ในฝรั่งเศสไม่มีใครไม่รู้จักดีแคทลอน (Decathlon) ส่วนตัวเรานั้นไม่รู้จักดีแคทลอนเลย

จนกระทั่งได้รับมอบหมายมาด้วยข้อความสั้นๆ ว่า “อุปกรณ์กีฬาที่ดีแคทลอนผลิตเองนั้นดีมากๆ” ก็ยังคงสงสัยต่อไปว่าในเมื่อดีมากๆ แล้วทำไมเราถึงไม่เคยรู้จัก

ของดีไม่จำเป็นต้องโฆษณามันก็ใช่ แต่ของดีที่ว่านั้นเป็นยังไง หลังจากแอบไปสำรวจร้านดีแคทลอนทั้งในกรุงเทพฯ และในโลกออนไลน์มาแล้ว เรามีโอกาสได้ชวน คุณวราภรณ์ ตั้งตัว Communication leader ดีแคทลอน ประเทศไทย มานั่งคุยถึงความเจ๋งของดีแคทลอน

คุยไป คุยมา เราก็ได้รู้ว่าจริงๆ แล้วการ ‘นั่งคุย’ ไม่ใช่วัฒนธรรมขององค์กรนี้สักเท่าไหร่

“ที่ดีแคทลอน ทุกคนเป็นนักกีฬากันหมดค่ะ เพราะเราเลือกรับพนักงานโดยการชวนมาเล่นกีฬาด้วยกัน ปกติแล้วพวกเราแทบไม่อยู่ในออฟฟิศกันเลยค่ะ เราจะอยู่ตามร้านกันมากกว่า ถือว่าเป็นการลงสนามเพื่อจะได้รู้จักกับลูกค้าจริงๆ” คุณวราภรณ์ ตั้งตัว Communication leader ดีแคทลอนประเทศไทย และนักว่ายน้ำ บอกเราแบบนี้

มันเป็นข้อมูลที่ทำเอาเราจับต้นชนปลายไม่ถูก ว่าร้านขายอุปกรณ์กีฬาที่จัดร้านแบบบ้านๆ ขายของราคาไม่แพง ไม่ได้มีแบรนดิ้งเก๋ๆ หรือการจัดร้านสวยๆ ทำไมถึงมีแนวคิดที่เท่ขนาดนี้

ว่าแล้วก็มาขยับแข้งขยับขาพร้อมๆ กับไปทำความรู้จักกับร้านดีแคทลอนกันเถอะ

Decathlon, อุปกรณ์กีฬา

1

ดีแคทลอนเป็นร้านขายอุปกรณ์กีฬาจากประเทศฝรั่งเศสที่เกิดมาเพื่อปฏิวัติวงการ

ดีแคทลอนก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 1976 โดย Michel Leclercq นักธุรกิจชาวฝรั่งเศสที่มีไอเดียร่วมกับเพื่อนๆ ของเขาอีก 7 คน ที่ล้วนแล้วแต่เป็นนักกีฬาที่มีหัวทางธุรกิจ ว่าการขายอุปกรณ์กีฬานั้นสมควรได้รับการปฏิวัติ และสิ่งที่ Michel ทำมาเป็นเวลาสี่สิบกว่าปีนั้นก็เรียบง่ายมาก มันคือการ “ผลิตอุปกรณ์กีฬาที่ดีที่สุด ในราคาที่ดีที่สุด”

2

ดีแคทลอนเชื่อเรื่องการทำให้ทุกคนเข้าถึงความสุขและประโยชน์จากการเล่นกีฬา

ดีแคทลอนเกิดจากความเชื่อว่า กีฬานั้นมีประโยชน์ต่อผู้คนมากกว่าแค่ทำให้ร่างกายแข็งแรง แต่ยังสามารถสร้างสังคมที่แข็งแกร่งได้ด้วย พวกเขาจึงพยายามทำทุกทางเพื่อให้อุปกรณ์กีฬาราคาถูกลง หาซื้อได้ง่าย และใช้ได้อย่างทนทาน

3

ดีแคทลอนลงทุนเองทุกอย่างตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเพื่อลดต้นทุนการผลิต

ดีแคทลอนลงทุนวิจัย ออกแบบ ผลิต ขนส่ง และมีหน้าร้านวางขายอุปกรณ์กีฬาด้วยตัวเองเพื่อให้ต้นทุนต่ำ และขายได้ราคาถูก แถมวราภรณ์ยังบอกเราอีกว่า “เมื่อโรงงานสามารถผลิตได้มากขึ้นและทำให้ราคาต่อชิ้นลดลงได้ เราก็จะเอามาลดราคาที่หน้าร้านด้วยเสมอ เพื่อให้คนยิ่งเข้าถึงการเล่นกีฬาได้มากขึ้นไปอีก”

Decathlon, อุปกรณ์กีฬา Decathlon, อุปกรณ์กีฬา

4

ใช้เงินลงทุนกับการวิจัยและพัฒนา ขณะที่ลดต้นทุนสินค้าผ่านแพ็กเกจจิ้ง การตกแต่งร้าน และการโฆษณา

