ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนของ ‘บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด’ (Buriram United) หรือไม่ เราต่างต้องยอมรับว่าเรื่องราวของสโมสรฟุตบอลนี้มหัศจรรย์

จากเมืองอีสานที่เป็นทางผ่าน กีฬาเป่าลมหายใจรดเมืองเล็กๆ นี้ให้มีชีวิตชีวา เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย เมืองเติบโตก้าวหน้า และหัวใจคนบุรีรัมย์ก็สามัคคีเป็นหนึ่งเดียว

ขณะที่สโมสรฟุตบอลประจำจังหวัดย่างเท้าเข้าสู่ปีที่ 10 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังเปิดตัวจังหวัดสู่บทบาทใหม่ ในฐานะชุมชนงานคราฟต์อีสานที่ยิ่งใหญ่และมีคุณภาพ

สโมสรฟุตบอลชายและแม่บ้านนักทอผ้าไทย ดูเผินๆ ไม่เกี่ยวข้องกันสักนิด แต่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กำลังจะสร้างสิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้อีกครั้ง

โดยเริ่มจากผ้าพันคอ

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram united

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram united

จากผ้าถักของคุณยายอังกฤษ กลายเป็นผ้าทอคุณป้าอีสาน

ผ้าพันคอเป็นวัฒนธรรมแฟนบอลอังกฤษที่เริ่มต้นในช่วงปี 1900

ชาวเมืองผู้ดีที่ชอบใส่เสื้อโค้ตและหมวกสีเรียบทึม นิยมใช้ผ้าพันคอสีประจำสโมสรฟุตบอลเป็นสัญลักษณ์แสดงความภักดี และชูผ้าโห่ร้องเมื่อได้รับชัยชนะ

ในช่วงแรก ผ้าพันคอเหล่านี้เป็นผ้าไหมพรมที่คุณย่าคุณยายหรือคุณแม่ถักให้ลูกหลานใช้ ต่อมาก็กลายเป็นอุตสาหกรรมผ้าพิมพ์ลายสีฉูดฉาด เพราะการชูผ้าพันคอเชียร์บอลข้างสนามหรือซื้อผ้าเก็บเป็นที่ระลึก กลายเป็นธรรมเนียมที่แพร่หลายไปทั่วโลก

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram united

สโมสรฟุตบอลในเมืองไทยก็รับวัฒนธรรมผ้าพันคอมาใช้เป็นของที่ระลึกเหมือนกัน แม้บ้านเราจะเป็นเมืองร้อน (มาก) จนผ้าพันคอไม่เคยได้ใช้กันหนาวตามฟังก์ชันดั้งเดิม ครั้นจะเอาผ้าผืนยาวหน้าแคบมาใช้ในชีวิตประจำวันก็ไม่ถนัด แตกต่างจากผ้าขาวม้าที่เป็นผ้าติดมือสารพัดประโยชน์ของคนอีสาน จะใช้นุ่งเป็นโสร่ง โพกหัว ผูกเอว ผูกเป็นย่ามใส่ข้าวกล่องไปทำงานก็ได้

แนน-ชิดชนก ชิดชอบ Merchandise Director แห่งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลูกสาวของ เนวิน ชิดชอบ ที่ดูแลของที่ระลึกทั้งหมดของสโมสร มองเห็นช่องโหว่ของสินค้าในมือ เลยเกิดไอเดียเปลี่ยนผ้าพันคอแบบอังกฤษเป็นผ้าทอมือแบบบุรีรัมย์ บิดโจทย์ด้วยการเปลี่ยนขนาด รูปทรง และดีไซน์ใหม่ ผ้าเชียร์บอลที่โบกสะบัดในมือแฟนๆ ก็ใช้ได้ในทุกโอกาส ทุกวัน แถมยังได้สนับสนุนคุณป้าคุณน้าที่ทำงานคราฟต์ในจังหวัดด้วย

การเดินทางจากผ้าถักไหมพรมเรียบง่าย สู่ผ้าเร็จรูปจากโรงงาน แล้วกลับไปสู่กระบวนการคราฟต์อย่างการทอมือเกิดขึ้นได้อย่างไร เราเดินทางไปหาคำตอบนี้ที่บุรีรัมย์

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram united

เป่าลมหายใจให้เมือง

“Breath of Buriram เป็นสโลแกนของสโมสรที่พ่อคิด โจทย์มันเรียบง่ายมาก บุรีรัมย์เป็นเมืองผ่าน ตั้งแต่มาทำสโมสรฟุตบอล คนก็สนใจมาก และประสบความสำเร็จมากจนเราสร้างสนามฟุตบอลได้ เขาเลยเอาคำนี้ไปคาดไว้บนอัฒจันทร์”

ข้างสนามช้างอารีน่าหรือปราสาทสายฟ้า แนนเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เธอเล่าต่อว่า ทุกปีสโมสรจะมีแคมเปญใหม่ๆ ผลัดเปลี่ยนเสมอ จนคำว่า Breath of Buriram เริ่มจมหายไป ในวาระที่สโมสรจะอายุครบรอบ 10 ปี ในปี 2019 ที่จะมาถึง เธอจึงอยากชูคำนี้ขึ้นมาอีกครั้ง

