The Cloud X  Designer of the Year

“อาจารย์ ผมว่าสวย ถ้างานนี้เสร็จ ผมว่ามันน่าจะสวย” ช่างทำกรงนกเอ่ยกับ ศุภชัย แกล้วทนงค์ ขณะที่เขากำลังขึ้นแบบตัวอย่างงานโคมไฟ

ใช่แล้ว ช่างทำกรงนกกำลังสร้างสรรค์งานโคมไฟ จากการออกแบบของศุภชัย

นั่นคือเหตุการณ์หลายเดือนก่อนหน้าที่จะเกิดโคมไฟ ‘จาก’

โคมไฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรง ‘ทะลายจาก’ และผลิตด้วยเทคนิคการสร้างสรรค์เดียวกับกรงนก จนคว้ารางวัลชนะเลิศ Innovative Craft Award โดยศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (SACICT) และรางวัล DEmark ในปี 2015 และได้รับคัดเลือกจากกรมส่งเสริมการส่งออกให้ไปแสดงผลงานที่ Milan Design Week เมื่อปีก่อน

ปีนี้ศุภชัยเพิ่งได้รับรางวัล Designer of the Year สาขา Product Design จากมหาวิทยาลัยศิลปากรและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

นี่คือเรื่องราวหลายปีก่อนหน้า ครั้งที่ศุภชัยตัดสินใจ ‘กลับบ้าน’ ที่นครศรีธรรมราช หลังการออกจากบ้านกว่า 15 ปีเพื่อร่ำเรียนด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และทำงานด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้กับ Banyan Tree Gallery ในเครือโรงแรม Banyan Tree

งานตามหน้าที่ของเขาคือ การออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อขายในร้านค้าของโรงแรม รวมไปถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์บางชนิดที่ใช้ในโรงแรมซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วโลก ทำให้เขาได้ทำงานร่วมกับชุมชนและท้องถิ่นในต่างประเทศอย่างเวียดนาม พม่า และอีกหลากหลายชุมชนในประเทศไทย ได้เรียนรู้งานผ้าทอ งานไม้ งานเซรามิกแบบท้องถิ่น

“ช่วงที่ทำงานก็คิดว่าอยากใช้ความรู้ที่เรามีกลับมาทำงานในท้องถิ่น มันมีวัสดุท้องถิ่นในพื้นที่บ้านเราเยอะแยะที่น่าหยิบจับมาใช้และพัฒนาได้ เราพอจะมีไกด์ไลน์บางอย่างจากการทำงาน เรื่องการยกระดับของท้องถิ่นให้ขึ้นมาในระดับพรีเมียมอยู่บ้าง พอเข้าใจว่ากลุ่มตลาดเขาต้องการอะไร ต้องการคุณภาพแค่ไหน ธีมสีที่อยากได้เป็นอย่างไร แล้วข้าวของที่ออกจากตลาดท้องถิ่นไปสู่ตลาดพรีเมียมน่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร” ศุภชัยย้อนเล่าถึงการตัดสินใจย้ายกลับไปตั้งรกรากที่บ้านที่นครศรีธรมราช โดยมีอีกเหตุผลสำคัญคืออยากให้ลูกโตในสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นมากกว่าเมือง โดยเขาก็ยอมรับว่าตอนที่ตัดสินใจย้ายกลับไปก็ไม่เห็นทิศทางของการทำงานออกแบบที่ชัดเจนนัก

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา จากวันที่เขาตัดสินใจกลับบ้าน มีกระบวนการอะไรเกิดขึ้นบ้าง เมื่อนักออกแบบได้ลงไปทำงานร่วมกับชุมชนอย่างเต็มตัว

เรียนรู้อย่างเข้าใจในท้องถิ่น

เรากลับมาดู มาสังเกต วิถีชีวิต พอลงมาที่ท้องถิ่นจริงหลังจากหายไปเป็นสิบปี มันต้องกลับมาเรียนรู้อะไรบางอย่างเหมือนกัน กลับมาเรียนรู้นิสัยใจคอของผู้คน ทำความเข้าใจกัน แต่โชคดีที่เราเป็นคนที่นี่ก็เลยพอจะปรับความเข้าใจได้” ศุภชัยเล่าถึงช่วงปีแรกที่กลับมา โดยระหว่างนั้นเขาได้เข้าร่วมอบรมเรื่องอัตลักษณ์ท้องถิ่นหลายต่อหลายครั้ง โดยมีครั้งหนึ่งในงานอบรมอัตลักษณ์ไทยสร้างสรรค์ที่มีการจับคู่นักออกแบบกับผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาสินค้าร่วมกัน โดยโจทย์ในครั้งนั้นคือการพัฒนารูปแบบของ ‘กรงนก’ เขาจึงได้คลุกวงในดูการผลิต เห็นโครงสร้าง ภูมิปัญญาในการผลิต ความน่าทึ่งเฉพาะตัวของฝีมือช่างท้องถิ่น

“ทั่วโลกมีงานออกแบบเยอะมาก สิ่งที่จะทำให้เราต่างกับที่อื่นคือ ความเฉพาะตัว ในแต่ละท้องที่มีความเฉพาะอยู่แล้ว ด้วยอัตลัษณ์ของท้องถิ่นที่มีทุนทางวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ที่ต่างกัน หรือแม้กระทั่งกระบวนการ เทคนิคที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมก็ต่างกัน ของแบบนี้ลอกเลียนแบบกันไม่ได้ อยู่ที่ว่าเราจะอยากหยิบจับทุนทางวัฒนธรรมเหล่านี้ มาทำให้มันน่าสนใจได้อย่างไร”

ศุภชัยเล่าพร้อมยกตัวอย่างโรงแรมที่มีสาขาในหลากหลายประเทศที่ดึงทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ท้องถิ่น มาใช้งานร่วมกับการออกแบบสถาปัตยกรรม ตกแต่งภายใน หรือสินค้าในโรงแรม ที่ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจได้มากมาย

