หากพูดถึงสิ่งของที่สาวๆ ต้านทานแรงดึงดูดไม่ไหว เครื่องเขียนน่าจะอยู่อันดับต้นๆ เราเองเป็นหนึ่งในนั้น จะปล่อยอยู่ในร้านเครื่องเขียนทั้งวันก็ยังไหว 

เพราะมีนัดกับเจ้าของร้านขายดินสอในวันรุ่งขึ้น เราจึงใช้เวลาคืนก่อนหน้าจัดแจงกระเป๋าดินสอของตัวเองใหม่ โดยไม่พลาดหยิบดินสอแท่งโปรดไปนั่งคุยเก๋ๆ กับเจ้าของร้าน

เรายืนอยู่ที่ร้าน CW Pencil Enterprise ในย่านไชน่าทาวน์ของเมืองแมนฮัตตัน ในกระเป๋ามีไอแพดและแอปเปิ้ลเพนซิล 

CW Pencil Enterprise ร้านดินสอร้านแรกและร้านเดียวในนิวยอร์กที่คนรักดินสอทั่วโลกไม่ควรพลาด

ในร้านขนาด 1 คูหาเล็กๆ บ่ายนี้เต็มไปด้วยลูกค้าแน่นร้าน บางคนกำลังยืนเลือกดินสอ บางคนกำลังทดลองกบเหลา บางคนถือตะกร้าที่มีดินสออยู่แน่น แล้วสายตาเราหยุดอยู่ที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีรอยสักรูปดินสออยู่ที่แขนด้านใน 

เรายิ้มให้และกล่าวทักทายกัน หญิงสาวเจ้าของรอยสักนั้นคือ Caroline Weaver ผู้ก่อตั้งร้าน CW Pencil Enterprise นั่นเอง 

Caroline Weaver ผู้ก่อตั้งร้าน

ดินสอแท่งที่หนึ่ง 

แคโรไลน์เติบโตที่เมืองเล็กๆ ในรัฐโอไฮโอ ครอบครัวของเธอทำงานสายความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เธอเติบโตมากับอุปกรณ์ศิลปะเเละเครื่องเขียน เธอได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของดินสอตั้งแต่เด็ก ค่อยๆ สะสมความชอบจนกลายมาเป็นความหลงใหล พอเข้ามหาลัย เธอเริ่มคิดถึงชีวิตทำงานและชีวิตหลังเกษียณ มุกตลกที่เธอชอบเล่นกับตัวเอง และเพื่อนๆ ชอบล้อเธออยู่บ่อยๆ คือ วันหนึ่งเธอจะเป็นคุณป้านั่งอยู่ในร้านขายดินสอหลังเกษียณ 

หลังเรียนจบ เธอย้ายมาอยู่นิวยอร์ก โดยไม่คาดคิดว่ามุกตลกภาพคุณป้าในร้านขายดินสอกำลังจะกลายเป็นความจริง 

ปี 2014 แคโรไลน์เริ่มจากเปิดเว็บไซต์ขายดินสอออนไลน์เป็นงานอดิเรก เธอพบว่าความยุ่งยากของระบบออนไลน์คือการจัดการข้อมูล อธิบายที่มารายละเอียดของดินสอ แถมยังไม่มีที่ให้ลองจับหรือลองเขียน บวกกับในช่วงนั้นนิวยอร์กยังไม่มีร้านที่ขายเฉพาะดินสออย่างเดียว ซึ่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีร้านอื่นนอกจากร้านของเธอนะ

จากความชอบและความเชื่อว่าน่าจะมีคนที่ชอบอะไรแบบนี้เหมือนกัน เธอจึงตัดสินใจเปิดร้านขายดินสอ โดยร้านแรกเป็นร้านเล็กๆ ขนาด 200 ตารางฟุตในย่านบรู๊กลิน 

CW Pencil Enterprise ร้านดินสอร้านแรกและร้านเดียวในนิวยอร์กที่คนรักดินสอทั่วโลกไม่ควรพลาด

ร้านดินสอจากความชอบและความกล้า ที่เจ้าตัวนิยามว่าความบ้า

ตอนนั้นเธออายุ 24 เรียนจบด้านการออกแบบ ไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจเลย เธอเริ่มต้นด้วยความชอบในดินสอและคิดว่านิวยอร์กน่าจะต้องการร้านที่ขายเฉพาะดินสอบ้างสิ เธอลุยเลยโดยไม่มีการสำรวจตลาดใดๆ มีเพียงความรักในดินสอเป็นเข็มทิศนำทาง ด้วยความที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านการทำธุรกิจมาก่อน ความท้าทายในช่วงแรกๆ จึงเป็นการเรียนรู้ระบบธุรกิจและการพยายามเพิ่มยอดขาย 

