ขอยอมรับโดยดุษฎี ว่าก่อนจะได้พบปะสนทนากับนักเรียนไทยในสวีเดนคนนี้ เราไม่มีความรู้อยู่เลยสักกระผีกริ้นว่า อาชญาวิทยา (Criminology) คืออะไร 

นภมน สว่างวิบูลย์พงศ์ หรือ นก เป็นอดีตนักจิตวิทยาสาวไทยประจำกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนบทบาทหลักของเธอตอนทำงาน คือการใช้ความรู้ด้านจิตวิทยาประเมินสภาพจิตใจเด็กและเยาวชนผู้ถูกตัดสินว่ากระทำความผิด และเข้ามาอยู่ในความควบคุมของศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน รวมถึงวางแผนร่วมกับสหวิชาชีพอื่นๆ ในการฟื้นฟูดูแลจิตใจก่อนส่งเด็กกลับออกไปใช้ชีวิตในสังคมหลังพ้นผิด

ไขอาชญากรรมไทยในห้องเรียนอาชญาวิทยาสวีเดนแบบไร้เลือด ด้วยการแก้ปัญหาโครงสร้างสังคม, อาชญาวิทยา Criminology
อาคารเรียนของสาขา Criminology ที่เป็นส่วนหนึ่งของคณะ Health & Society อยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลใหญ่ประจำแคว้น Skåne ทางตอนใต้ของสวีเดน

แต่วันนี้นกเป็นนักศึกษาปริญญาโทอยู่ที่เมืองมัลเม่อ (Malmö) ทางตอนใต้ของประเทศสวีเดน เธอตัดสินใจมาเรียนเพื่อหาคำตอบต่อคำถามที่ก่อตัวขึ้นระหว่างทำงานในกรมพินิจฯ 

“หากการช่วยเหลือด้านจิตวิทยายังไม่เพียงพอจะการันตีว่าเด็กในความดูแลของเธอจะไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก อะไรล่ะที่ช่วยได้”

คำตอบนั้นซ่อนอยู่ในห้องเรียนวิชาอาชญาวิทยา

ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า แต่อยากชวนให้มาฟังคำตอบที่เธอได้ค้นพบไปพร้อมๆ กัน

ไขอาชญากรรมไทยในห้องเรียนอาชญาวิทยาสวีเดนแบบไร้เลือด ด้วยการแก้ปัญหาโครงสร้างสังคม, อาชญาวิทยา Criminology
บรรยากาศในห้องเรียนและเพื่อนร่วมชั้น

มูลเหตุจูงใจ

เด็กหญิงนกมีฝันที่อยากทำงานกับนักโทษมาตั้งแต่เด็ก

เริ่มจากกการเป็นแฟนคลับภาพยนตร์ หนังสือ หรือซีรีส์แนวสืบสวน ที่ทำให้เธอมีคำถามมากมายเกิดขึ้นในใจ ตั้งแต่อาชญากรคิดอะไรอยู่ ทำไมคนเราถึงทำไม่ดีกับคนอื่นได้ 

ความสงสัยที่ทับถมกลายเป็นความฝันว่าอยากทำงานที่เกี่ยวข้องกับจิตใจมนุษย์ การเลือกเรียนจิตวิทยาในระดับปริญญาตรี เพียรพยายามสอบใบอนุญาตนักจิตวิทยาคลินิก และสมัครเข้าทำงานในกรมพินิจฯ เพื่อเข้าไปดูแลสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนผู้กระทำความผิด คือการทำตามความฝันนั้น

ตำแหน่งนักจิตวิทยาประจำศูนย์ฝึกฯ ของกรมพินิจฯ ไม่ได้เป็นจุดหมายสุดท้าย แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการขุดค้นพบปัญหาที่อยู่เบื้องหลังอาชญากรรมทั้งหลายที่ซุกอยู่ใต้พรมมาแสนนาน

“เราค้นพบว่าเยาวชนที่กระทำผิดเขาไม่ได้เลวด้วยตัวเอง” นกเล่าเปิดประเด็นปัญหา “เราประจำอยู่ที่ศูนย์ฝึกฯ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งรับเด็กมาดูแลจากทั่วภาคอีสาน เด็กบ้านรวยไม่เคยก้าวเข้ามาเลย เขามีเงินจ้างทนายสู้คดี และมีความจำเป็นน้อยกว่าที่จะก่อคดี เด็กที่เข้ามาอยู่ภายใต้การดูแลของกรมพินิจฯ จำนวนมากไม่ใช่เด็กเลว แต่เป็นเด็กที่ขาดโอกาสทางสังคม