“การออกแบบทำให้วัตุดิบแบบท้องถิ่นกลายเป็นงานร่วมสมัยได้ ไม่เชย และที่สำคัญ มีเอกลักษณ์” ศุภชัยสรุปถึงข้อได้เปรียบที่ท้องถิ่นมี ก่อนพูดต่อถึงอีกกระบวนการที่เขาเรียนรู้

พัฒนาไปสู่สากล

เมื่อต้นทุนทางวัฒนธรรมก็มีแล้ว อะไรจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนที่มีนั้นเพิ่มทั้งคุณค่าและมูลค่าได้ “ถ้าเราหยิบจับมาแล้วใช้ไม่เป็น มันอาจจะกลายเป็นของที่ดูเชยได้” ศุภชัยเอ่ยถึงข้อควรระวัง ดังนั้นสิ่งที่เขามักจะยึดถือในการออกแบบก็คือการพัฒนาให้สินค้าให้มีความเป็นสากลและร่วมสมัย ซึ่งจะมีข้อดีที่ตามมาอย่างน้อยๆ ก็ทำให้ตลาดในการส่งออกผลิตภัณฑ์ของเรากว้างขึ้น และเมื่อมันร่วมสมัยผลิตภัณฑ์ของเราก็จะไปอยู่ที่ไหนของโลกก็ได้อย่างไม่เคอะเขิน “อย่างเทคนิคกรงนกมีกระบวนการเยอะมาก ทั้งการขึ้นโครงสร้าง แกะไม้ ฉลุลาย การกลึงไม้ แต่งานออกแบบ เราเลือกหยิบเอาหลักๆ มาแค่เรื่องเดียว มาคลี่คลายพลิกแพลงให้เกิดงานใหม่ที่ร่วมสมัย ลูกค้าที่ซื้อก็สามารถเอางานนี้ไปแขวนตามสถานที่ต่างๆ อย่างโรงแรมได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นรีสอร์ตที่อยู่ทางใต้”ศุภชัยยกตัวอย่างให้เห็นภาพ

เราอยากรู้ถึงวิธีการทำให้คนในชุมชนเห็นภาพปลายทางของผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับเขา “เราจะเป็นคนขึ้นโมเดล 1:1 เอาไปคุยกับเขา ค่อยๆ พัฒนาต้นแบบไปพร้อมกัน” ด้วยการทำงานในรูปแบบนี้ศุภชัยจึงจะใช้เวลาในออฟฟิศ 3 วันต่อสัปดาห์ แล้วอีก 2 วันเขาตั้งใจลงไปทำงานคลุกคลีร่วมกับชุมชน

สร้างความยั่งยืนร่วมกัน

แม้จะเรียนจบในด้านการออกแบบอุตสาหกรรม แต่ศุภชัยกลับเห็นว่าผลิตภัณฑ์ที่ออกมาจากโรงงานผลิตนั้นดูโล้น เกลี้ยง เกินไป “การผลิตในโรงงานที่ต้องทำในปริมาณเยอะๆ อย่างพลาสติกปั๊มมาเป็นหมื่นชิ้น การออกแบบเลยยิ่งต้องน้อย ง่าย เพื่อให้ผลิตได้ทีละเยอะๆ ส่วนตัวผมรู้สึกว่างานออกแบบพวกนี้เรียบร้อยจนเกินไป ถ้าเป็นงาน craft ผ้าแต่ละผืนมีเนื้อของมัน สีที่ย้อมไม่จำเป็นต้องเสมอกัน ไล่สีได้ หรือสีอาจจะติดบ้างไม่ติดบ้าง อย่างบางวัสดุมีกลิ่นธรรมชาติของมัน มันมีสเน่ห์อะไรบางอย่างแฝงอยู่ที่เราสัมผัสได้

“ช่างทำกรงนกเป็นศิลปินคนหนึ่งนะ ค่อยๆ ทำ บรรจงฉลุมาแล้วมาประกอบกัน มันเหมือนเขาใส่อารมณ์ ใส่จิตวิญญาณเขาเข้าไปในงาน” จากการที่เขาได้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นในหลากหลายโครงการ นอกจากเรื่องของผิวสัมผัส สี กลิ่น หรือจิตวิญญาณของคนทำงานแล้ว สิ่งที่ศุภชัยสัมผัสได้ก็คือ วิถีชีวิตที่ไม่เปลี่ยนไป “ความเป็นวิถีของเขา เขาสามารถทำงานใต้ถุนบ้าน ทำงานไปเลี้ยงลูกไป คุยกับเพื่อนไป มันเป็นเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่”

ศุภชัยจึงเสียดายงานออกแบบที่ร่วมพัฒนากับคนในชุมชนถ้าโครงงานจะจบลง งานออกแบบเหล่านั้นก็มักจะจบลงด้วย ถ้าผู้ประกอบการณ์หรือชุมชนไม่ได้นำมันออกสู่ตลาดจริง “เราจะหาวิธีสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนอย่างไร หลังจากที่ทำโครงการมาเยอะๆ ก็เลยต่อยอดงานจากโครงการ มาพัฒนาต่อในแบรนด์ของตัวเองที่ชื่อ TIMA” ศุภชัยรับหน้าที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ แล้วต่อยอดการผลิตร่วมกับชุมชน ก่อนจะหาลู่ทางให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์เหล่านั้นได้ออกสู่ตลาดและวางขายได้จริง เพื่อให้รายได้กระจายสู่ชุมชน และเพื่อให้ภูมิปัญญาของท้องถิ่นได้ดำรงอยู่โดยที่ยังมีรายได้เลี้ยงปากท้อง

ความสนุกในการทำงานร่วมกับชุมชนอยู่ตรงไหน เราถามเพราะอยากรู้ว่าเขาติดใจอะไรกับการทำงานแบบนี้ที่น่าจะกินเวลาในการทำงานมากกว่า การจ้างโรงงานผลิต และได้ยินว่าคนในท้องถิ่นมักจะเรียกศุภชัยว่าอาจารย์  

