สถานีรถไฟในประเทศไทยมีมากกว่า 400 แห่ง และทุกที่ย่อมมีเรื่องราวและภาพพิมพ์แห่งอดีตให้เป็นเรื่องเล่า ตื่นเต้นบ้าง ลึกลับบ้าง อุดมไปด้วยความสุขและรอยยิ้มบ้าง หรือเป็นความยิ่งใหญ่ที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์บ้าง ซึ่งแต่ละแห่งก็ย่อมมีเอกลักษณ์ต่างๆ เป็นของตัวเอง

สถานีที่เรากำลังพูดถึงนี้ เป็นสถานีรถไฟในเส้นทางสายใต้ มีสถานะเป็นสถานีชุมทาง หมายถึงเป็นสถานีที่มีทางแยกไปทางรถไฟอีกเส้นหนึ่ง เป็นสถานีเรือนไม้ชั้นเดียววางตัวยาวขนานไปกับทางรถไฟ มีต้นไม้ใหญ่หลังสถานีให้ความร่มเงา และมีเรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่พิมพ์เอาไว้ให้นึกถึงความน่าหดหู่ของสงคราม

ที่นี่ ‘สถานีชุมทางหนองปลาดุก’

ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำ สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก
ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำ สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก

ในอดีต ที่นี่คือสถานีด้านยุทธศาสตร์ที่สำคัญในสงครามโลกครั้งที่สอง นับเป็นจุดเริ่มต้นการก่อสร้างทางรถไฟสายสงครามเส้นทางหนองปลาดุก (บ้านโป่ง) มุ่งหน้าไปกาญจนบุรี ทองผาภูมิ ด่านเจดีย์สามองค์ และตันบูซายัตในเขตประเทศเมียนมา รวมถึงที่ตั้งของค่ายเชลยศึกที่เป็นแรงงานในการสร้างทางรถไฟสายไทย-พม่า และภายหลังได้ถูกขนานนามว่าทางรถไฟสายมรณะ

ในปัจจุบัน ที่นี่คือสถานีรถไฟระหว่างทางขนาดกลางที่มีรถไฟจอดไม่กี่รอบต่อวัน สถานะที่สำคัญของหนองปลาดุกคือการเป็นสถานีรถไฟชุมทาง มีเส้นทางแยกออกไป 3 สาย สายหนึ่งคือเส้นทางรถไฟสายใต้ เส้นทางหลักที่เริ่มต้นจากกรุงเทพและธนบุรีมุ่งหน้าไปหาดใหญ่ มาเลเซีย และสิ้นสุดปลายรางที่สิงคโปร์ อีกสายไปสุดปลายทางที่สถานีสุพรรณบุรี และอีกสายหนึ่งคือเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์และสายท่องเที่ยวที่สำคัญนั่นคือสายน้ำตก (สายกาญจนบุรี) นั่นเอง

ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำ สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก

แม้ว่าสถานีนี้จะไม่ได้เป็นสถานีหลัก รถไฟที่ผ่านจากกรุงเทพและธนบุรีมาถึงสถานีนี้ส่วนใหญ่แล้ววิ่งผ่านไปอย่างไม่ใยดี มีเพียงรถธรรมดาสายสั้นๆ เช่น ธนบุรี-หลังสวน ธนบุรี-น้ำตก กรุงเทพ-หัวหิน ธนบุรี-ราชบุรี ฯลฯ ที่จอดรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเดินทางประจำและมีภูมิลำเนาอยู่ที่หนองปลาดุกนี้ ไม่ใช่ขาจรและนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด

แต่ก็มีสิ่งหนึ่งในหนองปลาดุกที่เย้ายวนและเชื้อเชิญให้ขาจรเดินทางไปหาเหมือนกัน

นั่นคือ ‘ของกิน’

รถไฟไปถึงที่ไหน ความเจริญไปถึงที่นั่น ของกินก็เช่นกัน

ของกินกับรถไฟเป็นของคู่กันมาตั้งแต่เรายังไม่เกิด ธุรกิจการขายของเร่เป็นความมหัศจรรย์ที่คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะบูมขนาดนี้ นั่นเป็นเพราะการนั่งรถไฟต้องใช้เวลา แถมรถไฟที่มีตู้เสบียงก็เป็นแค่รถไฟด่วนที่มีตู้นอนและเดินทางไกล ราคาสูงเกินกว่าชาวบ้านที่ทรัพย์น้อยจะเอื้อมถึง ไม่ใช่แค่ในยุคนั้นแต่รวมถึงยุคนี้ด้วยเช่นกัน อาหารสองข้างทางรถไฟจึงเติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับการขยายเส้นทางรถไฟ

อาหารระดับ Signature Dish ของสถานีชุมทางหนองปลาดุก คือข้าวราดแกงใส่กระทงใบตอง ที่คนนั่งรถไฟเรียกกันสั้นๆ ว่า ‘ข้าวแกงกระทงหนองปลาดุก’

ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำ สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก

กระทงใบตองสีเขียวบรรจุข้าวสวยร้อนๆ สีขาว กับแกงแบบบ้านๆ ให้เลือกถึง 4 อย่าง จัดเรียงในถาดถือชูร่อนตรงหน้าต่างรถไฟในวินาทีที่รถไฟจอดสนิทหน้าสถานี แม่ค้าที่ชำนิชำนาญในการขายส่งเสียงเจื้อยแจ้ว เชื้อเชิญให้คนนั่งรถไฟที่กำลังดูวิวเปลี่ยนใจมาส่งเสียงเรียกเพื่อลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ

ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำสถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก

ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง Signature Dish ประจำสถานีนี้คือ ‘ป้าน้อย’ ผู้ทำให้กระเพาะของเรานักเดินทางด้วยรถไฟเต็มไปด้วยอาหารรสเลิศในราคากระทงละ 10 บาท ไม่ใช่แค่ผู้โดยสารรถไฟเท่านั้นที่ได้ลองลิ้มชิมรสข้าวกระทง เมนูของป้าน้อยนั้นได้มีโอกาสได้ทูลเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยเช่นกัน

ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำสถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก

โปรไฟล์ไม่ธรรมดาจริงๆ

เรานั่งรถไฟจากสถานีธนบุรีมาหนองปลาดุกในราคา 14 บาท ด้วยเหตุผลเพียงแค่อยากกินข้าวแกงกระทงอันลือชื่อเท่านั้น

1 ชั่วโมงของการเดินทางด้วยรถไฟในวันที่อากาศเย็นสบายสิ้นสุดลง เมื่อเทียบชานชาลาสถานีหนองปลาดุก ปกติแล้วเรามักจะยืนดูรถไฟเคลื่อนตัวออกจากสถานีจนลับสายตา แต่วันนี้ไม่ใช่ เมื่อความหิวพรากรถไฟออกจากเรา ในทันทีที่เราเห็นข้าวแกงกระทงหลายสิบกระทงในถาดสเตนเลสผ่านหน้าเราไป กลิ่นของแกงเขียวหวาน พะแนง ไข่พะโล้ ดึงเราให้ออกมาจากสถานี พุ่งตรงไปที่ร้านค้าเล็กๆ ด้านหลังสถานีใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา

ที่นั่นเราเจอหญิงเจ้าเนื้อใส่แว่นท่าทางใจดี เชื้อเชิญให้เรากับเพื่อนผู้แบกความหิวโหยมาจากกรุงเทพฯ สั่งอาหาร

นี่คือป้าน้อยเจ้าของกิจการข้าวแกงกระทงตัวจริงเสียงจริง

ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำสถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก

เราไม่รอช้า รีบสั่งข้าวแกงกระทงมาครบทุกแกงที่ปรากฏตัวอยู่ในร้าน เมนูที่ร้านป้าน้อย 4 อย่าง คือพะแนงหมู เขียวหวานไก่ เขียวหวานเนื้อ และไข่พะโล้ แกงทุกชนิดทำอย่างพิถีพิถันตามแบบอาหารไทยสูตรโบราณ ถึงเนื้อถึงเครื่องสุดๆ

น้องเบสหลานสาวป้าน้อยเป็นคนรับออร์เดอร์ของผู้หิวโหยในวันนี้ น้องตักอาหารแต่ละอย่างใส่กระทงอย่างคล่องแคล่ว น่าเสียดายที่เขียวหวานเนื้อหมดไปตั้งแต่ช่วงสาย

น้องเบสเล่าว่า ในแต่ละวันต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเจียนใบตองหนึ่งม้วนให้กลายเป็นแผ่นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเท่าๆ กัน ก่อนจับจีบเป็นกระทง วันละ 300 – 400 ใบ ซึ่งคาดเดาไม่ได้ว่าวันนั้นๆ จะขายได้มากน้อยขนาดไหน ถ้ามีออร์เดอร์จากรถไฟนำเที่ยวก็จะต้องทำเผื่อไว้เยอะหน่อย หน้าที่ฉีกใบตองและเย็บกระทงจะเป็นของน้องเบส พอเย็บเสร็จแล้วก็จะเรียงกระทงวนไว้ในตะกร้ารอใส่ข้าวเป็นลำดับต่อไป

ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำสถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก

“ปกติกระทงใบหนึ่งเย็บนานไหมน้อง”

“ไม่นานค่ะพี่ นาทีหนึ่งก็ได้ประมาณสองถึงสามใบ อยู่ที่มือจะเร็วขนาดไหน”

ป้าน้อยเล่าให้เราฟังว่าเธอเพิ่งเป็นเจ้าของร้านจริงๆ แค่ 15 ปี แต่ก่อนนั้นไม่ได้เช่าที่สถานีรถไฟทำเป็นร้าน

