28 กุมภาพันธ์ 2562
6 K

พวกเรานั่งอยู่ใน PLEARN Space กลางจุฬาฯ ที่นี่คือ Digital Co-learning Space หรือพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน ที่รังสรรค์โดยธนาคารกสิกรไทย

ทำไมสถาบันการเงินอย่างธนาคารต้องมาสร้างพื้นที่แบบนี้ ร่วมกันกับสถาบันการศึกษา นี่ไม่ใช่ขอบเขตของงานธนาคารที่เราคุ้นชินกันเลย แต่เป็นความตั้งใจของกสิกรไทยกับจุฬาฯ เพื่อให้เกิดการพัฒนาแบบยั่งยืน

ผู้ที่จะมาเล่าเรื่องการร่วมมือนี้ให้ฟังนั่งอยู่ตรงหน้า เธอคือ ขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการแห่งธนาคารกสิกรไทย มาพร้อมทีมผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์เทคโนโลยีให้โปรเจกต์ CU NEX

CU NEX

“ธุรกิจธนาคารเปลี่ยนไปเยอะเลย เดี๋ยวนี้สตาร์ทอัพหรือใครก็เข้ามาทำได้หมด ถ้าเราอยู่เป็นธนาคารแล้วทำเหมือนเดิม ในอนาคตเราคงเหนื่อย เราเลยเปลี่ยนตัวเองด้วยการไปสร้างที่ยืนใหม่ในพื้นที่อื่นๆ” ขัตติยาตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นกับการเล่าเรื่องงานนี้

เพราะเหตุนี้ CU NEX จึงเป็นมากกว่าแค่ธนาคารดูแลเรื่องการเงินให้มหาวิทยาลัย

แล้วจะเป็นมากกว่าได้อย่างไรบ้าง? กสิกรไทยเลือกส่งทีมซึ่งเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการออกแบบเข้ามาช่วยจัดการสร้างสรรค์แอป พวกเขาใช้วิธีการเข้าไปพูดคุยสอบถามกับชาวจุฬาฯ อย่างเจาะลึก จนเข้าใจว่าชาวจุฬาฯ ต้องการอะไร แล้วจึงทำโปรเจกต์ไปตามทิศทางนั้น

“นิสิตเป็นวัยลูกค้าที่เรายังไม่ค่อยมี ยังไม่รู้ใจกัน วิธีการทำแรกๆ เราทำเหมือนเคแบงก์ทำ แต่ปรากฏว่าทั้งนิสิต ทั้งบุคลากร เขาไม่เก็ต เลยต้องเป็นทีมใหม่ที่ไม่ใช่ของเคแบงก์ เพื่อโฟกัสของจุฬาฯ โดยเฉพาะ” เธออธิบาย

นี่คือเรื่องเจ๋งๆ 7 เรื่อง ที่เราไม่เคยคิดว่าธนาคารกับมหาวิทยาลัยจะร่วมกันสร้างได้

CU NEX CU NEX

01

ใช้แอปแทนบัตรนิสิตได้เลย

เพราะบัตรประจำตัวเป็นสิ่งที่นิสิตต้องใช้ทุกวัน ทีมเลยผลักดันให้บัตรนิสิตแบบ Virtual เสร็จเป็นสิ่งแรกๆ ของโปรเจกต์

บัตรนิสิตแบบ Virtual หมายถึง การมีบัตรนิสิตอยู่บนแอป CU NEX ทำให้นิสิตยืนยันตัวตนได้โดยไม่ต้องเปิดกระเป๋าตังค์ ตั้งแต่เข้าสถานที่ต่างๆ ใช้ห้องประชุมที่ตนจองไว้ แม้กระทั่งการเปิดล็อกเกอร์ใน PLEARN Space ก็ใช้มือถือแตะแทนได้ทั้งหมด ต่อให้บัตรทิ้งไว้ที่บ้านก็ยังใช้ชีวิตได้ไม่ติดขัด

ถ้าต้องการขอออกบัตรใหม่แบบที่มีบัตรเดบิตพ่วงด้วย ก็ทำบนแอปนี้ได้เลยโดยไม่ต้องไปถึงธนาคารเหมือนแต่ก่อน

