เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะเป็นโรคซึมเศร้า

ประมาณปลายปีที่แล้ว ช่วงที่เริ่มรู้ตัวและอยู่ในระหว่างรอพบจิตแพทย์ ช่วงที่เราหมกหมุ่นกับความคิดตัวเองมาก ๆ เราพยายามค้นหาวิธีฟื้นฟูตัวตนภายในด้วยตัวเอง ผ่านการสังเกตสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยู่รอบตัว ท้องฟ้าในตอนเย็น บรรยากาศสงบเงียบของตอนบ่าย ต้นไม้ที่กำลังเหมือนบอกว่าวันนี้อากาศดีจัง การได้กินไอติมรสนมกับยำหมูยอเผ็ดน้อย สิ่งเหล่านั้นทำให้เรามีความสุขมากในช่วงหนึ่ง 

แต่ผ่านไปไม่นาน เราก็กลับเข้าสู่สภาวะเดิม วนซ้ำไปซ้ำมา ตอนนั้นเราคิดว่าสิ่งที่กำลังเผชิญหน้าอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ถ้าผ่านสภาวะเหล่านี้ไป มันคงจะมีวันผลิบานสำหรับเรา

ผ่านไปวันแล้ววันเล่า วันนั้นยังไม่มีวี่แววจะมาถึง

จนวันหนึ่ง เราได้เจองานเขียนของศิลปินคนโปรด เรื่องเกี่ยวกับการเติบโตของหัวไชเท้า สิ่งนั้นทำให้เราเริ่มตกผลึก

“หรือจริง ๆ เราไม่จำเป็นต้องผลิบาน…”

เราเริ่มเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับอาการเหล่านี้ ค่อย ๆ แกะหนามที่พันตัวเองไว้ เจ็บหน่อย แต่เดี๋ยวก็ผ่านไป ถ้าเจ็บปวดมาก ก็ลองหาอะไรหวาน ๆ กิน รู้แหละว่าไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ขอให้เราได้ปลอบตัวเองหน่อยเถอะ

ไม่ว่าจะเผชิญกับอะไรอยู่ ลองถอยออกมา ไม่ห้ามให้หยุดคิดหรอก มันห้ามกันไม่ได้ แต่อยากให้ค่อย ๆ คิด  ภาวนาขอให้คุณ (รวมถึงตัวเราเอง) มีวันที่สบายใจเยอะ ๆ ไม่ต้องมีความสุขมากก็ได้ ขอแค่ไม่ทุกข์ไปกว่านี้ก็พอ

Writer & Photographer

ญาศิณี แซ่อึ๊ง

ชื่อเล่นจุ๊บแจง แม่ตั้งชื่อนี้ให้เพราะอยากให้เราเป็นคนชอบแจกแจง มีความฝันว่าจะเลี้ยงแมว 3 ตัว อนาคตจะเปลี่ยนนามสกุลเป็นเจ๋งแจ๋ว เพราะเป็นคนจ๊าบ ๆ ทุกวันนี้มีนามปากกาว่า minopus (มิโนปุ๊ด)

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

ท่ามกลางกระแสภาพยนตร์จากแดนภารตะ ทำให้ผมนึกย้อนไปยังสถานที่หนึ่งในประเทศอินเดีย แต่ให้อารมณ์ดังสถานที่ในยุโรป ลบภาพความวุ่นวายในเมืองหลวงไปได้ทันที ที่นั่นคือ เมืองเลห์ ในแคว้นลาดักห์ ซึ่งหลาย ๆ คนมักรู้จักในชื่อ ‘ทิเบตน้อย’

จุดเด่นของที่นี่คงหนีไม่พ้นทิวเขา สภาพภูมิประเทศมีเทือกเขาหิมาลัย อีกทั้งยังมีทะเลสาบ Pangong ทะเลสาบน้ำเค็มที่อาจกล่าวได้ว่าอยู่ในระดับสูงที่สุดของโลก สะท้อนสีสันที่แตกต่างกันออกไป เนื่องจากแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบในแต่ละเวลา เป็นที่น่าดึงดูดใจ และยังทำหน้าที่เป็นอาณาเขตของจีนกับอินเดียอีกด้วย 

อีกหนึ่งสิ่งที่เค็มนอกจากทะเลสาบ นั่นคือ Butter Tea เครื่องดื่มสุดฮิต หน้าตาเป็นมิตรคล้ายชานมปกติ แต่ไม่ค่อยถูกจริตกับลิ้นผมสักเท่าไหร่นัก แต่อย่างน้อยความเค็มและไขมันจากเนยก็ทำให้ร่างกายอบอุ่น และป้องกันปากแห้งได้ดีเลยทีเดียว

การนั่งรถผ่าน Khardung La Pass ถนนที่สูงที่สุดในโลก ทำให้ผมเกิดอาการมึนและปวดหัว เนื่องจากอากาศและออกซิเจนที่เบาบาง (มึนจนกระทั่งเซหัวโขกประตูรถ ซ้ำเติมอาการเดิม) โชคยังดีที่อาการไม่หนักถึงกับต้องให้ออกซิเจน ถังออกซิเจนเป็นอุปกรณ์สามัญประจำรถที่พบเห็นได้ทั่วไป มีไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชินกับสภาพอากาศ โปรดใช้ชีวิตให้ช้าลงที่นี่ เพราะเป็นวิธีที่จะไม่ต้องเผชิญกับภาวะ Altitude Sickness 

เครื่องเติมน้ำมันที่นี่ดูแปลกตาไปมาก แต่ยังคงทำหน้าที่จ่ายน้ำมันให้รถของพวกเราพอวิ่งต่อไปได้ พายุหิมะทำให้การเดินทางลำบากขึ้นเล็กน้อย และต้องใส่โซ่กันลื่นให้กับรถยนต์เพื่อความปลอดภัยอุบัติเหตุรถไถลลงเขามักมีให้เห็นเป็นระยะ ๆ ในบริเวณเขาชัน ระหว่างทางเราพบสัตว์หลายชนิด ทั้งอูฐ วัว แพะ แต่ที่รู้สึกแปลกตา ก็คือเจ้า Marmot สัตว์ที่มีหน้าตาคล้ายกระรอกขนาดใหญ่ ท่าทางคุ้นชินกับบรรดานักท่องเที่ยว ยืนเป็นนายแบบอย่างไม่อายใคร 

หากถามว่าอยากกลับไปเที่ยวที่ไหนอีกครั้งในชีวิต ที่นี่คงจะเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ผมอยากกลับไปเยือน หากปอดของผมยังแข็งแรง

Writer & Photographer

พัสกร ชุมศิลป์ศิริ

นักเรียนสถาปัตย์หน้าพระลาน รักการถ่ายภาพและท่องเที่ยว กำลังค้นหาแรงบันดาลใจ จึงอยากลองทำสิ่งใหม่ ๆ นอกจากการเขียนแบบ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load