เมื่อความรักในการปั่นจักรยาน วัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติ มาป๊ะกันที่จังหวัดเชียงใหม่ ‘Cycling Chiang Mai’ จึงเกิดขึ้น โดย ลูอิส เดอ โซวซ่า ดีไซเนอร์นักเดินทางด้วยจักรยานชาวสเปนที่ปั่นมาแล้วรอบโลก ชื่นชอบการปั่นจักรยานกับคนท้องถิ่นเป็นชีวิตจิตใจ พบรักกับ เบียร์-วีราวัลย์ ชัยแสงจันทร์ ดีไซเนอร์สาวชาวไทยที่บาร์เซโลนา 

  ทั้งคู่ตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตคู่ และตามความฝันด้วยกันที่จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ที่เป็นที่ปั่นจักรยานในฝันของนักปั่นทั่วโลก ด้วยแนวทิวเขาทางภาคเหนือที่ท้าทาย และทิวทัศน์ที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ทางภูมิวัฒนธรรมของประเทศไทย แถมจังหวัดเชียงใหม่ยังเป็นสวรรค์ของนักดื่มกาแฟตัวยง 

ไม่ว่าจะลัดเลาะยอดดอยหรือริมแม่น้ำ ก็มีร้านกาแฟอยู่ในทุกแห่งหน รวมถึงกลุ่มคนปั่นจักรยานในเชียงใหม่ที่พบเห็นได้ในทุก ๆ วัน ตั้งแต่เช้าตรู่จรดเย็นย่ำ จากรอบคูเมืองถึงยอดดอยสุเทพ แล้วอะไรจะเข้ากันได้ดีไปกว่านักปั่นจักรยาน เส้นทางปั่นที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา และจุดกำเนิดกาแฟคุณภาพดีที่ไม่เป็นสองรองใคร 

Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก

Cycling Chiang Mai Clubhouse Cafe

จุดเริ่มต้นถือกำเนิดขึ้นเมื่อทั้งคู่เห็นวัฒนธรรมการปั่นจักรยานของกลุ่มนักปั่นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีหลากหลายกลุ่ม ทั้งคนท้องถิ่น คนต่างชาติ และหลากหลายรุ่นอายุ มีจุดประสงค์แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเพื่อสุขภาพ เพื่อซ้อมสำหรับการแข่งขัน ใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อน ครอบครัว หรือแม้แต่ผู้ที่ชื่นชอบการปั่นคนเดียวก็ด้วย

ลูอิสและเบียร์จึงเปิดร้านกาแฟที่ตั้งใจเป็นสภากาแฟยามเช้า เป็นจุดนัดพบก่อนและหลังปั่น ให้กับนักปั่นในเชียงใหม่ นอกจากกาแฟและขนมปังที่มีบริการลูกค้าแล้ว ยังมีหนังสือเกี่ยวกับจักรยานรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นคลังสะสมส่วนตัวของลูอิส เขาและเธอเอามาวางให้ลูกค้าหยิบอ่านระหว่างนั่งที่ร้าน บางทีลูกค้าก็ยืมกลับบ้านไปอ่านต่อ

จนทำให้ลูกค้าประจำบางคน ผลัดกันเอาหนังสือของตัวเองมาวาง จนกลายเป็นเหมือนห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ ที่ต้อนรับนักปั่นจักรยานทุกคนจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมกับรับทำทัวร์จักรยานในภาคเหนือให้กับผู้ที่สนใจด้วย ซึ่งลูอิสกระซิบว่าเขาใช้เวลาถึง 2 ปี ในการสร้างเส้นทางทัวร์จักรยานปลอดภัยที่มาพร้อมภูมิทัศน์อันสวยงาม 

ด้วยสายเลือดนักออกแบบ หนุ่มสาวนักปั่นยังตั้งใจสร้างไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่จริงใจและทุกคนเข้าถึงได้ ด้วยการออกแบบเสื้อยืดและเสื้อปั่นจักรยาน ไม่ว่าจะเป็นนักปั่นมืออาชีพ มือสมัครเล่น หรือคนที่ชื่นชอบดีไซน์ก็ใส่ได้

Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก
Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก

We create the community.