อย่างเช่นการที่ดีแคทลอนลงทุนไม่อั้นสำหรับการวิจัยและพัฒนาสินค้า พวกเขาเลือกตั้งฐานสำหรับการวิจัยอุปกรณ์กีฬาประเภทต่างๆ ในแหล่งที่เป็นพื้นที่ของกีฬานั้นๆ มากกว่าการจะรวมศูนย์เพื่อลดต้นทุน อย่างกีฬาทางน้ำก็จะอยู่ใกล้ทะเล กีฬาพวกแคมปิ้ง เดินป่าก็จะอยู่ใกล้ภูเขา และพวกเขาก็เลือกที่จะตัดต้นทุนในเรื่องบรรจุภัณฑ์ การตกแต่งร้าน และการโฆษณาออกแทน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเพิ่มภาระเหล่านั้นไปให้กับลูกค้า

5

คัดสรรเฉพาะโรงงานผู้ผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยทั่วไปแล้ว เวลาคิดถึงสินค้าราคาถูกเรามักคิดถึงการหาแหล่งผลิตที่ค่าแรงต่ำที่สุด การใช้วัตถุดิบที่ราคาถูกที่สุด รวมทั้งการลดต้นทุนในเรื่องต่างๆ เพื่อให้บริษัทได้กำไรมากที่สุด แต่ดีแคทลอนมีความคิดที่ยั่งยืนกว่านั้น พวกเขาเลือกคู่ค้าที่ต้องผ่านมาตรฐานทั้งในแง่คุณภาพสินค้าที่ทนทาน ใช้ได้นาน เพื่อไม่ทำให้ของพังแล้วต้องมาซื้อใหม่บ่อยๆ และการดำเนินงานของโรงงานก็ต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย วราภรณ์ถึงกับบอกว่า การเสาะหาโรงงานที่ทำให้ได้ถึงมาตรฐานดีแคทลอนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ดีแคทลอนจึงเน้นการพัฒนาขีดความสามารถของคู่ค้าเดิมมากกว่าที่จะหาเจ้าใหม่ๆ

Decathlon, อุปกรณ์กีฬา Decathlon, อุปกรณ์กีฬา

6

ดีแคทลอนไม่เคยให้ถุงพลาสติกใส่ของแบบฟรีๆ กับลูกค้า

เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดขยะได้และยังเป็นการลดภาระต้นทุนที่จะถูกส่งต่อไปหาลูกค้าได้อีกด้วยเพียงแค่ต้องใจแข็งและขยันอธิบายกันสักหน่อย

7

ในเมื่อของไม่พังและลูกค้าไม่จำเป็นต้องกลับมาซื้อบ่อยๆ ร้านดีแคทลอนจึงมีสินค้าอุปกรณ์กีฬามากกว่า 50 ชนิดในทุกร้านทั่วโลก เพื่อจะเข้าถึงคนที่สนใจทุกประเภทกีฬา และทำให้ธุรกิจอยู่ได้

Decathlon, อุปกรณ์กีฬา

8

ร้านดีแคทลอนมีแบรนด์สินค้าทั้งหมด 20 แบรนด์ และแบรนด์ที่มีคนรู้จักมากที่สุดคือ Quechua

เป็นแบรนด์อุปกรณ์เดินป่า สินค้าที่ขายดีที่สุดของแบรนด์นี้และของดีแคทลอนประเทศไทย คือ เป้ราคา 100 บาทและรับประกัน 10 ปี !

Decathlon, อุปกรณ์กีฬา

9

สินค้าทุกแบรนด์ของดีแคทลอนสร้างโดยคนรู้จริง เพื่อให้คนที่ซื้อไปได้ใช้ของที่ดีจริงๆ

คุณสมบัติของพนักงานดีแคทลอนนั้นง่ายมาก คือคุณต้องเป็นคนที่หลงใหลในการเล่นกีฬาและการใช้ชีวิตกลางแจ้งจริงๆ เพราะดีแคทลอนเชื่อว่าคนที่หลงใหลกับอะไรมากๆ จะสามารถสร้างนวัตกรรมและพัฒนาสินค้าเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ ได้

ตัวอย่างนวัตกรรมเจ๋งๆ ของดีแคทลอน เช่น ลูกบาสที่เมื่อรั่วแล้วสามารถอุดรูเองได้ เต็นท์ที่สามารถกางได้ใน 2 วินาที และมีการบุผ้าสีดำข้างในเพื่อให้แสงอาทิตย์ไม่เข้ามาแยงตาตอนเช้า หน้ากากกันน้ำเพื่อแก้ปัญหาคนไม่ชอบใช้ท่อหายใจที่ต้องหายใจทางปาก ไฟฉายที่ไม่ต้องใช้ถ่านแค่ไขลาน 1 นาทีก็จะมีไฟสว่าง 5 นาที เป็นต้น

Decathlon, อุปกรณ์กีฬา Decathlon, อุปกรณ์กีฬา Decathlon, อุปกรณ์กีฬา

10

ร้านดีแคทลอนไม่มีพนักงานขาย

มีคำกล่าวว่า “คนขายคือคนที่รู้จริง” แต่ที่ดีแคทลอน “คนที่รู้จริงคือคนขาย” แทนที่ดีแคทลอนจะเอานักขายมาทำความรู้จักกับกีฬาชนิดต่างๆ จนสามารถขายของเกี่ยวกับกีฬานั้นๆ ได้

ดีแคทลอนคิดมุมกลับ โดยการนำนักกีฬาที่เล่นและหลงใหลในกีฬานั้นๆ มาเป็นคนขายเสียเลย บรรยากาศในการเลือกซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ในร้านดีแคทลอนจึงเต็มไปด้วยก๊วนแก๊งที่มาแลกเปลี่ยนเคล็ดลับ ประสบการณ์และคำแนะนำต่างๆ ซึ่งกันและกัน พอวราภรณ์เล่าถึงเรื่องนี้ เราก็ได้เงยหน้าขึ้นมามองรอบๆ ตัวแล้วพบว่าพนักงานขายทุกคนมีบุคคลิคที่โดดเด่นมากสมกับเป็นสาวกกีฬานั้นๆ จริงๆ ด้วย

