ขณะที่หลายประเทศในยุโรป รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านอย่างนอร์เวย์และเดนมาร์กต่างประกาศ Lockdown และปิดชายแดนภายหลังจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 เริ่มมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สวีเดนกลับใช้มาตรการที่สวนกระแส ไม่ Lockdown ปิดเมืองแต่อย่างใด แถมช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เรายังเห็นภาพผู้คนในกรุงสตอกโฮล์มซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของประเทศออกไปใช้ชีวิตอย่างปกติ ที่นั่งในร้านอาหารถูกจับจอง สวนสาธารณะเต็มไปด้วยผู้คนที่ไปออกกำลังกายหรือพาลูกๆ ไปเดินเล่น เสมือนว่าโรคระบาดที่เป็นภัยคุกคามของคนทั้งโลกในขณะนี้อยู่ในจักรวาลคู่ขนานเสียอย่างนั้น ทั้งที่จำนวนผู้ที่ติดเชื้อที่ได้รับการรายงานในตอนนี้พุ่งสูงเกิน 17,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 ราย 

พอเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูงที่สุดในกลุ่มสแกนดิเนเวียและอัตราผู้เสียชีวิตต่อประชากรอยู่ในอันดับ 10 ของโลกแบบนี้ หลายคนอาจจะแปลกใจและนึกสงสัยว่าทำไมประเทศที่ยึดถือการใช้ชีวิตแบบสมดุล ไม่มาก ไม่น้อย จนเกินไป ตามปรัชญาลากอม (Lagom) อย่างสวีเดนถึงกล้าเลือกเดินเส้นทางสายนี้แบบฉายเดี่ยวกันนะ 

สู้ COVID-19 สไตล์สวีเดน สวนกระแสชาติตะวันตกด้วยการไม่ประกาศ Lockdown
การสัญจรที่ปกติในเมืองลุนด์

Trust & Collective Responsibility

เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563 สวีเดนพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายแรกของประเทศ ซึ่งเดินทางกลับมาจากจีน หลังจากนั้นกราฟก็คงที่จนถึงช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ครบ 2 อาทิตย์หลังจากวันหยุดยาวที่มีชาวสวีเดนจำนวนมากเดินทางกลับมาจากอิตาลี ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นสูงกว่า 7,000 รายภายในเวลาเพียงเดือนเดียว 

ถึงกระนั้น รัฐบาลสวีเดนก็ยังยืนยันคำเดิมที่จะไม่ประกาศ Lockkdown หรือสั่งปิดร้านอาหาร คาเฟ่ (แต่ห้ามเสิร์ฟแบบบุฟเฟต์และให้เฉพาะการบริการเสิร์ฟที่โต๊ะเท่านั้น) ฟิตเนส ห้างสรรพสินค้า หรือสถานศึกษาระดับมัธยมต้นลงมา เพราะเกรงว่าการปิดโรงเรียนอนุบาลหรือประถมจะทำให้ผู้ปกครองนักเรียนที่ทำงานในแวดวงสาธารณสุขต้องลางานเพื่อดูแลลูกที่บ้าน ซึ่งอาจทำให้ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนโรงเรียนมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยให้ทำการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ได้ และรวมทั้งขอให้บริษัทอนุญาตให้ลูกจ้างทำงานจากบ้านได้ (ซึ่งก็ไม่ได้บังคับ แต่ส่วนใหญ่ก็ทำตามคำแนะนำของรัฐบาล)

สู้ COVID-19 สไตล์สวีเดน สวนกระแสชาติตะวันตกด้วยการไม่ประกาศ Lockdown
ป้ายในซูเปอร์มาร์เก็ตประกาศเตือนให้ลดการแพร่เชื้อด้วยการรักษาระยะห่าง 1.5 เมตร
สู้ COVID-19 สไตล์สวีเดน สวนกระแสชาติตะวันตกด้วยการไม่ประกาศ Lockdown
ซูเปอร์มาร์เก็ตแปะสติกเกอร์เพื่อให้ลูกค้ารักษาระยะห่างที่จุดชำระเงิน