Cycling Chiang Mai ไม่ใช่เพียงสถานที่ แต่คือผู้คน เพราะเป็นสถานที่ที่ผู้คนต่างถิ่นและผู้คนท้องถิ่นได้มาเจอ และร่วมปั่นจักรยานด้วยกัน โดยทุก ๆ เช้าวันเสาร์ มีกิจกรรมที่ชื่อว่า ‘Suthep Saturday Ride’ ที่ต้อนรับนักปั่นทุกคน ปั่นขึ้นดอยสุเทพด้วยกัน และจบด้วยการดื่มกาแฟ พูดคุย แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการปั่นจักรยานของแต่ละคน 

รวมไปถึงการจัดอีเวนต์ปั่นจักรยานขนาดเล็ก ๆ ที่จัดขึ้น 1 – 2 ครั้งต่อปี มีทั้งนักปั่นท้องถิ่นและชาวต่างชาติมาร่วมปั่นด้วยกัน ซึ่งอบอวลไปด้วยความเป็นกันเอง ทำให้ลูกค้าบางคนได้เพื่อน พี่ และน้อง จากคอมมูนิตี้นักปั่น

Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก
ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่

We create the cycling experience and support a local community.

อีกหนึ่งความฝันคือการนำทัวร์เที่ยวด้วยจักรยานรอบเชียงใหม่และภาคเหนือ แม้ลูอิสเรียนจบสายดีไซน์มา แต่ด้วยใจรักการปั่นจึงเปิดบริษัททัวร์จักรยานและเป็นไกด์นำทัวร์ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปนมาหลายปี และทำงานกับบริษัททัวร์จักรยานแนวหน้าของไทย จึงเรียนรู้และสะสมประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วยจักรยานอย่างมืออาชีพ 

มั่นใจได้ว่า สถานที่นี้พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดี ตั้งแต่การเลือกสรรเส้นทางที่สวยงาม ปลอดภัย ควบคู่กับความท้าทายให้เหมาะสมกับผู้ร่วมทริป และการบริการดูแลลูกค้าระหว่างทาง ตั้งแต่การบริการเกี่ยวกับจักรยานจนถึงการเลือกร้านกาแฟในพื้นที่ ที่พวกเขาตั้งใจเลือกสรรมาอย่างดี ให้กับนักท่องเที่ยวที่เป็นนักปั่นจักรยานทั่วโลก 

โดยทั้งคู่ยังสนับสนุนการจ้างงานไกด์ท้องถิ่น ที่ขี่จักรยานนำทัวร์ได้อย่างมืออาชีพด้วย

ลูกค้าต่างประทับใจกับความเชี่ยวชาญในการจัดหาเส้นทางของลูอิส และความน่ารักเป็นกันเองของไกด์ท้องถิ่นส่วนเส้นทางที่ลูกค้าถามถึงเยอะที่สุด หนีไม่พ้นเส้นทางเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน และเส้นทางสามเหลี่ยมทองคำ ที่ปั่นขึ้นไปถึงยอดภูชี้ฟ้า ดอยช้าง และจบที่แม่น้ำโขง เพราะทั้งคู่ต้องการให้ชาวต่างชาติเห็นว่า การปั่นจักรยานในเมืองไทยไม่อันตรายอย่างที่คิด แถมประสบการณ์ระหว่างทางธรรมชาติจนถึงผู้คน จะทำให้เขาตกหลุมรักและกลับมาอีกแน่นอน

ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่

We support local products.

  นอกจากการการเลือกเส้นทางเพื่อการทำทัวร์แล้ว ลูอิสยังเลือกเมล็ดกาแฟเองจากการเดินทางรอบเชียงใหม่ จนลงเอยกับกาแฟคั่วกลางซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของร้าน และขนมอบโฮมเมดก็มาจากร้านท้องถิ่นที่เบียร์ตระเวนชิมและรับรองว่าถูกปากทั้งชาวไทยและเทศ แถมทั้งคู่ยังช่วยกันแปลงโฉมร้านขนาดกะทัดรัดให้ออกมาอบอุ่นเหมือนนั่งเล่นที่บ้าน

ซึ่งนักปั่นฝ่ายชายก็ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ขึ้นมาเอง ลงพื้นที่บ้านถวาย ศูนย์รวมช่างไม้ฝีมือดีของเชียงใหม่เพื่อคุณภาพที่ดีที่สุด ส่วนพื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ ในร้านก็มาจากตลาดค่ำเที่ยง ตลาดต้นไม้ท้องถิ่นของคนที่นี่ด้วย

เป้าหมายของหนุ่มสาวนักปั่นคือการทำธุรกิจยั่งยืน

เขาและเธอจึงให้ความสำคัญกับความท้องถิ่นเป็นพิเศษ ทั้งการสนับสนุนสินค้า ผลผลิตและการจ้างงาน เพื่อหวังว่า Cycling Chiang Mai จะเติบโตในย่างก้าวเล็ก ๆ ไปด้วยกันกับท้องถิ่นและผู้คนในเชียงใหม่

ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่
ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่

ภาพ : Cycling Chiang Mai 

Cycling Chiang Mai 

ที่ตั้ง : เลขที่ 100/166 ซอยพระนาง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 (หน้า มช.) (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 – 16.00 น.

