ในยุคสมัยที่การซื้อสินค้าออนไลน์กลายมาเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ไม่ว่าใคร กลุ่มอายุไหน ก็ซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมไปถึงการทำธุรกรรมการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตหรือแอพพลิเคชันในมือถือยิ่งร่นระยะเวลาและขั้นตอนให้ใช้จ่ายคล่องขึ้นอีกด้วย แต่ในขณะเดียวกัน การที่ทุกขั้นตอนพร้อมใจกัน ‘ง่าย’ และ ‘สะดวก’ ก็ยิ่งทำให้เราขาดสติและจับจ่ายโดยไม่ได้คิดไตร่ตรองให้ดีเช่นกัน จนบ่อยครั้ง เราจะพบว่าการซื้อของอย่างไร้สติ ก็ทำชีวิตพังได้โดยไม่รู้ตัว  

CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญโฆษณา, ธนาคารกรุงไทย

เราจึงอยากแนะนำแคมเปญที่จะมา ‘ให้สติ’ คิดก่อนซื้อ เป็นแคมเปญสนุกๆ ของธนาคารกรุงไทยที่หยิบสินค้าที่เราซื้อกันเป็นประจำ เช่น ลิปสติกเฉดสีเดิมๆ รองเท้าผ้าใบสีขาวที่มีกี่คู่แล้วก็ไม่รู้ เดรสทรงยอดนิยมที่เราเคยซื้อจนลืมไปแล้ว หรือหมวกที่นานๆ ใส่ที มาแปะป้ายพร้อมข้อความเตือนสติที่เห็นแล้วต้องรู้สึกจึ้กไม่มากก็น้อย สินค้าเหล่านี้ไม่ใช่แค่ไอเดียลอยๆ แต่มีขายจริงทางอินสตาแกรม @hisati_shop ได้ข่าวมาว่าขายดีจนต้องสั่งผลิตสินค้าเพิ่มอีกด้วย

CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญโฆษณา, ธนาคารกรุงไทย CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญโฆษณา, ธนาคารกรุงไทย

เป็นอีกครั้งที่ The Cloud นัด ชาย-สหรัฐ สวัสดิ์อธิคม Excusive Creative Director ของ CJ WORX เพื่อพูดคุยเบื้องหลังแคมเปญที่เขาบอกเราว่า นี่เป็นโปรเจกต์หนึ่งที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยทำมา

จุดเริ่มต้นของแคมเปญนี้มีที่มาจากธนาคารกรุงไทย ซึ่งได้รับโจทย์จากรัฐบาลมาว่า ต้องการให้ทุกธนาคารในประเทศช่วยกันทำให้ประชาชนชาวไทยยั้งคิดเรื่องการจับจ่ายใช้สอย ธนาคารกรุงไทยเป็นเจ้าแรกที่นำร่องโครงการนี้ ทางธนาคารจึงมอบโจทย์ว่า ต้องการสื่อสารกับกลุ่มคนที่ช้อปปิ้งออนไลน์โดยตรง ชอบซื้อสินค้าผ่านอินสตาแกรม และทำธุรกรรมการเงินผ่านออนไลน์ หรือเป็นคนที่มีเงินเดือนเท่าไหร่ก็หมดไปกับร้านค้าเหล่านี้

ซื้อง่าย ซื้อคล่อง แต่ใช้จริงมั้ย

ทีมครีเอทีฟเริ่มจากกาคิดถึงสินค้าที่ซื้อง่าย ราคาไม่แพงมาก ซื้อได้ทุกวัน และเมื่อซื้อแล้วไม่ได้ใช้ สินค้าเหล่านี้ก็กลายมาเป็นขยะจริงๆ

“โปรเจกต์นี้เราตั้งชื่อว่า ‘ให้สติ’ เป็นการเตือนใจในมุมที่ต่างออกไป โดยเลือกหยิบสินค้าในชีวิตประจำวันมาทำป้ายแปะ เขียนเลยว่า ‘อันนี้คุณมีแล้วนะ’ เราคิดในมุมผู้บริโภคว่าทุกคนน่าจะมีสินค้าประเภทนี้อยู่แล้ว อย่างการซื้อลิปสติกสีเดิมซ้ำๆ เป็นปกติ เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้ แต่ไม่ได้เอามาทำเป็นโฆษณา ถ้าเราพูดว่าอันนี้มีแล้วนะ มันอาจจะไม่มีพลังเท่ากับการทำฉลากขึ้นมา จึงคิดต่อว่างั้นมาทำเป็นโฆษณาเลย ตั้งชื่อแบรนด์สินค้าว่า ให้สติ”

CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญโฆษณา, ธนาคารกรุงไทย CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญโฆษณา, ธนาคารกรุงไทย

ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัยขึ้น

นอกจากการเตือนสติคนไทยให้คิดก่อนช้อป ผลพลอยได้สำคัญคือ การสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ดูเด็กลง ทันสมัย และเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้นอีกด้วย

