เวลาเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ ระหว่างทางที่ทิวทัศน์เคลื่อนผ่านสายตาของเรา สิ่งหนึ่งที่มักพบเห็นข้างทาง คือป้ายบอกชื่อสถานที่ ซอย ถนน หมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ บางชื่ออาจชวนขำ บางชื่อแสนแปลกประหลาด แต่บางทีก็แสนไพเราะจนติดอยู่ในใจ แต่เคยสงสัยไหมว่าชื่อเหล่านั้นมีที่มาอย่างไร เขตบางรักที่คนแห่ไปจดทะเบียนสมรสกัน เพราะคนในพื้นที่เชิดชูความรักเช่นนั้นหรือ หรือบางกะปิ เคยมีร้านค้าขายกะปิเจ้าดังอยู่ที่นั่นใช่หรือไม่

คำตอบของคำถามเหล่านี้หลายครั้งก็หาคำอธิบายไม่ได้ เพราะไม่มีการจดบันทึกไว้ ต้องยอมรับว่าเราเป็นประเทศที่มีการบันทึกเรื่องราวในประวัติศาสตร์ค่อนข้างน้อย และสืบย้อนกลับไปได้ไม่ยาวนานนัก ที่จำได้เป็นความทรงจำ ซึ่งเจ้าของความทรงจำนั้นอาจหมดลมหายใจจากไปพร้อมกับความทรงจำแล้ว หลายเรื่องราวในแต่ละสถานที่จึงหายไปตามกาลเวลา เมื่อไม่มีหลักฐานการมีอยู่ ก็ราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่จริงในยุคสมัยถัดมา

แล้วเราจะหาความทรงจำที่ไม่ถูกบันทึกไว้ได้จากที่ไหนได้บ้าง หนึ่งในนั้น คือ ‘แผนที่’

แผนที่ ไม่ได้มีหน้าที่แค่แสดงหนทาง บอกลักษณะ ขนาด และที่ตั้งของสถานที่เท่านั้น แต่เป็นสิ่งเก็บความทรงจำของพื้นที่ เมือง ประเทศ จนถึงโลก เมื่อนำแผนที่เก่ามาเรียงเปรียบเทียบกันในแต่ละช่วงปี ก็บอกความเปลี่ยนแปลงของเมืองได้ หลายพื้นที่หน้าตาเปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิมเหมือนชื่อ หรือบางพื้นที่อาจเหลือไว้แค่เพียงชื่อ แต่อาจปรากฏตำแหน่งอยู่บนแผนที่เก่าสักปี แผนที่จึงเป็นหนึ่งในหลักฐานที่ยืนยันว่าเรื่องราวในอดีตนั้นเป็นจริง

แผนที่จึงไม่ได้บอกแค่ที่ไป แต่ยังบอกที่มาของสถานที่ต่าง ๆ ได้

หน่วยวิจัยแผนที่ฯ เพจแกะประวัติศาสตร์จากแผนที่เก่า ให้สนุกกับการรู้จักเมืองผ่านอดีต

นี่คือสิ่งที่ ‘หน่วยวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย’ พยายามสื่อสารกับคนทั่วไปมาตลอด 3 ปี และกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ จากเรื่องราวน่าสนใจในอดีตของแผนที่เก่าที่ทางหน่วยวิจัยแผนที่ฯ คัดมานำเสนอบนเพจ หน่วยวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม เป็นประจำ

หน่วยวิจัยแผนที่ฯ ทำงานอย่างไร และมีวิธีดูแผนที่อย่างไรให้เห็นเรื่องราวจากอดีต ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมเมืองและชุมชน หยิบแว่นขยาย กางแผนที่ แล้วตามเราไปทำความรู้จักกับพวกเขากัน

หน่วยวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่การทำงานของพวกเขาเริ่มต้นมาก่อนหน้านั้นหลายสิบปี โดยเริ่มต้นจาก ศ.ดร.บัณฑิต จุลาสัย สถาปนิก อาจารย์ และอดีตคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาฯ

“แผนที่มีความสำคัญอย่างมาก นี่เป็นสิ่งที่ผมรับรู้ได้ชัดเจนตอนเรียนต่อระดับปริญญาเอกที่ฝรั่งเศส ที่ปารีสมีพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง ชื่อ The Musée des Plans-Reliefs มีการเก็บรวบรวมแผนที่โบราณไว้ แต่ที่ทำให้ผมตื่นเต้นมาก คือ มีการแสดงหุ่นจำลองของเมืองต่าง ๆ ในฝรั่งเศส ทำขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ตรงกับสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ชาวตะวันตกเริ่มต้นทำแผนที่อย่างเป็นระบบมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 สั่งให้คนสำรวจเมืองต่าง ๆ ไปวัดว่าถนนยาวเท่าไหร่ บ้านกว้างเท่าไหร่ เวลาเขาสร้างป้อมในฝรั่งเศส มันไม่ใช่แค่ป้อมเฉย ๆ ป้อมเขาจะคุมเมือง เป็นป้อมกลางเมือง ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้ก็วาดแบบส่ง แต่สมัยนั้นไม่มีเครื่องมือเขียนแบบ แล้วจะทำยังไง ก็เลยสร้างหุ่นจำลองขึ้นมา

หน่วยวิจัยแผนที่ฯ เพจแกะประวัติศาสตร์จากแผนที่เก่า ให้สนุกกับการรู้จักเมืองผ่านอดีต
หน่วยวิจัยแผนที่ฯ เพจแกะประวัติศาสตร์จากแผนที่เก่า ให้สนุกกับการรู้จักเมืองผ่านอดีต

“ถึงวันนี้เอกสารแบบสำรวจนั้นก็ยังถูกเก็บไว้ แล้วเขาก็เอามาทำเป็นหุ่นจำลอง บางเมืองมีขนาดใหญ่เท่ากับห้องหน่วยวิจัยแผนที่ฯ นี้เลยด้วยซ้ำ นี่คือเครื่องมือที่พระเจ้าหลุยส์ใช้ สมมติว่าจะทำโบสถ์ เขาก็รู้ว่าจะต้องสร้างตรงไหน อย่างไร ขนาดเท่าไหร่ เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ และทำให้ฝรั่งเศสยิ่งใหญ่ขึ้นมา

“ประวัติการทำแผนที่และแบบจำลองนั้น ทำให้ผมเข้าใจที่มาของหน่วยวัดแบบ Foot ที่แปลว่าเท้า เพราะมันคือการวัดจากก้าวเดินจริง ๆ ในยุคที่ยังไม่มีระบบเมตร สมัยนั้นเขายังใช้หน่วยถนนกว้าง 3 ก้าว 4 ก้าวกันอยู่

“พอเรียนจบกลับมา สิ่งที่ได้ไปเห็นมันทำให้ผมแปลกใจว่า เราสอนเรื่องผังเมือง แต่เราไม่เคยสนใจแผนที่เลย ในสมัยนั้นเราพอมีแผนที่เก่าอยู่บ้าง เขาใช้แผนที่ตั้งแต่ พ.ศ. 2517 มาสอน เรามีความสนใจเกี่ยวกับแผนที่น้อยมาก สิ่งแรกที่ผมทำ จึงเป็นการพยายามค้นหาและเก็บรวบรวมข้อมูลแผนที่เกี่ยวกับประเทศไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“เหตุผลที่ทำให้แผนที่ต่าง ๆ ในไทยไม่ถูกนำเสนอ เพราะว่าถูกเก็บไว้ที่กรมแผนที่ทหาร มันเป็นความลับทางราชการ แม้จะเป็นแผนที่ในอดีตไปแล้ว แต่เราลองเข้าไปขอข้อมูลเหล่านี้ออกมาเพื่อการศึกษาและขอทำเผยแพร่ โชคดีที่เขายอม เราก็เริ่มขอทุนมาพิมพ์แผนที่ต่าง ๆ แจกให้กับผู้ที่สนใจ ประกอบกับทีมของเราเริ่มค้นเอกสารต่าง ๆ จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ค้นพบเอกสารจำนวนมากที่นำมาบอกเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของเมือง นำมาเล่าประกอบกับแผนที่เก่าต่าง ๆ ที่เราสะสมไว้ได้ พอจุฬาฯ เห็นถึงประโยชน์ในสิ่งที่เราทำ จึงให้ทุนจัดตั้งเป็นหน่วยวิจัยแผนที่ฯ ขึ้นมา” อ.บัณฑิต เล่าที่มาให้ฟัง แล้วจึงหันไปหยิบแผนที่ฉบับหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะ 

