู่ด้วยกัน เพื่อให้มองมุมกลับได้ว่า ทำทองเหลืองที่ดูหนักให้เบาได้ยังไง และทำสีพิเศษขึ้นด้วย ตัวนี้เป็นจุดแข็งที่ทำให้เรามีคู่แข่งน้อย มันออกมาสมบูรณ์ตามที่ผมตั้งใจไว้และค่อนข้างเป็นตัวผม

“เริ่มต้นจากเก้าอี้ก็จริง แต่สุดท้ายลูกค้าอยากได้คอนโซล โต๊ะข้าง หรือโต๊ะกินข้าว เราก็ต่อยอดออกมาเรื่อยๆ หลายอย่างก็มาจากลูกค้าแนะนำ” เขาเล่าอย่างอารมณ์ดี น้ำเสียงเปิดเผยว่าเจ้าตัวมีความสุขที่ได้ทำ

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“หรืออย่างชิ้น Peacock ที่ทำให้ Touchable” วัฒน์ชวนเราดูผลงานอีกชิ้น

“แพตเทิร์นไม่ชัดเจน ผมจึงต้องคิดไปทำไป โยนแบบจากกระดาษให้ช่างเลยไม่ได้ ต้องทำแพตเทิร์นต้นแบบให้เขาดูก่อน ดูช่องไฟและอธิบายให้เห็นภาพ งานนี้ใช้เทคนิคเดียวกัน แต่ปกติ Alexander Lamont ชอบใช้สีน้ำตาล เราจึงต้องเอาไปทำดำก่อน ซึ่งมีคนเชื่อมเป็นน้อยมาก”

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ถ้าวัสดุไม่ได้ต่างจากคนอื่นเท่าไหร่ ต้องหาความแตกต่างให้เจอ อาจเป็นความแตกต่างโดยรูปแบบ หรือความแตกต่างในรายละเอียด มันสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ได้” เขาชวนคิด

ศิลปะ + นวัตกรรม

แม้ว่าผลงานชิ้นหนึ่งๆ จะยืนระยะในตลาดได้พักใหญ่ แต่อภิวัฒน์ยังยืนยันว่าต้องหมั่นสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ออกมาให้เป็นที่รับรู้อยู่เสมอ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และพัฒนาการของแบรนด์ ลูกค้าอาจไม่ได้สนใจซื้อหรือเป็นที่ฮือฮาในตลาดเสียทุกครั้ง แต่สิ่งที่ได้กลับไปแน่ๆ คือคำแนะนำซึ่งมีประโยชน์มหาศาล

“กระบวนการมันพัฒนาไปเรื่อยๆ ตามเทคโนโลยี แต่เครื่องมือเราไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น เพราะฉะนั้น ต้องใส่จินตนาการ คิดตีความใหม่ ใช้ศักยภาพของเครื่องมือนั้นมาทำให้แตกต่าง แม้จะใช้เวลาผลิตนานขึ้น แต่ผมว่าคุ้มค่า

อย่างงาน bark หรือตอไม้พวกนี้ จริงๆ คนทำเยอะแล้ว ทั้งเรซิ่น ทองเหลือง ผมเลยไปเลาะเปลือกไม้เก่า ซึ่งเป็น เท็กเจอร์ที่สวยแล้วออก เอากระดาษลูกฟูกแปะทับทำเป็นแบบหล่อใหม่ ตอไม้นี้ก็จะมีเฉพาะแบรนด์เรา

“บางอย่างที่มีอยู่แล้ว เพียงจัดการอะไรเพิ่มนิดหนึ่ง ก็ทำให้แบรนด์แตกต่างได้ ตอไม้เดิมก็สวย แต่คนจำไม่ได้หรอก ตอไม้แบบนี้ ถ้าคนจะไปหล่อตาม ก็ต้องซื้อของผมไปทำเป็นพิมพ์

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design
รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

นวัตกรรม คือสิ่งที่ผู้ผลิตแต่ละเจ้ามีแทบจะไม่แตกต่างกัน แต่ศักยภาพในการใช้นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเอกลักษณ์ของดีไซเนอร์ต่างหาก คือตัวแปรที่จะทำให้แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งโดดเด่นขึ้นมาจากผู้เล่นอื่นในเกม

วัฒน์ค่อยๆ ชวนเราทำความรู้จักตัวตนเขาผ่านผลงาน ก่อนดึงเรากลับสู่โลกความจริงว่า ยังมีปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งมีผลต่อการทำงานมากๆ คือช่างฝีมือ

