เมื่อความรักในการปั่นจักรยาน วัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติ มาป๊ะกันที่จังหวัดเชียงใหม่ ‘Cycling Chiang Mai’ จึงเกิดขึ้น โดย ลูอิส เดอ โซวซ่า ดีไซเนอร์นักเดินทางด้วยจักรยานชาวสเปนที่ปั่นมาแล้วรอบโลก ชื่นชอบการปั่นจักรยานกับคนท้องถิ่นเป็นชีวิตจิตใจ พบรักกับ เบียร์-วีราวัลย์ ชัยแสงจันทร์ ดีไซเนอร์สาวชาวไทยที่บาร์เซโลนา 

  ทั้งคู่ตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตคู่ และตามความฝันด้วยกันที่จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ที่เป็นที่ปั่นจักรยานในฝันของนักปั่นทั่วโลก ด้วยแนวทิวเขาทางภาคเหนือที่ท้าทาย และทิวทัศน์ที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ทางภูมิวัฒนธรรมของประเทศไทย แถมจังหวัดเชียงใหม่ยังเป็นสวรรค์ของนักดื่มกาแฟตัวยง 

ไม่ว่าจะลัดเลาะยอดดอยหรือริมแม่น้ำ ก็มีร้านกาแฟอยู่ในทุกแห่งหน รวมถึงกลุ่มคนปั่นจักรยานในเชียงใหม่ที่พบเห็นได้ในทุก ๆ วัน ตั้งแต่เช้าตรู่จรดเย็นย่ำ จากรอบคูเมืองถึงยอดดอยสุเทพ แล้วอะไรจะเข้ากันได้ดีไปกว่านักปั่นจักรยาน เส้นทางปั่นที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา และจุดกำเนิดกาแฟคุณภาพดีที่ไม่เป็นสองรองใคร 

Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก

Cycling Chiang Mai Clubhouse Cafe

จุดเริ่มต้นถือกำเนิดขึ้นเมื่อทั้งคู่เห็นวัฒนธรรมการปั่นจักรยานของกลุ่มนักปั่นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีหลากหลายกลุ่ม ทั้งคนท้องถิ่น คนต่างชาติ และหลากหลายรุ่นอายุ มีจุดประสงค์แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเพื่อสุขภาพ เพื่อซ้อมสำหรับการแข่งขัน ใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อน ครอบครัว หรือแม้แต่ผู้ที่ชื่นชอบการปั่นคนเดียวก็ด้วย

ลูอิสและเบียร์จึงเปิดร้านกาแฟที่ตั้งใจเป็นสภากาแฟยามเช้า เป็นจุดนัดพบก่อนและหลังปั่น ให้กับนักปั่นในเชียงใหม่ นอกจากกาแฟและขนมปังที่มีบริการลูกค้าแล้ว ยังมีหนังสือเกี่ยวกับจักรยานรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นคลังสะสมส่วนตัวของลูอิส เขาและเธอเอามาวางให้ลูกค้าหยิบอ่านระหว่างนั่งที่ร้าน บางทีลูกค้าก็ยืมกลับบ้านไปอ่านต่อ

จนทำให้ลูกค้าประจำบางคน ผลัดกันเอาหนังสือของตัวเองมาวาง จนกลายเป็นเหมือนห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ ที่ต้อนรับนักปั่นจักรยานทุกคนจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมกับรับทำทัวร์จักรยานในภาคเหนือให้กับผู้ที่สนใจด้วย ซึ่งลูอิสกระซิบว่าเขาใช้เวลาถึง 2 ปี ในการสร้างเส้นทางทัวร์จักรยานปลอดภัยที่มาพร้อมภูมิทัศน์อันสวยงาม 

ด้วยสายเลือดนักออกแบบ หนุ่มสาวนักปั่นยังตั้งใจสร้างไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่จริงใจและทุกคนเข้าถึงได้ ด้วยการออกแบบเสื้อยืดและเสื้อปั่นจักรยาน ไม่ว่าจะเป็นนักปั่นมืออาชีพ มือสมัครเล่น หรือคนที่ชื่นชอบดีไซน์ก็ใส่ได้

Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก
Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก

We create the community.

