หลาย ๆ เหตุการณ์ในช่วงนี้ทำให้อยากเขียนถึงสิ่งที่ตัวเองไม่รู้จริง ไม่เชี่ยวชาญอีกครั้ง

นั่นคือเมือง Curon (คูรอน)

ที่มาที่ไปก็คือ ดูหนังทาง Netflix อยู่ดี ๆ นี่ล่ะ ก็หาหนังอิตาเลียน ก็ให้มาเจอเรื่องนึงชื่อ Curon

Curon เป็นหนังระทึกขวัญ (Thriller) ที่สนุก ฉลาด ในหนังไม่ได้พูดอะไรถึงเมืองนี้มากนัก เพียงแต่ใช้เป็นฉากหลัง คนดูที่ไม่ใช่อิตาเลียนอาจจะมีงง ๆ ด้วยซ้ำว่าทำไมตัวละครบางตัวพูดเยอรมัน

หนังพูดถึงแต่เรื่องเมืองจมน้ำ และเหมือนคลับคล้ายคลับคลาว่า ถูกจมเพราะครอบครัวหนึ่งทำให้จม ผู้คนก็เลยชิงชังมาจนถึงวันนี้

Curon Venosta หมู่บ้านใต้น้ำในอิตาลีที่กลายเป็นต้นกำเนิดซีรีส์ Netflix

แต่หนังก็คือหนัง ถ้าไม่ใช่สารคดี ก็ต้องฟังหูไว้หู ดูตาไว้ตา ตกลงเรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่หนอ ก็เลยเริ่มหาอ่านตามเว็บต่าง ๆ เผื่อจะได้เอามาเล่าให้ลูกเพจ ‘ครูก้า’ อ่าน แล้วในช่วงนั้นเองก็มีลูกศิษย์ที่เรียนอิตาเลียนออนไลน์จากอิตาลีมาแนะนำตัวว่าตอนนี้อยู่แถว ๆ นั้น อ้ะ มีเรื่องบังเอิญเข้ามาอีกเรื่อง

และท้ายที่สุด ลูกศิษย์ที่เป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ ‘อ่านอิตาลี’ ก็มาถามว่า ครูขา จะช่วยแปลหนังสือเล่มหนึ่งให้หนูหน่อยได้มั้ยคะ พอส่งรูปหน้าปกหนังสือมา ผ่าง หอระฆังกลางน้ำที่คุ้นตาก็โผล่มาให้เห็นอีกครั้ง คราวนี้ถึงกับปักหมุดเลย หากเดินทางออกนอกประเทศได้โดยไม่ติดขัดอีกครั้ง จะต้องไปที่นี่แน่ ๆ

และนี่คือข้อมูลที่จะขอเอามาเล่าสู่กันฟัง ทั้งที่ได้จากการอ่านและการแปลนวนิยาย

Curon Venosta หมู่บ้านใต้น้ำในอิตาลีที่กลายเป็นต้นกำเนิดซีรีส์ Netflix
ภาพ : www.flickr.com/photos/fabianfranke-fotos/7190357668

เมื่อพูดถึงคูรอน ‘ในปัจจุบัน’ ก็คือเมืองที่มีชื่อเต็มว่า คูรอน เวนอสตา (Curon Venosta) เป็นเมืองหรือหมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่ริมทะเลสาบเรเซีย (Lago di Resia) อยู่ตรงที่ปัจจุบันเรียกว่าแคว้น Trentino – Alto Adige (เตรนตีโน อัลโต อาดีเจ) อันเป็นแคว้นที่มีการปกครองพิเศษ หลายคนรู้จักกันในนาม ซุดตีโรล (Sudtirol) เป็นภาษาเยอรมันอันแปลว่า ทีรอลตอนใต้

แล้วทำไมพื้นที่ในอิตาลีจึงมีชื่อเป็นเยอรมัน คำตอบคือแคว้นนี้แต่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของออสเตรีย (ซึ่งพูดภาษาเยอรมัน) เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง ดินแดนส่วนนี้ก็ถูกยกให้เป็นของอิตาลี ซึ่งก็มีความประดักประเดิดมาก ด้วยว่าสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ประชากรแทบจะทั้งหมดพูดภาษาเยอรมัน วัฒนธรรมอะไรก็ไม่เหมือน คนที่นั่นไม่คิดแม้แต่น้อยว่าตัวเองเป็นชาวอิตาเลียน และรอวันจะไม่เป็นอิตาเลียนอยู่ทุกลมหายใจ