นอกจากนั้น แอปยังช่วยเก็บข้อมูลตำแหน่งแหล่งที่ของผู้ใช้งาน เพื่อดูว่าประชากรจุฬาฯ อยู่ในพื้นที่ไหนเป็นหลัก และเน้นพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกัน นอกจากนี้ ถ้ามีเรื่องด่วน ก็กด SOS ให้ความช่วยเหลือไปหาได้ทันที

สิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากความต้องการของนิสิตที่ทีมพบว่า “อยากให้เรื่องจุกจิกที่ทำให้เขาไม่ได้โฟกัสเรื่องเรียนหายไป” ซึ่งการพกบัตรนิสิตก็เป็นหนึ่งในนั้น

02

เปลี่ยนห้องเรียนเมื่อไรก็มีแจ้ง

นอกจากเรื่องบัตรแล้ว ก็มีเรื่องระบบการเช็กข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะตารางสอน ตารางสอบ และที่อยู่ของแต่ละห้องเรียนที่นิสิตหลายคนเห็นพ้องต้องกันว่าอยากได้ความช่วยเหลือ

“แต่เดิมจะประกาศอะไรก็ใช้กระดาษแปะหน้าห้อง ทุกวันนี้ก็ใช้ไลน์ต่อๆ กัน เราเลยจับมารวมกันอยู่ที่เดียว ซึ่งแอปนี้ทำได้” ขัตติยาอธิบาย

แอป CU NEX มีข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนทุกอย่าง ตั้งแต่วันนี้คุณมีเรียนวิชาอะไรตอนไหนบ้าง จนถึงห้องตัวย่ออะไรอยู่ชั้นไหนของตึกไหน รวมถึงสามารถแจ้งเตือนประกาศเวลาเปลี่ยนห้องเรียนหรืองดคาบเรียน ส่งตรงถึงมือทุกคนที่เกี่ยวข้อง

ขัตติยาย้ำอีกรอบว่า “เรื่องการศึกษาเราไม่ยุ่ง เราแค่ช่วยดูแลเรื่องการกำจัดความวุ่นวายให้”

CU NEX

03

จัดกิจกรรมง่ายเพียงปลายนิ้ว

“เด็กเดี๋ยวนี้เขาชอบแสดงออก และทำได้ดีด้วยนะคะ เราเลยอยากมีเวทีให้เขาได้แสดงออก” ขัตติยากล่าวพร้อมรอยยิ้ม

โจทย์ดังกล่าว กสิกรไทยร่วมครุ่นคิดกับจุฬาฯ จนออกมาเป็น PLEARN Space ที่พวกเรานั่งอยู่ ที่นี่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ให้นิสิตจองและใช้งานผ่านแอปได้โดยตรง ขนาดทีมละครนิเทศฯ ก็เคยใช้พื้นที่ในการโปรโมตขายบัตรละคร และโชว์ทีมแดนซ์กลางลานมาแล้ว

เสียงตอบรับดีล้นหลามของพื้นที่ ทำให้ธนาคารกับอาจารย์เริ่มคุยกันเพื่อวางแผนขยับขยายพื้นที่อื่นๆ ให้ชาวจุฬาฯ เพิ่มเติม

แต่พื้นที่อย่างเดียวก็อาจไม่มีประโยชน์ ต้องมีระบบที่ช่วยให้นิสิตสร้างและโปรโมตกิจกรรมได้ด้วยตัวเอง เมื่อเป็นเช่นนี้ เด็กๆ ก็ไม่ต้องเหนื่อยเดินเรื่องประชาสัมพันธ์ ส่วนผู้สนใจก็ไม่ต้องเหนื่อยไปขวนขวายหากิจกรรมให้เข้าร่วม

04

พอกันทีกับการวุ่นวายขอเอกสาร

การขอเอกสารน่าจะเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ของหลายมหาวิทยาลัย

ทางทีมเล่าให้ฟังถึงเสียงจากนิสิตที่ต่างพูดตรงกันว่า การขอลดขั้นตอนและเวลาขอเอกสาร เป็นสิ่งที่ถ้าทำได้จะดีมาก