“เมื่อก่อนแม่ป้าน่ะขายมานานแล้ว ป้าก็อยู่กับข้าวกระทงเนี่ยมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่มีร้านรวงอะไรหรอกลูก ก็ได้แค่ใส่หาบไปขายที่สถานีหรือบนรถไฟ” ป้าเล่าความหลังให้ฟัง

“รถไฟสมัยก่อนมันเป็นรถไอน้ำ ต้องมาเติมน้ำเติมฟืนที่บางตาล (สถานีคลองบางตาล) มีที่เติมน้ำรถจักรไอน้ำ มันจอดนาน ป้ากับแม่ก็ขายได้ตอนที่มันจอดนานๆ เนี่ยแหละ

ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำสถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก

“เวลาเราทำกับข้าวเราก็ต้องพิถีพิถัน เขียวหวานเนื้อก็ต้องเคี่ยวให้นาน ไม่งั้นเนื้อจะเหนียว”

ป้าเล่าไปเย็บกระทงไปด้วยความคล่องแคล่ว เราสังเกตว่าป้าจะเอาใบตองด้านสีอ่อนประกบกันไว้แล้วเอาด้านสีเขียวเข้มออกด้านนอก จากนั้นเธอก็พับมุมและเย็บอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานนักกระทง 4 มุมก็ปรากฏตัวขึ้นราวกับเครื่องจักรผลิตกระทง

กระทงใบตองในตะกร้าถูกจัดเรียงบนถาด น้องเบสค่อยๆ บรรจงตักข้าวสวยสีขาวหอมกรุ่นใส่ไปประมาณ 3 ใน 4 ของปริมาตรกระทง เมื่อข้าวสวยถูกใส่จนครบแล้ว ก็ค่อยๆ ตักแกงจากในหม้อใส่ไปทีละกระทง เฉลี่ยให้ทั้งถาดมีอาหารครบทุกอย่าง

ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำสถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก
ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำสถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก

เราได้ข้าวแกงกระทงมาครบ 3 อย่าง คือพะแนงหมู เขียวหวานไก่ และไข่พะโล้

“แบบพี่ก็มีเยอะนะ ขับรถมากินถึงร้านแต่ไม่เอาใส่จาน ขอใส่กระทงเอาบรรยากาศ หนูก็ขายนะพี่ มันเป็นเอกลักษณ์ไปแล้วอะ” น้องเบสเล่าให้เราฟัง ปกติแล้วถ้าใครมากินที่ร้านจะใส่จานราดแกงธรรมดา แต่ก็มีไม่น้อยที่รีเควสใส่กระทงใบตอง เพื่อให้อินกับบรรยากาศบนรถไฟ แบบว่าไม่ได้นั่งแต่ขอให้ได้บรรยากาศก็พอ

ถ้าให้รีวิวรสชาติ

ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำสถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก

พะแนงหมูมีความเผ็ดนิดๆ เนื้อหมูชิ้นใหญ่ รสชาติของเครื่องแกงค่อนข้างจัดจ้านและถึงเครื่องจริงๆ

เขียวหวานไก่ เนื้อไก่นุ่มมาก รสชาติแอบเผ็ดกว่าพะแนง มะเขือของป้าไม่ขมเลย ยิ่งกินกับข้าวสวยร้อนๆ ยิ่งได้ใจ

ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำสถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก

ส่วนพะโล้นั้นเหมือนเกิดมาเพื่อดับเผ็ดทั้งสองกระทงก่อนหน้า ไข่ต้มครึ่งซีกเข้าเนื้อกับหมูและน้ำแกงที่รสออกหวาน ทำให้อาการเผ็ดลดลง เหมาะกับการกินปิดท้ายเป็นที่สุด

ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำ สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก

“ป้ามีเมนูพิเศษนะลูก” ป้าน้อยบอกเราพร้อมยื่นกระทงที่มีผัดอะไรสักอย่างสีแดงๆ ดูเผ็ดร้อนอยู่บนนั้น

มันคือผัดเผ็ดนก ป้าน้อยบอกว่านานๆ จะทำสักที ถ้าใครได้กินถือว่าพิเศษมาก เพราะไม่ใช่เมนูปกติ ซึ่งรสชาติดีเลยล่ะ กระดูกไม่เยอะ เครื่องแกงที่ผัดลงไปดับกลิ่นนกกระทา ถ้าไม่บอกว่านี่คือผัดนกคงคิดว่ามันคือผัดเผ็ดไก่ที่สับจนละเอียด

นอกจากนั้นป้าน้อยยังบอกอีกว่า แกงทุกอย่างจะทำวันละหม้อ ถ้าอันไหนหมดก็ทำเพิ่มอีกหม้อได้ ยกเว้นเขียวหวานเนื้อที่ไม่ทำเพิ่ม หมดแล้วหมดเลย เพราะถ้าทำเพิ่มแล้วเคี่ยวเนื้อไม่นาน มันจะเหนียว ไม่อร่อย เรียกได้ว่าป้าน้อยพิถีพิถันทุกขั้นตอนจริงๆ

