อิสลามเป็นศาสนาที่มีคนนับถือราว 1,800 ล้านคนทั่วโลก มีหลักการแต่งกายเฉพาะของตนเอง โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงมุสลิม ก่อนหน้านี้ เราไม่ค่อยเห็นเสื้อผ้าแบบมุสลิมในแบรนด์ดังๆ ระดับโลกหรือตามสื่อเท่าไหร่นัก แต่ไม่กี่ปีมานี้ แบรนด์แฟชั่นสากลเริ่มหันมาเจาะตลาดมุสลิมะห์ เช่น  Dolce & Gabbana ที่ออกแบบฮิญาบและอาบายะห์ให้สาวๆ มุสลิม H&M ก็มีฮิญาบ และแบรนด์ขวัญใจวัยรุ่นไทยอย่าง Uniqlo ก็มีคอลเลกชันที่ร่วมมือกับ Hana Tajima ดีไซน์เสื้อผ้าเรียบเก๋ที่สาวๆ ทุกศาสนาใส่ได้สวยกลมกลืน

ในเมืองไทยก็มีแบรนด์เสื้อผ้ามุสลิมที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน ฉันเดินทางไปพบ ลีมาพรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์ นักออกแบบชาวมุสลิมและเจ้าของกิจการเสื้อผ้าแฮนด์เมดของสาวมุสลิมะห์ ลีมานำนามสกุลของต้นตระกูลมาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ ‘ZABEDE’ เธอนำเสื้อผ้าจากเส้นใยธรรมชาติมาตัดเย็บในรูปแบบเรียบง่าย แต่โดดเด่นด้วยลายจุดเพนต์มืออันเป็นเอกลักษณ์ แบรนด์ของเธอไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นสาวมุสลิมเท่านั้นที่จะจับจองเป็นเจ้าของ แต่เธอทำขึ้นเพื่อผู้หญิงทุกคน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าใครก็สวมใส่ได้อย่างสบายกายและสบายใจ

นอกจากชุดสวยร่วมสมัย เธอยังมีชุดว่ายน้ำที่ออกแบบมาเพื่อมุสลิมะห์ เป็นการออกแบบภายใต้กรอบการแต่งกายของหลักศาสนาอิสลาม แต่ขณะเดียวกันก็ออกนอกกรอบความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างชาญฉลาด และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างลงตัว

การทำซาบีดีมันเป็นการค้นหาตัวเองนะ มันตอบคำถามของเราได้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่เราเป็นอย่างไรในสังคมปัจจุบัน

ลีมาเอ่ยเมื่อเราเริ่มต้นบทสนทนา

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

เป็นตัวเอง จนไม่เป็นตัวของตัวเอง

ลีมาเป็นนักเรียนศิลปะ ทุกช่วงวัยแห่งการเปลี่ยนผ่านทางการศึกษาเธอเลือกเรียนศิลปะทุกครั้ง จนกระทั่งเรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาจิตรกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ลีมาสนใจผ้าเป็นทุนเดิม จึงเปิดกิจการ Zabede ขายกระเป๋าและเสื้อผ้าแฮนด์เมดแนวชายหาด เหมาะกับใส่เดินริมทะเล เนื้อผ้าบาง โคร่งกว่าเสื้อผ้าปกติ ใส่แล้วสบายตัว เสื้อผ้าและกระเป๋ามีลวดลายโดดเด่นด้วยเทคนิคการใช้จักรเย็บผ้าวนด้ายเป็นวงกลมหลายร้อยหลายพันรอบ จนเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ซาบีดี กลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติ ขายดีมากจนมีแฟรนไชส์ไกลถึงประเทศสเปน เป็นเพราะอดีตหุ้นส่วนของเธอเก่งการตลาด ผลักดันจนแบรนด์โกอินเตอร์

เวลาผ่านไป 5 ปี ลีมาเริ่มขาดความสุขจากการทำงาน กลุ่มลูกค้าที่ชอบสไตล์ตั้งต้นของแบรนด์ทำให้เธอไม่กล้าออกจากกรอบเดิมที่ตัวเองวางไว้ การทำงานซ้ำๆ ทำให้เธอรู้สึกว่างานแฮนด์เมดเริ่มหมดคุณค่า จังหวะพอดีกับช่วงเศรษฐกิจซบเซา กิจการของเธอได้รับผลกระทบไปด้วย จนในที่สุดก็ต้องหยุดกิจการลงชั่วคราว