กสิกรไทยร่วมมือกับบุคลากรที่ดูแลเรื่องนี้ ออกมาเป็นการแก้ปัญหาด้วยระบบ Blockchain ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลหล่นหายหรือถูกปลอมแปลงได้ยาก การเข้าถึงข้อมูลจะทำได้ง่ายและปลอดภัยขึ้น หนึ่งในผลลัพธ์ปลายทางที่ออกมาคือ นิสิตจะกดขอเอกสารได้ทันทีในแอปนี้

ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากกสิกรไทยทำงานอยู่กับบริษัทใหญ่หลายที่ เช่น ปตท. นิสิตที่อยากฝึกงานหรือสมัครเข้าทำงานอาจไม่ต้องขอเอกสารเลยก็ได้ เพราะระบบ Blockchain จะช่วยส่งผลการศึกษาไปยังบริษัทต่างๆ โดยตรง

ขัตติยาชวนสังเกตว่า การแก้ปัญหาไม่ได้แตะกับส่วนข้อมูลเลย แต่เป็นการให้เครื่องมือมากกว่า “แอปนี้จะประสบความสำเร็จก็ต้องเป็นความร่วมมือ เนื้อหาข้างในเป็นของจุฬาฯ ทั้งหมด เราเพียงแค่ทำระบบให้”

CU NEX

05

ทุนการศึกษาเป็นของหาไม่ยาก

รู้หรือไม่ จุฬาฯ มีทุนการศึกษาอยู่มากถึง 2,000 ทุนต่อปี

คณาจารย์ต้องการผลักดันให้ทุนเหล่านี้กับนิสิต และมองเห็นว่าหากมีช่องทางสื่อสารที่มีประสิทธิภาพก็จะช่วยได้มาก

พวกเขาจึงนำทุนการศึกษามาเสนอถึงมือนิสิตให้สมัครได้ และรอฟังผลได้ทันทีผ่านทางแอป

ระหว่างการอธิบาย ขัตติยาพูดออกมาว่า “เราเปลี่ยนกระบวนการเพราะคิดว่าถ้าเด็กอยากได้ทุนก็คงอยากรู้ว่าได้หรือยัง อาจารย์ต้องการเอกสารอะไรเพิ่มมั้ย แล้วมีเดดไลน์ชัดเจน อาจารย์เองก็คงอยากให้ทุนอยู่แล้ว คงดีกว่าถ้ามีข้อความเด้งขึ้นมาคอยเตือนคอยบอก ก็ทำเพื่อทุกคนแหละ”

06

มากกว่าเทคโนโลยี คือผู้คน

อีกมุมหนึ่งที่หลายคนอาจไม่รู้เกี่ยวกับ CU NEX คือการรวมนิสิตเข้ามาในกระบวนการอย่างแท้จริง

ตัวอย่างเช่นการให้นิสิตนิเทศศาสตร์ทำโฆษณาแนะนำโปรเจกต์นี้ หรือล่าสุด ทีมก็กำลังตามหานิสิตสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่จะเป็นผู้ออกแบบตู้ ATM สำหรับใช้จริงในพื้นที่จุฬาฯ

ข้อดีของการทำเช่นนี้คือ นิสิตได้มีโอกาสทำงานจริง และผลผลิตก็ออกมาตรงใจกลุ่มเป้าหมาย

“ของสิ่งนี้ จุฬาฯ เป็นเจ้าของ นิสิตเป็นเจ้าของ” ขัตติยาพูดพร้อมรอยยิ้ม

โปรเจกต์นี้จึงเป็นมากกว่าแค่ที่เห็นในมือถือมากนัก

07

ต่างมหาวิทยาลัย ต่างฝัน

แม้โปรเจกต์นี้จะดีกับจุฬาฯ ไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับมหาวิทยาลัยอื่นด้วย

“ฝันของแต่ละมหาวิทยาลัยไม่เหมือนกัน” ขัตติยากล่าว ก่อนเล่าต่อไปถึงงานที่เธอทำกับแห่งอื่นๆ ทั้งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แต่ละที่มีวิธีคิดที่แตกต่างกัน เพราะมีจุดยืน ตัวตน และเป้าหมาย แตกต่างกัน

เธออธิบายว่า “เราไม่เคยมีเทมเพลต ที่เปลี่ยนแค่โลโก้ เปลี่ยนสี แล้วกลายเป็นอีกมหาวิทยาลัยได้ เราพยายามปรับแต่งให้เหมาะกับนิสิตนักศึกษาและบุคลากรของแต่ละมหาวิทยาลัย”

