เมื่อความรักในการปั่นจักรยาน วัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติ มาป๊ะกันที่จังหวัดเชียงใหม่ ‘Cycling Chiang Mai’ จึงเกิดขึ้น โดย ลูอิส เดอ โซวซ่า ดีไซเนอร์นักเดินทางด้วยจักรยานชาวสเปนที่ปั่นมาแล้วรอบโลก ชื่นชอบการปั่นจักรยานกับคนท้องถิ่นเป็นชีวิตจิตใจ พบรักกับ เบียร์-วีราวัลย์ ชัยแสงจันทร์ ดีไซเนอร์สาวชาวไทยที่บาร์เซโลนา 

  ทั้งคู่ตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตคู่ และตามความฝันด้วยกันที่จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ที่เป็นที่ปั่นจักรยานในฝันของนักปั่นทั่วโลก ด้วยแนวทิวเขาทางภาคเหนือที่ท้าทาย และทิวทัศน์ที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ทางภูมิวัฒนธรรมของประเทศไทย แถมจังหวัดเชียงใหม่ยังเป็นสวรรค์ของนักดื่มกาแฟตัวยง 

ไม่ว่าจะลัดเลาะยอดดอยหรือริมแม่น้ำ ก็มีร้านกาแฟอยู่ในทุกแห่งหน รวมถึงกลุ่มคนปั่นจักรยานในเชียงใหม่ที่พบเห็นได้ในทุก ๆ วัน ตั้งแต่เช้าตรู่จรดเย็นย่ำ จากรอบคูเมืองถึงยอดดอยสุเทพ แล้วอะไรจะเข้ากันได้ดีไปกว่านักปั่นจักรยาน เส้นทางปั่นที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา และจุดกำเนิดกาแฟคุณภาพดีที่ไม่เป็นสองรองใคร 

Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก

Cycling Chiang Mai Clubhouse Cafe

จุดเริ่มต้นถือกำเนิดขึ้นเมื่อทั้งคู่เห็นวัฒนธรรมการปั่นจักรยานของกลุ่มนักปั่นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีหลากหลายกลุ่ม ทั้งคนท้องถิ่น คนต่างชาติ และหลากหลายรุ่นอายุ มีจุดประสงค์แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเพื่อสุขภาพ เพื่อซ้อมสำหรับการแข่งขัน ใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อน ครอบครัว หรือแม้แต่ผู้ที่ชื่นชอบการปั่นคนเดียวก็ด้วย

ลูอิสและเบียร์จึงเปิดร้านกาแฟที่ตั้งใจเป็นสภากาแฟยามเช้า เป็นจุดนัดพบก่อนและหลังปั่น ให้กับนักปั่นในเชียงใหม่ นอกจากกาแฟและขนมปังที่มีบริการลูกค้าแล้ว ยังมีหนังสือเกี่ยวกับจักรยานรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นคลังสะสมส่วนตัวของลูอิส เขาและเธอเอามาวางให้ลูกค้าหยิบอ่านระหว่างนั่งที่ร้าน บางทีลูกค้าก็ยืมกลับบ้านไปอ่านต่อ

จนทำให้ลูกค้าประจำบางคน ผลัดกันเอาหนังสือของตัวเองมาวาง จนกลายเป็นเหมือนห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ ที่ต้อนรับนักปั่นจักรยานทุกคนจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมกับรับทำทัวร์จักรยานในภาคเหนือให้กับผู้ที่สนใจด้วย ซึ่งลูอิสกระซิบว่าเขาใช้เวลาถึง 2 ปี ในการสร้างเส้นทางทัวร์จักรยานปลอดภัยที่มาพร้อมภูมิทัศน์อันสวยงาม 

ด้วยสายเลือดนักออกแบบ หนุ่มสาวนักปั่นยังตั้งใจสร้างไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่จริงใจและทุกคนเข้าถึงได้ ด้วยการออกแบบเสื้อยืดและเสื้อปั่นจักรยาน ไม่ว่าจะเป็นนักปั่นมืออาชีพ มือสมัครเล่น หรือคนที่ชื่นชอบดีไซน์ก็ใส่ได้

Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก
Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก

We create the community.