Facebook : Cycling Chiang Mai

Youtube : Cycling Chiang Mai

Writer

Avatar

วีราวัลย์ ชัยแสงจันทร์

ดีไซเนอร์ ผู้ชอบการเล่าเรื่องผ่านทางรูปภาพ และภาพวาด ชอบกาแฟ และธรรมชาติ โดยเฉพาะภูเขาเป็นชีวิตจิตใจ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เราเดินทางมาถึง ‘The Wall KhonKaen Family Space’ ก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย เพื่อเดินสำรวจหมู่บ้านขนาดย่อมกลางเมืองขอนแก่น มีผู้คนหลากวัยตั้งแต่เด็กจิ๋วยันผู้ใหญ่เดินกันขวักไขว่ มีร้านรวงหลายประเภท มีพื้นที่ให้นั่งหย่อนใจรับลมสบาย ๆ ก่อนสองเท้าจะเดินมาหยุดหน้าพิพิธภัณฑ์พระธรรมขันธ์โอสถ ที่ร้อยเรียงเรื่องราวจากพระธรรมขันธ์โอสถ สู่ The Wall KhonKaen Family Space 

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

เป็นโอกาสดีที่เรานั่งสนทนากับ เอิร์ธ-วชิระ ตราชู ผู้ก่อตั้งโครงการแห่งนี้ พ่วงตำแหน่งทายาทรุ่นสี่กิจการยาแผนโบราณ ถึงการเดินทางของ The Wall พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับทุกคนในครอบครัว โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อสร้างความสุขให้ผู้มาเยือน การเดินทางของเอิร์ธครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทว่าขวากหนามก็หาใช่อุปสรรค แต่กลับเป็นบทเรียนให้เขาและสถานที่ตรงหน้าเรียนรู้และเติบโต

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

เท้าความสักนิด ธุรกิจพระธรรมขันธ์โอสถเริ่มต้นในรุ่นทวดที่เดินทางพร้อมเสื่อผืนหมอนใบจากประเทศจีน จนทายาทรุ่นสอง (ปู่โบ ตราชู) ได้รับตำรายาจากพระธุดงค์ ท่านเป็นคนชอบทดลองและศึกษา จึงมุ่งเน้นศึกษาสมุนไพรจนสอบแพทย์แผนโบราณได้ สู่การตั้งห้างขายยาพระธรรมขันธ์โอสถ แรกเริ่มทำเลเดิมอยู่โกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม และย้ายกิจการมาจังหวัดขอนแก่น, สมัยก่อนคนละแวกนี้เรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า พระธรรมขันธ์ทุ่งนา ซึ่งกิจการของครอบครัวดำเนินไปด้วยดี ตีตลาดด้วยการเร่ฉายหนังขายยา เป็นที่รู้จักในหลายประเทศ จากโรงงานผลิตยาแผนโบราณ พัฒนาต่อยอดสู่โรงพิมพ์พระธรรมขันธ์ (เพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์เอง) ที่ยังดำเนินสายพานการผลิตจวบจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 85 ปี 

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

“ถ้า The Wall คือการเดินทาง ภาพที่พวกเราเห็นทุกวันนี้เป็นภาพที่เสร็จแล้ว แต่ว่าเรื่องราวความงามมันอยู่ระหว่างทาง เราผ่านอะไรมาเยอะครับ ส่วนหนึ่งธุรกิจยาแผนโบราณก็ดี ธุรกิจโรงพิมพ์ก็ดี ได้รับผลกระทบ ช่วงที่ถูก Disruption เยอะ ๆ ทำให้เรารู้ว่า เราจะอยู่เหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว”

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น
The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

เมื่อเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง เอิร์ธทบทวนกับตัวเองว่าพื้นที่ที่มีจะกลายเป็นอะไรต่อ

“พ.ศ. 2558 เรามีความคิดอยากรีโนเวตพื้นที่ แต่ในความคิดก็มีความกลัว การจะก้าวผ่านอะไรสักอย่างเป็นเรื่องยากเสมอ โดยเฉพาะการที่เรามีคนรอบข้างอยู่ด้วย เราก็เลยตัดสินใจใช้วิธีถาม

