5 มิถุนายน 2564
328

เพื่อเป็นการงาน CSD (Christopher Street Day) Frankfurt 2020 เป็นขบวนพาเหรดที่จัดปีละครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศ บางประเทศเรียกว่า Pride Parade หรือ Pride March งานนี้จัดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมปีที่แล้ว ควบคู่กับงานเสวนาออนไลน์ พิเศษตรงรูปแบบของขบวนพาเหรดที่เป็น Auto-Demo ภาษาเยอรมัน แปลว่า Car Demonstration Parade (ขบวนพาเหรดรถยนต์) เราเพิ่งรู้จักกับการจัดขบวนพาเหรดแบบนี้เป็นครั้งแรกที่นี่

ช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19 ในครั้งแรก ก็มีการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เพื่อวางแผนมาตรการเฝ้าระวัง ในตอนนั้นทางรัฐบาลมีข้อกำหนดเรื่องการเว้นระยะห่างอย่างเข้มงวด เพื่อลดปริมาณผู้ติดเชื้อ การเดินประท้วงแบบปกติจึงต้องงดเว้นไป แต่ทางการอนุญาตให้ใช้รถยนต์ได้ โดยจะต้องมีผู้โดยสารคันละไม่เกิน 2 คน จึงทำให้เราได้เห็นการประท้วงแบบ Auto-Demo นี้แทนการเดินถนน

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ผู้จัดต้องการให้มีพาเหรดนี้เกิดขึ้น แม้จะอยู่ในช่วงที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โรคระบาด ก็เลยนำไอเดีย Auto-Demo มาใช้กับงานพาเหรดในปีนี้เช่นกัน ในขบวนมีทั้งผู้สนับสนุนจากเมือง Frankfurt และเมืองใกล้เคียง เช่น Offenbach และ Wiesbaden มาร่วมด้วย ซึ่งงานในครั้งนี้จัดขึ้นที่ Romerberg ลานกว้างที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ Frankfurt โชคดีที่ในวันงาน สถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว ทางการอนุญาตให้เดินขบวนและชุมนุมได้ 

โดยยังแนะนำให้มีการใส่หน้ากากและเว้นระยะห่าง 1.5 เมตรอยู่ 

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อฟังผู้นำการจัดงานพูดแนะนำงานและความสำคัญของความเท่าเทียมทางเพศ ก่อนที่จะเริ่มขบวน Auto-Demo ซึ่งผู้ร่วมขบวนและรถยนต์ทั้งหมดได้จอดรอเรียบร้อยแล้ว บนถนนริมแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานมากนัก

เมื่อถึงเวลา ทุกคนเดินไปขึ้นรถของตัวเองและรอสัญญาณจากทีมงาน ก่อนจะเริ่มขับออกไปพร้อมกับโบกธง Pride Flag ให้กับผู้คนรอบข้าง ทั้งขบวนมีรถประมาณ 20 – 30 คัน แต่ละคันมาจากองค์กรและหน่วยงานอิสระมากมาย รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล บางส่วนก็เป็นผู้ร่วมขบวนที่เดินเป็นหน้ากระดานทั้งระหว่างขบวนและท้ายขบวน

ในความรู้สึกของเราถือเป็นไอเดียที่ดีมาก เพราะเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญ และรณรงค์ได้ด้วยมาตรการความปลอดภัย ในขบวนพาเหรดครั้งนี้ เราได้เห็นข้อความที่น่าสนใจคือ การรณรงค์เรื่อง Artikel 3 หรือกฎหมายมาตราที่ 3 

เมื่อได้อ่านดู ก็พบว่ามีใจความสำคัญเรื่องความเท่าเทียม มีประโยคขึ้นต้นมาตราว่า

“All persons shall be equal before the law.”

