ในขณะที่วงการจักรยานได้ถูกพัฒนาไปเรื่อยๆ ทั้งวัสดุในการผลิตจักรยาน รูปทรงที่ลู่ลมแอโรไดนามิก เกียร์ไฟฟ้า เกียร์ 11 สปีด ล้อคาร์บอน ดิสก์เบรก จะพาจักรยานให้ไปไกลมากๆ แล้ว แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ยังหลงใหลในจักรยานรุ่นเก่าๆ หรือที่เราเรียกกันว่ารถจักรยานวินเทจกันอยู่

จักรยานที่ทำมาจากท่อเหล็กกลมๆ นำมาตัดและต่อกันจนได้เป็นรูปทรงที่เรียบๆ ง่ายๆ ดูมินิมอลแตกต่างจากรถรุ่นใหม่ๆ ที่มีการออกแบบที่โฉบเฉี่ยวพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงกว่ามาก

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เริ่มขี่จักรยานโดยเริ่มมาจากรถเสือหมอบวินเทจเช่นกัน ซึ่งมันมีที่มาจากการไปเดินเล่นที่งานจักรยานวินเทจซึ่งจัดกันเป็นประจำต่อเนื่องที่มหาวิทยาลัยศิลปากรนั่นเอง แต่ด้วยภาระหน้าที่การงานและเหตุผลบางประการทำให้งานจักรยานวินเทจที่ศิลปากรนั้นเงียบหายไปหลายปี พร้อมๆ กับกระแสจักรยานวินเทจที่ดูจะซาลงไปในระยะหลังๆ

แต่ตอนนี้มีข่าวดีว่างานจักรยานวินเทจแบบที่เราคิดถึงนั้นกำลังจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งในวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ย. นี้เอง ภายใต้ชื่องานว่า ‘เคาะสนิม’ ผมจึงได้นัดกับทางผู้จัดงานเพื่อขอคุยถึงการกลับมาของงานจักรยานที่มีคนคิดถึงมากงานหนึ่งในบ้านเรา ณ สวนหลวงสแควร์ จุฬาซอย 12 บริเวณที่จัดงานครั้งนี้ รถจักรยานวินเทจสวยงามจอดเรียงรายกันอยู่หน้าร้านกาแฟใกล้ลานกว้าง กับผู้คนที่แต่งกายย้อนยุคมาในชุดกีฬาที่ตัดขึ้นจากผ้าขนสัตว์สีสันสดใส เคล้ากับเสียงหัวเราะที่ดังมาแต่ไกล บอกผมว่าผมมาถูกที่แล้ว

 

เคาะสนิม

 

เริ่มเคาะสนิม

ทางกลุ่มผู้จัดงานเคาะสนิมนั้นเกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มคนรักจักรยานวินเทจมากมายหลายกลุ่ม ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือเหล่าคนที่ไปร่วมงานและเดินดูรถกันที่ศิลปากรมาก่อนนั่นแหละ

“แวดวงจักรยานวินเทจจริงๆ ก็เป็นแวดวงที่ค่อนข้างแคบ ทุกคนก็รู้จักกันเกือบหมดอยู่แล้ว งานวินเทจที่จัดๆ กันมาก่อนหน้านี้ก็มีอยู่ไม่กี่กลุ่ม ซึ่งพวกเราก็เป็นคนที่ไปร่วมงานกับพี่ๆ พวกนั้นแหละ แต่พอมาช่วงหลังๆ อาจจะด้วยเพราะคนช่วยงานน้อยลง หาสถานที่ไม่ได้ มันก็เลยทำให้ไม่ได้มีการจัดงานจักรยานวินเทจในช่วงสองสามปีหลังอีกเลย ถึงจะไม่มีการจัดงานวินเทจ แต่พวกเราคนจัดก็มักจะนัดเจอกันเองเป็นกลุ่มเล็กๆ อยู่เสมอ ทั้งไปปั่นด้วยกัน หรือนัดเจอพูดคุยกัน พวกเราจึงเห็นจังหวะเหมาะว่าเราน่าจะพอจัดงานใหญ่กันได้ ก็เลยไปคุยกับพี่ๆ หลายๆ กลุ่ม ทุกคนก็เห็นด้วยกับเราและเข้ามาให้ความช่วยเหลือในการจัดงานกันทั้งหมดเลย”