“เราตั้งใจจะบอกว่า ธนาคารกรุงไทยเปลี่ยนไปจากเดิม ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เราปรับภาพลักษณ์ของธนาคารกรุงไทยค่อนข้างเยอะ ใส่ความทันสมัยลงไปเพื่อให้แบรนด์ดูดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเป็นธนาคารของรัฐบาล แต่มีบริการทุกอย่างดีไม่แพ้ใคร ทุกแคมเปญเป็นการสื่อสารภาพลักษณ์ที่ธนาคารเองก็เปลี่ยนการให้บริการทุกวัน ไม่ใช่แค่แคมเปญปรับภาพลักษณ์แล้วจบไป เนื่องจากโฆษณาปรับพฤติกรรมของผู้บริโภคได้แค่วันเดียว และถ้าผู้บริโภคเห็นของเดิมซ้ำๆ ก็ไม่ได้ช่วย เพราะเราแค่สื่อสารว่าฉันดีขึ้นนะ แต่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรใหม่ให้ดีขึ้นเลยก็คงไม่ได้”

CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญโฆษณา, ธนาคารกรุงไทย CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญโฆษณา, ธนาคารกรุงไทย

ไอเดียที่ได้มาจากปัญหาในวงการโฆษณา

ปัญหาที่ว่าก็คือ หนังโฆษณาออนไลน์ได้รับความสนใจอย่างหนักมา 5 – 6 ปีติดกัน มีหนังเยอะมากจนเรียกได้ว่าทุกคนแข่งกันด้วย 3 วินาทีแรกของหนัง ถ้า 3 – 5 วินาทีแรกไม่รอด ก็คือพัง ชายเลยลองหาวิถีทางเปลี่ยนข้อจำกัดเหล่านี้ เพื่อให้คนอยากดูโฆษณาเพราะความสนใจจริงๆ และอยากแบ่งปันสิ่งนี้ต่ออีกทอดหนึ่ง

เขาให้ความสำคัญกับไอเดีย และเมื่อจะผลิตสินค้าออกมาให้จับต้องได้ ก็ต้องไปให้สุดทาง สินค้าที่ทำขึ้นมาจึงมีกระแสตอบรับที่ดีมาก ถึงขนาดต้องผลิตสินค้าเพิ่ม ต่างจากแคมเปญอื่นที่ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวอย่างเท่านั้น

“เราเคยเห็นงานส่งประกวดหลายชิ้น ทำสินค้าที่มีชิ้นเดียวในโลก แต่เล่าเป็นตุเป็นตะว่ามีหลายชิ้น เราก็เสียดายว่าทำไมเขาไม่ทำขึ้นมาจริงๆ เพราะน่าจะออกมาดีมาก และเป็นประโยชน์ต่อสังคม โปรเจกต์นี้เราเลยผลิตจริง ทำให้ผู้บริโภคเห็นจริง ลูกค้าจ่ายเงินจริง แล้วเราก็ได้ทำประโยชน์เพื่อสังคมจริงๆ”

CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญโฆษณา, ธนาคารกรุงไทย CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญ, ธนาคารกรุงไทย

ขายงานยังไง

เนื่องจากไอเดียนี้โดดเด่นกว่าไอเดียอื่นๆ แบบชนะขาด ธนาคารกรุงไทยจึงเลือก ‘ให้สติ’ มาทำจริง

“ไอเดียนี้ตอบโจทย์ในแง่ว่ามีหลาย Execution คือนำเสนอบนไอจีได้ ขายได้จริง วางบนช็อปได้จริง จัดเป็นชุดส่งให้ influencer ได้ ทุกคนที่ได้รับก็ตั้งสติตัวเอง หรือแชร์ต่อให้เพื่อนๆ เป็นการโฆษณาที่ยั่งยืนกว่าทำโฆษณาแล้วจบไป พอเป็นวัตถุตั้งอยู่ที่บ้านก็ทำให้ระลึกได้เสมอว่า อ๋อ เรามีรองเท้าคู่นี้แล้วนะ”

CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญ, ธนาคารกรุงไทย CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญ, ธนาคารกรุงไทย

ไม่รู้จะเรียกการทำโฆษณาแบบนี้ว่าอะไรดี

เขานิ่งคิดพักหนึ่ง หลังจากเราถามเขาว่าโฆษณาประเภทนี้มีชื่อเรียกว่าอะไร ก่อนจะตอบเราว่า “โฆษณาสมัยใหม่”

“บางทีผมก็เรียกว่าเป็นโฆษณาประเภท ‘ไม่หนัง’ ที่ผ่านมาเราทำงานที่เป็นหนังโฆษณาเกือบๆ 90 เปอร์เซ็นต์ งานแบบ ‘ไม่หนัง’ ทำยากกว่าหลายเท่า เพราะนิยามที่กว้างทำให้ไม่รู้จะทำอะไรดีจนกลายเป็นการจบไม่ลง ปีนี้เราทำงานไม่หนังมาหลายตัว เป็นโฆษณาที่ดูไม่ใช่โฆษณา นั่นคือผลิตอะไรบางอย่างขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องนั้นอีกทอดหนึ่ง”

ชายขยายความต่ออีกว่า ในปัจจุบันงบประมาณในขั้นตอนการคิดโฆษณาน้อยลงเรื่อยๆ ไม่เหมือนสมัยก่อน และจะหนักไปทางการลงสื่อในช่องทางต่างๆ มากกว่า