เธอเล่าว่าช่วงแรกเธอส่งอีเมลจำนวนมากไปหาบริษัทดินสอ เพื่อจะซื้อสินค้ามาขาย ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็ยังแปลกใจว่าเธอจะเปิดร้านจริงเหรอ การจัดระบบสต็อก ทำเรื่องจ้างพนักงาน เสียภาษี ล้วนเป็นเรื่องที่เธอต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด แต่หลังจากนั้น เธอก็สนุกและทำมันมาเรื่อยๆ 

ปัจจุบันร้านของเธอขยับขยายมาเป็นห้องแถวขนาดใหญ่ขึ้น มีพื้นที่สำหรับห้องทำงาน โชว์รูมสติกเกอร์ และสต็อก และปัจจุบันมีพนักงาน 6 คนแล้ว

เธอกล่าวว่า ถ้าเป็นตอนนี้ซึ่งเธอเริ่มเรียนรู้อะไรมากขึ้นแล้ว คงยากเกินไปที่จะกล้าหาญทำอะไรแบบนั้นอีก แต่เธอก็ดีใจที่ตอนนั้นตัดสินใจเปิดร้านนี้ 

CW Pencil Enterprise ร้านดินสอร้านแรกและร้านเดียวในนิวยอร์กที่คนรักดินสอทั่วโลกไม่ควรพลาด
CW Pencil Enterprise ร้านดินสอร้านแรกและร้านเดียวในนิวยอร์กที่คนรักดินสอทั่วโลกไม่ควรพลาด

ดินสอของนักดนตรี ช่างไม้ คนรักครอสเวิร์ด และอื่นๆ

“ความนิยมของดินสอในปัจจุบันแตกต่างกับตอนที่คุณเริ่มเปิดร้านอย่างไรบ้าง” เราถาม

“ความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นะ ที่นิยมใช้ดินสออยู่เพราะเขาคุ้นเคย บางคนชอบเพื่อเขียนบันทึก วาดรูป เป็นกิจกรรมที่ทำให้ได้พักจากหน้าจอโทรศัพท์ บางคนรู้สึกว่ามันให้ความรู้สึกนึกถึงความหลัง ซึ่งกลุ่มนี้มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะดินสอเป็นสิ่งที่นำความสุขเล็กๆ มาให้ เป็นของแอนะล็อกที่คนกำลังฮิตและโหยหา” แคโรไลน์เล่า

เราตื่นเต้นเมื่อได้รู้ว่ากลุ่มลูกค้าหลักของ CW Pencil Enterprise คือ นักดนตรี เพราะพวกเขาชอบเขียนเพลงและโน้ตบนกระดาษด้วยดินสอ 

“กลุ่มใหญ่สุดคือ Orchestral Librarian กลุ่มนี้เขาใช้ดินสอทุกวัน นอกนั้นก็มีช่างไม้ ศิลปิน ครอบครัว นักท่องเที่ยว นักเรียน คนที่ชอบเล่นครอสเวิร์ดก็มาตามหาดินสอที่เหมาะกับการเขียน ลูกค้าหลากหลายมาก สิ่งที่ฉันชอบคือลูกค้าทุกคนมักจะน่ารัก จะไม่มีแนวคุณพ่อขี้โมโหเดินเข้าร้านมาซื้อดินสอแน่ๆ” 

CW Pencil Enterprise ร้านดินสอร้านแรกและร้านเดียวในนิวยอร์กที่คนรักดินสอทั่วโลกไม่ควรพลาด

การออกเดินทางเพื่อเสาะหาดินสอคุณภาพดีจากทั่วโลก

แคโรไลน์เล่าเกณฑ์การเลือกดินสอเข้ามาขายที่ร้านให้ฟังว่า เธอเลือกจากความน่าสนใจของตัวดินสอและคุณภาพ ไม่ใช่แค่เพียงสินค้าที่เธอชอบ แต่คิดถึงคุณภาพและสรรหาความหลากหลายมาให้ลูกค้า

“ฉันเริ่มจากแบรนด์ที่รู้จัก ตอนแรกคนก็งงว่าฉันพยายามจะทำอะไร ฉันส่งอีเมลไปตามแบรนด์ต่างๆ เยอะมาก ปัจจุบันใช้วิธีเดินทางและสำรวจมากขึ้น ตอนนี้มันง่ายขึ้นมาก เพราะร้านกลายเป็นที่รู้จัก มักมีคนมาบอกฉันถ้ามีสินค้าอันไหนที่น่าสนใจ หรือแบรนด์มีของใหม่ก็จะอีเมลมาบอกหรือส่งมาให้ มีบางอันที่ไม่ใช่แบบที่ฉันชอบ แต่เลือกมาเพราะลูกค้าถามหาบ่อย เราไม่มีพื้นที่พอจะขายดินสอทุกแบบที่ดีบนโลกนี้ได้ มันขึ้นอยู่กับลูกค้าของเรา เราต้องรู้จักลูกค้าของเราว่าเขาต้องการอะไร และเราคิดว่าเขาน่าจะต้องการอะไร เลือกอะไรที่จะเหมาะกับเขา” แคโรไลน์เล่า

“ดินสอของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันยังไงบ้าง” เราถาม

CW Pencil Enterprise ร้านดินสอร้านแรกและร้านเดียวในนิวยอร์กที่คนรักดินสอทั่วโลกไม่ควรพลาด

“ดินสอจากเยอรมันจะเป็นแบบดั้งเดิม เพราะเยอรมันเป็นประเทศแรกที่ผลิตดินสอแบบอุตสาหกรรมเพื่อการค้า แล้ววิธีผลิตของเขาก็ไม่เคยเปลี่ยนเลยจากตอนนั้น ขณะที่ดินสอจากญี่ปุ่นจะมีคุณภาพสูงมากและมักมีลูกเล่นแปลกๆ อยู่ข้างใน เช่น ใส่แว็กซ์ มีความซับซ้อนและละเอียดในการออกแบบมากๆ 

“มีความแตกต่างระหว่างแบรนด์ที่เป็นโรงงานผลิตดินสอ กับแบรนด์ดีไซเนอร์เล็กๆ ที่หยิบดินสอมาเป็นงานออกแบบ ถ้าเป็นแบรนด์ดีไซเนอร์เล็กๆ เขาจะคำนึงถึงดีไซน์หรือรูปร่างหน้าตามากกว่า แล้วค่อยไปสั่งให้โรงงานผลิตตามแบบนั้น แบรนด์ที่เป็นโรงงานจะผลิตแบบหน้าตาเหมือนเดิม แต่รักษาคุณภาพมาตรฐานได้ดี ทุกยี่ห้อมีคาแรกเตอร์เฉพาะของตัวเอง บางอัน Butterly บางอันสีอ่อน บางอันสีเข้ม มีรายละเอียดเล็กๆ ต่างกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ ดินสอและขั้นตอนการผลิตดินสอแทบไม่เปลี่ยนเลยตั้งแต่มันเกิดขึ้นมานานหลายร้อยปีแล้ว” 

นอกจากดินสอ ที่นี่ยังมีสินค้าอื่นๆ อีกด้วย เช่น กระดาษ สมุด กบเหลาดินสอ ยางลบ 

CW Pencil Enterprise ร้านดินสอร้านแรกและร้านเดียวในนิวยอร์กที่คนรักดินสอทั่วโลกไม่ควรพลาด
CW Pencil Enterprise ร้านดินสอร้านแรกและร้านเดียวในนิวยอร์กที่คนรักดินสอทั่วโลกไม่ควรพลาด

“เริ่มจากดินสอต้องการกระดาษ เราก็เอาเข้ามาที่ร้าน แล้วก็มีของเพิ่มมาเรื่อยๆ สมุด กบเหลาดินสอ ยางลบ ตอนนี้มีห้องสติกเกอร์เพราะเป็นความชอบของฉันเอง ฉันฝันตั้งแต่เด็กว่าอยากมีที่ที่เดินเข้าไปแล้วมีสติกเกอร์ให้เลือกเต็มไปหมด แล้วที่นิวยอร์กไม่ค่อยมีที่แบบนั้น ฉันว่านี่แหละคือสิ่งที่นิวยอร์กต้องการ พอย้ายมาร้านนี้ มีพื้นที่มากขึ้นเลยทำห้องสติกเกอร์ ซึ่งผลตอบรับดีมาก ไม่เคยมีใครแปลกใจเลยที่เจอห้องสติกเกอร์ในร้านดินสอ อาจเพราะสติกเกอร์เป็นอีกอย่างที่ให้ความรู้สึกนึกถึงวัยเด็กสำหรับผู้ใหญ่ ทุกคนชอบ” 

ใช่! เราพยักหน้าเห็นด้วยเป็นที่สุด

“ไม้กายสิทธิ์เป็นผู้เลือกพ่อมดนะ คุณพอตเตอร์”

ก่อนมาที่นี่ มีคนบอกว่าที่นี่เหมือนร้านไม้กายสิทธิ์ของโอลลิแวนเดอร์ ในหนังสือชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่เลือกดินสอให้ลูกค้าตรงตามการใช้งานสุดๆ เราจึงไม่พลาดที่จะถามเคล็ดลับจากเธอ 

