The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

Dear My Friends (2016) 

Genre : ชีวิต ดราม่า ครอบครัว ความรัก บันเทิงเริงรมย์ 

Original Network : tvN เกาหลีใต้

Licensed Thai Subtitle : Netflix (ชื่อไทย แก๊งคุณยายกับชีวิตอลหม่าน)

Screenwriter : โนฮีคยอง เจ้าของผลงาน Our Blues (2022), Live (2018), The Most Beautiful Goodbye (2017), It’s Okay, That’s Love (2014), That Winter, The Wind Blows (2013)

Director : ฮงจงชาน เจ้าของผลงาน Juvenile Justice (2022), Her Private Life (2019), Life (2018), The Most Beautiful Goodbye (2017), Live Up to Your Name (2017), My Secret Hotel (2014), Doctor Stranger (2014)

Cast : บทนำ – โกฮยอนจอง คิมฮเยจา นามุนฮี โกดูชิม พัควอนซอก ยุนยอจอง จูฮยอน คิมยองอ๊ก ชินกู

บทสมทบ – โจอินซอง อีกวางซู ซองดงอิล จางฮยอนซอง ยอมฮเยรัน ชินซองอู นัมนึงมี คิมจองฮวาน (ลูกชายแท้ ๆ ของโกดูชิม) โกโบกยอล บยอนอูซอก และ แดเนียล เฮนนี่

Length : 16 ตอน

Awards : รางวัลละครยอดเยี่ยมและบทละครยอดเยี่ยม 53rd Baeksang Arts Awards และรางวัลบทละครยอดเยี่ยม 9th Korea Drama Awards 

***บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญบางส่วน***

เปิดปก Dear My Friends อันเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของชาวแก๊งอาวุโส รวมวัยครึ่งค่อนพันปี ยิ้มแฉ่งแข่งดอกไม้บานแย้ม ส่งกลิ่นอายพลังบวก++ ให้ชวนพิสูจน์ว่า ละครน้ำดีการันตีรางวัลเรื่องนี้ ทำไมจึงได้ขึ้นหิ้งในดวงใจใครมากมาย

คอนเซ็ปต์ของซีรีส์เรื่องนี้หยิบยืมเอาเคล็ดลับคำว่า ‘Flower Boys’ หนุ่มใส ๆ วัยจิ้มลิ้ม มาล้อเอ็นดูเป็น ‘Flower Elders’ รุ่นดึกคึกคักน่ารัก พาเราปลื้มปริ่มยิ้มทั้งน้ำตาไปกับเรื่องราวสมจริงของแก๊งเพื่อน สว. (สูงวัย) ซึ่งชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวเข้าฤดูดอกไม้บาน ต่างสีสันสายพันธุ์ แต่ล้วนงดงามในตัว สะท้อนคาแรกเตอร์สนุก ๆ ของแต่ละตัวละคร แตกต่างไปตามสีเช่นนี้เลย 

สีแดง คือความมุ่งมั่น เป็นผู้นำ เปี่ยมรัก สีเหลือง คือความหวัง เบิกบานสร้างสรรค์ สีส้ม คือจิตวิญญาณและกำลังใจ สีชมพู คือความอ่อนโยน ชวนทะนุถนอมและเสน่หา สีม่วง คือความอวดดี ถือตัว มีอิทธิพล 

Dear My Friends : การเดินทางของพลพรรคดอกไม้บาน ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง และสูญเสีย

สิ่งสำคัญกับความจริงที่ว่า แม้วันหนึ่งดอกไม้จะต้องโรยราไปตามกาลเวลาก็ไม่น่าเสียดายหรือเสียใจ ถ้าวันนี้ได้เบ่งบานเต็มที่กับชีวิตซึ่งเดินทางผ่านโลกมา คือความทรงจำมากคุณค่าต่อคนข้างหลัง รวมถึงเรา ๆ ผู้ชมพลอยได้คิดและฟีลกู๊ดตามไปด้วย

ผู้เดินเรื่องเล่ามหกรรมอลเวงบันเทิงของชาวพลพรรคดอกไม้กลุ่มนี้ คือนักเขียนที่ชื่อว่า พัควาน (รับบทโดย โกฮยอนจอง) เป็นลูกสาวคนเดียวของแม่เลี้ยงเดี่ยว ชางนันฮี (รับบทโดย โกดูชิม) เธอแค่ต้องการระยะห่าง หลุดพ้นจากความหมกมุ่นและชี้นำของแม่มาตลอด 40 ปี ถึงเวลาที่แม่ควรปล่อยเธอและไปใช้ชีวิตสร้างสุขของตัวเองบ้าง 