“เราจึงคิดว่า ในจำนวนเงินที่เท่ากัน ถ้าไม่ใช้ถ่ายทำหนังโฆษณา เราจะมีเงินเหลือ และกระจายไปทางมีเดียได้มากขึ้นด้วย การไม่ทำหนังโฆษณาจึงเป็นอีกมิติหนึ่งที่เล่าเรื่องราวได้เหมือนกัน แต่ในที่สุดแล้วก็ยังต้องมีวิดีโออะไรบางอย่างเล่าอยู่ดีนะ เพียงแค่ไม่ใช่ดราม่าเท่านั้นเอง โดยสรุปคือ ไม่หนังแต่ก็ยังต้องมีหนังเพื่อให้ผู้บริโภคย่อยง่ายอยู่ดี”

CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญ, ธนาคารกรุงไทย CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญ, ธนาคารกรุงไทย

การทำงานเปลี่ยน วิธีคิดก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย

เรานึกสงสัยว่า แนวคิดของการไม่อยากที่จะทำหนังนี้เริ่มต้นมาจากอะไร และกว่าจะพัฒนามาเป็นโฆษณาประเภทที่ว่า ความคิดตั้งต้นที่ดีควรเป็นแบบไหน ชายจึงเท้าความให้เราฟังว่า บริษัทโฆษณาในอดีตมีรูปแบบการคิดแบบดั้งเดิมที่ทุกโรงเรียนโฆษณาสอน นั่นคือ ตั้ง Key Message ขึ้นมา และสร้าง Execution เพื่อเล่าไอเดียนั้นๆ

“จะเรียกเป็นเทคนิคเมื่อ 20 ปีก่อนก็ไม่ผิด วันนี้ทั่วโลกก็ยังใช้ระบบนี้อยู่ ปัญหาคือ ถ้าเรายังใช้วิธีคิดเมื่อ 20 ปีก่อน เราก็จะได้งานที่เหมาะกับ 20 ปีก่อน ถ้าเราเลิกระบบนี้ไม่ได้ ก็ต้องลองคิดแบบไม่ตั้ง Key Message ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับบริษัทโฆษณา”

ตอนนี้ทั้งชายและทีมงานของเขาพยายามอย่างเต็มที่ที่จะหา Solution ใหม่เพื่อแก้ปัญหา

“วิธีการของเราคือ เราใช้ Objective ของลูกค้ามาวางแทน Key Message แล้วหา Problem ว่ามีปัญหาอะไรที่ต้องแก้ไขไหม แล้วจึงหาวิธี Execution จากปัญหาเหล่านั้นแทน แน่นอนว่ายากกว่า เพราะว่า Key Message ทำให้ชี้เป้าชัดเจนเลยว่าต้องทำอะไร อย่างไร แต่ว่า Problem เป็นชุดข้อมูลก้อนใหญ่ ข้อดีคือคุณจะทำโฆษณาสมัยใหม่ได้ แต่ข้อเสียก็คือ คุณอาจจะพิมพ์ผิดปุ่มหรือทำสิ่งที่ผิดทิศทางได้เหมือนกัน เพราะโจทย์และวิธีการที่ใช้นั้นกว้างกว่าเยอะ ความท้าทายอยู่ตรงนี้แหละว่าคุณจะจิ้มถูกจุดไหม”

CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญ, ธนาคารกรุงไทย CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญ, ธนาคารกรุงไทย CJWORX, ให้สติ ,hisati, หนังโฆษณา, แคมเปญ, ธนาคารกรุงไทย

เป้าหมายที่ไปไกลกว่าโฆษณา

จุดมุ่งหมายที่ชายต้องการให้แคมเปญนี้ส่งแรงไปถึงก็คือ ช่วยให้ผู้บริโภคฉุกคิดและเปลี่ยนพฤติกรรมจริงๆ เพื่อให้แคมเปญนี้ไปได้ไกลกว่าสิ่งที่หนังโฆษณาจะทำได้

“อย่างน้อยที่สุด แคมเปญนี้จะไม่ได้มีพลังอยู่แค่ 3 นาที แต่สารที่ต้องการสื่อแปลงเปลี่ยนเป็นของที่จับต้องได้ คุณอาจจะใช้งานจริงหรือตั้งอยู่ในบ้าน ในฐานะคนทำงานเราหวังว่าให้สติจะให้สติทุกคนสมชื่อ นี่คือสิ่งที่อยู่ในโจทย์ของลูกค้า ทั้งทางตรงคือธนาคารกรุงไทยและทางอ้อมคือภาครัฐ ที่อยากให้โฆษณาชุดนี้จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่เห็น แต่ให้ทุกคนเอาเรื่องนี้ไปคิด และมีสติกับมัน”

