เวลาเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ ระหว่างทางที่ทิวทัศน์เคลื่อนผ่านสายตาของเรา สิ่งหนึ่งที่มักพบเห็นข้างทาง คือป้ายบอกชื่อสถานที่ ซอย ถนน หมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ บางชื่ออาจชวนขำ บางชื่อแสนแปลกประหลาด แต่บางทีก็แสนไพเราะจนติดอยู่ในใจ แต่เคยสงสัยไหมว่าชื่อเหล่านั้นมีที่มาอย่างไร เขตบางรักที่คนแห่ไปจดทะเบียนสมรสกัน เพราะคนในพื้นที่เชิดชูความรักเช่นนั้นหรือ หรือบางกะปิ เคยมีร้านค้าขายกะปิเจ้าดังอยู่ที่นั่นใช่หรือไม่

คำตอบของคำถามเหล่านี้หลายครั้งก็หาคำอธิบายไม่ได้ เพราะไม่มีการจดบันทึกไว้ ต้องยอมรับว่าเราเป็นประเทศที่มีการบันทึกเรื่องราวในประวัติศาสตร์ค่อนข้างน้อย และสืบย้อนกลับไปได้ไม่ยาวนานนัก ที่จำได้เป็นความทรงจำ ซึ่งเจ้าของความทรงจำนั้นอาจหมดลมหายใจจากไปพร้อมกับความทรงจำแล้ว หลายเรื่องราวในแต่ละสถานที่จึงหายไปตามกาลเวลา เมื่อไม่มีหลักฐานการมีอยู่ ก็ราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่จริงในยุคสมัยถัดมา

แล้วเราจะหาความทรงจำที่ไม่ถูกบันทึกไว้ได้จากที่ไหนได้บ้าง หนึ่งในนั้น คือ ‘แผนที่’

แผนที่ ไม่ได้มีหน้าที่แค่แสดงหนทาง บอกลักษณะ ขนาด และที่ตั้งของสถานที่เท่านั้น แต่เป็นสิ่งเก็บความทรงจำของพื้นที่ เมือง ประเทศ จนถึงโลก เมื่อนำแผนที่เก่ามาเรียงเปรียบเทียบกันในแต่ละช่วงปี ก็บอกความเปลี่ยนแปลงของเมืองได้ หลายพื้นที่หน้าตาเปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิมเหมือนชื่อ หรือบางพื้นที่อาจเหลือไว้แค่เพียงชื่อ แต่อาจปรากฏตำแหน่งอยู่บนแผนที่เก่าสักปี แผนที่จึงเป็นหนึ่งในหลักฐานที่ยืนยันว่าเรื่องราวในอดีตนั้นเป็นจริง

แผนที่จึงไม่ได้บอกแค่ที่ไป แต่ยังบอกที่มาของสถานที่ต่าง ๆ ได้

หน่วยวิจัยแผนที่ฯ เพจแกะประวัติศาสตร์จากแผนที่เก่า ให้สนุกกับการรู้จักเมืองผ่านอดีต

นี่คือสิ่งที่ ‘หน่วยวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย’ พยายามสื่อสารกับคนทั่วไปมาตลอด 3 ปี และกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ จากเรื่องราวน่าสนใจในอดีตของแผนที่เก่าที่ทางหน่วยวิจัยแผนที่ฯ คัดมานำเสนอบนเพจ หน่วยวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม เป็นประจำ

หน่วยวิจัยแผนที่ฯ ทำงานอย่างไร และมีวิธีดูแผนที่อย่างไรให้เห็นเรื่องราวจากอดีต ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมเมืองและชุมชน หยิบแว่นขยาย กางแผนที่ แล้วตามเราไปทำความรู้จักกับพวกเขากัน

หน่วยวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่การทำงานของพวกเขาเริ่มต้นมาก่อนหน้านั้นหลายสิบปี โดยเริ่มต้นจาก ศ.ดร.บัณฑิต จุลาสัย สถาปนิก อาจารย์ และอดีตคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาฯ

“แผนที่มีความสำคัญอย่างมาก นี่เป็นสิ่งที่ผมรับรู้ได้ชัดเจนตอนเรียนต่อระดับปริญญาเอกที่ฝรั่งเศส ที่ปารีสมีพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง ชื่อ The Musée des Plans-Reliefs มีการเก็บรวบรวมแผนที่โบราณไว้ แต่ที่ทำให้ผมตื่นเต้นมาก คือ มีการแสดงหุ่นจำลองของเมืองต่าง ๆ ในฝรั่งเศส ทำขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ตรงกับสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ชาวตะวันตกเริ่มต้นทำแผนที่อย่างเป็นระบบมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 สั่งให้คนสำรวจเมืองต่าง ๆ ไปวัดว่าถนนยาวเท่าไหร่ บ้านกว้างเท่าไหร่ เวลาเขาสร้างป้อมในฝรั่งเศส มันไม่ใช่แค่ป้อมเฉย ๆ ป้อมเขาจะคุมเมือง เป็นป้อมกลางเมือง ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้ก็วาดแบบส่ง แต่สมัยนั้นไม่มีเครื่องมือเขียนแบบ แล้วจะทำยังไง ก็เลยสร้างหุ่นจำลองขึ้นมา

หน่วยวิจัยแผนที่ฯ เพจแกะประวัติศาสตร์จากแผนที่เก่า ให้สนุกกับการรู้จักเมืองผ่านอดีต
หน่วยวิจัยแผนที่ฯ เพจแกะประวัติศาสตร์จากแผนที่เก่า ให้สนุกกับการรู้จักเมืองผ่านอดีต

“ถึงวันนี้เอกสารแบบสำรวจนั้นก็ยังถูกเก็บไว้ แล้วเขาก็เอามาทำเป็นหุ่นจำลอง บางเมืองมีขนาดใหญ่เท่ากับห้องหน่วยวิจัยแผนที่ฯ นี้เลยด้วยซ้ำ นี่คือเครื่องมือที่พระเจ้าหลุยส์ใช้ สมมติว่าจะทำโบสถ์ เขาก็รู้ว่าจะต้องสร้างตรงไหน อย่างไร ขนาดเท่าไหร่ เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ และทำให้ฝรั่งเศสยิ่งใหญ่ขึ้นมา

“ประวัติการทำแผนที่และแบบจำลองนั้น ทำให้ผมเข้าใจที่มาของหน่วยวัดแบบ Foot ที่แปลว่าเท้า เพราะมันคือการวัดจากก้าวเดินจริง ๆ ในยุคที่ยังไม่มีระบบเมตร สมัยนั้นเขายังใช้หน่วยถนนกว้าง 3 ก้าว 4 ก้าวกันอยู่

