โม-ทัศนัย แมตา เป็นทายาทรุ่นที่ 4 ของครอบครัวที่ทำอาหารอินเดียขายมา 70 ปีแล้ว เขาก็ยังคงรับช่วงต่อทำอาหารขาย แต่ต่างกันตรงที่เขาขายอาหารออนไลน์ผ่านเพจที่ชื่อ Curry & Co

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง

บางเมนูที่เขาทำขายหาไม่ได้ในร้านอาหารอินเดียทั่วไป ถึงมีก็หน้าตาไม่เหมือนกันจนคิดว่าเป็นคนละเมนู 

ไม่ใช่เพราะอยากทำให้ไม่เหมือน แต่อาหารของเขาถอดออกมาจากตำราอาหารและประวัติศาสตร์ ก่อนที่หน้าตาของเมนูนั้นจะถูกพัฒนามาจนเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

เขาใช้เวลาทำแต่ละเมนู รวมเวลาทุกกระบวนการแล้วนานเป็นเดือน

เนื้อหาในเพจ Curry & Co แทนที่จะอธิบายรสชาติ แต่เขาเลือกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอาหารชนิดนั้น

ทำให้ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าจะจัดหมวดหมู่ Curry & Co อยู่ในหมวดหมู่อาหารหรือประวัติศาสตร์ดี

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง
1

ถ้าเข้าไปดูในเพจหรืออินสตาแกรม เราจะเจอกับรูปอาหารสวยงาม มองดูด้วยตาประกอบเข้ากับชื่อเพจ ก็พอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นแกงโดยเฉพาะแกงอาหารอินเดีย

จะเรียกว่าเพจอาหารอินเดียก็ไม่ถูก เพจ Curry & Co นี้คล้ายจะเป็นสารานุกรมอาหารในหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลกเสียมากกว่า และถ้าจะพูดถึงแค่อาหารอินเดีย ก็ยังเรียกได้ไม่เต็มปาก หากได้อ่านเรื่องราวที่มาของแต่ละเมนูที่เขาเขียน

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง

“แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของอาหารที่เขียนในเพจ แทบไม่ใช่อาหารอินเดียเลย” โมบอกกับผม

“ส่วนใหญ่เป็นอาหารเปอร์เซียที่คนอินเดียรับอิทธิพลเข้ามาหรือเอามาดัดแปลง จนถึงทุกวันนี้เชื่อว่าแม้แต่คนทำร้านอาหารอินเดียบางคน ก็ยังไม่รู้ที่มาของอาหารที่ตัวเองทำเลยว่ามีที่มาจากอะไร ผมคุยกับเจ้าของร้านบางร้านก็บอกว่าเขาบอกให้ทำแบบนี้กันมา อาหารหลายอย่างมันหน้าตาเปลี่ยนไปจากเดิมโดยความไม่รู้ที่มา”

เหตุผลที่โมสร้างเพจขึ้น เพื่ออยากสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาหารอินเดียที่ขายอยู่ในต่างประเทศ รวมถึงในบ้านเรา ด้วยวิธีการเล่าถึงประวัติศาสตร์ให้เห็นถึงต้นทาง หรือต้นฉบับของอาหารเมนูใดหนึ่ง แต่ไม่ได้เล่าแค่อย่างเดียว เขาเลือกปรุงมันขึ้นมาจริงๆ ด้วยวัตถุดิบและวิธีการตามตำราที่เขาศึกษา

2

ตระกูลของโมเป็นชาวอินเดียที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ไทยตั้งแต่รุ่นทวด ที่บ้านของเขาทำอาหารกันมารุ่นต่อรุ่น เขาซึมซับการทำอาหารติดตัวมาบ้าง แต่อาชีพหลักของเขาไม่เกี่ยวข้องกับอาหารเลยสักนิด โมมีอาชีพเป็นช่างซ่อมบำรุงเครื่องบิน และมีประวัติศาสตร์เป็นความสนใจส่วนตัว 

“ส่วนตัวชอบเรื่องประวัติศาสตร์ทางการทหารและสงคราม เพราะชอบดูหนัง และเกี่ยวข้องกับงานที่เคยทำเมื่อก่อนซ่อมคือเครื่องบินรบ แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาทำเครื่องบินพาณิชย์แล้ว”

ผมเพิ่งเชื่อมโยงภาพได้เมื่อไม่นานนี้ว่า ประวัติศาสตร์ของการทหารและสงครามเชื่อมโยงกับอาหารมาตลอด โดยเฉพาะในยุคล่าอาณานิคม เกิดการเดินทางไปทั่วโลก และสิ่งที่เคลื่อนที่ไปด้วยนั้นคืออาหาร