“คนแรกที่เราต้องถามคือ พ่อ เพราะพ่อมีความเป็นเจ้าของ เป็นทายาท เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงมาตลอด เราถามพ่อว่า ถ้าวันหนึ่งที่นี่ไม่เหมือนเดิม พ่อคิดเห็นยังไง สิ่งหนึ่งที่ได้ยินจากปากพ่อ พ่อบอกว่า พ่อไม่ได้ยึดติดเลยนะ พ่อเข้าใจทุกอย่าง ขออย่างเดียว ถ้าทำ แค่เดินเข้าห้องพระ จุดธูปไหว้ปู่แล้วบอกปู่ว่าจะทำ – เคลียร์ ต่อมาคนที่สองที่ต้องถามคือ แม่ คนที่สามที่ต้องถามคือ ภรรยา เราถามเขาว่า อยากให้พื้นที่ตรงนี้เป็นอะไร เขาบอกว่าอยากให้เป็นพื้นที่การศึกษา และ คนสุดท้ายที่ต้องถามคือ ตัวเราเอง เราถามตัวเองว่า แล้วเราจะทำพื้นที่แบบไหนกันที่มันยังให้แรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตอยู่”

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น
The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

แม้เผลอเดินหลงทางในขวบปีแรกจนกิจการเจ๊ง เพราะคิดทำเหมือนคนอื่นเขาทำกัน แต่เอิร์ธก็ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่คนสนิทให้หันกลับมาสำรวจตัวเอง ว่ามีอะไร ชอบอะไร และรักอะไร 

“พอรุ่นพี่มาแนะนำ เราก็เห้ย ทำไมตอนแรกเราต้องทำเหมือนคนอื่นด้วย เราก็เลยกลับมาที่เรื่องราวของบ้านเรานี่แหละ พอพูดเท่านี้ พ่อเอานู่น เอานี่ที่เราไม่เคยเห็นมาให้ดู ทั้งรูปโรงพิมพ์เก่า ฉลากยาเก่า แผ่นเสียงเก่า นี่แหละคือสิ่งที่เราจะต้องทำ เพราะเรารู้จักและเข้าใจมันดีที่สุด”

ในวันที่คุณพ่อเอาทุกอย่างมากางให้ดู คุณเห็นความเป็นไปได้อะไรบ้าง – เราถาม

“เห็นรากเหง้าของตัวเอง สารภาพเลยนะ เมื่อก่อนไม่เคยคิดสนใจเลยว่าประวัติตระกูลเรามาแบบไหน หลังจากนั้นเราเห็นความภูมิใจ เห็นความตั้งใจของปู่ เห็นความพยายามของพ่อ เห็นความพยายามของแม่ที่เลี้ยงลูก 3 คน ที่สำคัญ ไม่มีใครมีเหมือนบ้านเรา ใครบ้างมีพื้นที่แบบนี้ มีโรงงานยาแบบนี้ มีโรงพิมพ์แบบนี้ แถมอยู่ในทำเลดีแบบนี้ โจทย์มีแค่ว่าจะทำยังไงกับมันแค่นั้นเอง 

“แล้วอีกอย่าง เราจะเลือกเป็นตัวเองหรือจะเลือกเป็นคนอื่น” – เขาเลือกข้อแรก

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

ทำเลที่ว่าตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นพื้นที่ปิดสำหรับสายพานการผลิต ไม่เคยมีคนนอกเข้ามายลโฉม เมื่อคนในย่านทราบข่าวการปรับพื้นที่เก่าแก่ทำเลทอง พรรคพวกมากมายขอเช่าพื้นที่ แน่นอนว่าหนีไม่พ้นธุรกิจกิน ดื่ม เที่ยว – แต่นั่นเป็นความคิดของคนอื่น และเอิร์ธตัดสินใจแล้วว่าเขาเชื่อคนข้างกาย

ตอนเริ่มต้นรีโนเวตเอิร์ธรับหน้าที่สถาปนึก พื้นที่ในโครงการก่อร่างจากไม้เก่าที่เคยมี ชวนศิลปินท้องถิ่นมาเพนต์กำแผงด้วยเรื่องราวของผู้คนในพื้นที่ เขาได้แรงบันดาลใจจากสตรีทอาร์ตปีนัง

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

เขาออกแบบให้ The Wall KhonKaen Family Space เป็นหมู่บ้าน เพราะเขาเคยประทับใจตอนเดินทางท่องเที่ยวในหมู่บ้านแถบเนปาลที่สัมผัสความเป็นท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ภายในโครงการมีบ้านขนาดย่อมหลายหลัง จัดวางตามความตั้งใจของเอิร์ธ แซมด้วยสวนสารพัดพันธุ์ไม้ฝีมือพ่อกับลูกชาย และเขาตั้งเป้าหมายให้ที่นี่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับทุกคนจริง ๆ พร้อมกลับไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม 