สวีเดนเป็นสังคมที่มีความพิเศษอยู่อย่างหนึ่ง คือมีความเชื่อมั่นในระดับสูงมากระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ระหว่างประชาชนด้วยกันเอง รวมทั้งระหว่างหน่วยงานรัฐกับนักการเมือง ระหว่างการแถลงข่าวแทบทุกครั้ง นาย Stefan Löfven นายกรัฐมนตรีสวีเดนจะขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันปฏิบัติตามแนวทางรักษาระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing อย่างเคร่งครัด ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็นทั้งในประเทศและต่างประเทศ และหากรู้สึกป่วยก็ขอให้อยู่บ้าน แม้จะมีอาการเล็กน้อยก็ตาม เพื่อลดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น รวมทั้งลดภาระต่อระบบสาธารณสุขของสวีเดน โดยย้ำว่าทุกคนมีความรับผิดชอบร่วมกันทั้งต่อตนเองและต่อสังคมในการปกป้องคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและผู้สูงอายุ รวมถึงพระราชดำรัสสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดนที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกัน 

ดังนั้น ที่นี่จึงไม่ได้มีการบังคับอย่างจริงจัง แต่เป็นไปตามความสมัครใจของประชาชน (Voluntary Social Distancing) เพราะรัฐบาล ‘เชื่อ’ ว่าประชาชนตัวเองมีความรับผิดชอบ รู้ว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร รวมทั้งประชาชนก็ ‘เชื่อ’ ว่ารัฐบาลรู้ว่าจะต้องใช้มาตรการไหนเมื่อไหร่ เช่น เดิมสวีเดนอนุญาตให้รวมกลุ่มในที่สาธารณะได้ไม่เกิน 500 คน แต่ต่อมาลดจำนวนให้รวมกลุ่มได้ไม่เกิน 50 คน อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นมาตรการที่ค่อนข้างผ่อนปรน เมื่อเทียบกับความเข้มงวดของเยอรมันและออสเตรเลีย ที่ห้ามการรวมกลุ่มกันมากกว่า 2 คน 

สู้ COVID-19 สไตล์สวีเดน สวนกระแสชาติตะวันตกด้วยการไม่ประกาศ Lockdown
นาย Stefan Löfven นายกรัฐมนตรีสวีเดนในแถลงการณ์ Address to the Nation เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2563
สู้ COVID-19 สไตล์สวีเดน สวนกระแสชาติตะวันตกด้วยการไม่ประกาศ Lockdown
ประกาศห้ามขึ้นรถบัสประตูหน้าเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อของคนขับรถสาธารณะ

Relaxed Approach from Expert Advice

ในโครงสร้างการบริหารระบบในสวีเดน นักการเมืองและรัฐบาลไม่ได้มีอำนาจเหนือผู้เชี่ยวชาญหรือข้าราชการแต่อย่างใด หน่วยงานรัฐหลายแห่งบริหารงานได้อย่างอิสระ การประกาศใช้นโยบายหรือมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลสวีเดนนั้น ต้องมาจากการปรึกษาหารือกับหน่วยงานรัฐ และผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ก่อน การสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใส รวมถึงมีงานวิจัยมารองรับ ทำให้ประชาชนส่วนมากเชื่อถือประกาศของรัฐบาลที่มาจากคำแนะนำของ Folkhälsomyndigheten หน่วยงานสาธารณสุขของสวีเดน 

สู้ COVID-19 สไตล์สวีเดน สวนกระแสชาติตะวันตกด้วยการไม่ประกาศ Lockdown
นาย Anders Tegnell นักระบาดวิทยาแห่งชาติผู้อยู่เบื้องหลังมาตรการของรัฐบาลสวีเดน