“พอเรียนจบกลับมา สิ่งที่ได้ไปเห็นมันทำให้ผมแปลกใจว่า เราสอนเรื่องผังเมือง แต่เราไม่เคยสนใจแผนที่เลย ในสมัยนั้นเราพอมีแผนที่เก่าอยู่บ้าง เขาใช้แผนที่ตั้งแต่ พ.ศ. 2517 มาสอน เรามีความสนใจเกี่ยวกับแผนที่น้อยมาก สิ่งแรกที่ผมทำ จึงเป็นการพยายามค้นหาและเก็บรวบรวมข้อมูลแผนที่เกี่ยวกับประเทศไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“เหตุผลที่ทำให้แผนที่ต่าง ๆ ในไทยไม่ถูกนำเสนอ เพราะว่าถูกเก็บไว้ที่กรมแผนที่ทหาร มันเป็นความลับทางราชการ แม้จะเป็นแผนที่ในอดีตไปแล้ว แต่เราลองเข้าไปขอข้อมูลเหล่านี้ออกมาเพื่อการศึกษาและขอทำเผยแพร่ โชคดีที่เขายอม เราก็เริ่มขอทุนมาพิมพ์แผนที่ต่าง ๆ แจกให้กับผู้ที่สนใจ ประกอบกับทีมของเราเริ่มค้นเอกสารต่าง ๆ จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ค้นพบเอกสารจำนวนมากที่นำมาบอกเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของเมือง นำมาเล่าประกอบกับแผนที่เก่าต่าง ๆ ที่เราสะสมไว้ได้ พอจุฬาฯ เห็นถึงประโยชน์ในสิ่งที่เราทำ จึงให้ทุนจัดตั้งเป็นหน่วยวิจัยแผนที่ฯ ขึ้นมา” อ.บัณฑิต เล่าที่มาให้ฟัง แล้วจึงหันไปหยิบแผนที่ฉบับหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะ 

หน่วยวิจัยแผนที่ฯ เพจแกะประวัติศาสตร์จากแผนที่เก่า ให้สนุกกับการรู้จักเมืองผ่านอดีต

แผนที่ที่อาจารย์หยิบขึ้นมาให้ดูมีที่มาน่าสนใจ ถือเป็นแผนที่เก่าที่มีความละเอียดที่สุดอันหนึ่งของประเทศ

“แผนที่กรุงเทพฯ อันนี้ เป็นแผนที่ที่มีที่มาประหลาด เพราะตำรวจเป็นคนจัดทำขึ้นมา แทนที่จะเป็น กทม. หรือกรมแผนที่ทหาร ผมเจอแผนที่นี้หลังจากไปเจอกองตำรวจหนึ่ง ชื่อว่ากองแผนที่ ความดีของแผนที่นี้ คือ มีการจัดเก็บข้อมูลที่ละเอียดมาก ๆ ระบุชื่อ บ้านเลขที่ ถนน ซอกซอย ไว้เกือบครบถ้วน ที่ต้องละเอียดเช่นนี้ เพราะในอดีตตำรวจใช้ในการตามจับผู้ร้าย ซึ่งแผนที่แผ่นนี้ผมเขียนไว้ว่า พ.ศ. 2517 แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าตำรวจทำแผนที่นี้อยู่ตลอด แก้ไปเขียนไป มีข้อมูลใหม่ก็แก้ ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง แต่ผมบังเอิญไปได้มาตอนปีนั้น ก็เลยเขียนว่าปี 2517 

“ตัวแผนที่มีการจัดทำมาก่อน เช่น เราเห็นปีที่เขียนบนแผนที่ว่า 2475 ความจริงเริ่มทำตั้งแต่ พ.ศ. 2460 จัดพิมพ์เผยแพร่ตอน พ.ศ. 2475 และสมัยก่อนเขาจะเขียนแผนที่ลงบนกระดาษไข การที่จะเผยแพร่ ต้องมีการคัดลอกใหม่ ผมขอทุนจากจุฬาฯ เพื่อคัดลอกแผนที่ฉบับนี้ใหม่ให้เป็นไฟล์ ใช้แรงทั้งหมด 300 กว่าคน เพิ่งแล้วเสร็จเมื่อปีนี้เอง”

หนึ่งในการงานของหน่วยวิจัยแผนที่ฯ คือการค้นหาแผนที่เก่ามาจัดทำให้เป็นระบบระเบียบ และนำมาตีพิมพ์เผยแพร่ให้คนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์ แต่คนทั่วไปจะได้ใช้ประโยชน์อะไรจากแผนที่เก่า เป็นคำถามที่เรายังสงสัย

“วัฒนธรรมของคนต่างชาติที่มีการบันทึก มีการจัดเก็บข้อมูลที่ดี แต่เราไม่ค่อยได้ทำหรือให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ทั้งที่มันสำคัญ เราก็เลยเริ่มต้นทำ เพราะแผนที่ไม่ได้เป็นแค่ลายแทง แต่ใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบข้อมูล เช่น ครั้งหนึ่งผมเคยไปเจอคนที่บอกว่า อาคารของเขาเป็นอาคารตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เราจะรู้ว่าจริงหรือไม่ ก็ต้องกลับไปดูแผนที่ ผมพบว่าแผนที่ พ.ศ. 2475 ยังไม่มีการเกิดขึ้นของตัวอาคารนี้เลย ผมก็เอาไปให้เขาดูว่าความจริงเป็นเช่นไร 

“สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับให้ได้คือ เราเป็นชาติที่ไม่บันทึก ไม่พูดด้วยหลักฐาน เน้นอารมณ์ความรู้สึกเป็นหลัก ซึ่งทำให้หลายอย่างของเราขาดความเป็นมาและสร้างอะไรใหม่ขึ้นมาทับ เช่น บางรัก ทำไมถึงเรียกตรงนี้ว่าบางรัก เพราะเกี่ยวข้องกับความรัก เวลาใครจะแต่งงานก็ต้องมาจดทะเบียนที่นี่เพื่อให้รักยืนยาว

“ถ้าเรารู้ประวัติศาสตร์ที่มาของบางรัก ก็จะทราบว่ามันไม่ใช่เลย มันไม่จริง เพราะคำว่า รัก ตรงนี้ไม่ได้แปลว่าความรัก แต่มาจาก ต้นรัก ซึ่งเขาเอายางจากต้นรักที่เรียกว่ายางรักไปใช้เคลือบเครื่องเขิน เคลือบอุดเรือไม่ให้รั่ว เพราะฉะนั้น คุณสมบัติของรักในที่นี่จึงเป็นความทนทาน ทนมือทนตีน แต่ถ้าแต่งงานแล้วอยากให้แฟนรักเรา ซื่อสัตย์ตลอดไป ควรจะไปจดกันที่บางซื่อ”