ผลกระทบจากเศรษฐกิจมันทำให้เราไม่มีรายได้เหมือนเดิม แต่ข้อดีคือมันเป็นการพัก และทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ว่าจริงๆ แล้วเราอยากจะทำอะไรลีมาย้อนความหลัง

จุดสะดุดในวันนั้น ทำให้ซาบีดีมีวันนี้

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

คิดใหม่ ทำใหม่

หลังพักกิจการไปไม่นาน ปัญหาส่วนตัวเดินหน้าเข้ามาหาลีมา สิ่งที่ทำให้เธอผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านั้นมาได้คือศาสนา จากมุสลิมะห์ที่ไม่คลุมฮิญาบ แต่งตัวตามความพึงพอใจ เธอหันมาศึกษาแนวคิดของศาสนาอิสลามมากขึ้น และตัดสินใจกลับมาคลุมผมและแต่งกายตามหลักศาสนา

พอคลุมผ้าก็ต้องเปลี่ยนการแต่งกายให้เหมาะสมเมื่อออกไปพบเจอผู้คนนอกบ้าน ต้องมิดชิด ปกปิดจินตนาการไม่ให้ผู้พบเห็นมองตรงไปยังสรีระ ป้องกันการคิดถึงเรื่องเพศ แต่เปิดหน้า เปิดฝ่ามือ และเปิดฝ่าเท้าได้
ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงภายนอก ความคิดอ่านของเธอและแนวคิดการออกแบบก็เปลี่ยนตามไปด้วย

พอเจอปัญหา เราจะไม่มองว่าเป็นปัญหา แต่จะคิดว่าเป็นเพียงบททดสอบหนึ่งของพระเจ้า เดี๋ยวเดียวก็ผ่านไปได้ เดี๋ยวเดียวก็เจอทางออก สมัยก่อนความคิดเราฟุ้งมากกว่านี้ เทรนด์อะไรมาเราทำหมด การคลุมผ้ามีส่วนทำให้เรากลับมามองหาตัวเองมากขึ้น หาว่าเราชอบอะไร เรารู้แล้วว่าเสื้อผ้าที่เราทำคือเสื้อผ้ามุสลิม เราต้องรู้ว่าเราออกแบบอะไร เพื่อใคร ใครเป็นคนใส่ และใส่ที่ไหน

ลีมาได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการส่งออก สินค้าแรกที่โดดเด่นและขายดีตลอดกาลของซาบีดียุคใหม่คือชุดว่ายน้ำสำหรับสาวมุสลิม ชุดมิดชิดสวยเก๋ที่ชาวต่างชาติชอบมาก และชาวไทยที่ไม่อยากให้ผิวปะทะแดดตรงๆ ก็อุดหนุนสินค้าของเธอเช่นกัน

เราทำชุดว่ายน้ำออกมาเพราะตอนเราเริ่มคลุมฮิญาบ จะไปเที่ยวทะเล แล้วไม่รู้ว่าจะต้องแต่งตัวแบบไหนดี เห็นชุดว่ายน้ำตามท้องตลาดแล้วยังไม่ถูกใจ เราก็เลยอยากทำชุดว่ายน้ำของตัวเอง เป็นจุดที่ทำให้เรากลับมาทำชุดมุสลิมอย่างจริงจัง

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

มุสลิมะห์ทำชุดว่ายน้ำเพื่อมุสลิมะห์

ชุดว่ายน้ำเป็นจุดมุ่งหมายหลักของแบรนด์ที่เธอทำขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ามุสลิมด้วยกัน

  ชุดว่ายน้ำของเราจะทำให้เขารู้สึกโดดเด่นด้วยการออกแบบอย่างมีเรื่องราว แต่ในขณะเดียวกันเวลาเขาไปอยู่ริมทะเล นั่งคู่กับคนที่ใส่บิกินีแล้วไม่เกิดความรู้สึกแตกต่าง มันคือโจทย์ใหญ่ในการออกแบบของเรา