Cycling Chiang Mai ไม่ใช่เพียงสถานที่ แต่คือผู้คน เพราะเป็นสถานที่ที่ผู้คนต่างถิ่นและผู้คนท้องถิ่นได้มาเจอ และร่วมปั่นจักรยานด้วยกัน โดยทุก ๆ เช้าวันเสาร์ มีกิจกรรมที่ชื่อว่า ‘Suthep Saturday Ride’ ที่ต้อนรับนักปั่นทุกคน ปั่นขึ้นดอยสุเทพด้วยกัน และจบด้วยการดื่มกาแฟ พูดคุย แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการปั่นจักรยานของแต่ละคน 

รวมไปถึงการจัดอีเวนต์ปั่นจักรยานขนาดเล็ก ๆ ที่จัดขึ้น 1 – 2 ครั้งต่อปี มีทั้งนักปั่นท้องถิ่นและชาวต่างชาติมาร่วมปั่นด้วยกัน ซึ่งอบอวลไปด้วยความเป็นกันเอง ทำให้ลูกค้าบางคนได้เพื่อน พี่ และน้อง จากคอมมูนิตี้นักปั่น

Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก
ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่

We create the cycling experience and support a local community.

อีกหนึ่งความฝันคือการนำทัวร์เที่ยวด้วยจักรยานรอบเชียงใหม่และภาคเหนือ แม้ลูอิสเรียนจบสายดีไซน์มา แต่ด้วยใจรักการปั่นจึงเปิดบริษัททัวร์จักรยานและเป็นไกด์นำทัวร์ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปนมาหลายปี และทำงานกับบริษัททัวร์จักรยานแนวหน้าของไทย จึงเรียนรู้และสะสมประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วยจักรยานอย่างมืออาชีพ 

มั่นใจได้ว่า สถานที่นี้พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดี ตั้งแต่การเลือกสรรเส้นทางที่สวยงาม ปลอดภัย ควบคู่กับความท้าทายให้เหมาะสมกับผู้ร่วมทริป และการบริการดูแลลูกค้าระหว่างทาง ตั้งแต่การบริการเกี่ยวกับจักรยานจนถึงการเลือกร้านกาแฟในพื้นที่ ที่พวกเขาตั้งใจเลือกสรรมาอย่างดี ให้กับนักท่องเที่ยวที่เป็นนักปั่นจักรยานทั่วโลก 

โดยทั้งคู่ยังสนับสนุนการจ้างงานไกด์ท้องถิ่น ที่ขี่จักรยานนำทัวร์ได้อย่างมืออาชีพด้วย

ลูกค้าต่างประทับใจกับความเชี่ยวชาญในการจัดหาเส้นทางของลูอิส และความน่ารักเป็นกันเองของไกด์ท้องถิ่นส่วนเส้นทางที่ลูกค้าถามถึงเยอะที่สุด หนีไม่พ้นเส้นทางเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน และเส้นทางสามเหลี่ยมทองคำ ที่ปั่นขึ้นไปถึงยอดภูชี้ฟ้า ดอยช้าง และจบที่แม่น้ำโขง เพราะทั้งคู่ต้องการให้ชาวต่างชาติเห็นว่า การปั่นจักรยานในเมืองไทยไม่อันตรายอย่างที่คิด แถมประสบการณ์ระหว่างทางธรรมชาติจนถึงผู้คน จะทำให้เขาตกหลุมรักและกลับมาอีกแน่นอน

ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่

We support local products.

  นอกจากการการเลือกเส้นทางเพื่อการทำทัวร์แล้ว ลูอิสยังเลือกเมล็ดกาแฟเองจากการเดินทางรอบเชียงใหม่ จนลงเอยกับกาแฟคั่วกลางซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของร้าน และขนมอบโฮมเมดก็มาจากร้านท้องถิ่นที่เบียร์ตระเวนชิมและรับรองว่าถูกปากทั้งชาวไทยและเทศ แถมทั้งคู่ยังช่วยกันแปลงโฉมร้านขนาดกะทัดรัดให้ออกมาอบอุ่นเหมือนนั่งเล่นที่บ้าน

ซึ่งนักปั่นฝ่ายชายก็ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ขึ้นมาเอง ลงพื้นที่บ้านถวาย ศูนย์รวมช่างไม้ฝีมือดีของเชียงใหม่เพื่อคุณภาพที่ดีที่สุด ส่วนพื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ ในร้านก็มาจากตลาดค่ำเที่ยง ตลาดต้นไม้ท้องถิ่นของคนที่นี่ด้วย

เป้าหมายของหนุ่มสาวนักปั่นคือการทำธุรกิจยั่งยืน

เขาและเธอจึงให้ความสำคัญกับความท้องถิ่นเป็นพิเศษ ทั้งการสนับสนุนสินค้า ผลผลิตและการจ้างงาน เพื่อหวังว่า Cycling Chiang Mai จะเติบโตในย่างก้าวเล็ก ๆ ไปด้วยกันกับท้องถิ่นและผู้คนในเชียงใหม่

ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่
ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่

ภาพ : Cycling Chiang Mai 

Cycling Chiang Mai 

ที่ตั้ง : เลขที่ 100/166 ซอยพระนาง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 (หน้า มช.) (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 – 16.00 น.