เมื่อพูดถึงคูรอนในปัจจุบัน ก็ต้องมีคูรอน ‘ในอดีต’ ซึ่งเรามองไม่เห็นด้วยว่ามันได้จมอยู่ใต้น้ำไปแล้ว

ไม่ได้เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติใด ๆ เกิดจากฝีมือมนุษย์นี่ล่ะ

จะเริ่มต้นเล่าอย่างไรดี เล่าจากที่เห็นก่อนแล้วกัน

หอระฆังที่เห็นเด่นเป็นสง่านั้นไม่ได้สร้างให้อยู่กลางน้ำ หากแต่มันคือหอระฆังของโบสถ์แห่งหนึ่ง ชื่อโบสถ์ซานตา คาเตรีนา ดิ อะเลซซานเดรีย (Santa Caterina di Alessandria) อันเป็นโบสถ์ประจำเมืองคูรอน

Curon Venosta หมู่บ้านใต้น้ำในอิตาลีที่กลายเป็นต้นกำเนิดซีรีส์ Netflix
ภาพ : www.flickr.com/photos/pacioz/7682473278

โบสถ์อะไรที่ไหน ไม่เห็นมีโบสถ์ คุณไม่เห็นหรอก เพราะมันอยู่ใต้น้ำ ลึกลงไปราว 22 เมตร และทั้งโบสถ์ทั้งหมู่บ้านก็ถูกระเบิด ก่อนที่ทางการจะปล่อยน้ำจมทุกอย่างเพื่อหวังจะสร้างเขื่อนนั่นเอง

อันที่จริง ความคิดที่จะสร้างเขื่อนใหญ่นั้นมีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1910 แล้ว แต่ด้วยมีสงครามโลกครั้งที่ 1 แผนนั้นก็ยับยั้งไว้ แล้วหยิบมาปัดฝุ่นอีกทีตอนสงครามเลิก

แผนเดิมที่ว่านั้น คือการรวมทะเลสาบทั้ง 3 แห่งที่อยู่ใกล้ ๆ กันนั้นให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างแหล่งผลิตพลังงานขนาดใหญ่มหึมา ในแผนนั้นระดับน้ำจะขึ้นมาอีก 5 เมตรเท่านั้น ซึ่งชาวคูรอนก็รับทราบดีและดูไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากมาย แต่แน่นอน ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากให้มี

Curon Venosta หมู่บ้านใต้น้ำในอิตาลีที่กลายเป็นต้นกำเนิดซีรีส์ Netflix
ภาพ : www.schoeneben.it
Curon Venosta หมู่บ้านใต้น้ำในอิตาลีที่กลายเป็นต้นกำเนิดซีรีส์ Netflix
ภาพ : scribol.com

สงครามโลกครั้งที่ 2 เกิด แผนการสร้างเขื่อนระงับ ชาวคูรอนคิดว่าคงไม่มีการสร้างเขื่อนแล้ว นอนใจอยู่ได้ไม่นาน แต่พอสงครามเลิกและไม่มีมุสโสลินีแล้ว การสร้างเขื่อนก็ยังกลับมาอีก คราวนี้นายทุนใหญ่ประกาศเพิ่มระดับน้ำในเขื่อนเป็น 22 เมตร

ชาวคูรอนกลุ่มหนึ่งพยายามต่อสู้ แต่ผลก็เป็นอย่างที่รู้ ๆ กัน ส่วนที่บอกว่ากลุ่มหนึ่งนั้น เพราะใน ค.ศ. 1939 ได้มีประกาศให้ชาวคูรอนเลือกได้ว่าจะอยู่ ณ ที่ตรงนี้ต่อ หรือจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่เยอรมันกับฮิตเลอร์ ประชากรที่คูรอนก็เบาบางลงไปบ้างแล้วนับแต่ตอนนั้น ส่วนประชากรที่เหลือ บางคนก็ไม่เชื่อเอาเสียจริง ๆ ว่าจะมีการจมเมืองสร้างเขื่อนจริง ๆ ประกาศที่ทางการมาติดที่เทศบาลเมืองก็เป็นภาษาอิตาเลียน ซึ่งชาวเมืองแทบจะอ่านไม่ออกสักคำ