หน่วยวิจัยแผนที่ฯ เพจแกะประวัติศาสตร์จากแผนที่เก่า ให้สนุกกับการรู้จักเมืองผ่านอดีต

แผนที่ที่อาจารย์หยิบขึ้นมาให้ดูมีที่มาน่าสนใจ ถือเป็นแผนที่เก่าที่มีความละเอียดที่สุดอันหนึ่งของประเทศ

“แผนที่กรุงเทพฯ อันนี้ เป็นแผนที่ที่มีที่มาประหลาด เพราะตำรวจเป็นคนจัดทำขึ้นมา แทนที่จะเป็น กทม. หรือกรมแผนที่ทหาร ผมเจอแผนที่นี้หลังจากไปเจอกองตำรวจหนึ่ง ชื่อว่ากองแผนที่ ความดีของแผนที่นี้ คือ มีการจัดเก็บข้อมูลที่ละเอียดมาก ๆ ระบุชื่อ บ้านเลขที่ ถนน ซอกซอย ไว้เกือบครบถ้วน ที่ต้องละเอียดเช่นนี้ เพราะในอดีตตำรวจใช้ในการตามจับผู้ร้าย ซึ่งแผนที่แผ่นนี้ผมเขียนไว้ว่า พ.ศ. 2517 แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าตำรวจทำแผนที่นี้อยู่ตลอด แก้ไปเขียนไป มีข้อมูลใหม่ก็แก้ ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง แต่ผมบังเอิญไปได้มาตอนปีนั้น ก็เลยเขียนว่าปี 2517 

“ตัวแผนที่มีการจัดทำมาก่อน เช่น เราเห็นปีที่เขียนบนแผนที่ว่า 2475 ความจริงเริ่มทำตั้งแต่ พ.ศ. 2460 จัดพิมพ์เผยแพร่ตอน พ.ศ. 2475 และสมัยก่อนเขาจะเขียนแผนที่ลงบนกระดาษไข การที่จะเผยแพร่ ต้องมีการคัดลอกใหม่ ผมขอทุนจากจุฬาฯ เพื่อคัดลอกแผนที่ฉบับนี้ใหม่ให้เป็นไฟล์ ใช้แรงทั้งหมด 300 กว่าคน เพิ่งแล้วเสร็จเมื่อปีนี้เอง”

หนึ่งในการงานของหน่วยวิจัยแผนที่ฯ คือการค้นหาแผนที่เก่ามาจัดทำให้เป็นระบบระเบียบ และนำมาตีพิมพ์เผยแพร่ให้คนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์ แต่คนทั่วไปจะได้ใช้ประโยชน์อะไรจากแผนที่เก่า เป็นคำถามที่เรายังสงสัย

“วัฒนธรรมของคนต่างชาติที่มีการบันทึก มีการจัดเก็บข้อมูลที่ดี แต่เราไม่ค่อยได้ทำหรือให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ทั้งที่มันสำคัญ เราก็เลยเริ่มต้นทำ เพราะแผนที่ไม่ได้เป็นแค่ลายแทง แต่ใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบข้อมูล เช่น ครั้งหนึ่งผมเคยไปเจอคนที่บอกว่า อาคารของเขาเป็นอาคารตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เราจะรู้ว่าจริงหรือไม่ ก็ต้องกลับไปดูแผนที่ ผมพบว่าแผนที่ พ.ศ. 2475 ยังไม่มีการเกิดขึ้นของตัวอาคารนี้เลย ผมก็เอาไปให้เขาดูว่าความจริงเป็นเช่นไร 

“สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับให้ได้คือ เราเป็นชาติที่ไม่บันทึก ไม่พูดด้วยหลักฐาน เน้นอารมณ์ความรู้สึกเป็นหลัก ซึ่งทำให้หลายอย่างของเราขาดความเป็นมาและสร้างอะไรใหม่ขึ้นมาทับ เช่น บางรัก ทำไมถึงเรียกตรงนี้ว่าบางรัก เพราะเกี่ยวข้องกับความรัก เวลาใครจะแต่งงานก็ต้องมาจดทะเบียนที่นี่เพื่อให้รักยืนยาว

“ถ้าเรารู้ประวัติศาสตร์ที่มาของบางรัก ก็จะทราบว่ามันไม่ใช่เลย มันไม่จริง เพราะคำว่า รัก ตรงนี้ไม่ได้แปลว่าความรัก แต่มาจาก ต้นรัก ซึ่งเขาเอายางจากต้นรักที่เรียกว่ายางรักไปใช้เคลือบเครื่องเขิน เคลือบอุดเรือไม่ให้รั่ว เพราะฉะนั้น คุณสมบัติของรักในที่นี่จึงเป็นความทนทาน ทนมือทนตีน แต่ถ้าแต่งงานแล้วอยากให้แฟนรักเรา ซื่อสัตย์ตลอดไป ควรจะไปจดกันที่บางซื่อ”

หน่วยวิจัยแผนที่ฯ เพจแกะประวัติศาสตร์จากแผนที่เก่า ให้สนุกกับการรู้จักเมืองผ่านอดีต

“การรู้ที่มา รู้ประวัติศาสตร์ของตนเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งในแง่วิชาการและการวางแผนต่อไปในอนาคตของประเทศ และแผนที่สามารถบอกที่มาได้ นี่คือประโยชน์ของแผนที่” อ.บัณฑิต เล่าด้วยน้ำเสียงสนุก 

ตลอด 3 ปีที่หน่วยวิจัยแผนที่ฯ ก่อตั้งขึ้นมา นอกจากการเก็บรวบรวมข้อมูลและสะสมแผนที่เก่าให้เป็นระบบ การนำเสนอคุณค่าแง่งามของแผนที่เก่าก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทางหน่วยวิจัยฯ แผนที่เห็น พวกเขาจึงเปิดเพจเฟซบุ๊กขึ้นมา เพื่อนำเสนอข้อมูลที่หยิบใช้จากแผนที่เก่าต่าง ๆ ได้ เป็นตัวอย่างให้คนเห็นคุณค่าและการใช้งานของแผนที่เก่า ซึ่งมี กอล์ฟ-รัชดา โชติพานิช และ ปุยปุย-จตุพร จันทร์เทศ นักวิจัย หน่วยปฏิบัติการวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมและเมือง เป็นคนคอยดูแลเนื้อหาบนเพจเฟซบุ๊ก

“บางทีพื้นที่ในปัจจุบันกับอดีตอาจเปลี่ยนไปคนละทาง หรือบางชื่อในอดีตเคยมีชื่อนี้ แต่เราไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน ซึ่งเราไปพบว่ามันอยู่ในแผนที่เก่า ทำให้เราอ๋อ อดีตเป็นอย่างนี้ มีที่มาที่ไปแบบนี้ พอเห็นจากแผนที่เก่า เรื่องราวต่าง ๆ จะค่อย ๆ ตามมา จากการค้นเอกสารจากหอจดหมายเหตุเพิ่มเติม และนำมาโพสต์ลงเพจให้คนทั่วไปรับรู้

“มีช่วงหนึ่งเรานำเสนอเรื่องราวของถนนสายต่าง ๆ เช่น ถนนในพระราชวังสวนดุสิต ในแผนที่สมัยรัชกาลที่ 5 มีถนนชื่อถนนดวงดาว ถนนดวงเดือน ถนนฮกลกซิ่ว ถนนคอเสื้อ ถนนเบญจมาศ ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว ทำให้เราสงสัยว่าปัจจุบันถนนเหล่านี้มีชื่อว่าอะไร เปลี่ยนไปตอนไหน ทำไมตอนนั้นถึงตั้งชื่อถนนแบบนี้ มันน่าสนใจว่าเกิดอะไรขึ้น ตั้งชื่อนี้เพราะอะไร เราไปค้นและพบว่ารัชกาลที่ 5 ช่วงที่พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำริให้สร้างสวนดุสิต พระองค์ท่านกำลังทรงเล่นเครื่องกระเบื้องจีน 