ไขอาชญากรรมไทยในห้องเรียนอาชญาวิทยาสวีเดนแบบไร้เลือด ด้วยการแก้ปัญหาโครงสร้างสังคม, อาชญาวิทยา Criminology
การเรียนวิชา Criminology ที่ต้องอ่าน Text Book และ Articles จำนวนมหาศาลเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการทางสังคม

“ต่อให้เราแก้ปัจจัยเสี่ยงทางจิตวิทยาตามกระบวนการที่ถูกกำหนดไว้ได้หมด แต่เมื่อเด็กพ้นโทษและออกไปสู่สังคมเดิม เราไม่สามารถมั่นใจเลยว่าเขาจะไม่ทำผิดซ้ำอีก เพราะนอกศูนย์ฝึกฯ มีตัวกระตุ้นมากมาย” 

เมื่อนกตระหนักได้ว่า ต้นตอของการเกิดอาชญากรรมแท้จริงไม่สามารถแก้ด้วยทักษะทางจิตวิทยาหรือการจัดการปัจจัยเสี่ยงตามกระบวนการยุติธรรมเพียงอย่างเดียว เธอจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกจากกรมพินิจฯ และส่งใบสมัครไปเรียนต่อปริญญาโทสาขาอาชญาวิทยาในสวีเดน

โดยหวังใจจะเรียนรู้จากประเทศที่จัดการกับอาชญากรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพจนคุกว่างโล่ง

อาชญาวิทยา : เรียนอะไร

ห้องเรียนอาชญาวิทยาที่สวีเดนได้ยืนยันสมมติฐานที่นกมีอยู่ในใจว่า การเกิดอาชญากรรมไม่ใช่แค่เรื่องของความเป็นคนดีคนเลวหรือระดับของจิตใจเท่านั้น แต่มีปัจจัยแวดล้อมมากมายที่ผลักดันมนุษย์หนึ่งคนให้ก้าวเข้าสู่วังวนของการกระทำผิด

“ทางอาชญาวิทยา ปัจจัยที่ส่งผลต่อการก่ออาชญากรรมมีสองประเภทใหญ่ๆ” นกปูทางเพื่อให้เราเข้าใจ “หนึ่งคือปัจจัยในระดับบุคคล นิสัยใจคอที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด จุดเปลี่ยนในชีวิต รวมถึงความผิดปกติทางจิตใจ (Psychopathology) เช่น โรคสมาธิสั้น (Attention-deficit Hyperactivity Disorder) ที่พบเยอะในกลุ่มผู้กระทำความผิด หรือ จิตเภท (Schizophrenia) เป็นอีกโรคที่ได้รับความสนใจ เช่น เคสบุกแทงเด็กนักเรียนในไทยที่เคยเป็นข่าวดัง

“ประเภทที่สองก็คือ ปัจจัยแวดล้อมทางสังคม เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สิ่งที่พ่อแม่ ครอบครัว เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมชั้นเรียน และสังคมในวงกว้างกระทำนั้น ส่งผลกระทบต่อเราไม่มากก็น้อย หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ที่เป็นใจมากเพียงใดในการก่ออาชญากรรม

“ยกตัวอย่างง่ายๆ กรณีผู้ป่วยจิตเภท จะมีอาการเห็นภาพหลอนหรือหูแว่ว งานวิจัยบ่งชี้ว่า นั่นไม่ได้นำไปสู่การกระทำผิด แต่กลับเป็นความสัมพันธ์ในทางตรงกันข้ามกับการก่ออาชญากรรมที่ใช้ความรุนแรงเสียด้วยซ้ำ สิ่งที่สังคมโดยรอบกระทำต่อเขาต่างหากที่อาจมีผล เพราะภาพหลอนที่ผู้ป่วยเห็น มันขึ้นอยู่กับ Input ที่เขาได้รับจากประสบการณ์ในชีวิตเขา ซึ่งมาจากสังคมแวดล้อม และเขาอาจไม่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดมากเพียงพอ”

ไขอาชญากรรมไทยในห้องเรียนอาชญาวิทยาสวีเดนแบบไร้เลือด ด้วยการแก้ปัญหาโครงสร้างสังคม, อาชญาวิทยา Criminology
หนังสือประกอบการเรียนสาขา Criminology

วิชาเรียนตลอดระยะเวลา 2 ปีของนกจึงเป็นการทำความเข้าใจปัจจัย 2 ประเภทนี้ ว่าส่งผลต่อกันและกันอย่างไร ผ่านทั้งวิชาเลกเชอร์และสัมมนา โดยเน้นไปที่การวิพากษ์ร่วมกันกับเพื่อนร่วมชั้นที่มีพื้นเพหลากหลาย ในประเด็นที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวพันกับโครงสร้างทางสังคม

