มาจะกล่าวบทไป

ที่อเมริกายังมีแมลงวันอยู่เผ่าพันธุ์หนึ่ง ชอบสังสรรค์จัดปาร์ตี้เสพสังวาสกันกลางอากาศ เมื่อตัวผู้เข้าสู่งาน มันจะแหงนหน้าขึ้นมองบรรตาตัวเมียนับร้อยที่กำลังเต้นส่ายตูดอยู่ จากนั้นสอดส่องหาตัวเมียที่ตูดใหญ่ที่สุด แล้วรี่เข้าไปจีบในทันที

บางคนอาจจะบอกว่าพฤติกรรมนี้ไม่แปลก คนเราก็ทำเหมือนกัน งั้นเดี๋ยวผมจะเพิ่มข้อมูลให้อีกอย่าง ลักษณะเซ็กซี่ของเพศเมียในแมลงวันชนิดนี้ นอกจากตูดใหญ่แล้ว ยังรวมถึงขนหน้าแข้งที่ดกดำด้วย

ศิลปะความงามเซ็กซี่ของแมลงวัน Dance Fly อยู่ที่บั้นท้ายและสินสอด
รูปแมลงวัน Long-tailed Dance Fly (Rhamphomyia longicauda) ซ้าย : ตัวเมีย ขวา : ตัวผู้
สังเกตว่าเฉพาะตัวเมียเท่านั้นที่มีตูดใหญ่และขนหน้าแข้งดกดำ

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเริ่มคล้อยตามแล้วว่าเออ แปลก… แต่ช้าก่อน ยังมีแปลกกว่านั้นอีก ตูดที่ว่าใหญ่ของตัวเมียนั้นไม่ใช่ตูดใหญ่ธรรมดา แต่เป็นตูดใหญ่พิเศษที่ขยายขนาดได้ด้วย ก่อนจะเข้าสู่งานปาร์ตี้ ตัวเมียจะสูบลมเข้าตูดตัวเองจนพองเป่งขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดก็ขยายขนาดให้ใหญ่กว่าเดิมได้ประมาณ 4 – 5 เท่า เทียบสเกลกับคนก็ประมาณตูดแต่ละข้างใหญ่เท่าลูกบอลโยคะ 

ในวันงานปาร์ตี้ ตัวเมียที่ปั๊มตูดและเซ็ตขนหน้าแข้งเสร็จแล้ว ก็พร้อมที่จะออกจากบ้านได้อย่างมั่นใจ ตูดอันโอฬาร งดงาม โดดเด่น ขับเน้นด้วยขนหน้าแข้งฟูๆ ที่ตัวเมียกางขาหลังมาโอบล้อมตูดไว้อีกที (ดูรูป) ยิ่งทำให้องค์รวมของบั้นท้ายนั้นดูใหญ่และอลังการขึ้นไปอีก (อารมณ์คล้ายเขียนขอบตาให้ดูตาโตขึ้น) นางบินอวดโฉมเปล่งรัศมีเฉิดฉายเข้างานได้อย่างภาคภูมิใจ ส่วนตัวเมียตัวไหนที่ตูดเล็กหน่อย ขนหน้าแข้งสั้นหน่อย ก็ต้องคอยไปลุ้นเอาว่าวันนี้จะได้สามีหรือเปล่านะ

ศิลปะความงามเซ็กซี่ของแมลงวัน Dance Fly อยู่ที่บั้นท้ายและสินสอด
ตัวเมียสูบลมพองตูด พร้อมแผ่สยายขนขามาขับเน้นให้บั้นท้ายดูใหญ่ขั้นแม็กซ์ นี่ถือเป็นนิยามความงามของแมลงวันสปีชีส์นี้

ที่ว่ามาหลายคนคงยอมรับแล้วล่ะว่าแปลกพอควร แต่ช้าก่อน สิ่งที่แปลกที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ กลับเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดว่าไม่แปลกเลยต่างหาก นั่นก็คือการที่สัตว์เพศเมียเป็นฝ่ายอวดโฉมล่อใจสัตว์เพศผู้