Dear My Friends : การเดินทางของพลพรรคดอกไม้บาน ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง และสูญเสีย

‘คำขอ’ 2 ข้อของแม่ที่โถมความหนักอึ้งลงบนใจที่ซ่อนความบอบช้ำอยู่ และกลายเป็นจุดกำเนิดของเรื่องราวในซีรีส์นี้ คือ หนึ่ง ช่วยเขียนหนังสือเล่าชีวิตของแม่กับแก๊งเพื่อนซี้ สอง ให้เลือกคนรักดี ๆ กาดอกจันนะว่า ‘โสดและไม่พิการ’ ซึ่งเป็นกลไกลบปมด้อยในใจของชางนันฮี 

แม้พัควานจะรู้จักกับเหล่าเพื่อน ๆ แม่มาตั้งแต่เล็ก แต่ก็มีมุมอคติในความเรื่องเยอะชวนยุ่ง อึกทึกชวนปวดหัว (ที่มักชวนขำสำหรับคนดู) ทำให้เธอไม่เต็มใจนักทุกครั้งที่ถูกลากเข้าไปเอี่ยว ประหนึ่งเหมารวมเป็นสมาชิกแก๊ง แต่ไป ๆ มา ๆ ความจำยอมจนได้ประสบการณ์ร่วมมากมาย ก็ส่งผลให้พัควานเริ่มเห็นมุมงดงามในชีวิต Bittersweet ของพวกเขาที่ควรค่าร้อยเรียงไว้เป็นแรงใจ พลังมิตรภาพที่ฮีลใจกันอย่างน่าทึ่ง พ่วงถึงการได้คลี่คลายปมความสัมพันธ์ของตนเองกับแม่ และแก้โจทย์ความรักของตัวเองได้ในที่สุด 

นั่นแปลว่านอกจากลุงป้าน้าอาและแม่ ที่บรรเลงบทเด่นประหนึ่งทุกคนต่างเป็นพระนางของชีวิตตัวเองแล้ว ยังมีสีสันพระนางฉบับหนุ่มสาวของพัควานกับ ยอนฮา (รับบทโดย โจอินซอง) เสิร์ฟให้เชียร์สลับไขว้ไปตลอดเรื่องด้วย แบบว่า Bittersweet มิได้หย่อนไปกว่ากันนัก แต่จะมีสิ่งชูใจเป็นโบนัสว้าว ๆ จากโจอินซอง คือความหล่อละมุนกลิ่นหอมสะอาดฟุ้งทะลุจอ คุ้มค่าแอร์ไทม์การเป็นนักแสดงรับเชิญแบบยาวโลดพิเศษ ฟีลคนหล่อที่เข้ากั๊นเข้ากันกับวิวโรแมนติกของประเทศสโลวีเนีย ละลายใจสายฟินได้ชัวร์

‘ชีวิตคือสงคราม’ เป็นคำกล่าวหนึ่งในละครที่สะดุดหู ชวนหยิบยกคู่รบที่เชียร์สนุกมาเรียกน้ำย่อย นั่นคือ ลุงซอกกยุน (รับบทโดย ชินกู) กับ ป้าจองอา (รับบทโดย นามุนฮี) เพื่อนเรียนที่เปลี่ยนสถานะเป็นคู่ชีวิต ตัวแทนครอบครัวรุ่นดั้งเดิมที่ชูเพศชายเป็นใหญ่เป็นสำคัญ 

Dear My Friends : การเดินทางของพลพรรคดอกไม้บาน ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง และสูญเสีย

แม้นอกบ้านลุงซอกกยุนจะทำงานเป็นแค่ รปภ. ที่ถูกจิกใช้บ่อย ๆ แต่ในบ้าน ลุงยึดอำนาจตั้งตัวเป็นนาย เมียเป็นบ่าวที่ต้องเสิร์ฟข้าว เสิร์ฟน้ำถึงมือ แถมนิสัยขี้งก วอนเดียวไม่มีกระเด็นให้เมีย แต่กลับทุ่มเทอุ้มชูครอบครัวน้อง ๆ ของตัวเองในฐานะเป็นพี่ใหญ่ ความขี้บ่น เห็นแก่ตัว ปากเสีย ได้กร่อนเซาะจิตใจป้าจองอาอย่างเงียบ ๆ มาตลอด แต่ก็ใช่ว่าลึก ๆ ลุงไม่รักลูกรักเมียนะ เป็นเพราะนิสัยไม่ยอมแสดงออก และค่านิยมรากเหง้าสังคมที่สร้างศักดิ์ศรีค้ำคอ เลยอาจมีบางคราวที่ลุงแอบไปแสดงลับหลังแบบปิดทองหลังพระบ้างโดยไม่มีใครรู้ซะงั้น (แต่โอย… ผู้ชมประณามลุงไปอ่วมซะก่อนแล้ว)