สำหรับลูกสาวประธานสโมสร ลมหายใจของบุรีรัมย์ไม่ใช่แค่ทีมฟุตบอล แต่คือคนบุรีรัมย์

“เวลาพ่อไปบรรยายที่ไหน เขาพูดเสมอว่า ตั้งแต่ทำสโมสรฟุตบอลเศรษฐกิจเมืองบุรีรัมย์ดีขึ้นมาก GDP เพิ่มเป็นพันเปอร์เซ็นต์ จริงอยู่ที่ค่าเฉลี่ยรายได้คนบุรีรัมย์ขึ้นก็จริง แต่คนที่ได้ประโยชน์คือเจ้าของโรงแรม เจ้าของร้านอาหาร เจ้าของคาเฟ่ พวกคนที่ทำธุรกิจท่องเที่ยว คนส่วนใหญ่ในบุรีรัมย์ที่เป็นเกษตรกรเขายังไม่ได้ประโยชน์อะไรมากมาย ดังนั้น ในวาระที่เราจะอายุครบ 10 ปี เราอยากให้ชาวบ้านมากกว่านี้ สโมสรอยากจะตอบแทนคนบุรีรัมย์ ทำให้บุรีรัมย์มีลมหายใจอีกครั้ง”

ฝ่ายของที่ระลึกที่ชิดชนกดูแลเป็นฝ่ายที่ทำรายได้ให้สโมสรได้มากที่สุดหลายปีติดต่อกัน เพราะแฟนคลับและนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาซื้อสารพัดของที่ระลึกตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นผ้าพันคอ ตุ๊กตา พวงกุญแจ หรือเสื้อบอลที่ชอบหมดเกลี้ยงในพริบตา แนนรู้ว่าตอนนี้อ้อมแขนของสโมสรฟุตบอลกว้างพอที่จะโอบคนท้องถิ่นให้เดินไปด้วยกัน

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram united

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram united

ของดี 7 หมู่บ้าน

“วิเวียน เวสต์วูด ทำให้ผ้าลายสก๊อตเจ๋งได้ เราก็อยากทำให้ผ้าไทยเข้าถึงวัยรุ่นเหมือนกัน”

ดีไซเนอร์ที่ซื้อผ้าซื้อพรมท้องถิ่นจากทุกประเทศที่ไปเที่ยว เช่น อินเดีย โมร็อกโก หลงรักงานคราฟต์ท้องถิ่นมาเนิ่นนาน

“จุดเด่นของผ้าบุรีรัมย์คือผ้าซิ่นตีนแดงและผ้าหางกระรอก คนบุรีรัมย์มี 4 เผ่า คือไทยเขมร ไทยลาว ไทยโคราช และไทยส่วย ซึ่งแต่ละเผ่ามีผ้าแตกต่างกัน แต่พอมาอยู่บุรีรัมย์ด้วยกันก็เลยเกิดการผสมผสานเป็นผ้าซิ่นตีนแดงหางกระรอก นอกจากนี้ ยังมีผ้าไหมเปลือกนอก ผ้าขาวม้า และผ้าฝ้าย” หญิงสาวอธิบายความหลากหลายของผ้าอย่างคร่าวๆ

“แนนชอบคำว่า Local for Local ของบ้านเรามันมีดีอยู่แล้ว ไม่ต้องรอแบรนด์เมืองนอกเอาผ้าไทยไปตัด มันก็สวยด้วยตัวมันเอง คุณภาพก็ดี แต่ตัวสินค้าอาจยังขายไม่ได้กับคนรุ่นใหม่ เรามีฐานแฟนบอลอยู่แล้ว เรารู้ว่าเขาชอบซื้ออะไร มันเป็นโอกาสที่เราจะช่วยคนบุรีรัมย์ได้ เราอยากทำงานคราฟต์ที่เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ ไม่ได้อยากทำสินค้าหรูหรา ต้องเป็นของที่เข้าถึงคน ซื้อง่าย ใช้ง่าย”

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram united

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram united

การทอผ้าเป็นทักษะงานคราฟต์ที่ผู้หญิงบุรีรัมย์รุ่นก่อนๆ ทำเป็นกันอยู่แล้ว แนนและทีมงานตระเวนดูหมู่บ้านต่างๆ ในบุรีรัมย์ แล้วเลือกหมู่บ้านเล็กๆ 7 หมู่บ้านมาเป็นแนวร่วมตัวอย่าง

เกณฑ์คือไม่เลือกหมู่บ้านที่ดังเรื่องการทอผ้าที่สุด เพราะพวกเขามีกลุ่มลูกค้าของตัวเองแล้ว แต่จงใจเลือกหมู่บ้านที่มีแม่บ้านที่ทอผ้าเป็นอาชีพเสริม ไปทำนามาตอนเช้า บ่ายๆ ระหว่างเลี้ยงลูกหลานก็ทอผ้าไปด้วยได้ โครงการนี้จะทำให้คนกลุ่มนี้มีรายได้เสถียรมากขึ้น