“ชื่อของถนนในวังสวนดุสิต มาจากชื่อลายของเครื่องกระเบื้องจีน เพราะลายที่ปรากฏบนเครื่องกระเบื้อง เกิดจากการที่นักปราชญ์จีนประชุมกันเพื่อคิดลายขึ้นมา และสื่อถึงความเป็นมงคล ถนนคอเสื้อ คือชื่อของลายเครื่องกระเบื้อง อยู่บริเวณคอขวด เป็นเหมือนใบไม้ยาว ๆ คล้ายใบกล้วย เขาเรียกบริเวณนั้นว่าคอเสื้อ 

“พระองค์ท่านทรงนำความสนใจในตอนนั้นมาตั้งชื่อถนน เพื่อพระราชทานความมงคลให้กับพื้นที่ พอเปลี่ยนมาเป็นสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์ท่านอยากให้ทุกคนภาคภูมิใจในความเป็นไทย เลยเปลี่ยนชื่อถนนเหล่านั้น ถนนคอเสื้อเปลี่ยนเป็นถนนพิษณุโลก จากแผนที่เราพบว่า หากตรงไปตามถนนพิษณุโลกจะมีวังปารุสกวัน ซึ่งเป็นของ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ประทับอยู่ นำมาตั้งเป็นชื่อถนน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเป็นเส้นทางไปสู่จังหวัดพิษณุโลกแต่อย่างใด 

“ความสงสัยและการค้นหาคำตอบทำให้เราสนุก ยิ่งค้นพบคำตอบ ยิ่งสนุก เหมือนการสืบสวนเลย คนอ่านก็น่าจะได้รับความเพลิดเพลินจากข้อมูลเหล่านี้ และได้ประโยชน์จากข้อมูลของแผนที่ต่าง ๆ ด้วย

หน่วยวิจัยแผนที่ฯ เพจแกะประวัติศาสตร์จากแผนที่เก่า ให้สนุกกับการรู้จักเมืองผ่านอดีต
สนทนากับหน่วยวิจัยแผนที่ฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงการทำงานกับแผนที่และวิธีดูแผนที่อย่างรู้ที่ไป-ที่มา
สนทนากับหน่วยวิจัยแผนที่ฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงการทำงานกับแผนที่และวิธีดูแผนที่อย่างรู้ที่ไป-ที่มา

“มีครั้งหนึ่งเราไปพบถนนชื่อ ถนนหับเผย อยู่แถวสนามหลวง ปัจจุบันยังมีชื่อนี้อยู่ เราตั้งคำถามว่ามันคืออะไร ทำไมถึงเป็นชื่อนี้ ก็เลยค้นคำว่า หับเผย จนพบคำนี้ในวรรณคดี ขุนช้างขุนแผน ว่ามันคือคุก ในวรรณคดีมีใครสักคนโดนจับเอาไปไว้ที่หับเผย และค้นคว้าต่อจนเจอว่า หับเผยมีที่มาจากบริเวณนั้นในอดีตเคยมีโรงเรือนที่เปิดหน้าต่างขึ้นมาได้ ชาวบ้านแถวนั้นเลยเรียกชื่อตามลักษณะของเรือนบริเวณนั้นว่า หับเผย 

“การค้นพบแบบนี้น่าสนุกตรงที่เราได้ชื่อสถานที่ ไปรู้ที่มา และเชื่อมมันลงไปกับเรื่องวรรณกรรมหรือพงศาวดารได้ ทุกอย่างของคนโบราณเขามีความหมาย เขาไม่มีการตั้งชื่ออะไรขึ้นมาเล่น ๆ หรอก” กอล์ฟอธิบายการทำงานของเธออย่างอารมณ์ดี

นอกจากตัวอย่างที่เรายกมาเล่า เพจหน่วยวิจัยแผนที่ฯ ยังนำเสนอประวัติของสถานที่ต่าง ๆ อีกมากมาย โดยทุกโพสต์จะมีหลักการนำเสนออยู่ว่า ต้องเป็นข้อมูลที่มีหลักฐานว่าเป็นเรื่องจริง มีแผนที่ มีรูปเก่า หรือมีหน้าตาของบุคคลที่เกี่ยวข้องประกอบเสมอ ตัวอย่างของเนื้อหาที่ทางเพจเคยนำเสนอและเราอยากเล่าสู่คุณฟัง เช่น 

“มีตอนหนึ่งเรานำเสนอเรื่องถนนปั้น เราก็นึกว่ามันคือปั้นอะไร เป็นชื่อของเจ้าองค์ไหน หรือว่ามีชุมชนช่างปั้นอยู่บริเวณนี้เยอะ พอไปค้นเอกสาร พบว่ามาจากชื่อของนางปั้น เป็นเศรษฐีใจบุญเจ้าของที่ดิน และเป็นคนสร้างโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ซึ่งบางข้อมูลในแผนที่ยังแสดงให้เราเห็นถึงความน่าสนใจ แสดงให้เห็นว่าเราเป็นสังคมที่อยู่ร่วมกันหลายวัฒนธรรม ตรงบริเวณนี้ของแผนที่นี้จะมีการมีระบุว่ามีป่าช้าเดิมอยู่เยอะมาก และเป็นป่าช้าของแต่ละศาสนาอยู่ร่วมกัน เราเห็นแล้วคิดตามก็สนุกดี ผีแต่ละศาสนาเขาจะไม่ตีกันเหรอเนี่ย มีป่าช้าบาทหลวง ป่าช้าจีนแคะ ป่าช้าฮกเกี้ยน ป่าช้าจีนไหหลำ มันเป็นการอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งปัจจุบันคือที่ตั้งของตึกมหานครในปัจจุบัน” กอล์ฟเล่าด้วยความสนุก 

สนทนากับหน่วยวิจัยแผนที่ฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงการทำงานกับแผนที่และวิธีดูแผนที่อย่างรู้ที่ไป-ที่มา
สนทนากับหน่วยวิจัยแผนที่ฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงการทำงานกับแผนที่และวิธีดูแผนที่อย่างรู้ที่ไป-ที่มา

หลาย ๆ ข้อมูลที่ทีมหน่วยวิจัยแผนที่ฯ พยายามนำเสนอ บางคราก็สืบย้อนข้อมูลไปหาที่มาไม่ได้

“ข้อมูลของพื้นที่ต่าง ๆ แค่ภายในกรุงเทพฯ นำเสนอได้เยอะมาก จนเราอาจตายไปก่อนด้วยซ้ำ” กอล์ฟหัวเราะก่อนเล่าต่อ “แต่หลายเรื่องเราก็หาคำตอบไม่ได้ว่ามีที่มาอย่างไร อาจด้วยความจำกัดของข้อมูลที่มี คงต้องเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ด้านอื่น ๆ เราอาจจะไปเจอว่ามันถูกพูดถึงในวรรณกรรมยุคสมัยก่อนก็เป็นไปได้ เช่น คลองราษฎร์บูรณะ สมัยนี้เราสะกดคำว่า ราษฎร์ คือ ราษฎรเป็นผู้บูรณะ แต่พอค้นในแผนที่เก่า เราเจอการใช้คำว่า ราช ที่หมายถึงพระราชาเป็นผู้บูรณะ ผิดจากกันเลย แล้วมันเปลี่ยนตอนไหน เราก็ค้นต่อจนเจอว่าเริ่มเปลี่ยนมาใช้ชื่อ ราษฎร ในแผนที่สมัย ร.6 แต่เหตุผลของการเปลี่ยนเราไม่ยังไม่เจอหลักฐาน คงเกิดจากการเขียนผิดก็ได้ แล้วก็ผิดต่อ ๆ กันมา หลายเรื่องราวมักเจอทางตันแบบนี้ เรายังไม่พบเอกสารที่จะมาช่วยสนับสนุนข้อมูลตรงนี้ว่ามันคืออะไร หรือเกิดจากอะไร

สนทนากับหน่วยวิจัยแผนที่ฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงการทำงานกับแผนที่และวิธีดูแผนที่อย่างรู้ที่ไป-ที่มา