เคาะสนิม กลุ่มจักรยานวินเทจ

“งานนี้เป็นงานที่เราทำกันเองจริงๆ โดยเริ่มจากศูนย์ พูดกันแบบตรงๆ เราไม่มีงบเลย แม้แต่สปอนเซอร์ที่ได้มาเป็นเงินก็ไม่มี มีแต่ของรางวัลให้คนมาเดินในงานเล็กน้อย ก็เป็นพวกพี่ๆ ในกลุ่มวินเทจนี่ล่ะ ที่ทำธุรกิจของตัวเองซึ่งมีการช่วยเหลือกันทั้งให้เป็นเงินสดมา ไม่ก็ช่วยเหลือเรื่องของที่เราต้องใช้ พี่ที่ทำโรงพิมพ์ก็พรินต์แผ่นป้ายให้เราฟรี บางคนทำบริษัทอีเวนต์ก็มาทำของประดับงานให้ฟรี เหมือนเป็นงานที่พี่ๆ น้องๆ ช่วยเหลือกันเพื่อให้มันเกิดขึ้นมาได้ เพราะทุกคนอยากเห็นแวดวงวินเทจมันกลับมาได้รับความสนใจและแพร่หลายขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง”

 

เคาะขึ้นรูปงาน

ทางทีมงานผู้จัดมีการระดมไอเดียกันถึงรูปแบบของงาน และเจอปัญหาของงานจักรยานวินเทจทุกครั้งว่า เวลาคนทั่วไปเห็นว่ามีงานเขาก็สนใจและขี่รถจักรยานเพื่อไปร่วมในงานวันนั้น ตอนไปถึงงานก็กลายเป็นว่าเดินในงานแบบเหวอๆ เพราะไม่รู้จักใครเลย สนใจอยากรู้เกี่ยวกับรถที่จอดในงานก็ไม่รู้จะไปถามใคร กลายเป็นว่าอยู่ได้สักพักก็ต้องกลับก่อน ทางทีมงานจึงคิดถึงคนที่จะมาร่วมงานซึ่งเป็นคนหน้าใหม่ ด้วยการเตรียมสตาฟฟ์ไว้คอยดูแลคนทุกคนที่จูงจักรยานเข้ามาในงาน คอยให้ข้อมูลต่างๆ หรือถ้าให้ข้อมูลบางอย่างไม่ได้ก็ไปตามพี่ๆ เจ้าของรถจักรยานให้มาตอบ เพื่อให้งานนี้เป็นที่พบกันของคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน คนมาใหม่ก็สามารถมาร่วมได้โดยไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งหรือเหมือนมางานปาร์ตี้ของคนอื่น แต่เป็นงานที่ต้อนรับคนทุกคนที่มาเจอกัน

“เราคิดถึงบรรยากาศแบบเก่า พี่ๆ หลายคนจูงรถคันสวยเดินเข้ามา ได้มาเจอเพื่อนเก่าๆ มาคุยกับคนที่ชอบของเหมือนๆ กันด้วยภาษาเดียวกัน คือเราก็เห็นพี่ๆ หลายคนที่เล่นรถวินเทจมาก่อนแต่ตอนนี้ก็เริ่มไปขี่จักรยานคาร์บอน บางคนก็เลิกปั่น เอารถแขวนเก็บไว้ที่บ้านอย่างเดียวก็มี ก็เลยเป็นที่มาของชื่องานว่า ‘เคาะสนิม’ ที่ตั้งชื่อว่าเคาะสนิม เพราะทุกๆ คนก็หยุดและหายไปนาน เลยจะเคาะสนิมตัวเราเองให้หยิบรถออกมาเจอกันในงานหน่อย เป็นเหมือนการมาเจอกันของคนที่รักและชอบจักรยานวินเทจ แล้วเราก็ไม่ได้สนใจเฉพาะรถวินเทจแบบใดแบบหนึ่ง เราอยากเห็นรถจักรยานหลายๆ แบบมาอยู่ในงานเราทั้งหมด ทั้งรถอิตาลี รถฝรั่งเศส รถญี่ปุ่น รวมไปถึงรถพับวินเทจ รถโบราณ รถทัวร์ริง เปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มและทุกคนเข้ามาเจอกันได้ทั้งหมดครับ”