Facebook : Cycling Chiang Mai

Youtube : Cycling Chiang Mai

Writer

Avatar

วีราวัลย์ ชัยแสงจันทร์

ดีไซเนอร์ ผู้ชอบการเล่าเรื่องผ่านทางรูปภาพ และภาพวาด ชอบกาแฟ และธรรมชาติ โดยเฉพาะภูเขาเป็นชีวิตจิตใจ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ครั้งสุดท้ายที่เราบรรจงเขียนตัวอักษรอย่างประณีตลงบนกระดาษด้วยปากกาหมึกซึมคือเมื่อไหร่

เป็นคำถามที่เราตอบไม่ได้เหมือนกัน เพราะนานมากแล้วจนจำไม่ได้ และดูเหมือนจะไม่ค่อยมีร้านที่ขายปากกาหมึกซึมโดยเฉพาะให้เราเลือกซื้อเท่าไหร่แล้ว ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

แต่บางครั้ง ยุคสมัยก็เปลี่ยนความหลงใหลและความรักต่อบางสิ่งไม่ได้

ตอนนี้เรากำลังยืนอยู่หน้าร้านขายเครื่องเขียนขนาดกะทัดรัดชวนอบอุ่นหัวใจ ที่รวบรวมปากกาหมึกซึม ปากกาคอแร้ง หมึก กระดาษ และเครื่องเขียน ที่มีคุณภาพจากหลากหลายประเทศทั่วโลกไว้ในย่านใจกลางกรุงอย่างสีลม เปิดบริการเพื่อต้อนรับพลพรรคที่รักการขีดเขียนให้ได้มาเยี่ยมชมกันในห้องสีน้ำเงินสบายตา

เราพร้อมจะค้นหาเสน่ห์ปลายตวัดของปากกาหมึกซึมและอุปกรณ์ต่างๆ และย้อนความทรงจำวันวานไปกับร้าน The PIPS Cafe’ แห่งนี้แล้ว

ร้าน The PIPS Cafe’ ร้าน The PIPS Cafe’

จุดเริ่มต้นของร้าน The PIPS Cafe’ เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ในยุคสมัยที่ร้านขายปากกาหมึกซึมเลือนหายไปตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป เอ็ม ชายหนุ่มผู้หลงใหลในการขีดเขียนตัวอักษร ตัดสินใจนำเข้าปากกาหมึกซึม หมึก และกระดาษ จากต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่น ไต้หวัน อเมริกา และยุโรป เพื่อมาขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยหวังที่จะแบ่งปันความรู้สึกสุดพิเศษที่ตัวเองได้รับจากการเขียนนี้ให้แก่ผู้คน

“ในสมัยนี้ความจำเป็นในการใช้ปากกามันน้อยลงมาก สมัยก่อนเราจะจำลายมือของเพื่อนเราได้ แต่เดี๋ยวนี้เราจำลายมือและตัวอักษรของกันและกันไม่ได้แล้วนะ เพราะเราใช้การพิมพ์มากกว่าการเขียน ถ้าเราหันมาใช้ปากกาหมึกซึม มันจะทำให้เราได้ประสบการณ์อีกแบบหนึ่งที่การพิมพ์ไม่มีทางให้ได้ และมันทำให้เราระลึกถึงวันเก่าๆ ที่ถูกครูบังคับให้เขียนด้วย (หัวเราะ) พอมาใช้เราก็จำความรู้สึกนั้นได้ดี”