ชาวเมืองต่อสู้กันสุดฤทธิ์ ถึงกับเชิญนายกฯ มา ไปหาสันตะปาปาที่โรม แต่แล้วผลก็เป็นอย่างที่รู้กัน

การจมหมู่บ้านในครั้งนั้น มีบ้านจมไปเกือบ 200 หลังคาเรือน (บางแหล่งข่าวบอก 163 บ้างก็บอก 180) ก่อนจะจมมีการระเบิดบ้านทุกหลังก่อน ไม่มีใครตายเพราะการระเบิดหรือการปล่อยน้ำในครั้งนั้น แต่จากการตรอมใจหรืออื่น ๆ ย่อมไม่มีใครรู้

ภาพ : twitter.com/Avventural

วกกลับมาที่หนังนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้น การจมคูรอนไม่ได้เป็นการตัดสินใจของชาวบ้านหรือครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งเลย แต่เป็นการลงนามอนุมัติของรัฐบาลอิตาลีนี่ล่ะ ส่วนความขัดแย้งระหว่างกลุ่มนั้น มีขึ้นตั้งแต่ตอนที่ประชากรเลือกข้างว่าจะอยู่หรือจะไปแล้ว

คราวนี้มารู้จักกับตัวละครหลักของเมืองนี้กันดีกว่า นั่นก็คือหอระฆังกลางน้ำ ถามว่าตัวละครหลักแค่ไหน เอาเป็นว่าตราประจำเมืองเป็นรูปหอนี้ก็แล้วกัน

ตราประจำเมือง
ภาพ : www.araldicacivica.it/comune/curon-venosta

ตามประวัติ หอระฆังนี้สร้างในศตวรรษที่ 14 แต่ที่หอระฆังยังดูแข็งแรงอยู่นั้น เป็นเพราะได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ใน ค.ศ. 2009 นี้เอง

ภาพ : it.wikipedia.org

เรื่องอัศจรรย์ใจของหอระฆังนี้ก็ย่อมมีแน่นอน เรื่องแรกคือตอนที่รัฐบาลส่งคนมาระเบิดหมู่บ้าน (ระเบิดบ้านทีละหลัง) นั้น ก็ระเบิดโบสถ์ด้วยเช่นกัน ปรากฏว่าโบสถ์ถล่ม แต่หอระฆังยืนนิ่งไม่สะเทือน ข่าวว่าพวกช่างแอบกลัว ต่างพากันถอดใจ ประกอบกับตอนนั้นเริ่มปล่อยน้ำแล้ว ก็เลยปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น

เรื่องเล่าขานอีกเรื่องของหอระฆังก็คงจะไม่พ้นเรื่องเสียงระฆัง ว่ากันว่าวันดีคืนดีในช่วงฤดูหนาว จะมีคนได้ยินเสียงระฆังหง่างเหง่งวังเวงแว่วดังมาจากหอนั้น หลายท่านคงคิดว่าก็คงจะมีคนปีนขึ้นไปตีน่ะสิ คงไม่น่าจะเป็นเรื่องเป็นราวอะไร หากระฆังไม่ได้ถูกปลดออกจากหอตั้งแต่ตอนปล่อยน้ำลงเขื่อนแล้ว

เรื่องต่อไปเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนเล่ากันแต่เป็นเรื่องจริง ก็คือ 1 ปีหลังจากที่คูรอนกลายเป็นทะเลสาบแล้ว ได้มีรถเมล์คันหนึ่งแหกถนนพุ่งลงทะเลสาบ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 22 ราย เหลือรอดชีวิตมาได้เพียงคนเดียวเท่านั้น

ปัจจุบันผู้ที่ไปเยือนคูรอน เวนอสต้า ก็ต้องพุ่งตรงไปถ่ายรูปกับหอระฆังกลางน้ำ หากในหน้าแดดอุ่นก็ออกเรือไปชมใกล้ ๆ ได้ หากไปหน้าหนาว ก็เดินเท้าไปบนทะเลสาบที่เป็นน้ำแข็ง กิจกรรมฤดูร้อน-ฤดูหนาว มีไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวมิได้ขาด