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

เนื้อหาในกฎหมายมาตรานี้ยังพูดถึงสิทธิเท่าเทียมของชายและหญิง รัฐมีหน้าที่กำจัดความไม่เท่าเทียมใดก็ตามที่เกิดขึ้น ยังกล่าวด้วยว่า บุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความลำเอียง เพราะเพศ การมีลูก ชาติพันธุ์ ภาษา ถิ่นกำเนิด เชื้อสาย ความเชื่อ หรือความคิดเห็นที่เกี่ยวกับศาสนาและการเมือง และบุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมเพราะมีความพิการ

(ข้อมูลอ้างอิง: https://www.bundesregierung.de/breg-en/chancellor/basic-law-470510)

ในฐานะผู้หญิงตรงเพศที่แต่งงานกับสามีซึ่งเป็นผู้ชายตรงเพศเช่นกัน เราจินตนาการไม่ได้เลยว่า ความไม่เท่าเทียมที่ชาว LGBTQ+ ต้องแบกรับนั้นนักหนาขนาดไหน แม้ว่าประเทศเยอรมนีจะเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีกฎหมายคุ้มครอง และผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนมาก แต่ในความเป็นจริง ชาว LGBTQ+ ก็ยังถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวัน ชีวิตส่วนตัว และการทำงาน 

ตราบใดที่ยังมีความไม่เท่าเทียมในสังคม การรณรงค์นี้ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

นอกจากมาตราที่ 3 ที่เป็นกฎหมายพื้นฐานแล้ว ประเทศเยอรมนียังมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสได้ และอุปการะบุตรบุญธรรมได้ด้วย เราได้เห็นครอบครัว LGBTQ+ ที่นี่กับลูกๆ หลายครั้ง และรู้สึกดีมากที่ได้อยู่ในประเทศที่มีกฎหมายรับรอง เราเชื่อว่าความรักที่ดีมาจากคนสองคนที่รักและเคารพกันในฐานะคนที่เท่าเทียม และความรักที่ดีก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สถาบันครอบครัวเข้มแข็งและทำให้สังคมมีความเข้มแข็งตามไปด้วย

เราหวังว่าจะมีวันที่ประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมและกฎหมายความเท่าเทียมพื้นฐานเช่นกัน

สำหรับปีนี้งาน CSD Frankfurt 2021 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม 2021 รูปแบบงานจะกลับมาเป็นขบวนพาเหรดเดินเท้า พร้อมกิจกรรม Mini-CSD ที่จะจัดขึ้นอีกครั้งช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเป็นการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและดูแลความปลอดภัยให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคน ติดตามรายละเอียดที่ : https://csd-frankfurt.de

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

วรรณิดา กสิวงศ์

เวดดิ้งแพลนเนอร์ @wondersweddings ชอบหนังสือ ช็อกโกแลตร้อน และดอกไม้ ใฝ่ฝันอยากเห็นประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 มิถุนายน 2564
1 K

ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ ‘โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น’ มาพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสไปสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนของที่นี่สักที จนกระทั่งมีโอกาสชวนเพื่อนสุดซี้ไปพักผ่อนที่นี่กัน โดยเราเริ่มหาข้อมูลของโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่นอย่างจริงจัง ตั้งแต่เริ่มจองบ้านพัก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องจองบ้านพักผ่านเพจ โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย เป็นเพจที่ดูแลโฮมสเตย์ทุกหลังในหมู่บ้านแห่งนี้ 

หลังจากแจ้งวันที่เข้าพักและโอนค่ามัดจำเรียบร้อยแล้ว ทางแอดมินจะให้เบอร์โทรศัพท์เจ้าของบ้านที่เราจะเข้าพัก เพื่อนัดให้เขามารับที่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน 

เป็นอะไรที่ตื่นเต้นดี เพราะเราไม่รู้ว่าบ้านพักหน้าตาเป็นยังไง ไปลุ้นเอาข้างหน้าค่ะ 

นอนบ้านทุ่ง กินอาหารบ้านๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์ที่โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย

และแล้ววันเดินทางไปบ้านนาต้นจั่นก็มาถึง เรานั่งรถทัวร์กรุงเทพฯ-ศรีสัชนาลัย เพื่อไปลงที่อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จากนั้นเหมารถสามล้อให้มาส่งที่ปากทางเข้าหมู่บ้านนาต้นจั่น มีเจ้าของบ้าน ‘สองพี่น้อง’ มารอรับ

