โม-ทัศนัย แมตา เป็นทายาทรุ่นที่ 4 ของครอบครัวที่ทำอาหารอินเดียขายมา 70 ปีแล้ว เขาก็ยังคงรับช่วงต่อทำอาหารขาย แต่ต่างกันตรงที่เขาขายอาหารออนไลน์ผ่านเพจที่ชื่อ Curry & Co

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง

บางเมนูที่เขาทำขายหาไม่ได้ในร้านอาหารอินเดียทั่วไป ถึงมีก็หน้าตาไม่เหมือนกันจนคิดว่าเป็นคนละเมนู 

ไม่ใช่เพราะอยากทำให้ไม่เหมือน แต่อาหารของเขาถอดออกมาจากตำราอาหารและประวัติศาสตร์ ก่อนที่หน้าตาของเมนูนั้นจะถูกพัฒนามาจนเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

เขาใช้เวลาทำแต่ละเมนู รวมเวลาทุกกระบวนการแล้วนานเป็นเดือน

เนื้อหาในเพจ Curry & Co แทนที่จะอธิบายรสชาติ แต่เขาเลือกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอาหารชนิดนั้น

ทำให้ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าจะจัดหมวดหมู่ Curry & Co อยู่ในหมวดหมู่อาหารหรือประวัติศาสตร์ดี

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง
1

ถ้าเข้าไปดูในเพจหรืออินสตาแกรม เราจะเจอกับรูปอาหารสวยงาม มองดูด้วยตาประกอบเข้ากับชื่อเพจ ก็พอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นแกงโดยเฉพาะแกงอาหารอินเดีย

จะเรียกว่าเพจอาหารอินเดียก็ไม่ถูก เพจ Curry & Co นี้คล้ายจะเป็นสารานุกรมอาหารในหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลกเสียมากกว่า และถ้าจะพูดถึงแค่อาหารอินเดีย ก็ยังเรียกได้ไม่เต็มปาก หากได้อ่านเรื่องราวที่มาของแต่ละเมนูที่เขาเขียน

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง

“แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของอาหารที่เขียนในเพจ แทบไม่ใช่อาหารอินเดียเลย” โมบอกกับผม

“ส่วนใหญ่เป็นอาหารเปอร์เซียที่คนอินเดียรับอิทธิพลเข้ามาหรือเอามาดัดแปลง จนถึงทุกวันนี้เชื่อว่าแม้แต่คนทำร้านอาหารอินเดียบางคน ก็ยังไม่รู้ที่มาของอาหารที่ตัวเองทำเลยว่ามีที่มาจากอะไร ผมคุยกับเจ้าของร้านบางร้านก็บอกว่าเขาบอกให้ทำแบบนี้กันมา อาหารหลายอย่างมันหน้าตาเปลี่ยนไปจากเดิมโดยความไม่รู้ที่มา”

เหตุผลที่โมสร้างเพจขึ้น เพื่ออยากสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาหารอินเดียที่ขายอยู่ในต่างประเทศ รวมถึงในบ้านเรา ด้วยวิธีการเล่าถึงประวัติศาสตร์ให้เห็นถึงต้นทาง หรือต้นฉบับของอาหารเมนูใดหนึ่ง แต่ไม่ได้เล่าแค่อย่างเดียว เขาเลือกปรุงมันขึ้นมาจริงๆ ด้วยวัตถุดิบและวิธีการตามตำราที่เขาศึกษา

2

ตระกูลของโมเป็นชาวอินเดียที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ไทยตั้งแต่รุ่นทวด ที่บ้านของเขาทำอาหารกันมารุ่นต่อรุ่น เขาซึมซับการทำอาหารติดตัวมาบ้าง แต่อาชีพหลักของเขาไม่เกี่ยวข้องกับอาหารเลยสักนิด โมมีอาชีพเป็นช่างซ่อมบำรุงเครื่องบิน และมีประวัติศาสตร์เป็นความสนใจส่วนตัว 

“ส่วนตัวชอบเรื่องประวัติศาสตร์ทางการทหารและสงคราม เพราะชอบดูหนัง และเกี่ยวข้องกับงานที่เคยทำเมื่อก่อนซ่อมคือเครื่องบินรบ แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาทำเครื่องบินพาณิชย์แล้ว”

ผมเพิ่งเชื่อมโยงภาพได้เมื่อไม่นานนี้ว่า ประวัติศาสตร์ของการทหารและสงครามเชื่อมโยงกับอาหารมาตลอด โดยเฉพาะในยุคล่าอาณานิคม เกิดการเดินทางไปทั่วโลก และสิ่งที่เคลื่อนที่ไปด้วยนั้นคืออาหาร

“ในยุคอาณานิคม คนที่อพยพถิ่นฐานในยุคอาณานิคมคือแรงงานและทหาร สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อใครก็ตามต้องย้ายถิ่นฐานเป็นเวลานาน อาหารเป็นสิ่งที่บรรเทาอาการคิดถึงบ้านในต่างแดน เกิดการเคลื่อนย้ายอาหาร ผสมผสานเข้ากับการกินแบบท้องถิ่นใหม่ อาหารหลายชนิดก็เกิดจากผู้ย้ายถิ่นฐาน

