The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

Dear My Friends (2016) 

Genre : ชีวิต ดราม่า ครอบครัว ความรัก บันเทิงเริงรมย์ 

Original Network : tvN เกาหลีใต้

Licensed Thai Subtitle : Netflix (ชื่อไทย แก๊งคุณยายกับชีวิตอลหม่าน)

Screenwriter : โนฮีคยอง เจ้าของผลงาน Our Blues (2022), Live (2018), The Most Beautiful Goodbye (2017), It’s Okay, That’s Love (2014), That Winter, The Wind Blows (2013)

Director : ฮงจงชาน เจ้าของผลงาน Juvenile Justice (2022), Her Private Life (2019), Life (2018), The Most Beautiful Goodbye (2017), Live Up to Your Name (2017), My Secret Hotel (2014), Doctor Stranger (2014)

Cast : บทนำ – โกฮยอนจอง คิมฮเยจา นามุนฮี โกดูชิม พัควอนซอก ยุนยอจอง จูฮยอน คิมยองอ๊ก ชินกู

บทสมทบ – โจอินซอง อีกวางซู ซองดงอิล จางฮยอนซอง ยอมฮเยรัน ชินซองอู นัมนึงมี คิมจองฮวาน (ลูกชายแท้ ๆ ของโกดูชิม) โกโบกยอล บยอนอูซอก และ แดเนียล เฮนนี่

Length : 16 ตอน

Awards : รางวัลละครยอดเยี่ยมและบทละครยอดเยี่ยม 53rd Baeksang Arts Awards และรางวัลบทละครยอดเยี่ยม 9th Korea Drama Awards 

***บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญบางส่วน***

เปิดปก Dear My Friends อันเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของชาวแก๊งอาวุโส รวมวัยครึ่งค่อนพันปี ยิ้มแฉ่งแข่งดอกไม้บานแย้ม ส่งกลิ่นอายพลังบวก++ ให้ชวนพิสูจน์ว่า ละครน้ำดีการันตีรางวัลเรื่องนี้ ทำไมจึงได้ขึ้นหิ้งในดวงใจใครมากมาย

คอนเซ็ปต์ของซีรีส์เรื่องนี้หยิบยืมเอาเคล็ดลับคำว่า ‘Flower Boys’ หนุ่มใส ๆ วัยจิ้มลิ้ม มาล้อเอ็นดูเป็น ‘Flower Elders’ รุ่นดึกคึกคักน่ารัก พาเราปลื้มปริ่มยิ้มทั้งน้ำตาไปกับเรื่องราวสมจริงของแก๊งเพื่อน สว. (สูงวัย) ซึ่งชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวเข้าฤดูดอกไม้บาน ต่างสีสันสายพันธุ์ แต่ล้วนงดงามในตัว สะท้อนคาแรกเตอร์สนุก ๆ ของแต่ละตัวละคร แตกต่างไปตามสีเช่นนี้เลย 

สีแดง คือความมุ่งมั่น เป็นผู้นำ เปี่ยมรัก สีเหลือง คือความหวัง เบิกบานสร้างสรรค์ สีส้ม คือจิตวิญญาณและกำลังใจ สีชมพู คือความอ่อนโยน ชวนทะนุถนอมและเสน่หา สีม่วง คือความอวดดี ถือตัว มีอิทธิพล 

Dear My Friends : การเดินทางของพลพรรคดอกไม้บาน ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง และสูญเสีย

สิ่งสำคัญกับความจริงที่ว่า แม้วันหนึ่งดอกไม้จะต้องโรยราไปตามกาลเวลาก็ไม่น่าเสียดายหรือเสียใจ ถ้าวันนี้ได้เบ่งบานเต็มที่กับชีวิตซึ่งเดินทางผ่านโลกมา คือความทรงจำมากคุณค่าต่อคนข้างหลัง รวมถึงเรา ๆ ผู้ชมพลอยได้คิดและฟีลกู๊ดตามไปด้วย

ผู้เดินเรื่องเล่ามหกรรมอลเวงบันเทิงของชาวพลพรรคดอกไม้กลุ่มนี้ คือนักเขียนที่ชื่อว่า พัควาน (รับบทโดย โกฮยอนจอง) เป็นลูกสาวคนเดียวของแม่เลี้ยงเดี่ยว ชางนันฮี (รับบทโดย โกดูชิม) เธอแค่ต้องการระยะห่าง หลุดพ้นจากความหมกมุ่นและชี้นำของแม่มาตลอด 40 ปี ถึงเวลาที่แม่ควรปล่อยเธอและไปใช้ชีวิตสร้างสุขของตัวเองบ้าง 