“การหาข้อมูลมานำเสนอบนเพจทำให้ค้นพบว่าเรากำลังมีปัญหา ถ้าค้นข้อมูลย้อนกลับไปสัก 60 ปีที่แล้วขึ้นไป แทบไม่มีข้อมูลเลย เพราะคนไทยไม่บันทึก ไม่ได้ช่างจด กลับกันกับต่างประเทศ อย่างเรื่องโรงละคร เขามีข้อมูลเก็บไว้หมดเลยว่ามีกี่โรง แต่ละโรงมีละครอะไรแสดงในแต่ละวันบ้าง ละครแต่ละเรื่องนักแสดงมีใครบ้าง หน้าตาเป็นยังไง ถ้าย้อนไปแค่ไม่กี่ปี เราไม่มี ไม่รู้จักเลย ยิ่งเป็นพวกศิลปินร้องรำทำเพลง ยิ่งแทบไม่มีข้อมูล เป็นเรื่องน่าเสียดายนะที่หลาย ๆ ข้อมูลหายไป เพราะเราไม่บันทึกไว้ ราวกับมันไม่เคยมีอยู่จริงอย่างนั้นแหละ” กอล์ฟพูดด้วยแววตาเสียดาย

“เราอยากให้ทุกคนเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ เก็บอะไรก็ได้ที่อยู่แถวบ้านตัวเอง บันทึกเรื่องราวของซอยตัวเองหรือละแวกบ้าน เพื่อเป็นประวัติของประชาชน เผื่อเป็นข้อมูลให้คนที่สนใจ และสิ่งที่เราพยายามนำเสนอผ่านเพจ เราหวังว่าจะทำให้คนหันมาสนใจประวัติศาสตร์ของตัวเอง สนใจถิ่นฐานบ้านเรือนของตัวเอง เพราะมันช่วยหาคำตอบของบางสิ่งบางอย่างได้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ในเวลานี้ แต่จะเป็นคำตอบให้กับลูกหลานได้ในอนาคต”

ปัจจุบันหน่วยวิจัยแผนที่ฯ ยังคงนำเสนอข้อมูลน่าสนใจจากแผนที่ลงเพจอย่างต่อเนื่อง มีการจัดพิมพ์แผนที่ในยุคสมัยต่าง ๆ แจกเป็นประโยชน์ให้กับผู้คนทั่วไป มีการจัดนิทรรศการ ทำหนังสือ เพื่อให้คนเห็นความสำคัญของแผนที่ ไม่ใช่แค่ในบทบาทของการเป็นเครื่องมือบอกที่ไป แต่ยังบอกที่มา ของเรื่องราวที่ทำให้เกิดปัจจุบัน และนำไปสู่อนาคต

สนทนากับหน่วยวิจัยแผนที่ฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงการทำงานกับแผนที่และวิธีดูแผนที่อย่างรู้ที่ไป-ที่มา

ติดตามได้ที่ Facebook : หน่วยวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม

Writer

Avatar

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

ลองหย่อนคำว่า ‘ระนาด’ ลงในช่องค้นหาของ YouTube ดู เชื่อเถอะว่าไม่เกิน 3 ผลลัพธ์ที่แสดงขึ้นมาบนหน้าแรก จะต้องมีผลงานแชนแนล Fino the Ranad ปนอยู่ 1 คลิปเป็นอย่างต่ำ

แล้วเมื่อเลื่อนนิ้วลงไป หน้าจอของคุณก็จะละลานไปด้วยภาพปกสะดุดตาของชายหนุ่มผมสีจี๊ด ท่าทางเมามันกับการได้ยืนตีระนาดเอกรางใส ใต้ผืนระนาดวิบวับด้วยไฟประดับ คู่กับชื่อเพลงตัวโต ๆ ที่เลือกสรรฟอนต์มาให้เข้ากับสไตล์เพลงที่เล่นไปหมดทุกคลิป

นี่คือเอกลักษณ์ของยูทูบเบอร์นาม ฟีโน่-ปาเจร พัฒนศิริ ผู้เชื่อว่าดนตรีไทยต่อยอดไปได้ไกลกว่าเพลงไทยเดิม เป็นเหตุให้เขาเดินหน้าผลิตเพลงทันสมัย ถูกใจวัยโจ๋อย่าง ‘นะหน้าทอง’ ‘เฮอร์ไมโอน้อง’ ยัน ‘LALISA’ เพิ่มเติมจากบทบรรเลงที่บรรพบุรุษชาวไทยใช้เล่นระนาดมาแต่ปางก่อน เช่น ‘เขมรไทรโยค’ หรือ ‘ลาวดวงเดือน’

นักดนตรีและอาจารย์พาร์ตไทม์ด้านนิเทศศาสตร์เผยให้เราฟังว่า แชนแนลของตนเกิดขึ้นเพราะคำยุยงของผองเพื่อนที่ทำละครเวทีด้วยกันสมัยเรียน ก่อนกลายเป็นไวรัลเมื่อมีเพจดังแชร์คลิปไปลง จนมีผู้ติดตามเหยียบแสน บางคลิปคนดูทะลุล้าน ตีตลาดผู้ฟังได้ทั้งเยาวชนและผู้สูงวัย

เพื่ออรรถรสในการอ่านบทความนี้ ขอแนะนำให้เปิดคลิปวิดีโอช่อง Fino the Ranad คลอไปด้วย แล้วตามทำนอง เตร่ง เตรง เตร๊ง เตรง เตร่ง ไปรู้จักตัวตนของฟีโน่กัน!

โหมโรง

ตกบ่ายที่แดดร่มลมตก ไม้นวมซึ่งให้เสียงนุ่มนวลระรัวไปตามลูกระนาดบนรางแก้ว ส่งสำเนียงเพราะพริ้งกังวานหวานไปทั่วเรือนไทย อันเป็นที่นัดหมายระหว่างเรากับเขา

ฟีโน่วางไม้ลงจากมือทั้งสองข้าง พร้อมเล่าว่าก่อนจะเริ่มจับไม้นวมไม้แข็งที่ใช้ตีระนาด มือคู่นี้เคยพรมคีย์อิเล็กโทนและอุดรูขลุ่ยมาก่อน เมื่อตอนที่เขายังละอ่อน

ตีระนาดใสไฟกะพริบแบบ Fino the Ranad ยูทูบเบอร์ผู้ประกาศให้โลกรู้ว่าดนตรีไทยก็ป๊อปได้

“ความจริงผมเล่นเครื่องดนตรีอื่น ๆ มาก่อน เริ่มจากดนตรีสากลอย่างอิเล็กโทนตอนเด็ก ส่วนเครื่องดนตรีไทยชนิดแรกที่เริ่มเล่นเป็นคือขลุ่ย”

ทำไมถึงเปลี่ยนทางมาเล่นระนาดล่ะครับ – เราถามกลับทันใด

“ตอนประมาณ ม.ต้น ประมาณ พ.ศ. 2547 มีภาพยนตร์เรื่อง โหมโรง ออกมาครับ” เขาทวนความหลังที่ยังแจ่มแจ้ง “พอโหมโรงมา ก็เลยขอเปลี่ยนเครื่องจากขลุ่ยมาเล่นระนาดเอก”

เช่นเดียวกับนักดนตรีไทยอีกมากที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ชีวประวัติของ หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ผู้เป็นเลิศด้านระนาดเอก ฟีโน่รู้ตัวว่าเขาหลงใหลเสียงเครื่องดนตรีที่ตัวละครเอกในหนังเรื่องนั้นเล่นอย่างจับใจ จึงหันมาเอาดีด้านระนาดเอกเต็มตัว พร้อมทั้งฝากตัวเองเป็นศิษย์ของสำนักต่าง ๆ ซึมซับวิชาและประสบการณ์ทางระนาดมาจนเติบใหญ่

“ผมเริ่มเรียนระนาดที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต และเพราะพ่อผมเป็นทหารอากาศ ก็เลยไปเรียนระนาดที่กองดุริยางค์ทหารอากาศด้วย อันนั้นก็จริงจัง แล้วพอเข้ามามหาวิทยาลัย ตัวผมก็เปิดชมรมดนตรีไทยที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดลครับ เชิญครูมาช่วยสอน ตอนที่อยู่มหาวิทยาลัยก็ใกล้กับมูลนิธิดุริยประณีต บ้านบางลำพู ก็ไปเรียนดนตรีที่นั่นเพิ่มอีกครับ”

สิ่งที่ฟีโน่ชอบที่สุดของระนาด เห็นจะได้แก่เสียงและเทคนิคที่นำมาเสริมเติมได้มาก แถมยังมีสถานะสูงเมื่อรวมกันเป็นวงดนตรี