“อีกอย่างคืออาหารอินเดียเป็นคอมฟอร์ตฟู้ด เพราะมันดีต่อใจ ดีต่อร่างกาย เขาไม่ได้บริโภคเนื้อสัตว์เป็นหลัก เมื่ออาหารไม่ใช้เนื้อสัตว์ เลยง่ายต่อการปรับเปลี่ยนไปตามภูมิประเทศและภูมิอากาศใหม่ อยู่ในทะเลทรายหรืออยู่ใกล้ทะเล ก็มีทางเลือกของวัตถุดิบในการทำอาหารอยู่ดี 

“นี่คือจุดเริ่มต้นเวลาผมเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ มักเจออาหารที่คล้ายกับของที่เรารู้จักเลย”

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง
Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง
3

อาชีพที่มีโอกาสเดินทาง ทำให้เห็นความหลากหลายของวัฒนธรรมอาหาร เป็นที่มาและจุดเริ่มต้นในการทำคอนเทนต์อาหารที่ทั้งอ่านและกินได้ขึ้นมา

“ผมชอบเก็บหนังสือสูตรอาหารเก่าๆ เริ่มจากหาเมนูซึ่งใช้วัตถุดิบที่พอจะหาได้ในบ้านเรา เริ่มจากเดินไปซื้อวัตถุดิบ เริ่มจากพวกเครื่องเทศเป็นหลัก ทดลองทำให้คนใกล้ตัวอย่างเพื่อนและครอบครัวลองกินก่อนว่ามันโอเคไหม บางทีเขาก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าเมนูนี้มันดีหรือเปล่า เพราะเขาไม่เคยกินมาก่อน แต่ผมก็จะมีที่ปรึกษาหลักเวลาทำอาหาร คือเพื่อนที่เป็นเชฟที่อินเดีย คอยปรึกษากันตลอด

“เมื่อปรุงอาหารเสร็จเรียบร้อยได้รสตามที่ต้องการก็นำมาถ่ายรูป แล้วก็ไล่อ่านประวัติศาสตร์ หาจากแหล่งข้อมูลเป็นสิบๆ ที่ บางครั้งอาหารจานเดียวมีเรื่องเล่าเป็นสิบอย่าง ผมก็ต้องไปวิเคราะห์ว่าข้อมูลไหนน่าเชื่อถือได้บ้าง หรือดูเป็นไปได้ที่สุด ถึงค่อยนำมาโพสต์ลงเพจ”

โมลำดับวิธีการทำงานต่อหนึ่งเมนูที่เขาศึกษา โดยที่ทำ 1 เมนู ใช้เวลารวมๆ กันประมาณ 1 เดือน

“บางทีก็จะมีคนที่ตามเพจมาบอกว่าทำไมผมหายไปนาน ที่หายไปเพราะหนึ่งเมนูต้องใช้เวลาในการศึกษาและทดลองทำนานมาก จนมั่นใจว่าพร้อมขายและเขียนลงเพจ” โมเล่า

“แรกๆ ก็ขายยากเหมือนกัน ผมรู้เลยว่าบางคนไม่ได้อ่าน เห็นว่าเป็นแกงก็ถามว่าแกงอะไร ทั้งที่ใส่ข้อมูลไปหมดแล้ว (ยิ้ม)

“ผมอยากให้เขารู้ว่าอาหารที่ขายไม่ใช่เมนูที่หาได้ทั่วไป บางคนคุยกัน ผมก็ส่งไปให้เขาลองชิมเฉยๆ เลยก็มี จนเริ่มมีคนที่ติดตามอยู่กลุ่มหนึ่ง เป็นกลุ่มที่เขาสนใจอาหารจริงๆ”

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง
4

“บางเมนูเริ่มจากสูตรอาหารก่อน แต่บางเมนูก็เริ่มจากประวัติศาสตร์ของมันก่อน เพราะผมรู้ที่มาของมันอยู่แล้ว 

“เราเห็นว่าร้านอาหารอินเดียบางร้านก็ขายแบบไม่เข้าใจที่มาของมัน ยกตัวอย่างเช่น ‘แกงวินดาลู’ หลายๆ ร้านที่ผมไปกินแล้วคุยกับเจ้าของ รูปร่างหน้าตาของแกงข้นและมีมันฝรั่ง แต่แกงวินดาลู (Vindaloo) เป็นแกงสัญชาติอินเดีย มีที่มาจากเมือง กัว (Goa) เมืองที่เป็นศูนย์กลางอาณานิคมของโปรตุเกสในอินเดีย 

“เรื่องราวของแกงวิดาลูมีที่มาจากการเดินเรือของโปรตุเกส และต้องเตรียมของเพื่อใช้ทำอาหารสำหรับการเดินทางอันยาวนานจากโปรตุเกสมาสู่เอเชีย หนึ่งในอาหารบนเรือคือ Carne Vinha d’alhos หรือเนื้อสัตว์ (ที่ทำให้สุก) หมักในกระเทียมและไวน์แดง อาหารชนิดนี้ถูกเก็บไว้ในถังและจะนำมากินระหว่างเดินทาง จนมาถึงอินเดีย เมนูนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็นเมนูแบบท้องถิ่นโดยคนพื้นถิ่น จากอาหารที่ไม่มีรสเผ็ด ก็มีรสที่เผ็ดจากการใส่เครื่องเทศ เปลี่ยนจากไวน์แดงที่ใช้หมัก เป็นน้ำส้มสายชูตามวัฒนธรรมการกิน 