“ในยุคอาณานิคม คนที่อพยพถิ่นฐานในยุคอาณานิคมคือแรงงานและทหาร สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อใครก็ตามต้องย้ายถิ่นฐานเป็นเวลานาน อาหารเป็นสิ่งที่บรรเทาอาการคิดถึงบ้านในต่างแดน เกิดการเคลื่อนย้ายอาหาร ผสมผสานเข้ากับการกินแบบท้องถิ่นใหม่ อาหารหลายชนิดก็เกิดจากผู้ย้ายถิ่นฐาน

“อีกอย่างคืออาหารอินเดียเป็นคอมฟอร์ตฟู้ด เพราะมันดีต่อใจ ดีต่อร่างกาย เขาไม่ได้บริโภคเนื้อสัตว์เป็นหลัก เมื่ออาหารไม่ใช้เนื้อสัตว์ เลยง่ายต่อการปรับเปลี่ยนไปตามภูมิประเทศและภูมิอากาศใหม่ อยู่ในทะเลทรายหรืออยู่ใกล้ทะเล ก็มีทางเลือกของวัตถุดิบในการทำอาหารอยู่ดี 

“นี่คือจุดเริ่มต้นเวลาผมเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ มักเจออาหารที่คล้ายกับของที่เรารู้จักเลย”

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง
Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง
3

อาชีพที่มีโอกาสเดินทาง ทำให้เห็นความหลากหลายของวัฒนธรรมอาหาร เป็นที่มาและจุดเริ่มต้นในการทำคอนเทนต์อาหารที่ทั้งอ่านและกินได้ขึ้นมา

“ผมชอบเก็บหนังสือสูตรอาหารเก่าๆ เริ่มจากหาเมนูซึ่งใช้วัตถุดิบที่พอจะหาได้ในบ้านเรา เริ่มจากเดินไปซื้อวัตถุดิบ เริ่มจากพวกเครื่องเทศเป็นหลัก ทดลองทำให้คนใกล้ตัวอย่างเพื่อนและครอบครัวลองกินก่อนว่ามันโอเคไหม บางทีเขาก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าเมนูนี้มันดีหรือเปล่า เพราะเขาไม่เคยกินมาก่อน แต่ผมก็จะมีที่ปรึกษาหลักเวลาทำอาหาร คือเพื่อนที่เป็นเชฟที่อินเดีย คอยปรึกษากันตลอด

“เมื่อปรุงอาหารเสร็จเรียบร้อยได้รสตามที่ต้องการก็นำมาถ่ายรูป แล้วก็ไล่อ่านประวัติศาสตร์ หาจากแหล่งข้อมูลเป็นสิบๆ ที่ บางครั้งอาหารจานเดียวมีเรื่องเล่าเป็นสิบอย่าง ผมก็ต้องไปวิเคราะห์ว่าข้อมูลไหนน่าเชื่อถือได้บ้าง หรือดูเป็นไปได้ที่สุด ถึงค่อยนำมาโพสต์ลงเพจ”

โมลำดับวิธีการทำงานต่อหนึ่งเมนูที่เขาศึกษา โดยที่ทำ 1 เมนู ใช้เวลารวมๆ กันประมาณ 1 เดือน

“บางทีก็จะมีคนที่ตามเพจมาบอกว่าทำไมผมหายไปนาน ที่หายไปเพราะหนึ่งเมนูต้องใช้เวลาในการศึกษาและทดลองทำนานมาก จนมั่นใจว่าพร้อมขายและเขียนลงเพจ” โมเล่า

“แรกๆ ก็ขายยากเหมือนกัน ผมรู้เลยว่าบางคนไม่ได้อ่าน เห็นว่าเป็นแกงก็ถามว่าแกงอะไร ทั้งที่ใส่ข้อมูลไปหมดแล้ว (ยิ้ม)

“ผมอยากให้เขารู้ว่าอาหารที่ขายไม่ใช่เมนูที่หาได้ทั่วไป บางคนคุยกัน ผมก็ส่งไปให้เขาลองชิมเฉยๆ เลยก็มี จนเริ่มมีคนที่ติดตามอยู่กลุ่มหนึ่ง เป็นกลุ่มที่เขาสนใจอาหารจริงๆ”

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง
4

“บางเมนูเริ่มจากสูตรอาหารก่อน แต่บางเมนูก็เริ่มจากประวัติศาสตร์ของมันก่อน เพราะผมรู้ที่มาของมันอยู่แล้ว 

“เราเห็นว่าร้านอาหารอินเดียบางร้านก็ขายแบบไม่เข้าใจที่มาของมัน ยกตัวอย่างเช่น ‘แกงวินดาลู’ หลายๆ ร้านที่ผมไปกินแล้วคุยกับเจ้าของ รูปร่างหน้าตาของแกงข้นและมีมันฝรั่ง แต่แกงวินดาลู (Vindaloo) เป็นแกงสัญชาติอินเดีย มีที่มาจากเมือง กัว (Goa) เมืองที่เป็นศูนย์กลางอาณานิคมของโปรตุเกสในอินเดีย 