Decathlon, อุปกรณ์กีฬา Decathlon, อุปกรณ์กีฬา

11

กลยุทธ์การป้ายยาที่ทำให้คนตกหลุมรักในการเล่นกีฬา

นอกจากพนักงานที่ร้านดีแคทลอนจะสามารถบรรยายความเจ๋งของอุปกรณ์แต่ละอย่างและความสนุกสนานของกีฬาแต่ละชนิดได้อย่างเป็นคนคุ้นเคยแล้ว พนักงานที่ดีแคทลอนยังสามารถเป็นโค้ชสอนวิ่ง มีมุมให้ลองเล่นโยคะ แล้วก็อวดรูปจากการไปแคมปิ้งรอบล่าสุดของพวกเขาให้ลูกค้าดูได้อีกด้วย

Decathlon, อุปกรณ์กีฬา

12

การอัพเซลส์ของดีแคทลอน คือ การเปลี่ยนลูกค้าเป็นเพื่อน ชวนกันเล่นกีฬา

บนชั้นวางสินค้าประเภทต่างๆ จะมีป้ายแนะนำตัวพนักงานขาย พร้อมประวัติความ ‘บ้า’ ในกีฬานั้นๆ ของแต่ละคน ที่สนุกที่สุดคือ ร้านดีแคทลอนอนุญาตให้พนักงานสร้าง Line Group หรือ Facebook Group เอาไว้เพื่อคุยกับลูกค้าที่มาซื้อของ เผื่อลูกค้ามีข้อสงสัยหรืออยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม แถมยังมีการจัดทริป นัดกันไปเล่นกีฬาด้วยกันอีกต่างหาก นอกจากจะได้อุปกรณ์แล้ว ยังได้เพื่อนเล่นด้วย ที่ดีแคทลอนนี่ขายอุปกรณ์กีฬาแบบครบวงจรจริงๆ

Decathlon, อุปกรณ์กีฬา Decathlon, อุปกรณ์กีฬา

Decathlon, อุปกรณ์กีฬา

13

ดีแคทลอนใช้วิธีบริหารองค์กรแบบเดียวกับที่บริหารทีมกีฬา

ที่ดีแคทลอนไม่เรียกหัวหน้าทีมว่าผู้จัดการ แต่เรียกว่าลีดเดอร์ พวกเขาเรียกตำแหน่งที่คอยกำหนดทิศทางของการให้บริการต่างๆ ว่าโค้ช และมีโครงสร้างองค์กรที่ไม่มีลำดับขั้นมากนัก อย่างที่วราภรณ์เล่าให้เราฟังในตอนต้น การคัดเลือกพนักงานของดีแคทลอน ไม่ได้มีแค่การกรอกใบสมัครและนั่งสัมภาษณ์กันแบบเกร็งๆ ในห้องประชุม แต่ดีแคทลอนยังเลือกบุคลากรโดยการให้มาเล่นกีฬาด้วยกัน ซึ่งก็ทำให้เห็นสปิริต การทำงานเป็นทีม และความรับผิดชอบตัวเองของบุคคลนั้นๆ ทำให้เห็นว่าบุคคลนั้นๆ เหมาะกับการทำงานที่ดีแคทลอนไหม เราว่ามันเป็นการคัดเลือกพนักงานที่น่าสนใจมากๆ

Decathlon, อุปกรณ์กีฬา Decathlon, อุปกรณ์กีฬา

14

CEO ไม่มีโต๊ะทำงาน แถมยังต้องมาจัดชั้นขายของด้วยตัวเอง

คุณ Frederic Bichet Country Leader ของดีแคทลอน ประเทศไทย และนักเทนนิส ก็มีความสุขกับการทำงานไม่ต่างจากนักกีฬาคนอื่นๆ นอกจากเขาจะเป็น CEO ที่ไม่มีโต๊ะประจำตำแหน่งแล้ว เขายังมีหน้าที่ดูแลชั้นวางสินค้ากีฬาเทนนิสที่ร้านดีแคทลอนสาขาพระรามสี่ด้วยตัวเองอีกด้วย

15

พนักงานทุกคน (รวมทั้งคุณ Frederic, Country Leader) สามารถออกแบบการจัดวางชั้นสินค้าในส่วนของตัวเองได้

แม้จะมีร้านดีแคทลอนอยู่ทั่วโลก แต่ดีแคทลอนไม่มีข้อกำหนดที่ตายตัวในการจัดวางสินค้าแต่อย่างใด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในกีฬานั้นๆ พนักงานสามารถวางแผนได้เองว่า อะไรควรวางใกล้อะไร ด้วยความที่มองออกว่าคนหยิบอันนี้แล้วจะมองหาอะไรต่อ อะไรที่ใช้ด้วยกัน อะไรที่ใช้แทนกันได้ และทุกคนก็มีส่วนร่วมในการเลือกของเข้ามาขายเองอีกด้วยนะ น้อยมากที่องค์กรระดับโลกจะให้อิสระกับแต่ละร้านค้าขนาดนี้