เชื่อว่าถ้าใครที่ติดตามสถานการณ์ COVID-19 ของสวีเดนในขณะนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก นาย Anders Tegnell นักระบาดวิทยา (State Epidemiologist) ของสวีเดน ซึ่งเป็นผู้ออกมาแถลงข่าวและให้คำแนะนำแก่รัฐบาลสวีเดน เพื่อรับมือภัยจากโรคระบาด COVID-19 โดยตรง ซึ่งนาย Tegnell มองว่าการปิดชายแดนและ Lockdown ยังเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น และเป็นการกระทำในเชิงการเมืองมากกว่าใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และเชื่อว่าการปฏิบัติตามแนวทาง Social Distancing จะช่วยชะลอการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 หรือที่เรียกว่าการลดความชันของกราฟ (Flatten The Curve) เพื่อปกป้องกลุ่มเสี่ยงและผู้สูงอายุจากการติดเชื้อ รวมทั้งไม่ให้สถานพยาบาลรับภาระหนักมาก เนื่องจากสวีเดนมีจำนวนเตียงต่อผู้ป่วยวิกฤตเพียง 5 เตียงต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งถือว่าน้อยเป็นอันดับ 2 ในยุโรปรองจากโปรตุเกส 

Herd Immunity as a (Sustainable) Path?

สื่อต่างชาติหลายสำนักได้ออกมาวิจารณ์ว่า สวีเดนกำลังใช้นโยบาย Herd Immunity หรือภูมิคุ้มกันหมู่แบบอ้อมๆ ซึ่งภูมิคุ้มกันนี้จะสร้างขึ้นเองหลังจากที่ประชากรอย่างน้อย 60 – 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดติดเชื้อ แม้ช่วงแรกสหราชอาณาจักรและเนเธอร์แลนด์ที่ดูเหมือนจะใช้แนวคิด Herd Immunity ด้วย แต่ทั้งสองประเทศก็กลับลำไปเริ่มใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น เหลือเพียงประเทศเดียวที่แทบจะเปิดเมืองปกติ จนกลายเป็น Swedish Model ที่ทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจ

รัฐบาลสวีเดนแถลงว่ามาตรการที่ใช้ในสวีเดน มีวัตถุประสงค์เดียวกับรัฐบาลในหลายประเทศที่ต้องการจะปกป้องประชาชน แต่ก็ไม่ได้ออกมายอมรับตรงๆ โดยมองว่าเป็นผลพลอยได้ที่จะได้จากการดำเนินมาตรการของสวีเดนในระยะยาว สะท้อนค่านิยมของสวีเดนอีกอย่างคือเรื่องความยั่งยืน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า การ Lockdown เป็นเรื่องที่ทำได้เพียงในระยะสั้นๆ เท่านั้น เพราะการห้ามไม่ให้ออกจากบ้านเป็นเรื่องที่ฝืนธรรมชาติของคนมากๆ เพราะฉะนั้น หนทางที่จะชนะหรืออยู่ร่วมกับ COVID-19 มีแค่ 2 วิธี ได้แก่ การคิดค้นวัคซีน (ซึ่งคาดว่าอีกเป็นปี) หรือใช้ภูมิคุ้มกันหมู่ 

สู้ COVID-19 สไตล์สวีเดน สวนกระแสชาติตะวันตกด้วยการไม่ประกาศ Lockdown
ร้านอาหารถูกจับจองโดยเฉพาะที่นั่งที่มีแดด หลังจากช่วงฤดูหนาวเพิ่งผ่านพ้นไป

อย่างไรก็ดี มีคนจำนวนไม่น้อยไม่เห็นด้วยกันแนวทางนี้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีกลุ่มนักวิชาการ แพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ กว่า 2,300 คนลงชื่อจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลสวีเดน เพื่อขอให้ทบทวนและประกาศใช้มาตรการที่เข้มงวดกว่านี้ เพราะการปล่อยให้ประชาชนออกไปดำเนินชีวิตตามปกติและการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ อาจมีความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้คนหมู่มาก รวมทั้งมีการวิจารณ์ว่าเป็นเหมือนการเล่น Russian Roulette เกมพนันที่เอาปืนใส่ลูกกระสุนไม่ครบแล้วเสี่ยงดวงเอาเองว่าใครจะรอดหรือใครจะตาย 