หน่วยวิจัยแผนที่ฯ เพจแกะประวัติศาสตร์จากแผนที่เก่า ให้สนุกกับการรู้จักเมืองผ่านอดีต

“การรู้ที่มา รู้ประวัติศาสตร์ของตนเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งในแง่วิชาการและการวางแผนต่อไปในอนาคตของประเทศ และแผนที่สามารถบอกที่มาได้ นี่คือประโยชน์ของแผนที่” อ.บัณฑิต เล่าด้วยน้ำเสียงสนุก 

ตลอด 3 ปีที่หน่วยวิจัยแผนที่ฯ ก่อตั้งขึ้นมา นอกจากการเก็บรวบรวมข้อมูลและสะสมแผนที่เก่าให้เป็นระบบ การนำเสนอคุณค่าแง่งามของแผนที่เก่าก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทางหน่วยวิจัยฯ แผนที่เห็น พวกเขาจึงเปิดเพจเฟซบุ๊กขึ้นมา เพื่อนำเสนอข้อมูลที่หยิบใช้จากแผนที่เก่าต่าง ๆ ได้ เป็นตัวอย่างให้คนเห็นคุณค่าและการใช้งานของแผนที่เก่า ซึ่งมี กอล์ฟ-รัชดา โชติพานิช และ ปุยปุย-จตุพร จันทร์เทศ นักวิจัย หน่วยปฏิบัติการวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมและเมือง เป็นคนคอยดูแลเนื้อหาบนเพจเฟซบุ๊ก

“บางทีพื้นที่ในปัจจุบันกับอดีตอาจเปลี่ยนไปคนละทาง หรือบางชื่อในอดีตเคยมีชื่อนี้ แต่เราไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน ซึ่งเราไปพบว่ามันอยู่ในแผนที่เก่า ทำให้เราอ๋อ อดีตเป็นอย่างนี้ มีที่มาที่ไปแบบนี้ พอเห็นจากแผนที่เก่า เรื่องราวต่าง ๆ จะค่อย ๆ ตามมา จากการค้นเอกสารจากหอจดหมายเหตุเพิ่มเติม และนำมาโพสต์ลงเพจให้คนทั่วไปรับรู้

“มีช่วงหนึ่งเรานำเสนอเรื่องราวของถนนสายต่าง ๆ เช่น ถนนในพระราชวังสวนดุสิต ในแผนที่สมัยรัชกาลที่ 5 มีถนนชื่อถนนดวงดาว ถนนดวงเดือน ถนนฮกลกซิ่ว ถนนคอเสื้อ ถนนเบญจมาศ ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว ทำให้เราสงสัยว่าปัจจุบันถนนเหล่านี้มีชื่อว่าอะไร เปลี่ยนไปตอนไหน ทำไมตอนนั้นถึงตั้งชื่อถนนแบบนี้ มันน่าสนใจว่าเกิดอะไรขึ้น ตั้งชื่อนี้เพราะอะไร เราไปค้นและพบว่ารัชกาลที่ 5 ช่วงที่พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำริให้สร้างสวนดุสิต พระองค์ท่านกำลังทรงเล่นเครื่องกระเบื้องจีน 

“ชื่อของถนนในวังสวนดุสิต มาจากชื่อลายของเครื่องกระเบื้องจีน เพราะลายที่ปรากฏบนเครื่องกระเบื้อง เกิดจากการที่นักปราชญ์จีนประชุมกันเพื่อคิดลายขึ้นมา และสื่อถึงความเป็นมงคล ถนนคอเสื้อ คือชื่อของลายเครื่องกระเบื้อง อยู่บริเวณคอขวด เป็นเหมือนใบไม้ยาว ๆ คล้ายใบกล้วย เขาเรียกบริเวณนั้นว่าคอเสื้อ 

“พระองค์ท่านทรงนำความสนใจในตอนนั้นมาตั้งชื่อถนน เพื่อพระราชทานความมงคลให้กับพื้นที่ พอเปลี่ยนมาเป็นสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์ท่านอยากให้ทุกคนภาคภูมิใจในความเป็นไทย เลยเปลี่ยนชื่อถนนเหล่านั้น ถนนคอเสื้อเปลี่ยนเป็นถนนพิษณุโลก จากแผนที่เราพบว่า หากตรงไปตามถนนพิษณุโลกจะมีวังปารุสกวัน ซึ่งเป็นของ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ประทับอยู่ นำมาตั้งเป็นชื่อถนน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเป็นเส้นทางไปสู่จังหวัดพิษณุโลกแต่อย่างใด 

“ความสงสัยและการค้นหาคำตอบทำให้เราสนุก ยิ่งค้นพบคำตอบ ยิ่งสนุก เหมือนการสืบสวนเลย คนอ่านก็น่าจะได้รับความเพลิดเพลินจากข้อมูลเหล่านี้ และได้ประโยชน์จากข้อมูลของแผนที่ต่าง ๆ ด้วย

หน่วยวิจัยแผนที่ฯ เพจแกะประวัติศาสตร์จากแผนที่เก่า ให้สนุกกับการรู้จักเมืองผ่านอดีต
สนทนากับหน่วยวิจัยแผนที่ฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงการทำงานกับแผนที่และวิธีดูแผนที่อย่างรู้ที่ไป-ที่มา
สนทนากับหน่วยวิจัยแผนที่ฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงการทำงานกับแผนที่และวิธีดูแผนที่อย่างรู้ที่ไป-ที่มา

“มีครั้งหนึ่งเราไปพบถนนชื่อ ถนนหับเผย อยู่แถวสนามหลวง ปัจจุบันยังมีชื่อนี้อยู่ เราตั้งคำถามว่ามันคืออะไร ทำไมถึงเป็นชื่อนี้ ก็เลยค้นคำว่า หับเผย จนพบคำนี้ในวรรณคดี ขุนช้างขุนแผน ว่ามันคือคุก ในวรรณคดีมีใครสักคนโดนจับเอาไปไว้ที่หับเผย และค้นคว้าต่อจนเจอว่า หับเผยมีที่มาจากบริเวณนั้นในอดีตเคยมีโรงเรือนที่เปิดหน้าต่างขึ้นมาได้ ชาวบ้านแถวนั้นเลยเรียกชื่อตามลักษณะของเรือนบริเวณนั้นว่า หับเผย 

