เมื่อความรักในการปั่นจักรยาน วัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติ มาป๊ะกันที่จังหวัดเชียงใหม่ ‘Cycling Chiang Mai’ จึงเกิดขึ้น โดย ลูอิส เดอ โซวซ่า ดีไซเนอร์นักเดินทางด้วยจักรยานชาวสเปนที่ปั่นมาแล้วรอบโลก ชื่นชอบการปั่นจักรยานกับคนท้องถิ่นเป็นชีวิตจิตใจ พบรักกับ เบียร์-วีราวัลย์ ชัยแสงจันทร์ ดีไซเนอร์สาวชาวไทยที่บาร์เซโลนา 

  ทั้งคู่ตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตคู่ และตามความฝันด้วยกันที่จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ที่เป็นที่ปั่นจักรยานในฝันของนักปั่นทั่วโลก ด้วยแนวทิวเขาทางภาคเหนือที่ท้าทาย และทิวทัศน์ที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ทางภูมิวัฒนธรรมของประเทศไทย แถมจังหวัดเชียงใหม่ยังเป็นสวรรค์ของนักดื่มกาแฟตัวยง 

ไม่ว่าจะลัดเลาะยอดดอยหรือริมแม่น้ำ ก็มีร้านกาแฟอยู่ในทุกแห่งหน รวมถึงกลุ่มคนปั่นจักรยานในเชียงใหม่ที่พบเห็นได้ในทุก ๆ วัน ตั้งแต่เช้าตรู่จรดเย็นย่ำ จากรอบคูเมืองถึงยอดดอยสุเทพ แล้วอะไรจะเข้ากันได้ดีไปกว่านักปั่นจักรยาน เส้นทางปั่นที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา และจุดกำเนิดกาแฟคุณภาพดีที่ไม่เป็นสองรองใคร 

Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก

Cycling Chiang Mai Clubhouse Cafe

จุดเริ่มต้นถือกำเนิดขึ้นเมื่อทั้งคู่เห็นวัฒนธรรมการปั่นจักรยานของกลุ่มนักปั่นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีหลากหลายกลุ่ม ทั้งคนท้องถิ่น คนต่างชาติ และหลากหลายรุ่นอายุ มีจุดประสงค์แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเพื่อสุขภาพ เพื่อซ้อมสำหรับการแข่งขัน ใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อน ครอบครัว หรือแม้แต่ผู้ที่ชื่นชอบการปั่นคนเดียวก็ด้วย

ลูอิสและเบียร์จึงเปิดร้านกาแฟที่ตั้งใจเป็นสภากาแฟยามเช้า เป็นจุดนัดพบก่อนและหลังปั่น ให้กับนักปั่นในเชียงใหม่ นอกจากกาแฟและขนมปังที่มีบริการลูกค้าแล้ว ยังมีหนังสือเกี่ยวกับจักรยานรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นคลังสะสมส่วนตัวของลูอิส เขาและเธอเอามาวางให้ลูกค้าหยิบอ่านระหว่างนั่งที่ร้าน บางทีลูกค้าก็ยืมกลับบ้านไปอ่านต่อ

จนทำให้ลูกค้าประจำบางคน ผลัดกันเอาหนังสือของตัวเองมาวาง จนกลายเป็นเหมือนห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ ที่ต้อนรับนักปั่นจักรยานทุกคนจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมกับรับทำทัวร์จักรยานในภาคเหนือให้กับผู้ที่สนใจด้วย ซึ่งลูอิสกระซิบว่าเขาใช้เวลาถึง 2 ปี ในการสร้างเส้นทางทัวร์จักรยานปลอดภัยที่มาพร้อมภูมิทัศน์อันสวยงาม 

ด้วยสายเลือดนักออกแบบ หนุ่มสาวนักปั่นยังตั้งใจสร้างไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่จริงใจและทุกคนเข้าถึงได้ ด้วยการออกแบบเสื้อยืดและเสื้อปั่นจักรยาน ไม่ว่าจะเป็นนักปั่นมืออาชีพ มือสมัครเล่น หรือคนที่ชื่นชอบดีไซน์ก็ใส่ได้

Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก
Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก

We create the community.