“ในวงดนตรีไทยที่เป็นแบบแผนเนี่ย ระนาดเอกเขาเป็นเหมือนพระเอก ระนาดทุ้มเปรียบเสมือนตัวโจ๊ก คอยทำให้จังหวะเพลงมันสนุกขึ้น ตัวทำนองหลัก ๆ ที่ได้ยินชัด ๆ เป็นเสียงระนาดเอก การเล่นก็จะคนละแนวกัน ระนาดเอกเล่นเป็นแบบแผน เล่นเป็นคู่ 8 ที่เล่นเป็นคู่แล้วก็ห่างกัน 8 ลูก ส่วนระนาดทุ้มจะมีการสลับมือและหยอกล้อกัน เรียกว่าต่างแนวกันเลยครับ”

ตีระนาดใสไฟกะพริบแบบ Fino the Ranad ยูทูบเบอร์ผู้ประกาศให้โลกรู้ว่าดนตรีไทยก็ป๊อปได้

ถึงจะฝึกมาทางระนาดเอกเป็นหลัก แต่ขึ้นชื่อว่า Fino the Ranad ซะอย่าง เจ้าของแชนแนลเล่าว่าระนาดทุ้มเขาก็เล่นเป็นเช่นกัน 

“ระนาดทุ้มก็เล่นครับ แต่ถนัดเล่นระนาดเอกมากกว่า” ฟีโน่ออกตัวก่อนอธิบายเรื่องธรรมชาติของคนตีระนาดทั้งสองประเภท “แล้วแต่คนชอบครับ ก็เหมือนบางคนอยากเป็นพระเอก บางคนอยากเป็นตลก แล้ววิธีการใช้กำลังในการเล่นมันก็ไม่เหมือนกัน บางคนน้ำหนักในการเล่นเหมาะกับระนาดทุ้มมากกว่า ดังนั้น ถ้าเขาเล่นระนาดทุ้มเขาไปได้ไกลกว่า แต่ว่าบางคนน้ำหนักเวลาเล่นเสียงออกมาเหมาะกับระนาดเอกมากกว่า แล้วแต่ตัวบุคคลเลย ยิ่งสมัยก่อนนี่เราไม่ได้เลือกด้วย ครูจะเป็นคนเลือกว่าใครควรเล่นเครื่องไหน”

อาจเป็นเพราะน้ำหนักมือเหมาะจะเป็นพระเอกประจำวง ถึงแม้ฟีโน่จะเล่นดนตรีได้หลายชนิด ทั้งไทยและสากล แต่ระนาดเอกก็เป็นเครื่องดนตรีที่เขาถนัดมากที่สุด และชอบเล่นมากกว่าเครื่องอื่น ๆ

บรรเลงลงยูทูบ

ฟีโน่เล่นระนาดแบบเดียวกับนักระนาดเอกทั่วไปมานานปี เส้นทางบนสายสังคีตของเขาก็ดำเนินมาถึงจุดสำคัญอีกครั้งในยุคที่เรียนปริญญาตรี ซึ่งเว็บไซต์ยูทูบเริ่มเข้ามามีบทบาทพัวพันในชีวิตผู้คน

ช่วงนั้นเองที่ช่อง Fino the Ranad เปิดขึ้นเป็นครั้งแรกในฐานะแชนแนลยุคตั้งไข่ โดยนักศึกษาที่ริอ่านเอาเพลงบรรเลงของตะวันตกมาเล่นกับเครื่องตีของไทย

“ตอนที่ผมทำชมรมดนตรีไทยที่มหาวิทยาลัยมหิดล ผมอยู่ปี 3 – 4 ก็มีความคิดอุตริอยากทำละครเวที เป็นละครเวทีที่มีความผสมผสาน เพราะมันเป็นอินเตอร์ เราก็ต้องเอาดนตรีสากลเข้ามาผสมด้วย”

เพลงที่ว่านั้นคือ ‘Canon Rock’ ที่นักดนตรีชาวไต้หวัน Jerry Chang (JerryC) เรียบเรียงขึ้นใหม่จากบทเพลง ‘Canon in D Major’ ของ Johann Pachelbel ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ฟีโน่ได้แสดงฝีมือด้วยการนำระนาดมาเล่นเพลงนี้ ซึ่งก็ได้รับคำชื่นชมจากหมู่มิตรอย่างล้นหลาม

ตีระนาดใสไฟกะพริบแบบ Fino the Ranad ยูทูบเบอร์ผู้ประกาศให้โลกรู้ว่าดนตรีไทยก็ป๊อปได้

“สมัยนั้นยูทูบเพิ่งมาใหม่ ๆ ไปเห็นเพลงนี้ก็คิดว่าจะเอามาทำกับละครเวทีครับ แล้วพอทำไปทำมา ก็มีเพื่อน ๆ ยุว่า เฮ้ย! เอาไปลงยูทูบดิ อะไรอย่างนี้ เราก็ลองทำลงยูทูบดู แต่ว่าตอนนั้นเรายังมือใหม่มากเลย ผมก็ยังไม่มีความรู้เรื่องคีย์ระนาดต่าง ๆ มากนัก ผืนระนาดที่เล่นมันเป็นเสียงไทย พอไปเล่นกับเพลงสากลก็เลยเพี้ยนแหลกลาญ ด้วยพวกจังหวะของดนตรีไทยกับสากลมันต่าง ถ้าลองไปฟังดู จะได้เห็นความยุ่งเหยิงอยู่ในนั้น” ฟีโน่หัวเราะร่วน

เสียงเพลงของเขาจึงได้รับการบรรเลงออกสู่สังคมออนไลน์นับแต่นั้น แต่ประสบการณ์และความเข้าใจที่ยังน้อยกลับไม่อนุญาตให้เขาเผยแพร่งานได้บ่อยนัก และเจตนาหลักของการลงวิดีโอเล่นระนาดก็เพื่อดูเองหรือแบ่งปันในกลุ่มคนรู้จัก ไม่ได้มีเป้าหมายจะสร้างชื่อแก่ตนเอง

แต่คนจะดัง เอาอะไรมารั้งไว้ก็ห้ามไม่อยู่ 

“ตอนที่ลงไปก็คิดแค่ว่าจะเก็บไว้ดูเอง แค่นี้แหละครับ แต่พอผ่านมาสัก 3 – 4 เดือน มันก็เป็นไวรัลเพราะเพจที่ฮิตสมัยนั้นอย่าง ‘YouLike – คลิปเด็ด’ เอาไปแชร์ ช่องผมก็เลยดังขึ้นมา ทำให้คิดจะทำต่อ แต่ไม่ได้ทำทุกอาทิตย์นะ ถ้าเฉลี่ยก็ลงแค่ปีละ 2 คลิป 3 คลิปอย่างนี้ครับ”

ช่วงเวลาลองผิดลองถููกของ Fino the Ranad กินเวลานานนับสิบปี ตั้งแต่ พ.ศ​. 2554 ที่ลงคลิปแรก จนถึง พ.ศ.​ 2564 ในห้วงเวลาอันยาวนานนี้ มือระนาดค่อย ๆ ปรับรูปแบบวิธีการ เพิ่มสีสัน และกิมมิกประจำช่องตัวเองร่ำไป จนมาดังเป็นพลุแตกเมื่อเขาทดลองนำเพลงประกอบละครเรื่อง วันทอง มาเล่น ทำให้ช่องของเขาก้าวสู่ยุคใหม่ หรือยุคปัจจุบันที่ลงคลิปเป็นประจำ

“ช่วงโควิดช่วงแรก ประมาณ พ.ศ. 2563 ก็มีเวลาว่างมากขึ้น เลยคิดว่าจะเริ่มทำยูทูบจริงจัง ตอนแรกทำเป็นพวกเพลง คัฟเวอร์ แต่ทำ ๆ ไปมันก็มีความเหนื่อยหน่าย เพราะว่าจะคัฟเวอร์มันต้องหาเพลงสมัยใหม่ไปเรื่อย ๆ ใช่ไหม ผมก็เลยหยุดไปพักหนึ่ง

“มาทำจริงจังที่สุดเมื่อปีที่แล้ว ตอนเพลง ‘สองใจ’ กำลังดัง ผมเอาพวกดนตรีไทยเดิมมาผสมเปียโนแทรก กระแสตอบรับก็ดี เลยทำมาตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ หยุดอยู่ได้แค่ 2 – 3 อาทิตย์เองมั้งครับ ที่เหลือก็ทำทุกอาทิตย์มาตลอดเลย”