Cycling Chiang Mai ไม่ใช่เพียงสถานที่ แต่คือผู้คน เพราะเป็นสถานที่ที่ผู้คนต่างถิ่นและผู้คนท้องถิ่นได้มาเจอ และร่วมปั่นจักรยานด้วยกัน โดยทุก ๆ เช้าวันเสาร์ มีกิจกรรมที่ชื่อว่า ‘Suthep Saturday Ride’ ที่ต้อนรับนักปั่นทุกคน ปั่นขึ้นดอยสุเทพด้วยกัน และจบด้วยการดื่มกาแฟ พูดคุย แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการปั่นจักรยานของแต่ละคน 

รวมไปถึงการจัดอีเวนต์ปั่นจักรยานขนาดเล็ก ๆ ที่จัดขึ้น 1 – 2 ครั้งต่อปี มีทั้งนักปั่นท้องถิ่นและชาวต่างชาติมาร่วมปั่นด้วยกัน ซึ่งอบอวลไปด้วยความเป็นกันเอง ทำให้ลูกค้าบางคนได้เพื่อน พี่ และน้อง จากคอมมูนิตี้นักปั่น

Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก
ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่

We create the cycling experience and support a local community.

อีกหนึ่งความฝันคือการนำทัวร์เที่ยวด้วยจักรยานรอบเชียงใหม่และภาคเหนือ แม้ลูอิสเรียนจบสายดีไซน์มา แต่ด้วยใจรักการปั่นจึงเปิดบริษัททัวร์จักรยานและเป็นไกด์นำทัวร์ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปนมาหลายปี และทำงานกับบริษัททัวร์จักรยานแนวหน้าของไทย จึงเรียนรู้และสะสมประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วยจักรยานอย่างมืออาชีพ 

มั่นใจได้ว่า สถานที่นี้พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดี ตั้งแต่การเลือกสรรเส้นทางที่สวยงาม ปลอดภัย ควบคู่กับความท้าทายให้เหมาะสมกับผู้ร่วมทริป และการบริการดูแลลูกค้าระหว่างทาง ตั้งแต่การบริการเกี่ยวกับจักรยานจนถึงการเลือกร้านกาแฟในพื้นที่ ที่พวกเขาตั้งใจเลือกสรรมาอย่างดี ให้กับนักท่องเที่ยวที่เป็นนักปั่นจักรยานทั่วโลก 

โดยทั้งคู่ยังสนับสนุนการจ้างงานไกด์ท้องถิ่น ที่ขี่จักรยานนำทัวร์ได้อย่างมืออาชีพด้วย

ลูกค้าต่างประทับใจกับความเชี่ยวชาญในการจัดหาเส้นทางของลูอิส และความน่ารักเป็นกันเองของไกด์ท้องถิ่นส่วนเส้นทางที่ลูกค้าถามถึงเยอะที่สุด หนีไม่พ้นเส้นทางเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน และเส้นทางสามเหลี่ยมทองคำ ที่ปั่นขึ้นไปถึงยอดภูชี้ฟ้า ดอยช้าง และจบที่แม่น้ำโขง เพราะทั้งคู่ต้องการให้ชาวต่างชาติเห็นว่า การปั่นจักรยานในเมืองไทยไม่อันตรายอย่างที่คิด แถมประสบการณ์ระหว่างทางธรรมชาติจนถึงผู้คน จะทำให้เขาตกหลุมรักและกลับมาอีกแน่นอน

ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่

We support local products.

  นอกจากการการเลือกเส้นทางเพื่อการทำทัวร์แล้ว ลูอิสยังเลือกเมล็ดกาแฟเองจากการเดินทางรอบเชียงใหม่ จนลงเอยกับกาแฟคั่วกลางซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของร้าน และขนมอบโฮมเมดก็มาจากร้านท้องถิ่นที่เบียร์ตระเวนชิมและรับรองว่าถูกปากทั้งชาวไทยและเทศ แถมทั้งคู่ยังช่วยกันแปลงโฉมร้านขนาดกะทัดรัดให้ออกมาอบอุ่นเหมือนนั่งเล่นที่บ้าน

ซึ่งนักปั่นฝ่ายชายก็ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ขึ้นมาเอง ลงพื้นที่บ้านถวาย ศูนย์รวมช่างไม้ฝีมือดีของเชียงใหม่เพื่อคุณภาพที่ดีที่สุด ส่วนพื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ ในร้านก็มาจากตลาดค่ำเที่ยง ตลาดต้นไม้ท้องถิ่นของคนที่นี่ด้วย