Cycling Chiang Mai ไม่ใช่เพียงสถานที่ แต่คือผู้คน เพราะเป็นสถานที่ที่ผู้คนต่างถิ่นและผู้คนท้องถิ่นได้มาเจอ และร่วมปั่นจักรยานด้วยกัน โดยทุก ๆ เช้าวันเสาร์ มีกิจกรรมที่ชื่อว่า ‘Suthep Saturday Ride’ ที่ต้อนรับนักปั่นทุกคน ปั่นขึ้นดอยสุเทพด้วยกัน และจบด้วยการดื่มกาแฟ พูดคุย แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการปั่นจักรยานของแต่ละคน 

รวมไปถึงการจัดอีเวนต์ปั่นจักรยานขนาดเล็ก ๆ ที่จัดขึ้น 1 – 2 ครั้งต่อปี มีทั้งนักปั่นท้องถิ่นและชาวต่างชาติมาร่วมปั่นด้วยกัน ซึ่งอบอวลไปด้วยความเป็นกันเอง ทำให้ลูกค้าบางคนได้เพื่อน พี่ และน้อง จากคอมมูนิตี้นักปั่น

Cycling Chiang Mai คาเฟ่และทัวร์จักรยานท้องถิ่น ที่เป็นสภากาแฟของนักปั่นทั่วโลก
ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่

We create the cycling experience and support a local community.

อีกหนึ่งความฝันคือการนำทัวร์เที่ยวด้วยจักรยานรอบเชียงใหม่และภาคเหนือ แม้ลูอิสเรียนจบสายดีไซน์มา แต่ด้วยใจรักการปั่นจึงเปิดบริษัททัวร์จักรยานและเป็นไกด์นำทัวร์ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปนมาหลายปี และทำงานกับบริษัททัวร์จักรยานแนวหน้าของไทย จึงเรียนรู้และสะสมประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วยจักรยานอย่างมืออาชีพ 

มั่นใจได้ว่า สถานที่นี้พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดี ตั้งแต่การเลือกสรรเส้นทางที่สวยงาม ปลอดภัย ควบคู่กับความท้าทายให้เหมาะสมกับผู้ร่วมทริป และการบริการดูแลลูกค้าระหว่างทาง ตั้งแต่การบริการเกี่ยวกับจักรยานจนถึงการเลือกร้านกาแฟในพื้นที่ ที่พวกเขาตั้งใจเลือกสรรมาอย่างดี ให้กับนักท่องเที่ยวที่เป็นนักปั่นจักรยานทั่วโลก 

โดยทั้งคู่ยังสนับสนุนการจ้างงานไกด์ท้องถิ่น ที่ขี่จักรยานนำทัวร์ได้อย่างมืออาชีพด้วย

ลูกค้าต่างประทับใจกับความเชี่ยวชาญในการจัดหาเส้นทางของลูอิส และความน่ารักเป็นกันเองของไกด์ท้องถิ่นส่วนเส้นทางที่ลูกค้าถามถึงเยอะที่สุด หนีไม่พ้นเส้นทางเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน และเส้นทางสามเหลี่ยมทองคำ ที่ปั่นขึ้นไปถึงยอดภูชี้ฟ้า ดอยช้าง และจบที่แม่น้ำโขง เพราะทั้งคู่ต้องการให้ชาวต่างชาติเห็นว่า การปั่นจักรยานในเมืองไทยไม่อันตรายอย่างที่คิด แถมประสบการณ์ระหว่างทางธรรมชาติจนถึงผู้คน จะทำให้เขาตกหลุมรักและกลับมาอีกแน่นอน

ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่

We support local products.

  นอกจากการการเลือกเส้นทางเพื่อการทำทัวร์แล้ว ลูอิสยังเลือกเมล็ดกาแฟเองจากการเดินทางรอบเชียงใหม่ จนลงเอยกับกาแฟคั่วกลางซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของร้าน และขนมอบโฮมเมดก็มาจากร้านท้องถิ่นที่เบียร์ตระเวนชิมและรับรองว่าถูกปากทั้งชาวไทยและเทศ แถมทั้งคู่ยังช่วยกันแปลงโฉมร้านขนาดกะทัดรัดให้ออกมาอบอุ่นเหมือนนั่งเล่นที่บ้าน

ซึ่งนักปั่นฝ่ายชายก็ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ขึ้นมาเอง ลงพื้นที่บ้านถวาย ศูนย์รวมช่างไม้ฝีมือดีของเชียงใหม่เพื่อคุณภาพที่ดีที่สุด ส่วนพื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ ในร้านก็มาจากตลาดค่ำเที่ยง ตลาดต้นไม้ท้องถิ่นของคนที่นี่ด้วย