ตีระนาดใสไฟกะพริบแบบ Fino the Ranad ยูทูบเบอร์ผู้ประกาศให้โลกรู้ว่าดนตรีไทยก็ป๊อปได้

ผลงานเพลงที่เขาทำมีหลายสไตล์ หลายแนว ทั้งเพลงไทยเดิม เพลงต่างชาติ เพลงในกระแส สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือคณาผู้ติดตามตลอดจนผู้เยี่ยมชมแชนแนลนี้มีหลายช่วงวัย เห็นได้จากข้อมูลเชิงสถิติที่แพลตฟอร์มเก็บไว้แสดงผลให้เห็นเฉพาะเจ้าของวิดีโอ

“ในยูทูบมี YouTube Analytics โชว์ให้เห็นกลุ่มคนที่เข้ามาดูใช่มั้ยครับ คนที่เข้ามาก็มีเยอะเลยครับ มีตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ แบ่งได้ครึ่ง ๆ ครึ่งหนึ่งเป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่น อีกครึ่งจะเป็นวัยที่อายุเลย 50 – 60 วัยผู้ใหญ่ก็มี แต่ที่เห็นเด่นชัดก็จะเป็นพวกวัยรุ่น แล้วก็เป็นผู้สูงอายุหน่อยครับ”

เครื่องไทย เพลงเทศ

ยูทูบเบอร์ระนาดเอกสาธิตวิธีตีเพลงฝรั่งให้เราฟังหนึ่งเพลง แล้วเล่าต่อเมื่อไม้แข็งวางนิ่งสนิท

“ความแตกต่างระหว่างดนตรีไทยกับดนตรีสากล ก็คือต่างกันคนละฝั่งโลกเลยครับ เริ่มจากโน้ตไม่เหมือนกัน ความห่างของเสียงโน้ตไม่เหมือนกัน ถ้าเกิดฟังเพลงไทยเดิมก็เป็นเสียงโน้ตแบบหนึ่ง ฟังเพลงสากลก็เป็นอีกแบบ” เขาแจงตัวอย่างให้เข้าใจได้เร็ว ๆ

“สมมติเราจะเล่นดนตรีไทยกับเพลงสากล มันก็มี 2 วิธี หากผมจะเล่นเพลงป๊อป ผมก็ปรับระนาดให้เข้ากับสากล แต่บางที่เขาใช้วิธีเล่นเป็นเพลงไทยแล้วเอาสากลปรับเข้าหาไทย มันก็ทำได้ คือเป็นการปรับคีย์อะไรต่าง ๆ กัน”

ไม่ใช่แค่เสียงตัวโน้ต ห้องเพลงและจังหวะก็ต่างด้วย

“จังหวะตกแบบนี้นะครับ ดนตรีไทยตกท้ายห้องเพลง ดนตรีสากลตกที่ต้นเพลง พูดง่าย ๆ เวลาตบมือ มันจะตบไม่เท่ากัน ส่วนเรื่องจังหวะนี่ก็สำคัญมาก ดนตรีสากลส่วนใหญ่ จังหวะคงที่ สมมติว่าเล่น 100 Beats per Second มันก็ 100 BPM แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ขณะที่ดนตรีไทยมีความเปลี่ยนแปลง เช่น เริ่มแบบช้า ไปกลาง ๆ แล้วส่วนใหญ่จบด้วยความเร็ว โครงสร้างจังหวะ โครงสร้างเพลง ทุกอย่างต่างกันไปหมดเลยครับ”

ตีระนาดใสไฟกะพริบแบบ Fino the Ranad ยูทูบเบอร์ผู้ประกาศให้โลกรู้ว่าดนตรีไทยก็ป๊อปได้
ตีระนาดใสไฟกะพริบแบบ Fino the Ranad ยูทูบเบอร์ผู้ประกาศให้โลกรู้ว่าดนตรีไทยก็ป๊อปได้

มือโปรอย่าง Fino the Ranad แก้ปัญหานี้อย่างไร – เรานึกสงสัย

“เราต้องทำความเข้าใจกันทั้งสองฝั่ง คือไม่ใช่เราปรับไปหาเพลงเขาหรือเขาต้องปรับมาหาเรา แต่ต้องปรับเข้าหากัน ถ้าเล่นเพลงสากล เราก็ต้องปรับหาเขามากหน่อย แต่ถ้าเราจะเล่นเพลงไทยเดิมอย่าง ‘ลาวดวงเดือน’ ในช่องผม ฝั่งสากลน่ะต้องปรับเข้ามาหาเยอะ เพราะสากลเขาก็ต้องเปลี่ยนวิธีนับห้องจังหวะอะไรต่าง ๆ ใหม่ เปียโนที่มาเล่นน่ะมึนเลยตอนต้น เพราะต้องปรับทฤษฎีใหม่หมดเลย” 

ด้วยความเข้าใจและประสบการณ์ที่ตักตวงมานานนม ฟีโน่จับ ‘Canon Rock’ ซึ่งตนเองเคยเล่นไว้ประเดิมแชนแนล กลับมาเล่นใหม่ กลายเป็น ‘Canon Rock ฉบับ 2561’ ที่เขาภาคภูมิใจ เพราะได้ผ่านการฝึกปรือมาหลายครั้งหลายหนจนเชี่ยวชาญ

“เพลงที่ชอบที่สุดคือ ‘Canon Rock’ ฉบับใหม่ เหมือนเป็นเพลงที่สั่งสมประสบการณ์มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยเล่นเพี้ยน ๆ ฉบับนี้ผมใส่เทคนิคกลเม็ดที่เป็นเพลงเดี่ยวของระนาดเอกมาใส่ให้เนียน แล้วยังเป็นเพลงแรกที่ได้โชว์วิธีการเล่นอีกแบบหนึ่ง คือผืนระนาดไทยเนี่ยไม่มีโน้ตครึ่งเสียงหรือโน้ตดำ ๆ ข้างบนของเปียโน ระนาดส่วนใหญ่เล่นเสียงแบบนี้ไม่ได้ แต่ในเวอร์ชันนั้น ผมมีพาร์ตหนึ่งที่เป็น Minor แล้วเอาเสียงระนาดมาซ้อน ผมทำได้เพราะลองเทคนิคมาเยอะมาก คิดว่าในระยะ 5 ปี 10 ปีนี้ คงไม่มีเพลงไหนที่จะทำได้ดีเท่าตัวนี้แล้วครับ”

1 เพลงใน 1 คืน

ดังที่เราโปรยไปแล้วว่าแชนแนลของฟีโน่มีความโดดเด่นนานัปการ ตั้งแต่เพลงที่เลือกมาแสดง อาร์ตเวิร์กบนภาพปกของวิดีโอ ไม่เว้นแม้แต่การตัดต่อที่มากด้วยสีสันและความตลกโปกฮาในแบบของเขา

เจ้าของช่องย้ำว่าหนึ่งคลิปที่ผู้ชมได้เห็น เขาเป็นผู้ลงมือทำทุกขั้นตอน

“เริ่มต้นจากรีเสิร์ชก่อน ดูว่าวันนั้น ช่วงนั้น เราทำเพลงแบบไหน เพลงคัฟเวอร์หรือว่าเพลงไทยเดิม เราก็ทำเป็นโพลลงยูทูบ ถามคนที่ติดตามว่าเขาอยากฟังเพลงอะไร แล้วก็ดูจากผลโหวตนี่แหละ

“แต่ถ้าเป็นเพลงคัฟเวอร์ เพลง Trendy สมัยที่ TikTok ยังไม่มา ผมก็ไล่ดู Trending ของยูทูบว่าคนเขาฟังเพลงอะไรกันอยู่ช่วงนั้น แล้วพอ TikTok มา ก็ไล่ดูใน TikTok ด้วย”

การตัดต่อคลิปเพลงสองแนวก็ต้องมีแนวทางที่ต่างกัน กรณีที่เล่นเพลงสมัยใหม่ที่ฟังกันในหมู่วัยรุุ่น ฟีโน่จะใส่เทคนิค ลูกเล่น สีสันเข้าไปเต็มพิกัด แต่กลับกันถ้าเป็นเพลงไทยเดิมซึ่งฐานผู้ฟังเป็นกลุ่มคนสูงวัย เขาย่อมไม่ใส่ลีลาให้กับวิดีโอนั้นมากมาย ด้วยคนกลุ่มนี้อยากฟังดนตรีล้วน ๆ