“เรื่องราวของแกงวิดาลูมีที่มาจากการเดินเรือของโปรตุเกส และต้องเตรียมของเพื่อใช้ทำอาหารสำหรับการเดินทางอันยาวนานจากโปรตุเกสมาสู่เอเชีย หนึ่งในอาหารบนเรือคือ Carne Vinha d’alhos หรือเนื้อสัตว์ (ที่ทำให้สุก) หมักในกระเทียมและไวน์แดง อาหารชนิดนี้ถูกเก็บไว้ในถังและจะนำมากินระหว่างเดินทาง จนมาถึงอินเดีย เมนูนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็นเมนูแบบท้องถิ่นโดยคนพื้นถิ่น จากอาหารที่ไม่มีรสเผ็ด ก็มีรสที่เผ็ดจากการใส่เครื่องเทศ เปลี่ยนจากไวน์แดงที่ใช้หมัก เป็นน้ำส้มสายชูตามวัฒนธรรมการกิน 

“จากอาหารแบบยุโรป กลายเป็นอาหารอินเดียรสเผ็ด 

“ความเข้าใจผิดที่ทำให้มีมันฝรั่งในแกงเกิดจากความเข้าใจผิดในเรื่องภาษา คำว่า ‘Alhos’ ที่แปลว่ากระเทียมในภาษาโปรตุเกส คนทำมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคำว่า ‘Aloo’ ที่แปลว่ามันฝรั่งในภาษาฮินดี เลยใส่มันฝรั่งเข้าไปในแกงวินดาลูในเวอร์ชันอาหารอินเดีย

“ร้านอาหารอินเดียหลายร้านใส่มันฝรั่งในแกงวินดาลูแบบไม่รู้ถึงที่มา ปรับแกงให้ข้นขึ้นด้วย เพื่อให้เข้ากับมันฝรั่ง ผมเลยอยากทำแกงวินดาลูที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับ ซึ่งจะมีแค่พริก น้ำส้มสายชู และกระเทียม ในการให้รสเท่านั้น 

“คนมักคิดว่าคนอินเดียไม่กินหมู จริงๆ แล้วเป็นแค่บางส่วนในคนที่นับถือมุสลิม เลยมักจะไม่ใช้หมูกับแกงวินดาลู แต่ที่จริงในตอนเริ่มต้นแกงวินดาลูมีส่วนผสมของเนื้อหมู

“เหตุผลที่เนื้อสัตว์ในแกงวินดาลูแบบต้นฉบับเป็นเนื้อหมู เพราะชาวโปรตุเกสได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองกัว และต้องการเปลี่ยนความเชื่อของชาวท้องถิ่นให้นับถือศาสนาคริสต์และสอนให้กินหมู แกงวินดาลูที่เมืองกัวก็ยังคงเป็นแกงที่ใส่หมู และไม่ใส่มันฝรั่งแบบดั้งเดิมเช่นเดียวกัน

“ที่ผมอยากทำแกงวินดาลูคือการให้คนได้รู้จักที่มาของอาหาร เพราะถ้าคนรู้จักแล้ว เขาจะเข้าใจว่าอาหารชนิดนั้นมันถูกออกแบบมาด้วยวิธีคิดอย่างไร”

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง
5

ถ้าอ่านจากชื่อเมนูคร่าวๆ อาหารในเพจ Curry & Co เป็นอาหารที่แทบหากินตามร้านอาหารอินเดียไม่ได้เลย เช่น Yakhani (ยัคณี) อาหารที่มีต้นกำเนิดจากเปอร์เซีย ไปสู่เอเชียกลาง และมาถึงอินเดียในสมัยของพระเจ้าอักบาร์มหาราช หรือ Junglee Maas แกงรสร้อนแรงแบบรัฐราชสถานของอินเดีย ไปจนถึง Dak Bungalow แกงอินเดียรสอ่อนปรุงเครื่องเทศน้อยเพื่อให้ถูกปากคนอังกฤษในยุคอาณานิคม ล้วนเป็นเมนูที่ยกตัวอย่างมาเพื่อให้เห็นภาพของอาหารอินเดียในแบบ Curry & Co

ส่วนเมนูที่เขามักจะเขียนถึงและทำบ่อยๆ คือข้าวหมกแบบต่างๆ เขาบอกว่าข้าวหมกเป็นเมนูที่คนมักเข้าใจผิด และเริ่มหาความหลากหลายได้ยากในร้านอาหาร

“เราจะเห็นว่าร้านจะทำข้าวหมกเอาไว้อยู่แล้ว หลายคนใช้ผงกะหรี่ แล้วแค่เปลี่ยนเครื่องหรือเนื้อสัตว์ที่กินด้วยกัน เช่น ไก่ เนื้อ ปลา หรือแพะ แต่จริงๆ แล้ว ข้าวหมกเนื้อสัตว์แต่ละชนิดมีวิธีที่แตกต่างกัน