“เวลาทำงานกับเทคนิคภูมิปัญญาดั้งเดิมมันจะมีเทคนิคเก่า ความเคยชินเก่า ของช่างชุมชน ถ้าเคยลงพื้นที่เราจะสัมผัสได้ ทีนี้เวลาเราออกแบบอะไรใหม่ๆ มันจะมีขั้นตอนต้องลุ้นไปด้วยกันว่าผลลัพธ์มันจะหน้าตาเป็นอย่างไร” เขาเล่าเสียงสนุกก่อนเอ่ยถึงตอนที่กำลังขึ้นแบบโคมไฟ ‘จาก’ เป็นตัวอย่างประกอบ  

“ในขณะที่ทำ ค่อยๆ ขึ้นเป็นรูปทีละนิด ช่างก็ทำไป จินตนาการไปว่ามันจะออกมาเป็นยังไง บรรยากาศรอบข้างจะมีชาวบ้านที่เขามาคอยลุ้นกันว่าเราทำอะไรอยู่ เพราะช่างคนนี้เคยทำแต่กรงนก ก็ถามว่ากรงนี้จะเอาไว้ใส่นกอะไร แล้วนกมันจะอยู่อย่างไร จนกระทั่งประกอบเสร็จเรียบร้อย เราใส่หลอดไฟเข้าไป เขาก็จะตื่นเต้นไปกับเราว่ามันทำแบบนี้ได้ด้วย และสวยได้ขนาดนี้เลยหรอ”

“แบรนด์ TIMA จะเป็นเหมือน hub ที่เอาวัสดุต่างๆ มา finishing หรือเป็นสื่อกลางในการจับคู่วัสดุ หรือทำงานที่เน้นไปในทางหัตถกรรมสร้างสรรค์ โดยมี ‘นักคิด’ หน่วยงานที่ศุภชัยตั้งใจเปิดเป็นคลินิกให้คำปรึกษาการออกแบบท้องถิ่นให้กับชุมชนหรือผู้ประกอบการ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงในการขับเคลื่อนงานออกแบบให้กับท้องถิ่น

“เราจะอยากเป็นไกด์ให้น้องๆ ในพื้นที่ที่กำลังเรียนออกแบบว่าเวลาเราอยู่ท้องถิ่น เราก็ทำงานออกแบบได้เหมือนกัน คุณเอาวัสดุหรือภูมิปัญญาในท้องถิ่นมาทำงานออกแบบ แล้วคุณก็ส่งออกสู่ตลาดในส่วนกลางหรือต่างประเทศได้ เราอยากทำให้น้องๆ เด็กๆ เห็นตัวอย่างว่ามันทำได้จริงๆ” ศุภชัยสรุปถึงอนาคตต่อจากนี้ของเขาให้เราฟัง

www.timacraft.com


My Favorite Works

01 จาก JAAK

การหยิบเอาเทคนิคภูมิปัญญางานหัตถกรรมในการขึ้นโครงสร้าง เสาและซี่ การต่อไม้ เข้าเดือยแบบกรงนกโดยเปลี่ยนมาใช้รูปทรงของทะลายจาก พืชท้องถิ่นทางภาคใต้ของไทย แล้วเพิ่มเติมฟังก์ชันเข้าไป ก็กลายเป็นโคมไฟมือรางวัล ที่ตอนนี้แตกไลน์สินค้าออกมาหลากขนาดหลายฟังก์ชัน

02 พันธุ์จาก PUN JAAK

การแตกหน่อ ขยายพันธุ์ของลูกจาก คือรูปทรงที่ทำให้เกิดแรงบันดาจใจของโคมไฟนี้ โดยศุภชัยยังเลือกใช้ภูมิปัญญาการผลิตกรงนกมาเป็นเทคนิคในการสร้างสรรค์

03 Tote Bag หางอวน

การทอเส้นใยหางอวนหรือยอดใบลานยาวเป็นผืน ก่อนจะเย็บต่อกันจนเป็นกระสอบ แล้วก็นำไปติดที่ปลายอวนต่อเพื่อจับกุ้ง เริ่มจะเลือนหายเมื่อมีอวนไนลอน แต่ทักษะการทอเส้นใยหางอวนยังคงเป็นสิ่งที่ผู้คนในชุมชนมีติดตัว จนเมื่อศุภชัยได้เป็นนักออกแบบที่เข้าร่วมโครงการ Sustainable Craft ของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ทำให้มีโอกาสได้เข้าไปดูว่าเสน่ห์การทอหางอวนอยุ่ตรงไหน ก่อนที่จะจับคู่สี สร้างลวดลาย ให้เหมาะกับที่ตลาดต้องการ โดยโครงการนี้เปิดโอกาสให้นักออกแบบได้พัฒนาภูมิปัญญาออกเป็นผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้ กระเป๋าหางอวนจึงเป็นการทำงานร่วมกันกับกลุ่มชุมชนที่ทอหางอวน โดยการสร้างกิมมิกของสีเพื่อส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น และศุภชัยก็ยังนำกระเป๋าหางอวนนี้ออกไปสู่ตลาดอื่นๆ จนมีออร์เดอร์ส่งออกไปแล้ว

04 ที่แขวนผ้าเช็ดมือ ใบกะพ้อ

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากโครงการ Sustainable Craft ของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ในการพัฒนาพัดใบกะพ้อที่บ้านอายเลา จังหวัดนครศรีธรรมราช กรรมวิธีในการทำพัดก็คือการเอายอดใบกะพ้อมาฉีก ลวก ตากแห้ง โดย 1 ใบจะได้พัด 1 อัน ศุภชัยในฐานะนักออกแบบที่ไม่อยากเปลี่ยนวิถีของชาวบ้านนัก แต่อยากทดลองว่าถ้าเราไม่ใช้ 1 ใบล่ะหน้าตาพัดจะเป็นอย่างไร การสานด้วยใบกะพ้อ 2 ใบจึงเริ่มต้นขึ้น แล้วก็เพิ่มเติมหูจับเพื่อให้ส่วนของด้ามพัดมาประกบกันได้ แล้วการทดลองนี้ก็ไปสอดรับกับความต้องการของประเทศญี่ปุ่นที่มีปริมาณพื้นที่ใช้สอยในการใช้ชีวิตค่อนข้างเล็ก ที่แขวนผ้าเช็ดมือใบกะพ้อจึงตอบโจทย์นี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย

05 ถาดรองของ ก้านจาก

ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมพัฒนาต่อยอดจากโครงการ OTOP GO INTER ปี 3 โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่นำก้านจากมาขดและสานเพื่อรองของร้อน หม้อร้อน เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ที่อยู่กันมาดั้งเดิม โดยศุภชัยได้เข้าไปเห็นงานที่ยังสานไม่เสร็จแล้วสนใจจึงลองเติมสีสันเข้าไป แล้วเลือกที่จะสานโดยไม่ต้องดึงเข้าหากันจนแน่น ก็ทำให้เกิดเป็นรูปทรงของผลิตภัณฑ์ใหม่

ข้าวของพื้นถิ่นอันเป็นวัตถุดิบชั้นยอดในการสร้างสรรค์งาน

01 ติหมา หรือหมาตักน้ำ

ชื่อเรียกภาษาท้องถิ่นที่มีรากศัพท์มาจากภาษามลายูของอุปกรณ์ตักน้ำ ที่ใช้ยอดใบจากมาประกอบขัด มัดรวมกัน ซึ่งศุภชัยเลือกใช้มาเป็นชื่อแบรนด์ TIMA ที่นอกจากเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มาจากวัสดุท้องถิ่น แถมยังมีฟังก์ชันใช้งาน การออกเสียงเรียกชื่อยังพ้องกับคำว่า ที่มา ซึ่งเป็นจุดยืนของแบรนด์ที่สินค้าทุกตัวจะมีที่มาที่ไป

02 กรงนก

การเลี้ยงนกเป็นวิถีชีวิตของคนทางภาคใต้ เมื่อเลี้ยงนกกันเยอะ กรงนกจึงมีจำนวนเยอะไปด้วย นำมาซึ่งพัฒนาการของการสร้างสรรค์กรงนกอันเป็นภูมิปัญญาที่แฝงด้วยรายละเอียดอย่างไม่รู้จบ ทั้งการขึ้นโครงสร้าง การแกะไม้ การฉลุลาย ศุภชัยเล่าว่า เทคนิควิธีการที่เขาหยิบมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์เป็นเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในการสร้างสรรค์กรงนกยังมีเหลือให้เขาได้ค้นหาอีกมาก

03 ป่าจาก

“การกลับมาอยู่ท้องถิ่น สิ่งต่างๆ รอบตัวมันเป็นแรงบันดาลใจได้หมดเลย เราชอบถ่ายรูปเก็บไว้ ศึกษามัน แล้วค่อยๆ เอาออกมาใช้ เราออกไปตลาดเราก็ได้ผักผลไม้มาเป็นแรงบันดาลกำลังใจ” ศุภชัยเล่าพร้อมยกตัวอย่าง พืชริมคลองในนครศรีธรรมราชที่ศุภชัยศึกษาเรื่องราววิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นได้จากทุกส่วนประกอบของต้นจาก เริ่มต้นที่ ใบ ที่คนนิยมนำมาเป็นหลังคา แบบที่เคยได้ยินกันว่าหลังคามุงจาก หรือจะเอามาทำเป็นใบยาสูบก็ได้ ก้าน ที่ชาวบ้านเอามาทำถาดรองของร้อน ลูกจาก ที่กินได้คล้ายลูกชิด หรือจะหยิบผลอ่อนเอาไปแกงส้ม งวงจาก ที่สามารถทำน้ำส้มจาก น้ำตาลจาก หรือกาบ ที่ทำเป็นฟืนหุงต้ม “วิถีชีวิตธรรมดาๆ เหล่านี้ ถ้าเราสังเกตดีๆ มันจะเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่เรานำมันไปเป็นแรงบันดาลใจในการต่อยอดผลิตภัณฑ์”

04 ลูกจาก

การเก็บสะสมและศึกษาความเป็นท้องถิ่นถูกทยอยนำออกมาใช้ต่อยอดเป็นสินค้าที่นำออกสู่ตลาดสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากรูปทรงของทะลายจากกลายเป็นโคมไฟชิ้นรางวัลแล้วภาพการแตกหน่อใหม่ของลูกจากก็พัฒนากลายเป็นโคมไฟในรูปทรงใหม่ของ TIMA เป็นที่เรียบร้อย

ขอขอบคุณ: จักรพันธ์ สุวรรณพาณิชย์ และ ศุภชัย แกล้วทนงค์

Writer

วิชุดา เครือหิรัญ

เคยเล่าเรื่องสั้นบ้างยาวบ้าง ในต่างเเเพลตฟอร์ม เล็กบ้างใหญ่บ้างออกมาในรูปแบบบทสัมภาษณ์ นิตยสาร เว็บไซต์ นิทรรศการไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ ตอนนี้กำลังเป็นส่วนเล็กๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย เเละยังคงเล่าเรื่องต่อไป

Designer of the Year

วิธีคิดเฉียบคมเบื้องหลังงานเด็ดของนักออกแบบแห่งปี

10 พฤศจิกายน 2564
1.11 K

ด้วยคุณสมบัติ ทองเหลืองคือวัสดุอันแข็งกร้าว เป็นโลหะที่ได้ชื่อว่าแกร่งสุดในยุคสำริด

ด้วยการออกแบบ ทองเหลืองกลายเป็นเครื่องเรือนชิ้นงามที่โอนอ่อนพลิ้วไหว แต่ยังซ่อนความมั่นคงไว้ภายใน ผ่านฝีมือ วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design ผู้พลิกคุณสมบัติทางสายตาของวัสดุไปอย่างสิ้นเชิง แปรเปลี่ยนให้เหนือชั้นกว่าฟังก์ชันที่มี