CJ WORX TEAM

สหรัฐ สวัสดิ์อธิคม
Executive Creative Director

วุฒิชัย จงสงวน
ชโลธร นวนทอง
Associate Creative Director

นิดา เตชะกฤตธีรนันท์
Senior Art Director

นวพร ซื่อตรง
Senior Copywriter

สรทัศน์ ปึงศิริเจริญ
เมธาพร มุจจลินทน์กูล
Social Copywriter

จิพัฒน์ถิกาล ปาณิกบุตร
Director of Strategy and Business Solutions

สาริศ ตระการศรีสุนันท์
Strategic Planner

ขวัญชนก ภู่ชัยวัฒนานนท์
Associate Digital Media Planning Director

พชรพร วงศ์วิทูไท
Digital Media Planner

ธนกร แสงจันทร์
Digital Media Planning Assistant
Biddable Specialist

จริยา แก้วแดง
พิมพ์ชนก เหลืองอร่าม
Media Buyer

นครียา ด้วงวิสุทธิ์
Communication manager

ธีรวุฒิ สถิตภัทรกุล
Communication Manager

นครินทร์ อุทัยชลานนท์
Account Director

มนสินี นารีโภชน์
Account Executive

Writer

ณิชากร เอื้อสุนทรวัฒนา

อดีตนักเรียนโฆษณาที่มาเอาดีทางด้านอาหาร แต่หลงใหลการสัมภาษณ์และงานเขียน

Creative Campaign

เรื่องราวเบื้องหลังโฆษณา

ก่อนจะเปิดเพลย์ลิสต์ Focus Working ฟังให้ได้บรรยากาศห้องทำงานในฝัน 

เจ้าของเพลย์ลิสต์อย่างพฤกษา อาสาพาเราย้อนเวลากลับไปเมื่อปีก่อน ในตอนที่พวกเขาริเริ่มโปรเจกต์ Tomorrow. Reimagined. ภายใต้แนวคิด ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต ด้วยความเชื่อที่ว่า บ้านคือการลงทุนทั้งชีวิต ซึ่งทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และบ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือประสบการณ์การใช้ชีวิตทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า ดังนั้น จึงต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่วันนี้ถึงจนถึงอนาคตข้างหน้า พร้อมตั้งใจที่อยากให้บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขกายที่ดี และสุขภาพใจที่ดี

ประกอบไปด้วย 3 เรื่องสำคัญคือ Health and Wellness บ้านไม่ใช่แค่ที่ปลอดภัย แต่ควรเป็นบ้านที่ส่งเสริมให้สุขภาพดียิ่งขึ้น, Lifestyle Disruption บ้านที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่แตกต่างกันของคนทุกช่วงวัย และ Sustainability การสร้างชุมชนและสังคมที่ยั่งยืน เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีที่สุด

ความจริง แนวคิดข้างต้นของพฤกษาก็ปรากฏอยู่ในคอลัมน์หมู่บ้านของ The Cloud ไปแล้ว แต่คราวนี้พฤกษาไม่ได้มาเพื่อพูดถึงเรื่องนั้น

ผ่านไป 1 ปี พวกเขายังคงพัฒนาต่อยอดแนวคิดดังกล่าว 

เรากำลังจะเล่าถึงแคมเปญล่าสุดอย่าง Unlock Your Future Living ที่จะช่วยดูแลสุขภาพทั้งกายและใจเพื่อทุกชีวิตในบ้านอย่างแท้จริง

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Generation Why?

ทุกคนรู้ไหมว่า ‘บ้าน’ ทำให้สุขภาพกายและใจของเราดีขึ้นได้

อาจจะเป็นคำถามที่เราไม่เคยคิดมาก่อน แต่จริง ๆ แล้วบ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพกายและใจที่ดีได้

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสุขภาพกายให้ดีโดยใช้ทุกพื้นที่ของบ้านในการออกกำลังกาย การเลือกบ้านที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์ และวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีสารพิษ หรือการสร้างสุขภาพใจที่เราสร้างบรรยากาศดี ๆ ให้กับบ้าน เพื่อเติมใจให้ฟูในช่วงเวลาที่อยู่บ้านได้

ความต้องการของพฤกษา คือการทำบ้านให้เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้สุขภาพกายและใจดีขึ้นในทุก ๆ วันที่ใช้ชีวิต

แม้แคมเปญที่ผ่านมา พวกเขาจะสื่อสารเพื่อคนทุกช่วงวัยเป็นหลัก แต่กลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ ถือว่าเป็นกำลังหลักในการเลือกซื้อบ้าน คือกลุ่มคน Gen Y โดยส่วนมากยังไม่มีลูก คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้มาอาศัยอยู่ด้วย และอายุก็ยังไม่มากนัก สิ่งที่ควรดูแลเป็นอย่างมากจึงหนีไม่พ้นตัวเอง

พวกเขาตีความว่า บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพกายและใจที่ดี แต่จิตใจอาจจะไม่ได้แข็งแรงเท่ากายนัก จากปัจจัยภายนอกที่เผชิญมาตลอดวัน

พฤกษาอยากให้คุณกลับบ้านมาแล้วเหมือนได้ชาร์จแบต เพราะการมีสุขภาพที่ดีขึ้นของคนกลุ่มนี้ คือการออกไปทำตามฝัน ทำในสิ่งที่อยากทำได้เต็มที่ แม้ในวันพรุ่งนี้จะต้องออกไปลุยและอาจจะต้องเจอกับเรื่องเดิม ๆ อีกก็ตาม รวมไปถึงการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลากับโลกของเราในช่วง 2 – 3 ปีนี้ คนใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น ทำให้บ้านต้องมีพื้นที่ที่พร้อมรองรับการใช้ชีวิตอยู่เสมอ

แคมเปญนี้จึงแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือการดูแลสุขภาพกายและดูแลสุขภาพใจ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือจะสื่อสารเรื่องพวกนี้ให้คนวัยทำงานที่ก้มหน้าก้มตาทำแต่งาน ไม่ได้สนใจตัวเองเท่าไรได้ยังไง