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง

“เมนูข้าวหมกเป็นเมนูที่ทำให้ผมรู้ว่าสามารถเอาข้าวชนิดหนึ่งมาทำเป็นอาหารได้ร้อยกว่าแบบ ที่อินเดียภาษาและสำเนียงจะเปลี่ยนไปทุกๆ สิบสองกิโลเมตร ข้าวหมกก็เปลี่ยนไปทุกสิบสองกิโลเมตรเช่นกัน” โมอธิบายความมากมายของข้าวหมกที่อินเดียได้อย่างเห็นภาพ

“เราเห็นข้าวหมกว่ามีสีส้ม สีเหลือง หรือสีขาว แตกต่างกัน มันขึ้นอยู่กับวัตถุดิบของแต่ละท้องถิ่นเลย อย่างของอินเดียภาคเหนือที่ได้รับอิทธิพลเปอร์เซียใช้หญ้าฝรั่นในการหุงข้าว สีเลยจะออกส้ม ภาคใต้จะใช้ขมิ้นแทนข้าวเลยจะออกเหลือง หรือข้าวหมกของภาคตะวันออกที่เขากินอาหารทะเลอยู่แล้ว ลักษณะของการหุงข้าวจะไม่ใส่เกลือเลย เพราะมีรสเค็มในอาหารทะเลอยู่แล้ว นี่พูดถึงแค่ข้าวหมกในอินเดียอย่างเดียวนะ ยังมีข้าวหมกแบบเปอร์เซียอีกเยอะมาก” 

โมรู้สิ่งเหล่านี้จากการเดินทาง และไม่มีตำราไหนที่เขียนบอก

อิหร่าน โมร็อกโก และอียิปต์ ล้วนเป็นประเทศที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารเปอร์เซีย และเขาเล่าว่าตื่นเต้นที่จะได้เรียนรู้เรื่องอาหารจากประเทศเหล่านี้

“เราต้องเปิดใจกินก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าคุณไม่เปิดใจกินทุกอย่าง ก็จะไม่มีทางรู้ว่ามันแตกต่างกันอย่างไร เมื่อเปิดใจลองกินทุกแบบแล้ว ไม่ต้องไปถามใครหรอกว่าอะไรผิดหรือถูก เราจะพิจารณาได้เองว่าอะไรคือผิด อะไรคือถูก” คำตอบของเขาทำให้เห็นถึงความอยากเรียนรู้แบบเปิดใจ

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง
Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง
6

“ผมไม่ได้ขายอาหาร แต่ผมขายประสบการณ์ ประสบการณ์คือ เหมือนว่าเราอยากจะย้อนรอยกลับไปกินแบบที่ในสมัยก่อนเขากินกัน แต่เราทำไม่ได้แล้ว เช่น ผมอยากทำกินอาหารฝีมือคุณย่า แต่คุณย่าก็ไม่อยู่แล้ว ผมอาจจะทำได้ไม่เหมือนคุณย่า แต่ก็จะตั้งมาตรฐานไว้ว่าอยากให้เหมือนได้สักแปดสิบเปอร์เซ็นต์

“ในเพจเล่าเรื่องวัตถุดิบเป็นหลัก ผมอยากให้คนรู้ที่มาของวัตถุดิบ บางอย่างอาจจะไม่เคยกินเพราะเป็นเมนูเก่ามาก แต่ก็พยายามหาวัตถุดิบที่ใช้ให้ใกล้เคียงกับที่เขาใช้กันให้มากที่สุด เช่น บางเมนูเขาใช้เม็ดมะม่วงหิมพานต์เผา ก็พยายามจะหามาให้ใกล้เคียง ให้รู้ว่าเมื่อก่อนเขากินกันอย่างนี้ ผมว่าวัตถุดิบหลายๆ อย่างมันหายไปเลยหลังจากที่มนุษย์คิดค้นผงชูรสขึ้นมาแล้ว (หัวเราะ) สิ่งที่ผมต้องการทำคือ พาทุกคนย้อนกลับไป ณ จุดนั้น เพื่อให้กินอาหารที่ไม่มีวัตถุดิบสังเคราะห์หรือวัตถุดิบกันเสีย

“ผมว่าการที่เราจะไปกินอาหารโดยการฟังรีวิวมันไม่ได้ช่วยอะไร เรื่องรสชาติมันบรรยายผ่านการรีวิว ผ่านวิดีโอ หรือตัวหนังสือ ไม่ได้อยู่แล้ว ผมอยากให้คนกินอาหารผ่านความรู้และความรู้สึกมากกว่ารสชาติ สิ่งหนึ่งที่เราจะพาคนย้อนเวลากลับไปในประวัติศาสตร์ได้ใกล้เคียงที่สุดคืออาหาร มันมีสัมผัสทั้งห้าที่ครบ และจะพามนุษย์กลับไปสัมผัสประวัติศาสตร์ได้