“เราได้เรียนวิชาที่เราไม่เคยได้ยินชื่อเลยในไทย เช่น วิชาที่ว่าด้วยการเป็นเหยื่อโดยเฉพาะ ซึ่งเน้นไปที่กลุ่มเสี่ยงที่อ่อนไหว (Vulnerable Groups) อย่างผู้หญิง ชนกลุ่มน้อย ผู้ประกอบอาชีพขายบริการทางเพศ คนบางกลุ่มเราอาจลืมไปว่าเขาเป็นกลุ่มคนที่เสี่ยงจะตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม โดยเฉพาะการถูกมองว่ามีคุณค่าความเป็นมนุษย์ด้อยกว่าคนอื่น (Dehumanized) วิชานี้เลยถือว่าเปิดหูเปิดตามาก

“เรามาคิดต่อเอาเองว่า กลุ่มอ่อนไหวในที่นี้รวมถึงบุคคลสาธารณะด้วยหรือเปล่า เพราะเราเห็นเคสของดาราหรือเน็ตไอดอลในวัฒนธรรมเอเชียที่ตกเป็นเหยื่อกันอยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่ Cyberbullying ไปจนถึงถูกคุกคามในชีวิตจริง พวกเขาเหล่านี้อาจไม่มีโอกาสได้ยืนหยัดเพื่อตัวเอง แต่ต้องยอมเงียบไว้เพื่อรักษาความนิยมหรือลดความขัดแย้งกับต้นสังกัด เช่น ทัศนคติทางการเมือง เพราะเป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อรายได้ของเขาโดยตรง จนอาจส่งผลกระทบถึงสุขภาพจิตและการดำเนินชีวิต 

“ประเด็นนี้เรามองว่าน่าสนใจ เลยเอาไปเสนอเป็นหัวข้อเปเปอร์ ซึ่งทีแรกอาจารย์ไม่เห็นด้วยให้เขียน เราก็ต้องดีเฟนด์ให้เขามองเห็นประเด็นตรงกับเรา เพราะเขาไม่เคยรับรู้ว่าดาราในเอเชียมีข้อจำกัดที่ต่างกับทางตะวันตก

“ล่าสุดเราได้เรียนวิชาที่ว่าด้วยสุขภาพกับทฤษฎีช่วงชีวิตที่ส่งผลต่ออาชญากรรม มีโอกาสหยิบประเด็นปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในบริบทไทยไปวิพากษ์ และได้พบว่ามีค่านิยมกล่าวโทษเหยื่อ (Victim Blaming) แฝงอยู่ในวัฒนธรรมไทย รวมถึงการละเมิดสิทธิเหนือร่างกายของเด็ก การไม่สามารถพูดถึงปัญหาภายในครอบครัวเพราะถือว่าเป็นการสาวไส้ให้กากิน ไปจนถึงการบิดเบือนปลายทางของความรุนแรงภายในครอบครัวหรือความสัมพันธ์ผ่านสื่อบันเทิง (Romanticize)” นกเล่าถึงมุมมองของอาชญากรรมที่เลยไปจากขอบเขตที่เราเข้าใจ และไม่คิดว่าจะหมายรวมอยู่ในความสนใจของนักอาชญาวิทยาด้วย 

“อาชญาวิทยาเป็นสาขาที่เหมาะกับตำรวจก็จริง แต่มีอีกหลายอาชีพที่นำองค์ความรู้ไปใช้ได้ ไม่ได้เรียนไปเป็นทีมงาน CSI อย่างเดียว” นกตอบคำถามของเราที่ถามว่าอาชญาวิทยาเป็นวิชาสำหรับตำรวจเท่านั้นใช่หรือไม่ 

“อาจารย์ที่สอนหลายคนเป็นอดีตตำรวจ แต่ก็มีอาจารย์ที่เป็นจิตแพทย์และนักจิตวิทยาด้วย ส่วนเพื่อนร่วมชั้นก็มีนักกฎหมาย นักสังคมสงเคราะห์ และอีกสารพัดอาชีพรวมอยู่ ซึ่งช่วยให้เราได้เห็นมุมมองที่แตกต่างของคนหลายสาขาอาชีพ”

ที่เอ่ยชื่ออาชีพมาก็พอจะเข้าใจ แต่มีอีกหนึ่งอาชีพที่เราคาดไม่ถึงว่าจะเกี่ยว…

อาชญาวิทยา : เรียนเพื่ออะไร

มีบทสนทนาหนึ่งในห้องเรียน ที่เพื่อนๆ ของนกลงความเห็นกันว่า อีกหนึ่งอาชีพที่ควรมีความรู้เรื่องอาชญาวิทยาคือ นักการเมือง

“เพราะเป้าหมายของการเรียนอาชญาวิทยาในสวีเดน ไม่ใช่แค่การหาตัวคนผิด” นกค่อยๆ คลายความสงสัย “เป้าหมายสูงสุดของการเข้าใจว่าอาชญากรคิดอะไร มีปัจจัยอะไรที่ส่งผลให้พวกเขากระทำผิดบ้าง คือการหาทางป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำอีก”