ตีระนาดใสไฟกะพริบแบบ Fino the Ranad ยูทูบเบอร์ผู้ประกาศให้โลกรู้ว่าดนตรีไทยก็ป๊อปได้

“บางเพลงอาจจะมี Backing Track ที่ดาวน์โหลดได้อยู่แล้ว บางเพลงอาจจะต้องทำขึ้นมาเอง พอเสร็จจากตรงนั้นปั๊บ ก็จะมาเป็นตัวที่เป็นอัดเสียง อัดวิดีโอครับ ในส่วนเสียงก็ตั้งอัดเสียงปกติ วิดีโอก็จัดฟงจัดไฟ แล้วก็กลับไปดูที่ผู้ชมอีกเหมือนเดิมว่าผู้ชมเป็นประเภทไหน แล้วเราก็จัดไฟประมาณนั้น แบบว่าคนกลุ่มนี้เขาชอบดูแบบไหน ก็จะจัดไฟประมาณนั้นครับ”

แม้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุด 2 ส่วนเกิดขึ้นภายในชั่วข้ามคืน!

“ถ่ายและตัดต่อ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในคืนเดียวนะครับ” ฟีโน่กล่าวสำทับด้วยรอยยิ้ม

ถ่ายทำเสร็จลุล่วงแล้ว ตัดต่อก็ผ่านไป สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการเลือกภาพ Thumbnail ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าผู้ชมจะกดเข้ามาดูหรือไม่ ฟีโน่ต้องหาภาพมุมที่ดีที่สุดทำเป็นหน้าปก ก่อนอัปโหลดขึ้นแชนแนล

กระนั้นหน้าที่ของยูทูบเบอร์ก็ยังไม่จบ เพราะฟีดแบ็กก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจละเลย

“ส่วนใหญ่พวกคลิปที่ผมลงในอาทิตย์นั้นน่ะ ผมจะพยายามไปตอบทุกคนเพื่อดู Engagement ดูว่าคนสนใจ คนชอบอะไรบ้างไหม แล้วสุดท้ายก็เอาพวกคอมเมนต์ต่าง ๆ ทั้งเป็นยอดวิว ยอดไลก์ คอมเมนต์ ไปปรับปรุงคลิปต่อไปครับ”

ตีให้โลกจำ

ฟังเขาเล่าเรื่องตัวเองและวิธีการทำงานมาจนแทบครบทุกเหลี่ยมมุมแล้ว มีอีก 2 – 3 สิ่งที่เราเกือบลืมถามถึง คือระนาดแก้วใส่ประดับ กับเสื้อคลุมที่เขาใส่ตีระนาดเป็นประจำ มันมีที่มาจากไหน แล้วมาอย่างไรกันแน่ ?

“อ๋อ ตัวระนาดแก้วนี่ผมมีแพลนอยากทำมานานแล้ว ผมไปเห็นพวกเฟอร์นิเจอร์ที่เขาทำเป็นพวกอะคริลิกใสน่ะครับ คราวนี้ก็เลยมาคิดคอนเซ็ปต์ คุยกับรุ่นพี่ที่เป็นนักดนตรีไทยอยู่กรมศิลปากร ซึ่งพี่คนนี้เคยทำจะเข้อะคริลิกให้กับ พี่เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ด้วย ก็เลยทำระนาดรางนี้ขึ้นมา

ฟังเสียงระนาดแก้วรางเดียวในโลก บรรเลงเพลงหลากหลายสไตล์แบบ ‘เล่นใหญ่ไฟกะพริบ’ ที่ผู้ใหญ่ก็ฟังได้ วัยรุ่นก็ฟังดี
ฟังเสียงระนาดแก้วรางเดียวในโลก บรรเลงเพลงหลากหลายสไตล์แบบ ‘เล่นใหญ่ไฟกะพริบ’ ที่ผู้ใหญ่ก็ฟังได้ วัยรุ่นก็ฟังดี

“แนวคิดของผมในการทำระนาดแก้วนี่ก็คือความใสของวัสดุมันนี่แหละ พอเป็นแก้วใสมองทะลุไปเลย ผมอยากให้คนโฟกัสกับตัวเสียง ไม่ได้โฟกัสที่ตัวรูประนาด แล้วพอมาทำปุ๊บ เพื่อให้มันดูว้าวขึ้น เราก็เอาไฟมาใส่ เพื่อให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ที่อยู่ในช่อง สตูดิโอที่ใช้ถ่ายเราเล่นไฟเยอะแยะมากมายอยู่แล้วครับ”

ฟีโน่พูดพลางเอามือลูบไล้โขนระนาดใสแจ๋ว สีหน้าเขาดูภูมิใจมากทีเดียว

“ระนาดแก้วแบบนี้มีรางเดียวบนโลกมนุษย์ใบนี้ครับ เพราะว่าสั่งทำมา มีคนสนใจเยอะ แต่ก็ยังไม่มีใครเล่น เพราะราคาสูงครับ” 

ส่วนเสื้อคลุมตัวนี้ คนสวมมันเรียกด้วยความขำขันว่า ‘ยูนิฟอร์ม’

“ยูนิฟอร์มนี่ก็แล้วแต่เพลงที่เล่น บางเพลงที่เราเล่นเป็นสากล เราก็แต่งชุดแบบสากลไปเลย แต่ว่ามีครั้งหนึ่งที่ผมไปสัมภาษณ์ ไปพูดคุยเสวนา ผมรู้สึกว่าตัวเองขาดซิกเนเจอร์ความเป็นไทยสไตล์เรา จะให้มานุ่งโจงกระเบนเล่น Canon Rock มันก็อาจจะแปลก ๆ 

“เพราะฉะนั้นผมก็เลยพยายาม Mix and Match ในเมื่อช่องของเราเล่นทุกอย่างเป็น Contemporary เป็นแนวผสมผสานแล้ว พวกชุดเราก็จะทำให้มันผสมผสานด้วย สมมติว่าวันนี้เป็นกางเกงยีนส์ เสื้อนอกตัวนี้ก็จะเป็นลายเทพพนมแบบไทย ๆ แต่มีทรงเป็นยูกาตะแบบญี่ปุ่น มารวมกันให้เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวเรา”

ในการเลือกสถานที่อัดคลิป ถึงส่วนใหญ่จะใช้สตูดิโอเป็นหลัก แต่ในบางโอกาส ฟีโน่ก็จะออกนอกสถานที่ โดยคิดล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ ว่าควรอัดที่ใดจึงจะเหมาะกับเพลงนั้น

“บางทีเราทำเพลงเผื่อไว้ก่อนครับ ถ้าดูแล้วเพลงมันน่าจะออกไปข้างนอกได้นะ เช่นตอนที่ผมเล่น ‘ตารีกีปัส’ ที่เป็นเพลงระบำพัดของภาคใต้ เราก็ไปทะเล แต่ไม่ได้ไปถึงภาคใต้นะ ไปแค่หัวหินครับ มันก็เป็นทะเลเหมือนกันนั่นแหละ” มือระนาดบอกกลั้วหัวเราะ

ความสนุกอย่างหนึ่งของการอัดคลิปนอกสถานที่คือการ ‘ทำทาง’ 

“วิธีการเล่น ภาษาดนตรีเรียกว่า ‘ทำทาง’ เราจะทำทางในการเล่นอย่างไรให้สอดคล้องกับที่ที่เราจะไป ผมสอนด้านนิเทศด้วย ดังนั้น หัวข้างหนึ่งจะคิดเป็นฉากแล้วว่าเราจะทำยังไงดี จะเล่นยังไงให้สอดคล้องกับสถานที่หรือแนวเพลงที่เราจะเล่นดีนะ”