ปัจจุบัน อภิวัฒน์เป็นที่รู้จักในฐานะดีไซเนอร์ประจำแบรนด์ MASAYA แต่ก่อนหน้านี้ เขาร่วมงานกับบริษัทต่างชาติอย่าง Alexander Lamont, Restrogen ทำงานตกแต่งผนังกับ Zen Forum ให้ Philips Collection ร่วมงานออกแบบกับแบรนด์ไทย ทั้ง Deesawat และ Prempracha รวมถึงกระโดดไปทำงานจิวเวลรี่กับ Nova Collection อีกด้วย

ตลอดเส้นทางดีไซเนอร์ อภิวัฒน์ยังพาผลงานไปอวดโฉมตามเทศกาลงานดีไซน์ทั่วโลก ตั้งแต่งาน Maison&Objet ที่ปารีส Bologna Design Week ประเทศอิตาลี Good Design Exhibition ณ กรุงโตเกียว London Design Festival ในอังกฤษ เป็นต้น กวาดรางวัลทั้งเวทีไทยและเทศมากมาย ชนิดที่ว่าถ้าหากให้ไล่เรียงทั้งหมดคงต้องใช้เนื้อที่อีกหลายบรรทัด

เขาหลอมรวมศิลปะเข้ากับงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างแยบคายและเหนือชั้น ไม่ใช้เพียงทองเหลือง-วัสดุที่เจ้าตัวถนัด วัฒน์ยังจับสเตนเลส เหล็ก ไม้ ไปถึงเซรามิก มาสร้างสรรค์ศิลปะตกแต่งชิ้นงามด้วยแนวคิดเดียวกัน

ต่อไปนี้คือวิธีคิดวิธีทำงาน ที่หลอมรวมตัวตนเข้ากับการสร้างแบรนด์จากนักออกแบบแห่งปีคนนี้

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ศิลปะ + ประยุกต์

อภิวัฒน์เติบโตในครอบครัวศิลปินขนานแท้ มีพ่อเป็นครูสอนศิลปะคนแรกในชีวิต จึงไม่น่าประหลาดใจอะไรหากเขาจะมุ่งมั่นเอาดีบนถนนสายนี้อย่างเต็มตัวตั้งแต่เด็ก

หลังจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากวิทยาลัยช่างศิลป และได้เข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ภาควิชาวิจิตรศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก่อนมาศึกษาด้านประยุกต์ศิลป์ในระดับปริญญาโท ที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หล่อหลอมแนวคิดสำคัญในการทำงานศิลปะให้แก่เขา

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ถ้าเป็นศิลปิน การวาดรูปหนึ่งชิ้นเพื่อนำไปวางไว้ที่พิพิธภัณฑ์ อาจจะเพื่อตัวเอง คนจะชอบหรือไม่ชอบอีกเรื่องหนึ่ง แต่งานมักออกมาจากตัวตน

“แนวคิดของประยุกต์ศิลป์คือการทำงานศิลปะ จะเป็นประติมากรรมหรือภาพพิมพ์ก็ได้ แต่ต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่า ผลงานชิ้นนี้จะเอาไปไว้ที่ไหนนอกจากมิวเซียม อาจไปประดับสถานที่ใดที่หนึ่ง ฉะนั้น แทนที่เนื้อหาจะออกมาจากตัวเราอย่างเดียว ก็ต้องมีส่วนที่แชร์กันคนละครึ่งกับอาคาร สถานที่ หรือว่าเรื่องราวของสถาปัตยกรรมนั้นๆ”

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ช่วงสั้นๆ หลังเรียนจบ บัณฑิตหนุ่มก็ปั้นธุรกิจส่วนตัวขึ้น เป็นแบรนด์ของแต่งบ้านที่ฟังก์ชันการใช้งานและดีไซน์ออกมาจากตัวเขาขนานแท้ อภิวัฒน์ได้เก็บเกี่ยวคอนเนกชันและรู้จักผู้คนในแวดวงวิชาชีพอย่างโลดโผนตลอดอายุกิจการ 3 ปี ก่อนจำต้องพับโปรเจกต์ลงเพราะความไม่เจนตลาด

น้ำเสียงคู่สนทนาไม่เผยความผิดหวังที่ต้องเลิกกิจการแรกของตัวเองไปแม้แต่น้อย เพราะมีบริษัทต่างชาติมากมาย ทั้ง Alexander Lamont ผู้มาจ้างวานให้ทำงานตกแต่งผนัง เล่นสนุกกับ Restrogen ประสานมือกับ Zen Forum กรีดแผ่นเหล็กเป็นดอกประการังฟรีฟอร์ม ราวกับกระดาษ

ทั้งหมดส่งให้เขารื่นเริงอยู่กับงานตามแต่เส้นสายสัมพันธ์ของคนรู้จักที่จะพาไปเจอ

ศิลปะ + ตกแต่ง

MASAYA เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติไทยที่เริ่มต้นจากธุรกิจทำรูปปั้นสัตว์-พระพุทธรูปหล่อ ส่งออกในชื่อ Asia Collection ต่อมาลูกค้าเริ่มนำแบบเฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองแบบตะวันตกมาสั่งผลิต จึงค่อยๆ เปลี่ยนสถานะเป็นกึ่งผู้ขายกึ่งโรงงานรับทำตามออเดอร์ ก่อนต่อยอดไปเป็น MASAYA ที่ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์โดยเฉพาะอย่างเต็มตัว 

หลังจากวิ่งเล่นในวงการศิลปะตกแต่งอยู่พักหนึ่ง อภิวัฒน์ก็เข้ามาร่วมงานกับ MASAYA ในฐานะนักออกแบบหลัก ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน ผลงานชิ้นแรกที่สร้างชื่อให้เขาคือ ‘Feather’ งานสเตนเลสเชื่อมมือทีละเส้นที่แสดงความประณีตเหนือชั้นและใช้เวลาทำราว 2 เดือน จนคว้ารางวัล DEmark และ PE Award มาครอง