โปรแกรมวันนี้ คือการไปชมทุ่งนาเขียวขจี ซึ่งเป็นไฮไลต์ของบ้านนาต้นจั่นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าใครที่มาเยือนบ้านนาต้นจั่น ย่อมอยากจะมาเดินทอดน่องบนสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวสุดสายตา ขนาบข้างด้วยทุ่งนาสีเขียวกว้างไกล วันที่เราไป ดอกไม้ดอกหญ้าแถวนั้นกำลังแข่งกันออกดอกบานสะพรั่ง สีสันสวยงามเลยทีเดียวเชียว

จากนั้น เราไปเรียนรู้การทอผ้าของชาวสุโขทัย และชมวิธีการทำตุ๊กตาบาร์โหน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของ คุณตาวงษ์ เสาปั้น ผู้คิดค้นและประดิษฐ์ตุ๊กตาจากไม้ ใช้เล่นเพื่อบริหารมือ เล่นได้ทุกเพศทุกวัย โดยมีวิธีการเล่นคือ บีบปลายด้านล่างของไม้ ตุ๊กตาจะโหนแกว่งราวกับคนกำลังโหนบาร์ในท่าทางต่างๆ ซึ่งเป็นของฝาก ของที่ระลึกที่ได้รับความนิยม ใครสนใจก็สั่งซื้อ แล้วทางร้านจะจัดส่งไปให้ที่บ้าน เนื่องจากมียอดจองเข้ามาเรื่อยๆ จึงต้องอดใจรอกันสักนิด

นอนบ้านทุ่ง กินอาหารบ้านๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์ที่โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย

สนุกสนานกันพอแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าบ้านพักสองพี่น้องกันซะที บ้านสองพี่น้องที่เราได้พักครั้งนี้เป็นบ้านไม้ ภายในบริเวณบ้านประกอบด้วยบ้านหลายหลัง บ้านที่เราพักอยู่ด้านหลัง ใกล้กับห้องครัวของเจ้าของบ้าน ภายในห้องพักมีที่นอน หมอน ผ้าห่ม และเดินออกมานิดเดียวก็จะเจอห้องน้ำที่ตั้งอยู่บริเวณนอกบ้าน 

นอนบ้านทุ่ง กินอาหารบ้านๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์ที่โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย
ภาพ : www.facebook.com/HomeStayBannaTonChan/

หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาอาหารเย็น อาหารของที่นี่จะนำวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นมาประกอบอาหารให้นักท่องเที่ยวกิน เช่น ผักสดๆ จิ้มกับน้ำพริก ไข่ต้ม รวมถึงอาหารพื้นบ้านก็มีให้เราลิ้มลอง อย่าง ‘น้ำพริกซอกไข่’ มีส่วนผสมของพริกแห้ง กระเทียม ตำให้ละเอียดแล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว จากนั้นใส่ไข่ต้มที่ฝานผ่าซีกลงไป แล้วตำเบาๆ หรือคนให้เข้ากัน ก็ได้น้ำพริกซอกไข่ รสเปรี้ยว เค็ม และเผ็ด กินกับข้าวสวยร้อนๆ ผักต้มหรือผักสดๆ ก็เริ่ดค่า

นอนบ้านทุ่ง กินอาหารบ้านๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์ที่โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย

นอกจากอาหารที่ยกขบวนกันมาแบบจัดหนัก จัดเต็มแล้ว ยังมีผลไม้ตามฤดูกาลเสิร์ฟให้กินกันแบบไม่อั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเงาะ ลองกอง สับปะรด ทุเรียน ฯลฯ ช่วงที่เราไปได้กินเงาะกับลองกอง พออิ่มท้องแล้วก็ได้เวลานอน เพราะพรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้า เพื่อไปดูทะเลหมอกที่ ‘จุดชมวิวบ้านห้วยต้นไฮ’ ซึ่งโปรแกรมนี้ไม่ได้รวมในราคา 600 บาทนะคะ 