หืม แปลกตรงไหน? คนเรามองข้ามเรื่องนี้ไปโดยสิ้นเชิง ก็เพราะเราเองเป็นสปีชีส์ที่ทั้งตัวผู้ตัวเมียต่างก็เลือกสรรพิจารณารูปกายของกันและกัน และเผลอๆ หนุ่มอาจจะเป็นฝ่ายส่องสาวมากกว่า คล้ายกับกรณีแมลงวันไม่มีผิด 

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าในโลกของสรรพสัตว์ทั่วไปเกือบร้อยทั้งร้อยนั้น สาวต่างหากที่เป็นฝ่ายส่องหนุ่ม และเพศผู้ต่างหากที่เป็นฝ่ายอวดโฉมเพื่อล่อใจเพศเมีย ลักษณะเซ็กซี่ส่วนใหญ่มักวิวัฒนาการขึ้นมาในสัตว์เพศผู้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น เขาใหญ่ ร่างใหญ่ ก้ามใหญ่ ขนสวย หางสวย เหนียงแดง หงอนชูชัน พฤติกรรมการเต้น ร้องเพลง หรืออะไรก็ตามแต่ 

ส่วนตัวเมียมักจะไม่ค่อยมีอวัยวะหรือการแสดงอะไรมาโชว์ แต่จะเป็นฝ่ายพิจารณาเลือกตัวผู้ที่ลักษณะดีที่สุด แล้วเก็บพลังงานไปใช้กับการผลิตลูกเสียมากกว่า เพราะฉะนั้น รูปแบบที่เราเห็นในแมลงวันข้างต้น จึงถือได้ว่ากลับตาลปัตรกับสัตว์อื่นอย่างสิ้นเชิง ตูดใหญ่กับขนหน้าแข้งดกสุดเซ็กซี่ในเพศเมีย กลายเป็นปริศนาทางชีววิทยาไปอย่างไม่คาดคิด

เข้าสาระวิทยาศาสตร์สักเล็กน้อย ไม่ใช่แมลงวันทุกกลุ่มจะมีการสลับบทบาททางเพศ หรือที่เรียกว่า Sex Role Reversal แบบที่เล่ามา แมลงวันบ้านแบบที่เราเห็นๆ ก็ไม่ยักกะเป็นเช่นนั้น ไม่งั้นเวลามันมาตอมตูดเราคงแยกออกได้ง่ายๆ แล้วว่าตัวไหนตัวผู้ตัวไหนตัวเมีย ปรากฏการณ์สลับบทเพศผู้เพศเมียนี้พบได้มากเฉพาะในแมลงวันกลุ่ม Empididae หรือที่เรียกเหมารวมๆ ว่าพวก Dance Flies (เพราะชอบจัดปาร์ตี้แดนซ์กลางอากาศ) นักวิทย์สันนิษฐานว่าสาเหตุหลักของการสลับบทก็คือภาวะเงื่อนไขบางอย่าง ที่ทำให้เพศเมียต้องกลายเป็นฝ่ายแข่งขันกันแย่งความสนใจเพศตรงข้าม แทนที่จะเป็นเพศผู้

แรกเริ่มเดิมที Dance Flies ก็อาจจะเหมือนสัตว์อื่นๆ คือตัวเมียเป็นฝ่ายลงทุนเยอะกว่าในการผลิตลูก ไหนจะสร้างไข่ ไหนจะอุ้มท้อง ยังไม่ต้องเอ่ยถึงสัตว์ชนิดที่ลูกเกิดมาแล้วต้องเลี้ยงต่ออีก ซึ่งระหว่างกระบวนการเหล่านี้ อู่ของตัวเมียก็จะปิด ไม่ว่าง ไม่พร้อมเปิดให้บริการ เพราะเช่นนี้รูปแบบมาตรฐานในหมู่ประชากรของสัตว์ทั่วไปก็เลยกลายเป็นว่า ตัวเมียที่มีความพร้อมผสมพันธุ์มักมีจำนวนน้อยกว่าตัวผู้ที่พร้อมผสมพันธุ์แทบจะเสมอ 