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ตอนเริ่มออกแบบเป็นงานทองเหลือง แต่เพราะทำกับ MASAYA ปีแรก ยังไม่รู้มือว่าช่างปั้นทำตามแบบได้ไหม การหล่อก็มีปัญหาเยอะ พอออกมาไม่ตรงกับที่ต้องการทีเดียวก็เลยถอดแบบมาเป็นอีกงานหนึ่ง ซึ่งเป็นการเชื่อมสเตนเลสจากลวดชิ้นเล็กๆ ประมาณสองมิลลิเมตร แล้วค่อยๆ เชื่อมกันแทน

“ช่วงแรกผมต้องทำเป็นต้นแบบไว้ก่อน แล้วถ่ายทอดให้ช่างอีกที แต่พอผ่านมาสองสามปี ก็เริ่มปรับเทคนิคต่างๆ ให้เข้ากันได้แล้ว งานก็ค่อนข้างเป็นอย่างที่หวังไว้ แต่ก็ยังต้องพัฒนาต่อไป”

จากเดิมตั้งต้นว่าจะทำของตกแต่งขาย เพราะปูนปั้นเหล่านั้นไม่ได้มีฟังก์ชันพิเศษอื่นใดนอกจากเป็นเครื่องประดับชิ้นเขื่อง อภิวัฒน์ค่อยๆ เขียนนิยามสิ่งที่เขาทำขึ้นใหม่ ว่าเป็นศิลปะตกแต่งซึ่งใช้รสนิยมความงามนำฟังก์ชันการใช้งาน โดยมีฐานลูกค้าเก่าของโรงงาน-กลุ่มคนที่อุดหนุนประติมากรรมและงานทองเหลือง ช่วยซัพพอร์ตให้แบรนด์ตั้งไข่ได้ ไม่นานจึงค่อยๆ มีลูกค้าหน้าใหม่เข้าหา

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ความต่อเนื่องสำคัญมาก” คู่สนทนาเล่าถึงแนวคิดในการทำงานช่วงนั้น

“มันทำให้คนเห็นภาพว่าแบรนด์นี้ทำงานแบบไหน ส่งผลโยงกันตั้งแต่ชิ้นแรกถึงชิ้นสุดท้าย ครั้งหนึ่งไปออกงาน Maison&Objet ลูกค้าทิ้งนามบัตรไว้แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร พออีกปีเขาถึงกลับมาซื้อสินค้าตัวแรกที่เราไปโชว์ ไม่ได้ซื้อตัวใหม่ด้วย เพราะเวลาศิลปินทำงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง คนจะเห็นและเชื่อมั่นว่ามันออกมาจากตัวตนจริงๆ งานมีคุณภาพ ไม่ได้ฉาบฉวย”

วัฒน์ อภิวัฒน์ นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ศิลปะ + เฟอร์นิเจอร์

เพราะใช้สุนทรียะเป็นเข็มทิศในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ กระบวนการทำงานของวัฒน์จึงมักเริ่มต้นจากการนำองค์ประกอบทางศิลปะเป็นวัตถุดิบหลักแล้วค่อยคิดต่อยอดออกไป แต่ก็ไม่ลืมใส่ฟังก์ชันการใช้งานเข้าไปด้วยทุกครั้ง

“ผมมักรู้สึกว่างานเพนต์ที่มีแค่สีขาวดำนั้นแบน แต่หากเป็นขาว ดำ เทา ก็จะเริ่มมีมิติขึ้นมาบ้างแม้เป็นงานสองมิติ ผมเอาแนวคิดนี้มาใช้กับประติมากรรม ซึ่งเป็นสามมิติอยู่แล้ว แต่จะมีบางส่วนที่คนมองไม่เห็น อาจเพราะธรรมชาติของมนุษย์ จึงไม่ค่อยทำอะไรที่เป็นก้อนมวลมากนัก มีสามสเต็ปเป็นอย่างต่ำ อย่างทองเหลือง ก็ทำให้มีเส้นหนา เส้นกลาง เส้นเล็ก มีบางพื้นผิวที่ถูกแสงส่องเพื่อให้เกิดน้ำหนักและเงา ภาพที่ออกมาจึงค่อนข้างมีเอกภาพ

“ส่วนฟังก์ชันนั้นเป็นเรื่องรอง เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มีของที่ใช้งานได้ดีมากเกินพอแล้ว เขาไม่ได้เอาไปใช้จริงแน่นอน ผมเลยเน้นองค์ประกอบทางศิลปะ ซึ่งเป็นรูปแบบและเทคนิคเฉพาะของตัวเองมากกว่า”

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน

อภิวัฒน์ไม่ได้ใส่ฟังก์ชันลงไปเพื่อการใช้งานโดยตรง แต่มันมีหน้าที่เปลี่ยนงานศิลปะซึ่งอาจฟังดูสูงส่งเข้าใจยาก เป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่คนทั่วไปรู้จักคุ้นเคย และเป็นกลยุทธ์ลับในการการพาศิลปะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน

ดีไซเนอร์คู่สนทนาเผยไต๋ถึงแนวคิดในการทำศิลปะตกแต่งอย่างหมดเปลือก ก่อนเฉลยเทคนิคการเรียกความสนใจให้แบรนด์ผ่านสินค้าชิ้นโบว์แดง ที่แม้แพงจนไม่มีใครเอื้อมถึง แต่จำเป็นต้องมี

“การใช้วัสดุให้แตกต่างจากสามัญสำนึกของคนทั่วไป คือสิ่งที่จะทำให้งานแต่ละชิ้นอิมแพคขึ้น” เขาว่า

“เวลาไปออกงานแฟร์ จำเป็นต้องมีสินค้าที่อิมแพคเพื่อโชว์ศักยภาพโรงงาน อาจไม่มีคนซื้อตัวนั้นก็ได้ แต่ลูกค้าจะมาหยุดคุยกับเราและมองตัวอื่นต่อ ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ เราทำงานเพื่อขายอย่างเดียวไม่ได้ เหมือนเป็นการทำแบรนด์อย่างหนึ่ง หากมีสินค้าไฮไลต์สักชิ้น จะทำให้คนรู้จักเร็วขึ้นและติดตามแบรนด์เราต่อไปในภายหน้าว่าพัฒนาไปอย่างไร ต่อให้เขาไม่ซื้อ ก็อาจมาสั่งโรงงานเราผลิต มีรายได้เข้าอีกทางอยู่ดี” ดีไซเนอร์มากประสบการณ์อธิบายวิธีเรียกร้องความสนใจและสร้างความโดดเด่น เมื่อต้องเข้าไปอยู่ในงานจัดแสดงขนาดใหญ่