Decathlon, อุปกรณ์กีฬา Decathlon, อุปกรณ์กีฬา

16

ดีแคทลอนประเทศไทยก็มีการแลกเปลี่ยนตัวนักกีฬาระหว่างสาขาและมีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างประเทศ

ด้วยความที่บางประเภทกีฬาไม่สามารถหาผู้ที่ ‘บ้า’ กีฬานั้นๆ มาได้มากพอสำหรับทุกสาขา นักกีฬาของดีแคทลอนจึงต้องมีการสลับสับเปลี่ยนกันไปตามสาขาต่างๆ เหมือนเป็นทีมเหย้าทีมเยือน และเทคนิค ลีลาในการขายหรือการสร้างชุมชนคนรักกีฬาที่แต่ละประเทศคิดค้นกันขึ้นมาแล้วมันเป็นประโยชน์ก็จะถูกแบ่งปันและเลือกเอาไปปรับใช้ในสาขาอื่นๆ ในโลกอีกด้วย

17

ใครอ่านมาถึงข้อนี้แล้วตกหลุมรักดีแคทลอนและตั้งใจว่าจะไปซื้อในช่วงลดราคา เราเสียใจด้วย เพราะดีแคทลอนไม่มีช่วงลดราคา

วราภรณ์บอกว่า ร้านดีแคทลอนในประเทศไทยตั้งใจตั้งราคาแบบจริงใจ ชัดเจน พวกเขาไม่ชอบการตั้งราคาแบบที่เขาเรียกว่าเป็นราคาการตลาดที่มักลงด้วยเลข 9 เพื่อให้คนรู้สึกว่ามันไม่แพง และดีแคทลอนก็จะไม่มีช่วงลดราคา เพราะราคาที่ขายนั้นก็เป็นราคาที่ต่ำที่สุดอยู่แล้ว

18

ดีแคทลอนไม่ชอบให้คนซื้อของไปทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะชอบกีฬาหรือกิจกรรมนั้นๆ จริงหรือไม่ เพราะเดี๋ยวเลิกเห่อก็จะวางทิ้งเอาไว้เป็นที่ตากผ้าเสียเปล่าๆ จึงมีบริการให้ยืมของไปลองใช้ได้

ในฐานะคนรักกีฬา ดีแคทลอนจึงส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถยืมของออกไปลองใช้ลองเล่นได้จริงๆ ก่อนจะตัดสินใจซื้อ โดยลูกค้าสามารถยืมอุปกรณ์ในร้านดีแคทลอนออกไปใช้จริงได้ 2 วัน คือถ้าอยากลองเต็นท์ก็สามารถยืมออกไปลองกางที่กลางแจ้งได้จริงๆ เพียงแค่สมัครเป็นสมาชิกเท่านั้น

Decathlon, อุปกรณ์กีฬา

19

และถึงแม้จะซื้อไปแล้ว ดีแคทลอนก็รับเปลี่ยนและคืนของได้แบบมีเงื่อนไขน้อยมาก ไม่มีกำหนดเวลา และรับประกันความโคตรพึงพอใจ

วราภรณ์เล่าว่า ดีแคทลอนมั่นใจว่าของทุกชิ้นผลิตมาดีและเป็นประโยชน์ ถ้าลูกค้าไม่พอใจหรือเห็นข้อบกพร่อง ที่นี่ก็พร้อมจะให้เปลี่ยนหรือคืนได้เสมอ

20

ถ้าทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังไม่ได้ทำให้คุณอยากหันมาเล่นกีฬา ดีแคทลอนยังมีบริการให้แรงบันดาลใจด้วยนะ

ที่ดีแคทลอนประเทศไทยมีพนักงานที่เป็นผู้มองเห็นเลือนรางที่เป็นนักวิ่งมาราธอนเป็นพนักงานขายสินค้าเกี่ยวกับการวิ่งด้วย การมองเห็นได้จำกัดของเขายังไม่เป็นอุปสรรคต่อการออกกำลังกายเลย แล้วคนที่พร้อมทุกอย่างยังจะรออะไรล่ะ

Decathlon, อุปกรณ์กีฬา

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

21 พฤศจิกายน 2565
2 K

อากาศเปลี่ยนนิดหน่อยผิวก็เริ่มลอกแห้ง ล้างหน้ากับน้ำที่ไม่คุ้นผื่นคันก็ถามหา หลายคนอาจไม่เชื่อว่าอาการผิวแค่นี้ก็กระทบชีวิตคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย ได้จริง ๆ แถมไม่ได้กระทบเพียงเปลือกนอกอย่างร่างกาย แต่ทำลายความรู้สึกถึงภายใน

ใครไม่เชื่อ แต่ ‘Cetaphil’ เชื่อ เชื่อตั้งแต่ 75 ปีที่แล้วที่ผลิตภัณฑ์แรกอย่าง Cetaphil Gentle Skin Cleanser ถือกำเนิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้คนสมัยนั้น ทั้งยังเชื่อเสมอว่า ต้องคิดค้นผลิตภัณฑ์เพื่อให้คนผิวบอบ บางแพ้ง่าย ใช้ชีวิตตามปกติได้เช่นคนอื่น ๆ 

ไม่แปลกใจหากนี่จะเป็นแบรนด์เวชสำอางเพื่อผิวหน้าอันดับ 1 ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศแนะนำ แถมยังวางจำหน่ายกว่า 70 ประเทศทั่วโลกอีกด้วย แต่ตัวชี้วัดเหล่านี้ไม่ได้ทำให้แบรนด์หยุดพัฒนา ยังคงมุ่งมั่นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังอยู่เสมอ 