“การที่คนรู้จักประวัติศาสตร์ ทำให้ช่วยสร้างภาพวิวัฒนาการของอาหารเมนูนั้นจริงๆ ให้ชัดเจนขึ้นได้ด้วย ถ้าลองให้คนได้ย้อนกลับไปกินได้ใกล้เคียงตันฉบับจริงๆ ก็อาจจะเข้าใจว่ามันเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลามาได้อย่างไร

“ตั้งแต่เปิดเพจมายังไม่เคยบูสต์โพสต์เลย อาหารจะขายได้หรือไม่ได้มันก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมชอบให้คนเข้ามาอ่าน ชอบทัศนคติของคนที่สามารถเรียนรู้ไปด้วยกันได้ เคยคิดเรื่องเปิดร้านอาหารของตัวเองอยู่บ้าง อยากจะเปลี่ยนคอนเซปต์อาหารไปทุกๆ เดือน เช่น เดือนนี้เป็นธีมเดินเรือของสเปน อีกเดือนอาจจะเป็นเรื่องเส้นทางสายไหม” 

Curry & Co เพจประวัติศาสตร์อาหารที่แกะสูตรแกงจากประวัติศาสตร์ให้ออกมากินได้จริง

หากสนใจรู้เรื่องประวัติศาสตร์ของเครื่องแกง และชิมรสแกงที่แกะสูตรจากประวัติศาสตร์ โมจะอาหารขายเฉพาะทางเพจ Curry & Co และถนนคนเดินคลองโอ่งอ่างทุกวันศุกร์-อาทิตย์

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื่องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

3 มิถุนายน 2564
37 K

ว่ากันว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข แต่ยิ่งจำนวนขวบปีมากขึ้นเท่าไหร่ ตัวเรากลับยิ่งหลงลืมสุนทรีย์ในวัยหนุ่มสาวมากขึ้นเท่านั้น เมื่อข้ามผ่านวัย 70 แม่แต๋ว-อัจฉรา นรินทรกุล ณ อยุธยา เธอเคยเป็นเบอร์หนึ่งด้านแฟชั่นและเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ สวมเสื้อผ้าหลากสีไม่เคยซ้ำ อายุไม่เคยมีผลต่อความมั่นใจด้านการแต่งตัว จนกระทั่งแม่แต๋วถูกโรคอัลไซเมอร์พรากหัวใจที่ยังสาว เธอพรางกายด้วยเสื้อผ้าสีหม่นทึบ จำนนต่อความทรงจำสีซีดจางตามอาการของโรค

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

แต่ด้วยความแน่วแน่ของลูกชายอย่าง นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพฝีมือดีที่คุณเคยคุ้นตาผลงานของเขาจาก The Cloud นินทร์เชื่อว่า ‘แก่แล้วต้องไม่หง่อม‘ อินสตาแกรม 70YoungTeaw จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่เก็บความทรงจำของคุณแม่แต๋วที่แต่งตัวสุดแจ๋ว ไม่ว่าจะเดินห้าง เที่ยวคาเฟ่ ช้อปปิ้งซูเปอร์มาร์เก็ต แม้แต่กินข้าวราดแกงหน้าปากซอย ชุดแม่แต๋วต้องจัดเต็มทุกครั้งไม่มีพลาด ยกให้ตีคู่กับแม่ชมเป็น ‘แม่แต๋ว is Material Girl’

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

“อายุเจ็ดสิบของแม่มันต้องสนุก ต้องดีด้วยความเป็นแฟชั่น แฟชั่นต้องช่วยเขาได้” นินทร์ย้ำ

เบื้องหลังแฟชั่นสวยงามบนหน้าอินสตาแกรม มีสมองที่กำลังจะลืมเลือนเป็นบททดสอบ 

นินทร์และแม่แต๋วเอาชนะด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ และตลอดระยะเวลา 2 ปีของการกลับมาอยู่ด้วยกันของคนต่างวัยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย นินทร์ต้องจัดบ้านพร้อมกับจัดการความรู้สึกไปพร้อมๆ กัน หากแต่ลองมองอีกมุมหนึ่ง

“ป่วยก็ขำได้”

ไม่ยอมแพ้ต่อสมองขี้ลืม

“ตอนนั้นเราต้องไปถ่ายงานที่จังหวัดภูเก็ต เราบอกแม่ว่า ในตั๋วบินตอนแปดโมง ต้องถึงสนามบินเจ็ดโมง กลายเป็นว่าแปดโมงเพิ่งถึงสนามบิน สุดท้ายก็ตกเครื่อง ซึ่งปกติเขาขึ้นเครื่องบินตลอด เขาทำทุกอย่างเองได้หมด 

“ตั้งแต่วันนั้นเมื่อสองปีที่แล้ว ทำให้เรารู้ว่าตัวเลขง่ายๆ เวลานัดหมายต่างๆ เขาลืมแล้ว”