“จากอาหารแบบยุโรป กลายเป็นอาหารอินเดียรสเผ็ด 

“ความเข้าใจผิดที่ทำให้มีมันฝรั่งในแกงเกิดจากความเข้าใจผิดในเรื่องภาษา คำว่า ‘Alhos’ ที่แปลว่ากระเทียมในภาษาโปรตุเกส คนทำมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคำว่า ‘Aloo’ ที่แปลว่ามันฝรั่งในภาษาฮินดี เลยใส่มันฝรั่งเข้าไปในแกงวินดาลูในเวอร์ชันอาหารอินเดีย

“ร้านอาหารอินเดียหลายร้านใส่มันฝรั่งในแกงวินดาลูแบบไม่รู้ถึงที่มา ปรับแกงให้ข้นขึ้นด้วย เพื่อให้เข้ากับมันฝรั่ง ผมเลยอยากทำแกงวินดาลูที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับ ซึ่งจะมีแค่พริก น้ำส้มสายชู และกระเทียม ในการให้รสเท่านั้น 

“คนมักคิดว่าคนอินเดียไม่กินหมู จริงๆ แล้วเป็นแค่บางส่วนในคนที่นับถือมุสลิม เลยมักจะไม่ใช้หมูกับแกงวินดาลู แต่ที่จริงในตอนเริ่มต้นแกงวินดาลูมีส่วนผสมของเนื้อหมู

“เหตุผลที่เนื้อสัตว์ในแกงวินดาลูแบบต้นฉบับเป็นเนื้อหมู เพราะชาวโปรตุเกสได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองกัว และต้องการเปลี่ยนความเชื่อของชาวท้องถิ่นให้นับถือศาสนาคริสต์และสอนให้กินหมู แกงวินดาลูที่เมืองกัวก็ยังคงเป็นแกงที่ใส่หมู และไม่ใส่มันฝรั่งแบบดั้งเดิมเช่นเดียวกัน

“ที่ผมอยากทำแกงวินดาลูคือการให้คนได้รู้จักที่มาของอาหาร เพราะถ้าคนรู้จักแล้ว เขาจะเข้าใจว่าอาหารชนิดนั้นมันถูกออกแบบมาด้วยวิธีคิดอย่างไร”

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง
5

ถ้าอ่านจากชื่อเมนูคร่าวๆ อาหารในเพจ Curry & Co เป็นอาหารที่แทบหากินตามร้านอาหารอินเดียไม่ได้เลย เช่น Yakhani (ยัคณี) อาหารที่มีต้นกำเนิดจากเปอร์เซีย ไปสู่เอเชียกลาง และมาถึงอินเดียในสมัยของพระเจ้าอักบาร์มหาราช หรือ Junglee Maas แกงรสร้อนแรงแบบรัฐราชสถานของอินเดีย ไปจนถึง Dak Bungalow แกงอินเดียรสอ่อนปรุงเครื่องเทศน้อยเพื่อให้ถูกปากคนอังกฤษในยุคอาณานิคม ล้วนเป็นเมนูที่ยกตัวอย่างมาเพื่อให้เห็นภาพของอาหารอินเดียในแบบ Curry & Co

ส่วนเมนูที่เขามักจะเขียนถึงและทำบ่อยๆ คือข้าวหมกแบบต่างๆ เขาบอกว่าข้าวหมกเป็นเมนูที่คนมักเข้าใจผิด และเริ่มหาความหลากหลายได้ยากในร้านอาหาร

“เราจะเห็นว่าร้านจะทำข้าวหมกเอาไว้อยู่แล้ว หลายคนใช้ผงกะหรี่ แล้วแค่เปลี่ยนเครื่องหรือเนื้อสัตว์ที่กินด้วยกัน เช่น ไก่ เนื้อ ปลา หรือแพะ แต่จริงๆ แล้ว ข้าวหมกเนื้อสัตว์แต่ละชนิดมีวิธีที่แตกต่างกัน

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง

“เมนูข้าวหมกเป็นเมนูที่ทำให้ผมรู้ว่าสามารถเอาข้าวชนิดหนึ่งมาทำเป็นอาหารได้ร้อยกว่าแบบ ที่อินเดียภาษาและสำเนียงจะเปลี่ยนไปทุกๆ สิบสองกิโลเมตร ข้าวหมกก็เปลี่ยนไปทุกสิบสองกิโลเมตรเช่นกัน” โมอธิบายความมากมายของข้าวหมกที่อินเดียได้อย่างเห็นภาพ

“เราเห็นข้าวหมกว่ามีสีส้ม สีเหลือง หรือสีขาว แตกต่างกัน มันขึ้นอยู่กับวัตถุดิบของแต่ละท้องถิ่นเลย อย่างของอินเดียภาคเหนือที่ได้รับอิทธิพลเปอร์เซียใช้หญ้าฝรั่นในการหุงข้าว สีเลยจะออกส้ม ภาคใต้จะใช้ขมิ้นแทนข้าวเลยจะออกเหลือง หรือข้าวหมกของภาคตะวันออกที่เขากินอาหารทะเลอยู่แล้ว ลักษณะของการหุงข้าวจะไม่ใส่เกลือเลย เพราะมีรสเค็มในอาหารทะเลอยู่แล้ว นี่พูดถึงแค่ข้าวหมกในอินเดียอย่างเดียวนะ ยังมีข้าวหมกแบบเปอร์เซียอีกเยอะมาก” 