เกณฑ์ข้อต่อมา คือเลือกหมู่บ้านที่ยินดีปรับตัว พร้อมจะทดลองทำสิ่งใหม่ไปด้วยกัน

“ช่วงแรกป้าๆ หลายคนบอกเราว่าเขาทำไม่ได้หรอก เขาไม่เคยทำ แต่ถ้า 7 หมู่บ้านนี้เป็นตัวอย่างว่าประสบความสำเร็จ ต่อไปก็จะมีมากกว่านี้”

แนนกล่าวอย่างมุ่งมั่น

แปลงโฉมผ้าไทย

ชิดชนกและทีมงานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พัฒนารูปแบบ ลายผ้า และสีสันของผ้าไทยแบบต่างๆ ให้ทันสมัยขึ้น เป็นผ้าโทนสีฟ้าน้ำเงิน 6 แบบที่ใช้งานได้แตกต่างกัน โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ร่วมเป็นตัวกลางสื่อสารเรื่องดีไซน์กับบรรดาคุณป้าช่างย้อมช่างทอ

ผ้าไทยส่วนใหญ่จะทอเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้งานอื่นนอกจากนุ่งเป็นซิ่นไม่ค่อยได้ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ฟังก์ชันจะเพิ่มเป็นโพก พัน คาด นุ่ง ห่ม ได้สารพัด

ผ้า 2 แบบที่ได้ทอเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส คือผ้าไหมเปลือกนอกเนื้อหนาฟูนุ่ม เหมาะกับการห่มกันหนาว ห่มนอนบนโซฟาที่บ้าน ของกลุ่มทอผ้าบ้านหนองตาไก้ และผ้าไหมมัดหมี่รวม จากกลุ่มทอผ้าบ้านตาลองที่เชี่ยวชาญเรื่องการย้อมสีธรรมชาติ จะโพกหัว ผูกคอ หรือพลิกแพลงได้ตามความชอบ

ผ้าที่เหลือทอชื่อ BURIRAM UNITED ตรงกลาง ขนาดใกล้เคียงผ้าขาวม้าดั้งเดิมที่ใช้คนเก่าคนแก่ออกแบบไว้ให้ใช้งานได้ดีแล้ว ใช้ชูในสนามได้อย่างเก๋ไก๋ แม้เนื้อสัมผัสและลวดลายแตกต่างกันออกไป ได้แก่ ผ้าขาวม้าจากกลุ่มทอผ้าบ้านโคกสะอาด บ้านหนองกระโดน และบ้านตาลอง ผ้าหางกระรอกขอบแดง จากกลุ่มทอป้าบ้านสนวนนอก ผ้าภูอัคนีย้อมดินภูเขาไฟ จากกลุ่มทอผ้าบ้านเจริญสุข และผ้าไหมมัดหมี่ลายสายฟ้า จากกลุ่มทอผ้าชุมชนสายยาว

น่าเสียดายที่ผ้าทั้งหมดกำลังอยู่ในขั้นตอนการทอ เราเลยไม่มีผ้าทั้ง 6 แบบมาอวดโฉม แต่เราได้เดินทางไปเยี่ยม 2 หมู่บ้านสุดท้าย เลยมีตัวอย่างขั้นตอนการผลิตผ้าย้อมดินภูเขาไฟ และผ้าไหมลายสายฟ้าสุดเท่มาให้ดู

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram unitedบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram united

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram unitedบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram united

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram united

ลำแข้งแม่บ้าน

ผ้าของที่ระลึกเหล่านี้จะเริ่มวางขายปลายเดือนกันยายน ทุกแบบมีจำนวนจำกัด เพราะแต่ละหมู่บ้านทอได้แค่หมู่บ้านละ 100 ผืน

“ผ้าทุกผืนจะมีนามบัตรป้าที่ทอผ้าผืนนั้นไว้ มีเบอร์โทรติดต่อเสร็จสรรพ เผื่อเขาจะสั่งซื้อเพิ่มอีก เราไม่อยากกินรวบ ถ้าเขาไปขายของต่อเองได้ก็วิน-วินกันหมด เราขอสงวนแค่สีและแบบที่เป็นของสโมสรเท่านั้น” ดีไซเนอร์ไฟแรงอธิบาย

“บนนามบัตรยังมีที่ให้เขาเขียนอะไรสั้นๆ ลงไป เขาจะได้ภูมิใจ และจะได้มีความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนรับก็รู้สึกดี สัมผัสความตั้งใจได้มากกว่าซื้อของที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ เราหวังว่าจะทำให้คนทอภูมิใจในงานคราฟต์ของตัวเอง และอาจจะปลุกคนอื่นๆ ให้สนใจงานนี้

แนนได้ยินตลอดว่าคนรุ่นใหม่ไม่ชอบทำงานแบบนี้แล้ว ลูกหลานของป้าๆ ชอบเข้าไปทำงานในเมืองเพราะรายได้ดีกว่า มันน่าเสียใจนะที่เรากำลังเสียวัฒนธรรมที่สวยงามไป เราอยากสร้างโอกาสให้การกลับมาทำงานคราฟต์ที่บ้านเป็นไปได้”