Dear My Friends : การเดินทางของพลพรรคดอกไม้บาน ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง และสูญเสีย

ข้างฝ่ายป้าจองอาผู้รักอิสระ เคยวาดหวังท่องเที่ยวตั้งแต่ทริปฮันนีมูน แต่รอจนแก่หง่อมก็ยังไม่ได้ไปไหนสักครั้ง ป้าเป็นคนอึดแกร่ง ถึงไหนถึงกัน รักครอบครัว ยึดมั่นหน้าที่แม่บ้านให้สามีให้ลูก ๆ เสมอต้นเสมอปลาย ความอดทนยาวนานจนสามีเข้าใจว่าเป็นคนหัวอ่อน…

 ใครจะนึกว่าวันหนึ่งป้าจะลุกมาปลดแอกตัวเอง เป็นไทโดยฉับพลัน เหมือนได้ปล่อยฮุกสวนสามีแบบไม่ให้ทันตั้งตัว เป็นหมัดเด็ดที่จะทำให้ลุงซอกกยุนต้องทบทวนตัวเองครั้งใหญ่ในชีวิต 

ซีรีส์เกาหลีเล่าเรื่องสังคมสูงวัย ชวนให้คนทุกวัยตั้งคำถามถึงการเดินทางของชีวิตที่ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง สูญเสีย
ซีรีส์เกาหลีเล่าเรื่องสังคมสูงวัย ชวนให้คนทุกวัยตั้งคำถามถึงการเดินทางของชีวิตที่ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง สูญเสีย

นอกจากคู่นี้ แล้วก็ยังมีอีกหลาย ๆ คู่ที่ไฟต์สู้กับชีวิต ให้เราได้เก็บเกี่ยวนานาข้อคิดสนุกไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นคู่แม่ลูกมีปมของชางนันฮีกับพัควาน คู่เพื่อนรักเพื่อนแค้นของชางนันฮีกับ น้ายองวอน (รับบทโดย พัควอนซอก) คู่ซี้สุดป่วน Therma and Louis ของป้าจองอากับป้า 4D ฮีจา (รับบทโดย คิมฮเยจา) ปัญญาชนเพื่อนกินของ ป้าชุงนัม (รับบทโดย ยุนยอจอง) กับ อาจารย์พัค (รับบทโดย ซองดงอิล) คู่กรรมสุดฮาวัยดึ๊กดึกของ ยายซังบุน (รับบทโดย คิมยองอ๊ก) กับคุณตา คู่แม่ลูกตัวห่างใจใกล้ของป้าฮีจากับ มินโฮ (รับบทโดย อีกวางซู) คู่เพื่อนเก่ารักเราผลิใหม่ของป้าฮีจากับ ลุงซองแจ (รับบทโดย จูฮยอน) การันตีว่าสลับฉากไปที่ใครก็สนุกเพลินแน่นอน 

ซีรีส์เกาหลีเล่าเรื่องสังคมสูงวัย ชวนให้คนทุกวัยตั้งคำถามถึงการเดินทางของชีวิตที่ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง สูญเสีย

หรืออีกนัยหนึ่งที่ว่า ‘ชีวิตคือการเดินทาง’ แปลความโดยตรง ๆ ก็เป็นทริปเที่ยวที่ป้าจองอาปรารถนาอยากใช้ช่วงเวลาดี ๆ กับเพื่อน ๆ ไปปล่อยวางเรื่องหนัก ๆ แต่ในความหมายแฝงที่ลึกไปกว่านั้น คือการสั่งสมประสบการณ์ เรียนรู้การอยู่กับชีวิต เพื่อนฝูง ครอบครัว การงาน ความรัก หรือแม้กระทั่งสังขารที่มิอาจเลี่ยงได้ จึงเป็นการเดินทางที่สุขบ้าง พลาดหลงบ้าง ติดขัดบ้าง และทางก็เหลือน้อยสั้นลงไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะพวกเขาทุกคนพร้อมจะเดินจับมือกันไปจนสุดทาง

ซีรีส์เกาหลีเล่าเรื่องสังคมสูงวัย ชวนให้คนทุกวัยตั้งคำถามถึงการเดินทางของชีวิตที่ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง สูญเสีย