ถ้าเป็นเราก็คงนิ่งคิดไปนาน แต่พฤกษาส่งน้องฟิวเจอร์กลับมาเป็นคำตอบ เรียกน้องว่า Virtual Life Inspirer แบรนด์พรีเซนเตอร์ AI คนแรกของพวกเขา ทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่จะมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังว่า พฤกษาออกแบบบ้านยังไง ช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ว่าต้องคำนึงถึงอะไรถ้าต้องเลือกซื้อบ้าน และคุณเลือกได้เพื่ออนาคตของคุณเอง

ในขณะที่หลายแบรนด์เลือกใช้ดารานักแสดงเป็นพรีเซนเตอร์ ความสงสัยถัดมาจึงหนีไม่พ้นว่าอะไรทำให้พฤกษาเลือกใช้ AI ชื่อฟิวเจอร์เป็นทางออก 

คำตอบคือ จากที่ได้ศึกษา Consumer Insight ของกลุ่ม Gen Y เป็นกลุ่มที่เป็น Digital Natives ดังนั้น การใช้ Virtual Inspirer จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่เข้าถึงใจของกลุ่ม Gen Y ได้มากขึ้น รวมไปถึงช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้กลุ่มคน Gen Y ที่มีความคิด ความสนใจหลากหลายได้อย่างเท่าเทียม

การตามหาพรีเซนเตอร์หน้าตาดีเพื่อดึงดูดลูกค้าจึงไม่ใช่สิ่งที่พฤกษาคาดหวัง พวกเขากำลังหาคนคนหนึ่งหรือสิ่งสิ่งหนึ่งที่มาช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่มีความ Individual แตกต่างกันได้

แม้แต่งานแถลงข่าว พฤกษายังแถลงบน Metaverse ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยการเป็น Avatar แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ให้ความสนใจกับโลกแห่งอนาคตมากแค่ไหน 

โดยลักษณะนิสัยของฟิวเจอร์เป็นคนจริงใจ เฟรนด์ลี่ สดใส เข้าถึงง่าย คอยห่วงใยผู้อื่นเสมอ อีกทั้งฉลาด รอบรู้ทั้งเทรนด์ปัจจุบันและอนาคต เสมือนเพื่อนผู้เป็นโค้ชที่มาพร้อมคำแนะนำดี ๆ ซึ่งต่อให้แบรนด์ไม่เฉลย เราก็รับรู้ได้เองว่านั่นสะท้อนจาก Brand Personality ของพฤกษาเป็นแน่

นอกจากฟิวเจอร์จะพาทุกคนเยี่ยมชมโครงการของพฤกษาได้แล้ว ยังมีโปรแกรมออกกำลังกายสนุก ๆ เปลี่ยนบ้านให้เป็น Sport Lifestyle Studio for Tomorrow ปลดล็อกสุขภาพกายของลูกบ้านอีกด้วย 

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

เพลง Old Fashioned ของ Bruno Major ดังคลอขึ้นมา ชวนให้อยากรู้ว่าใครกันนะที่คัดเลือกเพลงเหล่านี้ได้อย่างเหมาะเจาะ และพวกเขามีวิธีการทำงานให้เสียงเพลงส่งผลกับสุขภาพจิตใจอย่างไรกันแน่

People – Pet – Plant

เพลย์ลิสต์ส่งเสริมสุขภาพใจของพฤกษาแบ่งออกเป็น 3 หมวดที่ออกแบบสำหรับทุกชีวิตในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ มีทั้งหมด 6 เพลย์ลิสต์ ได้แก่ Happy Pets อารมณ์ก็ดี เลี้ยงก็ง่าย, Growing Plants โตง่าย ก็เพลงมันเพราะ, Fine Cooking เพลงดีทำอะไรก็อร่อย, Family Gathering สร้างความสุขทุกช่วงเวลา, Focus working เพลงดี…ไอเดียเกิด และ Hard Workout ได้ทั้งฟีล ได้ทั้งเหงื่อ

เพราะพฤกษาเชื่อว่า การใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต ไม่ได้หมายถึงแค่เฉพาะคนเท่านั้น แต่รวมถึงการใส่ใจรายละเอียดที่จะสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ผ่อนคลาย และสร้างเสริมความสุขสำหรับทุก ๆ ชีวิตในบ้านด้วยเช่นกัน 

เรื่องที่สนุกที่สุด คือขั้นตอนของการค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ Gen Y สนใจ เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับการเข้าใจลูกค้ามาก

หนึ่ง พฤกษาให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจในทุก ๆ รายละเอียดการใช้ชีวิตของลูกค้า จึงมีการทำวิจัยเพื่อทำความเข้าใจคนกลุ่มนี้อย่างลึกซึ้ง 

สอง พวกเขาใช้ Big Data ที่มีมากพอสมควร จาก Customer Journey จากความเข้าใจลูกค้า จากทุกจุด Touch Point ตั้งแต่เริ่มเสิร์ชหาบ้าน ลงทะเบียน มาคุยกับเซลส์ ไปเยี่ยมชมโครงการ จนถึงวันที่เข้าไปอยู่จริง

เมื่อได้ชุดข้อมูลมหึมา คำถามแรกที่แบรนด์ตั้งคือ จะพูดเรื่องอะไรให้ Gen Y รู้สึกมีส่วนร่วม 