เราฟังแล้วก็ยังเอียงคอ เลยขอตัวอย่างที่เข้าใจง่าย

“ตำรวจต้องออกลาดตระเวนแบบสุ่ม ไม่เป็นเวลาแน่นอน เพราะเขาอิงทฤษฎีทางจิตวิทยาว่า โจรจะคาดเดาช่วงเวลาก่อเหตุได้ง่ายขึ้นถ้าตำรวจออกตรวจในช่วงเวลาเดิมๆ” นกยกตัวอย่าง “และแม้เราจะไม่สามารถป้องกันการกระทำผิดครั้งแรก หากตำรวจมีความเข้าใจที่สอดคล้องกับนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ ก็จะประเมินได้ว่า ผู้ที่มีประวัติอาชญากรรมแต่ละคนมีความเสี่ยงด้านใด และให้ข้อมูลกับจิตแพทย์ผู้ดูแลสุขภาพจิตของอาชญากรในระหว่างคุมตัว รวมถึงวางแผนการติดตามพฤติกรรมหลังพ้นผิดได้อย่างเหมาะสม ทั้งหมดก็เพื่อป้องกันไม่ให้เขากลับไปทำผิดซ้ำอีก

“หรือแม้แต่ความเชื่อที่ว่า คนไม่ทำผิดเพราะเกรงกลัวต่อบาป หรือกลัวทำให้ใครเดือดร้อน (Guilt) ก็ถูกแค่บางส่วนเท่านั้น งานวิจัยล่าสุดชี้ว่า คนเราไม่ก่ออาชญากรรมถ้ามันสร้างความอับอายให้กับตัวเอง (Shame) มากกว่า การมี CCTV ติดไว้อย่างชัดเจน จึงมีผลให้ความกล้ากระทำผิดลดลง เป็นต้น” นกให้อีกหนึ่งตัวอย่างของการนำองค์ความรู้อาชญาวิทยามาใช้ป้องกันอาชญากรรม

ฟังตัวอย่างแล้วพอจะเข้าใจมากขึ้นอีกนิด และเมื่อถามว่านักการเมืองทำอะไรได้ในกระบวนการนี้ นกจึงเล่าสิ่งที่ได้เรียนรู้จากสังคมสวีเดนมาให้ลองเปรียบเทียบ

“ตามสถิติแล้ว อาชญากรรมส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในสวีเดนเกิดจากผู้อพยพลี้ภัยที่ไม่ได้เติบโตมาหรือเข้าถึงสวัสดิการทางสังคม (Social Welfare) เดียวกันกับชาวสวีเดน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ลูกหลานรุ่นสองถึงสามของผู้อพยพที่มีโอกาสรับการศึกษาในสวีเดนจะไม่ก่ออาชญากรรม หรือมีอัตราการก่ออาชญากรรมน้อยลง 

“เมื่อมีการศึกษา การงาน และการเงินที่ดี เข้าถึงสวัสดิการ และมั่นคงในชีวิต ก็ไม่มีเหตุผลจะก่ออาชญากรรม การศึกษาและสวัสดิการทางสังคมจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก และแก้ปัญหาอาชญากรรมได้ตรงจุดกว่าการโทษตัวบุคคลหรือเชื้อชาติ เราจำเป็นต้องมองเห็นและปฏิบัติต่อมนุษย์ทุกคนเท่ากัน”

ไขอาชญากรรมไทยในห้องเรียนอาชญาวิทยาสวีเดนแบบไร้เลือด ด้วยการแก้ปัญหาโครงสร้างสังคม, อาชญาวิทยา Criminology
ห้องสมุดของเมือง Malmö สวัสดิการรัฐที่ทุกคนเข้าใช้ได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่เว้นแม้แต่คนไร้บ้าน

มาถึงตรงนี้ก็กระจ่างจนได้ นักการเมืองมีบทบาทในการออกแบบนโยบายและขับเคลื่อนทิศทางของประเทศโดยตรง หากพวกเขามีความรู้ความเข้าใจปัจจัยที่จะก่อให้เกิดอาชญากรรม นโยบายที่ออกมาจะช่วยลดปัญหาในสังคมได้

“น่าเสียดายหลายประเทศไม่เชื่อว่าการกำจัดปัจจัยเสี่ยงทางสังคมเหล่านี้เป็นไปได้ เขาเลยไม่ได้ให้ความสำคัญกับสวัสดิการทางสังคม แต่พุ่งเป้าโทษเป็นความผิดระดับปัจเจกแทน เช่น คนจนเพราะขี้เกียจ 