“ตอนที่สมเด็จพระเทพฯ เสด็จทางรถไฟวันนั้น แล้วข้าวกระทงของป้าได้รับเลือกให้เป็นของถวายด้วย ป้ารู้สึกยังไง”

“ดีใจสิลูก ดีใจมาก ป้าส่งของให้ท่านกับมือเลย”

ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำ สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก
ข้าวแกงกระทง อาหาร Signature Dish ราคา 10 บาทประจำ สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก

ป้าน้อยเล่าให้ฟังด้วยแววตาเต็มไปด้วยความทรงจำในวันนั้น ป้าบอกว่าเขาคัดเลือกของดีของบ้านโป่งมาถวาย มีไก่ย่างบางตาล มีข้าวแกงกระทงของป้า ปกติแกงของป้าพิถีพิถันอยู่แล้ว แต่วันนั้นพิถีพิถันยิ่งกว่าเดิมและลดรสชาติให้เผ็ดน้อยลง เพราะพระสหายของพระองค์ท่านเป็นชาวต่างชาติ

ป้าบอกว่าตอนที่รถไฟจอดและมีพระราชปฏิสันถารกับประชาชนที่หน้าต่าง พอถึงคิวป้าถวายของให้ ความดีใจมันท่วมท้นออกมา “ป้าจำวันนั้นได้ดีเลยลูก” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มีความสุข

ข้าวแกงกระทงของป้าน้อยเสิร์ฟให้นักเดินทางทุกวัน แต่ไม่ใช่ผู้โดยสารทุกขบวนที่จะมีโอกาสได้กิน เป็นเพราะว่าสถานีหนองปลาดุกมีรถไฟจอดน้อย ในแต่ละวันจึงมีรถไฟเพียงไม่กี่เที่ยวที่ได้มีโอกาสลองลิ้มชิมรสอาหารชั้นเลิศ หากใครอยากจะพิสูจน์ความอร่อย ก็เดินทางได้กับรถไฟที่มาถึงสถานีในช่วงเช้าจนถึงบ่าย 3 โมงตามโพยนี้เลย

รถธรรมดา 255/254 ธนบุรี-หลังสวน-ธนบุรี

รถธรรมดา 257/258/259/260 ธนบุรี-น้ำตก-ธนบุรี

รถธรรมดา 261 กรุงเทพ-หัวหิน

รถธรรมดา 251/252 ธนบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-ธนบุรี

บางขบวนนั้นข้าวแกงกระทงก็จะไปเสิร์ฟถึงบนตู้รถไฟในระยะสั้นๆ ด้วยเช่นกัน

วันและเวลาผ่านไปแค่ไหน อาหารสองข้างทางรถไฟก็ยังคงเสน่ห์เช่นเดิม เราไม่รู้ว่าเมื่อการพัฒนารถไฟให้เป็นทางคู่ครอบคลุม รถไฟเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า สถานีรถไฟเป็นระบบปิด การขายของที่ชานชาลาซึ่งเป็นเสน่ห์อีกอย่างจะหายไปหรือไม่ แน่นอนว่าการพัฒนามันก็ต้องทำให้บางอย่างสูญหายไป แต่ถ้ามองในแง่ของธุรกิจแล้วนั้น ไม่แน่นะเราอาจจะเห็นข้าวแกงกระทงของป้าน้อยขายในตู้เสบียงของรถด่วนพิเศษ หรือไปปรากฏตัวอยู่บนรถไฟท่องเที่ยวก็ได้

อีกนิดอีกหน่อย

  1. ป้าน้อยฝากมาบอกว่า 5 ธันวาคม ป้าไม่ขายแต่ป้าแจกฟรี
  2. ใครอยากไปชิมข้าวแกงป้าน้อย นั่งรถไฟไปที่สถานีชุมทางหนองปลาดุกได้ ป้าขายทุกวัน แนะนำว่าให้ไปกับรถที่ออกจากสถานีธนบุรีจะสะดวกที่สุด เพราะมีรอบเยอะกว่ารถที่ออกจากสถานีกรุงเทพ
  3. ใครได้กินผัดนกกระทาหรือเมนูพิเศษอื่นๆ อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะว่าอร่อยแค่ไหน

Writer & Photographer

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

Along the Railroad

เรื่องราวและเรื่องเล่าเกี่ยวกับรถไฟจากชายผู้ใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟมาตลอด 30 ปี

ขอเกริ่นก่อนว่าเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเลยยยยยแม้แต่นิด แต่เกี่ยวกับรถไฟล้านเปอร์เซ็นต์