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram united

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram united

“เราอยากทำให้มันเป็นโครงการระยะยาว เพราะมันคือ Breath of Buriram ถ้าคุณหยุดหายใจ คุณก็ตาย”

ผู้หญิงที่กุมบังเหียนฝ่ายสำคัญในสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งใจว่า นับแต่นี้ สินค้าของที่ระลึกของสโมสรฟุตบอลจะไม่หยุดแค่ผ้า แต่จะช่วยสนับสนุนของคราฟต์ท้องถิ่นทุกอย่างของบุรีรัมย์ เช่น เสื่อสาน กระเป๋าสาน และสารพัดงานฝีมือ

“เราคงทำให้คราฟต์ 100% ไม่ได้ อย่างเสื้อบอลก็ต้องทำให้เหมาะกับการเล่นกีฬา ต้องพึ่งเทคโนโลยี แต่เราอยากจะคืนกำไรสู่แฟนๆ สู่คนที่สนับสนุนเรามาตลอด กำลังดูอยู่ว่าชาวบ้านสามารถจะผลิตผ้าเป็นสินค้าอื่นๆ ได้มากแค่ไหน”

การขยับตัวจากเมืองกีฬาสู่เมืองคราฟต์ อาจทำให้เมืองแห่งผ้าอื่นๆ ไหวตัวตาม แต่ลูกสาวคนเดียวของประธานสโมสรฟุตบอลชายประกาศชัดเจนว่า เธอไม่คิดจะลงสนามแข่งขันกับใคร

“แต่ละเมืองมีจุดเด่นต่างกัน เราคงไม่ไปแข่งกับเมืองคราฟต์เมืองอื่นหรอก นี่ไม่ใช่ฟุตบอล (หัวเราะ) แนนก็อยากเรียนรู้จากเมืองอื่นๆ นะ คงจะดีถ้าเรากระตุ้นความคิดเรื่องการรักษางานคราฟต์ไปด้วยกัน”

ชิดชนก ชิดชอบ เอ่ยอย่างครุ่นคิด เธอกอดลาป้าๆ ช่างทออย่างรักใคร่ก่อนก้าวขาออกจากหมู่บ้าน สิ่งที่เธอมอบให้พวกเขาไม่ใช่แค่การออกแบบลวดลายผ้าใหม่ หรือออร์เดอร์ผ้าพันคอมากมาย

แต่เป็นโอกาสให้พวกเขาได้ยืนบนลำแข้งของตัวเอง โดยไม่พึ่งเพียงชื่อเสียงของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, Buriram united



ข้อมูลบางส่วนจาก https://www.ruffneckscarves.com/blogs/ruffneck-blog/a-history-of-soccer-scarves-explained

ถ้าสนใจอยากไปเรียนรู้ขั้นตอนการทอและย้อมผ้าที่ระลึกสุดคราฟต์ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อ่านรายละเอียดและสมัครร่วมทริปได้ที่นี่

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Creative Campaign

เรื่องราวเบื้องหลังโฆษณา

นี่คือปีที่ 138 นับตั้งแต่ไปรษณีย์ไทยเริ่มให้บริการครั้งแรก

และนี่ก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่บริษัทยักษ์ใหญ่อายุร้อยกว่าปีแห่งนี้ จะขอยื่นสมัครงานใหม่ โดยมีคุณทุกคนเป็นผู้ตัดสิน

ไปรษณีย์ไทยไม่ได้มาพร้อมพอร์ตโฟลิโอเล่มหนาและเรซูเม่ยาวเหยียดตามอายุงาน แต่เขาได้สกัดสิ่งเหล่านี้ออกมาเป็นคลิปวิดีโอสั้น ๆ ในชื่อ ‘The Resume จากใจไปรษณีย์ไทย’ ซึ่งเป็นแคมเปญล่าสุดที่ไปรษณีย์ไทยจับมือกับบริษัทชูใจ กะ กัลยาณมิตร เล่าเรื่องราวของบริษัทโลจิสติกส์ประจำประเทศที่ใครหลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน

“เรื่องราวทั้งหมดในภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ น่าจะมีแต่ไปรษณีย์ไทยเท่านั้นที่พูดได้” ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ยืนยันอย่างหนักแน่น

แต่แน่นอน ในวันที่ธุรกิจขนส่งแทบจะกลายเป็น Red Ocean ที่เปอร์เซ็นต์การแข่งขันสูงลิ่ว ผู้ใช้บริการอย่างเราเองก็มีตัวเลือกหลากลาย คงไม่ใช่เรื่องแปลกนักหากเราอาจหลงลืมความแตกต่างของเพื่อนใกล้ตัวที่อยู่ด้วยกันมาตลอดไปบ้าง นี่เองคือโจทย์ใหญ่ที่ กิ๊บ-คมสัน วัฒนวาณิชกร ครีเอทีฟประจำแคมเปญจากชูใจ กะ กัลยาณมิตร ต้องรับหน้าที่สานต่อ เพื่อสร้างภาพยนตร์สั้นที่จะดึงความเป็นไปรษณีย์ไทยออกมาให้ได้ในแบบที่ครบถ้วน สดใหม่ แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของไปรษณีย์ไทยเอาไว้เหมือนเคย