Dear My Friends : การเดินทางของพลพรรคดอกไม้บาน ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง และสูญเสีย

‘คำขอ’ 2 ข้อของแม่ที่โถมความหนักอึ้งลงบนใจที่ซ่อนความบอบช้ำอยู่ และกลายเป็นจุดกำเนิดของเรื่องราวในซีรีส์นี้ คือ หนึ่ง ช่วยเขียนหนังสือเล่าชีวิตของแม่กับแก๊งเพื่อนซี้ สอง ให้เลือกคนรักดี ๆ กาดอกจันนะว่า ‘โสดและไม่พิการ’ ซึ่งเป็นกลไกลบปมด้อยในใจของชางนันฮี 

แม้พัควานจะรู้จักกับเหล่าเพื่อน ๆ แม่มาตั้งแต่เล็ก แต่ก็มีมุมอคติในความเรื่องเยอะชวนยุ่ง อึกทึกชวนปวดหัว (ที่มักชวนขำสำหรับคนดู) ทำให้เธอไม่เต็มใจนักทุกครั้งที่ถูกลากเข้าไปเอี่ยว ประหนึ่งเหมารวมเป็นสมาชิกแก๊ง แต่ไป ๆ มา ๆ ความจำยอมจนได้ประสบการณ์ร่วมมากมาย ก็ส่งผลให้พัควานเริ่มเห็นมุมงดงามในชีวิต Bittersweet ของพวกเขาที่ควรค่าร้อยเรียงไว้เป็นแรงใจ พลังมิตรภาพที่ฮีลใจกันอย่างน่าทึ่ง พ่วงถึงการได้คลี่คลายปมความสัมพันธ์ของตนเองกับแม่ และแก้โจทย์ความรักของตัวเองได้ในที่สุด 

นั่นแปลว่านอกจากลุงป้าน้าอาและแม่ ที่บรรเลงบทเด่นประหนึ่งทุกคนต่างเป็นพระนางของชีวิตตัวเองแล้ว ยังมีสีสันพระนางฉบับหนุ่มสาวของพัควานกับ ยอนฮา (รับบทโดย โจอินซอง) เสิร์ฟให้เชียร์สลับไขว้ไปตลอดเรื่องด้วย แบบว่า Bittersweet มิได้หย่อนไปกว่ากันนัก แต่จะมีสิ่งชูใจเป็นโบนัสว้าว ๆ จากโจอินซอง คือความหล่อละมุนกลิ่นหอมสะอาดฟุ้งทะลุจอ คุ้มค่าแอร์ไทม์การเป็นนักแสดงรับเชิญแบบยาวโลดพิเศษ ฟีลคนหล่อที่เข้ากั๊นเข้ากันกับวิวโรแมนติกของประเทศสโลวีเนีย ละลายใจสายฟินได้ชัวร์

‘ชีวิตคือสงคราม’ เป็นคำกล่าวหนึ่งในละครที่สะดุดหู ชวนหยิบยกคู่รบที่เชียร์สนุกมาเรียกน้ำย่อย นั่นคือ ลุงซอกกยุน (รับบทโดย ชินกู) กับ ป้าจองอา (รับบทโดย นามุนฮี) เพื่อนเรียนที่เปลี่ยนสถานะเป็นคู่ชีวิต ตัวแทนครอบครัวรุ่นดั้งเดิมที่ชูเพศชายเป็นใหญ่เป็นสำคัญ 

Dear My Friends : การเดินทางของพลพรรคดอกไม้บาน ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง และสูญเสีย

แม้นอกบ้านลุงซอกกยุนจะทำงานเป็นแค่ รปภ. ที่ถูกจิกใช้บ่อย ๆ แต่ในบ้าน ลุงยึดอำนาจตั้งตัวเป็นนาย เมียเป็นบ่าวที่ต้องเสิร์ฟข้าว เสิร์ฟน้ำถึงมือ แถมนิสัยขี้งก วอนเดียวไม่มีกระเด็นให้เมีย แต่กลับทุ่มเทอุ้มชูครอบครัวน้อง ๆ ของตัวเองในฐานะเป็นพี่ใหญ่ ความขี้บ่น เห็นแก่ตัว ปากเสีย ได้กร่อนเซาะจิตใจป้าจองอาอย่างเงียบ ๆ มาตลอด แต่ก็ใช่ว่าลึก ๆ ลุงไม่รักลูกรักเมียนะ เป็นเพราะนิสัยไม่ยอมแสดงออก และค่านิยมรากเหง้าสังคมที่สร้างศักดิ์ศรีค้ำคอ เลยอาจมีบางคราวที่ลุงแอบไปแสดงลับหลังแบบปิดทองหลังพระบ้างโดยไม่มีใครรู้ซะงั้น (แต่โอย… ผู้ชมประณามลุงไปอ่วมซะก่อนแล้ว)