เมื่อดูเผินๆ แล้ว CU NEX อาจเป็นโปรเจกต์ที่ไม่ซับซ้อนหวือหวามากนัก แต่เบื้องหลังคือการร่วมมือในทุกด้าน ระหว่างกสิกรไทยกับจุฬาฯ จนกลายเป็นต้นแบบการใช้ชีวิตการศึกษาในยุคดิจิทัลได้ในที่สุด

CU NEX

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

1

กว่า 2 ชั่วโมงแล้ว ที่ผมเฝ้าดูนกเป็ดผีเล็กนั่งฟักไข่อยู่อย่างสงบในรังของเขาเอง

แม้นาน หากนกเป็ดผีเล็กก็คลายความเหนื่อยล้าด้วยการสะบัดหัวขับไล่ความง่วงงุน หรือบ้างก็เหยียดปีกไซร้ขน ไม่มีแม้สักเสี้ยวนาทีที่จะลุกยืนเพื่อปรับเปลี่ยนท่าทาง นั่นหมายเพื่อให้ตนได้กกฟักสร้างความอบอุ่นแก่ไข่ทั้ง 3 ใบได้อย่างต่อเนื่อง

เป็นผมเองที่ความเหนื่อยล้าจากการรอคอยเริ่มเข้าคุกคาม

แต่ก่อนจะทันได้ละสายตาเช่นที่คิดไว้ นกเป็ดผีเล็กก็ยกคอตั้งตรง คล้ายสัมผัสถึงบางสิ่ง

ผมแนบสายตาเข้ากับช่องมองภาพ ด้วยหวังว่าอาจมีนาทีสำคัญของชีวิตเกิดขึ้น 

ขณะลุ้นแทบกลั้นหายใจ จู่ ๆ นกเป็ดผีเล็กอีกตัวก็โผล่จากใต้น้ำขึ้นมาในตำแหน่งใกล้รัง เพียงเท่านั้น เจ้าตัวที่ฟักไข่มาอย่างยาวนานก็ลุกยืนสะบัดขน สะบัดตัวไล่ความเมื่อยล้า ก่อนจะกระโดดผลุงลงน้ำและดำหายไปทันที ปล่อยให้อีกตัวขึ้นไปบนรังและเป็นผู้ทำหน้าที่ฟักไข่ต่อไป

กว่า 1 สัปดาห์แล้วที่ผมเฝ้ามองการผลัดกันฟักไข่ของนกเป็ดผีเล็กคู่นี้ และเป็น 1 สัปดาห์เต็มกับพฤติกรรมซ้ำ ๆ โดยไร้วี่แววที่จะได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงใด ๆ

ครั้นเวลาอันมีจำกัดหมดลง ผมจึงจำต้องยุติการเฝ้ารอภาพชีวิตของนกเป็ดผีเล็กไว้เพียงเท่านี้ หากยังหวังใจว่าอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า พวกเขาจะยังคงอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย
บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

2

เมื่อวันที่รอคอยเดินทางมาถึง

ผมรีบลงเรือตั้งแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้าไปสู่จุดหมายตามตั้งใจ

ขณะเรือลอยลำในบึงกว้าง หัวใจกลับเร่งร้อนต่างไปจากที่เคยเป็น

พลันมาถึงบังไพรลอยน้ำ ผมกระโจนลงน้ำและเร่งติดตั้งกล้องถ่ายภาพทันที

ครั้นแนบสายตากับช่องมองภาพ บางสิ่งที่ปรากฏในนั้นกลับเปลี่ยนแปลงไป

สาหร่าย จอกแหน ที่นกเป็ดผีเล็กเคยนำมาคลุมไข่ในรังเช่นคราวก่อน ๆ วันนี้มันหายไป

ใจหายกับสิ่งที่เห็น หากก็ยังพยายามคิดต่ออย่างมีความหวัง

นัยหวังดีนั้น ผมเห็นภาพลูกนกเป็ดผีเล็กฟักออกจากไข่ไปหมดแล้ว

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

หากนัยหวังร้ายนั้น ผมเห็นไข่ทั้ง 3 ใบโดนทำลายจากศัตรูทางธรรมชาติ จนกระทั่งพ่อและแม่ต้องทิ้งรังไป