“การค้นพบแบบนี้น่าสนุกตรงที่เราได้ชื่อสถานที่ ไปรู้ที่มา และเชื่อมมันลงไปกับเรื่องวรรณกรรมหรือพงศาวดารได้ ทุกอย่างของคนโบราณเขามีความหมาย เขาไม่มีการตั้งชื่ออะไรขึ้นมาเล่น ๆ หรอก” กอล์ฟอธิบายการทำงานของเธออย่างอารมณ์ดี

นอกจากตัวอย่างที่เรายกมาเล่า เพจหน่วยวิจัยแผนที่ฯ ยังนำเสนอประวัติของสถานที่ต่าง ๆ อีกมากมาย โดยทุกโพสต์จะมีหลักการนำเสนออยู่ว่า ต้องเป็นข้อมูลที่มีหลักฐานว่าเป็นเรื่องจริง มีแผนที่ มีรูปเก่า หรือมีหน้าตาของบุคคลที่เกี่ยวข้องประกอบเสมอ ตัวอย่างของเนื้อหาที่ทางเพจเคยนำเสนอและเราอยากเล่าสู่คุณฟัง เช่น 

“มีตอนหนึ่งเรานำเสนอเรื่องถนนปั้น เราก็นึกว่ามันคือปั้นอะไร เป็นชื่อของเจ้าองค์ไหน หรือว่ามีชุมชนช่างปั้นอยู่บริเวณนี้เยอะ พอไปค้นเอกสาร พบว่ามาจากชื่อของนางปั้น เป็นเศรษฐีใจบุญเจ้าของที่ดิน และเป็นคนสร้างโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ซึ่งบางข้อมูลในแผนที่ยังแสดงให้เราเห็นถึงความน่าสนใจ แสดงให้เห็นว่าเราเป็นสังคมที่อยู่ร่วมกันหลายวัฒนธรรม ตรงบริเวณนี้ของแผนที่นี้จะมีการมีระบุว่ามีป่าช้าเดิมอยู่เยอะมาก และเป็นป่าช้าของแต่ละศาสนาอยู่ร่วมกัน เราเห็นแล้วคิดตามก็สนุกดี ผีแต่ละศาสนาเขาจะไม่ตีกันเหรอเนี่ย มีป่าช้าบาทหลวง ป่าช้าจีนแคะ ป่าช้าฮกเกี้ยน ป่าช้าจีนไหหลำ มันเป็นการอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งปัจจุบันคือที่ตั้งของตึกมหานครในปัจจุบัน” กอล์ฟเล่าด้วยความสนุก 

สนทนากับหน่วยวิจัยแผนที่ฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงการทำงานกับแผนที่และวิธีดูแผนที่อย่างรู้ที่ไป-ที่มา
สนทนากับหน่วยวิจัยแผนที่ฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงการทำงานกับแผนที่และวิธีดูแผนที่อย่างรู้ที่ไป-ที่มา

หลาย ๆ ข้อมูลที่ทีมหน่วยวิจัยแผนที่ฯ พยายามนำเสนอ บางคราก็สืบย้อนข้อมูลไปหาที่มาไม่ได้

“ข้อมูลของพื้นที่ต่าง ๆ แค่ภายในกรุงเทพฯ นำเสนอได้เยอะมาก จนเราอาจตายไปก่อนด้วยซ้ำ” กอล์ฟหัวเราะก่อนเล่าต่อ “แต่หลายเรื่องเราก็หาคำตอบไม่ได้ว่ามีที่มาอย่างไร อาจด้วยความจำกัดของข้อมูลที่มี คงต้องเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ด้านอื่น ๆ เราอาจจะไปเจอว่ามันถูกพูดถึงในวรรณกรรมยุคสมัยก่อนก็เป็นไปได้ เช่น คลองราษฎร์บูรณะ สมัยนี้เราสะกดคำว่า ราษฎร์ คือ ราษฎรเป็นผู้บูรณะ แต่พอค้นในแผนที่เก่า เราเจอการใช้คำว่า ราช ที่หมายถึงพระราชาเป็นผู้บูรณะ ผิดจากกันเลย แล้วมันเปลี่ยนตอนไหน เราก็ค้นต่อจนเจอว่าเริ่มเปลี่ยนมาใช้ชื่อ ราษฎร ในแผนที่สมัย ร.6 แต่เหตุผลของการเปลี่ยนเราไม่ยังไม่เจอหลักฐาน คงเกิดจากการเขียนผิดก็ได้ แล้วก็ผิดต่อ ๆ กันมา หลายเรื่องราวมักเจอทางตันแบบนี้ เรายังไม่พบเอกสารที่จะมาช่วยสนับสนุนข้อมูลตรงนี้ว่ามันคืออะไร หรือเกิดจากอะไร

สนทนากับหน่วยวิจัยแผนที่ฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงการทำงานกับแผนที่และวิธีดูแผนที่อย่างรู้ที่ไป-ที่มา

“การหาข้อมูลมานำเสนอบนเพจทำให้ค้นพบว่าเรากำลังมีปัญหา ถ้าค้นข้อมูลย้อนกลับไปสัก 60 ปีที่แล้วขึ้นไป แทบไม่มีข้อมูลเลย เพราะคนไทยไม่บันทึก ไม่ได้ช่างจด กลับกันกับต่างประเทศ อย่างเรื่องโรงละคร เขามีข้อมูลเก็บไว้หมดเลยว่ามีกี่โรง แต่ละโรงมีละครอะไรแสดงในแต่ละวันบ้าง ละครแต่ละเรื่องนักแสดงมีใครบ้าง หน้าตาเป็นยังไง ถ้าย้อนไปแค่ไม่กี่ปี เราไม่มี ไม่รู้จักเลย ยิ่งเป็นพวกศิลปินร้องรำทำเพลง ยิ่งแทบไม่มีข้อมูล เป็นเรื่องน่าเสียดายนะที่หลาย ๆ ข้อมูลหายไป เพราะเราไม่บันทึกไว้ ราวกับมันไม่เคยมีอยู่จริงอย่างนั้นแหละ” กอล์ฟพูดด้วยแววตาเสียดาย