คมสันบอกเราพร้อมเสียงหัวเราะว่ากดดันพอควร ในเมื่อผู้ตัดสินไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนไทยทุกคน

ไปรษณีย์ไทยพร้อมสำหรับการให้สัมภาษณ์แล้ว

เรซูเม่ของเขาก็พร้อมแล้ว

ลองเริ่มต้นการสัมภาษณ์กันได้เลย

รู้จักผู้สมัครงาน

อย่างที่เราพอรู้ ไปรษณีย์ไทยคือรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่ดำเนินการด้านการขนส่งและสื่อสาร ทั้งจัดส่งไปรษณีย์ พัสดุภัณฑ์ และปัจุบันยังรวมไปถึงการให้บริการด้านโลจิสติกส์ อีกหนึ่งธุรกิจที่เติบโตคู่มากับการขยายตัวของวงการ e-Commerce

“ในช่วงที่ผ่านมาการแข่งขันในธุรกิจโลจิสติกส์สูงขึ้นมาก เพราะว่ามีผู้ให้บริการเข้ามาเพิ่มหลายราย ทั้งบริษัทไทยและต่างประเทศ บริษัท e-Commerce ใหญ่ ๆ ก็เริ่มเข้ามาลงทุนเอง มันเป็นความท้าทายของเราเหมือนกัน แต่ด้วยความที่เราอยู่กับคนไทยมานานที่สุด ผมคิดว่าเราค่อนข้างสนิทกับคนไทยนะ เรารู้ความต้องการของผู้ใช้บริการเป็นอย่างดี และสามารถนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นแนวทางในการให้บริการของเราได้” ดร.ดนันท์ อธิบายถึงจุดแข็งอย่างหนึ่งของไปรษณีย์ไทย

ด้วยความที่ไปรษณีย์ไทยมีพนักงานทั่วประเทศมากถึง 40,000 กว่าชีวิต ทั้งยังให้บริการในชุมชนต่าง ๆ มานานหลายปี จึงไม่แปลกนักที่พวกเขาจะเป็นเหมือนเพื่อนในชุมชน ซึ่งรู้จักลักษณะนิสัยและความต้องการของเพื่อนบ้านแต่ละหลังเข้าขั้นดีเยี่ยม

เมื่อรู้มากก็ต่อยอดธุรกิจได้มากกว่า ในปัจจุบันไปรษณีย์ไทยจึงไม่ได้มีแค่บริการส่งไปรษณีย์และพัสดุภัณฑ์อย่างที่เราคุ้นเคยกันเท่านั้น เพราะพวกเขาให้บริการในแบบ Parcel Centric Logistic ดูแลสินค้าแต่ละชนิดแตกต่างกันไปตามความยากง่ายในการขนส่ง ทั้งยังมีบริการด้านการเงินผ่านที่ทำการไปรษณีย์และบุรุษไปรษณีย์ บริการ Fulfillment เพื่อช่วยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จัดเก็บ แพ็ก และส่งสินค้า มี Thailandpostmart ช่วยนำสินค้าของดีในแต่ละชุมชนไปวางขาย มีโครงการไปรษณีย์เพิ่มสุขที่เข้าไปช่วยพัฒนาสินค้า OTOP พื้นบ้านของแต่ละชุมชน เริ่มตั้งแต่การพัฒนาแพ็กเกจ ไปจนถึงขั้นตอนการขายออนไลน์ แถมล่าสุดไปรษณีย์ไทยยังมีการทดลองใช้โดรนเพื่อขนส่งยาด้วย

“ในอนาคตจะมีเยอะกว่านี้อีก” ดร.ดนันท์ กล่าว

“เรากำลังพยายามพัฒนาในแง่อิเล็กทรอนิกส์อีกหลายอย่าง เพราะเมื่อมีการแข่งขันสูง การเปลี่ยนแปลงก็มีเยอะอย่างที่เห็น การปรับตัวจึงสำคัญมาก เราเลยหันมาให้ความสำคัญกับการบริการทั้งด้าน Physical และ Digital มากขึ้น เป้าหมายของเราจึงเป็นการทำยังไงก็ได้ ให้โลกจริงกับโลกดิจิทัลเชื่อมกันอย่างลงตัวไร้รอยต่อ เพื่อให้ผู้ใช้บริการเกิดประสบการณ์ที่ดีที่สุด”