เรามีของเล่นคู่ชีวิตคือรถไฟเด็กเล่นที่ซื้อตามตลาดนัดในราคากล่องละ 200 – 300 บาท มันเป็นรถไฟ 1 ชุด ประกอบไปด้วยรถจักรไอน้ำพร้อมรถลำเลียงและตู้โดยสาร 1 ตู้ ถ้ายี่ห้อแพงขึ้นมาหน่อยก็มีตู้โดยสารเพิ่มมาอีก 1 ตู้ พร้อมกับรางรถไฟพลาสติกสีดำ มีทางโค้ง ทางตรง ต่อรางได้เป็นรูปวงกลมกับวงรี ถ้าราคาแพงขึ้นมาหน่อยก็มีทางรถไฟแบบตัดเหมือนตัว X แถมมาด้วยเพิ่มอีกออปชันให้ทางรถไฟเป็นรูปเลข 8

นี่คือรถไฟของเล่นในวัยเด็กน้อยของเรา พอโตขึ้นมาหน่อยก็ได้รู้จักกับรถไฟ TOMY ผลิตภัณฑ์ของเล่นจากประเทศญี่ปุ่น มีลายเซ็นเป็นรางรถไฟสีน้ำเงินซึ่งดูไม่เป็นรางรถไฟ ออกจะเหมือนร่องอะไรสักอย่างให้รถไฟวิ่งไปมากกว่า อะ แต่ไม่เป็นไร มีรถไฟหลากหลายให้ฉันก็พอ

รถไฟจำลอง ขนาดเท่านิ้วก้อยจนใหญ่เท่าขา โลกย่อส่วนของคนรักรถไฟ ที่รถไฟไทยก็มีให้เล่น
ภาพ : We Love Hobby

รถไฟ TOMY เป็นเหมือนการสานฝันรถไฟจำลองวัยเยาว์ของเด็กหลายคน เล่นได้ทั้งเด็กหญิงเด็กชาย รางรถไฟมีมากมายหลายแบบ ทั้งทางตรง ทางโค้ง เนินสะพาน ชุดประแจที่ไว้สับราง รวมถึงสถานีจำลองที่ไม่ได้มีหลักตายตัวว่า เธอต้องต่อเป็นวงกลม วงรี หรือเลข 8 เท่านั้นนะ เพราะถ้าเราคิดว่ารางที่มีอยู่ไม่สาแก่ใจก็ไปซื้อเพิ่มได้ ต่อกันเป็นมหานคร ต่อกันเป็นเมืองแห่งรถไฟ จนต้องเสียสละห้องไปหนึ่งห้องเพื่อรถไฟเท่านั้น 

แต่ว่าสิ่งที่ทำให้รถไฟ TOMY ครองใจและทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งของรถไฟของเล่นที่ต้องมีเกือบทุกบ้าน คงไม่พ้น ‘ตัวรถไฟ’ ที่เรียกได้ว่ายกมาเกือบทั้งเกาะญี่ปุ่น ทั้งรถไฟจักรไอน้ำ SL หัวรถจักรดีเซลรุ่นต่าง ๆ รถจักรไฟฟ้า รถดีเซลราง รถไฟฟ้าชุด รถไฟชินกันเซ็น หรือแม้แต่รถไฟฟ้า BTS Limited Edition จากประเทศไทยก็มีในคอลเลกชันเหมือนกัน

แต่ก็ยังดูเหมือนว่ารถไฟ TOMY ก็ลบแพสชันอันแรงกล้าต่อรถไฟของเล่นไม่ได้ จนกระทั่งเราได้รู้จักกับ ‘รถไฟจำลอง’ ที่ย่อส่วนรถไฟของจริงลงมาเพียงมือจับ รายละเอียดทุกอย่างตั้งแต่รางที่เป็นเหล็กเหมือนของจริง ไปจนถึงตู้รถไฟที่เหมือนยันน็อตและท่อลม สร้างพลังความอยากมีไว้ในครอบครองจนปรอทแทบจะทะลุ

รถไฟจำลอง ขนาดเท่านิ้วก้อยจนใหญ่เท่าขา โลกย่อส่วนของคนรักรถไฟ ที่รถไฟไทยก็มีให้เล่น
รถไฟจำลอง ขนาดเท่านิ้วก้อยจนใหญ่เท่าขา โลกย่อส่วนของคนรักรถไฟ ที่รถไฟไทยก็มีให้เล่น

รถไฟจำลองเป็นงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะเหล่าบรรดา Geek รถไฟที่อยากเนรมิตเมืองจำลองที่มีแต่รถไฟเป็นของตัวเอง ความหลงใหลในตึกรามบ้านช่องไซส์มินิกับรถไฟ ทำให้เกิดการสร้างสรรค์ของเล่นในรูปแบบงานศิลปะเข้ามา ใครที่มีความสามารถหน่อยก็สร้างโลกทั้งใบขึ้นมาได้ภายในหนึ่งห้อง

สำหรับประเทศไทย การเล่นรถไฟจำลองยังไม่แพร่หลายมากนัก ด้วยราคาค่อนข้างสูง ถึงขนาดบางคนเอ่ยปากด้วยซ้ำว่า ต้องมีต้นทุนและเป็นของเล่นของคนมีเงิน สิ่งนี้กลายเป็นกำแพงขนาดมหึมาที่กั้นความอยากมีของหลาย ๆ คนไว้ (รวมถึงเรา) แต่เราเชื่อเสมอว่า ถ้าแพสชันมี เงินที่มีก็ย่อมสร้างความสุขได้ จริงไหม!!