กล่าวอีกอย่าง ตัวผู้หื่นมีเยอะแยะไปหมด แต่ตัวเมียที่พร้อมมีจำกัด และด้วยเหตุนี้เอง ปกติตัวผู้จึงต้องเป็นฝ่ายแข่งขันกันเพื่อแย่งความสนใจตัวเมีย ส่วนตัวเมียก็เป็นฝ่ายมีแต้มต่อรอง เลือกได้ว่าจะเอาอะไรจากตัวผู้เพื่อแลกกับการผสมพันธุ์ ซึ่งในต้นตระกูลของ Dance Flies ที่เป็นกลุ่มกินแมลงเล็กกว่าเป็นอาหาร ตัวเมียก็เลยบอกว่า งั้นไปล่าเหยื่อมาให้ฉันหน่อยสิ ถือว่าเป็น ‘สินสอด’ ก็แล้วกัน (ศัพท์วิชาการทางชีววิทยาเรียกสินสอดว่า Nuptial Gift)

เช่นนี้แล้ว ตัวผู้ที่หาสินสอดมาให้ตัวเมีย จึงมีโอกาสดึงดูดความสนใจตัวเมียและได้รับโอกาสผสมพันธุ์มากกว่า ทิ้งลูกหลานไว้มากกว่า และขนบแห่งการมอบสินสอด ก็ได้รับสืบทอดเรื่อยมาในหมู่ Dance Flies ทั้งนี้หาใช่ทางวัฒนธรรม แต่ด้วยการสืบทอดทางพันธุกรรม

ทีนี้วิวัฒนาการก็ดำเนินมาถึงจุดที่ มาตรฐานสินสอดที่ตัวเมียจะยอมรับนั้นเริ่มใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเหยื่อที่หามาเล็กไป ฉันไม่เอา เหยื่อไม่อร่อย ฉันก็ไม่เอา คุณค่าทางอาหารน้อยไป ฉันก็ไม่เอา ทำให้ยิ่งพอยุคสมัยผ่านไป ตัวผู้ก็ยิ่งต้องทุ่มเทเวลาและพลังงานชีวิตมากมายมหาศาลไปกับการหาของที่แพงที่สุด เลอค่าที่สุด มาสร้างความประทับใจให้กับตัวเมีย จนกลายเป็นว่าผลลัพธ์สุดท้ายคืองานแดนซ์ปาร์ตี้จับคู่ดูตัวนั้น ค่อยๆ กลายเป็นปาร์ตี้หญิงล้วนขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้ชายมัวแต่ออกไปหาสินสอดกันหมด

นี่เองทำให้เกิดภาวะแบบสลับข้าง คือเกิดการแข่งขันขึ้นในหมู่ตัวเมียที่หิวกระหาย นานๆ ทีมีตัวผู้โผล่เข้างานมาพร้อมเหยื่อชิ้นโต ใครแย่งความสนใจจากหนุ่มได้ก่อน ก็จะได้ทั้งเหยื่อนี้และโอกาสในการผสมพันธุ์เป็นรางวัล 

สำหรับ Dance Flies หลายชนิด เงื่อนไขนี้วิวัฒนาการมาถึงจุดที่ตัวเมียล่าเหยื่อเองไม่เป็นแล้วด้วยซ้ำ ได้แต่รอขม้ำสินสอดจากตัวผู้อย่างเดียว เพราะฉะนั้น ภาวะที่หล่อนจะต้องหาผัวให้ได้จึงยิ่งกดดัน เดิมพันยิ่งสูง การแข่งขันยิ่งทวีความเข้มข้น การฉกฉวยโอกาสจากรสนิยมดั้งเดิมอะไรก็ตามของตัวผู้ก็ถูกงัดมาใช้เป็นกลยุทธ์ 

บรรดาแมลงวันตูดใหญ่ที่เล่าไป เดิมทีเดียวตัวผู้ก็อาจจะคอยสังเกตตูดตัวเมียอยู่บ้างแล้ว เพราะขนาดตูดมักเป็นเครื่องบ่งบอกปริมาณไข่ที่อยู่ข้างใน ก็อุตส่าห์ทุ่มเทหาสินสอดมาเหนื่อยขนาดนี้ อย่างน้อยได้ผสมกับตัวเมียไข่ดกๆ ให้ได้จำนวนลูกเยอะๆ ก็น่าจะคุ้มค่าเหนื่อยหน่อย ปรากฏว่ารสนิยมตรงนี้เอง กลายเป็นโจทย์ที่ไปกำหนดทิศทางวิวัฒนาการ ทำให้ในแต่ละรุ่น ตัวเมียที่ตูดใหญ่สุด ก็จะมีโอกาสได้รับสินสอดจากตัวผู้มากที่สุด ตัวเมียก็ยิ่งเกิดความพยายามโฆษณาอวดตูดตัวเองให้เด่นชัดที่สุด 