  การออกแบบชุดว่ายน้ำของเธอจะต้องอิงตามหลักการแต่งกายของศาสนาอิสลาม ถ้าตัวเปียกแล้วชุดแนบไปกับลำตัว เห็นส่วนโค้งเว้า ก็จะไม่เหมาะสม ลีมาจึงเลือกออกแบบชุดว่ายน้ำให้มี 2 ชั้นติดกัน ชั้นแรกเป็นชั้นซับในรัดรูป ส่วนตัวนอกเป็นเสื้อคลุมหลวมคล่องตัว ดูโคร่งกว่าชุดว่ายน้ำทั่วไป แต่ใส่แล้วไม่ดูเทอะทะรุงรัง

ชุดนี้มาพร้อมกับกางเกงขายาวปิดสะโพก ต้นขา กลางน่อง จนเหนือข้อเท้าเล็กน้อย ส่วนหมวกคลุมก็ยาวแนบไปกับตัวและปิดส่วนคอ นอกจากใส่ว่ายน้ำได้แล้ว ยังใส่ออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน เล่นโยคะ และสารพัดกิจกรรมได้ รวมถึงยังเป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการชุดว่ายน้ำแขนยาวแบบกันแดดได้อีกด้วย

  ลีมายังเสริมอีกว่า การคลุมฮิญาบหรือการแต่งกายตามหลักศาสนาอิสลามทำให้เธออึดอัดเพียงช่วงแรกเท่านั้น หลังจากเธอค้นพบด้วยตนเองว่าการอยู่ในหลักศาสนามีข้อดีอย่างไร ลีมากลับรู้สึกว่าเธอมีสิทธิที่จะเลือก เลือกแต่งกายในแบบที่เธอสบายใจและมีความสุขกับสิ่งที่เธอเป็น

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

 

ใครๆ ก็ใส่ได้

เราออกแบบเสื้อผ้าจากประสบการณ์ที่เราพบเจอ ทั้งก่อนและหลังจะคลุมฮิญาบ เราเอาเสื้อผ้ามาแก้ปัญหาความแตกต่าง อยากให้ลูกค้ากลุ่มมุสลิมเขาใส่เสื้อผ้าพวกนี้แล้วไม่รู้สึกแปลกแยกหรือแตกต่างจากสังคม

เสื้อผ้าของซาบีดี มุสลิม จึงมีโครงร่างเรียบง่าย เสื้อผู้หญิงแขนยาวเพนต์ลาย กระโปรงทรงกว้าง เดรสผ้าลินินทรงหลวม ผ้าพันคอผืนสวย สวมใส่แล้วผ่อนคลายสบายใจ คล่องตัวและทะมัดทะแมง เหมาะกับยุคสมัย ผสมผสานกับลวดลายเพนต์มือเป็นจุดกลมๆ วงกลมๆ ตามสไตล์ของลีมา

ลีมาสร้างคาแรกเตอร์แบรนด์จากตัวเธอเอง ผู้หญิงที่รักอิสระ ชอบท่องเที่ยว เชื่อมั่นในศาสนา และเข้าใจแฟชั่นการแต่งกายของผู้หญิง

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

  ความเป็นมุสลิมของซาบีดีเป็นกิมมิกของแบรนด์ เราต้องการให้เสื้อผ้าซาบีดีเป็นทางเลือกใหม่ของสาวมุสลิม แต่ผู้หญิงทั่วไปก็สามารถสวมใส่ได้ เพียงแต่ว่าถ้าคุณเป็นมุสลิมเราก็มีผ้าสำหรับพันเป็นฮิญาบให้ หรือถ้าเป็นเสื้อคอปกแขนสั้น เราก็มีปลอกแขนให้ด้วย

  แบรนด์ของเราเอาสิ่งที่เราเคยเป็น กับสิ่งที่เราเป็น ปัจจุบันมาเป็นตัวสร้างสมดุลให้กับการออกแบบ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามุสลิม ลูกค้าทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างชาติ เราเอาจุดที่ไม่มีกฎเกณฑ์กับจุดที่มีกฎเกณฑ์มาอยู่รวมกัน แล้วทำให้มันเดินไปด้วยกันได้