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน

ศิลปะ + ตัวตน

ปกติ ศิลปินหรือดีไซเนอร์ผู้เล่นกับวัสดุแต่ละคน มักเป็นที่รู้จักอย่างเฉพาะเจาะจง ว่าเชี่ยวชาญแมททีเรียลชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งนั่นมีส่วนทำให้ภาพจำเอกลักษณ์ในเชิงออกแบบเลือนรางลงไปไม่น้อย แต่อภิวัฒน์คือดีไซเนอร์ผู้ใช้วัสดุหลากหลาย จับทางยาก เราจึงต้องถามออกไปอย่างโจ่งแจ้งว่าสไตล์และตัวตนของเขาเป็นอย่างไร

“ผมไม่ได้มีสไตล์ เพราะทำหลายอย่างนอกจากทองเหลือง มีเซรามิก เหล็ก ไปจนถึงจิวเวลรี่ ผมว่าต้องให้คนนอกมองเข้ามา จะเห็นว่ามันไม่เกี่ยวกับวัสดุ แต่จะมีบุคลิกบางอย่างที่ผมถ่ายทอดลงไปมากกว่า”

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน
รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“อาจดูโบราณหน่อย แต่ผมถูกสอนว่าเวลาทำงานศิลปะ ไม่ว่าจะออกแบบแพตเทิร์นได้สวยแค่ไหน แต่ถ้ามันซ้ำมากๆ มันสวย แต่น่าเบื่อหน่าย ดังนั้น ต้องทำอะไรให้มีความแตกต่างสักสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ความสวยนั้นมีเสน่ห์ ผมจึงใส่ดีเทลเล็กๆ ซ่อนเอาไว้นิดหนึ่ง งานผมจึงมักไม่เสมอกัน ไม่ค่อยเท่ากัน”

วัฒน์โชว์ภาพผลงานชิ้นสำคัญประกอบบทสนทนาเพื่อให้เราเห็นภาพ เป็นคอลเลกชัน Ink ที่เขาทำขึ้นเมื่อ ค.ศ. 2019 หลังจากเขาเริ่มรู้มือกับช่างในโรงงานแล้ว จึงใส่เทคนิคพิเศษมากมายซึ่งสะท้อนตัวตนของเขาลงไป

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“สังเกตว่างานผมจะไม่มีทองเหลืองสำเร็จรูป เราต้องการโชว์ศักยภาพโรงงานเพื่อให้รู้ว่าถ้าไม่ใช่โรงหล่อก็ทำไม่ได้ ดังนั้น เวลาขึ้นรูปจะมีมิติเป็นเส้นหนาเส้นบางอยู่ด้วยกัน เพื่อให้มองมุมกลับได้ว่า ทำทองเหลืองที่ดูหนักให้เบาได้ยังไง และทำสีพิเศษขึ้นด้วย ตัวนี้เป็นจุดแข็งที่ทำให้เรามีคู่แข่งน้อย มันออกมาสมบูรณ์ตามที่ผมตั้งใจไว้และค่อนข้างเป็นตัวผม

“เริ่มต้นจากเก้าอี้ก็จริง แต่สุดท้ายลูกค้าอยากได้คอนโซล โต๊ะข้าง หรือโต๊ะกินข้าว เราก็ต่อยอดออกมาเรื่อยๆ หลายอย่างก็มาจากลูกค้าแนะนำ” เขาเล่าอย่างอารมณ์ดี น้ำเสียงเปิดเผยว่าเจ้าตัวมีความสุขที่ได้ทำ

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“หรืออย่างชิ้น Peacock ที่ทำให้ Touchable” วัฒน์ชวนเราดูผลงานอีกชิ้น

“แพตเทิร์นไม่ชัดเจน ผมจึงต้องคิดไปทำไป โยนแบบจากกระดาษให้ช่างเลยไม่ได้ ต้องทำแพตเทิร์นต้นแบบให้เขาดูก่อน ดูช่องไฟและอธิบายให้เห็นภาพ งานนี้ใช้เทคนิคเดียวกัน แต่ปกติ Alexander Lamont ชอบใช้สีน้ำตาล เราจึงต้องเอาไปทำดำก่อน ซึ่งมีคนเชื่อมเป็นน้อยมาก”

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ถ้าวัสดุไม่ได้ต่างจากคนอื่นเท่าไหร่ ต้องหาความแตกต่างให้เจอ อาจเป็นความแตกต่างโดยรูปแบบ หรือความแตกต่างในรายละเอียด มันสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ได้” เขาชวนคิด

ศิลปะ + นวัตกรรม

แม้ว่าผลงานชิ้นหนึ่งๆ จะยืนระยะในตลาดได้พักใหญ่ แต่อภิวัฒน์ยังยืนยันว่าต้องหมั่นสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ออกมาให้เป็นที่รับรู้อยู่เสมอ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และพัฒนาการของแบรนด์ ลูกค้าอาจไม่ได้สนใจซื้อหรือเป็นที่ฮือฮาในตลาดเสียทุกครั้ง แต่สิ่งที่ได้กลับไปแน่ๆ คือคำแนะนำซึ่งมีประโยชน์มหาศาล

“กระบวนการมันพัฒนาไปเรื่อยๆ ตามเทคโนโลยี แต่เครื่องมือเราไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น เพราะฉะนั้น ต้องใส่จินตนาการ คิดตีความใหม่ ใช้ศักยภาพของเครื่องมือนั้นมาทำให้แตกต่าง แม้จะใช้เวลาผลิตนานขึ้น แต่ผมว่าคุ้มค่า