เป้าหมายของหนุ่มสาวนักปั่นคือการทำธุรกิจยั่งยืน

เขาและเธอจึงให้ความสำคัญกับความท้องถิ่นเป็นพิเศษ ทั้งการสนับสนุนสินค้า ผลผลิตและการจ้างงาน เพื่อหวังว่า Cycling Chiang Mai จะเติบโตในย่างก้าวเล็ก ๆ ไปด้วยกันกับท้องถิ่นและผู้คนในเชียงใหม่

ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่
ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่

ภาพ : Cycling Chiang Mai 

Cycling Chiang Mai 

ที่ตั้ง : เลขที่ 100/166 ซอยพระนาง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 (หน้า มช.) (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 – 16.00 น.

Facebook : Cycling Chiang Mai

Youtube : Cycling Chiang Mai

Writer

Avatar

วีราวัลย์ ชัยแสงจันทร์

ดีไซเนอร์ ผู้ชอบการเล่าเรื่องผ่านทางรูปภาพ และภาพวาด ชอบกาแฟ และธรรมชาติ โดยเฉพาะภูเขาเป็นชีวิตจิตใจ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

อบอุ่นและคับคั่งเหมือนเดิม ยังอยู่ในย่านอารีย์เหมือนเคย เพิ่มเติมคือ ‘Lilou & Laliart’ โยกย้ายมาตั้งอยู่ในซอยอารีย์สัมพันธ์ 10

หลังจากหลายปีก่อน เราเคยสัมภาษณ์ ต้น-เอกกมล ธีปฏิกานนท์ และ ปุ๋ม-นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์ ที่ร้านละเลียดสมัยยังพ่วงอยู่กับ FabCafe Bangkok ในพหลโยธิน ซอย 5 ในขวบปีที่ผ่านมา เจ้าของร้านทั้งสองเติบโตขึ้น ร้านแห่งนี้ก็ขยับขยายกลายเป็นมากกว่าร้านกาแฟและขนม เราเลยเดินทางมาเพื่อพูดคุยกับพวกเขาอีกครั้ง ถึงการเดินทางก่อร่างเป็นร้านอิสระในบ้านเก่าแห่งนี้

แนวคิดการทำร้านยังเหมือนเดิมไหม – เราถาม พร้อมชวนต้นและปุ๋มนั่งลงคุย ก่อนลูกค้าระลอกใหม่จะทยอยมา

กาแฟของละเลียด

ขอทวนความจำกันสักนิดเผื่อใครที่เพิ่งมาเป็นแฟนของร้าน Laliart Coffee ก่อนหน้านี้ต้นทำร้านกาแฟเล็ก ๆ อยู่กับร้านจักรยาน Tokyobike ช็อปแรกในไทยได้อยู่ 2 ปีแล้วโยกย้าย จากนั้นก็โดดมาทำร้านที่ 2 อยู่กับ FabCafe Bangkok ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เริ่มทำเบเกอรี่ขายกับกาแฟจริงจัง ก่อนจะหมดสัญญาในอีก 2 ปีถัดมา นำมาสู่ร้านที่ 3 ที่เรามาเยือนกันในครั้งนี้

“พอหมดสัญญาเราก็ยังอยากทำต่อ แล้วเจอบ้านนี้พอดี การเดินทางครั้งที่สามนี้เราไม่ได้อยู่กับใครแล้ว เราจึงออกแบบพื้นที่และรีโนเวตอย่างที่ชอบและอยากได้” ต้นบอกว่าที่นี่เป็นออฟฟิศเก่ามาก่อน และมี 2 ข้อที่ทำให้ตัดสินใจว่าจะลงหลักปักร้านที่นี่คือ หนึ่ง สเปซสวย และสอง มีที่จอดรถแม้จะอยู่ในซอยก็ตาม

เขาเล่าติดตลกว่าในฐานะอดีต Art Director นิตยสารเก่า เขาก็เขียน AI (Adobe Illustator) กรอบประตูหน้าต่างที่บาร์กาแฟด้านล่างอย่างที่อยากได้ แล้วส่งให้ช่างเนรมิตรออกมาให้