กระนั้น ผมยังคงเฝ้ารอ

เฝ้ารอ ด้วยหวังลึก ๆ ว่า คงจะมีโอกาสได้เห็นภาพชีวิตของนกเป็ดผีเล็กครอบครัวนี้

การรอคอยผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง นกเป็ดผีเล็ก 2 ตัวก็ปรากฏขึ้นใกล้ ๆ รังอันว่างเปล่า

จากกำลังขยายของเลนส์ถ่ายภาพ ช่วยให้ผมได้เห็นถึงความผิดปกติบางอย่างบนหลังของนกเป็ดผีเล็กตัวหนึ่ง ดูฟูฟ่องต่างไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ไม่นานนักความสงสัยก็คลี่คลาย เมื่อมีชีวิตเล็ก ๆ โผล่หัวออกมาจากขนอันฟูฟ่องบนหลังของเจ้านกเป็ดผีเล็กตัวนั้น

ผมกดชัตเตอร์บันทึกภาพด้วยมืออันสั่นเทา ด้วยตื่นเต้นที่ได้เห็นพฤติกรรมเช่นนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต 

และจากภาพใบแรกในชีวิตนี้เอง ที่นำผมมารู้จักบึงน้ำอันเป็นแหล่งอาศัยของนกเป็ดผีเล็กครอบครัวนี้อย่างจริงจัง

บึงน้ำที่เป็นบ้านอันอบอุ่นของทั้งนกเป็ดผีเล็กและผองเพื่อนนกน้ำ มีนามว่า ‘บึงละหาน’

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

3

บึงละหาน ที่ผมถือเอาว่าเป็นอาณาจักรของนกน้ำ มีพื้นที่รวมกันประมาณ 18,000 ไร่ ครอบคลุม 4 ตำบลใหญ่ของอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ ตำบลละหาน ตำบลหนองบัวใหญ่ ตำบลหนองบัวบาน และตำบลลุ่มลำชี

ด้วยขนาดพื้นที่อันกว้างขวาง ที่นี่จึงถูกยกให้เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ก่อนนั้นบึงละหานหาได้มีสภาพเป็นบึงใหญ่เช่นที่เห็นกันอยู่ในทุกวันนี้ เดิมพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่ม ซึ่งภายในมีบ่อน้ำขนาดใหญ่กระจายกันอยู่ห่าง ๆ แต่ละบึงแต่ละบ่อเชื่อมร้อยถึงกันด้วยคลองเล็ก ๆ

เมื่อฤดูฝนมาถึง น้ำจากห้วยลำคันฉูจะไหลล้นเข้าท่วมทับบ่อต่าง ๆ จนกลายเป็นผืนน้ำเดียวกัน แต่มวลน้ำจะคงอยู่ราว 1 – 2 เดือน จากนั้นปริมาณน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่แม่น้ำชี เปิดพื้นที่เดิมให้พืชพันธุ์ต่าง ๆ ได้เจริญเติบโตเพื่อรอการกลับมาของฤดูน้ำหลากในปีถัดไปอีกครั้ง

ละหานเป็นเช่นนี้มาเนิ่นนาน…

จนกระทั่งระหว่าง พ.ศ. 2545 – 2547 จังหวัดชัยภูมิมีนโยบายพัฒนาพื้นที่บึงละหาน เริ่มจากการยกคันดินให้เป็นถนนล้อมรอบ พร้อมกับสร้างประตูน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้ชุมชนรายรอบได้ใช้ประโยชน์ ทั้งการอุปโภค บริโภค และการเกษตรกรรม การพัฒนาในครั้งนั้น ทำให้สภาพพื้นที่เดิมเกิดการเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็น ‘พื้นที่ชุ่มน้ำ’ ขนาดใหญ่เช่นทุกวันนี้

ด้วยบึงละหานมีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความลึกตลอดทั่วทั้งบึงประมาณ 1.5 – 2.5 เมตร พื้นที่ลักษณะนี้จึงเหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืชพรรณมากมายที่ต่างพากันเกิดขึ้นตามชายน้ำ ใต้น้ำ หรือตามริมตลิ่งเป็นอย่างยิ่ง ไม้น้ำเหล่านี้กลายมาเป็นทั้งแหล่งอาศัย แหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ให้แก่กุ้ง หอย ปู ปลา หรือบรรดานกน้ำนานาชนิด รวมไปถึงผู้คนที่อาศัยอยู่โดยรอบอีกด้วย