ทะเลสาบเรเซียในฤดูหนาว
ภาพ : www.suedtirolerland.it

ใครอยากสัมผัสกับรายละเอียดว่าชาวเมืองในช่วงเวลานั้น ‘น่าจะ’ รู้สึกนึกคิดอย่างไร ขอแนะนำนวนิยายแปลของสำนักพิมพ์อ่านอิตาลี ที่ใช้ท้องเรื่องเป็นเมืองคูรอนในช่วงนับแต่ ‘บ้านเมืองยังดี’ จนกระทั่งเมืองทุกพังทลายกลายไปอยู่ใต้น้ำ หน้าปกเป็นรูปหอระฆังกลางน้ำนี้ อยู่ใต้ชื่อภาษาไทยว่า ‘หยัดยืน’

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

อิตาเลียนเป็นชาติที่รักสัตว์ หากคุณไปอิตาลี ภาพที่คุณจะได้เห็นจนชินตาคือ ผู้คนเดินจูงหมาไปที่ต่าง ๆ แมวอยู่ตามสถานที่ทางประวัติศาสตร์ อย่างเช่น โคลอสเซียม และถึงกับมีปฏิทินแมวตามมุมต่าง ๆ ของโบราณสถานออกมาขายทุกปีอีกด้วย

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : www.gruppolozzi.it

หากนั่นยังยืนยันความรักสัตว์ของคนอิตาเลียนได้ไม่ดีพอ มาดูความรักจากทางภาครัฐกันบ้าง ในปี 2016 นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแห่งกรุงโรม เรียกร้องให้ทางจ่ายค่าแรงในช่วง 2 วันที่เธอลาไปดูแลน้องหมา โดยอ้างเอากฎหมายข้อที่ว่า คนที่ละทิ้งสัตว์ให้ทรมานร้ายแรง จะโดนจำคุก 1 ปี และโดนปรับราว 4 แสนบาท ผลคือ เธอชนะคดีฉลุย

เดินไปตามซอกเล็กซอยน้อยในอิตาลี คุณอาจจะได้ยินเสียงซิญญอราส่งเสียงร้อง “มิ…….โช….” ด้วยเสียงสูงแหลมโหยหวน ปล่อยให้หางเสียงจางหายไปอย่างมีชั้นเชิง แล้วน้องแมวที่หลบอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ ก็จะออกมารับของสังเวยจากทาสผู้ซื่อสัตย์ของเธอ

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : redarmyscreaming.tumblr.com

จำนวนแมวในอิตาลีนั้นมีมากกว่าจำนวนหมา แต่ถ้าดูตามสถิติการเลี้ยงสัตว์ภายในบ้าน จะพบว่า มีจำนวนหมามากกว่าแมว จำนวนแมวที่อยู่นอกสำมะโนประชากรนั้น ก็อยู่ตามโบราณสถานอย่างที่เล่าไป เหมือนลิงที่พระปรางค์สามยอด เพียงแต่เป็นเวอร์ชันที่ไม่ขโมยของและเข้าทึ้งหัวเราเท่านั้นเอง 

แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เมื่อมีแมวจรจัด พระเจ้าก็ต้องสร้างให้มีหญิงให้อาหารแมวมาด้วย ที่โคลอสเซียมนี้ถึงกับมีสมาคมผู้ดูแลแมว อันมีสมาชิกอยู่ราว 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นหญิง แต่ก็มีที่เป็นชายด้วยเช่นกัน และพบว่าแมวที่ยั้วเยี้ยอยู่ตามโคลอสเซียมนี้มีชื่อด้วยนะ เนื่องจากมีผู้เจอหญิงให้อาหารแมวคนหนึ่ง เรียกชื่อแมวแต่ละตัวไม่ซ้ำกันเลย

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : redarmyscreaming.tumblr.com

การที่คนให้อาหารแมวเป็นหญิงเสียส่วนใหญ่นั้น ก็พ้องกันกับข้อมูลเชิงสถิติจากงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่บอกว่า เด็กหญิงมักชอบแมว เด็กชายมักชอบหมา อันที่จริง ผลวิจัยดังกล่าวยังบอกอีกว่า รองจากหมาแมว เด็กอิตาเลียนชอบม้า เสือ นก สิงโต และโลมา