รางวัล ‘บทละครยอดเยี่ยม’และ ‘ละครยอดเยี่ยม’ จากเวทีใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมบันเทิงประเทศเกาหลีใต้ ที่มอบให้กับซีรีส์ Dear My Friends คือรางวัลสะท้อนเสน่ห์ลีลาเฉพาะตัวของนักเขียนโนฮีคยอง ซึ่งเจนจัดการรังสรรค์บทที่ขับเคลื่อนด้วยคาแรกเตอร์ตัวละครแนวสมจริงเข้าถึงเสี้ยวชีวิต (Slice of Life) ยิ่งได้ฝีไม้ลายมือโปรแบบเป็นธรรมชาติของเหล่านักแสดงอาวุโส ผู้ไม่ได้ถูกเรียกขานว่ารุ่นพี่ แต่เป็นถึง ‘อาจารย์’ มารองรับ ผนวกเนื้อหามุมมอง ‘ชีวิต’ ที่เป็นกระจกส่องสะท้อนผู้คนและสังคมจริง ร้อยเรียงอย่างเพลิดเพลินครบรสด้วยแล้ว นี่คือบทสรุปความดีงามบริบูรณ์ของ Dear My Friends เลยค่ะ

บันเทิงน้ำดีที่ไม่อยากให้มองข้ามเพียงเพราะไม่ใช่สูตรนิยมที่คุ้นเคย แต่ลองมองไปรอบ ๆ ตัวที่มีญาติมิตรผู้ใหญ่ดูสิ เรื่องนี้จะทำให้เรารักและเข้าใจพวกเขามากขึ้น สังคมสูงวัยกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนทั้งโลกแล้ววันนี้ และวันหนึ่งข้างหน้า ตัวเราเองนี่แหละก็จะเดินทางไปอยู่จุดนั้น 

ว่าแต่… มีสมาชิก เพื่อนกันวัยดึก’ พร้อมยิ้มบานแฉ่งไปด้วยกันแล้วหรือยังคะ 😊

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

WARUMANU

นักเขียนสมัครเล่นในวัยที่ไม่ได้เล่น ๆ แล้ว เก็บตกผลพลอยได้จากวิถีเสพสุขเล็ก ๆ หลังเกษียณ มูฟวนบันเทิงแดนกิมจิ สู่การดูไปรีวิวไป ได้เติมสุขสนุกคลุกเคล้าคุณค่าเกินคำว่า Leisure อันยองทักทายกันได้ที่เพจมูฟวีข้ามวันซีรีส์ข้ามคืนนะคะ

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

Extraordinary Attorney Woo (2022)

Directed : Yoo In-sik

Written : Moon Ji-won

Starring : Park Eun-bin, Kang Tae-oh, Kang Ki-young

Country : South Korea

Episodes : 16

Original Network : Netflix

บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของซีรีส์

เราเริ่มดูซีรีส์ ‘Extraordinary Attorney Woo’ จากเหตุผล 3 ข้อ

  1. รุ่นพี่ที่ไม่ได้อินกับซีรีส์เกาหลี ออกตัวเชียร์สุดใจว่านี่คือซีรีส์ที่ดี
  2. ข้อความมากมายจากบรรดาคนรู้จักที่ทักมาถามว่า ‘พัคอึนบิน’ นางเอกของเรื่องนี้ มีผลงานใดที่พวกเขาจะตามไปดูได้อีกบ้าง ระหว่างรอตอนถัดไปในวันพุธหน้า
  3. ตัวเลขเรตติ้งขณะออกอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทุกตอน ตั้งแต่ 0 นิด ๆ จนทะยานเกิน 10 กว่า และมีทีท่าว่าจะแตะ 20 (ซึ่งนับว่าสูงมากเป็นปรากฏการณ์)

เท่านี้ก็เพียงพอให้เราสมัครเข้าเป็นหนึ่งในคณะลูกขุน ร่วมพิจารณาว่าเพราะเหตุใดเรื่องราวของทนายความออทิสติกผู้มีชีวิตแสนพิเศษ ถึงครองใจผู้ชมได้มากมายขนาดนี้

‘Extraordinary Attorney Woo’ เล่าเรื่องของ อูยองอู บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล พ่วงด้วยการคว้าคะแนนเกือบเต็มตอนสอบเนติบัณฑิต แต่เธอกลับต้องเดินเตะฝุ่นร่อนใบสมัครอยู่นานถึง 6 เดือน ไม่มีโอกาสแม้แต่ไปสอบสัมภาษณ์ นั่นอาจเป็นเพราะภายใต้ความเก่งกาจ คืออาการออทิสติกสเปกตรัมที่ติดตัวเธอมาแต่กำเนิด