“เราอยากให้ทุกคนเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ เก็บอะไรก็ได้ที่อยู่แถวบ้านตัวเอง บันทึกเรื่องราวของซอยตัวเองหรือละแวกบ้าน เพื่อเป็นประวัติของประชาชน เผื่อเป็นข้อมูลให้คนที่สนใจ และสิ่งที่เราพยายามนำเสนอผ่านเพจ เราหวังว่าจะทำให้คนหันมาสนใจประวัติศาสตร์ของตัวเอง สนใจถิ่นฐานบ้านเรือนของตัวเอง เพราะมันช่วยหาคำตอบของบางสิ่งบางอย่างได้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ในเวลานี้ แต่จะเป็นคำตอบให้กับลูกหลานได้ในอนาคต”

ปัจจุบันหน่วยวิจัยแผนที่ฯ ยังคงนำเสนอข้อมูลน่าสนใจจากแผนที่ลงเพจอย่างต่อเนื่อง มีการจัดพิมพ์แผนที่ในยุคสมัยต่าง ๆ แจกเป็นประโยชน์ให้กับผู้คนทั่วไป มีการจัดนิทรรศการ ทำหนังสือ เพื่อให้คนเห็นความสำคัญของแผนที่ ไม่ใช่แค่ในบทบาทของการเป็นเครื่องมือบอกที่ไป แต่ยังบอกที่มา ของเรื่องราวที่ทำให้เกิดปัจจุบัน และนำไปสู่อนาคต

สนทนากับหน่วยวิจัยแผนที่ฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงการทำงานกับแผนที่และวิธีดูแผนที่อย่างรู้ที่ไป-ที่มา

ติดตามได้ที่ Facebook : หน่วยวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม

Writer

Avatar

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

อับดุลเอ้ย – เอ้ย!

ถามอะไรตอบได้ – ได้!

รู้จัก The Cloud ไหม – รู้จัก!

รู้จัก รถเมล์ไทยแฟนคลับ ไหม – รู้จัก!

ปกติกลับบ้านยังไง – รถเมล์!

เห้ย! นี่ไม่เคยนั่งรถเมล์เลย – ทำไม!

เพราะขึ้นทีไรมีแต่ยืน!

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

สถานการณ์นี้เกิดทุกเวลา เมื่อสายรถโดยสารอันเป็นที่ต้องการของสาธารณชนแบกคนจำนวนมหาศาลใกล้เข้ามา หลายครั้งมาช้า บางครั้งก็ไม่มาเลย อะอ้าว!

ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็อยู่ในสายตาของเพจ ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ที่มีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กเกือบ 200,000 คน เช่นเดียวกับเหตุร้องเรียน นโยบายใหม่ ข้อมูลสายรถ ประวัติศาสตร์และเรื่องจิปาถะน่าสนุก มอนิเตอร์โดย พงษ์ และ สิทธิ์ รถเมล์ไทย แอดมินผู้อยากใช้ความคลั่งไคล้ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

วันนี้ พวกเขาพาเรานั่งรถแอร์ธรรมชาติไปถึงอู่คลองเตย เพื่อเล่าเรื่องน่ารู้ แชร์ประสบการณ์นั่งสุดขอบฟ้า 50 กิโล อยู่ทั้งวันที่คนขับกับกระปี๋ตีกัน โจรกรีดกระเป๋า ซ่อนปืนบนช่องระบายอากาศ และวิ่งหนีกลุ่มเด็กช่างทะเลาะวิวาท

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

เจอกันไม่นาน พวกเขาแสดงความสามารถพิเศษที่ทำเราอึ้ง เพราะเห็นแค่เห็นรถอยู่ไกล ๆ หน้าป้ายสวนลุมพินีก็จำได้แล้วว่า

“…นั่นคือสาย 46 ไม่ใช่ 74 เพราะ 74 คันเล็ก ส่วน 46 วิ่ง ม.ราม 2 – รองเมือง ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสาย 3 – 10 สีส้ม บางคันอายุเกือบ 40 ปี เปลี่ยนสีมาหลายรอบจากสีครีมน้ำเงิน เก็บ 2 – 2.50 บาท เป็นสีครีมแดง เก็บ 3 – 3.50 บาท สีขาวน้ำเงิน รถพัดลม เก็บ 5 – 10 บาท สีชมพูคาดน้ำตาล รถพัดลมเหมือนกันเก็บ 8 – 10 บาท และสีส้ม แต่รถเก่าเก็บ 10 บาท รถใหม่เก็บ 12 บาท ทั้งหมดเป็นราคาตลอดสาย…”

พงษ์ตอบอย่างฉะฉานสมกับที่เป็นเจ้าหนูจำไมตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ทุกอย่างเริ่มจากการที่คุณแม่ชอบพานั่งรถเมล์เที่ยว ลูกชายขี้สงสัยจึงศึกษาจากคอลัมน์จราจรบนหนังสือพิมพ์ในยุคที่โซเชียลมีเดียยังไม่บูม

เขาบอกเราว่าวันไหนหยุดเรียนจะเดินทางตามคู่มือรถเมล์ พร้อมบัตรรายวันคู่ใจราคา 10 บาทสำหรับรถร้อน และราคา 35 บาทสำหรับรถแอร์ นั่งเที่ยวศึกษาเส้นทาง ไกลสุดจากเซ็นทรัลปิ่นเกล้าถึงหนองจอกกว่า 50 กิโลเมตร

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน
'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

เช่นเดียวกับสิทธิ์ กูรูอันดับต้น ๆ ของไทยที่ชอบเดินเล่นในอู่ใกล้บ้านตั้งแต่เด็ก เริ่มสำรวจเส้นทางเองตอน ป.1 อยู่ในยุคที่ผู้คนห้อยโหนรถโดยสารจนล้นประตู แต่ละคันวิ่งแข่งกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นจึงศึกษาข้อมูลอย่างจริงจังตั้งแต่บอดี้ รุ่นเครื่องยนต์ ความหมายของรหัส ไปจนถึงเขตการเดินรถ แม้กระทั่งนักข่าวหรือผู้กำกับหนังที่ต้องการความคิดเห็นเกี่ยวกับขนส่งสาธารณะชนิดนี้ยังต้องโทรมาถาม

ทั้งสองพบกันโดยมีเพจรถเมล์ไทยแฟนคลับเป็นสื่อกลาง พงษ์สร้างเพจเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นที่ให้ Bus Fan คุยกัน ก่อนกลายเป็นเวทีตอบคำถามของผู้ใช้บริการ และเป็นแหล่งรวมคอนเทนต์เกี่ยวกับรถเมล์ เมื่อสิทธิ์ที่เคยออกจากวงการไปช่วงหนึ่งมาลองเล่นเฟซบุ๊กจึงได้พบกับพงษ์

ปัจจุบันเพจของพวกเขามีผู้ติดตามเกือบ 2 แสนคน ถือเป็นเบอร์หนึ่งในการสร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการ และเป็นตัวกลางประสานงานตั้งแต่ประชาชนถึงภาครัฐ