พฤกษาพบว่าคนส่วนใหญ่สนใจ Entertainment ทั้งเพลง หนัง ละคร ไปจนถึงยูทูบเบอร์ ตามมาด้วยกลุ่มของคนรักสัตว์ที่เห็นได้เกือบทุกหลังในโครงการ จะมีสัตว์เลี้ยงตัวน้อยใหญ่ และกลุ่มคนรักต้นไม้ที่มีการเติบโตชัดเจนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเสียงเพลงคือสิ่งที่จะยึดโยงทุกกลุ่มคนเข้าด้วยกัน

แต่พฤกษาจะทำทุกอย่างให้ตอบโจทย์ทุกคนได้ยังไง ในเมื่อพวกเขาถนัดสร้างบ้าน

การร่วมมือกันระหว่างบ้าน จิตแพทย์ นักดนตรีบำบัด โรงพยาบาล และสัตวแพทย์จึงเกิดขึ้น 

ส่วนเพลย์ลิสต์ทั้ง 6 ก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Dream Team

จุดยืนของพฤกษาชัดเจน คือไม่อยากทำเพลย์ลิสต์ให้เป็นแค่ Marketing Gimmick แต่ต้องเข้าใจลูกค้าจริง ๆ ดีจริง ได้ผลจริง แคมเปญนี้จึงจำเป็นต้องทำกับผู้เชี่ยวชาญที่รู้เรื่องนี้จริง ๆ และมีงานวิจัยที่รับรองจริง ๆ ด้วย

สมาชิกคนแรกในทีมอเวนเจอร์คือทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์สุขภาพใจและนักดนตรีบำบัด โรงพยาบาลวิมุต หมอประจำบ้านของพฤกษา รับดูแลหมวด People ที่ต้องทำงานร่วมกันในการศึกษาและพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อทำความเข้าใจเป็นรายบุคคล เพราะดนตรีที่จะบำบัดได้ดีไม่ได้เกิดจากนักดนตรีบำบัดเป็นคนเลือกอย่างเดียว แต่ผู้ฟังมีส่วนร่วมในการเลือกด้วย  

ถือเป็นการ synergy ของพฤกษาและรพ.วิมุต ต่อยอดมาจากการที่ทางทีมผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.วิมุตช่วยออกแบบฟังก์ชั่น ทั้งภายในบ้านและส่วนกลาง ที่ช่วยเสริมพัฒนาการและความปลอดภัยให้กับลูกบ้านได้อย่างครอบคลุม เพราะแต่ละคนมีความชอบที่แตกต่างกัน พฤกษาจึงใส่ใจออกแบบบ้านให้เหมาะกับกิจกรรมที่หลากหลายของแต่ละคน มีการออกแบบพิเศษให้ตอบโจทย์กิจกรรมที่แตกต่างกันตามความชอบ ทั้งการทำ Flexible Space บ้านที่พร้อมปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ, Ventilation System แค่ได้นั่งพักผ่อน สูดอากาศดี ๆ ในมุมโปรดของบ้านก็หายเหนื่อย, ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่พักใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไปจนถึงบริการ Pruksa x Vimut ที่ให้ลูกบ้านรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ทุกเมื่อ  

จากสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ความกดดันที่มีมากขึ้น สุขภาพใจที่หลายคนมักมองข้าม กลับกลายเป็นสิ่งสำคัญ

คราวนี้ คุณหมอเข้ามาช่วยในเรื่องของทฤษฎีดนตรีบำบัดว่าแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ หนึ่ง เพลงแนว Breathing List ที่มีจังหวะสม่ำเสมอ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ และ สอง Energy List มีเนื้อเพลงและจังหวะเร้าใจ เพิ่มความแอคทีฟเติมพลังให้กับชีวิต ทางการแพทย์ก็ใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือรักษาโรคอยู่แล้ว เนื่องจากมันทำให้อารมณ์ดีและเข้าใจตัวเอง

ซึ่งในหมวดนี้มีถึง 4 เพลย์ลิสต์ด้วยกัน แบ่งตามกลุ่มกิจกรรมในบ้าน ได้แก่ Fine Cooking เพลงดีทำอะไรก็อร่อย, Family Gathering สร้างความสุขทุกช่วงเวลา, Focus working เพลงดี…ไอเดียเกิด และ Hard Workout ได้ทั้งฟีล ได้ทั้งเหงื่อ สามารถเลือกฟังเพลงที่เหมาะกับอารมณ์ในแต่ละช่วงเวลาของตนเองได้ตามความต้องการ 

สมาชิกคนต่อมาของทีม คือ น.สพ.ภพปภัค หุ่นโพธิ์ สัตวแพทย์โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ รับดูแลในหมวด Pet ที่ทางพฤกษาเองก็ต้องลงไปนั่งคุยและศึกษาอย่างจริงจัง พบว่า สุนัขที่ป่วยก็มีวิธีบำบัดด้วยการเปิดเพลงแนวคลาสสิกให้ฟังเช่นกัน พร้อมข้อแนะนำอีกหลายอย่างจากผลวิจัยและการทดลองใช้จริง รวมถึงข้อเสนอแนะว่าจะสร้างบ้านให้มีพื้นที่เพียงพอต่อสัตว์เลี้ยงได้ยังไง มากไปกว่านั้น คือเพลงแบบไหนกันที่เด็ก ๆ ฟังแล้วจะอารมณ์ดี