แรกๆ ตูดใหญ่อาจจะหมายถึงไข่ดกจริง แต่พอหลังๆ การโชว์ตูดเริ่มกลายโฆษณาชวนเชื่อขึ้นเรื่อยๆ จนทุกวันนี้มันกลายเป็นตูดที่ใหญ่เว่อร์เบ้อเริ่มเทิ่ม แถมข้างในมีแต่ลม เรียกได้ว่าไม่เกี่ยวอะไรกับสรีรวิทยาการผลิตไข่แล้ว แต่เป็นตูดปลอมที่เอาไว้ใช้ล่อความสนใจตัวผู้อย่างเดียว ขนหน้าแข้งงามงอนนั่นก็เข้าข่ายเดียวกัน เอาไว้ตบตาตัวผู้ไม่ต่างกัน และนี่ก็คือจุดที่มนุษย์เราได้มาศึกษาค้นพบแมลงวันชนิดนี้พอดี ซึ่งใครเลยจะคาดเดาได้ว่า ในอนาคตมันจะวิวัฒนาการไปถึงขั้นไหนต่อ

สรุปแล้ว สินสอดทำให้เกิดตูดใหญ่

แต่อย่างที่บอก แมลงวันกลุ่ม Empididae ไม่ได้มีแค่ชนิดเดียว มันเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีสมาชิกตั้งประมาณ 3,000 ชนิด และแต่ละชนิดก็เปรียบเสมือนการทดลองอีกชุด ว่าถ้าเริ่มต้นจากระบบสินสอดเหมือนกันแล้วจะเกิดอะไรขึ้นได้อีกบ้าง ซึ่งก็พบผลลัพธ์ที่มากมายหลายหลาก เรื่องการเกิดอวัยวะเซ็กซี่ขึ้นในตัวเมียสำหรับตบตาตัวผู้นั้นเราก็ได้สำรวจไปบ้างแล้ว เพราะฉะนั้น วันนี้จะตบท้ายด้วยการไปดูผลลัพธ์ที่เกิดในฝั่งตัวผู้บ้างก็แล้วกัน

แมลงวัน Dance Flies ชนิดอื่นๆ ที่เป็นญาติกับแมลงวันตูดใหญ่ของเรา ตัวผู้ก็ถูกแรงกดดันให้ต้องหาของขวัญมามอบเป็นสินสอดให้กับตัวเมียให้จงได้ มิเช่นนั้นก็จะไม่ได้สืบพันธุ์ แรงกดดันนี้ผลักให้ตัวผู้บางชนิดมีวิวัฒนาการพฤติกรรม ‘ห่อของขวัญ’ ขึ้นมา นั่นก็คือการพันเหยื่อที่หามาได้ด้วยเส้นใยที่ตัวเองผลิตขึ้น ทำให้เหยื่อที่จับมาได้ดูมีขนาดใหญ่ขึ้นอีก ดึงดูดความสนใจตัวเมียได้มากขึ้นอีก อันที่จริงนี่ก็ถือว่าเป็นการหลอกลวงในระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังพอรับได้ เผลอๆ อาจจะดูโรแมนติกดีด้วยซ้ำในสายตามนุษย์ 

อย่างไรก็ตาม ตัวผู้ของแมลงวันบางชนิด เวลาหาเหยื่อคุณภาพดีๆ มามอบให้สาวไม่ได้ มันจะใช้วิธีห่อของขวัญให้ใหญ่และหนาเป็นพิเศษแทน ตัวเมียที่หลงกลก็จะเลือกมัน และแกะห่อของขวัญอย่างตื่นเต้น ซึ่งระหว่างนั้นมันก็อาจได้โอกาสแอบผสมพันธุ์ไปเรียบร้อย 