เป้าหมายของหนุ่มสาวนักปั่นคือการทำธุรกิจยั่งยืน

เขาและเธอจึงให้ความสำคัญกับความท้องถิ่นเป็นพิเศษ ทั้งการสนับสนุนสินค้า ผลผลิตและการจ้างงาน เพื่อหวังว่า Cycling Chiang Mai จะเติบโตในย่างก้าวเล็ก ๆ ไปด้วยกันกับท้องถิ่นและผู้คนในเชียงใหม่

ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่
ไลฟ์สไตล์แบรนด์ คาเฟ่ และทัวร์จักรยาน ของคู่รักนักปั่นที่ตั้งใจสนับสนุนท้องถิ่นและผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่

ภาพ : Cycling Chiang Mai 

Cycling Chiang Mai 

ที่ตั้ง : เลขที่ 100/166 ซอยพระนาง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 (หน้า มช.) (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 – 16.00 น.

Facebook : Cycling Chiang Mai

Youtube : Cycling Chiang Mai

Writer

วีราวัลย์ ชัยแสงจันทร์

ดีไซเนอร์ ผู้ชอบการเล่าเรื่องผ่านทางรูปภาพ และภาพวาด ชอบกาแฟ และธรรมชาติ โดยเฉพาะภูเขาเป็นชีวิตจิตใจ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ยามบ่ายแก่ในวันฟ้าเปิดที่ไร้หมู่เมฆคอยบดบังทิวากร ทั่วทั้งอาณาบริเวณของสุขุมวิท 36 จึงถูกปกคลุมไว้ด้วยมวลอากาศร้อนราวกับจะลุกเป็นไฟ พี่วินมอเตอร์ไซค์หยุดรถเป็นระยะ ๆ เหตุก็เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราเดินทางเข้ามาในย่านแห่งนี้ บวกรวมกับความไม่คุ้นชินเส้นทาง เราสองจึงต้องคอยดูแผนที่ซ้ำ ๆ เพื่อความแน่ใจ แต่ที่สุดแล้ว พวกเราก็มาถึงสถานที่อันเป็นหมุดหมายปลายทางในวันนี้จนได้

เบื้องหน้าของเราคืออาคารกระจกเปิดโล่ง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น เหนือบานประตูขนาดใหญ่มีอักษรสีขาวนูนกำกับไว้ว่า ‘FLOHOUSE’ สถานที่อันเป็นที่ตั้งของ FLO, FLOLAB, LIVID และ FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระที่เน้นหนักไปทางหนังสือออกแบบและเฟอร์นิเจอร์

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้จะบอกว่าเป็นร้านหนังสือ แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่หนังสือเพียงอย่างเดียว เพราะ นรุตม์ ปิติทรงสวัสดิ์ ทายาทรุ่นสามโรงงานเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบผู้สร้างแบรนด์ FLO ควบตำแหน่งเจ้าของ FLOBOOKSTORE ตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่านั้น ขณะมองสำรวจไปรอบ ๆ พร้อมสูดกลิ่นหอมของกาแฟ เราเห็นภาพของนรุตม์และอีก 4 – 5 คน กำลังจัดเตรียมสถานที่อย่างขะมักเขม้น 

ด้วยเพราะวันรุ่งขึ้น จะเป็นวันที่ FLOHouse เปิดต้อนรับอย่างเป็นทางการวันแรก 

แม้ไร้บทสนทนา แต่เราก็รับรู้ได้ในทันทีว่า พวกเขาทุกคนกำลังตั้งใจอย่างหนัก

เมื่อนาฬิกาเดินถึงยามที่เรานัดหมาย นรุตม์วางมือจากทุกสิ่งอย่าง พร้อมกับบทสนทนาเคล้ากลิ่นกาแฟของร้านหนังสือที่ผูกโยงไว้กับเฟอร์นิเจอร์ด้วยเชือกสายอันเหนียวแน่นก็เริ่มต้นขึ้น