ไปค่ะพี่สุชาติ ไปทำความรู้จักกับรถไฟจำลองกัน

รถไฟจำลองมีหลายขนาด ตั้งแต่ใหญ่ขนาดคนขี่ได้จนถึงขนาดเล็กเท่านิ้วก้อย ก่อนจะเริ่มเล่นรถไฟจำลองได้นั้น เราต้องดูความพร้อมก่อนว่า ขนาดสถานที่ที่เราต้องต่อรางรถไฟมีมากแค่ไหน เนื่องจากยิ่งไซส์ใหญ่ คุณต้องใช้บ้านทั้งหลังเพื่อให้มันวนได้ หรือต้องเสียสนามหญ้าหน้าบ้านไปเลย ขนาดของรถไฟจำลองนั้นมีเยอะมาก แต่ถ้าขนาดแบบคร่าว ๆ ที่พบเห็นได้บ่อยจะมีตามนี้

รถไฟจำลอง ขนาดเท่านิ้วก้อยจนใหญ่เท่าขา โลกย่อส่วนของคนรักรถไฟ ที่รถไฟไทยก็มีให้เล่น
ภาพ : Wikipedia

ขนาดใหญ่ไซส์บึ้ม

G Scale อัตราส่วน 1 : 22.5 ขนาดรางรถไฟกว้าง 45 มม.

I Scale อัตราส่วน 1 : 32 ขนาดรางรถไฟกว้าง 45 มม.

อันนี้เหมาะกับการเป็น Garden Train ที่ต่อวนในสนามหญ้าหน้าบ้าน ซึ่งได้รับความนิยมมากในต่างประเทศที่มีพื้นที่ขนาดกว้างพอสมควร

รถไฟจำลอง ขนาดเท่านิ้วก้อยจนใหญ่เท่าขา โลกย่อส่วนของคนรักรถไฟ ที่รถไฟไทยก็มีให้เล่น
G Scale 
ภาพ : gpdtrains.org

ขนาดกลาง ๆ เล่นได้แบบกรุบกริบ

HO Scale อัตราส่วน 1 : 87 รางกว้าง 16.5 มม.

HO (OO) Scale อัตราส่วน 1 : 76 รางกว้าง 16.5 มม.

ขนาดนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมมาก เนื่องจากรถไฟยังมีขนาดใหญ่พอที่จะเห็นรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งนอกและในรถชัดเจน ถ้าจะดัดแปลงเติมไฟอะไรเข้าไปก็ย่อยทำได้ง่าย ๆ และไม่ทรมานสายตา แต่ด้วยขนาดของมันที่อาจจะต้องใช้พื้นที่เต็มห้องประมาณหนึ่ง คนที่จะเล่น Scale นี้ได้ต้องมีพื้นที่ในบ้านพอสมควร

รถไฟจำลอง ขนาดเท่านิ้วก้อยจนใหญ่เท่าขา โลกย่อส่วนของคนรักรถไฟ ที่รถไฟไทยก็มีให้เล่น
HO Scale

ขนาดเล็กแต่ใจใหญ่

N Scale อัตราส่วน 1 : 160 รางกว้าง 9 มม.

Z Scale อัตราส่วน 1 : 220 รางกว้าง 6.5 มม.

น้องตัวเล็กแต่ใจใหญ่ เหมาะกับคนที่พื้นที่น้อย แต่อยากเนรมิตให้ใหญ่โตได้ ซึ่งขนาด N Scale ค่อนข้างได้รับความนิยมที่ญี่ปุ่น ตัวรถไฟมีรายละเอียดที่อาจถูกลดทอนลงไปบ้าง แต่ยังถือว่าละเอียดอยู่ ถ้าจะเพนต์สีหรือดัดแปลงตัวรถก็ทรมานสายตานิดหนึ่ง ถึงขั้นต้องใช้ตัวช่วยเป็นแว่นขยาย ซึ่งนักเล่นรถไฟจำลองที่ชื่นชอบรถไฟญี่ปุ่นค่อนข้างเทใจรักให้กับ N Scale มาก ๆ ข้อดีของมันคือในขนาดพื้นที่ใหญ่ ๆ เราทำให้เหมือนจริงได้มากที่สุด ตั้งแต่ความยาวของขบวนรถ ไปยันภูมิประเทศที่ไซส์ไม่ใหญ่มาก แต่ต่อรางได้ยาวขึ้นมาก

รถไฟจำลอง ขนาดเท่านิ้วก้อยจนใหญ่เท่าขา โลกย่อส่วนของคนรักรถไฟ ที่รถไฟไทยก็มีให้เล่น
N Scale