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

จุดจุดจุด

ซาบีดีส่งเสื้อผ้าอวดสายตาพวกเรามาแล้ว 3 คอลเลกชัน

คอลเลกชันล่าสุดเธอได้แรงบันดาลใจจากเหล่าแร็ปเปอร์ที่ออกมาเล่าเรื่องราวชีวิตผ่านถ้อยคำและเสียงเพลง เธอเลือกทำเสื้อผ้าแนวสตรีตอาร์ตผ่านศิลปะแบบ Arabesque โดยครั้งนี้เป็นการนำชื่อแบรนด์ไปเขียนเป็นภาษาอาหรับในรูปแบบคูฟี (Kufi) และยังคงใช้เทคนิคจุดจุดเป็นตัวอักษรต่อกันไปแบบไม่มีวันสิ้นสุดเหมือนกับคอลเลกชันที่ผ่านมา

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

ตามหลักศิลปะอิสลาม งานศิลปะต้องไม่มีลวดลายสัตว์หรือรูปเคารพแทนสัญลักษณ์ของพระเจ้า ศิลปะอิสลามจึงโดดเด่นเรื่องแพตเทิร์นลายอื่นๆ เช่น ลายเถาพฤกษา ลายเรขาคณิต และการเขียนตัวอักษรภาษาอาหรับให้เป็นลวดลาย

ลีมาเลือกสร้างลายจากวงกลม เชื่อมจุดตัดแต่ละจุดเข้าหากันจนเกิดเป็นลวดลาย ต่อลายเดิมหรือสร้างลายใหม่ได้อย่างไม่สิ้นสุด เหมือนกับหลักคิดของศาสนาอิสลามที่ทุกสิ่งบนโลกและจักรวาลล้วนถูกสร้างสรรค์จากพระเจ้าองค์เดียวกัน การสร้างสรรค์และความเมตตาของพระองค์ก็ไม่มีวันสิ้นสุด

จุดเด่นของซาบีดีจึงเป็นการสร้างลายผ้าจากการจุด

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

จุดของเธอเกิดจากการนำวัสดุที่มีปลายกลมตัดเรียบอย่างตะเกียบไม้ไปจุ่มสีเฉพาะที่เธอค้นคว้าและทำร่วมกับสถาบันศิลปะอิสลามแห่งประเทศไทย จากนั้นค่อยจุดลงบนเสื้อทีละจุด ทีละจุด จนเป็นลวดลายที่เธอต้องการ ทำซ้ำไปซ้ำมาจนเธอค้นพบอะไรบางอย่าง

ก่อนจะทำการจุดทุกครั้งเราจะกล่าวว่าบิสมิลลาห์เพื่อเป็นการขอพรให้งานผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดี เป็นการบอกว่าเราตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างขออย่าให้มันพลาดเลย เพราะเราต้องโฟกัสอยู่กับการทำงานและการโฟกัสก็คือสมาธิ

เรามาโยงกับการละหมาดของชาวมุสลิม มันก็เป็นการทำสมาธิเหมือนกัน การละหมาดมีไว้เพื่อไม่ให้มนุษย์หลงลืมพระเจ้า และทุกครั้งหลังการละหมาดหรือช่วงเดือนเราะมะฎอน ถ้าชาวมุสลิมอยากให้ตัวเองได้รับผลบุญเพิ่มมากขึ้น จะกล่าวสรรเสริญพระเจ้า เราจึงลองนำมาปรับใช้เวลาทำงาน เราจะกล่าวไปด้วยจิ้มไปด้วยทีละจุด คล้ายๆ กับการนับเม็ดลูกประคำ มันเป็นการทำสมาธิและรำลึกถึงพระเจ้าควบคู่ไปกับการทำงาน

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

ในความแตกต่าง

มุ่งหน้าเข้าปีที่ 4 ซาบีดีเติบโตขึ้นอย่างไรบ้าง ฉันถาม

การเติบโตของแบรนด์ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคิดว่ามันจะต้องดีขึ้น แต่ตอนนี้ความคิดเราเปลี่ยนไป เราได้อะไรมากขึ้นกว่าเมื่อวานที่เราผ่านมา สิ่งที่เราได้ไม่จำเป็นต้องดีเสมอไป