“แต่การมาเรียนที่สวีเดนซึ่งเป็นประเทศที่เข้าใจความสำคัญของการลดปัจจัยเสี่ยงทำให้เราเห็นได้ชัดเลยว่า สวัสดิการทางสังคมมีผลต่อการตัดสินใจก่ออาชญากรรมจริง” นกขมวดปมปิดท้าย

ไขอาชญากรรมไทยในห้องเรียนอาชญาวิทยาสวีเดนแบบไร้เลือด ด้วยการแก้ปัญหาโครงสร้างสังคม, อาชญาวิทยา Criminology
ลานฝึกสเก็ตบอร์ดของเมืองที่เกิดจากความคิดริเริ่มของคนในพื้นที่และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่น
ที่ผลักดันจนทำให้งานแข่งสเก็ตกลายเป็นอีเวนต์สร้างชื่อของเมือง แทนที่จะเป็นแค่แหล่งมั่วสุม

อาชญาวิทยา : เรียนจบแล้วไปไหน

ฟังมาถึงตรงนี้ เราถึงเห็นภาพมากขึ้นว่าห้องเรียนอาชญาวิทยาไม่ได้มีแต่เลือด ไม่ได้จบแค่ขั้นตอนของการสืบสวน และคนที่ควรรู้ก็ไม่ได้มีแค่คนที่ทำงานด่านหน้าอย่างตำรวจ แต่รวมไปถึงคนที่ทำงานผลักดันโครงสร้างทางสังคม

และเป็นการเรียนเพื่อนำทางไปสู่เป้าหมายของกระบวนการยุติธรรมทั่วโลก คือทำอย่างไรก็ได้ ไม่ให้ผู้กระทำผิดที่รับโทษแล้วกลับออกไปเป็นโจรอีก โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน

สำหรับนกแล้ว นี่คือสิ่งที่เธออยากมาเรียนเพื่อเติมเต็มความรู้ส่วนที่พร่องไป เพื่อผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างตรงประเด็นในกระบวนการยุติธรรมไทย ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนที่เธอคุ้นเคย รวมถึงเปิดพื้นที่ใหม่ๆ ในการสื่อสารความสำคัญเรื่องการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบทางสังคม

“เราคาดหวังว่าเมื่อเราเรียนจบจะมีโอกาสได้ทำงานเรื่องการสร้าง Awareness เพื่อสื่อสารว่า สวัสดิการทางสังคมสำคัญอย่างไรในการสร้างสังคมมนุษย์ให้อยู่ด้วยกันได้อย่างผาสุข บทความนี้เองก็เป็นหนึ่งส่วนหนึ่งในความพยายามสร้าง Awareness ต่อความสำคัญของการแก้ปัญหาที่ระบบนั้น

“เทียบง่ายๆ ว่า เราจับปลาสกปรกขึ้นมาจากบ่อที่สกปรก ต่อให้ขัดเกล็ดให้สะอาดแล้ว สุดท้ายถ้าปล่อยปลาลงบ่อเดิมโดยไม่บำบัดน้ำในบ่อให้สะอาด ปลาก็กลับไปสกปรกเหมือนเดิมอยู่ดี วิธีการที่ยั่งยืนจึงเป็นการบำบัดบ่อน้ำ ไม่ใช่ขัดเกล็ดปลาเพียงอย่างเดียว”

แม้ว่าสาขาอาชญาวิทยาจะเพิ่งเปิดสอนในประเทศไทยมาไม่นานและมีอยู่ในไม่กี่สถาบัน แต่ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และสะท้อนว่าประเทศของเรากำลังมองปัญหาอาชญากรรมเป็นปัญหาเชิงระบบมากขึ้น 

ประชาชนคนเดินดินอย่างเราฟังแล้วก็สบายใจ เห็นแสงรำไรที่ปลายทางแล้วว่าสังคมของเราเปลี่ยนไปในทิศทางที่สงบและปลอดภัยมากขึ้นอย่างที่เคยฝัน

Writer

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

โรงเรียนนานาชาติ

บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วโลก

นับถอยหลังไปเมื่อ พ.ศ. 2548 โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย มีโอกาสเข้าร่วมศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจาก โรงเรียนรุ่งอรุณ ทำให้เราได้แนวคิดดี ๆ และเอาความรู้ต่าง ๆ มาปรับใช้กับความเป็นท้องถิ่นของเราเอง เพราะโรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนวิถีชุมชนท้องถิ่น การเรียนรู้จึงยึดหลักการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่ชีวิต มุ่งเน้นพัฒนานักเรียนให้ใช้ความรู้เป็นและเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และสังคม (Knowledge-based Society) 