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

ร้านขายประสบการณ์

“ที่นี่เพิ่งเสร็จใหม่ ๆ เลย” ชายตรงหน้าบอกกับเราด้วยแววตาเป็นประกาย

‘ที่นี่’ ที่ว่าก็คือ FLOHouse ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์เด็กมาก่อน และหากลองเพ่งสายตาดี ๆ ก็จะเห็นร่องรอยของกาลเวลาบันทึกไว้บนเพดานไม้สลับปูน

หันมองไปรอบกาย ที่แห่งนี้มีบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย และมีแสงอุ่น ๆ สาดส่องเข้ามาทั่วทั้งบริเวณ นรุตม์ตั้งใจให้อาคารทั้งหลังเป็นกระจกใส (แต่ไม่ร้อน) เพื่อให้ผู้สัญจรไปมามองเห็นว่า ด้านในมีหนังสือ มีร้านกาแฟ มีเก้าอี้น่านั่ง มีมุมสวย ๆ และมีบรรยากาศของการเชื้อเชิญอย่างเป็นมิตร

FLOBOOKSTORE อาจจะเป็นร้านหนังสือที่ต่างจากภาพจำของหลายคนนิด ๆ ด้วยพื้นที่ทั้งร้านไม่ได้เต็มไปด้วยหนังสือทั้งหมด แต่ยังมีพื้นที่ให้กับกิจกรรมอื่น ๆ เพราะนรุตม์ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็น ‘Furniture Design Space’ พื้นที่ของคนรักเฟอร์นิเจอร์และหนังสือ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไป ณ กึ่งกลางของร้าน ตรงนั้นมีเหล่าแท่นวางหนังสือและชั้นหนังสือที่ดีไซน์มาให้วางอวดปกสวย ๆ ของหนังสือได้ ซึ่งนรุตม์เรียกพื้นที่นั้นว่า ห้องจัดแสดงของ FLOLab แต่สิ่งที่เราลงความเห็นว่าช่างน่ารักเสียจริง คือการที่เขาตั้งชื่อให้เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นด้วยนามปากกาของนักเขียนที่ชื่นชอบ อาทิ Murakami Bookconsole, Kafka Bookstand, Marquez Bookstand ฯลฯ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

FLOLab คือห้องทดลองของ FLO ที่ทดลองทำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ๆ ฉีกออกไปจากเดิม และเป็นเหมือนรวมเรื่องสั้นที่ในหนังสือเล่มนั้นไม่ได้มีเรื่องเดียว แต่มีเรื่องสั้น A เรื่องสั้น B C D… ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่จัดแสดงอยู่ ณ ตอนนี้เป็นเพียง Chapter แรกจากหนังสือเล่มหนา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

นรุตม์พยายามเนรมิตพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยน ทำกิจกรรมร่วมกัน กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์แรงบันดาลใจ ผู้มาเยือนได้ค้นหาอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ การจับคู่กับ LIVID คาเฟ่ที่เป็นที่มาของกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งร้านจึงถือกำเนิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ 

“เขาทำเรื่องที่เขาถนัด ผมทำเรื่องที่ผมถนัด พออยู่ด้วยกันน่าจะเกิดอะไรใหม่ ๆ ได้” 

ด้วยกาแฟที่ง่ายต่อการดื่ม และสไตล์การคั่วแบบ Nordic Roasting Style ของ Livid Coffee Roasters ทำให้นรุตม์คิดว่า ช่างเหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ของเขา ซึ่งมีความเป็นสแกนดิเนเวียนผสมผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นนิด ๆ จึงก็ก่อเกิดเป็นการจับคู่ที่ผูกโยงเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ 

เราหันมองไปยังเคาน์เตอร์บาร์ของร้านกาแฟ LIVID ไล่ตั้งแต่แก้วเซรามิกที่เรียงรายอยู่บนชั้น ถัดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์สีดำ และเครื่องไม้เครื่องมือมากมายทั้งรู้จักและไม่รู้จัก ข้าวของทั้งหมดจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ที่ตรงนั้นเป็นอีกมุมที่มีอีกหลาย ๆ เรื่องราวเฝ้าคอยการถูกค้นพบ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