เราทำเสื้อผ้าเพื่อให้รู้สึกว่าเราเป็นมนุษย์ปกติ มุสลิมก็เหมือนคนอื่นๆ เราก็ออกกำลังกาย เราก็ท่องเที่ยว และเราก็เล่นสนุกได้แบบคนทั่วไป ไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันเลย เพียงแค่คนเราเอาคำว่าศาสนาเป็นตัวแบ่ง เราพยายามทำให้คนเข้าใจในสิ่งที่เราทำและสิ่งที่เราเป็น

ฉันเดินไปเพ่งมองรายละเอียดของเสื้อแจ็กเก็ตลายสวยคอลเลกชันใหม่ ดีไซน์ที่ดีดึงดูดใจคนโดยไม่แบ่งศาสนา เป็นความแตกต่างที่น่าทำความรู้จักดูสักที

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

ZABEDE

สถานที่ : ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย

Facebook : ZABEDE 

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

“ขยะจะเป็นแค่ขยะ หากคุณไม่นำมันไปทำเป็นประโยชน์อะไร”

ประโยคเปิดแสนเรียบง่ายในการกล่าวสุนทรพจน์ของ Monique Collignon แฟชั่นดีไซเนอร์อันดับต้นๆ ของประเทศเนเธอร์แลนด์ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าสตรีระดับโลก Monique Collignon ที่งานแฟชั่นโชว์ RECO Young Designer Competition 2018 ณ สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย

แฟชั่นดีไซเนอร์, Monique Collignon

โมนีกคือแฟชั่นดีไซเนอร์เจ้าของรางวัล The Designer of the Year ประจำปี 2010 ในปี 2012 เธอได้รับรางวัล Best Foreign Designer จากประเทศเยอรมนี ผลงานการออกแบบของเธอถูกจัดแสดงถาวรอยู่ที่ Amsterdam Historical Museum และ Haagse Gemeente Centrum ประเทศเนเธอร์แลนด์ นั่นหมายความว่า ผลงานของเธอได้รับการยอมรับในแง่ศิลปะ ประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และมีคุณค่าต่อสังคม

เหนือสิ่งอื่นใด โมนีกคือแฟชั่นดีไซเนอร์คนแรกของโลกที่นำเส้นใยรีไซเคิลมาใช้ในการออกแบบคอลเลกชัน Haute Couture พูดง่ายๆ ให้เห็นภาพคือ เธอนำขยะที่ถูกทิ้งขว้างมาเพิ่มมูลค่าให้กลายเป็นผลงานแฟชั่นชั้นสูง ผ่านนวัตกรรมในการแปรรูปวัสดุ ความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้

แฟชั่นดีไซเนอร์, Monique Collignon แฟชั่นดีไซเนอร์, Monique Collignon แฟชั่นดีไซเนอร์, Monique Collignon

ก่อนจะไปถึงเรื่องราวของโมนีก เส้นทางในโลกแฟชั่นและแพสชันเรื่องพลาสติกรีโซเคิลของเธอ เราขอเล่าถึง RECO Young Designer Competition ที่โมนีกเดินทางมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อเป็นกรรมการตัดสินโดยเฉพาะสักเล็กน้อย

โครงการประกวดออกแบบแฟชั่นเพื่อสิ่งแวดล้อมนี้ ถือเป็นเวทีระเบิดไอเดียด้านการออกแบบแฟชั่นนวัตกรรมรักษ์โลก สำหรับกลุ่มนักศึกษาด้านการออกแบบ และดีไซเนอร์อิสระที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ให้ตระหนักถึงคุณค่าของเหลือใช้ทุกชิ้นว่าสามารถนำมาเพิ่มคุณค่า โดยใส่นวัตกรรมด้านแนวคิด และกระบวนการผลิตเทคนิคแปลกใหม่ ที่สามารถนำมาต่อยอดและใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง

หลังจบแฟชั่นโชว์ วันต่อมาเรามีนัดกับโมนีคอีกครั้งที่งานเสวนา ‘Fashion from Waste’ ที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC และนี่คือบทสนทนาในวันที่ขยะพลาสติกกำลังจะล้นโลกกับแฟชั่นดีไซเนอร์คนนี้

โมนีกเป็นทั้งนักออกแบบและนักธุรกิจ สิ่งที่เธอตั้งใจทำตลอดหลายปีที่ผ่านมา คือ การส่งข้อความบางอย่างเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมออกไปในวงกว้าง ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานของเธอ

แฟชั่นดีไซเนอร์, Monique Collignon แฟชั่นดีไซเนอร์, Monique Collignon

“ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ฉันเชื่อมั่นในวิถีกินดีมีสุขของผู้คน สัตว์ ที่ส่งผลถึงความอุดมสมบูรณ์ของโลกใบนี้ ฉันใช้แนวคิดอยู่ดีมีสุขนี้เป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตเสมอมา ทั้งในแง่การทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว” โมนีกเริ่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของเธอ

“บางครั้งเวลาฉันไปบรรยายที่ใดก็ตาม และเริ่มด้วยการพูดถึงแนวคิดพื้นฐานเหล่านี้ คนมักจะมองว่าฉันเป็นคนที่เจ๋งมาก พวกเขาคิดว่าฉันคือนักพัฒนาที่ใส่ใจโลกและ สิ่งแวดล้อม ที่ใส่ใจผู้อื่นมากกว่าชีวิตตัวเอง ทั้งที่จริงแล้วฉันแค่กำลังทำสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด นั่นคือส่งต่อสิ่งดีงามออกไปโดยเริ่มต้นจากตัวเอง”

โมนีกสำเร็จการศึกษาใน ค.ศ. 1983 จากเมืองรอตเทอร์ดาม เมืองท่าหลัก และเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศเนเธอร์แลนด์ “ฉันเติบโตมากับการเห็นแม่สามารถเย็บ ปัก ถัก ทุกสิ่งรอบตัวออกมาเป็นข้าวของเครื่องใช้สวยๆ แม่เลยเป็นทั้งผู้มอบแรงบันดาลใจ และต้นแบบความคิดสร้างสรรค์ของฉัน

“ตอนที่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ ฉันอายุแค่ 7 ขวบเท่านั้นเอง ฉันหมกมุ่นอยู่กับการพัฒนาความสามารถของตัวเอง จนหลายสิบปีต่อมา การฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเหล่านั้นก็เริ่มผลิดอกออกผล แบบที่เขาพูดกันว่า ‘All hard work paid off’ นั่นแหละ และเมื่อมองย้อนกลับไปยังเส้นทางอันยาวไกลที่ฉันเดินมา ฉันก็พบบทเรียนมากมายที่ทำให้ฉันเป็นฉันอย่างในทุกวันนี้”

โมนีกออกแบบคอลเลกชัน Haute Couture (โอต์ กูตูร์) ครั้งแรกใน ค.ศ. 1990 เธออธิบายให้ฟังคร่าวๆ ว่า “โอต์ กูตูร์ เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่าศิลปะการตัดเย็บชั้นสูง หรือ High Sewing ซึ่งจำกัดวงเฉพาะอยู่ในเมืองแฟชั่นระดับแนวหน้าของโลกเท่านั้น เช่น ปารีส นิวยอร์ก ลอนดอน และมิลาน”

แฟชั่นดีไซเนอร์, Monique Collignon แฟชั่นดีไซเนอร์, Monique Collignon

ห้องเสื้อโอต์ กูตูร์ มีขึ้นในประเทศฝรั่งเศสเป็นแห่งแรก เสื้อผ้าในแบบโอต์ กูตูร์ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน แต่ถูกออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์ ซึ่งเสื้อผ้าประเภทนี้จะได้รับการยกย่องว่าเป็นงานศิลปะแขนงหนึ่งเลยทีเดียว

ไม่นานหลังจากโอต์ กูตูร์ คอลเลกชันแรก โมนีกเปิดร้านเสื้อผ้าของเธอเองครั้งแรก ที่เมืองไลเดน (Leiden) ทางตอนโต้ของเนเธอร์แลนด์ และอีก 6 ปีต่อมาขยายสาขาไปสู่เมือง Van Baerlestraat จากนั้นใน ค.ศ. 2008 โมนีกก็เริ่มออกแบบและผลิตคอลเลกชัน Prêt-à-porter

“Prêt-à-porter เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า Ready-to-wear หรือเสื้อผ้าสำเร็จรูป” โมนีกอธิบายพร้อมรอยยิ้ม หลังจากฉันขมวดคิ้วน้อยๆ เมื่อได้ยินภาษาฝรั่งเศสติดกันหลายคำ