เพราะแบบนี้เอง ในโอกาสครบรอบ 75 ปี บริษัทจึงปรับโฉมตัวเองครั้งใหญ่ ไม่ได้ปรับเพียงแค่สูตรผลิตภัณฑ์ตามเทรนด์ผิวและเป็นมิตรกับผู้มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย เท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรต่อโลก ทั้งในระดับใหญ่อย่างแพ็กเกจจิ้ง ไปจนถึงระดับอณูอย่างวัตถุดิบและกระบวนการผลิต

วันนี้เราได้มีโอกาสพบกับ หนุ่ม-ธวัชชัย บุญทวีกิจ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด และ ตุ่ม-ทัศนีย์ บุญไกรลาส ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ เพื่อพาเราไปย้อนรอยแบรนด์เวชสำอางถึงอดีต เดินทางกลับมายังปัจจุบัน และพูดถึงเรื่องราวในอนาคตที่คาดหวัง

10 เรื่องเบื้องหลัง Cetaphil แบรนด์เวชสำอางอันดับหนึ่งที่อยู่คู่คน ‘ขี้แพ้’ มากว่า 75 ปี

1. Cetaphil เกิดขึ้นพร้อมกับการใช้คลื่นวิทยุไมโครเวฟโทรศัพท์ทางไกลเป็นครั้งแรก

ถ้ามองจากรูปลักษณ์ภายนอก ทุกคนคิดว่า Cetaphil อายุเท่าคนรุ่นไหน 

เราขอเฉลยตรงนี้ว่า แม้จะมีภาพลักษณ์ทันสมัย แต่ความจริงแล้วแบรนด์นี้มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1947 หรือเมื่อ 75 ปีมาแล้ว 

เรื่องของเรื่องคือในสมัยนั้นยังไม่มีผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย เภสัชกรชาวอเมริกันในรัฐเท็กซัสคนหนึ่งเลยคิดค้นผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ช่วยให้คนผิวบอบบาง แพ้ง่าย ไม่ยอมแพ้ และกลับมาใช้ชีวิตแฮปปี้ได้แบบเดิม

ถ้าเทียบกับเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ของโลก Cetaphil ก็เกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับการใช้คลื่นวิทยุไมโครเวฟในการโทรศัพท์ทางไกลเป็นครั้งแรกเลยทีเดียว!

2. ก่อนปรับปรุงสูตรครบรอบ 75 ปี ผลิตภัณฑ์ตัวแรกยังคงสูตรเดิมมาตลอด 

สำหรับคนผิวแพ้ง่าย หลายคนอาจคิดว่ายิ่งต้องลงทุนกับเซรั่มหรือครีมเพื่อคงความชุ่มชื้นแบบเต็มแม็กซ์ แต่ Cetaphil ที่เริ่มต้นบริษัทด้วยผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดผิวหน้า และยังคงยืนหนึ่งเรื่องนี้เสมอมา บอกว่าเราอาจต้องกลับไปทำความเข้าใจการดูแลผิวใหม่ตั้งแต่ต้น

“สิ่งแรกที่เราควรให้ความสำคัญ คือการทำความสะอาดผิวหน้าให้คงความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แล้วถึงจะไปเติมความชุ่มชื้นในสเต็ปถัดไป ไม่ใช่ว่าล้างหน้าเสร็จปุ๊บ ผิวก็เอี๊ยดปั๊บ ซึ่งอาจจะดีในคนบางกลุ่ม แต่สำหรับคนที่ผิวบอบบางมาก ๆ นี่คือการทำให้วงจรผิวยิ่งแย่ลง” ตุ่มอธิบาย

แม้ในปี 1947 ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าตัวแรกอย่าง ‘Cetaphil Cleasing Lotion’ หรือที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ ‘Cetaphil Gentle Skin Cleanser’ จะเปิดตัวได้ไม่นาน แต่ก็ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว เพราะปลอบประโลมผิวและฟื้นฟูผิวบอบบาง แพ้ง่าย ให้แข็งแรงขึ้นได้จริง เป็นผลิตภัณฑ์ที่หายากในท้องตลาดสมัยนั้น 

ความน่าสนใจและแสดงให้เห็นว่าสูตรตั้งต้นนั้นเจ๋งและแจ๋ว คือก่อนจะปรับปรุงวัตถุดิบตั้งต้นในรอบ 75 ปี Cetaphil Gentle Skin Cleanser ยังคงใช้สูตรดั้งเดิมที่คนผิวบอบบาง แพ้ง่าย คนแรกของโลกได้ทดลองใช้ และสูตรที่ว่าก็ยังเป็นหนึ่งในสูตรที่ขายดีตลอดกาลอีกด้วย

10 เรื่องเบื้องหลัง Cetaphil แบรนด์เวชสำอางอันดับหนึ่งที่อยู่คู่คน ‘ขี้แพ้’ มากว่า 75 ปี

3. ถ้าไม่มีวิทยาศาสตร์ ไม่ถือเป็น Cetaphil

แม้จะตั้งต้นจากเภสัชกรที่ห่วงใยคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย ก็จริง แต่แกนหลักอีกแกนที่ทำให้แบรนด์อยู่ยั้งยืนยงจนปัจจุบันได้ขนาดนี้ คือการคิดค้น วิจัย และการอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์ 