อย่างงาน bark หรือตอไม้พวกนี้ จริงๆ คนทำเยอะแล้ว ทั้งเรซิ่น ทองเหลือง ผมเลยไปเลาะเปลือกไม้เก่า ซึ่งเป็น เท็กเจอร์ที่สวยแล้วออก เอากระดาษลูกฟูกแปะทับทำเป็นแบบหล่อใหม่ ตอไม้นี้ก็จะมีเฉพาะแบรนด์เรา

“บางอย่างที่มีอยู่แล้ว เพียงจัดการอะไรเพิ่มนิดหนึ่ง ก็ทำให้แบรนด์แตกต่างได้ ตอไม้เดิมก็สวย แต่คนจำไม่ได้หรอก ตอไม้แบบนี้ ถ้าคนจะไปหล่อตาม ก็ต้องซื้อของผมไปทำเป็นพิมพ์

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design
รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

นวัตกรรม คือสิ่งที่ผู้ผลิตแต่ละเจ้ามีแทบจะไม่แตกต่างกัน แต่ศักยภาพในการใช้นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเอกลักษณ์ของดีไซเนอร์ต่างหาก คือตัวแปรที่จะทำให้แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งโดดเด่นขึ้นมาจากผู้เล่นอื่นในเกม

วัฒน์ค่อยๆ ชวนเราทำความรู้จักตัวตนเขาผ่านผลงาน ก่อนดึงเรากลับสู่โลกความจริงว่า ยังมีปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งมีผลต่อการทำงานมากๆ คือช่างฝีมือ

“เขาไม่ใช่ช่างปั้นแบบอาร์ทิสต์ แต่เป็นช่างปั้นในโรงงาน แรกๆ ก็พยายามเคี่ยวเข็ญ ตอนหลังถึงรู้ว่าเราเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือไม่ได้ ต้องค่อยๆ หยอดเข้าไป ผมจะขึ้นรูปทรงเองแล้วให้เขาไปปั้นตาม ขยับให้ยากขึ้นทีละนิดจนตอนนี้เขารับทำหมด ดีไม่ดีอีกเรื่องนะ แต่ไม่ปฏิเสธ อยากลองทำ แต่ละคนถนัดไม่เหมือนกัน เราต้องเรียนรู้คนไปด้วย

“แต่ตอนนี้โรงหล่อทองเหลืองก็ปิดตัวลงไปเยอะแล้ว เพราะวัสดุแพงมากและงานหล่อพระแบบเดิมๆ น้อยลงทุกที ต้องปรับตัวมาทำงานประเภทนี้กัน โรงงานที่ผมทำอยู่ก็อาจจะต้องปิดตัวลงไปสักวันถ้าไม่มีคนสืบทอด” 

หลังนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์บรรยายภาพการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมที่เขาคลุกคลีด้วยน้ำเสียงห่วงใยเจือเสียดาย เขาก็ทิ้งท้ายด้วยแนวคิดการทำงานข้อสำคัญว่า

“งานแบบนี้ไม่ควรเชื่อมั่นว่าต้องขายได้อย่างเดียว แต่ควรเชื่อมั่นในความชอบก่อน ผมเริ่มต้นจากความอยากเห็นงานตัวเองเป็นรูปเป็นร่าง ไม่ได้มองว่างานชิ้นนี้จะขายได้เสียทีเดียว ผมนั่งสเก็ตช์งานทุกวัน ไม่ทิ้งมันเพราะคือความชอบ ถ้าทิ้งไปเพราะไม่ได้เงินแปลว่าไม่ได้ชอบจริง”

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

5 คำแนะนำถึงดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์รุ่นพี่มากประสบการณ์

01 บาลานซ์

“ต้องบาลานซ์งานขายกับงานส่วนตัวที่เราชอบให้ดี บางอย่างจำเป็นต้องทำเพื่อตอบสนองการใช้งานของลูกค้า แต่ถ้ามีโอกาสก็ควรแทรกตัวตนของเราเข้าไปในสินค้า ไม่ต้องมาก เพราะบางทีถ้าใส่ตัวตนลงไปมากๆ แล้วอาจยืนระยะอยู่ได้ไม่ยาว”

02 แรงบันดาลใจ

“งานประเภทนี้ ถ้าไม่มีแรงบันดาลใจ โปรดักต์จะไม่มีพลัง โต๊ะจะเป็นแค่โต๊ะ เป็นเครื่องวางของ ไม่มีพลังงานเข้าไปอยู่ในนั้น ไม่สื่อสารระหว่างคนผลิตกับผู้ใช้งาน เหมือนผลิตจากเครื่องจักรในโรงงาน เพราะฉะนั้น ต้องมีแรงบันดาลใจของคนออกแบบด้วย”

03 จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

“การใส่จิตนาการเข้าไปในชิ้นงานจะทำให้งานแตกต่าง เพราะจินตนาการมาจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า คนคนนั้นอ่านหนังสืออะไรมา จินตนาการทำให้โปรดักต์มีชีวิตอิสระและหลุดออกจากกรอบได้ งานที่หลุดกรอบอาจขายไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช้จินตนาการทำให้หลุดกรอบบ้าง ก็ต่อยอดออกไปไม่ได้จริงๆ”

04 วัสดุ

“ไม่ว่าเป็นวัสดุธรรมชาติหรือโลหะ พอมองจุดแข็งจุดอ่อนออกแล้ว ต้องพลิกกลับอีกทีหนึ่ง อย่าไปใช้วัสดุตรงๆ มองแบบนี้เราจะทำงานแตกต่างจากสามัญสำนึกคนทั่วไป”

05 ความต่อเนื่อง

“งานชิ้นแรกที่ออกมาดี ลูกค้าอาจแค่เฝ้ามอง แต่ถ้าเราทำต่อเนื่องจนมีสไตล์ ลูกค้าจะเห็นตัวตนประสบการณ์ และทักษะของนักออกแบบออกมานอกเหนือจากความสวยงาม ก็เหมือนการเล่าเรื่องที่เราอาจไม่ต้องเขียนเล่าให้เขาฟังโดยตรง แต่เขามองเห็นได้จากงานแต่ละชิ้นจนเกิดความเชื่อมันขึ้นเอง”

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load