นินทร์พาย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้สึกถึงอาการผิดแปลกของแม่ 

ทำอะไรช้าลง หลงลืมนัดหมาย ตลอดจนลืมเลือนสิ่งที่หลงใหลที่สุดอย่างเสื้อผ้า ทั้งที่เป็นสาวแฟชั่นตัวยง

“เขาเริ่มลืมที่จะเอาชุดสวยๆ มาใส่ ใส่แต่ชุดที่ไม่ร้อน ซักแล้วใส่เรื่อยๆ เดิมๆ ทั้งที่มีชุดผ้าไหม ชุดตีนจกเยอะมาก อย่างบ้านเก่าก็เสื้อผ้าเยอะเพราะแขวนแต่เสื้อผ้าเต็มไปหมด แต่นั่นคือการแสดงออกของอาการป่วยนะ

“ไม่ใช่แค่ซื้อเสื้อผ้าเยอะเฉยๆ แต่เอาเสื้อผ้ามาแขวนในห้องน้ำจนไม่มีที่อาบน้ำ ต้องมาอาบหน้าบ้าน”

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

อาการหลงลืมชี้ชัดว่าแม่แต๋วป่วยด้วยอัลไซเมอร์ และเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดคงเป็นการจำสิ่งที่เคยรักไม่ได้ 

นินทร์จึงตัดสินใจพาแม่กลับมาอยู่บ้านด้วยกันเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด

“ทุกสองเดือนเขาจะช้าลง คำหายไปอีกร้อยคำ เราเคยดูแลตาที่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนนั้นกินยาจากโรงพยาบาลเท่าไหร่ก็ทรุด ความทรงจำไม่กลับมาเลย เราคิดว่ากิจกรรมที่เขาทำ เสื้อผ้าที่เขาใส่ สำคัญยิ่งกว่ายา 

“เราคิดแค่ว่า จะไม่ยอมแพ้ต่อสมองที่มันกำลังจะลืม” ลูกชายตั้งมั่น

ถ้าความรักยังคงมี เราจะปรับเข้าหากัน

“ช่วงหกเดือนแรกเหมือนสงคราม” 

เป็นนัยว่าเบื้องหลังไม่สวยงามเหมือนเบื้องหน้าที่ปรากฏบนอินสตาแกรม เมื่อคนสองวัยต้องอยู่บ้านหลังเดียวกัน การต่อสู้ระหว่างอารมณ์กับอาการหลงลืมจึงเริ่มต้นขึ้น เขาและแม่ต้องค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันอย่างเข้าอกเข้าใจ 

ซึ่งไม่ง่าย และไม่เคยง่าย

มาริเอะ คนโด (Marie Kondo) นักจัดบ้านระดับโลก เคยกล่าวไว้ว่า การจัดบ้านเปลี่ยนชีวิตคนได้ 

เรื่องราวครั้งนี้ก็เช่นกัน นินทร์ตัดสินใจกลับมาจัดบ้านของตัวเองอย่างจริงจัง เมื่อเครื่องแต่งกายที่เคยมอบความสุขแก่แม่ กลับมีมากมายจนกลายเป็นความทุกข์ เพราะไม่ถูกจัดแจงอย่างเข้าที่ จนดำเนินกิจวัตรตามปกติไม่ได้

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์
คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าของอินสตาแกรม 70YoungTeaw และ ลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

“หักดิบเลย ใช้เวลาโละทั้งหมดเจ็ดวัน เอาเสื้อผ้าจากบ้านหลังนั้นย้ายมาบ้านหลังนี้ คัดเอาแต่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บดี ลายผ้ากราฟิกสวย แฟชั่นที่เราชอบ และทิ้งทั้งหมดที่คิดว่าไม่จำเป็น ตอนนั้นจ้างคนช่วยทิ้งอยู่หลายวัน

“ตู้เสื้อผ้าก็เปลี่ยนจากที่เต็มสุดๆ กลายเป็นตู้เล็กๆ แขวนเฉพาะตัวที่ต้องใส่เจ็ดวัน เขาเลือกใส่ได้ง่ายเพราะเห็นว่ามันแขวนอยู่ พอบ้านเรียบร้อย ชุดน้อย ตู้เสื้อผ้าเป๊ะ เราบอกให้เขาหยิบเสื้อผ้าก็หยิบถูก ทุกอย่างง่ายขึ้นเยอะ”

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

ไม่เพียงตู้เสื้อผ้าที่ถูกจัดระเบียบ ตลอดระยะเวลา 2 ปี บริเวณบ้านปรับเปลี่ยนเพื่อบำบัดอาการของแม่ ทั้งรื้อโครงสร้างบ้านให้โปร่งโล่งรับลมและรับแสงแดด ปลูกต้นไม้รอบบ้านเพื่อให้แม่ใกล้ชิดธรรมชาติ จัดแต่งมุมพักผ่อน เพื่อกระตุ้นให้ทำกิจกรรมใหม่ๆ ทั้งฟังเพลง อ่านหนังสือ เขียนไดอารี่ ทำอาหาร และล่าสุดกำลังอินเรื่องชงกาแฟ