ยูทูบเบอร์สายดนตรีไทย

ในโลกยุคนี้ที่คนมีฝันทำมันให้เป็นจริงได้ด้วยช่องทางมากมายในอินเทอร์เน็ต ยูทูบเป็นใบเบิกทางแรก ๆ ของคนใฝ่ฝันอยากทำเพลงของตัวเอง ศิลปินมากหน้าหลายตารวมทั้ง Fino the Ranad แจ้งเกิดได้ด้วยการลงคลิปวิดีโอของตนเองบนเว็บไซต์สีขาว-แดงนี้ แต่เป็นเรื่องน่าสลดใจที่บนแพลตฟอร์มนี้ยังมีนักดนตรีไทยอยู่น้อยนิด หากจะคิดเป็นร้อยละเทียบกับดนตรีสากล

มือหนึ่งด้านระนาดเอกนึกเสียดาย เพราะเขานั้นเชื่อเต็มประตูว่าดนตรีไทยก็มีที่ทางในสื่อสังคมออนไลน์ยุคใหม่ได้ ทั้งไม่จำเป็นต้องเล่นแต่เพลงไทยเดิมเหมือนในอดีต

“ถ้าจะนำดนตรีไทยมาเล่นให้ร่วมสมัย ผมคิดว่าเครื่องดนตรีที่ฮิตกว่าระนาดเอกในยูทูบตอนนี้คือขลุ่ยนะ อย่างเช่นช่องของ พี่ เติ้ล ขลุ่ยไทย รวมถึงอีกหลาย ๆ ช่อง หนึ่งคือขลุ่ยเป็นเครื่องดนตรีที่ไม่ต้องลงทุนเยอะ สมมติว่าเราจะฝึกขลุ่ย ไปซื้อมาอันละไม่ถึงร้อยบาทก็ได้ ฝึกเล่นแล้วไม่ใช่ทางก็ทิ้ง อีกอย่างคือเข้ากับเครื่องดนตรีสากลอื่นได้ง่าย เพราะมันมีเทคนิคของฟลูตที่เทียบเคียงกัน”

ฟังเสียงระนาดแก้วรางเดียวในโลก บรรเลงเพลงหลากหลายสไตล์แบบ ‘เล่นใหญ่ไฟกะพริบ’ ที่ผู้ใหญ่ก็ฟังได้ วัยรุ่นก็ฟังดี

กว่า 11 ปีที่เดินทางในสายยูทูบเบอร์ หนทางของฟีโน่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะเมื่อมีคนรักก็มีคนชัง ซึ่งเขาก็ได้เผชิญมาทุกรูปแบบตั้งแต่เริ่มทำช่องนี้ไม่นาน

“สมัยช่วงคาบเกี่ยวที่ยูทูบเพิ่งมา คนจะยังไม่ค่อยได้เห็นดนตรีไทยเล่นกับดนตรีสากล วิธีการเล่นก็เป็นปัญหา ผมยืนตีระนาด บางกระแสเขาก็ว่าผมแล้วว่าดนตรีไทยต้องนั่งตีเรียบร้อย โยกหัวอย่างนี้ก็ไม่ได้ คนสมัยก่อนเขาจะคิดว่าการที่ผมยืนเล่น ผมเพลิดเพลินกับการเล่นใส่อารมณ์ นี่คือการไม่เคารพดนตรีไทย ซึ่งผมก็พยายามอธิบายว่าเราเคารพอยู่ในใจของเราอยู่แล้ว แต่มันเป็นแค่วิธีการนำเสนออีกรูปแบบหนึ่ง

“แล้วก็การที่ผมเล่นคัฟเวอร์เพลงสมัยใหม่ ก็จะมีบางคนคิดว่ามันคือการทำลาย ผมก็ต้องโน้มน้าวเขาว่าจริง ๆ มันก็คือการพัฒนา แต่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งต่างหากครับ”

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ช่วยให้นักระนาดเอกรายนี้หยัดยืนอยู่ได้จนวันนี้ ก็คือผลตอบรับแง่บวกของผู้ชมหมู่มาก

“ความสุขที่สุดของผมเลยนะ คือตอนที่ได้นั่งไล่อ่านคอมเมนต์ ตอนที่ทำเพลงเสร็จมันไม่ได้สุขนักหรอก เพราะว่ามันเครียด ยังต้องคิดอะไรเยอะ แต่การได้มาอ่านฟีดแบ็ก เห็นคนที่ชื่นชอบผลงานเรา หรือเป็นคอมเมนต์ที่เราเอาไปพัฒนาได้ อันนี้ก็คือความสุขของผม

ฟังเสียงระนาดแก้วรางเดียวในโลก บรรเลงเพลงหลากหลายสไตล์แบบ ‘เล่นใหญ่ไฟกะพริบ’ ที่ผู้ใหญ่ก็ฟังได้ วัยรุ่นก็ฟังดี

“ผมไม่ใช่คนตื่นเช้า แต่เวลาลงคลิป ผมจะตั้งเวลาไว้ที่ 9 โมงเช้า แล้วจะตื่นอัตโนมัติเพื่อแค่มาอ่านคอมเมนต์เลยครับ ได้เห็นว่ามันมีคนฟังนะ มีคนดู มีคนคอยคอมเมนต์ 

“ส่วนใหญ่ที่ประทับใจคือเวลาเราได้เป็นแรงบันดาลใจให้คนดู คนที่มาบอกว่า ‘ผมไปแข่งชนะเพราะพี่เป็นแรงบันดาลใจ’ หรือว่า ‘ผมอยากเล่นระนาดเพราะพี่ครับ’ พวกนี้ก็จะเป็นคอมเมนต์ที่สำคัญ”

ปัญหาเรื่องการหมดไฟที่นักสร้างคอนเทนต์ทุกคนต้องเผชิญ ฟีโน่ก็เคยเจอกับตัวมาหมดแล้ว และเขากล้าพูดว่าปณิธานอันแน่วแน่นี่แหละ คือมือที่ฉุดเขาขึ้นมาจากปัญหาทั้งปวงได้

“ใครอยากเป็นยูทูบเบอร์สายดนตรีไทยก็มาทำเถอะครับ ตอนนี้ยังไม่ค่อยมี อย่าท้อครับ ต้องแน่วแน่ในความฝันตัวเองให้มาก ไม่ใช่แค่ดนตรีไทยนะ ทุก ๆ คอนเทนต์แหละมันไม่ได้ง่าย ไม่ใช่ว่าเราลงวันนี้ปุ๊บแล้ววันพรุ่งนี้จะดังเลย มันจะผ่านหลาย ๆ จุด จุดที่หมดไฟหลาย ๆ ครั้ง ผมผ่านอารมณ์นั้นมาหลายรอบมาก แต่ว่าเมื่อเราคิดว่าเราต้องทำอันนี้ให้ได้ สุดท้ายมันก็จะได้เองครับ”

ก่อนจากกันวันนี้ เรายังใคร่รู้ว่ามือระนาดผู้นำเครื่องดนตรีไทยโบราณมาเล่นเพลงสมัยใหม่ ได้สร้างคุณค่าอะไรให้กับดนตรีไทยที่เขารักหรือไม่ เมื่อเราซักไซ้ประเด็นนี้ ฟีโน่ปฏิเสธทันที

“ผมคิดว่าดนตรีไทยมีคุณค่าของมันเองอยู่แล้ว เราไม่ได้ไปเพิ่มคุณค่าให้มัน เพียงแต่การทำในแบบของผมเป็นทางเลือกที่เพิ่มเข้ามามากกว่า เอาจากตัวผมเป็นหลักที่สมัยก่อนคิดว่าดนตรีไทยไม่น่าเล่น ภาพจำของเราอาจจะน่าเบื่อ น่ากลัว มีเรื่องของผีสาง ครูบาอาจารย์

“แต่ที่ผมทำก็อาจจะเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้คนดูรู้สึกว่ามันทันสมัยนะ มีไฟ มีแสงสีเต็มไปหมดเลย คนก็จะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกลัวมากเหมือนเก่า ฉะนั้น ผมจึงคิดว่ามันเป็นช่องทางใหม่ คนที่เขาสนใจเข้ามาทางนี้ สุดท้ายก็ต้องกลับไปเรียนดนตรีไทยที่เป็นพื้นฐานอยู่ดีครับ”

ฟังเสียงระนาดแก้วรางเดียวในโลก บรรเลงเพลงหลากหลายสไตล์แบบ ‘เล่นใหญ่ไฟกะพริบ’ ที่ผู้ใหญ่ก็ฟังได้ วัยรุ่นก็ฟังดี

YouTube : Fino the Ranad

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load