ความอุดมสมบูรณ์ของบึงละหานดำรงอยู่เช่นนี้มาเนิ่นนาน แต่ใยความสำคัญนัยคุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำกลับถูกมองข้ามมาโดยตลอด กระทั่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โครงการขุดลอกขนาดใหญ่จากบางหน่วยงานของรัฐกำลังจะเกิดขึ้นในบึงน้ำแห่งนี้

เมื่อใดก็ตามที่เครื่องจักรเริ่มต้นเดินเครื่องทำงาน เมื่อนั้นพื้นที่อันแสนพิเศษเช่นนี้จะหายไปจากผืนแผ่นดินไทยในทันที

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย
บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

4

ธรรมชาติคล้ายรอเวลาอันเหมาะสม

ราวต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2565 ทีมถ่ายทำสารคดีธรรมชาตินาม อาชิแคลน ที่นำโดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ได้เข้ามาสำรวจบึงละหาน ด้วยหมายอยากมาถ่ายทำชีวิตของบรรดานกน้ำที่มีอยู่อย่างมากมาย

เพียงวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565 วันแรกของการสำรวจหาพื้นที่ถ่ายทำ เต้ย-ปฤษฎิ์ เก่งสูงเนิน หนึ่งในทีมที่ลงเรือออกสำรวจ ก็ได้ค้นพบ Red-breasted Merganser (นกเป็ดปากยาวอกแดง) และถ่ายภาพได้สำเร็จเป็นคนแรกของประเทศไทย

การพบเจ้า Red-breasted Merganser ซึ่งถือเป็นรายงานแรกของประเทศไทย ไม่ได้ทำให้บึงละหานกลายเป็นที่รู้จักของนักดูนกทั่วประเทศเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น แต่เจ้านกชนิดใหม่ของไทยยังนำนักวิชาการ นักธรรมชาติวิทยา และผู้สนใจอีกมากมาย เข้ามาเห็นความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ด้วยตาของพวกเขาเอง

นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ผู้คนมากมายกล่าวถึงบึงละหาน คุณค่าความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำกระจายกันออกไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เช่นนี้เอง จึงทำให้เกิดการรวมตัวกันของผู้สนใจที่หมายจะศึกษาที่นี่อย่างเป็นระบบ จนได้เริ่มต้นพูดคุยและวางแผนการสำรวจกันอย่างจริงจัง

กระทั่งวันที่ 2 – 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 ทางจังหวัดชัยภูมิ ด้วยการนำของ ไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัด วรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอจัตุรัส ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน และชาวบ้าน ได้ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ทีมอาชิแคลน ที่นำโดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ พร้อมด้วยอาสาสมัครนักดูนกจากทั่วประเทศกว่า 60 คน ลงพื้นที่สำรวจนกทั้งทางน้ำและทางบกกันอย่างเข้มข้น

ผลการสำรวจตลอดทั้ง 2 วัน เราพบนกทั้งสิ้น 105 ชนิด ซึ่งถือเป็นข้อมูลชุดล่าสุดที่ครอบคลุมพื้นที่แทบทุกตารางนิ้วของบึงละหานเลยทีเดียว

และกิจกรรมการสำรวจนกในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมเริ่มต้น นับจากนี้เรายังหมายจะสำรวจบึงละหานในทุกมิติ ทั้งพันธุ์พืช ดิน น้ำ และปลา เพื่อให้ชุดข้อมูลจากระบบนิเวศเป็นสิ่งยืนยันว่า พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้มีความสำคัญ ควรค่าแก่การรักษาไว้ให้อยู่คู่กับผืนแผ่นดินแห่งนี้มากมายเพียงใด

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย
บึงละหาน สวรรค์ของนักดูนกแห่งชัยภูมิ มีนกกว่าร้อยชนิด และ Red-breasted Merganser ที่เพิ่งพบเป็นครั้งแรกในไทย