จักรยานวินเทจ กลุ่มจักรยานวินเทจ

 

เคาะระฆังเริ่มงาน

“กิจกรรมในวันงาน (อาทิตย์ที่ 26 พ.ย. นี้) นั้นเริ่มตั้งแต่เช้าไปจนถึงตอนค่ำ โดยตอนเช้าเราจะมีนัดรวมตัวกันตอนเช้าที่สวนหลวงสแควร์ แล้วปั่นจักรยานไปตามจุดที่สวยๆ ของกรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ก่อนจะวนกลับมาที่สวนหลวงสแควร์ สำหรับคนที่มาลงทะเบียนภายใน 400 คนแรกจะได้ป้ายผ้าแบบที่นักแข่งสมัยก่อนใช้ติดเวลาแข่งจักรยานด้วย

“พอกลับมาถึงตอนบ่ายก็จะเป็นงานแสดงรถ ทางเราก็จะเตรียมที่จอดไว้ให้เรียบร้อย มีคนดูแลให้อย่างดี ถ้าเข็นรถเข้ามาในงานก็จะได้ป้ายติดที่รถด้วย สิ่งที่พิเศษในงานนี้ก็คือเรารวมรถทุกแบบทุกประเภทมาไว้ในงานเรา ทั้งรถหายากหลากหลายรูปแบบ ทั้งเสือหมอบอิตาลี เสือหมอบญี่ปุ่น ทัวรริ่ง BMX รถ Track รถมินิเวโล (ล้อเล็ก) รถโบราณแบบพวกรถล้อโต รถพับวินเทจ เสื้อผ้าวินเทจทั้งเสื้อแข่งจักรยานยุคเก่าและอุปกรณ์เสริมที่หลากหลาย บนเวทีก็จะมีการให้ความรู้และกิจกรรมเวิร์กช็อปด้วย อย่างเช่นจะมีช่วงแนะนำการเริ่มต้นหารถจักรยานวินเทจ จะเรียกว่าวินเทจ 101 ก็ได้ หลายๆ คนชอบคิดว่ารถวินเทจมันต้องแพง ส่วนหนึ่งที่มันแพงเพราะหลายคันเอาอะไหล่หายากมาใช้ ราคามันก็เลยสูง เราจะแนะนำว่าถ้าคุณอยากเริ่มต้นกับจักรยานวินเทจ คุณควรจะเริ่มต้นยังไงได้บ้าง ในราคาที่ไม่สูงเกินไป แต่ได้รถที่ขี่สนุกและเหมาะสมกับการใช้งาน

จักนยานวินเทจ จักรยานวินเทจ

“พอช่วงเย็นๆ ก็จะมีการประกวดการแต่งกายและประกวดรถจักรยานวินเทจด้วย ซึ่งกรรมการจะคัดเลือกจากรถที่มาในงาน โดยแบ่งออกเป็น 5 หมวด คือ ประเภทเสือหมอบสับถัง, BMX, รถ Track Bike, รถจักรยานทัวร์ริง และรถพับกับรถมินิ

“กรรมการของเรานี่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญของรถแทบทุกประเภท ถ้าได้รับใบประกาศก็น่าจะถือว่าเป็นเกียรติประวัติของจักรยานคันนั้นแล้วครับ ถ้ามองกิจกรรมทั้งหมดที่ว่ามาแล้วงานนี้ก็น่าจะเป็นงานจักรยานวินเทจที่ครบเครื่องที่สุดแล้วครับ

งานจักรยานวินเทจ

จักรยานวินเทจ

เคาะความในใจ

เท่าที่คุยกันมาพักใหญ่ ผมเห็นความตั้งใจและมุ่งมั่นของเหล่าทีมงานที่มาเหนื่อยจัดงาน ซึ่งนอกจากจะไม่ได้เงินเพิ่มในกระเป๋าพวกเขาแล้ว ยังต้องควักเนื้อลงกันเพิ่มอีกต่างหาก ผมถามทีมงานว่ารถจักรยานวินเทจมันมีสเน่ห์อะไร ทำไมถึงยอมเหนื่อยทำอะไรแบบนี้