คาแรกเตอร์ของคนขายหนังสือ

“ชีวิตและงานของผม มันคือหนังสือที่ผมอ่านและเรื่องราวที่ผมชอบ” เขาเปรย

วัยเด็กของนรุตม์เติบโตมาพร้อมกับโรงงานเฟอร์นิเจอร์ของครอบครัว เฟอร์นิเจอร์อยู่ในทุก ๆ ช่วงเวลาของเขา ขณะเดียวกัน หนังสือก็อยู่ในทุกช่วงเวลาของเขาเช่นกัน การเติบโตของชายผู้นี้เกิดขึ้นพร้อมกับจำนวนหนังสือที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ลดละ ที่สุดแล้วหนังสือเหล่านั้นก็กลายมาเป็นหลาย ๆ ส่วนในชีวิตเขา 

การอ่านของนรุตม์เริ่มต้นจากหนังสือนิยาย สู่เรื่องสั้น สู่หนังสือปรัชญา หนังสือพุทธศาสนา หนังสือประวัติศาสตร์ ไล่ไปจนถึงหนังสือดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์ เขาเล่าว่าเคยบวช 15 วัน เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนา และทฤษฎีต่าง ๆ ที่เขารู้จากการอ่าน รวมทั้งวิธีการที่จะนำไปใช้จริงในชีวิต

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“ผมมีเพจชื่อ FLOBOOKSTORE” เขาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พร้อมเปิดให้เราดู 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ด้วยเพราะอยากแบ่งปันเรื่องราวของหนังสือแต่ละเล่ม เขาสร้างสมุดบันทึกความทรงจำออนไลน์ขึ้นมาเพื่อแบ่งปันและเขียนเล่าเรื่องราวหนังสือที่ชอบแต่ละเล่มอย่างบรรจงทุกตัวอักษรและทุก ๆ ข้อความ 

นรุตม์พยายามถ่ายทอดทุกความประทับใจที่เขามีต่อหนังสือแต่ละเล่มออกมาให้ได้มากที่สุด ที่น่ารักที่สุดคงเป็นการที่เขาใส่แง่มุมน่าค้นหาของหนังสือแต่ละเล่มไว้อย่างน่าติดตาม เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เพียงเป็นนักอ่าน แต่ยังเป็นทั้งนักเขียน นักเรียน และนักปฏิบัติที่เก่งกาจ ผู้ไม่เคยหยุดแสวงหาสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้การตัดสินใจเปิดร้านหนังสืออิสระในครั้งนี้จะถูกทักท้วงโดยคนในครอบครัว แต่เขาก็ยกเอาเหตุผลและความชอบส่วนตัวเข้าสู้ จึงก่อกำเนิดเป็นร้านหนังสืออิสระแห่งนี้ขึ้นมาจนได้

“ถ้าถามตัวเองว่าก่อนตายอยากจะทำอะไร ร้านหนังสือคือหนึ่งในนั้น” เขายิ้ม

เฟอร์นิเจอร์กับหนังสือ เชือกสายที่ตั้งใจผูก

“ผมรู้สึกว่าที่ไหนก็ตามที่มีหนังสือ ที่นั่นจะดีเสมอ ไม่รู้เพราะอะไร” 

นรุตม์เดินทางท่องเที่ยวในต่างแดนมาหลายหนแห่ง ทุกครั้งที่เขาเดินทาง ร้านหนังสือของเมืองนั้น ๆ มักเป็นหมุดหมายแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจของเขาเสมอ ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ การพบเจอความต่างก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น บางร้านมีหนังสือเล่มนี้ ทำไมบางร้านไม่มี เป็นความแตกต่างที่นรุตม์ยกตัวอย่าง 

นรุตม์ลงความเห็นว่า ร้านหนังสือแต่ละที่เป็นประสบการณ์พิเศษที่ไม่ควรจะเหมือนกัน เพราะร้านหนังสือมีคาแรกเตอร์ของผู้เป็นเจ้าของแฝงอยู่ นรุตม์หลงใหลในเฟอร์นิเจอร์ เขาจึงเลือกเชื่อมโยง 2 สิ่งที่รักอย่างเฟอร์นิเจอร์กับหนังสือเข้าด้วยกัน กลายมาเป็น FLO – BOOK(s) – STORE 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“หนังสือกับเฟอร์นิเจอร์ไม่เหมือนกันโดยตัวมันเอง แต่ทั้งสองอย่างทำให้ชีวิตเราดีขึ้น”