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน
'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

บอกเล่า 90s

ยุคที่ขนส่งหลักคือรถโดยสารประจำทาง เป็นเรื่องปกติที่ผู้คนจะเคยเจอเหตุการณ์เสียวสันหลังหรืออิหยังวะบ้าง

“ผมเคยเจอคนยิงกันแล้วเอาปืนซ่อนไว้บนช่องระบายอากาศ ตำรวจปิดถนนและเรียกค้น ผมโดนค้นด้วย แต่ตอนนั้นพูดไม่ได้ เพราะกลัวมาก ขณะที่ลุง ๆ ป้า ๆ คุยกับตำรวจแล้วก็เจอปืน” สิทธิ์เริ่มแชร์ก่อน

“ส่วนของผมไปยืนรอรถที่หน้าสถาบันแห่งหนึ่ง ปรากฏว่ารถคันที่วิ่งมาเป็นสถาบันคู่อริ ข้างหลังผมเป็นคู่แค้นมาดักรอ ทีนี้รถเมล์วิ่งผ่าน เขาก็ปาไม้เขวี้ยงดาบใส่กัน ผมตกใจหนี บางทีคนอยู่ในรถก็ปีนหน้าต่างออกมาไล่ฟันกันด้วย” พงษ์หัวเราะ แต่วันนั้นบอกเลยว่าขำไม่ออก

ในอดีต รถติดยังไง ปัจจุบันรถก็ติดไม่ต่างกัน ชีวิตคนเมือง สมัยก่อน เลนซ้าย รถเมล์ต่อแถวกันยาว ดูเป็นระเบียบมากๆ #รถเมล์ไทยแฟนคลับ

Posted by รถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai on Thursday, 17 February 2022

“ตอนอายุ 15 – 16 นั่งรถอยู่แถวกองสลาก นั่งแถวหลังสุด เราก็สงสัยว่าทำไม 2 คนข้างหน้าถึงยืนเบียดคุณลุงคนนั้นจัง อ้าว! มันกรีดกระเป๋าอย่างไวเลย พอประตูรถปิดเท่านั้น ผมรีบบอกลุงว่าลุงโดนกรีดกระเป๋า ลุงบอกให้ผมลงไปช่วยลุงหน่อย ปรากฏว่าช่วยลุงได้

“แล้วมีหลายคันที่คนขับกับกระเป๋าเป็นแฟนกัน ผมเคยขึ้นแล้วเจอเขาทะเลาะกัน คิดว่าน่าจะเป็นตั้งแต่ที่บ้าน เก็บเงินไปด่าไปไม่หยุด จนจังหวะออกรถ กระเป๋าคงทนไม่ไหวกระโดดพุ่งออกนอกหน้าต่างตอนรถกำลังวิ่ง หัวร้างข้างแตกกันไปเลย กระบอกตั๋วปลิว เงินกระจาย ผมเห็นตั๋วแล้วเสียดาย เปรอะเลือดหมดแล้ว” สิทธิ์ในฐานะนักสะสมสิ่งของที่เกี่ยวกับรถโดยสารประจำทางเปรยด้วยความโคตรเสียดาย

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

นอกจากประสบการณ์ในฐานะผู้ใช้บริการ เรื่องเล่าของเหล่าคนให้บริการที่พวกเขาไปรับรู้มาก็น่าสนใจเช่นกัน น่าสนใจในแง่ว่า ทรหดเหลือเกิน

“หลายคนรักรถเมล์มาก แต่ระบบไม่เอื้อ สมมติในอู่มีรถ 30 คัน เราปล่อยออกไปหมดแล้ว แต่ยังไม่กลับมาสักคันเพราะรถติด กลับมาปุ๊บ ยังไม่ทันกินข้าว ไม่ทันเข้าห้องน้ำ ต้องไปต่อแล้ว ผู้โดยสารขึ้นมากดดัน ส่วนใหญ่เลยเป็นโรคกระเพาะ เนื่องจากกินอาหารไม่เป็นเวลา โรคระบบทางเดินหายใจ ทางเดินทางอาหาร โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ บางสายไม่มีอู่ แวะปั๊มโดนตำรวจจับ เพราะรถใหญ่เข้าปั๊มไม่ได้ ต้องจอดข้างถนนเลยกีดขวางทางจราจร” สิทธิ์เล่า

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน
'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

ด้วยความรัก พนักงานหลายคนยังปฏิบัติหน้าที่ข้ามเวลามาหลายทศวรรษ เรื่องน่ารักของพวกเขาถูกส่งผ่านเพจ ไม่ว่าจะเป็นเคสผู้โดยสารฝากขอบคุณพนักงานรถเมล์เอกชนสาย 27 ที่ช่วยเหลือตอนเป็นลมหมดสติบนรถโดยสาร จนเพจกลายการเป็นชุมชนให้คนมาพูดคุยเล่าเรื่อง การขัดสีฉวีวรรณให้รถเก่าเงาเหมือนใหม่ แต่งล้อด้วยสีสัน เช็ดกระจกใสกิ๊ง พื้นรถสะอาดเนี้ยบ หรือแม้แต่ตามหาอดีตพนักงานเก็บค่าโดยสายในชุดสวย

ในยุคแรกๆที่ ขสมก.เดินรถปรับอากาศ เราจะตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เจอ กระเป๋าสาวสวย ภาพในอดีตที่ หลายท่านคงชินตา คนขับผูกเนคไท กระเป๋าผู้หญิงใส่หมวก แล้วใส่เสื้อกั๊ก #ชวนคิดเรื่องอดีต #รถเมล์ไทยแฟนคลับ

Posted by รถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai on Wednesday, 16 March 2022

“คนที่รักรถ เวลาเห็นอะไรใกล้พังเขารีบเรียกช่างมาซ่อม แต่กลับกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้บริหารมองว่า นี่คือรถไม่ดี รถดีต้องไม่ซ่อมเยอะ เมื่อรถที่พนักงานรักถูกย้าย มันก็เหลือแค่รถเก่า ๆ โทรม ๆ ที่ไม่ได้รับการดูแล อย่างรถครีมแดงวิ่งมา 31 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2534 ก็ยังทำหน้าที่อยู่ พี่ที่ดูแลรักมาก” เขาเล่า ขณะที่เราบอกกลับว่า พวกคุณรู้เรื่องของรถโดยสารประจำทางดีจริง ๆ