“พวกเราชอบรถวินเทจในเรื่องของความสวยงาม และรายละเอียดของรถจักรยาน รถพวกนี้สมัยก่อนมันมีความวิจิตร สวยงาม และมีรายละเอียดที่ไม่เหมือนรถจักรยานใหม่ๆ ที่ผลิตจากโรงงาน ซึ่งเน้นผลิตออกมาครั้งละมากๆ เพราะรถวินเทจทั้งหลายพวกนี้มันถูกทำด้วยมือทั้งหมด จากท่อเหล็กที่ค่อยๆ ตัดแต่งและเชื่อมเข้าด้วยกันจนกลายมาเป็นเฟรม อย่างข้อต่อของท่อจักรยาน (ลักซ์) เนี่ย บางยี่ห้อก็มีหน้าตาที่สวยงามประณีต บางยี่ห้อก็เป็นลวดลายฉลุแบบที่เราหาไมไ่ด้อีกแล้วในปัจจุบัน

“นอกจากความงามแล้ว สิ่งที่เป็นสเน่ห์ที่สำคัญที่สุดของรถวินเทจก็คือประวัติของมัน ทั้งในส่วนของรถและอะไหล่ อย่างอะไหล่นั้นก็มีเรื่องให้ค้นหาเช่นกัน อะไหล่บางชิ้นถูกบริษัทพัฒนาออกมาเป็นรุ่นใหม่ แต่ทำออกมาแล้วมีปัญหาก็ถูกเรียกคืนกลับไปบริษัท ไอ้อะไหล่ชิ้นนี้ก็กลายเป็นของหายากมีราคาขึ้นมา หรือพี่ๆ บางคนก็จะไปตามหาอะไหล่ที่มันถูกผลิตออกมาในปีเดียวกับเฟรม เพื่อมาประกอบกันให้มันอยู่ตรงยุคกันด้วย การไปตามหาอะไหล่เหล่านี้เจอแล้วมาประกอบเป็นรถได้ก็ทำให้เราสนุกและภูมิใจกับมันนะครับ รวมไปถึงจักรยานบางคันในปีที่ถูกผลิตออกมา สีแดงอาจจะเป็นตัวทอปสุดในยุคนั้น แต่สีขาวอาจจะเป็นสีทีมที่ได้แชมป์มา คนก็จะเก็บสีขาวมากกว่าทำให้ราคาสูงกว่าอะไรแบบนั้น หรือจักรยานยี่ห้อเดียวกัน รุ่นยเดียวกัน ผลิตในปีเดียวกัน ก็อาจจะมีอะไหล่ที่ติดมากับรถที่แตกต่างกันได้ มันก็จะมีเรื่องให้เราได้ค้นคว้า หาข้อมูลต่อไปได้ ยิ่งมีเพื่อนพี่น้องที่สนใจของเหมือนๆกันเยอะขึ้น มันก็จะทำให้การขี่รถจักรยานวินเทจมันสนุกมากยิ่งขึ้นไปอีก  และก็อย่างที่บอกไป เราอยากเห็นแวดวงวินเทจมันกลับมาได้รับความสนใจ และแพร่หลายขึ้นมาอย่างที่มันเคยเป็นมาครับ”

ใครที่สนใจและหลงใหลในรถจักรยานวินเทจ ทั้งในจุดเริ่มต้นที่อยากหารถมาครอบครอง อยากเห็นรถสะสมหายากที่มีมูลค่าสูง หรือแค่อยากมาเดินเล่นดูงานก็อย่าพลาดงานนี้กันนะครับ ถ้ามีคนมากันเยอะๆ ไม่แน่ผู้จัดก็อาจจะจัดมันขึ้นเป็นประจำให้เราได้มาเดินมาปั่นอีกในปีต่อๆไปก็เป็นได้

จักรยานวินเทจ

งานเคาะสนิม ไทย.น่อง.เหล็ก

26 พย 2560 เวลา 6.00-20.00 น

https://www.facebook.com/Shake.The.Rust.Off/

รายละเอียดเส้นทางปั่นช่วงเช้า (ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 20 km)

กำหนดการ งานปั่นเคาะสนิม เคาะไขข้อเบา ๆ ช่วงเช้า ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 20 km6:00 ลงทะเบียน ลานกิจกรรม สวนหลวงสแควร์…

Posted by เคาะสนิม ไทย.น่อง.เหล็ก on Monday, November 20, 2017

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Cycling Culture

เรื่องราวที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจจากผู้ใช้จักรยาน