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเฟอร์นิเจอร์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะตอนตื่น ตอนนอน ทำกิจวัตรต่าง ๆ หรือการนั่งดูหนังสักเรื่อง หากได้เก้าอี้ดี ๆ ก็จะทำให้ป๊อปคอร์นอร่อยขึ้น ดูหนังสนุกขึ้น เกิดเป็นการเติมพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยม ขณะเดียวกันหนังสือก็ทำหน้าที่เป็นกุญแจและประตูพาผู้คนไปยังเรื่องราว โลกใบใหม่ หรืออาจจะเสนออีกมุมมองหนึ่งซึ่งต่างออกไปจากที่เราเคยรับรู้ 

เมื่อพูดถึงหนังสือดีไซน์ นรุตม์บอกกับเราว่าเขาไม่อยากเห็นหนังสือดีไซน์จัดอยู่แค่ในมุมเล็ก ๆ ของร้าน และอยากให้มีจำนวนหนังสือประเภทนี้เยอะ ๆ เขาอยากนำเสนอให้ผู้คนเห็นว่า ในโลกของการออกแบบ ตอนนี้มีใครกำลังโลดแล่นอยู่บ้าง และใครกำลังทำอะไรบ้างในต่างประเทศ 

ที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือดีไซน์ที่เล่าเรื่องราวของดีไซเนอร์ซึ่งเป็นฮีโร่ของนรุตม์ 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไปยังชั้นวางและโต๊ะไม้ที่มีหนังสือเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก ในนั้นมีหนังสือหลายหมวดหมู่ เช่น Design, Furniture Design, Interior Designer, Photography, Architecture และ Art and Culture ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นหนังสือที่คนขายเคยอ่าน

“ผมชอบนะ เวลามีคนมาปรึกษาผม ถ้าเขามีปัญหาแบบนี้ เขาจะอ่านอะไรดี” 

นรุตม์อยากเป็นพนักงานขายและผู้ร่ายมนต์เยียวยาที่เก่งกาจ เขาอยากแนะนำหนังสือให้ตรงกับสิ่งที่ผู้มาเยือนแสวงหา ให้คนมาเลือกซื้อได้ค้นพบหนังสือที่ตัวเองชอบผ่านคนขายหนังสือ เพราะมันคือการมอบประสบการณ์พิเศษให้กับผู้มาเยือน

หนังสือและเรื่องราวที่อยากแบ่งปัน

เราถามนรุตม์ว่า หากมา FLOBOOKSTORE หนังสือ 5 เล่มที่เขาจะแนะนำมีเล่มใดบ้าง 

คนขายหนังสือเดินไปหน้าชั้นทันที เขาลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะเลือกหยิบแต่ละเล่มอย่างง่ายดาย มีตั้งแต่หนังสืออ่านง่ายไปจนถึงหนังสือที่มีเนื้อหาการดีไซน์แบบเข้มข้นกลมกล่อม ซึ่งไม่ว่าจะหยิบจับเล่มไหน ก็เขาแนะนำมันด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยพลัง ความตื่นเต้น ความชอบ และความหลงใหล

เล่มที่ 1

Ettore Sottsass and the Poetry of Things Sudjic 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนมุมมองของนรุตม์ และมีต่อผลงานออกแบบของ Ettore Sottsass สถาปนิกและนักออกแบบชาวอิตาลี ผู้เป็นหัวหอกแห่งวงการออกแบบ นรุตม์เล่าว่าสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการอธิบายงานออกแบบ คือหนังสือเล่มนี้เล่าบริบทเบื้องหลังที่โอบล้อมตัว Sottsass ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิต การตัดสินใจ และการออกแบบของเขา

เล่มที่ 2

Axel Vervoordt Stories and Reflection 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

“ชีวิตเขาสนุกดี” นรุตม์เล่าถึงเรื่องราวของ Axel Vervoordt ที่ตอนนี้มีบ้านอยู่ในปราสาท เขาออกแบบเฟอร์นิเจอร์และมีแกลเลอรี่เป็นของตัวเอง 

เล่มที่ 3

THE GOOD. THE BAD. THE UGLY

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นรุตม์หยิบหนังสือเล่มนี้มาพร้อมกับเปิดงานออกแบบชิ้นหนึ่งให้เราดู เขาเล่าว่ามันคือเก้าอี้รูปร่างแปลกตาที่เบื้องหลังมีการลงทุนไปกว่า 10 ล้าน เก้าอี้ตัวนี้ขายไม่ได้เป็นเวลา 2 ปี จนกระทั่งมีสถาปนิกคนหนึ่งนำเก้าอี้ตัวนี้ไปใช้ที่มิวเซียมแห่งหนึ่ง และกลายเป็นว่าเก้าอี้ตัวนั้นเป็นสินค้าขายดีที่สุด นรุตม์เสริมว่า เหตุการณ์นั้นทำให้เขาเห็นว่า ดีไซน์ตัดสินกันไม่ได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