ถ้าใครสงสัยว่า Cetaphil เป็นแบรนด์สายวิทย์แค่ไหน? ตุ่มเล่าให้ฟังว่าตลอดระยะเวลาการวิจัยที่ผ่านมาของ Cetaphil ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจะต้องศึกษาวิจัยมากกว่า 550 ครั้งกับอาสาสมัครมากกว่า 32,000 ราย อีกทั้งในแต่ละผลิตภัณฑ์ยังต้องเน้นการวิจัยเพื่อช่วยเรื่องผิวบอบบาง คนแพ้ง่ายใช้ได้จริง คงความชุ่มชื้น และไม่ทำลายโครงสร้างผิว

นอกจากนั้น วัตถุดิบที่คัดสรรก็ต้องมีใบรับรองและผ่านการทดสอบมาแล้วว่าไม่เป็นภัยกับคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย และแม้บางครั้งการใส่วัตถุดิบที่สุ่มเสี่ยงอาจทำให้เกิดผลลัพธ์กับลูกค้าแบบทันตาเห็น แต่แบรนด์ก็เลือกที่จะไม่ทำ

“เราไม่ได้ใส่ใจเรื่องการอ้างอิงงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์แค่เฉพาะในขั้นตอนการผลิต แต่กับการสื่อสารแบรนด์ออกไปยังตลาด เราก็ใส่ใจเรื่องวิทยาศาสตร์เหมือนกัน เช่น ถ้าเราจะพูดว่าผลิตภัณฑ์ของเราคงความชุ่มชื้นกี่เปอร์เซ็นต์ เราจะต้องอ้างอิงงานวิจัยเสมอ เพื่อให้ข้อมูลที่ออกไปถูกต้องและไม่เกินความจริงจนเกินไป” ตุ่มยืนยันถึงความเป็นวิทยาศาสตร์ที่ฝังรากลึกในทุกอณูของ Cetaphil

4. โจทย์หลักในการผลิตสินค้า คือการเป็นทางออกให้ผู้มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย

เมื่อนึกถึง Cetaphil หลายคนคงนึกถึงผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เราเล่าไปแล้ว แต่รู้หรือเปล่าว่าที่จริงแล้วยังมีสินค้าอีกมากที่คิดค้นขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกคน ทุกวัย ทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะสินค้าสำหรับทารกแรกเกิด ไปจนกระทั่งสินค้าสำหรับกู้ผิวแพ้ง่าย ผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ สิว และผู้ที่เป็นผื่นแพ้ผิวหนัง แห้งคันอีกด้วย

แม้มีสินค้าหลากหลาย แต่แก่นแกนที่แท้จริงยังอยู่ นั่นคือการผลิตสินค้าเพื่อให้คนที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย ไม่ยอมแพ้ 

“ลูกค้าจำนวนมากมีผิวบอบบาง แพ้ง่าย แต่ก็อยากได้ผิวกระจ่างใสด้วย พอสินค้าในตลาดส่วนใหญ่โฟกัสแค่เรื่องความกระจ่างใสอย่างเดียว ลูกค้ากลุ่มนี้ใช้ก็แพ้ทันที ต่างจาก Cetaphil ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนที่มีปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่าย เวลาจะผลิตสินค้าชิ้นใหม่ เราจึงต้องเอาผิวบอบบาง แพ้ง่าย เป็นที่ตั้ง แล้วค่อยโยงออกไปว่าลูกค้าต้องการให้ช่วยแก้ไขปัญหาผิวอะไรอีกบ้าง” หนุ่มอาสาตอบ ก่อนที่ตุ่มจะเสริมถึงแก่นสำคัญ 

“อีกหัวใจสำคัญคือ ลูกค้าต้องใช้สินค้าของเราได้ในระยะยาว โดยไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างหรืออันตรายกับผิว เราจะไม่ทำสินค้าที่ทาแล้วขาวเดี๋ยวนี้ แต่เราจะทำสินค้าที่ทำให้ผิวค่อย ๆ กระจ่างใสขึ้น และค่อย ๆ ดีขึ้นในองค์รวม ไม่อย่างนั้นเราคงไม่สามารถอยู่กับคนแพ้ง่ายมาได้นานถึง 75 ปี” 

10 เรื่องเบื้องหลัง Cetaphil แบรนด์เวชสำอางอันดับหนึ่งที่อยู่คู่คน ‘ขี้แพ้’ มากว่า 75 ปี

5. เพราะเทรนด์ผิวที่เปลี่ยนไป ถึงเวลาปรับ 3 ส่วนผสมใหม่ให้คนผิวบอบบาง แพ้ง่าย ไม่ยอมแพ้กว่าเดิม

ถ้าเทียบกับคน อายุอานาม 75 ปีก็เป็นรุ่นยายรุ่นทวดได้แล้ว แต่แบรนด์สัญชาติอเมริกันนี้ก็ไม่ได้หยุดพัฒนาตัวเองแม้แต่น้อย Cetaphil ยังคงเป็นวัยรุ่นที่พัฒนาตัวเองและตามเทรนด์ตลอดเวลา หลังจากผลิตภัณฑ์แรกเดินทางด้วยสูตรดั้งเดิมมานาน ฉลองครบรอบ 75 ปีครั้งนี้ จึงหยิบจับเอาเทรนด์ผิวในปัจจุบันมาปรับปรุงสูตรให้ทันสมัยกว่าเดิม 