ถ้ามนุษย์คนไหนอยากเอากลยุทธ์นี้ไปใช้บ้าง ก็ลองซื้อของขวัญให้แฟน แล้วใส่กล่องข้างนอกใหญ่มาก ห่ออย่างสวย แกะมาข้างในปรากฏเป็นกล่องเซ็ตเครื่องสำอางลิมิตเต็ด ว้าว สาวเจ้าตื่นเต้นมาก เปิดกล่องออกมา อ้าวไม่ใช่นี่ มีกล่องอยู่ข้างในอีกกล่อง อ๋อ เป็นมุกๆ ที่แท้ข้างในมีกล่องไอโฟนรุ่นล่าสุด หูว สุดยอด รีบเปิดเลย อ้าว ไม่เห็นมีไอโฟน มีแต่ตลับกำมะหยี่สีดำ ฮึ้ย หรือว่า… นี่เขาจะขอฉันแต่งงานด้วยแหวนเพชร โอ๊ว ตาเถร หัวใจเต้นรัว ไหน… ค่อยๆ แง้มเปิดซิ ปรากฏว่าสุดท้ายข้างในมีแต่บ๊วยเค็มหนึ่งเม็ด

ก้นเด้ง ขนหน้าแข้งดกดำ การห่อของขวัญใหญ่เบิ้ม สารพัดกลวิธีทำตัวเซ็กซี่ขยี้ใจในหมู่แมลง Dance Fly
แมลงวัน Dance Fly ตัวผู้ กับพฤติกรรมการห่อของขวัญ

ตัวผู้บางชนิดยิ่งหนักกว่า คือให้แต่ห่อของขวัญเปล่าๆ เลย แกะจนถึงตรงกลางก็ไม่เจออะไร บางชนิดไม่ลงทุนผลิตใยออกมาทำห่อของขวัญปลอมเลยด้วยซ้ำ แต่ไปเก็บพวกเมล็ดพืชที่หน้าตาเป็นใยขาวๆ มาหลอกให้ตัวเมียเข้าใจผิดคิดว่าเป็นของขวัญแทน วิธีการโกงพวกนี้บางทีก็สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง ตัวเมียจริงๆ ไม่ได้โง่ขนาดนั้น แต่เทียบกับการลงทุนน้อยแล้วก็อาจจะนับว่าคุ้มค่าเสี่ยงอยู่ สำหรับตัวผู้ที่อับจนไร้หนทางทั้งหลาย

อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างความเฟคที่เด็ดสุดของฝั่งตัวผู้ เห็นทีจะต้องมอบให้แก่แมลงวัน Dance Fly ชนิดหนึ่งที่เพิ่งถูกค้นพบไม่นานนี้แถวๆ ทางขึ้นภูเขาไฟฟูจิ ตัวผู้ของแมลงวันชนิดนี้บางตัวจะเกิดมาพร้อมกับ ‘ตุ้ม’ ที่ปลายขาคู่หน้า ซึ่งมีลักษณะอวบอูมเป็นพิเศษ มองแล้วเหมือนมันกำลังใส่นวมนักมวย หรือไม่ก็กำลังถือถุงช้อปปิ้งอะไรสักอย่างอยู่ในมือ ซึ่งแน่นอน ในสายตาแมลงวันตัวเมีย เมื่อมองไกลๆ ย่อมคล้ายกับผู้ชายที่กำลังหอบหิ้วสินสอดขนาดใหญ่มามอบให้นางด้วยความยากลำบาก (ดูดีๆ ตรงตุ้มนวมที่ห้อยลงมาจะมีปล้องๆ ขนๆ ที่ทำให้ยิ่งดูคล้ายแมลงเหยื่ออะไรสักอย่างด้วย)

ก้นเด้ง ขนหน้าแข้งดกดำ การห่อของขวัญใหญ่เบิ้ม สารพัดกลวิธีทำตัวเซ็กซี่ขยี้ใจในหมู่แมลง Dance Fly
แมลงวัน Empis jaschhoforum กับตุ้มนวมสินสอดปลอม ทำหน้าที่หลอกล่อตัวเมียว่านี่คือเหยื่อที่หามาให้