นอกจากขนาดของรถไฟแล้ว อีกสิ่งที่คนเล่นรถไฟจำลองต้องรู้คือ รถไฟพวกนี้ไม่ได้ใส่ถ่านแต่วิ่งด้วยไฟฟ้า โดยการรับไฟจากไฟบ้านผ่านหม้อแปลงควบคุมแล้วต่อเข้ารางรถไฟ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมรางรถไฟจำลองถึงเป็นโลหะรวมถึงล้อของรถไฟด้วย ซึ่งต่างจากรถไฟใส่ถ่านที่ทั้งรางและล้อเป็นพลาสติก

รถไฟจำลอง ขนาดเท่านิ้วก้อยจนใหญ่เท่าขา โลกย่อส่วนของคนรักรถไฟ ที่รถไฟไทยก็มีให้เล่น

ไฟที่ใช้นั้นมี 2 ประเภท คือ ระบบไฟ AC (กระแสสลับ) และระบบไฟ DC (กระแสตรง) เราต้องรู้ว่ารถไฟของเราใช้ไฟอะไร ยี่ห้อผู้ผลิตไหนใช้ไฟแบบไหน เอามาเล่นปนกันไม่ได้ มิฉะนั้นความวุ่นวายจะเกิดขึ้น ถึงขนาดรถไฟพังได้เลยเพราะไฟช็อต โดยส่วนมากรถไฟจำลองนิยมเล่นแบบไฟ DC มากที่สุด เข้าถึงง่ายมีหลายผู้ผลิต โดยไฟบ้านที่ใช้นั้นจะถูกแปลงโดย Controller ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญที่นอกจากจะมีหน้าที่แปลงไฟแล้ว ยังใช้ควบคุมขบวนรถไฟ เหมือนเราเป็นคนขับรถไฟจำลองขบวนนั้นจริง ๆ ด้วย

เนื่องจากรถไฟจำลองใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเล่นคือการทำความสะอาดราง ขัดให้เงาอยู่เสมอ การมีฝุ่นอยู่บนตัวรางมากเกินไปก็ทำให้ไฟที่ไหลอยู่ไม่เสถียร รถไฟอาจติดขัดหรือทำให้ไฟฟ้าส่องสว่างในตัวรถกะพริบติด ๆ ดับ ๆ ได้

การสร้างเมืองรถไฟจำลอง งานอดิเรกสุดคลาสสิกของคนรักรถไฟทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และไทย

ส่วนที่น่าจะยากที่สุดสำหรับการเล่นรถไฟจำลอง คือการสร้างภูมิประเทศจำลอง หรือที่เราเรียกกันว่าเลย์เอาต์ (Layout) ขึ้นมา ใครไม่ซีเรียสก็ต่อรางวิ่งบนพื้นบ้านได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าถึงขั้นมีรถไฟจำลองที่เหมือนจริงมาก ๆ แล้ว ไอ้ครั้นจะต่อรางเปลือย ๆ เล่นบนพื้นบ้านนั้นดูจะไม่สวยงาม การสร้างภูเขา ต้นไม้ ใบหญ้า ตึกรามบ้านช่อง จึงเป็นงานช้างที่สนุก ปลุกเร้าความคิดสร้างสรรค์

ตึกรามบ้านช่องถ้าเราไม่ไหวที่จะเนรมิตขึ้นมา ก็มีขายตามร้านจำหน่ายรถไฟจำลองทั่วโลก หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ประกอบสองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นชานชาลา สถานี เสาส่งไฟฟ้า สัญญาณไฟจราจร สะพาน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ไม่ต้องวุ่นวายสร้างด้วยสองมือ ซื้อเลยครับ งานดี สเกลตรง และสวยงาม แต่ภูมิประเทศนี่แหละตัวยากสุด มันไม่ต่างกับการสร้างงานสักชิ้นของนักศึกษาสถาปัตยกรรม เราต้องอาศัยความละเอียด ความชำนาญ และทักษะงานศิลปะประมาณหนึ่งเลย

การสร้างเมืองรถไฟจำลอง งานอดิเรกสุดคลาสสิกของคนรักรถไฟทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และไทย
การสร้างเมืองรถไฟจำลอง งานอดิเรกสุดคลาสสิกของคนรักรถไฟทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และไทย
การสร้างเมืองรถไฟจำลอง งานอดิเรกสุดคลาสสิกของคนรักรถไฟทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และไทย
การสร้างเมืองรถไฟจำลอง งานอดิเรกสุดคลาสสิกของคนรักรถไฟทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และไทย