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

แต่แล้ววันหนึ่งฟ้าก็มีตา ฮันบาดา สำนักงานกฎหมายเบอร์ต้น ๆ ของวงการตอบรับเธอเข้ามาทำงานเป็นทนายฝึกหัด ครั้งแรกที่เธอได้ขึ้นว่าความในชั้นศาล อูยองอูกล่าวประโยคเด็ดออกมาว่า

“ก่อนกล่าวคำชี้แจงทั้งหมด ฉันอยากขอความกรุณาค่ะ ฉันมีอาการออทิสติกสเปกตรัม ในสายตาของทุกท่าน ฉันอาจจะพูดตะกุกตะกักและแสดงท่าทีไม่เป็นธรรมชาติ แต่ฉันรักกฎหมายและความเคารพต่อจำเลยที่ฉันมีไม่ต่างไปจากทนายความคนอื่นค่ะ”

และนั่นก็ทำให้ผู้ชมทั้งหลายกล่าวคำปฏิญาณพร้อมกันว่า จะขอสมัครเป็นแม่ยก ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์น้องไปจนครบทั้ง 16 ตอน

ทนายความที่ขาดทักษะการเข้าสังคม

ตัวละคร อูยองอู (รับบทโดย พัคอึนบิน) มีอาการ Autism Spectrum Disorder (ASD) มาตั้งแต่กำเนิด ในวัย 5 ขวบ เธอยังไม่ยอมส่งเสียงโต้ตอบ ไม่สบตา เรียกชื่อแล้วไม่หัน ไม่ทำตามคำสั่ง และอีกสารพัดอาการผิดปกติที่สร้างแผลใจให้พ่อเลี้ยงเดี่ยวแทบจะเสียศูนย์ แต่สวรรค์ก็ยังใจดี หยอดทักษะความจำระดับเทพมาให้หนูน้อย แถมยังพาเธอไปเจอและสนใจตำรากฎหมายของพ่อผู้เป็นอดีตบัณฑิตนิติศาสตร์ เมื่อสองสิ่งประสานเข้าด้วยกัน จึงเกิดเป็นฝันที่ทำให้พ่อลุกขึ้นสู้ เพื่อส่งเด็กหญิงแสนพิเศษคนนี้ไปสู่อาชีพทนาย และกลายเป็นมนุษย์อีกคนที่ได้ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขในสังคม

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการหยิบอาการผิดปกติในลักษณะนี้มาเป็นพล็อตเรื่องหลัก อย่างใน The Good Doctor ซีรีส์อเมริกันที่เป็นเวอร์ชันรีเมกจากทั้งเกาหลีและญี่ปุ่น วางไว้ให้พระเอกของเรื่องซึ่งเป็นหมอมีอาการ Savant Syndrome จดจำตำแหน่งอวัยวะในร่างกายได้ราวกับตาเห็น หรือตัวละครฮันกือรู ใน Move To Heaven ก็พบความผิดปกติประเภท Asperger Syndrome มีปัญหาในการเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น และไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเช่นคนทั่วไป ซึ่งผลงานข้างต้น ล้วนตั้งใจสื่อสารในประเด็นใกล้เคียงกัน คือชวนเราทำความเข้าใจว่า แม้หน้าตา ท่าทาง หรือการกระทำของพวกเขาจะต่างออกไป แต่ทั้งหมดนั้นเป็นความพิเศษ และพวกเขาก็เป็นมนุษย์ที่สมควรได้รับการปฏิบัติอย่างสมเกียรติ

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

ในปี 2022 วงการซีรีส์เกาหลีส่งอูยองอูมาเป็นตัวแทนสื่อสารในประเด็นนี้อีกครั้ง โดยให้เธอมีความบกพร่องด้านปฏิสัมพันธ์ ขาดทักษะการเข้าสังคม รวมถึงแสดงพฤติกรรมและการสื่อสารที่ผิดปกติ ซึ่งอาชีพทนายความที่เธอปักธงหมายมั่นตั้งแต่เด็ก จำเป็นต้องมีทักษะทั้งหมดที่กล่าวมานี้ในระดับดีถึงดีมาก แล้วจะเป็นอย่างไรหากยองอูทำไม่ได้