หลังจาก ค.ศ. 2008 โมนีกเข้าสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นเสื้อผ้าสำเร็จรูป และเริ่มมองเห็นอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ “การผลิตในอุตสาหกรรม Fast Fashion เป็นหนึ่งในต้นทุนอันยิ่งใหญ่ที่ต้องแลกมาด้วยสิ่งแวดล้อม จากแต่เดิม สินค้าแฟชั่นอาจมีเพียง 3 – 4 ฤดูกาลหลักเท่านั้น แต่ทุกวันนี้อาจมีมากถึง 6 – 8 ฤดูกาล และยังไม่นับคอลเลกชันย่อยๆ ที่ถูกเพิ่มเข้าไปในทุกๆ 2 สัปดาห์”

การปรับเปลี่ยนดิสเพลย์สินค้าหน้าร้าน และการหมุนเวียนสับเปลี่ยนการจัดวางสินค้าในร้านทุกๆ สัปดาห์ เพื่อให้มีความสดใหม่ หรือมีการเติมสินค้าใหม่เข้าเชลฟ์ มากถึง 2 ครั้งต่อสัปดาห์ พร้อมกับเพิ่มความตื่นเต้น เช่น การทำ Collaborate กับสิ่งที่อยู่รอบแบรนด์ต่างๆ  เช่น การร่วมมือกันระหว่างสินค้าแต่ละแบรนด์ ซึ่งถือเป็นเซอร์ไพรส์เล็กๆ ให้กับกลุ่มลูกค้าตลอดเวลา

ในปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ถูกวางแผนและหยิบยื่นให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นความต้องการและสื่อสารกับผู้บริโภคในกลุ่มที่มีความหลงใหลต่อสินค้าแฟชั่น โดยเฉพาะกับกลุ่มที่มีความต้องการที่จะอัพเดตเทรนด์ ดูเป็นคนทันสมัย และใช้สินค้าแฟชั่นไอเทมใหม่ๆ ตลอดเวลา

แฟชั่นดีไซเนอร์, Monique Collignon แฟชั่นดีไซเนอร์, Monique Collignon

จากสิ่งที่กล่าวมานั้น ไม่ว่าจะเป็น รูปแบบ จังหวะ และปัจจัยในการหมุนเวียนของ Fast Fashion ที่เกิดขึ้น เป็นผลทำให้วัฏจักรของ Fast Fashion Revolution มีความฉาบฉวยมากขึ้นไปอีก เช่นว่า ผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้าใหม่บ่อยขึ้น มากขึ้น แต่กลับมีการใช้งานที่น้อยลง จากแต่ก่อน การจะซื้อเสื้อผ้าใหม่ก็ต่อเมื่อชิ้นเก่าชำรุด หรือไซส์ไม่พอดีแล้ว แต่ปัจจุบันอาจซื้อเพียงเพราะสีและลวดลายแบบนี้กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มเพื่อน

พฤติกรรมของผู้บริโภคเหล่านี้ก็ย่อมส่งผลอย่างต่อเนื่องกลับมาที่วัฏจักรแฟชั่นและอุตสาหกรรมแฟชั่นโดยรวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุที่ทันสมัย แต่อาจไม่ต้องคำนึงถึงความทนทานมากนัก หรือกระบวนการผลิตที่รวบรัดตัดตอนมากขึ้น

สิ่งที่ถูกกระทบต่อมาคือการทำการตลาดสำหรับ Fast Fashion ก็ย่อมถูกปรับเปลี่ยนไปตาม Life Cycle ของสินค้านั้นๆ โดยกลยุทธ์และวิธีการทำการตลาดในยุค 4.0 ก็ต้องทำออกมาอย่างรวดเร็ว แบบติดจรวดเลยทีเดียว คราวนี้เราลองมาจินตนาการถึงความสิ้นเปลืองที่จะเกิดขึ้นจากอุตสาหกรรม Fast Fashion ว่ามันจะมีปริมาณที่มหาศาลขนาดไหน