โมรู้สิ่งเหล่านี้จากการเดินทาง และไม่มีตำราไหนที่เขียนบอก

อิหร่าน โมร็อกโก และอียิปต์ ล้วนเป็นประเทศที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารเปอร์เซีย และเขาเล่าว่าตื่นเต้นที่จะได้เรียนรู้เรื่องอาหารจากประเทศเหล่านี้

“เราต้องเปิดใจกินก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าคุณไม่เปิดใจกินทุกอย่าง ก็จะไม่มีทางรู้ว่ามันแตกต่างกันอย่างไร เมื่อเปิดใจลองกินทุกแบบแล้ว ไม่ต้องไปถามใครหรอกว่าอะไรผิดหรือถูก เราจะพิจารณาได้เองว่าอะไรคือผิด อะไรคือถูก” คำตอบของเขาทำให้เห็นถึงความอยากเรียนรู้แบบเปิดใจ

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง
Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง
6

“ผมไม่ได้ขายอาหาร แต่ผมขายประสบการณ์ ประสบการณ์คือ เหมือนว่าเราอยากจะย้อนรอยกลับไปกินแบบที่ในสมัยก่อนเขากินกัน แต่เราทำไม่ได้แล้ว เช่น ผมอยากทำกินอาหารฝีมือคุณย่า แต่คุณย่าก็ไม่อยู่แล้ว ผมอาจจะทำได้ไม่เหมือนคุณย่า แต่ก็จะตั้งมาตรฐานไว้ว่าอยากให้เหมือนได้สักแปดสิบเปอร์เซ็นต์

“ในเพจเล่าเรื่องวัตถุดิบเป็นหลัก ผมอยากให้คนรู้ที่มาของวัตถุดิบ บางอย่างอาจจะไม่เคยกินเพราะเป็นเมนูเก่ามาก แต่ก็พยายามหาวัตถุดิบที่ใช้ให้ใกล้เคียงกับที่เขาใช้กันให้มากที่สุด เช่น บางเมนูเขาใช้เม็ดมะม่วงหิมพานต์เผา ก็พยายามจะหามาให้ใกล้เคียง ให้รู้ว่าเมื่อก่อนเขากินกันอย่างนี้ ผมว่าวัตถุดิบหลายๆ อย่างมันหายไปเลยหลังจากที่มนุษย์คิดค้นผงชูรสขึ้นมาแล้ว (หัวเราะ) สิ่งที่ผมต้องการทำคือ พาทุกคนย้อนกลับไป ณ จุดนั้น เพื่อให้กินอาหารที่ไม่มีวัตถุดิบสังเคราะห์หรือวัตถุดิบกันเสีย

“ผมว่าการที่เราจะไปกินอาหารโดยการฟังรีวิวมันไม่ได้ช่วยอะไร เรื่องรสชาติมันบรรยายผ่านการรีวิว ผ่านวิดีโอ หรือตัวหนังสือ ไม่ได้อยู่แล้ว ผมอยากให้คนกินอาหารผ่านความรู้และความรู้สึกมากกว่ารสชาติ สิ่งหนึ่งที่เราจะพาคนย้อนเวลากลับไปในประวัติศาสตร์ได้ใกล้เคียงที่สุดคืออาหาร มันมีสัมผัสทั้งห้าที่ครบ และจะพามนุษย์กลับไปสัมผัสประวัติศาสตร์ได้

“การที่คนรู้จักประวัติศาสตร์ ทำให้ช่วยสร้างภาพวิวัฒนาการของอาหารเมนูนั้นจริงๆ ให้ชัดเจนขึ้นได้ด้วย ถ้าลองให้คนได้ย้อนกลับไปกินได้ใกล้เคียงตันฉบับจริงๆ ก็อาจจะเข้าใจว่ามันเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลามาได้อย่างไร

“ตั้งแต่เปิดเพจมายังไม่เคยบูสต์โพสต์เลย อาหารจะขายได้หรือไม่ได้มันก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมชอบให้คนเข้ามาอ่าน ชอบทัศนคติของคนที่สามารถเรียนรู้ไปด้วยกันได้ เคยคิดเรื่องเปิดร้านอาหารของตัวเองอยู่บ้าง อยากจะเปลี่ยนคอนเซปต์อาหารไปทุกๆ เดือน เช่น เดือนนี้เป็นธีมเดินเรือของสเปน อีกเดือนอาจจะเป็นเรื่องเส้นทางสายไหม” 

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง

หากสนใจรู้เรื่องประวัติศาสตร์ของเครื่องแกง และชิมรสแกงที่แกะสูตรจากประวัติศาสตร์ โมจะอาหารขายเฉพาะทางเพจ Curry & Co และถนนคนเดินคลองโอ่งอ่างทุกวันศุกร์-อาทิตย์

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื่องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“ผมเป็นมือใหม่ YouTube มาก”

“แต่ทั้งช่อง BoomTharis, Slot Machine, 9arm, YARDPIRUN , Koendanai ก็มาคอมเมนต์คุณนะ”