แสดงว่าไปรษณีย์ไทยเข้าใจลูกค้ามากกว่าบริษัทโลจิสติกส์อื่น ๆ ไหม – เราสงสัย

“เรียกว่าให้ความสำคัญมากกว่าดีกว่า เราให้ความสำคัญกับผู้บริโภคมากที่สุด อย่างแม่ค้าออนไลน์ วัตถุประสงค์หลักของเราคืออยากให้พวกเขาประสบความสำเร็จกับการขายของมากที่สุด ดังนั้นถ้าเราช่วยอะไรได้เราก็อยากช่วย ให้ช่วยพัฒนาสินค้า ช่วยจัดของ หรือช่วยขนส่ง เราก็ทำแทนได้ หรือในอนาคต สมมติคนทั่วไปที่บ้านมีเด็กเล็ก อยากได้ผ้าอ้อม เราก็อยากเป็นคนช่วยไปซื้อมาให้ คุณอยู่บ้านสบาย ๆ ไปได้เลย

“ผมมองว่าไปรษณีย์ไทยเป็นเหมือนผู้ใหญ่ใจดี แต่ความเป็นผู้ใหญ่บางทีก็ไม่ได้สอดคล้องกับความเป็นคนทันสมัย ดังนั้น เราต้องพยายามปรับตรงนี้ และพยายามสื่อสารออกไปในภาพยนตร์สั้นของเราว่า แม้จะเป็นองค์กรที่นานมากแล้ว แต่เราไม่แก่ เราตามเทคโนโลยีและพัฒนาตัวเองตลอดเวลา”

เริ่มเขียนเรซูเม่

ผู้ใหญ่ใจดีที่เก่าแต่ทันสมัย เป็นมิตร และทำอะไรได้หลายอย่าง เป็นโจทย์ที่ไปรษณีย์ไทยส่งต่อให้ทีมชูใจ กะ กัลยาณมิตร นำไปต่อยอดเพื่อทำภาพยนตร์สั้นในแบบของตัวเอง

“คนอาจจะติดว่าชื่อของเราคือไปรษณีย์ไทย ก็ต้องส่งแต่ไปรษณีย์ใช่ไหม ซึ่งความจริงสิ่งที่เราทำมันมากกว่านั้นเยอะ ผมอยากให้คนเห็นว่าจริง ๆ แล้วเราเป็นยังไง และเมื่อเห็นแล้วก็ไม่อยากให้เขาลืม” ดร.ดนันท์ สรุปคร่าว ๆ ให้ฟังอีกครั้ง ก่อนที่คมสันจะเสริมต่อ

“ความยากก็คือ พอบอกว่าเป็นรัฐวิสาหกิจก็จะมีความ Traditional นิด ๆ ใช่ไหม ซึ่งเราจะเปลี่ยนมันยังไงให้ใหม่ในแบบที่ยังเป็นไปรษณีย์ไทยอยู่ เพราะถ้าพูดถึงไปรษณีย์ไทย สิ่งที่เรานึกออกแรก ๆ เลยก็คือภาพของคนขี่มอเตอร์ไซค์ ถือกระเป๋ามากดกริ่งหน้าบ้านอะไรแบบนั้น 

“เราอยากให้คนเห็นไปรษณีย์ไทยในมุมใหม่กว่านี้ พร้อมกับสิ่งที่ลูกค้ายึดมาด้วยว่า ต้องมีความเป็นเพื่อนกับคนไทยด้วย เลยต้องคงไว้ทั้งความทันสมัยและความเป็นมิตร แล้วความทันสมัยจะให้มาใหม่แบบใช้แสงสาด ตัดภาพวี้บว้าบ ล้ำ ๆ ไปเลยก็ไม่ได้ ความเป็นมิตร จะให้ใจดี นุ่มนวลไปเลยก็ไม่ดีอีก เหมือนจะทำให้ใหม่ก็กลัวเสียเก่า จะทำให้เก่าก็กลัวเสียใหม่”

แค่นั้นยังไม่พอ อีกหนึ่งความท้าทายที่ทีมงานต้องเจอ ก็คือการออกแบบเนื้อหาในภาพยนตร์ให้โดนใจกลุ่มคนหลากหลายไปพร้อมกัน ทั้งพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ผู้ใช้บริการทั่วไป คนรุ่นใหม่ หรือแม้แต่เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริการโลจิสติกส์ด้วยกันทั้งสิ้น

“เราอยากให้คนดูเห็นแล้วรู้เลยว่า อ๋อ ไปรษณีย์ไทยเป็นแบบนี้นะ และ อ๋อ ตอนนี้ไปรษณีย์ไทยทำได้ขนาดนี้แล้วหรอ” คมสันสรุป 

จากจุดนั้น คมสันและทีมงานจึงค่อย ๆ มองหาวิธีเล่าเรื่องที่จะเก็บเนื้อหาสำคัญทุกอย่างไว้ได้ครบถ้วนที่สุด จนมาลงเอยที่รูปแบบของการขอสมัครงานอย่างที่ทุกคนได้เห็น

“ที่มันมาถึงไอเดียนี้ได้ เพราะเราพยายามมองหาวิธีเล่าอะไรบางอย่างแบบค่อนข้างถ่อมตนที่สุด เพราะถ้ามองจริง ๆ ไปรษณีย์ไทยคือตัวแทนประเทศเลยนะ องค์กรเขาใหญ่มาก แต่พอเขามาพูดด้วยวิธีการน่ารัก ๆ แบบนี้ เราคิดว่ามันน่าจะได้รับความเอ็นดูจากคนไทยมากกว่า 