เรานำโจทย์ปัญหาจริงในสังคมหรือประเด็นวิกฤตปัญหาโลกมาเป็นแกนหลักของการเรียนรู้ ผ่านการลงมือทำบนบริบทจริงของโรงเรียน สภาพของปัญหาของสังคม และผลกระทบที่เกิดขึ้น ตลอดจนมีส่วนร่วมเสนอแนวทางแก้ไข เพื่อเป้าหมายการพัฒนานักเรียนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม (Active Citizen) และพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง เน้นกิจกรรมแบบบูรณาการ การเรียนรู้จากฐานปัญหา (Problem Based Learning) การเรียนรู้แบบสร้างและพัฒนานวัตกรรม หรือเรียกว่า การเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Based Learning) ตามแนวทางพัฒนา กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนแบบ Active Learning 

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

เราตั้งชื่อวิชาว่า ‘วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา’ เป็นวิชาที่ว่าด้วยการบูรณาการระหว่างวิชา เป็นการเชื่อมโยงหรือร่วมศาสตร์ต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 สาขาวิชาขึ้นไป ภายในหัวเรื่องเดียวกัน เป็นการเรียนรู้โดยใช้ความรู้ความเข้าใจและทักษะในศาสตร์ หรือความรู้ในวิชาต่าง ๆ มากกว่า 1 วิชาขึ้นไป เพื่อแก้ปัญหาหรือแสวงหาความรู้ความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การเชื่อมโยงความรู้และทักษะระหว่างวิชาต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง 

เราไม่ได้สอนเพียงผิวเผิน แต่จัดกระบวนวิชาให้ใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากขึ้น เพื่อให้เขาใช้ได้จริงในชีวิต

มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกทักษะผู้เรียน เตรียมความพร้อม เพราะโลกของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของโรงเรียน คือ กิน-อยู่-เป็น หมายถึง กินอย่างรู้คุณค่า อยู่อย่างมีความหมาย และเป็นพลเมืองที่เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยผู้เรียนวิชานี้ก็คือ นักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

และด้วยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทาง โรงเรียนของเราเปิดเรียนตามปกติไม่ได้ และเพื่อเป็นการสร้างการเรียนรู้ ไม่ให้นักเรียนเกิดสภาวะถดถอยและหลุดจากระบบ จึงเป็นที่มาของการเรียนรู้เรื่องข้าวหลากสี บทเรียนกินได้ และการทำ Eco Printing ลงบนผ้า โดยสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนักเรียนและผู้ปกครอง 

แน่นอนว่าจากสถานการณ์ โควิด-19 ที่รุมเร้ามาเกือบ 3 ปี ทำให้ชีวิตใครหลายคนล้มลง แต่ทว่าเรายังมีแรงสู้ต่อจากคนที่รักและครอบครัว แม้แต่เราเองที่เป็นครูก็อยากสานฝันให้เด็กได้ค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ อยากพาไปตะลุยเรียนรู้ที่ต่าง ๆ เหมือนเคยทำมา เพื่อต่อยอดให้เขารู้จักตัวเองและเลือกเรียนสาขาที่ถนัด หรือสิ่งที่เขาต้องการต่อยอดในอนาคตได้ แต่สถานการณ์โควิด-19 ทำให้การจัดการเรียนรู้ของนักเรียนหยุดไป แต่การเรียนรู้ของนักเรียนชั้น ม.3 หยุดไม่ได้ เพราะการเรียนรู้ของเด็กต้องไปต่อ เราจึงมองวิกฤตเป็นโอกาส เพราะเด็กที่โนนชัยพื้นฐานครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย

เราเลยชวนเด็ก ๆ หันกลับมามองตัวเองว่า ถ้าเราจะกินข้าวในหนึ่งมื้อ เพื่อลดภาระ ลดค่าใช้จ่าย เราจะทำอย่างไร โดยอาหารเหล่านั้นเป็นอาหารที่ประหยัดและมีคุณค่า เราควรหันมาใส่ใจครอบครัว เพราะเราเห็นว่า พ่อแม่ของเด็กหลายคนโดนเลิกจ้างงาน ไม่มีรายได้ แต่ในชีวิตประจำวันของเด็กยังมีรายจ่าย ก็เลยคิดว่าจะทำอะไรดีให้เด็กต่อยอดได้ในภาวะนี้ เลยนึกถึงเรื่องการทำอาหาร กลายมาเป็นการบูรณาการเรื่องอาชีพสร้างสรรค์ บทเรียนกินได้ บทเรียนติดปีก บทเรียนชีวิต และโภชนาการบนถาดหลุม การบูรณาการของเราไม่หยุดเดิน เพราะทุกคนต้องลุยกันต่อ