ใครที่สนใจ จะต้องแจ้งกับเจ้าของบ้าน เพื่อจัดเตรียมรถและจ่ายค่ารถเพิ่มเติมเองค่ะ 

นอนบ้านทุ่ง กินอาหารบ้านๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์ที่โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย

จุดชมวิวบ้านห้วยต้นไฮ ตั้งอยู่บนเขานารายณ์ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามในช่วงเช้า และชมพระอาทิตย์ตกในช่วงเย็น สำหรับทริปนี้เราเลือกไปชมพระอาทิตย์ขึ้น โดยต้องเดินฝ่าความมืดขึ้นไปตามแนวเขาระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ฟังดูเหมือนใกล้เนอะ แต่เนื่องจากเป็นทางขึ้นเขา ระยะทางที่ฟังดูใกล้ แต่เวลาเดินจริงๆ ทำไมมันไกลซะเหลือเกิน ก็ไม่รู้สินะ แต่ด้วยใจเราที่มุ่งมั่น อยากจะขึ้นไปให้ทันดูพระอาทิตย์ขึ้นให้ได้ มันก็ทำให้มีแรงฮึด 

จนในที่สุด เราก็มาถึงจุดชมวิวบ้านห้วยต้นไฮก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นได้จริงๆ 

เนื่องจากเมื่อคืนนี้ฝนตก เช้านี้จึงทำให้เราเห็นทะเลหมอกเยอะเลย เราสูดหายใจ เอาออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าไปให้เต็มปอด แล้วก็นั่งเฝ้ารอจนพระอาทิตย์ค่อยๆ โผล่พ้นผ่านเมฆหมอก ให้เราได้สัมผัสแสงแรกของวันที่นี่ 

จากนั้นเราลงจากเขาไปกินอาหารเช้าเมนูง่ายๆ จากเจ้าของบ้านที่บ้านสองพี่น้องกันต่อ 

เห็นหน้าตาธรรมด๊าธรรมดา แต่รสชาตินั้นไม่ธรรมดาเลยขอบอก

ปิดท้ายทริปนี้ด้วยมื้อกลางวันด้วยการกิน ‘ข้าวเปิ๊บ’ อาหารพื้นบ้านของที่นี่ ลักษณะแป้งพับเป็นห่อสี่เหลี่ยม ทำจากแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียวผสมกันตามสูตร ข้างในสอดไส้ผักต่างๆ เช่น ผักบุ้ง กะหล่ำปลี ถั่วงอก โปะหน้าด้วยไข่นึ่ง หน้าตาคล้ายไข่ดาว ร่วมด้วยเครื่องอื่นๆ อาทิ หมูสับ เลือดหมู กระเทียมเจียว โรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชี 

ข้าวเปิ๊บเสิร์ฟพร้อมน้ำซุปต้มกระดูกหมูรสกลมกล่อม จะกินแบบรสออริจินอลหรือจะเติมเครื่องปรุงต่างๆ ก็สัมผัสถึงความอร่อยของข้าวเปิ๊บบ้านนาต้นจั่นได้เช่นกัน และใกล้ร้านข้าวเปิ๊บล้มยักษ์ยังมีร้านขายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองขึ้นชื่ออย่างผ้าทอสุโขทัย รอให้คุณมาจับจองไปฝากใครต่อใคร หรือจะฝากตัวเองก็ได้นะ ไม่ว่ากัน 

ทั้งหมดนี้ คือความสุขและความสนุกที่ได้ซึมซับจากชาวบ้านนาต้นจั่นโฮมสเตย์ ชุมชนเข้มแข็งที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตของชุมชนเรียบง่ายและมีเสน่ห์ รอให้ทุกคนเข้ามาสัมผัส แล้วคุณจะหลงรักที่นี่ได้ไม่ยากเลย

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ชมภูนุช ฉัตรนภารัตน์

นักเขียนตัวเล็กๆ ที่ยังคงชอบเดินทางและหลงใหลในการถ่ายภาพ แม้ว่าปัจจุบันผันตัวไปเขียนบทความด้านสุขภาพแล้ว แต่ยังรักการเขียนแนวท่องเที่ยวไม่เปลี่ยนแปลง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load