รูปแบบเพลงที่เหมาะสมที่สุดที่จะลดความกังวลในสุนัขจะเป็นดนตรีที่มีจังหวะแผ่วเบา นุ่มนวล สบาย ๆ อย่างเสียงเปียโนช้า ๆ ที่มีบีท 50 – 70 ต่อนาที รองลงมาจะเป็นดนตรีคลาสสิก หรือเป็น canine lullabies เพลงเด็กทำนองช้า ๆ ซึ่งจะช่วยให้สุนัขรู้สึกผ่อนคลาย 

จนได้เป็นเพลย์ลิสต์ Happy Pets อารมณ์ก็ดี เลี้ยงก็ง่าย ที่ถ้าเปิดให้ฟัง แล้วลองค่อย ๆ ลูบเขาไปด้วย เขาจะสร้างความจดจำว่านี่คือเสียงเพลงแห่งความสุข เมื่อต้องเดินทางไปเที่ยวไกล ๆ ถ้าเขาได้ยินเพลงเพลงนี้ เขาจะจำได้ และรู้สึกเหมือนอยู่กับเจ้าของ ไม่ได้โดนทิ้ง

เพราะยามที่คุณเหงา เศร้า หรือไม่สบายใจ น้อง ๆ ก็จะเป็นคนฮีลใจและสร้างความสุขให้ พฤกษาจึงอยากให้พวกเขามีความสุขไปด้วยกันกับคุณ 

คนรักสัตว์แบบเราถึงกับต้องเก็บเพลย์ลิสต์เข้ากรุ ก่อนเขยิบมาหมวด Plant ที่พฤกษาเองได้นำผลวิจัยมาใช้ในการออกแบบค่อนข้างมาก บวกกับได้ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้อย่าง บ้านและสวน มาอยู่ในทีมอเวนเจอร์ด้วย ช่วยให้บ้าน เสียงดนตรี และพื้นที่สีเขียวอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว

ซึ่งนอกจากการให้ความร่มรื่นและช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับทุกคนที่อยู่อาศัยแล้ว ต้นไม้ยังสามารถส่งต่อพลังบวก บำบัด และเพิ่มความสุขให้กับทุกคนในบ้านได้ด้วย แต่การที่ต้นไม้จะเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมีความสุขได้ ก็ขึ้นอยู่กับการเอาใจใส่ของเราเช่นกัน  

ถ้าได้ลองเปิดเพลงในเพลย์ลิสต์ Growing Plants โตง่าย ก็เพลงมันเพราะ ให้ฟังก็คงจะดีไม่น้อย เพราะมีทั้งเพลงช้าบรรเลงให้ความรู้้สึกถึงฟ้ายามเช้าที่แดดค่อย ๆ ออก จนถึงเพลงจังหวะสนุกสนานที่เหมาะแก่การรดน้ำต้นไม้เป็นที่สุด เชื่อว่าพวกต้นไม้เองก็คงรู้สึกสดชื่นไม่ต่างกัน

เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ คือคนสุดท้ายในทีม นักร้องที่ผันตัวเองมาเป็นนักจิตวิทยา ซึ่งนอกจากเขาจะเชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพจิตใจแล้ว เขื่อนยังมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองและปลูกต้นไม้จำนวนมาก

เมื่อรวมตัวกันครบทีม ต่อให้กัปตันพฤกษาไม่ได้พูดปลุกใจว่า Avengers Assemble เหมือนในภาพยนตร์ แต่เราเชื่อว่าทุกคนก็พร้อมสร้างเพลย์ลิสต์ที่ตอบโจทย์ลูกบ้านอย่างเต็มกำลังแน่นอน

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Co-working Space

หากจะถามว่าพฤกษารู้ได้อย่างไรว่าเพลงไหนเหมาะสมที่สุดก็คงเป็นคำถามที่ยากเกินไป เพราะคำว่าดีที่สุดของพฤกษา ไม่มีจุดสิ้นสุด

พวกเขาใช้เวลาพูดคุยกับคุณหมอหลายชั่วโมง เพื่อทำความเข้าใจ คัดเพลง ส่งลิสต์กลับไปกลับมา แล้วก็ประชุมกับคุณหมออีกรอบว่าจัดเพลงยังไง

อย่างที่บอก พวกเขาไม่ต้องการให้มันเป็นแค่เพลย์ลิสต์ ไม่ได้ทำวันนี้วันเดียว แต่ต้องทำทุก ๆ อย่างประกอบกัน ใส่ใจทุกรายละเอียด และทำอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายจึงเป็นการทำให้ทุกฝ่ายมองเห็นเหมือนกันว่าอะไรคือความหมายของ ‘การใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต’ 

เพราะการสร้างบ้านหลังหนึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยคนคนเดียว สถาปนิกของพฤกษาก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์เลี้ยง ทีมออกแบบบ้านต้องทำตามหลักที่เอื้อเรื่องสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดี มาร์เก็ตติ้งทุกคนต้องสื่อสารเรื่องราวเหล่านี้ให้เข้าถึงลูกค้า ผู้เชี่ยวชาญ พาร์ตเนอร์ทั้งหลายก็จะเข้ามาช่วยให้แคมเปญนี้ดียิ่งขึ้น