“ถ้าเราไม่มีงาน ทั้งวันคือของเขาหมดเลย ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง” 

นินทร์สร้างสภาพแวดล้อมใหม่ พฤติกรรมใหม่ เพื่อเอื้อต่อการรักษาอัลไซเมอร์ของแม่ เพราะลูกชายคนนี้เชื่อมั่นว่า เมื่อแม่แต๋วได้ขยับเนื้อ ขยับตัว และขยับสมอง เมื่อนั้นย่อมเกิดการรักษาที่ดียิ่งกว่ายารักษาโรคเสียอีก

บันทึกของแม่แต๋ว

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

24 เม.ย.

วันนี้อาบน้ำแต่งตัวตอน 12.30 น. เพื่อไปอีเกีย กะจะซื้อของหลายอย่าง ไม่แน่ใจว่าเงินจะพอพอไหม แต่ก็สบายใจอยู่อย่าง ตรงนี้จ้อบจะซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ให้ เนื่องในโอกาสที่ดิฉันอาบน้ำสะอาดฟองฟอสได้ซักทีหนึ่ง 

ของขวัญนี้คือทีวีเครื่องใหญ่ สมใจกูซักที นึกว่าชาตินี้กูจะไม่ได้ดูทีวีกับคนอื่นแล้ว หวังว่าต่อไปจากนี้ ดิฉันจะเป็นคนรักการอาบน้ำ และมีความสุขกับการใช้ชีวิตใกล้ตายนี้อย่างสะอาด ไร้กลิ่นตุๆ กวนใจซะทีหนึ่ง

แฟชั่นต้องช่วยแม่ได้

“วันนั้นพาเขาเดินไปกินลอดช่องที่สามย่าน มันทำให้เรารู้ว่าแม่ไม่ชอบออกกำลังกาย แต่ชอบเดินออกไปหาของอร่อย เราก็เลยแทรกการแต่งตัวเข้าไปในกิจกรรมที่เขาชอบ” ลูกชายจับสังเกตและปิ๊งไอเดียน่าสนุก (มาก)

คำชักชวนของนินทร์ทำให้แม่เริ่มสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น วันนี้จะใส่อะไรดี กลายเป็นคำถามที่แม่แต๋วถามตัวเองทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ ลูกชายก็ไม่ยอมให้แม่แต่งตัวซ่อมซ่อ ไร้สีสัน ชุดแม่ต้องจัดเต็มสมเป็นเจ้าแม่แฟชั่นเสมอ และคงน่าเสียดายไม่น้อย ถ้าแม่แต๋วแต่งตัวสวยออกไปเดินเล่นนอกบ้าน พบปะผู้คนระหว่างทาง และอิ่มท้องกับของอร่อย แต่กลับจำเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้ ลูกชายจึงอาสาเป็นช่างภาพประจำตัว คอยเก็บภาพนางแบบวัยเก๋าแบ่งปันลงในอินสตาแกรม 70YoungTeaw พร้อมคำบรรยายภาพที่มากด้วยกำลังใจ จนผู้ติดตามต้องเผลอยิ้ม

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

อีกทั้งรูปถ่ายเหล่านั้นยังชวนระลึกถึงความประทับใจในวัยเยาว์ของนินทร์ด้วย 

ตอนเด็กๆ เวลาแม่ไปรับสมุดพกที่โรงเรียน เราจะรู้สึกว่าแม่เราเจ๋งเสมอ ภูมิใจมาก แต่งตัวเด่นไม่แคร์ใครในแง่ความเป็นแฟชั่นของเขา พอเรามาถ่ายรูปเขาตอนนี้ เราก็เริ่มรู้สึกถึงวันเก่าๆ ที่เขาเริ่มแต่งตัวแบบนี้เหมือนกัน”

แม้สมองอาจหลงลืม แต่หัวใจแฟชั่นนิสต้าไม่เลือนหาย ทุกวันนี้แม่แต๋วยังตื่นตาทุกครั้งที่ได้ชื่นชมการแต่งกายของนักแสดง พิธีกร หรือผู้ประกาศข่าวผ่านโทรทัศน์ รวมถึงเป็นแฟนพันธุ์แท้รายการ Project Runway ด้วย 