5

กว่า 3 ชั่วโมงที่ได้เฝ้าดูนกเป็ดผีเล็กทั้งสองตัวแบกลูกน้อยไว้บนหลังว่ายน้ำหากิน…

การแบกลูก ๆ เอาไว้บนหลังเช่นนี้ เนื่องจากลูกน้อยที่เพิ่งออกจากไข่ยังอ่อนเยาว์เกินกว่าจะปล่อยให้เขาว่ายน้ำกันเอง การให้ลูกอ่อนขึ้นไปซุกอยู่บนหลังของพ่อและแม่จึงเป็นการดูแลความปลอดภัย เพื่อให้รอดพ้นจากสายตาของนักล่าในธรรมชาติที่มีอยู่มากมาย

ภาพนกเป็ดผีเล็กทั้งสองตัวที่กำลังผลัดกันให้ลูก ๆ ขี่หลัง เพื่อให้อีกตัวเป็นฝ่ายไปหาอาหารมาป้อนลูกน้อยนั้น เกิดขึ้นไม่ไกลจากรังของพวกเขา

รัง… ที่แม้วันนี้ไม่ได้ใช้เป็นที่ฟักไข่อีกแล้ว หากพวกเขาก็ยังคงวนเวียนกลับมาใช้เป็นที่พัก เพื่อให้ลูก ๆ ได้ลงจากหลังไปหัดว่ายน้ำใกล้ ๆ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้จะดำรงอยู่ต่อไปอีกราว 1 สัปดาห์ ลูกน้อยจึงแข็งแรงพอที่จะว่ายน้ำติดตามพ่อแม่ออกไปหากินด้วยกัน

เมื่อลูกน้อยแข็งแรงมากพอ นั่นก็ถึงเวลาที่เส้นทางของเด็กน้อยจะต้องแยกจากพ่อแม่ เพื่อไปเรียนรู้ให้ชีวิตเติบโตได้ด้วยตีนและปีกของตนต่อไป

ขณะเฝ้ามองครอบครัวนกเป็ดผีเล็ก… นกอีแจว นกอีโก้ง ต่างก็บินผ่านเข้ามาหากินรวมกันอยู่ใกล้ ๆ

ภาพนกน้ำที่เดินท่องไปบนใบบัวสายที่กำลังบานดอกสีชมพูเข้มนั้น งดงามยิ่งนัก

ความงามของสรรพชีวิตในบึงละหานที่วันนี้ไม่ได้ถูกมองข้ามเหมือนเช่นวันที่ผ่านมาอีกต่อไป

ความสำคัญและคุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำบึงละหานที่พวกเราได้รับรู้นั้น ล้วนมาจากการได้เห็นลีลาของชีวิตอันเสรี ทั้งบรรดานกน้ำ พืชพันธุ์ และฝูงปลามากมายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้

วันนี้เราต่างก็หวังว่า ผู้เป็นเจ้าของกุญแจเครื่องจักรมากมายที่กำลังจะเข้ามาขุดลอกบึงละหานในอีกไม่ช้า คงจะได้เห็นความสำคัญของพื้นที่ เช่นเดียวกับที่เราและคนส่วนใหญ่เห็นมาก่อนหน้านี้นานแล้ว

บึงละหาน สวรรค์ของนักดูนกแห่งชัยภูมิ มีนกกว่าร้อยชนิด และ Red-breasted Merganser ที่เพิ่งพบเป็นครั้งแรกในไทย

ขอขอบคุณ

ท่านไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ

นายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอจัตุรัส

ทีมอาชิแคลน โดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ

นายอภิรัฐ ทัดกลาง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม

สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย

พี่ ๆ น้อง ๆ ชาวบ้านโนนหัวช้างทุกท่าน

Writer & Photographer

มนตรี คำสิงห์

เมื่อโควิดระบาด ก็หันเหจากงานฟรีแลนซ์ทั้งถ่ายภาพและเขียนบทความ มุ่งหน้ากลับเข้าสวนเข้านาในที่ดินของครอบครัว เพื่อปลุกปั้นที่อยู่ที่กินบนแผ่นดินผืนสุดท้ายนามปางกระโดนแห่งนี้ นอกจากนั้นก็กำลังพยายามปลุกบึงละหานให้เป็นแหล่งดูนกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของบ้านเรา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load