“ถ้าพูดกันตรง ๆ เราก็มาขายของนั่นแหละว่าไปรษณีย์ไทยมีบริการอะไรบ้าง ไปใช้บริการได้นะ แต่พอมีเรื่องเรซูเม่เข้ามาด้วย มันก็เล่าได้หมดเลย ทั้งความเป็นไปรษณีย์ไทย ความเปลี่ยนแปลงของเขา การลบภาพจำเดิม ๆ ที่คนมี รวมไปถึงบริการที่เขามีด้วย” และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของแคมเปญ ‘The Resume จากใจไปรษณีย์ไทย’ ภาพยนตร์สั้นที่เล่าเรื่องไปรษณีย์ไทยอย่างเรียบง่าย ผ่านปากคำของพี่น้องไปรษณีย์ไทยจริง ๆ

มืออาชีพตัวจริง

“นักแสดงที่เป็นพนักงานไปรษณีย์ในเรื่องนี้ เราไปสัมภาษณ์มาจากทั่วประเทศเลย” คมสันเฉลย หลังจากเราลองถามถึงพี่พนักงานไปรษณีย์ในชุดซานต้า ซึ่งดูเหมือนจะเป็นพนักงานส่งจดหมายจริง ๆ

ไม่ใช่แค่พี่หัวมัน-พนักงานในชุดซานต้าผู้โด่งดังในโลก TikTok เท่านั้น แต่พี่น้องพนักงานไปรษณีย์ไทยทุกคนที่ร่วมแสดงในภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ ล้วนเป็นพนักงานไปรษณีย์ไทยจริง ๆ ที่ทีมงานไปแคสต์มาจากไปรษณีย์ไทยในหลายจังหวัด

“เราให้ทางไปรษณีย์ไทยเป็นคนคัดเลือกพนักงานมาให้เราจากทั่วประเทศ แล้วก็มาสัมภาษณ์ทาง Zoom กับทางโทรศัพท์ต่อ คัดจากคนเป็นร้อย ๆ เลย เพราะเราอยากให้ทุกคนได้มีส่วนรวมในงานชิ้นนี้จริง ๆ

“โจทย์ของเราคือ อยากได้กลุ่มคนที่มีอายุหลากหลายหน่อย จะได้ตอบโจทย์เรื่องความเก่าแก่ของไปรษณีย์ไทย แล้วก็ขอคนที่อินกับองค์กรด้วย เขาจะได้มีสตอรี่ที่มาแชร์กับเราได้ อันนี้สำคัญมาก”

เพราะเมื่อพูดถึงตัวแทนองค์กร ภาพแรกของใครหลายคนอาจเป็นพนักงานบริษัทที่ดูเด็กและหน้าตาดี เหมือนภาพถ่ายโฆษณาที่เราเจอได้ตามบิลบอร์ด แต่ภาพตัวแทนองค์กรที่ทีมงานอยากสื่อสารจากภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ คือกลุ่มคนทำงานจริง ที่รักในงานของพวกเขาจริง ๆ ไม่มีการปรุงแต่ง

และเราว่าพวกเขาทำสำเร็จ เพราะอย่างน้อยคุณก็น่าจะแอบอมยิ้ม ยามได้เห็นพี่น้องไปรษณีย์ไทยกำลังตอบคำถามอย่างจริงใจในการสัมภาษณ์ครั้งนี้

จากใจพนักงานไปรษณีย์

ความเป็นมนุษย์คือสิ่งที่คมสันอยากใส่ลงไปในงานครั้งนี้มากที่สุด เขาจึงสรุปออกมาง่าย ๆ ว่าจะเรียกภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ว่าเป็นกึ่งสารคดีก็คงไม่ผิดนัก

“เรามองว่าไปรษณีย์ไทยเป็นองค์กรที่มีความเป็นมนุษย์สูงมาก มีความเป็นกันเอง เรียบง่าย แล้วก็มีความชาวบ้านนิด ๆ ซึ่งพนักงานทุกคนสะท้อนความเป็นไปรษณีย์ไทยตรงนี้ออกมาได้ดีอยู่แล้ว ยิ่งคนที่เราเลือกมาอินกับองค์กรด้วย สิ่งที่เขาตอบมาจึงไม่ได้เป็นสคริปต์เลย” 

คมสันขยายความเพิ่มว่าการถ่ายทำยังเป็นไปแบบง่าย ๆ ผู้กำกับเป็นคนคิดคำถามเพื่อโยนให้เหล่าพนักงานเป็นคนตอบ และเมื่อมองเป็นการสัมภาษณ์งานจริง พวกเขาเลยผุดคำถามอื่น ๆ นอกเหนือจากในสคริปต์ มาช่วยให้บทสัมภาษณ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นด้วย หลังจากนั้นคำถามทั้งหมดจะถูกนำไปดัดแปลงเพื่อใช้กับตัวละครผู้ให้สัมภาษณ์ หรือตัวแทนผู้ใช้บริการไปรษณีย์ไทย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก แม่ค้าออนไลน์ ผู้สูงวัย เกษตรกร และนักธุรกิจอีกที