ภูเขานั้นสร้างได้หลายวัสดุ เช่น กระดาษ ปูนปลาสเตอร์ หรือแผ่นโฟม จากนั้นก็ก่อให้เป็นภูมิประเทศที่ต้องการ และจบด้วยการตกแต่งพร้อมลงสีให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุด ถ้าแอดวานซ์หน่อยก็จะใช้ขี้เลื่อยผสมกาวลาเท็กซ์ย้อมสีเขียว เพื่อทำให้เป็นหญ้าที่ดูมีเท็กซ์เจอร์ขึ้นมา หรือถ้าไม่อยากเป็นงานคราฟต์มาก แนะนำให้เดินเข้าร้านขายของทำโมเดล แล้วซื้อของสำเร็จมาทำได้เลยก็ไม่ติดขัดเช่นกัน

รายละเอียดที่เรียกได้ว่าขาดไม่ได้ คือการโรยหินบนรางรถไฟ แม้ว่าในยุคหลังจะมีผู้ผลิตทำรางประกอบพร้อมหินมาให้เลย แต่มันก็เป็นพลาสติกที่ดูไม่สมจริง การโรยหินบนรางรถไฟจำลองนั้น เราใช้หินของจริง หรือทรายที่มีขนาดเล็กและละเอียดมาก ๆ อาจจะกรองโดยใช้ตะแกรงก่อนก็ได้ จากนั้นให้โรยบนทางรถไฟตามความต้องการ แล้วเทกาวลาเท็กซ์ผสมน้ำลงไป กาวน้ำจะค่อย ๆ ซึมลงไปและเคลือบหินเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน จนกลายเป็นหินรองรางรถไฟที่สมบูรณ์ เมื่อกาวแห้งแล้วก็อย่าลืมขัดหน้ารางให้เงาวับเสมอ เพื่อให้สื่อนำไฟฟ้าสมบูรณ์พร้อมให้รถวิ่ง

การสร้างเมืองรถไฟจำลอง งานอดิเรกสุดคลาสสิกของคนรักรถไฟทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และไทย

ผู้เล่นรถไฟจำลองในไทยยังไม่ได้เป็นวงกว้างขวางเท่าไหร่ สี่งที่น่าประทับใจที่สุด คือการดัดแปลงรถไฟของต่างประเทศให้กลายเป็นรถไฟไทยซึ่งไม่มีจำหน่าย ทำให้โมเดลรถไฟไทยนั้นกลายเป็นของ Limited Edition ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก จากการดัดแปลงด้วยมือ ความหลงใหลต่อรถไฟไทยและรถไฟจำลองสร้างพลังในการผลิตตู้รถไฟไทยออกมามากมาย จนในที่สุดเราก็ได้เห็นรถไฟไทยขนาดย่อส่วนวิ่งได้จริง

การสร้างเมืองรถไฟจำลอง งานอดิเรกสุดคลาสสิกของคนรักรถไฟทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และไทย
รถไฟจำลอง ขนาดเท่านิ้วก้อยจนใหญ่เท่าขา โลกย่อส่วนของคนรักรถไฟ ที่รถไฟไทยก็มีให้เล่น
รถไฟจำลอง ขนาดเท่านิ้วก้อยจนใหญ่เท่าขา โลกย่อส่วนของคนรักรถไฟ ที่รถไฟไทยก็มีให้เล่น
การสร้างเมืองรถไฟจำลอง งานอดิเรกสุดคลาสสิกของคนรักรถไฟทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และไทย

รถไฟจำลองอาจเป็นงานอดิเรกที่ใช้ต้นทุนค่อนข้างเยอะ ทั้งราคา เวลา สถานที่ แต่ก็เป็นหนึ่งในงานที่สร้างสรรค์ฝีมือทางด้านงานศิลป์ เป็นงานที่ต่อยอดความรู้เกี่ยวกับรถไฟได้ไม่ยาก ในประเทศที่รถไฟเป็นพระเอกอย่างในยุโรปหรือญี่ปุ่น งานอดิเรกนี้ได้รับความนิยมมากถึงขนาดมีร้านขายรถไฟจำลองที่เราเข้าไปเลือกซื้อหรือไปคุ้ยกระบะยามเซลส์ได้สบาย ๆ เป็นการปลูกฝังความผูกพันที่มีต่อรถไฟของคนประเทศนั้น ๆ ได้อย่างลึกซึ้งโดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งสิ่งนี้แหละที่ทำให้เกิดก้าวเล็ก ๆ ของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนกับรถไฟ ต่อยอดไปสู่การพัฒนาระบบรถไฟ การพัฒนาคน และการพัฒนาองค์ความรู้ระบบรางไปพร้อม ๆ กัน

การสร้างเมืองรถไฟจำลอง งานอดิเรกสุดคลาสสิกของคนรักรถไฟทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และไทย
รถไฟจำลอง ขนาดเท่านิ้วก้อยจนใหญ่เท่าขา โลกย่อส่วนของคนรักรถไฟ ที่รถไฟไทยก็มีให้เล่น
การสร้างเมืองรถไฟจำลอง งานอดิเรกสุดคลาสสิกของคนรักรถไฟทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และไทย
การสร้างเมืองรถไฟจำลอง งานอดิเรกสุดคลาสสิกของคนรักรถไฟทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และไทย

Writer & Photographer

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load