ไต้หวัน นอกจากจะเป็นที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในช่วงสองสามปีมานี้ สิ่งหนึ่งที่ไต้หวันเป็นมาตลอดก็คือประเทศอุตสาหกรรมทันสมัย ที่รับจ้างผลิตทั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์ และที่สำคัญที่สุดคือ จักรยาน รถจักรยานแบบพรีเมียมราคาแพงมากมายที่ติดแบรนด์จากยุโรปหรืออเมริกานั้น ล้วนแล้วแต่กำเนิดมาจากไต้หวันทั้งสิ้น เรียกได้ว่าเป็นดินแดนที่ผลิตจักรยานหลักๆ แห่งหนึ่งในโลกเลยทีเดียว

ซึ่งถ้าใครเคยไปไต้หวันก็จะรู้ว่า เมื่อก่อนคนไต้หวันนั้นไม่ปั่นจักรยานกันเลย เราจะพบเห็นรถสกูตเตอร์มากมายในทุกๆ ถนนทั่วทั้งเกาะ ทางรัฐบาลก็คิดว่ามันเป็นเรื่องตลกดีที่ประเทศผู้ผลิตจักรยานให้คนในโลกนี้ใช้ แต่ตัวเองกลับไม่ปั่นจักรยาน แล้วมันจะสามารถผลิตจักรยานออกมาได้ดีได้ยังไงกัน

ทางรัฐบาลไต้หวันจึงริเริ่มส่งเสริมให้คนไต้หวันออกมาใช้จักรยานกันในหลายๆ มิติ ทั้งใช้ในการท่องเที่ยวชมวิว ใช้เพื่อสัญจรในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการปั่นจักรยานเพื่อเป็นกีฬา และมีการส่งเสริมในหลายด้าน ทั้งจัดงานแข่ง ส่งเสริมรณรงค์ให้รถจักรยานสามารถนำขึ้นขนส่งมวลชนสาธารณะได้ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟ ไปจนถึงรถไฟความเร็วสูง รวมถึงสร้างทางจักรยานโดยเฉพาะขึ้นมามากมายทั่วทั้งเกาะ เพื่อให้การขี่จักรยานนั้นเป็นเรื่องปลอดภัย

แล้วเส้นทางที่เลือกมาทำทางจักรยานนั้นก็ล้วนแล้วแต่เลือกสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังและสวยงามมาทำเพื่อดึงดูดให้คนมาปั่นมากขึ้นอีกทางนึงด้วย โดยทางรัฐบาลมีแผนจะเชื่อมทางจักรยานเหล่านั้นเข้าด้วยกัน เพื่อให้นักปั่นสามารถปั่นจักรยานบนทางจักรยานโดยเฉพาะรอบเกาะได้แบบครบทั้งรอบภายในปี 2020 ถึงตอนนั้นไต้หวันจะกลายเป็นประเทศที่เป็นมิตรกับจักรยานอย่างเต็มตัว

นอกจากเส้นทางจักรยานที่ทั้งวิวสวยและปลอดภัยซึ่งทำให้เราอิจฉาตาร้อนแล้ว อากาศของไต้หวันนั้นก็ถือว่ามีช่วงเวลาที่น่าปั่นกันอยู่หลายช่วงเวลา หน้าหนาวไม่ได้หนาวจนเกินไป ฤดูใบไม้ผลิก็อากาศเย็นสบายกำลังดี มีซากุระให้ด้วย ฤดูใบไม้ร่วงก็มีอากาศที่ดีคล้ายตอนฤดูใบไม้ผลิ และมีใบไม้เปลี่ยนสีให้ดูด้วยเช่นกัน

รวมไปจนถึงอาหารการกินที่ก็ใกล้เคียงกับบ้านเรา สตรีทฟู้ดก็มีอยู่มากมายหลากหลายทั้งรสชาติและราคา ถ้าอยากจะเปลี่ยนการปั่นที่เหงื่อไหลท่วมตัวแบบที่ไทยไปเป็นการหนีร้อนไปปั่นเย็นที่ไต้หวันจึงดูเป็นเรื่องที่น่าสนใจและไม่ลำบากกระเป๋าตังค์เท่าไหร่นัก (สำหรับชาวไทยนั้นมีข่าวดีอีกเรื่องคือทางไต้หวันได้ต่อเวลาฟรีวีซ่าออกไปจนถึง 31 กรกฎาคม 2562 โดยสามารถอาศัยอยู่ได้ 14 วันจากเดิมที่เป็น 30 วัน)