เด็กส่วนใหญ่ (81.7 เปอร์เซ็นต์) มีหรือเคยมีสัตว์เลี้ยง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหมากับแมวนั่นล่ะ แต่ก็พบว่ามีสัตว์อื่น ๆ อีกด้วย เช่น เต่า (14.5 เปอร์เซ็นต์) แฮมสเตอร์ (10.6 เปอร์เซ็นต์) กระต่าย (4.8 เปอร์เซ็นต์) มีแค่ 1 ใน 5 คนเท่านั้นที่ไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงในบ้าน

การสำรวจไม่ได้ถามแค่ ‘มี’ แต่ถามว่า อยาก ‘เป็น’ อะไรด้วย ผลออกมาว่า 1 ใน 5 อยากเป็นนก 1 ใน 10 อยากเป็นหมา ตามมาด้วยสิงโต แมว โลมา เสือชีตาห์ ม้า

เด็กผู้ชายมักจะอยากเป็นสัตว์ที่โชว์ความแข็งแรงหรือวิ่งเร็ว เช่น สิงโตหรือเสือชีตาห์ เด็กผู้หญิงมักอยากเป็นสัตว์สวย ๆ งาม ๆ อย่างผีเสื้อ

และสัตว์ที่เด็กเกลียดกลัวที่สุดก็คือ งู

แต่สัตว์ก็มีมากมายหลายประเภท และความรู้สึกของคนอิตาเลียนก็มิได้มีแค่ความ ‘รัก’ อย่างเดียวเท่านั้น เราเข้าใจว่าคนอิตาเลียนคิดอย่างไรต่อสัตว์ได้หลายวิธี

ทำแบบเด็กอักษรฯ วิธีหนึ่งคงไม่พ้นการศึกษาผ่านสำนวนในภาษา การอุปมาอุปไมย เริ่มจากที่คล้ายของไทยก่อน ข้อมูลที่ได้ต่อจากนี้รวบรวมมาจากพจนานุกรมที่บ้าน

หมาจิ้งจอก เปรียบกับความเจ้าเล่ห์ แต่เรื่องนี้ แมว ก็เข้ารอบด้วย

เต่า เปรียบกับความเชื่องช้า หอยทาก ก็เช่นกัน

งู เปรียบกับคนที่ร้ายกาจ มีพิษสง คดในข้องอในกระดูก

เสือ เปรียบกับความดุ

เพราะฉะนั้น ในแง่นี้จึงอาจกล่าวได้ว่า คนอิตาเลียนกับคนไทยมีทัศนคติต่อสัตว์เหล่านี้คล้าย ๆ กัน

แต่ก็มีบางสำนวนที่คนไทยเปรียบกับอย่างอื่น หรือไม่ก็ไม่คิดจะเปรียบเลย แต่คนอิตาเลียนเปรียบคุณลักษณะต่าง ๆ กับสัตว์เหล่านี้

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : www.europlan.it

เงียบเป็น ปลา

แดงเป็น กุ้ง

โง่เหมือน ห่าน

ตาบอดเหมือน ตัวตุ่น

หยิ่งยะโสเหมือน นกยูง

ขี้กลัวเหมือน กระต่าย อันนี้น่าจะมาจากนิทานอีสปเรื่อง กระต่ายตื่นตูม

อ่อนติ๋มหงิมเป็น แกะ

ดื้อเป็น ลา

เก็บเนื้อเก็บตัวเหมือน หมี

น่าเกลียดเหมือน ลิง/คางคก

กล้าหาญเหมือน สิงโต

ปราดเปรียวเหมือน ละมั่ง

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : pixels.com/profiles/shawn-obrien

ปราดเปรียวเหมือน ละมั่ง

บางสำนวนก็ฟังแปลกหู เพราะคนไทยเราจะไม่มีวันเปรียบ เปรียบทำไม เช่น

ล่อนจ้อนเป็น หนอน (อ้อ อันนี้คนไทยโบราณจะเปรียบเป็นเปรต)