แต่ช่องทางออนไลน์จำกัดการถ่ายทอดความรู้สึกนี้ได้ผ่านการพิมพ์ตัวอักษรกับลูกค้าเท่านั้น ประสบการณ์ที่ได้รับจะไม่มีวันเทียบเท่ากับการได้ลองจุ่มหมึกเขียนหนังสือ และสนทนากันเพื่อเฟ้นหาสินค้าที่ถูกใจลูกค้าที่สุด เอ็มจึงตัดสินใจขยับขยายมาเปิดหน้าร้านเล็กๆ ที่ตึกธนิยะ สีลม เมื่อเดินเข้ามาจะเห็นหมึกหลายร้อยสีจากสารพัดยี่ห้อถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ปากกาหมึกซึมหลากทรงหลายสิบด้าม สมุดกระดาษเนื้อดีที่คัดสรรคุณภาพ และสินค้าน่าหยิบจับอื่นๆ เช่น ปากกาขนนกสารพัดสี สีน้ำ และของเล่นน่าตื่นตาสำหรับคนรักเครื่องเขียน

ร้านเครื่องเขียน สี ร้านเครื่องเขียน

แม้ร้านนี้จะไม่ได้สมเหตุสมผลทางธุรกิจในมุมมองเสียเท่าไหร่นัก แต่เขามองว่ามันเติมเต็มความรู้สึกและสามารถสร้างพื้นที่ที่เป็นศูนย์รวมของคนรักปากกาหมึกซึม ให้สามารถเข้ามานั่งเล่น พูดคุย แลกเปลี่ยน และทดลองอุปกรณ์คู่ใจของกันและกันได้ เหมือนในต่างประเทศเช่นญี่ปุ่นหรืออังกฤษที่มีร้านเครื่องเขียนเฉพาะทางแบบนี้มากมาย การปรากฏตัวของร้าน The PIPS Cafe’ ถูกบอกเล่าปากต่อปากผ่านลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และกลุ่มลูกค้าของเขามีตั้งแต่วัยประถมที่หาเครื่องเขียนไปโรงเรียน จนถึงวัยเกษียณที่คิดถึงอุปกรณ์สไตล์วินเทจเมื่อตนเองยังเป็นหนุ่มสาว

“เวลาคนรักปากกาเจอกัน บทสนทนาด้วยคำพูดจะน้อยมาก ส่วนมากเราจะคุยกันผ่านการเขียน ต่างคนต่างลองปากกาของอีกคนแล้วแชร์ความรู้สึกกัน และนี่แหละคือเสน่ห์ ต่อให้ใช้ปากกาด้ามเดียวกัน หมึกสีเดียวกัน แต่ละคนเขียนก็จะได้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน เพราะกระดาษที่ไม่เหมือน ขนาดหัวปากกาที่ไม่เท่ากัน น้ำหมึกที่ไม่เท่ากัน มันเป็นเสน่ห์ ของแบบนี้ต้องเป็นคนหลงใหลในปากกาหมึกซึมด้วยกันเท่านั้นถึงจะเข้าใจ”

ปากกา ปากกา

แม้จะมีหน้าร้านให้ลูกค้าได้เข้ามาพบปะพูดคุยและทดลองแล้ว ความท้าทายอีกอย่างหนึ่งคือความหลากหลายของตัวปากกาที่ต่างกันในด้านระบบการทำงานและการเติมหมึก มีตั้งแต่แบบสูบ แบบสุญญากาศ แบบเติมในตัวปากกา และสีหมึกที่มีมากมายหลายเฉดสีเสียเหลือเกิน หากมีใครสักคนเดินเข้ามาบอกเพียงให้ช่วยเลือกหมึกสีน้ำเงินให้ นั่นถือเป็นโจทย์สุดหินทันที เพราะการค้นหาสีที่ใช่ที่สุดในบรรดาเฉดสีกว่าร้อยๆ สีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แน่นอนว่าวิธีแก้ที่น่าสนใจนั้นมีอยู่เสมอ

“ผมอยากแนะนำให้ลูกค้าได้มาลองเลือกดูด้วยตัวเอง ใช้เวลาได้เต็มที่เลย สิ่งที่ผมทำได้คือพยายามเอาหมึกหลากหลายรูปแบบมาเขียนให้ลูกค้าดูจริงๆ ว่าเวลาเขียนแล้วจะออกมาเป็นยังไง ความต่างของสีอาจจะมีแค่ 5% แต่ว่าลูกค้า 2 คนก็จะชอบไม่เหมือนกัน ก็ลองไปได้เรื่อยๆ ผมไม่ได้มองว่าเราเป็นคนซื้อคนขาย แต่มองว่าเป็นเพื่อนเล่นปากกาด้วยกัน ต่อให้ร้านเราปิดทุ่มครึ่ง หลายๆ ครั้งเราก็นั่งเล่นกันถึง 4 ทุ่มเป็นเรื่องปกติ” เจ้าของร้านฝากถึงเพื่อนเล่นปากกาทุกท่านด้วยความต้อนรับ