“เขาบอกว่ามีคนดังมาคอมเมนต์หลายคน ผมก็ไม่รู้ตัวนะว่าพวกเขามากัน เพราะว่ามันเยอะมาก ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง มีคนดังมาให้ความสนใจอย่างนี้” เขาเล่าพร้อมร้อยยิ้มอารมณ์ดีที่ส่งผ่านโปรแกรม Zoom

หนุ่มโคราชวัย 30 เจ้าของเพจ ‘เพลงอร่อยมาก’ ตั้งใจร้องเพลงพร้อมกับทำอาหารในห้องครัว ให้คุณผู้ดูโขลกเครื่องทำกินได้ที่บ้านด้วยเมนูง่ายๆ จะยากก็เพียงแค่การร้องตามแต่ละเพลง เพราะมันช่างโหดเหลือหลาย

เขาไม่ใช่นักร้อง แล้วก็ไม่ใช่พ่อครัว ต่อคือช่างภาพเวดดิ้งมืออาชีพ ถ่ายภาพบ่าวสาวบันทึกความรักของผู้คนมานักต่อนัก พร้อมขายภาพสต็อกในเว็บไซต์ต่างๆ มาหลายปี ปัจจุบันเขาอยู่ที่เมืองย่าโมกับครอบครัวและลูกน้อย ชอบทำกับข้าวกินเองอยู่บ่อยๆ

เรื่องราวชีวิตผู้ชายคนนี้สนุก หลายอย่างในชีวิตบางทีก็ไม่เหมือนที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ดันไปได้ดีและทำให้เขาค้นพบความสามารถตัวเองมาเรื่อยๆ

หรือแม้กระทั่งวันนี้ที่คลิปของเขาแตะล้านวิวเป็นที่เรียบร้อย ต่อเองก็ไม่คิดว่าจะไปถึงขนาดนั้น เขาแค่ชอบร้องเพลงเล่นๆ สนุกๆ มาตั้งแต่สมัยเรียน

และไม่เคยคิดจะหยุดร้องเพลงเลยแม้แต่วันเดียว

เบื้องหลังจังหวะกระเทียม ที่ไม่ว่ากี่เมนูก็ร้องให้ไพเราะได้ของ TORWAI เพลงอร่อยมาก

ตัวต่อ

ต่อเล่าว่าเขาเริ่มร้องเพลงตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ในวันปฐมนิเทศ นักศึกษาทุกคนจะโดนบังคับให้เลือกชุมนุมสังกัดเพื่อทำกิจกรรมตลอดเทอม แน่นอนว่าชายผู้นี้เลือกชมรมดนตรี

“ผมไปเจอเพื่อนคนหนึ่งเล่นกีตาร์ ส่วนผมก็ตีกลองเป็น เลยชวนๆ เพื่อนคนอื่นมารวมตัวกันลองเล่นดนตรีดูก่อน ยังไม่ต้องมีนักร้องก็ได้ ผมลองตีกลองเพลง ขาหมู Tattoo Color แต่ตีไม่ลงจังหวะสักที เลยสลับตำแหน่งกับเพื่อนอีกคนไปร้องเพลง เพื่อนในวงบอก ‘มึงร้องเพลงได้นี่หว่า งั้นไปเป็นนักร้องเลยแล้วกัน’ แล้วสมัยนั้นยังพรินต์เนื้อร้องจากร้านถ่ายเอกสารอยู่เลย”

ต่อเล่าถึงจุดเริ่มต้นสู่ห้องซ้อมดนตรีพร้อมเสียงหัวเราะ ถ้าวันนั้นเขาตีกลองลงจังหวะ วันนี้คงไม่มียูทูเบอร์ชื่อ TORWAI นี่คงเป็นจังหวะดีอย่างแรกที่เขาได้เจอความสามารถของตัวเอง

“เหมือนงานอดิเรกของเราคือเรียน แต่งานหลักคือเล่นดนตรี ผมกับเพื่อนเริ่มออกงานร้องเพลงบ่อยขึ้นจนเก็บตังค์ได้ถึงหลักหมื่น แล้วช่วงนั้นผมก็ฟีลเด็กมหาลัยที่มีโลกส่วนตัวสูง ชอบออกไปขับรถเล่นแล้วก็ถ่ายรูป มุมไหนสวยก็อยากถ่ายเก็บไว้ พ่อเลยซื้อกล้องถ่ายรูปไว้ให้ พอถ่ายรูปได้เงินดีก็มุ่งไปในสิ่งที่เลี้ยงตัวได้ จนกลายเป็นว่าผมไม่ได้ยุ่งกับการร้องเพลงอีกเลย เน้นพัฒนาฝีมือถ่ายภาพของตัวเอง เข้าสู่วงการถ่ายภาพเวดดิ้งเต็มตัว เหลือร้องเพลงเล่นๆ เวลาขับรถเดินทางแค่นั้น”

แม้ชีวิตของต่อจะพลิกเส้นถนนกันอยู่หลายตลบ จากเด็กเรียนวิศวะ มาจับไมค์ร้องเพลง จับพลัดจับพลูมาเป็นช่างภาพอาชีพ

แต่ดนตรียังอยู่กับเขาในทุกจังหวะชีวิต

ร้องเพลงต่อ

ต่อชอบร้องเพลงแบบเน้นเอาสนุกและสร้างความสุขให้กับตัวเอง แต่การร้องเล่นนั้น ทำให้ตัวเขาได้ฝึกฝนอยู่ตลอด เป็นทักษะที่ค่อยๆ บ่มเพาะไว้ ราวกับรอเวลาสุกงอม โดยที่ต่อเองก็ไม่ได้คิดถึงวันเก็บเกี่ยวผลผลิต