“เรามั่นใจว่าสูตรที่ผ่านมาของเราดี แต่สภาพแวดล้อมในปัจจุบันมันเปลี่ยนไป มลภาวะทางอากาศซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวแพ้ง่ายก็มีมากขึ้น ที่เห็นได้ชัด ๆ คือ ถ้าวันไหนค่าฝุ่น PM 2.5 สูง แค่จับหน้าก็รู้แล้วว่าหน้าเราไม่ปกติ” ตุ่มเกริ่นถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง

เพราะแบบนี้เอง หลังจากเก็บข้อมูลได้ว่าคนในปัจจุบันมีปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่าย มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ Cetaphil จึงสรุปออกมาเป็น 5 สัญญาณผิวแพ้ง่ายที่ให้ชาวเราหมั่นสังเกต ไม่ว่าจะผิวแห้งกร้าน ผิวระคายเคืองง่าย ผิวไม่เรียบเนียน ผิวแน่นตึง และเกราะป้องกันผิวอ่อนแอ จากนั้นจึงนำสัญญาณผิวเหล่านี้ไปคิดค้นและพัฒนา จนได้สูตรปรับปรุงใหม่ของ 4 ผลิตภัณฑ์ขายดีตลอดกาล ทั้ง Cetaphil Gentle Skin Cleanser, Cetaphil Oily Skin Cleanser, Cetaphil Moisturising Lotion และ Cetaphil Moisturising Cream 

สูตรปรับปรุงใหม่ที่ว่าเน้นการปรับปรุงต้นทางของวัตถุดิบและการคัดสรร Skin Power Solution หรือ 3 วัตถุดิบสำคัญให้ดียิ่งขึ้น นั่นคือวิตามินบี 3 (Niacinamide) โปรวิตามินบี 5 (Panthenol) และกลีเซอรีน (Glycerin) ซึ่งช่วยคงความชุ่มชื้น ปลอบประโลมผิว ช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรง และทำให้ผิวมีสุขภาพดี 

“หลายคนอาจบอกว่าวัตถุดิบเหล่านี้ก็มีมานานแล้วนี่ แต่มันไม่ใช่แบบนั้น การคิดค้นสูตรไม่ได้ผลลัพธ์แบบ 1 + 1 เท่ากับ 2 แต่ต้องดูว่าสารตัวไหนมารวมกับสารตัวไหนแล้วจะทำหน้าที่ได้ดีกว่า เช่น ตัว Oily Skin Cleanser ต้องมีสารลดความมันมากกว่าตัวอื่น แต่นักวิจัยจะทำยังไงให้ลดความมันได้แต่ต้องไม่ระคายเคืองผิวด้วย” ตุ่มอธิบาย

6. 75 ปีทั้งที Cetaphil ยังปรับแพ็กเกจจิ้งใหม่ให้ใส่ใจโลกมากกว่าเดิม

เพราะเชื่อว่าสภาพผิวของผู้คนสะท้อนสภาพแวดล้อมที่เราอยู่ได้ Cetaphil จึงมีอีกขาสำคัญอย่าง Clear Skies ที่พยายามใส่ใจโลกมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการปรับเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งใหม่เป็น Smart Packaging ที่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนลุคธรรมดา ๆ แต่เป็นการเปลี่ยนเพื่อโลก 

อย่างที่หลายคนรู้ว่าวัสดุบางชิ้นรีไซเคิลไม่ได้ เพราะวัสดุนั้น ๆ ประกอบขึ้นจากวัสดุหลายประเภท แบรนด์จึงหันมาเลือกใช้หีบห่อและวัสดุปิดที่ทำจากวัสดุประเภทเดียวกัน ทั้งยังแยกชิ้นส่วนได้ เพื่อส่งเสริมการแยกขยะ และเพื่อให้วัสดุเหล่านี้ส่งไปรีไซเคิลที่โรงงานรีไซเคิลทั่วไปได้ ไม่ต้องปวดหัว ความน่ารักอีกข้อคือ บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษก็ผลิตขึ้นจากวัสดุหมุนเวียน ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติด้วยนะ 

7. ไม่ได้ใส่ใจแค่แพ็กเกจจิ้ง แต่เป็นมิตรกับโลกระดับอณู

ในโปรเจกต์ Clear Skies ที่ทำ แบรนด์ยังมองลงไปถึงระดับอณูว่า นักวิจัยในมือจะทำยังไงให้วัตถุดิบทั้งหลายเป็นมิตรกับโลกด้วย พร้อมหันมาเลือกใช้วัตถุดิบที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติมากขึ้น ไร้พาราเบน ซัลเฟต และส่วนผสมจากสัตว์มากวนใจ 

ความปังคือในฟากการผลิต ธุรกิจยังลดการใช้น้ำได้ถึง 33 เปอร์เซ็นต์ต่อการผลิตสินค้า 1 ตัน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานเฉลี่ยทั้งปีได้มากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 95 เปอร์เซ็นต์ และลดการสร้างขยะฝังกลบจนเหลือศูนย์ 

“เราคือบริษัทที่มีเป้าหมายช่วยให้คนมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นก็จริง แต่สมัยนี้ก็มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะช่วยให้สภาวะโลกร้อนดีขึ้น ในเมื่อทำได้ ก็ต้องมาดูว่าจะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ของเรายังไง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของเราไปด้วยกันกับโลก” หนุ่มอธิบายถึงปณิธานของ Cetaphil และบริษัท Galderma