ว่าแล้วก็ขอนำเสนอเส้นทางน่าปั่นจักรยานทั่วไต้หวันที่เราคิดว่าควรค่าแก่การไปปั่นให้เลือกดูกันครับ

 

1.   ขี่จักรยานชมวิวเลียบแม่น้ำในไทเป

รวมเส้นทางจักรยานสุดสวยของไต้หวันที่ควรหนีร้อนไปปั่นเย็นๆ

  • โลเคชัน ไทเป
  • มีห้องน้ำบริการในเส้นทาง
  • ระยะทางทั้งหมด 112 กิโลเมตร

ระยะทางของเส้นทางจักรยานในเมืองไทเปนั้นฟังน่าตกใจกับความยาว แต่จริงๆ แล้วมันคือเส้นทางจักรยานเลียบแม่น้ำจำนวน 28 แห่งที่เชื่อมต่อถึงกัน โดยเส้นทางจักรยานแห่งนี้นั้นจะพาเราไปรับลมและรับวิวแม่น้ำแบบสวยงามเต็มตาจริงๆ และไม่ใช่เพียงแค่วิวแม่น้ำ แต่ธรรมชาติสองข้างทางก็สวยงามและสมบูรณ์จนเป็นจุดดูนกของคนไต้หวันด้วยนะ ถ้าไม่มีเวลาขนาดจะปั่นตลอดทั้งเส้นทาง เราก็ขอเลือกเส้นทางส่วนที่เด่นๆ มาอย่างเส้นทางช่วง Dansui,  Xindian,  Keelung และ Jingmei ซึ่งทั้งหมดนี้มีร้านค้าและตลาดกลางคืนอยู่ใกล้ๆ เพื่อเวลาปั่นเสร็จนอกจากจะอิ่มเอมใจกับวิวแม่น้ำแล้ว ก็จะได้หาซื้อน้ำและอาหารมาทำให้อิ่มเอมกายด้วย

 

2.   ปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำพร้อมแสงสีจากสะพาน

รวมเส้นทางจักรยานสุดสวยของไต้หวันที่ควรหนีร้อนไปปั่นเย็นๆ

  • โลเคชัน นิวไทเป
  • มีห้องน้ำบริการในเส้นทาง

ทางจักรยานเลียบแม่น้ำที่มีวิวสวยงามมาก เพราะเส้นทางจักรยานสามารถเห็นวิวได้ทั้งวิวแม่น้ำและวิวมหาสมุทร การมาปั่นในช่วงตอนเย็นพร้อมเห็นวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยมากๆ ก็น่าจะผ่อนคลายและเติมพลังให้เราได้เป็นอย่างดี

 

3.   ปั่นจักรยานชมวิวเมืองจากมุมสูง

รวมเส้นทางจักรยานสุดสวยของไต้หวันที่ควรหนีร้อนไปปั่นเย็นๆ

  • โลเคชัน นิวไทเป
  • มีห้องน้ำบริการในเส้นทาง

เส้นทางจักรยานที่เชื่อมระหว่างสองฟากฝั่งแม่น้ำ Dahan หรือแม่น้ำที่ไหลผ่านเมืองไทเป โดยทางรัฐบาลได้สร้างสะพาน New Moon (Xinyue) เพื่อเชื่อมทั้งสองฝั่งของแม่น้ำไว้

ความพิเศษของสะพานแห่งนี้คือเป็นสะพานที่เป็นมิตรต่อทั้งคนเดินและคนขี่จักรยานอย่างแท้จริง จึงน่าจะเป็นเส้นทางที่ได้เห็นวิวแม่น้ำจากมุมสูงเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น นอกจากนี้ตัวสะพานยังมีการติดตั้งไฟไว้อีกด้วย ในช่วงค่ำหรือ Magic Hour เราจะได้เห็นสะพานมีสีสันสวยงามขึ้นไปอีก

ช่วงเวลาที่ควรไปปั่นมากๆ คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม เพราะสองฝั่งแม่น้ำจะเต็มไปด้วยดอกซากุระสีแดง การได้ปั่นจักรยานท่ามกลางดอกซากุระเหล่านี้นั้นคงเป็นประสบการณ์ที่พิเศษและลืมไม่ลงจริงๆ