ที่น่าสนใจคือ ในประชากรตัวผู้ชนิดเดียวกัน บางตัวก็มีมือเป็นตุ้มสินสอดปลอมทั้งสองข้าง บางตัวก็เป็นเฉพาะข้างซ้าย บางตัวก็เป็นเฉพาะข้างขวา และบางตัวไม่เป็นเลย คือมีมือเป็นมือแมลงวันปกติทั้งสองข้าง ความหลากหลายนี้มีนัยสำคัญอย่างไร นักชีววิทยาเองก็ยังไม่แน่ใจและยังค้นหาคำตอบกันอยู่ แต่ที่แน่ๆ ตุ้มสินสอดปลอมนี้ถือเป็นอวัยวะเซ็กซี่ที่ตัวผู้มีไว้ตบตาตัวเมีย ไม่ต่างอะไรจากตูดใหญ่พองลมของตัวเมียอีกชนิดที่มีไว้ตบตาตัวผู้ น่าส่งตัวแทนจากทั้งสองสปีชีส์นี้ขึ้นรับรางวัลพร้อมกันจริงๆ

สงครามการหลอกกันระหว่างเพศ นับเป็นหนึ่งในสงครามที่ดำเนินมายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลก และก็คงจะดำเนินต่อไป โดยยังไม่รู้ว่าจะไปจบลงที่ตรงไหน

ที่มาภาพและข้อมูล

www.newscientist.com

royalsocietypublishing.org

www.sciencedirect.com

www.sciencedirect.com

Writer

แทนไท ประเสริฐกุล

นักสื่อสารวิทยาศาสตร์สาขาชีววิทยา ผู้เคยผ่านทั้งช่วงอ้วนและช่วงผอมของชีวิต ชอบเรียนรู้เรื่องราวสนุกๆ ที่แฝงอยู่ในธรรมชาติแล้วนำมาถ่ายทอดต่อ ไม่ว่าจะผ่านงานเขียน งานแปล และงานคุยในรายการพอดแคสต์ที่ชื่อว่า WiTcast

เมฆนม

งานเขียนเบาๆ ว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างชีวิตกับสรรพสิ่ง โดยแทนไท ประเสริฐกุล

แคคตัส เธอมีหนามที่ทิ่มเจ็บมาก

แต่หลายคนไม่รู้ ตอนแรกเธอไม่ได้มีหนามไว้เพื่อทิ่มแทงคนอื่นหรอก

ย้อนกลับไปไกลพอ เธอเคยมีใบ

เธอกางใบบอบบางเหล่านั้นออกมารับแดดอุ่น

สายน้ำและผองพืชคอยหล่อเลี้ยงเธอด้วยความชุ่มชื้น

แต่เมื่อโลกแห้งแล้ง ใบของเธอก็ถูกทำร้าย

นานวัน ใบของเธอค่อย ๆ หด และเปลี่ยนเป็นหนาม

ความแกร่งของหนาม ทำให้ถูกแดดเผาก็ไม่เป็นไร

ตอนแรกหนามของเธอไม่ได้มีไว้ทำร้ายใคร แต่มีไว้เพื่อปกป้องความบอบบางของตัวเอง

แต่ก็ไม่ใช่แคคตัสทุกชนิดที่มีหนาม

แคคตัสหลายชนิดมีขนสีขาวสวย ปุกปุย นุ่มนิ่ม

ห่อหุ้มเนื้อในไว้อย่างมิดชิด

ขนพวกนี้ช่วยปกป้องเธอจากแสงแดด

แต่ที่สำคัญคือใครผ่านมาพบเห็นก็บอกว่าเธอน่ารัก อยากจะรับเธอไปเลี้ยง อยากชื่นชมเธอ อยากใกล้ชิด