10 เรื่องเบื้องหลัง Cetaphil แบรนด์เวชสำอางอันดับหนึ่งที่อยู่คู่คน ‘ขี้แพ้’ มากว่า 75 ปี

8. เป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ยกเลิกการทดสอบผลิตภัณฑ์กับสัตว์

เห็นข้อนี้แล้วอดตื่นเต้นไม่ได้ 

นอกจากจะเป็นมิตรกับโลก Cetaphil ยังเป็นมิตรกับเพื่อนร่วมโลกอย่างเจ้าสัตว์ทดลอง เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าหลายปีมานี้ ประเด็นการทดลองสารพัดของอุปโภคบริโภคกับสัตว์กำลังเป็นที่ถกเถียง ถึงขนาดที่แบรนด์ใหญ่ ๆ หลายแบรนด์ต้องหันมาปรับเปลี่ยนตัวเองกันยกใหญ่ แต่ Cetaphil ถือเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ยกเลิกการทดลองผลิตภัณฑ์กับสัตว์ ก่อนที่หลายประเทศจะออกกฎหมายข้อนี้อีกนะ ยกเว้นก็แต่ในบางประเทศที่มีกฎหมายกำชับว่า ยังไงก็ตาม สินค้าที่นำมาขายต้องทดลองกับสัตว์ด้วย แต่ก็ต้องอ้างอิงตามกฎหมายของแต่ละประเทศกันไป เพื่อให้ถูกต้องตามกฎของแต่ละที่

9. การตลาดแบบไม่ได้อยู่แค่วันนี้

“บอกตามตรงว่า ตลาดบ้านเราเป็นตลาดที่ไม่ง่าย” ตุ่มเกริ่น 

ที่ว่าไม่ง่าย ตุ่มขยายความว่า โดยธรรมชาติของคนเอเชียนั้นรักสวยรักงามมากกว่าคนทวีปอื่น ๆ นอกจากนั้น ตลาดเมืองไทยยังวิ่งเร็ว มีตัวเลือกให้ลูกค้าหลากหลายแบบ ทั้งในเชิงวัตถุดิบและราคา ที่สำคัญ คนไทยถือเป็นลูกค้าที่มีองค์ความรู้เยอะและทำการบ้านก่อนซื้อของเสมอ แต่ถึงจะยากยังไง ตุ่มก็ยืนยันว่า พวกเขาจะไม่ยอมทำการตลาดแบบหวือหวา

“เราพยายามทำการตลาดแบบยั่งยืน และพยายามทำการตลาดที่ไม่ได้อยู่แค่วันนี้ เพราะเราอยากเป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าได้ ราคาสมเหตุสมผล และลูกค้าไม่ต้องคิดเยอะ”

ตุ่มยกตัวอย่างให้ฟังว่า ในการโฆษณาของ Cetaphil จะไม่มีคำว่าขาวอย่างรวดเร็วสักครั้งเดียว เพราะพวกเขาเชื่อในความกระจ่างใสของสีผิว ผิวสุขภาพดีตามธรรมชาติ และความเร็วระดับกลางที่ปลอดภัยกับผิวมากกว่า

10. มากกว่ายอดขาย คือผู้มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย ได้กลับมาใช้ชีวิต 

ปัจจุบัน Cetaphil เป็นแบรนด์เวชสำอางเพื่อผิวหน้าอันดับ 1 ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศทั่วโลกแนะนำ วางจำหน่ายใน 70 ประเทศทั่วโลก ทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ทำงานร่วมกับหมอทั้งในโรงพยาบาลและคลินิกมายาวนาน เรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จหนึ่งของแบรนด์ที่น่าภาคภูมิใจ

แต่ยอดขายไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียวที่แบรนด์อยากได้ มากกว่าเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่บริษัท เสียงตอบรับจากลูกค้าต่างหากที่ทำให้มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีกว่าเดิม

“ผมเคยเจอคนที่ผิวแพ้แบบรุนแรงมาก เขาดูไม่มีความมั่นใจเลย และเขาก็มองโลกด้วยความสิ้นหวัง เวลาจะพูด จะเดิน หรือจะทำอะไร มันดูหดหู่ไปหมด แต่เมื่อเขาได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา มุมมองที่เขามีต่อโลกก็สดใสขึ้น เห็นมั้ยว่าไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ทางกายอย่างเดียวนะ แต่มันคือผลลัพธ์ทางใจด้วย

“ในฐานะของแบรนด์ที่มุ่งเน้นเรื่องสุขภาพผิว เรารู้สึกดีว่ามากกว่ารายได้คือเราทำให้เขากลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งก็ตรงกับเป้าหมายหลักของทั้งบริษัท Galderma และ Cetaphil ว่าไม่ว่ายังไง เราขอเป็นหนึ่งในคนที่ช่วยให้ผู้บริโภคมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้น” หนุ่มเล่าประสบการณ์ที่เขาเจอกับตัวเอง

“เหมือนกับสโลแกนใหม่ของเราว่า We do skin, you do skin ที่เราตั้งใจอยากบอกผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย ว่าคุณไม่ต้องกลัวนะ ถ้าเป็นเรื่องผิว เราจะช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตที่คุณต้องการให้ได้” ตุ่มทิ้งท้ายความตั้งใจ

เพราะผิวแพ้ง่ายบอบบางมีอยู่จริง สนทนากับ Cetaphil ประเทศไทย ถึง 75 ปีที่ผ่านมาและการเปลี่ยนแปลงนับจากนี้ต่อไป

Writer

Avatar

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load