นอกจากนี้ ผู้ป่วยติดเชื้อส่วนใหญ่ที่เป็นพาหะจะไม่แสดงอาการ ไม่มีใครคิดว่าตนเองป่วยหากไม่ได้แสดงอาการหรือรับการตรวจหาเชื้อ ซึ่งในเมือง Linköping ทางตอนกลางของประเทศ บุคลากรกว่าครึ่งหนึ่งในแผนกที่มีผู้ป่วย COVID-19 ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเพิ่งได้รับผลตรวจว่าติดเชื้อทั้งๆ ที่ไม่ปรากฏอาการ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลสวีเดนก็ประกาศให้มีการตรวจหาผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยเน้นไปที่ผู้ที่ทำงานด้านสาธารณสุขและผู้ดูแลผู้สูงอายุ ส่วนผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงขอให้พักอาศัยและรักษาตัวที่บ้าน

สู้ COVID-19 สไตล์สวีเดน สวนกระแสชาติตะวันตกด้วยการไม่ประกาศ Lockdown
คนจำนวนมากออกไปนั่งรับแดดที่จัตุรัสกลางเมืองลุนด์ในวันที่อากาศดี

ขนาดคนที่มีชื่อเสียงอย่าง Greta Thunberg นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดน ยังโพสต์ในเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมส่วนตัวว่า ตนเองกับพ่ออาจจะติดเชื้อ COVID-19 และหายป่วยแล้ว หลังจากเดินทางกลับจากเบลเยียมแล้วมีอาการที่คล้ายจะเป็น COVID-19 แต่เนื่องจากไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยงและอาการไม่ได้อยู่ในขั้นรุนแรง จึงไม่ได้รับการตรวจเชื้อจากทางการสวีเดน และฝากให้ทุกคนช่วยกันอยู่บ้าน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ป่วย แต่ก็มีโอกาสติดเชื้อและเป็นพาหะให้แก่กลุ่มเสี่ยงได้เช่นเดียวกัน

ล่าสุด หน่วยงานสาธารณสุขสวีเดนได้ประกาศว่า กรุงสตอกโฮล์มได้ผ่านช่วงพีกที่สุดของการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2563 โดยคำนวณจากโมเดลทางคณิตศาสตร์พบว่า มีจำนวนผู้ติดเชื้อซึ่งไม่ได้รับการรายงานประมาณ 70,500 คนในกรุงสตอกโฮล์ม (โอ้โห!) และคาดการณ์ว่าภายในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 จะมีผู้ติดเชื้อถึง 1 ใน 4 ของประชากรในเมืองเลยทีเดียว

Stabilizing the Economy

ความเป็นรัฐสวัสดิการของสวีเดนเป็นที่รู้จักทั่วโลก ภาษีมหาโหดที่จัดเก็บจากประชาชนและบริษัทแต่ละปีถูกจัดสรรกลายเป็นสวัสดิการต่างๆ ของประชาชนในสวีเดน ทั้งสาธารณูปโภค การศึกษา สาธารณสุข เงินบำนาญ รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาวิกฤต COVID-19 ในครั้งนี้ แม้ว่าจะไม่มีการประกาศ Lockdown ซึ่งทำให้ความเสียหายทางเศรษฐกิจยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่ก็มีบริษัทแจ้งความประสงค์ที่จะปลดพนักงานแล้วกว่า 60,000 ตำแหน่ง โดยเฉพาะในกรุงสตอกโฮล์ม ซึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักคือธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร นอกจากนี้ การปิดพรมแดนตามมาตรการของสหภาพยุโรป (EU) ที่ห้ามการเดินทางเข้าสวีเดนจากประเทศนอก EU ทำให้ขาดแคลนแรงงานต่างชาติในภาคเกษตรกรรมเป็นจำนวนมาก