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

การชักชวนร้านรวงที่เข้ามาอยู่ภายในพื้นที่ก็เลือกจากคนที่มีความเชื่อเหมือนกัน หมายรวมถึงแรงบันดาลใจและการดำเนินชีวิตด้วย นอกจากร้านค้า โรงเรียนสอนศิลปะ ที่นี่ยังมีมุมจัดแสดงภาพถ่ายและเรื่องราวของโรงพิมพ์พระธรรมขันธ์และธรรมขันธ์โอสถ ตลอดจนแกลเลอรีขนาดกะทัดรัด

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น
การเดินทางของ The Wall KhonKaen Family Space พื้นที่สร้างสรรค์ที่รีโนเวตจากโรงงานผลิตยาแผนโบราณและโรงพิมพ์ จ.ขอนแก่น

“เราอยากมีสักพื้นที่หนึ่งที่เรามีความสุขกับมัน นั่นคือแกลเลอรี การทำแกลเลอรีทำให้เรามีโอกาสกลับไปหาเพื่อน ๆ กลุ่มช่างภาพที่รู้จักกันมาเป็นสิบ ๆ ปี ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นพื้นที่ที่ดีนะ เป็นพื้นที่หาคอนเนกชัน เป็นพื้นที่ให้ศิลปินในขอนแก่น เป็นพื้นที่ให้เพื่อน ๆ มาทดลองทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน”

การเดินทางของ The Wall KhonKaen Family Space พื้นที่สร้างสรรค์ที่รีโนเวตจากโรงงานผลิตยาแผนโบราณและโรงพิมพ์ จ.ขอนแก่น
การเดินทางของ The Wall KhonKaen Family Space พื้นที่สร้างสรรค์ที่รีโนเวตจากโรงงานผลิตยาแผนโบราณและโรงพิมพ์ จ.ขอนแก่น

การเกิดขึ้นของหมู่บ้านเดอะวอลล์ทำให้ย่านรื่นรมย์กลับมาคึกคัก พื้นที่สร้างสรรค์ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์คนทุกวัย และเป็นพื้นที่ที่สมาชิกในครอบครัวมาใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน

“การมีพื้นที่สร้างสรรค์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีนะ แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เคารพซึ่งกันและกัน แบ่งปันซึ่งกันและกัน และต้องไม่เอาเปรียบกัน เพราะเรามองว่านี่คือหลักการของการอยู่ร่วมกัน

“เราอยากให้คนมาพื้นที่ของเราได้รับความสุขกลับไป เราชอบหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ชื่อว่า คนนอก ของ อัลแบรต์ กามูส์ เป็นหนังสือที่สั่นสะเทือนความรู้สึกเรามาก เขาพูดถึงกฎแห่งความสุข 4 ข้อ หนึ่ง อยู่ในที่ที่อากาศปลอดโปร่ง สอง ละจากความทะยานอยาก สาม ทำงานสร้างสรรค์ และ สี่ รักใครสักคน – เราคิดว่าคนที่มาเขาต้องโดนสักข้อในกฎของอัลแบรต์ กามูส์” เจ้าบ้านหัวเราะน้อย ๆ

การเดินทางครั้งนี้ของคุณและเดอะวอลล์ ตอบโจทย์ 4 ข้อของอัลแบรต์ กามูส์หรือยัง

“เราว่าเราทำข้อสอบถูกทุกข้อนะ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงมีสุข

“แน่นอนว่าระหว่างทางมันมืด มันตัน และมักมีเข็มทิศของคนอื่นมายัดใส่มือเราเสมอ แต่เราดันเชื่อเข็มทิศของตัวเอง เข็มทิศที่ว่าคือแรงบันดาลใจ คือความเชื่อ คือสัญชาตญาณ”

และเข็มทิศนั้นยังคงพาสถานที่ใจกลางเมืองขอนแก่นแห่งนี้ดำเนินต่อไปโดยไม่หลงทาง 

การเดินทางของ The Wall KhonKaen Family Space พื้นที่สร้างสรรค์ที่รีโนเวตจากโรงงานผลิตยาแผนโบราณและโรงพิมพ์ จ.ขอนแก่น
The Wall KhonKaen Family Space
  • 95 12 ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 23.00 น. 
  • 08 9710 8382
  • The Wall KhonKaen Family Space

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load