โมนิกยิ้มก่อนเล่าต่อว่า “เมื่อก่อนเวลามีคนถามว่า งานออกแบบสวยๆ ของฉันใช้ผ้าชนิดใดในการตัดเย็บ ฉันสามารถตอบได้อย่างไม่ลังเลว่า ‘พลาสติก’ แทบทุกคนตื่นตะลึงและคิดว่าฉันพูดเล่น แต่เมื่อรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสิ่งเล็กน้อยรอบตัว อย่างสภาพดินฟ้าอากาศ ฉันก็เริ่มตระหนักได้ว่านี่คือปัญหาระดับโลก”

ปัญหาระดับโลกที่โมนีกพูดถึง คือปัญหาขยะพลาสติกที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งบนโลก ตั้งแต่บนพื้นดินไปจนถึงใต้มหาสมุทร ณ ขณะนี้

แฟชั่นดีไซเนอร์, Monique Collignon แฟชั่นดีไซเนอร์, Monique Collignon

“แต่เชื่อไหมว่า แค่คุณเปิดตามองไปรอบๆ อย่างตั้งอกตั้งใจ คุณจะเห็นผู้คนมากมาย ตั้งแต่คนตัวเล็กๆ ไปจนถึงองค์กรยักษ์ใหญ่ที่ตระหนักได้ถึงความร้ายแรงของปัญหานี้ และกำลัง Take Action เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างให้กับโลกของเราอยู่”

โมนีกใช้เวลากว่า 7 ปี นับจาก ค.ศ. 2008 ลองผิดลองถูกในการใช้พลาสติกรีไซเคิลเป็นวัสดุหลัก จนใน ค.ศ. 2015 ‘The Conscious Collection’ คอลเลกชันเสื้อผ้าที่ใช้พลาสติกรีไซเคิล เป็นวัสดุหลักกว่า 70% ก็ปรากฏสู่สายตาชาวโลก

“ฉันมองเห็นคุณค่าของ ‘การนำกลับมาใช้ใหม่’ ที่สามารถเพิ่มมูลค่าได้โดยอาศัยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยลดปริมาณขยะซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงต้องการแบ่งปันองค์ความรู้ในการรีไซเคิล และกระตุ้นเตือนสังคมให้มีความรู้ความเข้าใจและมองเห็นคุณค่าของสิ่งของรอบตัวมากขึ้น”

แฟชั่นดีไซเนอร์, Monique Collignon

โมนีกชี้ให้ดูชุดสีสดตรงหน้าและอธิบายว่า “เนื้อผ้าที่เห็นอยู่นี้ทอขึ้นจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ที่เกิดขึ้นจากการนำขยะขวดพลาสติก PET ไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อแปรรูปเป็นเม็ดพลาสติก”

PET คือพลาสติกชนิดเดียวที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% สามารถนำกลับมาหลอมทำบรรจุภัณฑ์ใหม่หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้มากมาย นิยมใช้ทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและของใช้ เพราะมีความใสแววเป็นประกาย มีความปลอดภัยสูง แข็งแรง ไม่เปราะแตกง่าย

โมนีกคือแฟชั่นดีไซเนอร์คนแรกของโลก ที่นำเส้นใยรีไซเคิลมาใช้ในการออกแบบคอลเลกชันโอต์ กูตูร์ เธอบอกกับเราว่า “ในอนาคต ฉันมีแผนที่จะใช้วัสดุยั่งยืนชนิดอื่นๆ ด้วย เช่น ขนสัตว์รีไซเคิลและใยฝ้ายออแกนิค”

และเมื่อฉันถามถึงแรงผลักดันที่ทำให้เธอตั้งอกตั้งใจ ทำในสิ่งที่เธอทำอยู่ทุกวันนี้ คำตอบของเธอเรียบง่ายและทรงพลังแบบเดียวกับสุนทรพจน์บนเวทีแฟชั่นโชว์เมื่อคืน

“แม้ว่าฉันและสามีจะไม่มีลูกด้วยกัน แต่ฉันคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยมให้คนรุ่นหลังจากนี้ ได้กินปลาที่เติบโตในมหาสมุทรอันสมบูรณ์ ได้หายใจด้วยอากาศบริสุทธิ์ และได้อาศัยอยู่ในโลกที่งดงามแบบที่คนรุ่นฉันเคยเห็นเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว”

แฟชั่นดีไซเนอร์, Monique Collignon

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load