สู้ COVID-19 สไตล์สวีเดน สวนกระแสชาติตะวันตกด้วยการไม่ประกาศ Lockdown
กรุงสตอกโฮล์มที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจหนักที่สุดและพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในประเทศ

รัฐบาลสวีเดนได้ประกาศใช้เงินกว่า 300 ล้านโครนาสวีเดนเพื่อใช้ในมาตรการลดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน พร้อมกับธนาคารแห่งสวีเดน (Riksbank) ที่ให้เงินกว่า 500 ล้านโครนาสวีเดนเลยทีเดียว รวมถึงมีแพ็กเกจช่วยเหลือธุรกิจและผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจหลายอย่าง เช่น ให้สำนักงานประกันสังคม (Försäkringskassan) จ่ายเงินชดเชยลูกจ้างที่ลาป่วยตั้งแต่วันแรกที่ลา โดยไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ และลาได้สูงสุดไม่เกิน 21 วัน ลดกฎเกณฑ์การจ่ายเงินชดเชยแก่คนที่ตกงาน เพิ่มเงินชดเชยจากการลดชั่วโมงการทำงานของนายจ้าง (ซึ่งเป็นข้อเสนอจากรัฐบาลให้ลดชั่วโมงการทำงานแทนที่จะปลดออก) รับรองการกู้เงินโดยรัฐให้กับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ลดการเก็บภาษีต่างๆ ให้เงินช่วยเหลือแก่ธุรกิจขนาดเล็กที่ประสบปัญหาจาก COVID-19 

นโยบายทั้งหลายนี่ก็ไม่ได้มาจากรัฐบาลอย่างเดียว แต่รวมถึงข้อเสนอและการหารือร่วมกันจากหลายๆ พรรค ทั้งพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (Social Democrat Party) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน รู้สึกได้ว่าทุกฝ่ายพยายามจะช่วยประเทศตัวเองจริงๆ

The Swedish Way

ตั้งแต่ย้ายมาที่สวีเดน เราสังเกตได้ว่าสังคมสวีเดนเป็นสังคมที่มีความปัจเจกนิยมสูงมาก คนที่นี่ค่อนข้างเคารพความเป็นส่วนตัวของกันและกัน คนสวีเดนเป็นคนที่ขี้อาย เป็นมิตร และรักอิสระมาก อาจจะด้วยอากาศที่หนาวเกือบตลอดทั้งปี ทำให้ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่เก็บตัวอยู่กับบ้านและครอบครัวกับเพื่อนฝูงที่สนิท แต่ช่วงหน้าฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ก็จะเป็นช่วงที่คนจะออกไปใช้ชีวิต ปาร์ตี้ ท่องเที่ยว อยู่กับธรรมชาติกันสุดๆ เพื่อนคนสวีดิชในคณะเราบอกว่า การใช้มาตรการจัดการ COVID ควรปรับไปตามบริบทของสังคมประเทศนั้นๆ 

สู้ COVID-19 สไตล์สวีเดน สวนกระแสชาติตะวันตกด้วยการไม่ประกาศ Lockdown
มุกล้อเลียนว่าที่สวีเดนฝึกปรือ Social Distancing กันมานานแล้วก่อน COVID-19 จะระบาด เพราะนิสัยที่ไม่ค่อยสุงสิงกับคนแปลกหน้าของคนสวีเดนส่วนใหญ่
สู้ COVID-19 สไตล์สวีเดน สวนกระแสชาติตะวันตกด้วยการไม่ประกาศ Lockdown
วัยรุ่นสวีเดนพักผ่อนหย่อนใจในสวนสาธารณะกันเป็นกลุ่มๆ