ช่างภาพเวดดิ้ง มีกล้องคุณภาพไว้ถ่ายงาน พร้อมไมโครโฟนสำหรับอัดวิดีโอบ่าวสาว วันหนึ่งอุปกรณ์เลี้ยงชีพที่ว่า ได้ผันตัวมาเป็นเครื่องมือสร้างคลิปร้องเพลงในห้องครัว

“เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมอธิบายไม่ถูกว่ามันมาได้ไง เราไม่ได้กะจะเป็นนักร้องอาชีพนะ เพราะคิดว่าเราไม่เก่งพอ แล้วก็ไม่ได้อยู่ในแวดวงของนักดนตรีแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมร้องเพลงเอาความสนุกสนานเฉยๆ อย่างเพลง สักวันหนึ่ง ผมเคยคัฟเวอร์เมื่อสมัยเรียน แต่ไฟล์มันหายเลยทำใหม่

“ช่วงอยู่บ้านนานๆ เราเกิดไอเดียว่าอยากลองร้องคัฟเวอร์เพลงหลายๆ แบบ แล้วทำกิจกรรมอื่นๆ ไปด้วย ตอนแรกว่าจะขับรถ จะปั่นจักรยาน หรือล้างจานไปด้วย แต่มาเริ่มจากทำกับข้าวก่อน แล้วมันก็พีกเลย คนดูชอบ”

ส่วนตัวเรารู้จัก TORWAI จากเพลง ยื้อ ตั้งแต่ดูคลิปครั้งแรก ก็ค่อนข้างทึ่งในสกิลล์การร้องเพลงของเขา มือทำกับข้าวไป ปากก็ร้องเพลงยากๆ ไปด้วย ไกวตะหลิว ผัดไก่ ใส่เครื่องปรุง ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันโดยที่เสียงไม่ดรอป ไม่แกว่ง และยังทรงพลัง

ในฐานะชาวเน็ตคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลง ยอมรับสารภาพมา ณ ที่นี้ว่าเปิดคลิปเขาฟังบ่อยมากระหว่างทำงานที่บ้าน แล้วก็สงสัยว่าเขาเลือกจับคู่เพลงกับเมนูอย่างไร 

“ผมจะเลือกเพลงที่เวลาร้องแล้วไม่ปวดหัวมาก แรงร้องยังไหว และเลือกเมนูที่ทำเป็นอยู่แล้ว กินได้แน่นอน พวกผัดกะเพรา ข้าวผัด ต้มยำ ขอแค่เล็งเครื่องปรุงให้โดนก็พอแล้ว เพราะเวลาร้องเพลงจะมีจังหวะมอนิเตอร์ในหูฟัง ป๊อกๆๆๆ เราก็เล็ง โป๊ะ พอดี เป็นเทคนิคในการลงกระเทียมให้ตรงจังหวะเพลง

“จริงๆ ไม่มีแผนอะไรมากมาย เพราะเมนูกับเพลงมันไม่เข้ากันเลย ไม่เกี่ยวกับเนื้อเพลงด้วย อย่างเพลง ยื้อ คู่กับกระเพราหมูชิ้น เพลง จันทร์เจ้า มาอยู่กับข้าวผัดทะเลกับต้มยำไก่ ด้วยความที่ว่าเพลงจันทร์เจ้า มันง่ายกว่าเพลง ยื้อ เพราะมันไม่มีท่อนบ้าพลัง เพลง จันทร์เจ้า มีท่อนที่เสียงสูงขึ้นไปนิดหนึ่ง เพลง ยื้อ จะเป็นต่ำแล้วก็สูง ต่ำแล้วก็สูง

“คอร์ดเพลงไหนง่ายก็ทำเมนูยากขึ้น เพลงไหนยากก็ทำเมนูง่ายๆ ไว้” ต่ออธิบายถึงวิธีการปรุงอาหารและร้องเพลงให้ได้ในเวลาเดียวกันด้วยเสียงขำขัน

วัตถุดิบที่ลงตัว

นอกจากร้องเพลงตอนทำอาหารแล้ว ถ้าสังเกตดูจะพบว่ามี มือกีตาร์นาม BOMOSTIN อีกหนึ่งคนที่เขาชวนมาเล่นดนตรีโซโล่เทพๆ ในคลิป ความสำเร็จของต่อจึงมีรุ่นน้องคนนี้ร่วมเป็นแบ็กอัป

“เราคิดว่าถ้าทำคัฟเวอร์แล้วทำไม่ดีก็ไม่รู้จะทำทำไม เลยชวนน้องบอม (ยุทธชัย วงศ์กาไสย) มือกีตาร์มาเล่นให้ด้วย เขาเก่งพอสมควรเลย คือเราลากคอมาอัดคลิปเลยแหละ แต่ไม่ค่อยออกสื่อเท่าไหร่ เพราะเขาเขินกล้อง ตอนแรกเขาจะไม่ลงคลิปด้วย ไม่กล้าเล่นโชว์ ผมเชียร์ให้น้องลองดูสักคลิป เดี๋ยวตัดต่อให้เอง ไม่ต้องเห็นหน้าเต็มก็ได้ ทุกคลิปเลยมีแต่มุมข้างๆ ทั้งนั้นเลย” ต่อเล่าก่อนหัวเราะดัง