Dear My Friends : การเดินทางของพลพรรคดอกไม้บาน ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง และสูญเสีย

ข้างฝ่ายป้าจองอาผู้รักอิสระ เคยวาดหวังท่องเที่ยวตั้งแต่ทริปฮันนีมูน แต่รอจนแก่หง่อมก็ยังไม่ได้ไปไหนสักครั้ง ป้าเป็นคนอึดแกร่ง ถึงไหนถึงกัน รักครอบครัว ยึดมั่นหน้าที่แม่บ้านให้สามีให้ลูก ๆ เสมอต้นเสมอปลาย ความอดทนยาวนานจนสามีเข้าใจว่าเป็นคนหัวอ่อน…

 ใครจะนึกว่าวันหนึ่งป้าจะลุกมาปลดแอกตัวเอง เป็นไทโดยฉับพลัน เหมือนได้ปล่อยฮุกสวนสามีแบบไม่ให้ทันตั้งตัว เป็นหมัดเด็ดที่จะทำให้ลุงซอกกยุนต้องทบทวนตัวเองครั้งใหญ่ในชีวิต 

ซีรีส์เกาหลีเล่าเรื่องสังคมสูงวัย ชวนให้คนทุกวัยตั้งคำถามถึงการเดินทางของชีวิตที่ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง สูญเสีย
ซีรีส์เกาหลีเล่าเรื่องสังคมสูงวัย ชวนให้คนทุกวัยตั้งคำถามถึงการเดินทางของชีวิตที่ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง สูญเสีย

นอกจากคู่นี้ แล้วก็ยังมีอีกหลาย ๆ คู่ที่ไฟต์สู้กับชีวิต ให้เราได้เก็บเกี่ยวนานาข้อคิดสนุกไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นคู่แม่ลูกมีปมของชางนันฮีกับพัควาน คู่เพื่อนรักเพื่อนแค้นของชางนันฮีกับ น้ายองวอน (รับบทโดย พัควอนซอก) คู่ซี้สุดป่วน Therma and Louis ของป้าจองอากับป้า 4D ฮีจา (รับบทโดย คิมฮเยจา) ปัญญาชนเพื่อนกินของ ป้าชุงนัม (รับบทโดย ยุนยอจอง) กับ อาจารย์พัค (รับบทโดย ซองดงอิล) คู่กรรมสุดฮาวัยดึ๊กดึกของ ยายซังบุน (รับบทโดย คิมยองอ๊ก) กับคุณตา คู่แม่ลูกตัวห่างใจใกล้ของป้าฮีจากับ มินโฮ (รับบทโดย อีกวางซู) คู่เพื่อนเก่ารักเราผลิใหม่ของป้าฮีจากับ ลุงซองแจ (รับบทโดย จูฮยอน) การันตีว่าสลับฉากไปที่ใครก็สนุกเพลินแน่นอน 

ซีรีส์เกาหลีเล่าเรื่องสังคมสูงวัย ชวนให้คนทุกวัยตั้งคำถามถึงการเดินทางของชีวิตที่ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง สูญเสีย

หรืออีกนัยหนึ่งที่ว่า ‘ชีวิตคือการเดินทาง’ แปลความโดยตรง ๆ ก็เป็นทริปเที่ยวที่ป้าจองอาปรารถนาอยากใช้ช่วงเวลาดี ๆ กับเพื่อน ๆ ไปปล่อยวางเรื่องหนัก ๆ แต่ในความหมายแฝงที่ลึกไปกว่านั้น คือการสั่งสมประสบการณ์ เรียนรู้การอยู่กับชีวิต เพื่อนฝูง ครอบครัว การงาน ความรัก หรือแม้กระทั่งสังขารที่มิอาจเลี่ยงได้ จึงเป็นการเดินทางที่สุขบ้าง พลาดหลงบ้าง ติดขัดบ้าง และทางก็เหลือน้อยสั้นลงไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะพวกเขาทุกคนพร้อมจะเดินจับมือกันไปจนสุดทาง