ทำไมบริบทสังคมที่สวีเดนถึงไม่เหมือนกับชาติยุโรปอื่น ๆ ประการแรกคือ ประชากรค่อนข้างน้อยมาก ประมาณ 10 ล้านคน ใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ เมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของยุโรป ทำให้ความหนาแน่นของประชากรต่อพื้นที่รั้งท้ายเป็นอันดับ 4 ของยุโรป (รองจากไอซ์แลนด์ ฟินแลนด์ และนอร์เวย์) นอกจากนี้ อายุเฉลี่ยของวัยรุ่นสวีเดนที่ย้ายออกจากบ้านไปอยู่คนเดียวคือ 18 – 19 ปี น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของยุโรป คือ 26 ปี อยู่ประมาณ 7 – 8 ปี เลยไม่แปลกที่สวีเดนรั้งอันดับ 1 ของประเทศในยุโรปที่มีครัวเรือนเพียงคนเดียว เพราะฉะนั้น ก็ลดการแพร่เชื้อในครอบครัวไปได้ส่วนหนึ่ง 

สู้ COVID-19 สไตล์สวีเดน สวนกระแสชาติตะวันตกด้วยการไม่ประกาศ Lockdown
สวีเดนมีประชากรที่อาศัยคนเดียวมากเป็นอันดับ 1 ของยุโรป

ชาวสวีเดนอายุยืนมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีอายุเฉลี่ยสูงถึง 81 ปี และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุด แม้ว่าสวีเดนจะเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้สูงอายุค่อนข้างสูง แต่ก็ไม่ได้อยู่กับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่คนสวีเดนมั่นใจว่าการเปิดโรงเรียนอนุบาลและประถมจะไม่ทำให้ผู้สูงอายุติดเชื้อ เนื่องจากไม่ได้อยู่ร่วมกัน 

อย่างไรก็ดี การที่ผู้สูงอายุจำนวนมากอยู่ร่วมกันในบ้านพักคนชรา การแพร่เชื้อจึงรวดเร็วมาก และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากเช่นกัน โดยเฉพาะที่บ้านพักคนชราในกรุงสต็อกโฮล์ม ซึ่งตอนนี้ได้มีประกาศห้ามเยี่ยมบ้านพักคนชราทั่วทั้งสวีเดนแล้ว 

อีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 คือกลุ่มผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ในสวีเดน ซึ่งมีรายงานว่ากลุ่มผู้อพยพจากโซมาเลีย อิรัก ซีเรีย และอัฟกานิสถาน เป็นกลุ่มที่ติดเชื้อ COVID-19 เป็นจำนวนมากเช่นกัน โดยเฉพาะเขต Rinkeby-Kista ในกรุงสตอกโฮล์มที่มีผู้อพยพอาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่น มาตรการของรัฐบาลสวีเดนจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าละเลยคนกลุ่มนี้ไป เพราะมีคนบางกลุ่มที่ยังไม่ได้รับสวัสดิการเทียบเท่ากับคนสวีเดน อีกทั้งวัฒนธรรมและภาษาที่แตกต่าง อาจส่งผลให้คนเหล่านี้อยู่ในข่ายที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น เช่น ผู้อพยพที่สูงวัยอาจจะอยู่กับลูกหลานที่ยังต้องไปโรงเรียนไม่เหมือนกับชาวสวีดิช รวมทั้งการแถลงข่าวและมาตรการที่ประกาศเป็นภาษาสวีเดน ทำให้ผู้อพยพและชาวต่างชาติบางส่วนไม่เข้าใจ

ภายหลังได้มีกลุ่มอาสาสมัครหลายๆ กลุ่มมาช่วยกันแปลข้อมูลข่าวสารและมาตรการของรัฐบาลในภาษาต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้อพยพและชาวต่างชาติในสวีเดน (รวมทั้งภาษาไทย) อีกอย่างคือวัฒนธรรมการใช้ภาษา คำว่า ‘ควรจะ’ ในความหมายของคนสวีดิชคือ ‘(ควรจะ) ต้องทำ’ ดังนั้น รัฐบาลจะใช้คำนี้บ่อยมากในแถลงการณ์ แต่ในวัฒนธรรมอื่นคำนี้อาจจะแปลว่า ‘ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้’