 

4.  ปั่นจักรยานบนทางรถไฟเก่าพร้อมรับลมจากมหาสมุทรแปซิฟิก

รวมเส้นทางจักรยานสุดสวยของไต้หวันที่ควรหนีร้อนไปปั่นเย็นๆ

  • โลเคชัน นิวไทเป
  • มีห้องน้ำบริการในเส้นทาง
  • ระยะทาง 20  กิโลเมตร

เส้นทางจักรยาน Caoling นั้นเป็นเส้นทางที่อยู่ข้างๆ ทางรถไฟเก่าที่ถูกสร้างมาตั้งแต่ปี 1920  โดยมีเส้นทางเป็นวงกลม ระยะทางรวมๆ ประมาณ 20 กิโลเมตร ทางขึ้นเขานั้นจะพาเราไปเห็นวิวเส้นขอบฟ้าของมหาสมุทรแปซิฟิกก่อนจะมาเจอกับหาดทราย ไฮไลต์ที่สำคัญที่สุดของเส้นทางนี้ก็คือการปั่นลอดอุโมงค์ที่เจาะภูเขาทั้งลูกเข้าไป

จะมีสักกี่ครั้งที่เราจะสามารถปั่นจักรยานลอดภูเขาทั้งลูกได้แบบนี้ และการเดินทางมาปั่นที่นี่ก็ง่าย เพราะมีรถไฟจากไทเปมาวันนึงหลายรอบ และมีร้านเช่าจักรยานให้เลือกมากมาย

 

5.   เส้นทางจักรยานที่พาเราใกล้ชิดกับธรรมชาติแสนสวยของ Yilan

รวมเส้นทางจักรยานสุดสวยของไต้หวันที่ควรหนีร้อนไปปั่นเย็นๆ

  • โลเคชัน Wujie Township and Dongshan Township, Yilan
  • มีห้องน้ำบริการในเส้นทาง
  • ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร

เส้นทางจักรยานที่พาเราไปสัมผัสวิวธรรมชาติที่สวยงามของทั้งทุ่งดอกไม้และนาข้าว เป็นเส้นทางที่ไม่ได้มีเขาสูงชันอะไร รวมทั้งสภาพถนนที่เรียบสนิทก็เหมาะสำหรับการปั่นของทุกคนในครอบครัว การเดินทางมาที่นี่ก็ถือว่าง่าย เพราะมีรถไฟจากไทเปมาลงที่สถานี Dongshan อ้อ แล้วที่สถานีรถไฟก็มีร้านเช่าจักรยานให้บริการด้วยนะ

 

6. ปั่นจักรยานลอดอุโมงค์ต้นไม้ที่ Nantou

รวมเส้นทางจักรยานสุดสวยของไต้หวันที่ควรหนีร้อนไปปั่นเย็นๆ

  • โลเคชัน Jiji Township, Nantou County
  • มีห้องน้ำบริการในเส้นทาง

มีทางจักรยานไกลๆ หลายที่แล้วก็ขอเปลี่ยนมาเป็นเส้นทางขี่จักรยานท่องเที่ยวรับลมกันบ้าง เพียงแค่ลงจากสถานีรถไฟ Jiji แล้วปั่นเข้าสู่เส้นทางจักรยานที่เลียบกับทางรถไฟไม่นาน เราก็จะได้ขี่จักรยานลอดอุโมงค์ต้นไม้แสนร่มรื่นแล้ว

ในวันที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน ถ้าได้ปั่นจักรยานในอุโมงค์ต้นไม้ก็น่าจะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้นได้เยอะเลย

 

7. เส้นทางจักรยานเลาะทะเลสาบที่สวยที่สุดในไต้หวัน

รวมเส้นทางจักรยานสุดสวยของไต้หวันที่ควรหนีร้อนไปปั่นเย็นๆ

  • โลเคชัน sun moon lake
  • มีห้องน้ำบริการในเส้นทาง

นี่คือเส้นทางที่นิตยสารและเว็บไซต์ท่องเที่ยวหลายแห่งทั่วโลกต่างเรียกขานกันว่า เส้นทางจักรยานที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ความสวยงามของทะเลสาบแห่งนี้นั้นถือว่าไม่มีข้อสงสัย แต่วิธีที่ดีที่สุดในการได้เห็นความสวยงามของทะเลสาบแห่งนี้ก็คือ การขี่จักรยานรอบทะเลสาบนั่นเอง สภาพเส้นทางนั้นมีเนินบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินที่จะปั่น และในบางช่วงทางจักรยานก็จะพาเราลอยอยู่เหนือทะเลสาบ เป็นเส้นทางที่ไม่อยากให้พลาดกันเลยจริงๆ