ต้นเล่าต่อว่าพอมีพื้นที่ที่เป็นของตัวเอง ก็ตั้งใจจะ Roast กาแฟอย่างลงลึกและเข้มข้น ซึ่งแพสชันนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ลาออกจากงานพร้อม ๆ กับปุ๋ม แล้วเดินทางไปเป็นอาสาสมัครทำงานในคาเฟ่ในโครงการ WWOOF ที่ญี่ปุ่น ก่อนกลับมาเดินทางไป Sip กาแฟที่แม่ฮ่องสอน ที่นั่นเองที่เขาได้พบกับพาร์ตเนอร์คนสำคัญ ซึ่งนำมาสู่ขั้นตอนศึกษาการคั่วและการเลือกกาแฟแบบสเปเชียลตี้มากขึ้น

“เมล็ดกาแฟที่เราใช้เป็นหลักที่นี่ คือเมล็ดกาแฟไทยจากสวนคำปัน ปลูกในพื้นที่บ้านห้วยห้า (โกลฮาคี) ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 ของเมล็ดกาแฟคัดสรรจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะเราเห็นความตั้งใจของเขา กาแฟที่ทำสะอาดและซับซ้อนขึ้นทุกปี มีหลายโปรเซสมากเพื่อให้รสชาติกาแฟดีขึ้น เราก็อยากสนับสนุนให้คนทำกาแฟดีให้อยู่ได้” นอกจากต้นจะคั่วสเกลเล็กที่นี่เพื่อใช้ภายในร้านแล้ว เขายังรับคั่วส่งสเกลใหญ่ในโรงคั่วของครอบครัวสำหรับร้านอื่น ๆ ที่ต้องการด้วยเช่นกัน

Recommended Menu

at Lilou & Laliart

เมนูซิกเนเจอร์และขายดี

ชูก้าเรย์ กาแฟที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการเขย่ากาแฟกับน้ำตาลอ้อยเพื่อให้เกิดฟอง ผสมกับน้ำส้มเล็ก ๆ เพิ่มความสดชื่น ใช้เมล็ด Light Roast จากบ้านห้วยห้า เมล็ดโทนผลไม้โทนเปรี้ยวแต่ไม่จัด ทำให้ได้รสชาติแบบธรรมชาติ หรือถ้าไม่ใช่สายกาแฟ ลองสั่งสตรอว์เบอร์รีช็อกโกแลตดู ก็อร่อยชื่นใจไม่แพ้กัน

เมนูกินเพลิน

อเมริกาโน่ แม้เป็นเมนูเบสิกแต่มีหลายเมล็ด หลากคาแรกเตอร์ให้เลือก ทั้งเมล็ดไทยและนอกอีกประมาณ 10 กว่าตัว (เดือนไหนมีเมล็ดอะไรบ้าง ลองแวะถามพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์ได้)

เมนูคู่กับนม

ใครชอบทานกาแฟนม Dirty ที่นี่ก็ไม่เป็นรองใคร ซึ่งใช้เมล็ดไทย Medium Roast ผสมกับเมล็ดฉานจากเมียนมา กลายเป็นกาแฟเบสช็อกโกแลต ถั่วนิด ๆ ไม่เปรี้ยว ทานกับนมอร่อย

นมของลิลู

ชิมกาแฟกันไปแล้ว จะลืมขนมได้อย่างไร ใครมาที่นี่เป็นต้องติดใจขนมของ Lilou Cafe เสียทุกราย เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันบนไทม์ไลน์ของปุ๋ม 

หลังจากต้นกำลังทำร้านกาแฟที่แรกที่โตเกียวไบค์ ช่วง 1-2 ปีหลังจากนั้น ปุ๋มก็ไปเปิดร้าน Lilou (อ่านว่า ลิลู ชื่อร้านที่มาจากชื่อเล่นของปุ๋ม) ขายอาหารมังสวิรัติที่ The Yard Bangkok เป็นช่วงคาบเกี่ยวที่ต้นย้ายร้านไปเปิดที่สอง จากนั้นปุ๋มก็ปิดร้าน แล้วโอนย้ายการทำขนมไปไว้ที่ร้านของต้น

ปุ๋มเล่าย้อนตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่าเธอเดินทางด้านจิตวิญญาณและกินมังสวิรัติมาตั้งแต่เด็ก 