“เราเพียงแนะนำตามการใช้งาน ส่วนมากลูกค้ามีความต้องการในใจมาอยู่แล้ว เช่น ชอบแบบนิ่ม แบบเขียนลื่น ดินสอสำหรับเด็กหัดเขียน หรือเขียนบ่อยแค่ไหน ถ้าต้องเขียนอะไรนานๆ ดินสอแท่งใหญ่ทำให้สบายมือในการเขียนมากกว่า ฉันจะเลือกอันนี้ให้ รายละเอียดที่สำคัญคือ ความถนัด ซ้าย-ขวา เพราะสำหรับลูกค้าที่ถนัดซ้าย เวลาเขียนมือเขาจะลากผ่านสิ่งที่เขียนไปแล้ว ฉันจะแนะนำดินสอที่ไส้มีความแข็งกว่า เพื่อลดรอยเปื้อนเวลามือไถไปโดน มีคนเชื่อว่า คนถนัดซ้ายไม่ใช้ดินสอ นั่นเป็นความเชื่อผิดๆ เขาแค่ต้องการดินสอที่เหมาะกับเขาเท่านั้นเอง” แค่ได้ฟังก็ทำให้เราอยากลุกขึ้นไปลองดินสอทั้งหมดในร้านทันที

CW Pencil Enterprise ร้านดินสอร้านแรกและร้านเดียวในนิวยอร์กที่คนรักดินสอทั่วโลกไม่ควรพลาด

“ฟังดูใช้ความเชี่ยวชาญเรื่องดินสอไม่น้อย แล้วคุณมีวิธีการเลือกลูกทีมอย่างไร” เราถาม

“ฉันไม่ค่อยสนใจว่าคนนั้นมีประสบการณ์ด้านการขายหรือไม่ ฉันเลือกคนที่คุยด้วยแล้วรู้สึกว่าจะทำงานร่วมกันได้ อาจไม่มีแพสชันที่ตรงกัน แต่มีใจที่อยากทำงาน แล้วรู้สึกเคมีเข้ากัน ที่สำคัญคือมีความสนใจในเครื่องเขียนและประวัติศาสตร์ของสิ่งต่างๆ ฉันเชื่อว่าเรื่องอื่นสอนกันได้ ฉันสอนพนักงานทุกคนให้รู้ทุกอย่างในร้านเท่าที่ฉันรู้” แคโรไลน์ตอบ

ร้านเครื่องเขียนและประวัติศาสตร์ของสิ่งต่างๆ

“ในวันนี้ อะไรคือความท้าทายของการเปิดร้าน” เราถาม

“การรักษายอดขายและการจัดการกับความคาดหวัง หาสินค้าและเรื่องราวใหม่ๆ มาเพิ่มในร้าน รวมทั้งแบ่งเวลาจากการทำสต็อกมาพัฒนาร้าน” แคโรไลน์ตอบ ก่อนเสริมว่าเธอชอบร้านนี้มากจนไม่คิดอยากขยายสาขา

“ฉันไม่คิดขยายสาขาเลย ฉันชอบร้านนี้ อยากเดินเข้ามาในร้านแล้วได้ดูแลลูกค้าทุกคนด้วยตัวเอง ได้คุย ได้รู้จักความชอบของลูกค้า และมีเวลาทำอย่างอื่น ถ้าอยากจะขยายก็อาจจะขยายร้านนี้ให้มีส่วนขายเครื่องเขียนอื่นๆ มากขึ้น สิ่งที่ฉันสนใจคือ กาว ถ้าคุณสังเกตดีๆ กาวแต่ละประเทศมีลักษณะเฉพาะตัวต่างกัน เหมาะแก่การใช้งานต่างกัน มีรายละเอียดที่สนุก นอกจากนั้นฉันอยากพัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ร้าน ออกแบบดินสอหรือร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ มากขึ้น” เธอแนะนำ กาวกินได้ (ปลอดสารเคมี) กลิ่นอัลมอนด์ที่นำเข้ามาจากอิตาลี 

ก่อนจากกัน เราถามเธอว่าถ้าให้พูดถึง 1 สิ่ง อะไรคือสิ่งที่น่าหลงใหลที่สุดของดินสอ

ร้านดินสอร้านแรกและร้านเดียวในนิวยอร์กที่คนรักดินสอทั่วโลกไม่ควรพลาด

“ความคลาสสิกของดินสอ คือมันมีประวัติมายาวนาน แต่ดีไซน์ของมันแทบไม่เปลี่ยนเลย เหมือนเป็นอุปกรณ์ที่มนุษย์ค้นพบจุดสูงสุดในการออกแบบเพื่อตอบสนองฟังก์ชันที่ต้องการแล้ว”