การจัดการเรียนการสอนแบบ On-Site เรามีการประสานผู้ปกครองเพื่อขออนุญาตนักเรียนก่อนออกจากบ้าน เพราะกระบวนการเรียนรู้ต้องมีการสืบค้นข้อมูลด้วย อย่าง ‘โภชนาการบนถาดหลุม’ เราชวนเด็ก ๆ เลือกอาหารในแบบที่เขาอยากกิน แต่ต้องคำนึงถึงความพอเพียง พอดี พอประมาณ โดยนักเรียนมีสิทธิ์เลือก และเราให้เขาคิดหาเมนูที่ชอบ ครบหลักโภชนาการ คาว หวาน มาหมด จากนั้นวิเคราะห์คุณค่าโภชนาการ เพื่อให้เด็ก ๆ รู้จักคุณค่าทางโภชนาการของเมนูอาหารที่ตนเองเลือก พร้อมทั้งให้นักเรียนประกอบอาหารที่นักเรียนเลือก อย่างเมนูกะเพราหมูกรอบ เมนูธรรมดา แต่จะทำอย่างไรให้ไม่ธรรมดา เห็นแล้วว้าว มีคุณค่าทั้งเบื้องหน้าและภายในใจ จึงเกิดไอเดียข้าวหลากสีขึ้นมา

เราเลือกวัตถุดิบธรรมชาติที่มีในบ้าน ท้องถิ่น ชุมชน ในความโชคร้ายกับภัยร้ายแบบนี้ เรามีความโชคดีคือ นักเรียนปลูกมะลิไร้สารเคมี จึงคิดเป็นเมนูข้าวกลิ่นมะลิ (หอมมากกก) นักเรียนอีกคน หนูมีอัญชัน เราก็สร้างสรรค์ข้าวสีม่วง นักเรียนคนนู้นเห็นมีดอกเฟื่องฟ้าอยู่ในโรงเรียน ส่วนอีกคนก็ยกมือบอกครู บ้านผมมีใบเตย ให้สีเขียว ทานอร่อย หอมหวานชื่นใจ เมนูอาหารจากข้าวหลากสี เด็ก ๆ ได้เรียนรู้พันธุ์ข้าวและสีธรรมชาติจากเรื่องราวรอบรั้ว

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

จากการเรียนการสอนที่เน้นสอนทาง On-line, On-demand, On-hand อยู่ต่อเนื่อง เนื่องจากนักเรียน ม.3 ต้องเตรียมตัวหลายอย่างในการต่อยอดและเลือกเรียนสาขาต่าง ๆ หรือสายอาชีพอีกมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการกลับมาอยู่กับครอบครัว ทำให้นึกได้ว่าอีกสิ่งหนึ่งที่ครูอย่างเราไม่ควรลืม คือ การพบปะนักเรียนกลุ่มย่อย ซึ่งเราสอน On-Site เป็นกลุ่มย่อยอยู่แล้ว แต่รอบนี้ต้องขอชวนผู้ปกครองคุยด้วย เพื่อถามข่าวคราวกัน ทั้งเรื่องปากท้องและเรื่องวินัยความเป็นอยู่ จะทำยังไงให้ผู้ปกครองและนักเรียนไม่เบื่อ เพราะเราเองก็เป็นครูประจำชั้น ม.3/1 อยากให้รู้ว่าครูยังห่วงใย 

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

ระหว่างนั่ง ๆ มองๆ คิด ๆ เราเห็นใบสักที่เติบโตและร่วงหล่น จึงเกิดไอเดียที่น่าเรียนรู้ร่วมกัน นอกจากเมนูข้าวหลากสีที่เล่าให้ฟัง ถ้ามีผ้าหลากสีบ้างคงจะดี เรามองหาวัสดุรอบตัวทันที และ ‘ใบสัก’ ก็เป็นนางเอกของเรื่องนี้

เราปิ๊งไอเดีย ‘สักศรี (สี)’ ชวนเด็ก ๆ มาทำผ้าพันคอ Eco Printing ด้วยกัน ระหว่างรอนึ่งผ้า ครู เด็ก ๆ และผู้ปกครองก็สรรหาเมนูอาหารง่าย ๆ กินกัน ขอขอบพระคุณแม่น้องเม ที่ทำขนมหวานหลากสีจากธรรมชาติล้วน ๆ และคุณแม่น้องขวัญที่ทำกะเพราหมูไข่ดาวและส้มตำสุดแซ่บ วันนี้เหมือนไม่ได้มาเรียน แต่เหมือนมาทานข้าวนอกบ้าน ได้ทั้งผ้าหลากสีกับข้าวหลากสี รอบหน้าจะมีดนตรีเพื่อสร้างสีสัน มีผลิตภัณฑ์จากสักศรี (สี) โปรดติดตามตอนต่อไป 

วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ

เทอม 2 นี้ การเรียนการสอนก็ต้องดำเนินต่อไปเช่นกันในรูปแบบออนไลน์ แต่จะดีกว่านี้ถ้าพวกเราได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ต่อยอดอาชีพ ต่อยอดการบริโภค ต่อยอดชีวิตในครัวเรือน เราซึ่งเป็นครูตัวเล็ก ๆ ก็คิดไอเดีย ‘ต่อยอดแบบวิถีพอเพียง หล่อเลี้ยงชีวี กินดีอยู่ดี แบบมีเงินออม’ ใบไม้แห้งที่โรงเรียนมีเยอะมาก ซึ่งเป็นปัญหาในการทำความสะอาด เราก็คิดช่วยกันจัดการใบไม้เหล่านี้ แต่ใครจะรู้ว่า ไอ้เจ้าปัญหานี่แหละ คือขุมทรัพย์ของเรา เพราะทำปุ๋ยหมักได้ แปลงเกษตรที่โรงเรียนก็มี ถ้าเราปลูกผักกินเอง ปุ๋ยก็ไม่ต้องซื้อ ผักก็ไม่ต้องซื้อ ที่สำคัญปลอดสารพิษ เปิดเทอมเมื่อไหร่ก็เอาผักส่งโรงอาหาร เหลือก็แบ่งกลับบ้าน ขายเก็บออมก็ยังไหว 

ก็เลยคิดไอเดีย ‘ปลูกเอง กินเอง นักเลงพอ ปุ๋ยก็ไม่ต้องขอ เรามีเพียงพอ ต่อยอดชีวี’ ฮิ้ว ๆ ๆ ว่าแล้วก็ชวนเด็ก ๆ มาสร้างพื้นที่เรียนรู้ ทำกิจกรรมภาคปฏิบัติกลุ่มย่อย กลุ่มละ 6 คน (ป.ล. ฉีดวัคซีนครบนะคะ) ช่วยกันทำปุ๋ยหมักเพื่อเตรียมปุ๋ยบำรุงดิน ก่อนที่เราจะไปเตรียมแปลงปลูกกัน นักเรียนที่มาเรียนก็ตั้งใจดี และที่สำคัญ การเรียนรู้ต้องลงมือทำถึงจะมีความหมาย เพราะต้อง Learning by Doing แบบ Active Learning และเรียนรู้แบบร่วมมือและมีส่วนร่วม เมื่อพร้อมแล้วเราก็ลุยทันที นัดหมายประชุมนักเรียน ผู้ปกครอง และ ครูชาญณรงค์ ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยเหลือกันมาตลอด พร้อมลุย

จากการจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ นักเรียนร่วมสะท้อนแง่คิดดี ๆ ให้ครูได้รับรู้ว่าที่ผ่านมานักเรียนได้เรียนรู้แบบไหน ทั้งยังทบทวนและวางแผนต่อยอด ขอบใจลูก ๆ ทำให้ครูรู้ว่านักเรียนมีความสุขดี อดทน น่ารัก 

วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ
วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา ทำให้เรารู้ว่าการเรียนรู้นั้นมีอยู่รอบตัว รอบบ้าน และชุมชน การทำให้นักเรียนหันกลับมาใส่ใจสิ่งรอบตัวในชุมชนและท้องถิ่นของตนเองได้ จะทำให้เขาเห็นประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ พร้อมพัฒนา ประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์และใช้สื่อเทคโนโลยี ช่วยพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญ การพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะทำให้เราอยู่รอด อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ข้อดีอีกอย่างของวิชาบูรณาการ คือ เป็นวิชาที่ดึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนได้โดยไม่ต้องมีกรอบบังคับ สะท้อนผ่านการลงมือทำของเด็ก ๆ ได้อย่างชัดเจน ทำให้นักเรียนฝึกอยู่กับปัจจุบัน รู้จักใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและปลอดภัย

ส่วนเราในฐานะครูผู้ออกแบบกระบวนวิชาก็เรียนรู้ว่าการเรียนรู้ในรูปแบบบูรณาการ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเห็นศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน ทำให้ครูได้เข้าใจชีวิตที่หลากหลายของนักเรียน และเราเชื่อว่ากระบวนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ หลาย ๆ โรงเรียนคงทำกันอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญ คือ การเห็นคุณค่าในสิ่งที่ท้องถิ่นของตนเองมี และประยุกต์ใช้ พัฒนา ต่อยอด สร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่เรามีอยู่ นั่นคือการสร้างนวัตกรรมที่ดีที่สุด 

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ เราต้องลงมือทำ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

นันทนา ลีโคตร

ครูผู้จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย ที่เชื่อว่านักเรียนจะเกิดการเรียนรู้ได้อย่างถ่องแท้ หากได้ลงมือทำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load