ซีรีส์เกาหลีเล่าเรื่องสังคมสูงวัย ชวนให้คนทุกวัยตั้งคำถามถึงการเดินทางของชีวิตที่ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง สูญเสีย

รางวัล ‘บทละครยอดเยี่ยม’และ ‘ละครยอดเยี่ยม’ จากเวทีใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมบันเทิงประเทศเกาหลีใต้ ที่มอบให้กับซีรีส์ Dear My Friends คือรางวัลสะท้อนเสน่ห์ลีลาเฉพาะตัวของนักเขียนโนฮีคยอง ซึ่งเจนจัดการรังสรรค์บทที่ขับเคลื่อนด้วยคาแรกเตอร์ตัวละครแนวสมจริงเข้าถึงเสี้ยวชีวิต (Slice of Life) ยิ่งได้ฝีไม้ลายมือโปรแบบเป็นธรรมชาติของเหล่านักแสดงอาวุโส ผู้ไม่ได้ถูกเรียกขานว่ารุ่นพี่ แต่เป็นถึง ‘อาจารย์’ มารองรับ ผนวกเนื้อหามุมมอง ‘ชีวิต’ ที่เป็นกระจกส่องสะท้อนผู้คนและสังคมจริง ร้อยเรียงอย่างเพลิดเพลินครบรสด้วยแล้ว นี่คือบทสรุปความดีงามบริบูรณ์ของ Dear My Friends เลยค่ะ

บันเทิงน้ำดีที่ไม่อยากให้มองข้ามเพียงเพราะไม่ใช่สูตรนิยมที่คุ้นเคย แต่ลองมองไปรอบ ๆ ตัวที่มีญาติมิตรผู้ใหญ่ดูสิ เรื่องนี้จะทำให้เรารักและเข้าใจพวกเขามากขึ้น สังคมสูงวัยกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนทั้งโลกแล้ววันนี้ และวันหนึ่งข้างหน้า ตัวเราเองนี่แหละก็จะเดินทางไปอยู่จุดนั้น 

ว่าแต่… มีสมาชิก เพื่อนกันวัยดึก’ พร้อมยิ้มบานแฉ่งไปด้วยกันแล้วหรือยังคะ 😊

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

WARUMANU

นักเขียนสมัครเล่นในวัยที่ไม่ได้เล่น ๆ แล้ว เก็บตกผลพลอยได้จากวิถีเสพสุขเล็ก ๆ หลังเกษียณ มูฟวนบันเทิงแดนกิมจิ สู่การดูไปรีวิวไป ได้เติมสุขสนุกคลุกเคล้าคุณค่าเกินคำว่า Leisure อันยองทักทายกันได้ที่เพจมูฟวีข้ามวันซีรีส์ข้ามคืนนะคะ

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

87 นาที
Director: Thomas Wirthensohn
*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์*

 

ในหนังสารคดีส่วนมากเราก็จะได้ดูเรื่องราวของเหล่าผู้คนที่ประสบความสำเร็จในการไล่ตามความฝันจนสำเร็จซึ่งในพันหรือหมื่นคนก็อาจจะมีอยู่สักคนสองคน

แล้วคนที่เหลือล่ะ ? ไม่เคยมีใครมองเห็นผู้คนเหล่านั้นทั้งในหนังและในชีวิตจริง

Homme Less คือสารคดีที่นำเสนอเรื่องราวของผู้ที่ไล่ตามฝันไม่สำเร็จในมหานครแห่งฝันอย่างนิวยอร์ก

มาร์ค เรย์ เป็นอดีตนายแบบที่ปัจจุบันคือผู้ชายอายุห้าสิบต้นๆ ที่ดูดี ดูรวย และมีเสน่ห์

มาร์ค เรย์ เป็นช่างภาพถ่ายสตรีทแฟชันบนท้องถนน และแฟชันโชว์สุดหรู

มาร์ค เรย์ เป็นนักแสดงตัวประกอบในกองถ่าย และนอกกองถ่ายตามที่มีคนจ้าง

ยังไม่หมดเท่านั้น มาร์ค เรย์ เป็น ‘คนไร้บ้าน’