เราฟังเธอแล้วยิ้ม นึกถึงแอปเปิ้ลเพนซิลในกระเป๋า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไป หรือเทคโนโลยีจะก้าวไปแค่ไหน เราต่างยังคงหลงรักในฟังก์ชันของการได้จับดินสอเพื่อขีดเขียนมากกว่าการสไลด์นิ้ว

ปัจจุบัน CW Pencil Enterprise กลายเป็นร้านดินสอร้านแรกและร้านเดียวในนิวยอร์กที่บริษัทดินสอต่างส่งอีเมลมาเพื่อขอวางผลิตภัณฑ์ในร้านของเธอ และเป็นจุดหมายของคนรักดินสอจากทั่วโลก

CW Pencil Enterprise

cwpencils.com

คำว่า Pencil มีรากมาจากภาษาละติน ว่า Penicillus แปลว่า หางเล็กๆ ใช้เรียกพู่กันขนอูฐซึ่งเป็นอุปกรณ์วาดเขียนของชาวโรมันโบราณ (ยุคแรกเลยก่อน Stylus) และ แร่แกรไฟต์ ตั้งชื่อตามคำภาษากรีก แปลว่า สำหรับเขียน 

ดินสอไส้แกรไฟต์คิดขึ้นครั้งแรกใน ค.ศ. 1564 หลังมีการค้นพบเหมืองแกรไฟต์ขนาดใหญ่ที่ประเทศอังกฤษ โดยตอนนั้นคนเข้าใจว่าแกรไฟต์คือตะกั่ว คนอังกฤษนำแกรไฟต์มาทำเป็นเส้นเล็กๆ แล้วใส่ลงไปตรงกลางของแท่งไม้ที่เหลาด้วยมือ อังกฤษเป็นผู้ผลิตรายเดียวในอุตสาหกรรมในช่วงนั้นเพราะไม่มีใครมีเหมืองและรู้วิธีทำ 

ต่อมาโรงงานเยอรมันเริ่มคิดวิธีทำแท่งแกรไฟต์ได้โดยใช้ผงแกรไฟต์ กำมะถัน และพลวง ความนิยมเริ่มแพร่หลาย แต่ด้วยการเมืองสมัยสงครามนโปเลียน ดินสอจากอังกฤษและเยอรมันไม่สามารถเผยแพร่ในประเทศฝรั่งเศสได้ ค.ศ. 1795 ทหารผู้ช่วยในกองทัพของนโปเลียน ค้นพบวิธีเผาผงแกรไฟต์ร่วมกับดิน ทำให้เกิดเป็นแท่งแกรไฟต์สำหรับใส่ในดินสอ และสัดส่วนของแกรไฟต์กับดินที่ต่างกันทำให้เกิดความอ่อนนิ่มที่ต่างกัน ซึ่งเป็นสูตรความอ่อนเข้มของดินสอในปัจจุบัน

Writer & Photographer

ภาพพิมพ์ พิมมะรัตน์

บัณฑิตจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำลังศึกษาต่อสาขา design for social innovation ที่สถาบัน School of Visual Art ในนิวยอร์ก สนใจงานศิลปะ และการออกแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องงานออกแบบเพื่อแก้ปัญหาสังคม

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

ตามหลักแล้วเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาประเทศไทยควรจะยังอยู่ในฤดูหนาว แต่อากาศกลับทั้งร้อน ทั้งชื้น จนทำให้การไปเอาต์ดอร์ปาร์ตี้สุดมันของเราเสียบรรยากาศไปมาก ในขณะที่หลายคนใช้อุปกรณ์ต่างๆ ออกมาเต้นไปพัดไปตามจังหวะเพื่อคลายร้อน เพื่อนคนหนึ่งก็ควักเอาสเปรย์ขวดเล็กๆ ออกมาฉีดแจกจ่ายใส่มือทุกคนแล้วบอกให้เอาลูบที่หลังคอดู

ถ้าชีวิตจริงมีซีจีได้เหมือนในหนังโฆษณา จังหวะนั้นมันคงเป็นกราฟิกไอเย็นลอยขึ้นมาจากพื้นและเปลี่ยนปาร์ตี้ร้อนชื้นคืนนั้นให้เป็นปาร์ตี้สุดคูลที่ทุกคนไม่ต้องมีแฮนด์พร็อพเป็นพัดเพื่อคลายร้อนอีกต่อไป

ทุกคนรีบเข้าไปรุมเพื่อนคนนั้นแล้วถามว่า “สเปรย์ขวดนั้นคืออะไร”