ไม่ใช่แค่นักช้อปเสื้อผ้าหลากสี แม่แต๋วยังเป็นนักสะสมผ้าไหมตัวยง

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

ครั้งเมื่อนินทร์เปิดกรุผ้าเก่าของแม่ และพบผ้ามีราคาเริ่มเสียหายจากมอดกัดกิน เขาไม่รอช้า รีบนำผ้าเหล่านั้นส่งถึงมือ ลินดา เจริญลาภ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า LaLaLove ผู้เปลี่ยนผ้าไทยให้ทันสมัย โดยนักออกแบบใช้แนวคิดแบบ Upcycling เนรมิตผ้าไหมเก่าหลากชิ้น กลายเป็นชุดเดรสใหม่หลากสี รูปทรงทันสมัย ตัดเย็บพอดีตัว ประจวบเหมาะพอดีได้ใส่ชุดในงานแต่งของลูกชายคนรอง คนในงานตื่นตาตื่นใจ ส่วนแม่แต๋วก็ตื่นเต้นกับการตัดเย็บไม่แพ้กัน

“เราคิดว่าแฟชั่นต้องช่วยเขาได้” นินทร์ย้ำ

“เราเชื่อเรื่องสีสันหรือการอยู่กับอะไรที่สวยงาม มันจะทำให้สมองเขาไม่นิ่งและไม่เหงาเกินไป” 

บำบัดทุกข์ บำรุงสุข

ขณะเลื่อนอินสตาแกรมย้อนดูภาพวันวาน ความทรงจำค่อยๆ เด่นชัด ราวกับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง 

“พอแม่ป่วย เราก็ไม่คิดว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้ จำได้ว่าตอนเขาเริ่มลืม เราแทบจะเข้าไปจัดตู้เสื้อผ้าทั้งหมด ทำรังให้เขาใหม่ ให้เป็นตู้เสื้อผ้าสวยๆ ไม่คิดว่าวันนี้จะมีโมเมนต์แบบนั้น” นินทร์กลับมาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

การจัดบ้านครั้งใหญ่คราวนั้น เข้ามาเปลี่ยนอะไรในตัวเขาบ้าง-เราถาม

“พอเราสอนให้เขาเป็นระเบียบ เราต้องเป็นระเบียบมากกว่า ถ้าเรายังมีของหรือทำอะไรที่ผิดตามที่บอกเขาไม่ได้ กลายเป็นว่าเขาไม่เชื่อ ห้องเราต้องเรียบร้อยก่อนห้องเขา เราได้เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นเพราะเราต้องดูแลเขา” 

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

นอกจากจัดระเบียบภายในบ้าน การจัดระเบียบอารมณ์ภายในใจ เป็นอีกสิ่งที่นินทร์ต้องต่อสู้เสมอมา

“ตอนนั้นแม่ไปอีเกียแล้วท้องเสีย เขาไม่ไหวแล้ว เราไม่รู้จะทำยังไง ก็เอารถเข็นมาเพื่อจะพาเขาไปห้องน้ำ สุดท้ายไม่ทัน กลางอีเกียเลย ตอนนั้นเราไม่ว่าอะไรเขาเลย ทั้งที่เราทะเลาะกับเขาเพราะต้องมีระเบียบ 

“แต่วันนั้นเราเป็นเพื่อนเขา ไม่เป็นไรนะ คนเราท้องเสียได้ไม่ผิด เดี๋ยวซักให้ วันนั้นทำให้เราเห็นตัวเอง เราปล่อยวางมากขึ้น และเราเตือนตัวเองว่าเราต้องปล่อยวางให้ได้แบบนั้นบ่อยๆ นะ” 

จากวันแรกที่เริ่มบันทึกภาพของแม่แต๋ว วันนี้อินสตาแกรม 70YoungTeaw เต็มไปด้วยเรื่องราวหลากสี ไม่แพ้เครื่องแต่งกายที่แม่แต๋วสวมใส่ ทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม เรียบเฉย นิ่งเท่ ต่างถูกบันทึกเป็นภาพลงกรอบสี่เหลี่ยม 

“เราสนุกกับการได้เห็นเขาแต่งตัวมาก มันบำบัดเราด้วย จริงๆ เราดูแลเขาก็เกิดภาวะเครียดนะ เราปล่อยวางไม่ได้ แต่พอเห็นเขาออกไปนู่นนี่ แต่งตัวสวย เริ่มตอบคำถามรู้เรื่อง เรารู้สึกว่าเขาป่วยแบบสนุก ไม่ได้ป่วยแบบทุกข์”

แฟชั่นของแม่แต๋ว ไม่เพียงแต่งแต้มสีสันให้กับลูกชาย แต่กลับเติมเต็มความสุขแก่ผู้คนที่พานพบระหว่างทาง ตั้งแต่เพื่อนบ้าน พ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนพี่วินมอเตอร์ไซค์ รวมทั้งผู้ติดตามเธอผ่านทางหน้าอินสตาแกรมด้วย

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

New week , new goals. 

เมื่อถึงสัปดาห์ถัดไป อดใจรอคอลเลกชันใหม่ของแม่แต๋วไม่ไหว

New weak , new goals.

เมื่อความอ่อนแอย่ำกรายมาครั้งหน้า เริ่มเป้าหมายใหม่ได้เสมอ

Writer

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load