“เขาไม่ใช่ช่างปั้นแบบอาร์ทิสต์ แต่เป็นช่างปั้นในโรงงาน แรกๆ ก็พยายามเคี่ยวเข็ญ ตอนหลังถึงรู้ว่าเราเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือไม่ได้ ต้องค่อยๆ หยอดเข้าไป ผมจะขึ้นรูปทรงเองแล้วให้เขาไปปั้นตาม ขยับให้ยากขึ้นทีละนิดจนตอนนี้เขารับทำหมด ดีไม่ดีอีกเรื่องนะ แต่ไม่ปฏิเสธ อยากลองทำ แต่ละคนถนัดไม่เหมือนกัน เราต้องเรียนรู้คนไปด้วย

“แต่ตอนนี้โรงหล่อทองเหลืองก็ปิดตัวลงไปเยอะแล้ว เพราะวัสดุแพงมากและงานหล่อพระแบบเดิมๆ น้อยลงทุกที ต้องปรับตัวมาทำงานประเภทนี้กัน โรงงานที่ผมทำอยู่ก็อาจจะต้องปิดตัวลงไปสักวันถ้าไม่มีคนสืบทอด” 

หลังนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์บรรยายภาพการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมที่เขาคลุกคลีด้วยน้ำเสียงห่วงใยเจือเสียดาย เขาก็ทิ้งท้ายด้วยแนวคิดการทำงานข้อสำคัญว่า

“งานแบบนี้ไม่ควรเชื่อมั่นว่าต้องขายได้อย่างเดียว แต่ควรเชื่อมั่นในความชอบก่อน ผมเริ่มต้นจากความอยากเห็นงานตัวเองเป็นรูปเป็นร่าง ไม่ได้มองว่างานชิ้นนี้จะขายได้เสียทีเดียว ผมนั่งสเก็ตช์งานทุกวัน ไม่ทิ้งมันเพราะคือความชอบ ถ้าทิ้งไปเพราะไม่ได้เงินแปลว่าไม่ได้ชอบจริง”

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

5 คำแนะนำถึงดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์รุ่นพี่มากประสบการณ์

01 บาลานซ์

“ต้องบาลานซ์งานขายกับงานส่วนตัวที่เราชอบให้ดี บางอย่างจำเป็นต้องทำเพื่อตอบสนองการใช้งานของลูกค้า แต่ถ้ามีโอกาสก็ควรแทรกตัวตนของเราเข้าไปในสินค้า ไม่ต้องมาก เพราะบางทีถ้าใส่ตัวตนลงไปมากๆ แล้วอาจยืนระยะอยู่ได้ไม่ยาว”

02 แรงบันดาลใจ

“งานประเภทนี้ ถ้าไม่มีแรงบันดาลใจ โปรดักต์จะไม่มีพลัง โต๊ะจะเป็นแค่โต๊ะ เป็นเครื่องวางของ ไม่มีพลังงานเข้าไปอยู่ในนั้น ไม่สื่อสารระหว่างคนผลิตกับผู้ใช้งาน เหมือนผลิตจากเครื่องจักรในโรงงาน เพราะฉะนั้น ต้องมีแรงบันดาลใจของคนออกแบบด้วย”

03 จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

“การใส่จิตนาการเข้าไปในชิ้นงานจะทำให้งานแตกต่าง เพราะจินตนาการมาจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า คนคนนั้นอ่านหนังสืออะไรมา จินตนาการทำให้โปรดักต์มีชีวิตอิสระและหลุดออกจากกรอบได้ งานที่หลุดกรอบอาจขายไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช้จินตนาการทำให้หลุดกรอบบ้าง ก็ต่อยอดออกไปไม่ได้จริงๆ”

04 วัสดุ

“ไม่ว่าเป็นวัสดุธรรมชาติหรือโลหะ พอมองจุดแข็งจุดอ่อนออกแล้ว ต้องพลิกกลับอีกทีหนึ่ง อย่าไปใช้วัสดุตรงๆ มองแบบนี้เราจะทำงานแตกต่างจากสามัญสำนึกคนทั่วไป”

05 ความต่อเนื่อง

“งานชิ้นแรกที่ออกมาดี ลูกค้าอาจแค่เฝ้ามอง แต่ถ้าเราทำต่อเนื่องจนมีสไตล์ ลูกค้าจะเห็นตัวตนประสบการณ์ และทักษะของนักออกแบบออกมานอกเหนือจากความสวยงาม ก็เหมือนการเล่าเรื่องที่เราอาจไม่ต้องเขียนเล่าให้เขาฟังโดยตรง แต่เขามองเห็นได้จากงานแต่ละชิ้นจนเกิดความเชื่อมันขึ้นเอง”

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load