ละอองเย็น

“ผมเรียกมันว่านวัตกรรมเพื่อความสุขครับ” ภีร์ ลิมปิทีป ผู้ก่อตั้ง บริษัทภีดู จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ ‘ละอองเย็น’ บอกกับเราตอนที่ได้พบกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เคียงข้างเขาคือ ก้อง-ก้องเกียรติ สุขุมคัมภีร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง คู่หูคู่คิดของภีร์ตั้งแต่สมัยเป็นนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภีร์ ลิมปิทีป ก้องเกียรติ สุขุมคัมภีร์

ด้วยความที่ชื่อผลิตภัณฑ์คือ ‘ละอองเย็น’ เราก็เลยแปลกใจนิดหน่อยที่ภีร์ไม่ได้เรียกสิ่งนี้ว่า นวัตกรรมเพื่อความเย็น แต่กลับเรียกมันว่า นวัตกรรมเพื่อความสุข ภีร์เลยบอกเราว่า “ผมคิดว่าความเย็นมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ซึ่งก็คือความสุขครับ ผมเชื่อว่านวัตกรรมต้องแก้ปัญหาให้ผู้คน มันต้องทำให้คนมีความสุขขึ้น เป็นความตั้งใจของผมในการพัฒนาละอองเย็น”

แล้วเรื่องราวทั้งหมดมันก็เกิดจากตรงนี้แหละ

น้องใหม่ในตลาดรับมือกับความร้อน

เพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน เรื่องผลิตภัณฑ์เพื่อความเย็นก็เลยไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนไทย ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยโรงงานหรือวิธีการคลายร้อนฉบับชาวบ้านทั่วไป เราก็คาดว่าผู้อ่านก็คงจะลองกันมาแล้วหลายต่อหลายวิธี ทีนี้ ละอองเย็นมีอะไรที่ทำให้ถึงกับเรียกได้ว่าเป็น ‘นวัตกรรม’

“คุณสามารถใช้ละอองเย็นได้ตลอดเวลา มันพกง่าย ใช้แล้วไม่ทิ้งคราบ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ฉีดลงบนเสื้อผ้าก็ได้ หรือจะฉีดไปที่ตัวเลยก็ได้ แถมยังให้ความเย็นได้นานมากๆ ด้วย ผมว่ามันตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยนะ เพราะสมมุติคุณเดินสยามแล้วร้อน คุณก็ฉีดละอองเย็นได้ แต่คุณคงไม่เอาแป้งเย็นขึ้นมาทาตัว ที่สำคัญ มันปลอดภัยมากๆ มันไม่ใช่สารเคมี และมันไม่มีสี ไม่มีกลิ่น พอฉีดลงไปมันจะกลายเป็นแผ่นบางๆ ที่มองไม่เห็นมาคลุมผิวหนังหรือเสื้อผ้าของคุณเอาไว้ ทำให้คุณล่องหนจากอากาศร้อนไปได้เลย” ภีร์อธิบาย

นวัตกรรมไหมล่ะ?

ละอองเย็น ละอองเย็น

เริ่มจากภูมิปัญญาแบบดั้งเดิม

ละอองเย็นมีที่มาจากองค์ความรู้เรื่องสมุนไพรในครอบครัวของภีร์เอง เขาเล่าว่าตอนเด็กๆ เขามักจะถูกยุงรุมกัดขา เวลาที่เอาขาลายๆ ไปให้คุณตาเห็นคุณตาก็จะเข้าครัวแล้วปรุงยาสมุนไพรมาให้ทา ยาสมุนไพรนั้นมันทั้งเย็นและหอม นอกจากจะทำให้ยุงไม่มาวุ่นวายแล้ว มันยังทำให้เย็นสบายขา ไม่เหนียวเหนอะหนะอีกด้วย

วันเวลาผ่านไปจนภีร์โตเป็นผู้ใหญ่ ยาสมุนไพรคุณตานี้ก็ยังเป็นที่เลื่องลือในหมู่เพื่อนๆ ของภีร์ จนมีเพื่อนคนหนึ่งมาปรึกษาภีร์ว่าอยากจะให้อาม่าได้ลองใช้ เพราะอาม่ามักจะบ่นว่าคันหลังอยู่บ่อยๆ ภีร์จึงนำยาสมุนไพรจากในครัวใส่กระปุกเล็กๆ ไปให้อาม่าของเพื่อนลองใช้ ผลลัพท์คือยาสมุนไพรของคุณตาเป็นที่ถูกอกถูกใจของอาม่ามาก จนอาม่าถึงกับพรีออร์เดอร์ยาสมุนไพรนั้น 1 ลิตร! และวันนั้นเองที่ทำให้ภีร์เชื่อมั่นว่ายาสมุนไพรนี้นี่แหละที่จะนำพาความสุขมาสู่ผู้คนได้