ปากกา สีน้ำ ร้าน The PIPS Cafe’

เมื่อเราสนทนากันไปสักพักหนึ่ง ก็ถึงเวลาที่เราจะได้เป็นผู้เข้าร่วมการทดลองการใช้ปากกา ปากกาหมึกซึมหลากหลายรูปแบบถูกนำมาจัดวางบนโต๊ะให้เราเลือกสรร พร้อมใบคอลเลกชันสีนับร้อยที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างและความพิเศษของแต่ละสีที่มาพร้อมกับชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ชองตัวเองอย่างเช่น Spearmint Diva, Autumn Oak หรือ Fire Engine Red

และเราเห็นด้วยที่ว่าบทสนทนาจะน้อยลง เพราะตอนนี้สมาธิของเราจดจ่ออยู่ที่ปลายปากกาและกระดาษที่แต่งแต้มไปด้วยสีสัน

เขียน

ระหว่างที่เราขีดเขียนและค้นพบว่าลายมือเราแม้มีอุปกรณ์ชั้นดี แต่ก็ไม่ได้สวยงามน่าชื่นตามากนัก ต่างจากภาพวาดและลายมืองดงามเขียนสดที่ติดทั่วผนังร้าน ซึ่งชวนให้เราจ้องมองและนึกคิดว่าเป็นผลงานของใคร ทำไมถึงบรรจงเขียนออกมาได้สวยงามถึงขั้นนั้น เอ็มเลยเฉลยว่าเป็นของศิลปินมากหน้าหลายตาที่เวียนมาที่ร้านและจารึกรอยน้ำหมึกไว้ลงบนกระดาษที่นี่ ทุกคนดูผ่านการฝึกปรือ คัดลายมือมาอย่างหนักหน่วง ซึ่งเอ็มก็บอกว่าต้องเป็นอย่างนั้น

“การใช้ปากกาหมึกซึมก็เหมือนการเล่นกีฬาหรือดนตรี ต้องซ้อมอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งซ้อมลายมือเราก็จะสวยขึ้น ของแบบนี้ไม่สามารถเร่งรัดได้ ต้องใช้สมาธิ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป มันจะมีเลอะเทอะบ้างเป็นธรรมดาของคนใช้ปากกาหมึกซึม แต่มือเลอะนี่คือความความสุขของคนเล่นปากกาหมึกซึมเลยแหละ วันไหนมือไม่เลอะจะรู้สึกเหมือนวันนี้ไม่ได้มาทำงาน แล้วถ้าเราห่างมันนานๆ ทิ้งไว้ไม่หัดเขียน กลับมาเขียนใหม่ก็จะมือแข็ง ลายมือไม่เข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม ต้องเริ่มกลับมาวอร์มใหม่ตั้งแต่ต้น”

ความเป็นกันเองของเอ็มในการแนะนำสินค้าและให้เวลากับเรา ทำให้เราลืมไปชั่วคราวว่าที่นี่คือร้านปากกา และเข้าใจแล้วว่าใครต่อใครถึงกลับมาบรรจงเลือกสินค้าและคัดลายมือที่นี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความจริงใจของนักเล่นปากกาคนนี้ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งรวมตัวเพื่อแลกเปลี่ยนบทสนทนาและประลองลายมือของคนรักปากกาหมึกซึม มีหลายคนที่ได้พบปะเพื่อนคู่เขียนคนใหม่ในสถานที่แห่งนี้ และกำลังรอพลพรรคนักเขียนทุกท่านก้าวเท้าเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์กัน

ประสบการณ์ที่ต้องเข้ามาลองด้วยตัวเองถึงจะเข้าใจ

ร้าน The PIPS Cafe’ ร้าน The PIPS Cafe’

The PIPS Cafe’

Location: ชั้นล่าง ตึกธนิยะ BTS Wing สีลม บางรัก กรุงเทพมหานคร, 13.728522, 100.533934
Nearby: สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง (ทางออกหมายเลข 1), สถานีรถไฟฟ้า MRT สีลม
เปิดทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 11.00-19.30 น.
Facebook: The PIPS Cafe’

Writer

Avatar

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load