“ปกติเราชอบไล่ตามความฝัน ตั้งแต่เป็นอินทีเรียดีไซเนอร์ นักเขียน ครูสอนโยคะ ตอนนั้นฝันว่าอยากเปิดร้านมังสวิรัติ พอเปิดได้ 2 ปีก็รู้สึกว่าทำตามความฝันเสร็จแล้ว เลยปิดแล้วไปอยู่อินเดีย เอาทุกอย่างไปฝากไว้ที่ต้น” ปุ๋มพูดพลางหัวเราะ 

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์
Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์

ร้านละเลียดเลยเริ่มมีแครอทเค้ก บราวนี่ และเลม่อนเค้กสูตรฮิตตั้งแต่นั้น ขนมโฮมเมดที่ปุ๋มคิดสูตรล้วนเลือกวัตถุดิบคุณภาพ ปลอดเนื้อสัตว์ เน้นรสชาติจากวัตถุดิบ ไม่ปรุงรสให้จัดเกินไปจนลูกค้าติดพัน พอมาตั้งร้านของพวกเขาเองแล้ว จึงรวมสองร้านเข้าด้วยกันซึ่งปีนี้กำลังย่างเข้าปีที่สอง โดยมีครัวขนมทำเองอยู่ด้านหลังร้าน

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์

(กระซิบว่านอกจากมาสั่งขนมทานที่ร้าน ใครอยากทานเมนูไหนเป็นพิเศษ พวกเขาก็ยินดีเปิดครัวรับทำให้เช่นกัน เพียงสั่งกันล่วงหน้า)

ชั้นสองของบ้านเก่า

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

หลายคนที่มาคาเฟ่อาจไม่รู้ว่าบนชั้นสองของที่นี่ยังเปิดเป็นสตูดิโอ Lilou Heart Space ด้วย ซึ่งเป็นชีวิตพาร์ตจิตวิญญาณที่ปุ๋มเดินตามมาตลอด

หลังจากหายจากการทำร้าน เธอก็ออกเดินทาง ค้นพบโยคะ สอนอยู่ไม่นานปุ๋มก็รู้ว่าความเข้าใจของเธอลึกลงไปมากกว่าการทำท่าเพื่อออกกำลัง แต่เป็นเรื่องการใช้ร่างกายอันส่งผลต่อ Emotional Body เธอเลยเริ่มทำรีทรีตที่เกาะพะงัน สอนทำ Water Therapy หรือวารีบำบัด ซึ่งเธอเคยเขียนเล่าไว้ในคอลัมน์อโศก

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์
ภาพ : นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์

พอย้ายมาที่นี่ต้นก็ทำห้องด้านบนนี้ไว้ให้เธอเปิดสอน รวมทั้งให้คนที่ทำเรื่อง Energy Work เหมือนกันมาเช่า เพื่อทำสารพัดกิจกรรมที่ไม่ค่อยเห็นที่อื่น ไม่ว่าจะเป็น Soundbath, อ่านไพ่ทาโรต์ หรือคลาสที่ปุ๋มชวนเราเข้าร่วมด้วยคือเวิร์กชอป Healing the self sabotaging patterns & connecting to self worth กับคุณ Shubho Dutta ซึ่งออกแบบมาสำหรับคนเมืองที่มีความเครียดสูงจากการทำงาน หรือใครก็ตามที่รู้สึกว่าความสมบูรณ์แบบและความคาดหวังกำลังทำร้ายเราอยู่ เป็นเหมือนห้องเรียนเล็ก ๆ นั่งพูดคุยและชวนสำรวจจิตใจของตัวเอง ทันทีที่ออกจากห้องเรียน เราก็ได้ค้นจิตใจเบื้องลึกของตัวเอง สนุก และโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก โดยแต่ละเดือนจะมีกิจกรรมหลากหลายไม่ซ้ำกัน รอติดตามได้เลย

อาคาร Lilabo ในสวนด้านหลัง

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

ถ้าเดินสำรวจพื้นที่ด้านล่างต่ออีกสักนิด จะเห็นว่าด้านนอกของร้านมีอาคารชื่อน่ารักอย่าง Lilabo ซ่อนอยู่ ต้นไขข้อข้องใจให้เราว่าอาคารนี้มีไว้ใช้ทำอะไร