ซึ่งหลายคำตอบจากชาวไปรษณีย์ไทยที่สดแบบไร้บท ก็ทำเอาคมสันอึ้งไปเลยเหมือนกัน

“อย่างตอนที่เขาบอกว่านานแต่ไม่แก่ อันนี้เซอร์ไพรส์มาก เพราะเขาตอบเองจริง ๆ แบบไม่มีสคริปต์เลย คือความนานหมายถึงเชิงประสบการณ์ และแก่ของเขาก็ไม่ได้มองในเชิงลบ แต่เป็นเชิงความเก๋า มันเป็นความรู้สึกของเขาจริง ๆ ซึ่งจริงใจมาก

“อีกคนที่เป็นหัวใจสำคัญเลยคือน้องอาร์ม ที่สัมภาษณ์คนสุดท้าย ตรงนั้นเราก็ส่งสคริปต์ให้เขาคร่าว ๆ แค่ว่าอยากให้มันแลนดิ้งแบบนี้นะ เพราะนี่จะเป็นตัวปิดแล้ว แต่เราก็ไม่รู้หรอกว่าเขาจะพูดออกมาแบบไหน ตอนนั้นเลยเตรียมแผนสำรองไว้แล้วล่ะ ว่าถ้าน้องเขาพูดออกมาแล้วไม่อิน เดี๋ยวเราจะหาโฆษกมาพูดปิดท้ายแทน

“ปรากฏว่าตอนที่เขาพูดออกมามันดีมาก พูดเสร็จน้ำตาคลอเลย ลูกค้าที่อยู่หน้าจอยังน้ำตาไหล แล้วน้องเขาเล่นแค่สองเทค เราก็ใช้เทคแรกเลย คือสดมาก สคริปต์ไม่ต้องมี ผมเรียกเขาว่าช้างเผือกเลยแล้วกัน ถ้าช็อตนั้นไม่ได้แบบนี้ หนังเรื่องนี้คงเบาลงมากเลย”

ฝากรับไว้พิจารณา

“เราชื่นชมทีมมากเลยนะที่สื่อสารเรื่องนี้ออกมาในแบบที่เป็นไปรษณีย์ไทยจริง ๆ ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้เน้นย้ำจุดแข็งของเราได้ดีเลย” ดร.ดนันท์ ยิ้ม ในขณะที่คมสันเองก็มองว่าผลลัพธ์ในครั้งนี้ออกมาดีอย่างที่ทีมงานทุกคนตั้งใจ หายเหนื่อยกันไปเยอะ

“ส่วนตัวเราเลย งานครั้งนี้มันมีความฟินเหมือนกัน เหมือนเราเห็นองค์กรนี้มาตั้งแต่เด็ก แล้ววันหนึ่งได้มาทำงานให้เขา ผลที่ออกมามันก็ดีแบบที่เราตั้งใจไว้ พอมาดูอีกทีเราว่าส่วนผสมในงานครั้งนี้กำลังดีเลย ถ้าทำให้เชยหรือน่ารักกว่านี้ก็ไม่ดี หรือจะทำให้ทันสมัยหลุดไปกว่านี้ก็ไม่น่าเวิร์กเหมือนกัน”

การสัมภาษณ์งานครั้งนี้ใกล้จะจบลงแล้ว คุณคิดว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบไหน – เราถาม

“อย่างน้อยให้เขาได้รู้ว่าไปรษณีย์ไทยทำอะไรได้มากกว่าที่ทุกคนคิดเยอะแยะ และสามารถเปลี่ยนภาพจำของคนจากแค่การส่งจดหมาย ส่งพัสดุได้แค่นี้ก็พอแล้ว อีกอย่างที่สำคัญคือ เราอยากให้ทุกคนได้เห็นมูฟเมนต์ของไปรษณีย์ไทยว่า เขายังมีชีวิตอยู่นะ ยังเอาอยู่ว่ะ แล้วก็ยังพัฒนาตัวเองไปตลอดด้วย” คมสันสรุปในฐานะคนทำงาน ก่อน ดร.ดนันท์ จะปิดท้ายแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ ได้ใจความ 

“สุดท้ายนี้ให้ไปรษณีย์ไทยช่วยคุณนะครับ”

เอาล่ะ การสัมภาษณ์งานในครั้งนี้จบลงแล้ว 

ส่วนการเข้าทำงาน คงต้องให้ชาวไทยรับไว้พิจารณา ผ่านคลิปวิดีโอ The Resume “จากใจ ไปรษณีย์ไทย” ชิ้นนี้

Writer

เอม มฤคทัต

นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ที่อยากจะลองทำงานเขียน หลงรักทุกอย่างที่เป็นสีพีชและภาพยนตร์จิบลิ มีความสามารถพิเศษในการกินข้าววันละ 5 มื้อ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load