Extraordinary Attorney Woo จึงพยายามฉายภาพความพยายามใช้ชีวิตของหญิงสาวที่ไม่ได้อ่อนแอ พ่ายแพ้เป็น พร้อมทั้งพยายามเอาชนะคำสบประมาทและความเข้าใจผิดจากคนรอบข้าง โดยเธอไม่นำความผิดปกติของร่างกายมาเป็นข้ออ้าง แม้ว่าจะไม่สามารถยืนตรง สบตา หรือพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ แต่สิ่งที่เธอใช้ทดแทนทักษะที่ขาด คือคลังความรู้บวกวิธีการทำงานอันยอดเยี่ยม และอีกสิ่งที่เราชอบมาก คือยองอูจะอธิบายอาการที่เธอเป็นต่อหน้าคู่สนทนาด้วยท่าทางมั่นใจเสมอ นั่นไม่ใช่เพราะอยากให้เขาสงสารหรือให้อภัย แต่เธอต้องการให้เขายอมรับและไว้ใจ ว่าเธอรวมถึงคนออทิสติกอีกมากมายก็ทำสิ่งนี้ได้ไม่ต่างจากคนปกติ

วาฬตัวน้อยกลางท้องทะเลที่กว้างใหญ่ 

Extraordinary Attorney Woo คือซีรีส์ที่แปะ Genre ไว้ว่าเป็นแนวกฎหมาย-ดราม่า คุณจึงจะได้รับชมภาพการทำงานของทีมงานหนุ่มหล่อ-สาวสวยในสำนักงานกฎหมายขนาดใหญ่ ร่วมกันทำงานหามรุ่งหามค่ำ ฟาดฟัน แก่งแย่ง เอาหน้า หักหลัง และอีกสารพัดพิษสงที่มนุษย์เงินเดือนในโลกทุนนิยมจะทำได้ แล้วน้องยองอูผู้ยังต้องย่ำเท้าเป็นจังหวะตอนเข้าประตูหมุนอัตโนมัติ แถมต้องนับ 1 – 3 ก่อนเข้าห้อง จะเอาอะไรไปสู้…

‘ความสามารถ ความจริงใจ ความรัก’ น่าจะเป็น 3 สิ่งที่น้องพกไว้เป็นอาวุธ 

ความสามารถ – จากที่เธอเรียนหนัก ตั้งใจจริง และมุ่งมั่นตามฝันแบบไม่เคยยอมแพ้

ความจริงใจ – ทั้งที่เธอมอบให้และได้รับจากคนรอบข้าง เพราะถึงแม้สังคมการทำงานจะน่ากลัว แต่เป็นโชคดีที่ยองอูยังได้เจอเพื่อนที่จริงใจ พร้อมช่วยเหลือและปกป้องเธอด้วยใจจริง

ความรัก – ยองอูรักและเคารพกฎหมายรวมถึงลูกความของเธอยิ่งกว่าใคร แม้บางครั้งเธออาจจะไม่ได้รับเกียรติเทียบเท่าทนายที่มีร่างกายปกติ แต่หากเขาคือฝ่ายถูกและต้องการความช่วยเหลือ เธอจะเต็มที่เสมอ

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

ในทุกสัปดาห์ที่ซีรีส์ออกอากาศ จะมีคดีความใหม่ ๆ ส่งมาให้ยองอูและทีมรับผิดชอบ ไล่เรียงตั้งแต่ฟ้องร้องมูลค่าหมื่นล้าน คดีสาธารณประโยชน์ คดีที่มีเอี่ยวกับภาครัฐ หรือคดีที่เราชอบที่สุด (ณ ขณะที่ออกอากาศมาแล้วครึ่งเรื่อง) คือคดีฆาตกรออทิสติก ซึ่งยองอูได้เผยความเก่งกาจทั้งในมุมทนาย และใช้ความเข้าใจคนกลุ่มนี้ช่วยไขคดี

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

ฉากที่เราชอบกดย้อนดูซ้ำ ๆ คือสีหน้าและท่าทางของลูกความทันทีที่ได้รู้ว่าหญิงสาวผู้ไม่สบตาและแนะนำตัวด้วยประโยคว่า “ชื่อของฉัน ไม่ว่าอ่านตามตรงหรืออ่านกลับด้านก็ยังเป็นอูยองอู กนก บวบ นลิน ยาย วาดดาว อูยองอู” คือทนายความผู้จะพาเขาขึ้นให้การในชั้นศาล