และร้านเช่าจักรยานในละแวกนี้ก็มีจักรยานมากมายหลากหลายรุ่นให้บริการ ตั้งแต่รถแม่บ้านไปจนถึงรถจักรยานคาร์บอนให้เลือกใช้กันได้ตามความพอใจ

 

8. ปั่นจักรยานย้อนยุคกลับไปยังอดีตในเส้นทาง Dongfong Bicycle Greenway

รวมเส้นทางจักรยานสุดสวยของไต้หวันที่ควรหนีร้อนไปปั่นเย็นๆ

  • โลเคชัน Taichung City (Houli, Fengyuan, Shigang, Dongshi District)
  • มีห้องน้ำบริการในเส้นทาง
  • ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร

ที่นี่เป็นเส้นทางจักรยานแห่งแรกที่ทางรัฐบาลนำเอาทางรถไฟเก่ามาดัดแปลง เราจะได้ขี่จักรยานลอดอุโมงค์รถไฟที่ถือว่ายาวที่สุดในไต้หวัน ได้ปั่นข้ามสะพานเหล็กที่หน้าตาสุดแสนจะคลาสสิก และมีโอกาสเยี่ยมชมหมู่บ้านบรรยากาศวินเทจสุดๆ เหมือนกับพาเราย้อนยุคกลับไปยังสมัยที่รถไฟได้รับความนิยมสูงอยู่เลย

 

9. เส้นทางจักรยานรอบทะเลสาบที่มีธรรมชาติหลากหลายครบในแห่งเดียว

รวมเส้นทางจักรยานสุดสวยของไต้หวันที่ควรหนีร้อนไปปั่นเย็นๆ

  • โลเคชัน Pingtung County
  • มีห้องน้ำบริการในเส้นทาง

ถ้าเบื่อบรรยากาศการปั่นรอบสนามบินแล้ว เราก็ขอแนะนำให้มาปั่นในเส้นทางจักรยานรอบทะเลสาบของที่ Pingtung ดูบ้าง เราจะได้ปั่นชมบรรยากาศทั้งทะเลสาบ หมู่บ้านชาวประมง ได้เห็นความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น ไปจนถึงพื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติด้วย เป็นการปั่นจักรยานในเส้นทางเดียวที่เห็นวิวได้หลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยวิวธรรมชาติที่ยังคงสวยและสมบูรณ์ พร้อมทั้งร้านอาหารที่เปิดให้บริการมากมาย บริเวณนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าแวะมาจริงๆ

 

10. ทางจักรยานพาชมทุ่งสวนไร่นาของไต้หวัน

รวมเส้นทางจักรยานสุดสวยของไต้หวันที่ควรหนีร้อนไปปั่นเย็นๆ

  • โลเคชัน Chishang Township, Taitung County
  • มีห้องน้ำบริการในเส้นทาง

เส้นทางสุดท้ายเป็นเส้นทางที่คนไต้หวันเชื่อกันว่าเป็นเส้นทางศักดิ์สิทธิ์ เพราะเราจะต้องปั่นผ่านบึง Dapo ที่เชื่อกันว่าเป็นที่อยู่ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และในบริเวณใกล้ๆ บึงก็จะมีต้นไทรใหญ่ที่เหมือนกับเป็นเทวดาผู้คุ้มครองเมือง และเนื่องจากพื้นที่ละแวกนี้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม เราจึงจะได้เห็นไร่ผักและผลไม้สุดลูกหูลูกตาทั้งสองข้างทาง ถ้าเราไปในช่วงเก็บเกี่ยว เราก็อาจจะได้พักเหนื่อยเติมพลังด้วยผักผลไม้สดๆ จากไร่ข้างทางกันด้วยนะ แค่คิดก็สดชื่นมากๆ แล้ว

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Line | @visittaiwan

Writer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load