เล่มที่ 4

B Vitra

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

Vitra เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเล่มนี้นำเสนอแง่มุมที่ว่า เขาทำธุรกิจอย่างไร จึงทำให้ร้านขายของเมื่อปี 1950 ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้

เล่มที่ 5

Giorgio Morandi: Late Paintings

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นี่คือหนังสือเกี่ยวกับศิลปินผู้วาดภาพพอร์เทรตซ้ำ ๆ แต่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งการวางของไปมาจนเกิดความชำนาญ ทำให้เขานึกถึง Jiro Dreams of Sushi ที่เชี่ยวชาญในสิ่งนี้มาก เจ้าของร้านหนังสืออิสระพูดเปรียบอย่างขบขันว่า “เหมือนการชกลมวันละพันครั้งจนกลายเป็นเซียนชกลม”

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

สิ่งสำคัญที่นรุตม์ตกตะกอนได้และเล่าสู่กันฟัง คือ

“บางทีเราต้องฟังคอมเมนต์ แต่เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองตามความเห็นของคนอื่น ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน” เขาย้ำหนักแน่น

ก่อนกาแฟจะจืดจาง

ก่อนบทสนทนาเคล้ากลิ่นหอมของกาแฟในครั้งนี้จะสิ้นสุดลง เราชวนนรุตม์เลือกหนังสืออีกหนึ่งเล่มเพื่อเป็นตัวแทนของ FLOBOOKSTORE ซึ่งเขาร้องโอดออกมาทันทีว่า ยากเหลือเกิน 

นั่นอาจเป็นเพราะ FLOBOOKSTORE บรรยายไม่ได้ด้วยหนังสือเล่มเดียวจริง ๆ

แต่ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากเดินวนไปเวียนมาอยู่สักพัก เขาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา หนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า ‘The Danish Chair’ 

หนังสือปกสีน้ำเงินเล่มนั้นบอกเล่าความเชื่อมโยงของเก้าอี้แต่ละตัวกับนักออกแบบแต่ละคน พร้อมกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถักทอสอดประสานเข้าด้วยกันอย่างเป็นเหตุและผล

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36
หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เป็นความทรงจำของเขาที่ Design Museum Denmark ณ โคเปนเฮเกน มิวเซียมที่จัดนิทรรศการ The Danish Chair – an International Affair รวบรวมเก้าอี้จากนักออกแบบทั่วโลกกว่า 113 ตัว นรุตม์เดินทางไปที่เมืองนั้น 2 ครั้ง และแวะเวียนไปที่นิทรรศการนั้น 2 ครั้งเช่นกัน ครั้งแรกเขาไปเยือนพร้อมกับแสงแรกของพระอาทิตย์ในฤดูร้อน ครั้งที่สองเขาไปที่นั่นในฤดูหนาว พร้อมกับความเข้าใจที่มีต่อนิทรรศการมากขึ้น หลังจากได้อ่านเรื่องราวของเก้าอี้และนักออกแบบแต่ละคนจากหนังสือเล่มโปรด

อีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเลือกหยิบเล่มนี้ เพราะคอนเซ็ปต์ของ FLOBOOKSTORE คือการกลับมาทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของดีไซน์และสิ่งต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันเอาไว้อย่างเหนียวแน่น และเฝ้าคอยการถูกค้นพบจากนักเดินทางที่เปิดประตูเข้ามา 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

FLOBOOKSTORE

ที่ตั้ง : 107 ถนนพระรามที่ 4 แขวง คลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ​ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.

Facebook : FLOBOOKSTORE

Instagram : FLOBOOKSTORE

Writer

เกษมณี ชาติมนตรี

นักเรียนฝึกเขียนที่เริ่มการเรียนใหม่ตั้งแต่ 0-10 ชอบของหวาน ชอบอ่านนิยาย ชอบสีสันสดใสของดอกไม้ ชอบเสียงเพลง

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load