‘ผิดหวัง สับสน ตกใจ ไม่เชื่อมั่น’ น่าจะเป็นนิยามความรู้สึกของพวกเขาได้ครอบคลุมที่สุด แต่เมื่อกระบวนการทำงานผ่านพ้น ยองอูได้แสดงทักษะสืบคดีที่อาจไม่ได้คะแนนเต็มร้อย สะดุดล้มบ่อยแต่ก็ลุกขึ้นได้ทุกครั้ง เรื่อยไปจนถึงฉากที่มีลมพัดจนหน้าม้าของเธอเปิด สลับกับภาพฝูงวาฬกระโดดขึ้นสู่ผิวน้ำ อันเป็นสัญญาณว่ายองอูรู้เท่าทันวิธีที่จะเอาชนะในคดีนี้ได้แล้ว สีหน้าและอากัปกริยาของลูกความอันเป็นที่รักทั้งหลายล้วนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เผยให้เห็นว่าพวกเขารู้สึกขอบคุณและภูมิใจในตัวทนายความคนพิเศษมากแค่ไหน

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

ทุกคนต่างใช้ชีวิตด้วยเหตุผลทางการเมือง

‘วาฬ’ หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวโปรดของอูยองอู คือสัญลักษณ์สำคัญที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้งในซีรีส์เรื่องนี้ เพราะนอกจากกฎหมาย เธอก็มีวาฬเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สนใจและเปรียบเทียบวิถีของมันกับทุกอย่างที่พบเห็น ขนาดว่าพ่อต้องสั่งห้ามไม่ให้พูดถึงในที่ทำงาน ซึ่งการเปรียบเปรยทีี่ลึกซึ้งและเรียกน้ำตาคนดูได้มาก คงเป็นตอนที่เธอบอกว่า “วาฬฉลาดมากนะ มันคงรู้ตัวว่าถ้าไม่ทิ้งลูกไป ตัวเองก็จะตายตาม แต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่ยอมทิ้งลูก ถ้าฉันเป็นวาฬ แม่คงจะไม่ทิ้งฉันไปใช่ไหม”

อูยองอูเติบโตมาโดยปราศจากแม่ พ่อบอกว่าผู้หญิงคนนั้นตายไปแล้ว แต่ยองอูรู้ดีว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ และหน้าที่การงานก็ค่อย ๆ พาทั้งสองคนมาเจอกัน จนทำให้หญิงสาวออทิสติกคนนี้เรียนรู้ว่า สถานภาพที่แตกต่าง ช่วงวัยที่ไม่เหมาะสม หรือผลประโยชน์ทางการเมืองมากมาย ล้วนมีผลให้สมาชิกในครอบครัวเหลือเพียงพ่อ-ลูก และเธออาจไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้เรียกผู้ให้กำเนิดว่าแม่

แม้ผ่านพ้นปัญหาการเมืองในบ้าน (ที่คาบเกี่ยวกับการทำงาน) ไปได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายอุปสรรคที่ยองอูต้องเผชิญ อันหนึ่งที่เราว่าน่าจะสะท้อนทัศนคติด้านลบที่มีต่อความบกพร่องของยองอูได้ดี คือการที่เพื่อนร่วมงานตัวร้ายแวะเวียนมาชิงดีชิงเด่น ยกตนข่มเหงยองอูให้คนดูต้องวอร์มหมัด ทั้งหมดนั้นสะท้อนชัดว่า ตราบใดที่ยังมีความคิดแบ่งแยกกลุ่มคนที่มีอาการเช่นยองอูเป็นคนนอก หรือมองว่าศักยภาพของพวกเขาไม่มีทางเท่าเทียมคนปกติ ปัญหาเหล่านี้ก็คงจะเกิดขึ้นอีกซ้ำ ๆ

Extraordinary Series

Extraordinary Attorney Woo คือซีรีส์ที่ดีและน่าจะกลายเป็นซีรีส์ขึ้นหิ้งในใจของใครหลายคนได้ไม่ยาก ทั้งหมดมาจากการร้อยเรียงพร้อมสอดแทรกสัญญะเอาไว้อย่างลงตัวและมีความหมาย ทั้งเรื่องวาฬ คิมบับ ครอบครัว กฎหมาย หรือแม้แต่ ‘ความรัก’ และ ‘ความห่วงใย’ ที่คนรอบข้างมอบให้ยองอู ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งให้ซีรีส์เรื่องนี้ลื่นไหลและน่าติดตามมากขึ้น

ทั้งรักจาก อูควังโฮ (รับบทโดย จอนแบซู) พ่อผู้ยอมอุทิศทั้งชีวิตให้ลูกสาว รักจาก ชเวซูฮยอน (รับบทโดย ฮายุนคยอง) เพื่อนร่วมรุ่นที่กลายมาเป็นคู่หูในทีม เธอจะคอยชี้แนะและปกป้องยองอูจากคนใจร้าย รักจาก จองมยองซอก (รับบทโดย คังกียอง) หัวหน้าที่ค่อย ๆ เผยความใจดี ยอมรับในความสามารถ และให้โอกาสยองอูอยู่เสมอ รักจาก ดงกือรามี (รับบทโดย จูฮยอนยอง) เพื่อนแท้ที่คอยเชียร์อัป เป็นเมนเทอร์สอนให้เธอกล้าลองทำสิ่งใหม่ ๆ รวมถึงสร้างการทักทายอันเป็นเอกลักษณ์ และทำให้แฟน ๆ ซีรีส์หยิบท่อน “อู To the ยอง To the อู” มาทำตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง

ที่สำคัญ​ คือความรักและห่วงใยจากชายที่ชื่อ อีจุนโฮ (รับบทโดย คังแทโอ) หนุ่มหล่อเนี้ยบสุดป๊อปที่คาแรกเตอร์เข้าสูตรพระรองผู้แสนดี (แต่จริง ๆ เป็นพระเอก) แม้ทั้งคู่จะรู้จักกันผ่านหน้าที่การงาน แต่ความใจดีที่ยอมรับฟังเรื่องวาฬอย่างไม่มีเบื่อของเขา ก็ส่งให้หัวใจยองอูเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ และนั่นอาจพาทั้งสองไปสู่การเริ่มต้นความสัมพันธ์ฉันคู่รัก เพื่อตอกย้ำว่าอูยองอูก็เป็นหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งสมควรได้รับความรัก

อีกจุดถูกใจที่ซีรีส์เรื่องนี้ใส่เอาไว้ คือการดำเนินเรื่องที่กระชับ ฉับไว ทันใจผู้ชม แม้จะมีการเปิดประเด็นทิ้งปมปัญหาเอาไว้มากมาย แต่คุณไม่จำเป็นต้องรอไปจนถึงช่วงท้ายเรื่อง หลาย ๆ ปมถูกเฉลยให้รู้ได้เลย อย่างประเด็นเรื่องแม่ของอูยองอูที่เผยโฉมหน้ามาตั้งแต่ช่วงกลางเรื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยได้เห็นจากซีรีส์เกาหลี ไม่แน่นะว่า นักเขียนอาจบอกเป็นนัย ๆ ให้เราทั้งหลายเตรียมรับมือกับปัญหาใหม่ที่ยิ่งใหญ่และสนุกกว่าเดิม

นอกจากฝีมือการแสดงของ พัคอึนบิน ซึ่งเธอเก็บทุกรายละเอียดตั้งแต่สีหน้า แววตา ท่าทาง การเดิน ของตัวละครที่มีอาการออทิสติกสเปกตรัมและถ่ายทอดออกมาได้ยอดเยี่ยม ถึงขั้นการันตีเลยว่ารางวัลนักแสดงนำหญิงจากเวทีใดเวทีหนึ่งคงอยู่ไม่ไกล ยังมีสิ่งพิเศษสำหรับแฟน ๆ ชาวไทยที่รับชมผ่านทาง Netflix คุณจะได้รับชมซีรีส์พร้อมคำบรรยายที่แปลจากภาษาเกาหลีเป็นภาษาไทยด้วยทักษะเหนือชั้น ท่อนที่ประทับใจเป็นพิเศษคือ การแนะนำตัวของอูยองอู ในภาษาเกาหลีปรากฏคำว่า 기러기 (กีรอกี) 토마토 (โทมาโท) 스위스 (ซือวีซือ) 인도인 (อินโดอิน) 별똥별 (บยอลตงบยอล) 우영우 (อูยองอู) แปลเป็นไทยได้ว่า ห่านป่า มะเขือเทศ สวิตเซอร์แลนด์ ชาวอินเดีย ดาวตก อูยองอู ซึ่งชุดคำดังกล่าวอาจหลุดไปจากคอนเซ็ปต์ที่ว่า ชื่อของเธอคนนี้ไม่ว่าจะอ่านตามตรงหรืออ่านกลับด้านก็ยังเหมือนเดิม เราจึงได้เห็นคำบรรยายแนะนำตัวแบบไทย ๆ ว่า กนก บวบ นลิน ยาย วาดดาว อูยองอู… เก่ง!

นี่คือส่วนหนึ่งในความพิเศษของซีรีส์ที่เราอยากชวนให้ทุกคนรับชม แม้เรื่องราวจะดำเนินมาแล้วครึ่งทาง แต่ยังไม่สายหากคุณจะเปิดใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในปรากฏการณ์ ‘อูยองอู’ ไม่แน่นะว่า Extraordinary Attorney Woo อาจแทรกซึมเข้าไปอยู่ในลิสต์ซีรีส์ขึ้นหิ้งของคุณก็เป็นได้

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load