“บอมเขามิกซ์ซาวนด์ดีมาก จัดบาลานซ์เสียงไม่ให้สูง-ต่ำ กังวาน หรือทุ้มบี้ จนเกินไป การอัดในห้องครัวมันมีหลายปัจจัยมาก มีเสียงกระทะที่ท่อนไหนเยอะไปก็ต้องลด ไม่งั้นคนฟังจะเกิดความรำคาญได้เหมือนกัน เพราะเสียงมาเข้าไมค์ตัวเดียวพร้อมกัน เราไม่ได้อัดแยก”

เรื่องการถ่ายทำของเขาไม่มีอะไรมาก เน้นตั้งกล้องนิ่งๆ ถ่ายภาพกว้างเข้าไว้ แต่ให้มีหลายมุมหน่อย เพื่อเพิ่มอรรถรสสำหรับคนดูได้ชมการทำอาหารอย่างเต็มตา เผื่อนำไปทำตามได้ง่ายๆ

ส่วนการอัดเสียงร้อง เขาเลือกใช้ไมค์คอนเดนเซอร์ที่เก็บเสียงได้กว้าง และชัดกว่าไมค์ไดนามิกที่เหมาะกับการถือร้องตรงๆ เสร็จแล้วก็จัดไฟให้แสงพอดีกับการถ่ายคลิป เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ เอ้ย! เตรียมอุปกรณ์ พร้อมกด Record  

อุปกรณ์พร้อมตั้งรับ ผสานด้วยเสียงร้องเกินต้านของต่อ มีควันอิมโพรไวซ์มาจากกระทะอย่างลงจังหวะทำนองราวกับถูกปล่อยคิว

มินิคอนเสิร์ตก้นครัว เริ่มแล้ว!

“หลังปล่อยเพลง ใจหนอใจ ผมก็คิดนะว่าใครจะมาดูเรา ไม่มีหรอก แต่กลายเป็นว่ากระแสตอบรับดีใช้ได้ ผมเองยังตกใจ ยังไงก็ต้องขอบคุณคนดูมากเลย จริงๆ ผมเองคนเดียวก็ฟังหลายพันรอบเหมือนกัน” เขาหยอก

ทำตามสูตรต้นตำรับ

ในฐานะคนร้องคัฟเวอร์ ต่อมีกฎของตัวเองอยู่ 2 ข้อ

ข้อแรก ต้องปรับปรุงตนเองไปเรื่อยๆ ในแต่ละคลิป แม้เล็กน้อยก็ควรทำ

“เราอยากให้เกิดความแตกต่างไปเรื่อยๆ ผมชอบท้าทายตัวเองว่า คลิปต่อไปเราจะทำอย่างไรดี หรือปรับตรงไหนได้อีก สมมติว่ารอบนี้แสงไม่สวย คลิปหน้าก็ทำให้สวยขึ้นด้วยการจัดไฟให้พร้อม สังเกตดูได้ คลิปแรกๆ ของผมไม่มีอะไรเลย แสงแบนๆ เรียบๆ มีมุมกล้องเดียว ผมทดลองทำไปเรื่อยๆ ในคลิปถัดไป ใส่ความครีเอทีฟเข้ามาหน่อย เราก็ได้พัฒนาตนเองไปด้วย”

ข้อสอง ไม่แปลงเนื้อเพลงเด็ดขาด เพราะกว่านักเขียนเพลงจะบรรจงแต่งเพลงขึ้นมาได้ มันคือการสั่งสมประสบการณ์มาทั้งชีวิต

“ในแง่การร้องเพลง ผมคิดว่าสิ่งที่คนร้องคัฟเวอร์ไม่ควรทำเลย ก็คือดัดแปลงเนื้อร้องต้นฉบับ เราเอาเพลงของคนอื่นมาร้อง ก็ต้องให้เกียรติกับเจ้าของเพลงด้วย เพราะไม่รู้ว่าต้นฉบับเขาจะโอเคไหม เขาสร้างสรรค์ผลงานมาก็ยาก กว่าจะเขียนเนื้อร้อง แต่งทำนองกันได้ เราไม่ควรไปเปลี่ยนแปลงอะไรและต้องทำออกมาให้ที่สุด จะได้ Win-Win ทั้งเราและศิลปิน การไปแปลงเพลงต้นฉบับมันอาจทำให้ผลงานของเขาดรอปลงก็ได้”

นับเป็นกฎ 2 ข้อที่ให้เกียรติทั้งตนเองและผู้อื่น

*เคล็ดลับ* รู้จักรสชาติที่เราชอบ

หากถามใครต่อใครว่าทำไมถึงชอบทำอาหาร ก็มักพบคำตอบว่า อยากปรุงรสชาติเอง ได้เลือกวัตถุดิบดีๆ อย่างพิถีพิถัน เน้นปริมาณผักหรือเน้นเนื้อสัตว์ได้ตามใจ ไม่มีใครรู้จักรสชาติที่เราชอบได้ดีเท่าตัวเรา

ชีวิตของต่อก็เป็นแบบนั้น ได้เลือกหลายสิ่งอย่างด้วยตัวเอง และเขาก็มีความสุขในพื้นที่ของตัวเอง