หลังจากนั้นมาละอองเย็นก็ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ที่มีละอองเย็นทั้งหมด 31 สูตรแล้ว ภีร์ทำแต่ละสูตรขึ้นมาแล้วก็เอาไปให้คนใกล้ตัวใช้แลกกับฟีดแบ็กแบบจริงใจจริงๆ

“เมื่อก่อนละอองเย็นยังไม่เก๋าขนาดนี้ รุ่นแรกๆ ยาสมุนไพรที่คั้นออกมาก็กรองแล้วก็ใส่ขวดเลย ขวดก็เป็นแบบบ้านๆ เราเอาใส่กระบอกที่มีหัวฉีดได้เหมือนที่ฉีดกระจกให้เพื่อนเอาไปใช้ แต่ละคนก็ชอบต่างกัน บางคนใช้แก้คัน บางคนใช้แก้ร้อน บางคนก็ชอบที่กลิ่น แต่ฟีดแบ็กที่ได้มามากที่สุดคือ มันพกลำบาก แล้วก็หมดเร็ว”

ต่อยอดด้วยเทคโนโลยีเพื่อให้ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ด้วยมันสมองแบบนักวิจัย ภีร์จึงไม่คิดแค่การทำกระบอกฉีดให้ใหญ่เพื่อบรรจุได้มากขึ้น แต่เขามองว่าโจทย์คือความต้องการจริงๆ ของผู้ใช้ เช่น การพกเอาไว้ใช้ได้บ่อยๆ และต้องไม่หมดเร็วด้วย

ตัวแปรสำคัญที่ทำให้สมุนไพรจากครัวของคุณตากลายมาเป็นละอองเย็นได้แบบทุกวันนี้ เรียกว่า ‘นาโนเซลลูโลส’ เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ มันคือส่วนประกอบของพืชที่มีลักษณะเป็นท่อ มีหน้าที่ลำเลียงสารอาหารจากดินไปสู่ส่วนต่างๆ ของพืช ฉะนั้น คุณสมบัติของมันคือห่อหุ้มสสารได้แบบไร้สี ไร้กลิ่น มีพื้นผิวที่แข็งแรง แต่อนุภาคเล็กมากๆ และมีความสามารถในการค่อยๆ ปล่อยสสารที่มันอุ้มไว้ออกไปได้อย่างช้าๆ

ละอองเย็นมีนาโนเซลลูโลสเป็นสารประกอบพื้นฐานที่ห่อหุ้มอนุภาคของสารสกัดสมุนไพร แบบเดียวกับที่คุณตาทำนั่นแหละ แต่วันนี้ยาสมุนไพรของคุณตาผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อทำให้เข้มข้นขึ้นและไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เมื่อมีนาโนเซลลูโลสมาช่วยห่อหุ้มด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ตัวสมุนไพรค่อยๆ ให้ความเย็นอย่างช้าๆ อยู่ได้นานๆ แถมยังสามารถย่อปริมาณลงมาได้เป็นขนาดน่าพกพาได้ด้วย ภีร์เคลมว่ามันสามารถให้ความเย็นได้นานถึง 2 ชั่วโมงต่อการฉีด 1 ครั้งเลยนะ

“ลองนึกภาพเปรียบเทียบระหว่างการอาบน้ำจากถังกับการใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวก็ได้ครับ เวลาใช้ผ้าตัวเราจะระบายความร้อนออกไปได้มากกว่า แบบไม่ต้องใช้น้ำทั้งถัง เวลาที่เราตัวร้อนเราถึงต้องเช็ดตัว ไม่ใช่อาบน้ำ แต่จะให้เอาผ้าชุบน้ำแปะที่ตัวเวลาออกไปไหนต่อไหนเพื่อคลายร้อนก็ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยถูกต้อง ก็เลยต้องมีละอองเย็นนี่แหละครับที่ทำหน้าที่เป็นผ้าชุบน้ำแบบมองไม่เห็นและสามารถเติมความเย็นได้ตลอดเวลา”

ละอองเย็น

รายละเอียดในสเปรย์ขวดเล็กๆ

นอกจากนาโนเซลลูโลสและการทำให้สมุนไพรเข้มข้นขึ้นจนลดขนาดบรรจุลงมาได้แล้ว ภีร์ยังคิดไปถึงรายละเอียดของหัวฉีดสเปร์ยที่เขาบอกว่ามันจะต้องมีการกระจายตัวอย่างพอดิบพอดีไม่ฟุ้งจนเกินไปและก็ไม่เปียกจนเกินไป ขนาดของรูสเปรย์และการออกแบบหัวกดทำให้เขากล้าพูดเลยว่าละอองเย็น 1 ขวด สามารถฉีดได้ 60 ครั้ง ทำให้ผู้ใช้สามารถวางแผนการกักตุนเอาไว้ใช้ได้ไม่ให้ขาดตอน เขาจริงจังกับเรื่องนี้มากๆ ถึงขนาดไปหาโรงงานที่ผลิตสิ่งนี้ให้เขาได้ไกลถึงประเทศจีน