สัตวแพทย์จากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อก็ไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องดนตรีบำบัดสัตว์เลี้ยงเพียงอย่างเดียว ลูกบ้านพฤกษาจะได้รับสิทธิพิเศษที่โรงพยาบาลสัตว์ด้วย เพราะโจทย์ที่พวกเขาให้ คือลูกบ้านพฤกษามีน้องหมาก็เหมือนมีลูกคน อีกทั้งน้อง ๆ พวกนี้ยังอาศัยอยู่ที่บ้านมากกว่าพวกมนุษย์เสียอีก จะปล่อยให้อยู่อย่างไม่มีความสุขได้ยังไง แม้แต่โรงพยาบาลวิมุต ก็นำเพลย์ลิสต์หมวด People ไปเปิดใช้จริงด้วยเช่นกัน

ตามเจตจำนงของพวกเขาที่อยากบอกว่า จุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดของการมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ก็คือบ้านของทุกคนนั่นเอง

Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน
Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน

Happy Ending

แน่นอนว่าแคมเปญนี้เกี่ยวเนื่องกับความรู้สึกและชีวิตคนโดยตรง การวัดผลว่าประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนจึงเป็นไปได้ยาก แต่เราก็หวังใจว่ากลุ่มเป้าหมายของพวกเขาจะชื่นชอบ ขอเป็นอีกหนึ่งแรงที่ยืนยันได้ว่าพฤกษาพยายามอย่างหนักที่จะเข้าใจลูกค้า และมองทุกมุมโดยละเอียด

เพื่อให้คน Gen Y เข้าใจบ้านที่พวกเขาออกแบบมากยิ่งขึ้นในวันหน้า ในทางกลับกัน พวกเขาก็จะได้ออกแบบบ้านที่เข้าใจลูกค้ามากยิ่งขึ้นต่อเนื่องไปด้วย

ยกตัวอย่างว่า บางคนอายุ 30 กำลังเพิ่งแต่งงาน 10 ปีผ่านไป เขาก็จะอายุ 40 อาจจะมีลูกสักอายุ 2 – 3 ขวบ ผ่านไปอีก 10 ปี เขาจะเริ่มแตะวัย Senior Aging ลูกเขาจะเริ่มเป็นวัยรุ่น และถ้ามีคุณตาคุณยายมาอยู่ด้วย ก็เป็นคนอายุประมาณสัก 80 แล้ว

Future Living ของพฤกษาคือการคิดถึงอนาคตนั้น ไม่ต้องไกลก็ได้ มองใกล้ ๆ ว่าตรงนี้ยังเป็นห้องเก็บของ อยากจะเปลี่ยนเป็นสตูดิโอพรุ่งนี้หรือเดือนหน้าได้เลย วันนี้สนใจปั่นจักรยาน วันต่อไปอยากเล่นโยคะ บ้านนี้ก็จะมีพื้นที่ที่ดีไซน์ให้ทั้งหมดเกิดขึ้นได้

หลังผ่านระยะเวลาหลายเดือน เพลย์ลิสต์ทั้ง 6 ก็ส่งออกสู่ลูกบ้านและคนทั่วไปได้ฟังกัน ขวัญใจคนทำงานอย่างเราคงหนีไม่พ้น Focus Working ที่เล่นเพลง Stiches ของ Shawn Mendes อยู่ตอนนี้

ก่อนจากกัน อยากให้เฝ้าติดตามสเต็ปต่อไปภายใต้แนวคิดอันยิ่งใหญ่ที่มีคำว่า ทั้งชีวิต เป็นคำมั่นสัญญา

เพราะพฤกษาไม่ได้ใส่ใจแค่ลูกบ้าน แต่รวมถึงสัตว์เลี้ยง ต้นไม้ ทุก ๆ ชีวิตในบ้านให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และยังคงตั้งมั่นที่จะทำให้บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพกายและใจที่ดี ทั้งในวันนี้และในอนาคตต่อไป แม้ผลลัพธ์ที่ได้จะพึงพอใจแล้วก็ตาม

ว่าแล้วก็ออกไปรดน้ำต้นไม้ยามสาย แล้วแวะมาลูบหัวเพื่อนรักสี่ขาที่นอนมองตาละห้อยสักหน่อยดีกว่า 

Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน

นอกจากจะมีเสียงดนตรีที่ช่วยในการสร้างพลังบวก สำคัญคือ บ้านของพฤกษาจะต้องเป็น “บ้านที่จะช่วยสร้างสุขภาพใจที่ดี” พวกเขาจึงใส่ใจออกแบบ Pruksa Living Solution ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ของการอยู่อาศัย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคน ทุกชีวิต มีความสุข และให้บ้านเป็นสถานที่พักกายพักใจ ช่วยให้คุณปลดล็อกสุขภาพกายและใจให้ฟื้นฟูเพราะบ้านที่มาพร้อมกับ Pruksa Living solution จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้น 

สัมผัสประสบการณ์ Unlock Your Future Living เพิ่มเติมได้ที่ https://www.pruksa.com/inspiring-story/unlockyourfutureliving-music

ข้อมูลอ้างอิงงานวิจัย
  • Giordano F, Scarlata E, Baroni M, et al. Receptive music therapy to reduce stress and improve wellbeing in Italian clinical staff involved in COVID-19 pandemic: A preliminary study. Arts Psychother 2020;70: 101688.
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1558787811001845
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0031938416306977
  • www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7671032/
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1558787811001845
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0031938416306977

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load