สุขภาพแข็งแรงดีเหมือน ปลา อันนี้คืออะไร ที่อิตาลีปลาไม่ป่วยเหรอ

น่าเบื่อเหมือน เห็บหมัด ยุง ตัวต่อ 2 อันแรกเข้าใจได้ว่าน่ารำคาญ แต่ตัวต่อนี่ออกไปทางน่ากลัวนะ

ร้องเพลงเพี้ยนเหมือน กบ

ตัวพองเป็น กบ เขาไม่ได้หมายถึงอ้วน แต่หมายถึงจองหองพองขน ลำพองตนจนตัวป่องเป็นอึ่งอ่าง อะไรทำนองนั้น

มาถึงคำถามคาใจใครบางคน แล้วตอนด่ากันล่ะ บ้านเรามองสัตว์บางประเภทว่าเป็นสัตว์ชั้นต่ำ ควรค่าแก่การหยิบยกขึ้นมาด่าให้คนฟังรู้สึกเจ็บ ๆ แสบ ๆ แล้วอิตาเลียนล่ะ เขาเอาสารพัดสัตว์บกมาด่ากันแบบเราไหม

เริ่มจาก ไอ้ สัตว์ เขาไม่ด่ากันพร่ำเพรื่อ แต่จะหมายถึง ความป่าเถื่อน รุนแรง ไร้การศึกษา

ไอ้ เหี้ย ด่าไปอิตาเลียนหลายคนคงยังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ มิพักพูดถึงว่า มันมีคุณสมบัติอันใดหรือที่เราจะต้องมารู้สึกเจ็บแค้นเคืองโกรธกับการได้รับการอวยยศเช่นนี้

ไอ้หน้าหมา ไม่ว่าจะไอ้หน้าหมา หรืออีหน้าอวัยวะอื่น ก็ไม่มีใครด่าทั้งสิ้น ถ้าด่าไป อิตาเลียนอาจยืนปรบมือให้แก่ความคิดสร้างสรรค์ของเราก็เป็นได้

งั้นด่าว่าหมาก็ไม่หยาบคายอย่างนั้นสิ

จริงอยู่ หมา มักเปรียบกับความซื่อสัตย์ ความโดดเดี่ยว แต่ก็ยังเปรียบกับความไม่ได้เรื่องด้วย

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : www.dailypaws.com

เพราะฉะนั้น ถ้าบอกเพื่อนว่า เธอเหมือนหมาเลย ด้วยหวังใจว่าเขาจะเข้าใจว่าเราชมว่าเขาซื่อสัตย์ อาจจะเป็นการหวังสูงไปนิด ยังไงเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถอะ

แล้ว หมู ในตำนานล่ะ มีคนบอกว่า หมู หยาบมากกกกกก ฟังไม่ได้ (เอามือปิดหูดิ้นเร่า ๆ )

หมูถูกเปรียบกับความสกปรก อันรวมไปถึงความสกปรกในจิตใจด้วย มันจึงไปในทางความหื่น ลามก

แต่ก็ถ้ามีคนบอกว่า แหม เธอนี่เหมือน กระต่าย เลยนะ ก็อย่าได้คิดว่าเขาชมว่าเราปราดเปรียวแสนซน เพราะสำหรับคนอิตาเลียนแล้ว นอกจากเขาจะมองกระต่ายว่า ‘ขี้กลัว’ แล้ว เขาอาจจะหมายถึงว่าเราเซ็กส์จัด เพราะกระต่ายได้ชื่อว่ามีลูกเร็วมาก เหมือนวัน ๆ ไม่ทำอะไรนอกจากประกอบกิจกรรมอันสุนทรี

ควาย ล่ะ เปรียบเทียบกันไหม

มีเหมือนกัน แต่ไม่ได้แปลว่า โง่ เขามักเปรียบกับการกินแบบไม่บันยะบันยังมากกว่า ตรงข้ามกับการกินน้อย เขาจะเทียบกับ นก บางทีก็เป็น นกคีรีบูน ด้วยนะ

คราวนี้มาดูสุภาษิต คำพังเพย บ้าง ว่าเขาเอาสัตว์มาสั่งมาสอนอะไรลูกหลานเขาบ้าง

Can che abbaia non morde.