“พวกผมเขาเรียกพวกบ้า (หัวเราะ) ไม่ปกติเรื่องรถเมล์” ทั้งสองยอมรับ

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

รู้จักรถเมล์ไทยและแฟนเพจฉบับย่อ

เราใช้เวลาคุยกับพงษ์และสิทธิ์กว่า 2 ชั่วโมง รวมเวลาเดินทางสัมผัสควันพิษไปอู่คลองเตยก็ปาไปครึ่งวันเห็นจะได้

การเดินทางไปสู่การปฏิรูปรถเมล์โดยมีรัฐบาลเข้ามาดูแลทั้งหมด คือปลายที่พวกเขาฝันไว้ ส่วนระหว่างทาง แฟนเพจขอใช้ความคลั่งไคล้ให้เป็นประโยชน์ทั้งในแง่ส่งต่อสาระ ชื่นชมคนทำงาน ตามหาของหาย และทำให้เรื่องร้องเรียนคืบหน้าไวที่สุด ถึงขั้นที่เพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว เอาไปทำเป็นข่าวดังมาแล้ว

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

1. ทำไมรถเมล์ต้องวิ่งแข่งกัน

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ไม่ค่อยแข่ง แต่ตัวตึงที่คนจดจำจะเป็นสาย 8 เพราะมีจำนวนรวมกว่าร้อยคัน ปล่อยออกทุก 2 นาที หลายครั้งติดไฟแดงที่แยกแฮปปี้แลนด์มีสาย 8 ตามมา 2 – 5 คัน เมื่อไฟเขียวจึงต้องเหยียบให้มิด เพราะพนักงานไม่มีเงินเดือน รับค่าแรงรายวัน ต้องกินเปอร์เซ็นต์จากหน้าตั๋วร้อยละ 10 – 12 ขึ้นอยู่กับบริษัท ผู้โดยสารยิ่งมากยิ่งได้เปอร์เซ็นต์

2. นอกจาก ขสมก. ทำไมเอกชนถึงวิ่งรถได้

เพราะเอกชนได้รับสัมปทาน (ใบอนุญาตเดินรถ) โดยกรมการขนส่งทางบกส่งเปิดประมูลเส้นทาง แต่ถึงอย่างนั้นเอกชนก็วิ่งไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ขสมก. ต้องวิ่งควบคู่ บางครั้งจึงเกิดการวิ่งทับสาย เช่น 28 กับ 542 (ปัจจุบันไม่มีแล้ว) ถ้าเห็น 28 วิ่งมา คนขับ 542 ต้องรีบกวาดคนและโกยอ้าว ไม่อย่างนั้นจะโดนแย่งลูกค้า

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

3. ทำไมเปลี่ยนรถใหม่ แต่นิสัยไม่เปลี่ยน

รถใหม่ รถพลังงานไฟฟ้า อาจเป็นพนักงานสาย 8 มาขับก็ได้ อย่าง ขสมก. มีกฎกติกาควบคุมความประพฤติ แต่เอกชนยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ เพราะต้องง้อพนักงาน หากเข้มงวดมาก พนักงานลาออก ไม่มีคนขับ จากรถที่เคยออก 10 คัน เกเรไป 2 พาพรรคพวกลาออกอีก 6 เหลือแค่ 2 คัน โดนคนใช้บริการด่าว่ารถน้อยและมาช้า นี่คือความกดดันที่ทั้งกระเป๋าและคนขับโดน ทำให้คนไม่อยากเข้ามาทำงาน

4. อะไรคือหนทางแก้ไขที่ดีที่สุด

รัฐควรเป็นผู้กำกับดูแลแต่เพียงผู้เดียว เดี๋ยวเล่าให้ฟัง

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

5. รถเมล์ไทยมีปัญหาตั้งแต่เมื่อไหร่

พ.ศ. 2498 คือปีแรกที่ราชการกำหนดระบบรถเมล์อย่างจริงจัง กรมการขนส่งทางบกเปิดสัมปทานให้ผู้ประกอบการถือใบอนุญาตเดินรถในเส้นทางของตัวเอง จึงเกิดเป็นระบบหลายผู้ประกอบการ มีทั้งรถเมล์นายเลิด รถเมล์ขาว รถเมล์ รสพ. รถเมล์ บขส. นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหา

ต่อมาช่วง พ.ศ. 2516 – 2517 เกิดวิกฤตราคาน้ำมันพุ่งสูง แต่ผู้ประกอบการขึ้นราคาไม่ได้ เมื่อ พ.ศ. 2518 รัฐบาลหม่อมราชวงค์คึกฤทธิ์ ปราโมช จึงเริ่มมีแนวคิดรวบกิจการ 24 บริษัทและ 2 รัฐวิสาหกิจเป็นกิจการเดียว ดำเนินการโดยรัฐในนาม บริษัท มหานครขนส่ง จำกัด ให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 – 30 กันยายน พ.ศ. 2519 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น ขสมก. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เป็นต้นมา 

Fiat 130 รถเมล์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ.) สาย 4 ท่าเรือคลองเตย – ตลาดพลู คลองเตย – บ่อนไก่ – สวนลุมพินี…

Posted by รถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai on Wednesday, 20 January 2016

6. สุดท้าย รัฐบาลรวมกิจการสำเร็จไหม

ขสมก. มีปัญหาว่า รถเก่าจากยุค 24 บริษัทจอดเสียเป็นจำนวนมาก หาอะไหล่ยาก เมื่อปล่อยวิ่งในจำนวนน้อยจึงเกิดปัญหารถโดยสารขาดแคลน ผู้โดยสารตกค้าง ขสมก. แก้ปัญหาระยะสั้นด้วยการเช่ารถจากเอกชน นำมาสู่การกำเนิด รถร่วม ขสมก.