เธอปลอดภัยในอ้อมกอดของคนที่หมั่นมาดูแล เธอดีใจที่มีคนมาชื่นชมและชื่นชอบ

แต่เธอกลัว

สักวันหนึ่งถ้าขนสวยหายไปจะเป็นยังไง

ไม่เคยมีใครได้เห็นเนื้ออ่อนสีเขียวน่าเกลียดของเธอที่อยู่ภายใต้ขนเหล่านั้นเลย

ถ้าพวกเขาได้เห็น พวกเขาคงไม่ชอบเธอเหมือนเดิม

ถ้าไม่มีขนสวยแล้ว พวกเขาคงหนีเธอไป

เธอหมั่นดูแลขนให้สวยสะอาดทุกวัน

เธอเหนื่อย

และโดดเดี่ยวเหลือเกิน

ยังมีแคคตัสอีกประเภท

เธอเองก็เคยยื่นใบออกมารับความชุ่มฉ่ำ และอ้อมกอดของแสงแดดเหมือนกัน

แต่เมื่อวันหนึ่งเธอโดนแผดเผา เป็นแผลเจ็บปวดมาก

อีกทั้งมีสัตว์ที่หิวกระหายมากมายมารุมซ้ำเติม

ซากที่เหลืออยู่ของเธอจึงมุดลงดิน

ฝุ่นสะสมปกคลุมใบหน้าของเธอ

เธอปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้น

ไม่เอาแล้ว ไม่อยากกางใบอีกแล้ว

เธอกลายเป็นก้อนหินที่ไม่มีใครสนใจ

เหมือนไร้ชีวิต ไม่มีใครสังเกตเห็น อย่างนี้ดีแล้ว

เธอรู้สึกปลอดภัย

ในป่าดงดิบที่อยู่ถัดไป

ทำไมพืชพันธุ์ที่นั่นถึงได้ชูช่อใบกันสลอนจัง

แน่สิ ที่นั่นเขามีฝนตก มีร่มเงา มีน้ำหล่อเลี้ยง

เธอเติบโตมาในที่ที่ไม่มีอะไรแบบนั้นเลย

หนาม ขนขาว และดินแข็ง เป็นเกราะที่ปกป้องเธอให้อยู่รอดที่นี่ แต่ก็กลายเป็นกรงขัง กักเธอไว้ในทะเลทรายตลอดกาล

เธอผ่านฤดูแล้งมาได้ยาวนาน แต่ก็ค่อย ๆ ย่อยสลายไป

ความชื้นเพียงน้อยนิดที่อยู่ในร่างของเธอตอนนี้คงพอส่งต่อไปให้ชีวิตอื่นได้บ้าง

เธอพร้อมจะอำลาแล้ว แต่ก่อนนั้น เธอก็ได้รวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายส่งเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังออกไป

เมล็ดน้อย ๆ ไม่กี่เมล็ด ล่องลอยไปตามลม

เธอบรรจุบทเรียนความเจ็บปวดทั้งหมดไว้ในนั้น เผื่อว่ามันจะมีคุณค่ากับแคคตัสรุ่นถัดไปได้บ้าง หรือไม่มันก็คงจะถูกแดดเผาแห้งไปไม่ต่างจากใบของเธอ

ช่างมันแล้ว เธอทำดีที่สุดแล้ว

ได้เวลาพักผ่อนแล้ว

ฉันเคยได้ยินเรื่องราวของแคคตัสอีกประเภท

นานมาแล้ว เมล็ดพันธุ์ของพวกเขาบังเอิญได้กลับไปตกใกล้ป่า

ได้กลับไปเจอร่มเงา ความชุ่มชื้น

สรรพสัตว์ที่นั่นก็ไม่ได้หิวกระหายจ้องจะกัดกินพวกเขาตลอดเวลา

แสงแดดที่นั่นก็อบอุ่นกำลังดี

นานวัน หนามของพวกเขาก็ค่อย ๆ หดหายไป

ใบอ่อนของพวกเขาค่อย ๆ ผลิกลับคืนมาอีกครั้ง

พวกเขากลับกลายเป็นแคคตัสที่มีใบ

เธอเอง

ถ้าได้อยู่ในป่าที่ชุ่มชื้นนานพอ

ใบที่งดงามของเธอก็น่าจะผลิกลับคืนมานะ

ฉันหวังว่าอย่างนั้น

ฉันเองก็จะพยายามปีนขึ้นจากดินด้วย

แล้วเมื่อถึงวันนั้น

เราจะยื่นใบมาแตะกัน

หมายเหตุเชิงวิชาการ

บทนี้จริง ๆ เขียนแบบเน้นอารมณ์ แต่ว่าเผื่อใครอยากรู้เรื่องแคคตัสที่เล่าแต่ละประเภทว่ามีจริงมั้ย หน้าตาเป็นยังไง ก็เลยเอาตัวอย่างมาให้ดูด้วยครับ