ละอองเย็น ละอองเย็น

นวัตกรรมเพื่อความสุข

เขาเริ่มทำการตลาดมา 4 เดือน นับนิ้วดูแล้วเราก็สงสัยขึ้นมาว่าทำไมถึงเริ่มขายละอองเย็นตอนหน้าหนาว ไม่ใช่หน้าร้อนที่เป็นฤดูการขายของผลิตภัณฑ์ให้ความเย็นอื่นๆ เขาตอบว่า “เมืองไทยไม่ได้ร้อนแค่หน้าร้อน และหน้าหนาวคนก็ใช้ชีวิตนอกบ้านมากกว่า หน้าร้อนคนอยู่แต่ในห้องแอร์” คำตอบนี้มันจริงเสียยิ่งกว่าจริง กิจกรรมนอกบ้านที่เรียงแถวกันเข้ามาชวนให้เราออกไปร่วมสนุกล้วนแล้วแต่อยู่ในช่วงเดือนที่เป็นฤดูหนาว แต่ก็ใช่ว่าอากาศจะเย็นสบายทุกวัน และถ้าละอองเย็นจะทำให้กิจกรรมนอกบ้านในวันที่อากาศร้อนมันน่ารื่นรมย์ขึ้น เราว่ามันก็คงจะดีไม่น้อย

ว่าด้วยเรื่องราวของละอองเย็นที่ให้ความสบายตัวสบายใจกับผู้คน ภีร์ก็มีเรื่องสนุกๆ ของการใช้ละอองเย็นมาเล่าให้เราฟังเอาไว้เป็นไอเดียในการใช้ละอองเย็นกันนะ

“ละอองเย็นมันไม่เป็นคราบ ฉีดแล้วแห้งแถมอยู่ได้นานเป็นชั่วโมงเลย บางคนเลยใช้ฉีดก่อนใส่รองเท้า อย่างน้องๆ ที่เรียน รด. (นักศึกษาวิชาทหาร) ก็มีเล่าว่าเอาไปใช้กัน บางคนก็ใช้เวลาที่ไม่ได้อาบน้ำ มันก็ช่วยได้ทั้งเรื่องความเย็นแล้วก็เรื่องแบคทีเรีย บางคนก็เอาไปฉีดหน้านะ ฉีดจากระยะไกลๆ แต่อันนี้ต้องระวัง เพราะไม่ได้ใช้ได้ทุกคน”

คิดการใหญ่ ใจต้องนิ่ง

ด้วยความที่เป็นวิศวกรเต็มขั้น เมื่อภีร์และก้องลงมาทำธุรกิจก็เลยต้องเริ่มหาความรู้เกี่ยวกับศาสตร์อื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติม นอกจากภีร์จะชอบอ่านงานวิจัยเป็นหนังสืออ่านเล่นแล้ว เขายังชอบทำการทดลองเล่นๆ กับสิ่งต่างๆ เช่น การลงโฆษณาในเฟซบุ๊ก หรือการออกแบบกราฟิกต่างๆ ด้วยตัวเองด้วย พอเราถามว่ามันยากไหมกับการที่ต้องมาทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน เขาจึงเผยเคล็ดลับที่เขายึดถืออยู่ 2 คำคือ No Fear เขาไม่กลัวที่จะลอง ไม่กลัวที่จะผิดพลาด เพราะสิ่งสำคัญคือการหมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ฉะนั้น มันก็เลยไม่มีอะไรที่จะทำไม่ได้

ภีร์ ลิมปิทีป ก้องเกียรติ สุขุมคัมภีร์

Facebook: ละอองเย็น

The Rule

หลักการที่ภีร์และก้องใช้ในการสร้างนวัตกรรมคือ อิทธิบาท 4

ฉันทะ คือความอยากที่จะทำ และตั้งใจว่าจะทำ มีความหลงใหลในสิ่งที่จะทำ

วิริยะ คือความเพียร มีแค่ความอยากอย่างเดียวมันไม่พอ ต้องเพียรพัฒนา ศึกษา เพื่อทำให้สำเร็จ

จิตตะ คือการทำอย่างมีสติ ไม่ตะบี้ตะบันเกินไป และไม่หย่อนยานจนเกินไป

วิมังสา คือการคิดไตร่ตรอง พิจารณาทั้งคำตำหนิและคำชมเพื่อคิดวิธีปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Writer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load