หมาเห่ามักไม่กัด อันนี้เหมือนของไทย แต่อย่าไปจริงจังมากนะ มันเป็นความเปรียบ หมาเห่าอุ่นเครื่องก่อนกัดก็มีถม อันที่จริงมันมีนัยยะหมายรวมไปถึงว่า คนที่ร้าย ๆ กับเราเนี่ย มักจะไม่พูดพล่ามหรอก

Meglio un giorno da leone che cento da pecora.

อยู่อย่างสิงโตวันเดียว ดีกว่าอยู่อย่างแกะ 100 วัน

หลายคนอาจจะคิดแบบไทย ๆ ว่า เปรียบการอยู่อย่างมีเกียรติกับอยู่อย่างกระจอก แต่ถ้าไปดูคุณลักษณะของสัตว์ทั้งสองที่อิตาเลียนมักใช้เปรียบดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น จะเห็นว่าเกียรติที่ว่า (ถ้าจะเปรียบ) ไม่ได้หมายถึงเงินทองหรือยศถาบรรดาศักดิ์ใด ๆ แต่คือความกล้าหาญ และกระจอกนี้ก็ไม่ได้อยู่ที่เงินทองหรือสถานภาพทางสังคม แต่คือความขี้ขลาด ไม่สู้เพื่อความถูกต้องมากกว่า

ภาพ : www.thelocal.it

Il lupo perde il pelo, ma non il vizio.

หมาป่าผลัดขน แต่ไม่ผลัดสันดาน

อันนี้เป็นสุภาษิตที่ไม่ให้โอกาสคนเลย มันมีความหมายว่า คนชั่ว ต่อให้เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกอย่างไร เขาว่ากันว่านะ สันดอนน่ะขุดได้ แต่สันดานน่ะสิ (เดินกอดอก ก้าวออกมา 2 ก้าว ยิ้มเยาะมุมปาก แค่นหัวเราะเบา ๆ มองกล้อง ตาวาวโรจน์) ขุดไม่ได้!

Chi pecora si fa, il lupo se lo mangia.

“อ่อนแอก็แพ้ไป” เวอร์ชันอิตาเลียน แปลตรงตัวว่า ใครทำตัวเป็นแกะ หมาป่าก็จะกิน อันนี้น่าจะเป็นอันเดียวที่สะท้อนให้เห็นได้ชัดว่า ทำไมอิตาเลียนเวลามีปัญหาจึงต้องเล่นใหญ่ เพราะถ้าหงอก็จะถูกข่มทันที

ภาพ : www.telegraph.co.uk

จะเห็นว่าสัตว์ที่เป็นตัวโกง ตัวร้าย สำหรับคนอิตาเลียนคือ หมาป่า ถ้าให้คาดเดา ก็คงจะเป็นเพราะว่ามันเป็นอุปสรรคหลักของปศุสัตว์ อันเป็นอาชีพหลักของสังคมเกษตรกรรมในอิตาลีสมัยก่อน หมาป่ากับแกะถูกนำมาเปรียบของผู้ล่าอันชั่วร้ายกับเหยื่ออันน่าสงสารอยู่ตลอดเวลา

แต่ในขณะที่หมาป่าดูเป็นตัวโกง แต่ก็หมาป่าอีกเช่นกันที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงโรม เพราะในตำนาน นางเป็นผู้ให้นมโรมูลุสกับเรมุส ผู้ให้กำเนิดกรุงโรม ผิดตรงที่หมาป่าตัวนี้เป็นนางหมาป่า

ภาพ : commons.wikimedia.org

แล้วนักภาษาศาสตร์เชิงประวัติก็เสนอความเห็นแบบไม่อิงตำนานว่า ผู้ให้นมแต่เด็กทั้งสองเนี่ย อาจจะไม่ใช่หมาป่าหรอก แต่เป็นคนนี่ละ

เพราะคำว่า นางหมาป่า ในภาษาอิตาเลียนโบราณ เป็นสแลงหมายถึง หญิงโสเภณี

ข้อมูลอ้างอิง

– Il Ragazzini 2021, Zanichelli

– Maria Balì, Giovanna Rizzo, Nuovo Espresso 2, Alma Edizioni

 – www.bbc.com/thai/international-41599355

agricommerciogardencenter.edagricole.it

www.the-colosseum.net/ita/around/gatti_it.html

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load