“ตัวผมเองไม่ได้ทำอาหารเก่งระดับเชฟ เรื่องร้องเพลงคัฟเวอร์ก็ไม่ได้มีสตูดิโออัดเสียงดีๆ แต่ขอแค่ลองเอาทั้งสองอย่างมารวมกันดูว่ามันจะเป็นยังไง โดยตั้งต้นจากความถนัดที่เรามี” เขาอธิบายถึงวิธีคิดที่เรียบง่าย ตกผลึกจากการรู้จักความสามารถของตนเอง และเริ่มลงมือทำในวันว่าง

“แต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน ผมว่าต้องหาสิ่งที่เป็นตัวเองให้เจอ ลองสังเกตดูก็ได้ว่าสิ่งใกล้ตัวเราคืออะไร เรามีจุดเด่นอะไรบ้าง ตรงนี้แหละคือความยาก เพราะใครหลายคนมองไม่เห็นกัน แล้วต้องคิดว่าอะไรที่คนอื่นเขายังไม่ทำหรือยังมีคนทำน้อย เราก็ทำให้ดี

“คนเก่งในประเทศนี้มีเยอะ เรายังไม่เห็นอีกมาก”

แน่นอนว่าความดังมาต้องมาพร้อมกับการมีสปอนเซอร์เข้า ต่อเล่าว่าตอนนี้มีลูกค้าติดต่อมาหาทุกวัน มีกระทะจากหลายแบรนด์ส่งตรงมาให้เขา รวมถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่สนใจจ้าง ซึ่งต่อตั้งใจจะลงให้ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่าย  

“มีคนติดต่อมาทุกวัน ผมบอกไม่ต้องจ้างผมหรอกนะ เดี๋ยวทำให้ฟรีเลย เพราะเราไม่ได้มาหาเงินจากการร้องเพลง เรารู้สึกว่าถ้ายิ่งตั้งความหวังกับมัน จะยิ่งเครียด สิ่งนี้เราชอบมาตั้งนาน แต่พอเราไปตั้งความหวังว่าต้องได้เงิน ต้องได้ยอดวิว บอกเลยว่าเครียด ให้เป็นความชอบของเราแบบนี้ตลอดไปดีกว่า ไม่ต้องทำให้เราเป็นเศรษฐีอะไรก็ได้ 

“ผมมีความสุขกับการเป็นช่างภาพอยู่แล้ว อยากทำงานถ่ายรูปไปตลอด ไม่ได้คาดหวังว่าการร้องเพลงต้องทำให้เราดังอะไรมากมาย ตอนนี้ผมอยากทำแค่นี้แหละ”

 ของอร่อยต้องอดใจรอ

ต่อบอกว่าเขาตั้งใจอัปโหลดวิดีโอเดือนละ 3 คลิปเท่านั้น

หากทำมากกว่านี้จะฝืนตัวเองเกินไปจนไม่สนุก เขาอยากรักษาจังหวะการปล่อยงานที่เขากับบอมทำไหว โดยไม่รบกวนเวลาชีวิตของกันและกันมากนัก

“ตอนแรกตั้งใจว่าจะปล่อยทุกวันอาทิตย์ แต่เราปรึกษากัน พบว่าปล่อยคลิปทุกๆ เจ็ดวันมันเร็วไปนะ มันแน่นไป รบกวนเวลาทำงานมากเลย เขาเป็นวิศวกร เราก็มีงานถ่ายภาพ เลยต้องให้เวลากันหน่อย สิบวันปล่อยคลิปหนึ่งแล้วกัน เราไม่ได้ทำเป็นอาชีพ ทำสนอง Need ตัวเอง

“ที่ลงล่าสุดเป็นเพลง บ้าบอ ของ Silly Fools อีกวงหนึ่งที่อยากร้อง หลังจากนี้จะมีเพลงช้า เป็นเมนูที่คนคาดไม่ถึงแน่ๆ ผมบอกได้เลย รอดูนะ”

ขอชวนคุณผู้อ่านกด Subscribe และกดกระดิ่งแจ้งเตือนโดยเร็วพลัน รอติดตามดูไปด้วยกัน

สมมติว่าเย็นนี้จะต้องร้องเพลงและทำอาหารไปด้วย คุณจะเลือกเมนูไหนและเพลงอะไร-เราทิ้งทวนคำถามสุดท้าย

“ช่วงนี้หน้าฝน ต้องมีเมนูปิ้งย่างกับของทอดพวกเฟรนช์ฟรายส์ คิดแล้วก็หิวเลยเนี่ย ผมอยากทำบาร์บีคิวมาก กินตอนเย็นๆ บรรยากาศชิลล์ที่สุด แล้วก็ร้องเพลงที่เกี่ยวกับฝน อย่าง ฤดูที่ฉันเหงา ของวง Flure ร้องเพลงไป ปิ้งบาร์บีคิวไป พอท่อนโซโล่ให้บอมเล่นกีตาร์ไป ระหว่างนั้นผมก็จิบเบียร์ แค่นี้แหละ แฮปปี้แล้วครับ”

TORWAI เพลงอร่อยมาก : YouTuber คนใหม่แห่งวงการทำอาหารไปร้องเพลงไป ที่ต้มยำทำแกงเสียงอย่างเทพ จนหลายแชนแนลชื่อดังขอคารวะความโหด

ภาพ : ต่อวัย สืบศรี

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load