ใบที่ไม่ใช่ใบของ ‘แคคตัส’ วิวัฒนาการของใบแคคตัสที่ไม่ได้แค่เปลี่ยนไปเป็นหนาม

1. แบบแรก แคคตัสที่ปกคลุมไปด้วยหนามแหลม

อันนี้คงคุ้นเคยดีกันอยู่แล้ว แนะนำว่าอย่าไปนั่งทับ หน้าที่ในธรรมชาติของหนามแน่นอนว่าช่วยปกป้องจากสัตว์ที่จะมากินด้วย แต่ดั้งเดิมทีเดียวนั้น หนามถือกำเนิดขึ้นจากใบที่หดเล็กและแข็งขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อลดการสูญเสียน้ำ

ใบที่ไม่ใช่ใบของ ‘แคคตัส’ วิวัฒนาการของใบแคคตัสที่ไม่ได้แค่เปลี่ยนไปเป็นหนาม

2. แคคตัสที่ไม่มีหนามหรือมีน้อยมาก แต่ปกคลุมด้วยขนสีขาว ๆ

ในตลาดเรียกกลุ่มนี้ว่าแมมมิลาเรียชนิดต่าง ๆ (Mammillaria) ซึ่งก็มีทั้งแมมขนแมว แมมขนแกะ แมมขนนก ฯลฯ แล้วแต่รูปทรงและความปุยของขน เคยเขียนถึงพวกนี้ในตอนแรกสุดของคอลัมน์เมฆนมด้วย

ใบที่ไม่ใช่ใบของ ‘แคคตัส’ วิวัฒนาการของใบแคคตัสที่ไม่ได้แค่เปลี่ยนไปเป็นหนาม
ภาพ : tpwd.texas.gov

3. แคคตัสที่มุดลงดินแล้วพรางตัวให้กลมกลืนไปกับพื้น

เช่น Astrophytum asterias พวกนี้เวลาคนเอามาเลี้ยงแบบเหนือดินจะแลดูสะอาดสดใสมาก แต่ในธรรมชาติจริง ๆ มันหลบอยู่กับพื้นแบบนี้แหละ

ความมหัศจรรย์ของแคคตัสที่วิวัฒนาการใบให้กลายเป็นอะไรมากมากมาย ไม่ใช่แค่หนาม

4. แคคตัสที่พอไปอยู่ที่ชื้น แล้ววิวัฒนาการกลับมามีใบใหม่อีกรอบนั้นมีจริง ๆ

เรียกว่ากลุ่ม Tropical Cactus หรือ Epiphytic Cactus มักจะขึ้นแบบเกาะเกี่ยวอยู่บนต้นไม้ใหญ่ในป่าของอเมริกาใต้ ทุกวันนี้หลายชนิดกลายเป็นไม้ประดับที่มีขายทั่วไป เรามักจะเจอขายอยู่ตามร้านที่ขายเฟิร์นห้อย ๆ เพราะลักษณะใบคล้ายกัน ถ้าไปถามแม่ค้า แม่ค้าก็จะบอกว่านี่เรียก เฟิร์นซิกแซก แต่จริง ๆ แล้วน้องคือแคคตัส 

สุดท้ายนี้ แม้มันจะเป็นแคคตัสที่กลับมามี ‘ใบ’ ใหม่อีกรอบ แต่ใบของมันก็ไม่เชิงเป็นใบแบบดั้งเดิมเสียทีเดียว มันเป็นลำต้นสีเขียวที่แผ่แบนออกมาจนมีรูปร่างคล้ายใบมากกว่า หรือพูดอีกอย่าง มันลืมวิธีสร้างใบแบบปกติไปแล้ว แต่ก็ยังอุตส่าห์ประยุกต์สร้างใบขึ้นมาใหม่จากลำต้นของมันได้ ชีวิตนี่น่าทึ่งจริง ๆ

ความมหัศจรรย์ของแคคตัสที่วิวัฒนาการใบให้กลายเป็นอะไรมากมากมาย ไม่ใช่แค่หนาม

Writer & Photographer

แทนไท ประเสริฐกุล

นักสื่อสารวิทยาศาสตร์สาขาชีววิทยา ผู้เคยผ่านทั้งช่วงอ้วนและช่วงผอมของชีวิต ชอบเรียนรู้เรื่องราวสนุกๆ ที่แฝงอยู่ในธรรมชาติแล้วนำมาถ่ายทอดต่อ ไม่ว่าจะผ่านงานเขียน งานแปล และงานคุยในรายการพอดแคสต์ที่ชื่อว่า WiTcast

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load