HOMME LESS

HOMME LESS

เราอาจจะมีภาพของคนไร้บ้านที่สกปรก ไม่มีงานทำ ของใช้ส่วนตัวที่มีก็เอามันไปใส่ไว้ในรถเข็นซูเปอร์มาร์เก็ต อาศัยอยู่ตามซอกหลืบตรอกเหม็นฉี่ในมหานคร แต่ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่าผู้ชายที่ดูดี ห่อหุ้มตัวเองด้วยสูทหรูหรา รองเท้าหนังแวววับ สะพายกล้องถ่ายรูปราคาแพงถ่ายเหล่านางแบบนั้นจะเป็นชายที่ไม่มีที่ซุกหัวนอน

ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย ไม่เว้นแม้แต่การไล่ตามความฝัน และยิ่งการมาไล่ตามฝันในเมืองอย่างนิวยอร์กนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงกว่าที่อื่น

แล้วถ้าเราไม่สามารถจ่ายไหวจะทำยังไง?

บางคนก็ถอดใจกลับบ้าน บางคนก็อยู่สู้ต่อ แน่นอนว่ามาร์ค เรย์เป็นอย่างหลัง

ชีวิตของมาร์คนั้นไม่มีอะไรซับซ้อน ถ่ายรูปนางแบบ ถ่ายรูปในแฟชันโชว์ ขายงานให้กับเหล่าแมกกาซีน

เวลาไม่มีงานถ่ายก็ไปเป็นตัวประกอบในหนัง ว่างขึ้นมาอีกก็ไปรับจ๊อบงานตามแต่ที่จะมีคนจ้าง

HOMME LESS HOMME LESS HOMME LESS

ตัดภาพมานอกเวลางาน ฟิตเนสสำหรับเขานอกจากจะเป็นสถานที่ออกกำลัง ยังเป็นสถานที่ซักผ้าและเก็บข้าวของเครื่องใช้มีค่า พอตกกลางคืน เนื่องจากมาร์คมีรายได้ไม่มาก หนทางการอยู่รอดง่ายที่สุดจึงเป็นการตัดรายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุดในแต่ละเดือนทิ้งไป ซึ่งนั่นหมายถึงค่าเช่าบ้าน แต่เขายังต้องการอาศัยหลับนอนในเมืองเพื่อตื่นขึ้นมาสู้ต่อ สิ่งที่ทำได้จึงมีเพียงแอบปีนไปบนดาดฟ้าตึก หลบไปนอนในซอกหลืบข้างบนนั้นและภาวนาให้ไม่มีคนพบเห็น ไม่ว่าจะเป็นในช่วงหน้าร้อนหรือหน้าหนาวก็แล้วแต่ ก่อนจะตื่นเช้ามาเข้าห้องน้ำสาธารณะและเปลี่ยนชุดจากคนไร้บ้าน กลายมาเป็นชนชั้นกลางในเมืองใหญ่อีกครั้ง

HOMME LESS HOMME LESS HOMME LESS

หลายคนรวมทั้งผมด้วยอาจคิดว่า ทำไมไม่ขายสมบัติที่มีอยู่ออกไปเพื่อหาเงินมาเช่าบ้านอยู่ให้สบายๆล่ะ

แต่ที่จริงแล้ว กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์มากมาย รวมไปถึงเปลือกที่ห่อหุ้มตัวมาร์คอย่างชุดสูท รองเท้าหนังนั้นไม่ได้เป็นของฟุ่มเฟือยอย่างที่เราคิด หากคือต้นทุนที่ให้เขาไล่ตามฝันในเมืองนี้ต่อไปต่างหาก

หลังจากดูจบ ผมก็พบว่าการเป็นคนไร้บ้านไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่อาจเป็นคนที่เรามองว่าเขาคือคนที่ดูดี น่าจะมีชีวิตที่ดีคนหนึ่งก็ได้

ก็นั่นแหละ ชีวิตมักเล่นตลกกับเราอยู่เสมอ เหมือนที่มาร์คพูดไว้ว่า

“จงเดินตามความฝัน แต่อย่าลืมเตรียมใจไว้เผชิญหน้ากับฝันร้ายด้วยล่ะ!”

“Homme Less คนจรลอยฟ้า”

ฉายที่ Bangkok Screening Room ตั้งแต่ศุกร์ 30 มิ.ย. – อาทิตย์ 23 ก.ค. นี้

เช็ครอบได้ที่นี่ www.bkksr.com/movies/homme-less

วิธีการเดินทาง www.bkksr.com/th/about-bkksr-th/your-visit

หรือติดตามความเคลื่อนไหวของหนังสารคดีเรื่องอื่นๆได้ที่ DocumentaryClubTH

Writer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load