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นช่วง พ.ศ. 2528 ขสมก. เริ่มให้เอกชนมาร่วมเดินรถแบบเต็มตัว จากที่รัฐบาลเดินรถเองทั้งหมดจึงเปลี่ยนมาเปิดเส้นทางให้เอกชนเดินรถร่วมครึ่งต่อครึ่ง

สุดท้ายราชการมองว่า ขสมก. กำกับดูแลรถร่วมไม่ดีพอ จึงกลับมาเป็นระบบหลายผู้ประกอบการอีกครั้ง ปัจจุบัน เอกชนที่เคยวิ่งร่วมและ ขสมก. ขึ้นตรงกับกรมการขนส่งทางบกตั้งแต่ พ.ศ. 2562

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

7. ทำไมตอนเช้ามีรถ แต่ตอนเย็นรถน้อย

ขสมก. เป็นระบบกะเช้ากะบ่าย ทำงาน 8 ชั่วโมง นอกจากนั้นต้องจ่าย OT ถามว่าทำไมไม่ให้คนกะเช้าทำต่อ เพราะมีเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งต้องชี้แจงกับทางฝั่งบริหารว่าทำไมถึงเกิดค่าใช้จ่ายส่วนนี้เยอะ

พอคนบรรจุใหม่เงินเดือนน้อย ไม่ได้ทำ OT ก็อยู่ไม่นาน ถ้าวิ่งจบเร็วก็ไปทำอาชีพเสริมต่อ

ส่วนเอกชนไม่มีกะ ออกจากอู่ตี 3 เลิกอีกที 1 ทุ่ม บางคนอยู่ 16 – 18 ชั่วโมง สรุปพักผ่อนไม่เพียงพอ แถมเอกชนที่รับคนขับเกษียณจาก ขสมก. คนแก่เคยทำแค่ 8 ชั่วโมง มาทำแบบนี้ก็ไม่ไหว มีโรคติดตัว

ลดเวลางานก็ไม่ได้ คนด่า ที่เลวร้ายมากกว่าคือพนักงานบางคนไปเล่นเครื่องดื่มชูกำลัง กินน้ำกระท่อม เพราะไม่เสพแล้วไม่มีเเรงทำงาน นี่คือเรื่องจริง 

8. ทำไมบนถนนมีแต่รถเก่า

ผู้ประกอบการเดินรถกำไรน้อยมาก กำไรทั้งปีอาจมีแค่หลักหมื่น การซื้อรถใหม่แปลว่าต้นทุนเพิ่มหลักล้าน เขาจึงใช้วิธีประมูลรถเก่าปลดระวางจาก ขสมก. ราคาหลักแสน

ธุรกิจนี้หากำไรไม่ได้ สาย 46 เขาสู้ด้วยลำแข้งตัวเองเพื่อคนใช้บริการ รัฐบาลออกกฎให้เปลี่ยนรถ ผู้ประกอบการยอมเป็นหนี้อีกร้อยล้าน แต่ทำต่อไป 7 ปีก็ไม่คืนทุน เพราะคนใช้บริการน้อย ไหนจะค่าจ้างงาน ค่าซ่อม ค่าน้ำมัน เราจึงพยายามสื่อสารให้คนเข้าใจในจุดนี้ และบอกให้รัฐบาลเข้ามาจัดการเพียงผู้เดียว ถ้าปล่อยให้ผู้ประกอบการค่อย ๆ ตาย สุดท้ายคนก็เปลี่ยนงาน ไม่มีรถให้บริการอีกต่อไป

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

9. ตอนนี้รถใหม่กำลังจอดเหงาจริงหรือ

ผู้เล่นรายใหญ่เจอสถานการณ์เดียวกัน รถใหม่มารอ 1,250 คัน แต่วิ่งไม่ได้ เพราะไม่มีคนขับ รถไม่วิ่ง อนาคตคือพัง เวลาเปิดสายใหม่ มีรถน้อย ก็ใช้เวลานานกว่าคนจะรู้และใช้บริการ ถึงเวลานั้นอาจเจ๊งแล้ว

10. การจดจำสำคัญแค่ไหน

จำไม่ได้ ไม่คุ้นหน้า ไม่รู้ว่าไปไหนก็ไม่ขึ้น ยิ่งเวลาเปลี่ยนเลข เช่น 4-65 เรายังสงสัยเลยว่ารถสายอะไร ไม่เหมือนเลขเก่าเช่น 516 142 46 53 ที่คุ้นเคย แล้วคิดดูว่าลุงป้าที่เป็นแฟนคลับรถโดยสาร รู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะขึ้นสายไหน จู่ ๆ มาเจอสาย Y-61 อะไรครับเนี่ย

(เฉลยคือ สาย 4-61 หรือ Yello 61 เนื่องจากอยากแบ่งตามสีให้เหมือนระบบเดินรถของเกาหลีใต้)

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
โมเดลสาย 142 รถเมล์สายโปรดของสิทธิ์

11. มีแอปพลิเคชันแนะนำไหม

VIABUS ความแม่นยำ 95 เปอร์เซ็นต์ บอกครบทั้งแผนที่ ป้าย สาย เวลาที่ต้องรอ แต่ GPS ไม่ได้ realtime ขนาดนั้น อาจเลยมาจากที่ปักในแอปหน่อย ส่วน TSB Go เป็นของรถเมล์ไฟฟ้า แต่เสียดายเขาไม่เชื่อมกันเลยต้องเปิดสองแอป

12. ทริกสังเกตง่าย ๆ ที่คนไม่ค่อยรู้

ป้ายสีเหลืองหน้ารถ แปลว่าขึ้นทางด่วน รถร้อนบางคันติดป้ายด้านบนเป็นสีเหลืองหมดเลยก็มี

ป้ายสีแดง คือรถเสริม (วิ่งไม่เต็มเส้นทาง) ป้ายจะบอกว่าคันนั้นไปถึงตรงไหน ที่ต้องมีเสริมเพราะเป็นการตัดเวลา OT ข้อดีคือทำให้คันนี้กลับไปได้เร็ว รถไม่ขาดระยะ

13. สิ่งที่อยากได้

บัตรแมงมุม ใช้ได้ทุกการเดินทาง ล้อ ราง เรือ ไม่แบ่งค่าย และจอแสดงข้อมูลตามป้าย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงวัย หรือคนที่ไม่ได้ใช้แอป

สุดท้ายคืออยากให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพระบบขนส่งทั้งหมด เพื่อให้ ‘ประชาชนทุกคน’ เข้าถึงได้

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

14. ทำไมเพจและตัวคุณต้องให้ความสำคัญกับรถเมล์ขนาดนี้

เพราะมันไม่ต่างอะไรจากเส้นเลือดฝอย เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน น่าแปลกที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับขนส่งทางรางมากจนละเลยสิ่งนี้ทั้งที่เข้าถึงในชุมชนได้ดีกว่ารถไฟฟ้า 

15. อยากทิ้งท้ายอะไรไหม

จ้างพวกเราได้นะ ถ้ารัฐบาลจ้างเราทำงานให้กับ ขสมก. เชื่อว่าระบบดีขึ้นแน่นอน เพราะเรารู้รากเหง้าของปัญหา และมีประสบการณ์เป็นผู้โดยสารมาอย่างยาวนาน พวกเราชอบด้วยใจ ไม่มีอคติ หวังอย่างเดียวคือคุณภาพชีวิตทุกคนดีขึ้นจากระบบรถเมล์ที่ดีขึ้น

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load