อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สัญลักษณ์เพื่อระลึกถึงการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองในประเทศไทยจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2482 จนถึงตอนนี้ก็นับเป็น 81 ปี แล้วประเทศไทยก็มีรัฐประหารไปแล้ว 13 ครั้ง

ในอดีต อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยังถูกใช้เป็นสถานที่ชุมชุนมทางการเมืองหลากหลายครั้ง ตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พฤษภาทมิฬ และอื่นๆ อีกมากมาย 

พ.ศ. 2563 อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถูกนำเสนอในหลากหลายบทบาท ตั้งแต่การถูกล้อมรั้ว ตกแต่งด้วยกระถางดอกไม้โดยรัฐ สถานที่วิ่งของเหล่าแฮมเตอร์ผู้รักประชาธิปไตย พ่อมด-แม่มด รวมตัวกันเสกคาถาผู้พิทักษ์ต่อบทภาพยนตร์ หอแต๋วแตก นัดกินส้มโอ และเฟสติวัลศิลปะและดนตรี 

จวบจนถึงการรื้อถอนกระถางดอกไม้ภายใน และคลุมผ้าขาวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นผ้าที่ประชาชนหลายคนสามารถร่วมกันเขียนได้

การเรียกร้องเพื่อระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงในประเทศนี้กินระยะเวลานานเหลือเกิน แต่อย่างน้อยใน พ.ศ. 2563 อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก็เป็นพื้นที่ในการแสดงออกถึงความหลากหลายอย่างแท้จริง

ถ้าคุณมีเซ็ตภาพถ่ายที่อยากมาอวดในคอลัมน์นี้ ช่วยส่งเซ็ตภาพพร้อมคำบรรยาย(แบบไม่ยาวมาก) รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Photo Essay

ถ้าเซ็ตรูปของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

จิรัฏฐ์ วรรัตนวงศ์

นักศึกษาสาขาวิชาศิลปะภาพถ่าย มหาวิทยาลัยรังสิต ชั้นปีที่ 1 มีความสนใจในด้านการเล่าเรื่อง ทั้งภาพถ่ายและการเขียน เชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์ฝันและมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

ถ้าคิดว่ารู้จักเชียงใหม่ดีแล้ว ชุดภาพถ่ายนี้จะเปลี่ยนมุมมองนั้นเสียใหม่ ผ่านนิทรรศการที่เกิดจากความบังเอิญของนักศึกษาและคณาจารณ์สาขาวิชาการถ่ายภาพสร้างสรรค์ เกิดความสนใจเรื่องของเมืองเชียงใหม่ร่วมกันมาจัดแสดงงานเล่าเรื่องราวเมื่อต้องอาศัยอยู่ในเชียงใหม่ในมุมแปลกไปจากที่คุ้นชิน ทั้งสภาพการณ์ที่เปลี่ยนไป บริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงความรู้สึกดั้งเดิมที่ถูกสั่นคลอนในยามโรคระบาด เหมือนเป็นอีกเมืองในแง่มุมที่หลายคนอาจยังไม่เคยเห็นผ่านเลนส์กล้องของ 6 ช่างภาพ 

ทั้ง ภาพขาว-ดำ เล่าเรื่องเมืองเชียงใหม่ในห้วงเวลาการระบาดของโรคโควิด-19 

ภาพคนในครอบครัว ตัวแทนความสับสนและหลงทางเมื่อเกิดโรคระบาด ผู้คนต่างพลัดพรากจากความสุขและความหวังในการใช้ชีวิต แม้อยู่ในบ้านแสนอบอุ่นของตัวเองก็ตาม 

ภาพคลองแม่ข่าของศิลปินที่เคยผันตัวจากนักท่องเที่ยวมาเป็นผู้อยู่อาศัยในเมืองเชียงใหม่ บริเวณคลองแม่ข่าซึ่งถูกขุดเพื่อเป็นทางระบายน้ำและเกิดมลพิษมาเป็นเวลานาน ทำให้เขาเกิดคำถามว่า ทำไมเมืองที่เขาคิดไว้จึงไม่สวยงามอย่างที่คิดไว้ 

ภาพพาโนรามาทิวทัศน์เมืองที่ต่อขึ้นจากภาพถ่าย แสดงให้เห็นบรรยากาศและสถาปัตยกรรมบนสองฝั่งถนนท่าแพในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 

ภาพจากการสังเกตทะเลสาบดอยเต่า ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างจากการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ และการใช้ชีวิตของชาวบ้านหลังจากที่ไม่มีน้ำเมื่อภัยแล้งที่รุนแรงมาเยือน 

และภาพการเดินทางไร้แบบแผนตามหาแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบลงบนสิ่งต่างๆ เพื่อเยียวยาความคิดและจิตใจ ให้ผ่านวันที่ยากลำบากให้เดินไปต่อได้ 

หากชมภาพหน้าจอแล้วยังไม่จุใจ สามารถไปเยี่ยมชมนิทรรศการภาพถ่ายแบบเต็มๆ ได้ที่ศูนย์ศิลปะบ้านตึก ถนนท่าแพ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม – 7 พฤศจิกายน 2564  เวลา 09.00 – 17.00 น. (เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์)

Writer & Photographer

Lost in Chiang Mai

นิทรรศการภาพถ่ายเชียงใหม่ในมุมมองใหม่ของช่างภาพ 6 คน อัษฎา โปราณานนท์, กรรณ เกตุเวช, ณัฐพล นุกูลคาม, ศิริน ม่วงมัน, กรดนัย เกิดปฐม และ นวมินทร์ มูลรัตน์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load