“ช่วงแรกเราเอาไว้เพาะต้นไม้ขาย มีทั้งกระถาง อุปกรณ์ รวมทั้งวัสดุปลูก พอช่วงหลังก็ปรับเป็นห้องเวิร์กชอปให้คนมาเช่าใช้ได้ ไม่ว่าจะมาจัดกิจกรรม วาดรูป ทำงานศิลปะ เทสกลิ่น หรืออะไรก็ได้” หลังจากนี้จะมีกิจกรรมอะไรบ้าง รอติดตามผ่านทางเพจได้เลย

ร้านของชำออร์แกนิก

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

นอกจากคาเฟ่และพื้นที่ต่าง ๆ ที่เป็นจุดหมายของแขกขาจรและประจำ พื้นที่ด้านหน้าร้านยังอุทิศให้กับบรรดาของออร์แกนิกและรักษ์โลกน่ารักทั้งหลาย 

“เราอยากทำพื้นที่นี้ให้เป็นคอมมูนิตี้ พยายามหาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมาวางขาย แต่บางอย่างคนที่นี่เห็นแล้วก็อยากมาอยู่ด้วยกัน อย่าง Normal Refill กับสมุดแบรนด์ A pieces of paper ก็รู้จักกัน หรืออย่างน้องดีน ศิลปินที่วาดภาพตกแต่งร้าน บ้านเขาก็อยู่อีกสองซอยนี่เอง วันที่เราเปิดร้านเขาก็มาเปิดตัวด้วย เหมือนเป็นการซัพพอร์ตชาวอารีย์ ที่เราทำก็เพราะว่าเรามีเพื่อนบ้าน” ต้นตอบทั้งหมดนี้อย่างจริงจังและจริงใจ แทนความตั้งใจของพวกเขาที่อยากเป็นส่วนหนึ่งของย่านนี้จริง ๆ

การเดินทางของ Lilou & Laliart

แม้ปุ๋มและต้นจะเดินมาคนละสาย สนใจกันคนละแบบ แต่ทั้งคู่ก็เลือกเปิดบ้านหลังนี้ให้คนเข้ามาเยือนด้วยความรักที่มีเหมือนกัน เพราะอยากให้ที่นี่เป็นเสมือนโอเอซิสของคนกรุงที่มุ่งหน้าหนีความตึงเครียดมาพักผ่อนและมองหาที่พอดีกับใจ

“เราเลือกอยู่อารีย์ตั้งแต่ทำร้านแรกจนถึงร้านที่สาม เพราะย่านนี้อยู่แล้วพอดีกับเรา นอกจากการทำงานที่เป็นเชิงธุรกิจแล้ว ยังมีเรื่องของการใช้ชีวิตด้วย ที่นี่มีอะไรให้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นของกิน ธรรมชาติ การเดินทาง หรือว่าสวน” ต้นตอบในมุมของเขา 

ส่วนปุ๋มเองชอบความเงียบสงบแต่ก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของที่นี่ “ย่านนี้มีคอมมูนิตี้ที่ไม่เหมือนย่านอื่น ทุกคนรู้จักกันหมด เราไม่ได้อยู่อย่างสันโดษ แต่ก็ไม่วุ่นวายเกินไปนัก”

ในอนาคตอีกสัก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า พวกเขาตั้งหมุดหมายเอาไว้ว่าอยากขยายร้านให้กว้างขวางมากขึ้น กาแฟก็จะถูกโปรเซสอย่างเข้มข้นมากขึ้น อาจจะมีร้านอาหารถ้าพร้อมตั้งรับ และอีกส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือพื้นที่ Healing กับความตั้งใจที่อยากผสานสองสิ่งนี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างจริงจัง

นอกจากแวะมาเติมท้อง เติมกำลังกาย และเติมพลังใจแล้ว ใครแวะมาที่นี่แล้วบังเอิญเจอเจ้าของอีกหนึ่งแมวอย่างน้องโอบกอด ก็ทักทายได้เช่นกัน 

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ
Lilou & Laliart
  • 18 ซอยอารีย์สัมพันธ์ 10 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
  • ทุกวัน เวลา 10.00 – 17.00 น.
  • 09 4691 2666
  • Laliart coffee

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

Avatar

สิปปกร วงศ์ธนาภา

ช่างภาพที่หลงรักชุมชนต่าง ๆ ทั่วไทย จนอยากบอกเลิกกับกรุงเทพฯ รักตัวหนังสือที่ทำเห็นภาพ จนอยากบอกเลิกกับกล้องตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load