ยอมรับว่าแรกๆ เรารู้สึกกลัวและไม่ปลอดภัยที่เจอคนมากมายออกไปใช้ชีวิตตามปกติ แต่หลังๆ พอได้พูดคุยกับเพื่อนชาวสวีดิชและพยายามเข้าใจวัฒนธรรมและบริบทสังคมที่นี่ ก็เลยเข้าใจว่าทุกประเทศก็ต่างวิธีการจัดการ COVID-19 ของตัวเอง รวมทั้งสวีเดนด้วย 

คงต้องระมัดระวังตนเองเวลาออกไปข้างนอก พยายามล้างมือบ่อยๆ และรักษาระยะห่างเท่าที่ทำได้ ถึงรัฐบาลสวีเดนจะประกาศว่าทุกอย่างยังอยู่ภายใต้การควบคุม จำนวนเคสที่เพิ่มมาต่อก็ค่อนข้างคงที่ ส่วนจำนวนผู้ป่วยใน ICU ก็ลดลง ทำให้โรงพยาบาลสนามที่สร้างมารองรับผู้ป่วยว่างค่อนข้างเยอะ 

อย่างไรก็ดี แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญในสวีเดนเองก็ยังไม่มั่นใจว่าแนวทางของสวีเดนจะได้ผลหรือไม่ และบอกว่ามาตรการต่างๆ ของแต่ละประเทศถือเป็นการทดลองทั้งนั้น เพราะไม่มีใครเคยเจอวิกฤตโรคระบาดทั่วโลกแบบนี้ รัฐบาลสวีเดนเองก็อาจจะปรับเปลี่ยนแนวทางไปตามสถานการณ์และความเหมาะสม ซึ่งตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปว่าแนวทางไหนจะประสบความสำเร็จ 

ก็ต้องมาดูกันหลังสงครามเชื้อโรคนี้จบว่าวิธีไหนจะเวิร์กกว่ากัน ระหว่างนี้ก็ต้องรักษาตัวรักษาสุขภาพกันยาวๆ ต่อไปจนกว่าการคิดค้นวัคซีนจะสำเร็จ!

ขอบคุณข้อมูลจาก

time.com/5817412/sweden-coronavirus/

www.businessinsider.com/how-sweden-and-norway-handled-coronavirus-differently

www.france24.com/en/20200415-swedish-coronavirus-model-under-fire-as-deaths-rise

www.bbc.com/worklife/article/20200328-how-to-self-isolate-what-we-can-learn-from-sweden

www.theguardian.com/world/2020/mar/23/swedish-pm-warned-russian-roulette-covid-19-strategy-herd-immunity

sverigesradio.se/sida/artikel.aspx?programid=2054&artikel=7448444

www.folkhalsomyndigheten.se/nyheter-och-press/nyhetsarkiv/2020/april/uppdaterad-modellering-av-spridningen-av-covid-19-i-stockholms-lan/

www.bbc.com/worklife/article/20190821-why-so-many-young-swedes-live-alone

foreignpolicy.com/2020/04/21/sweden-coronavirus-anti-lockdown-immigrants/

Writer

อริสา วิวัฒน์สมวงศ์

นักศึกษาด้านการพัฒนาในเมืองเล็กๆ ที่สวีเดน ชอบอยู่กับธรรมชาติ ออกไปถ่ายรูป และลองทำอะไรใหม่ๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เพิ่งเปลี่ยนทีมผู้บริหารชุดใหม่มาหมาดๆ งานแรกที่จะได้โชว์ฝีมือท่ามกลางข้อจำกัดมากมายก็คือ การจัดมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 26 แบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 23 – 31 ตุลาคม 2564

อธิบายให้เห็นภาพก็คือ แค่เราคลิกเข้าไปที่เว็บ www.thaibookfair.com เราก็จะเห็นรายชื่อสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่มาร่วมออกบูท แบบเดียวกับในงานหนังสือ แต่ละบูทก็มีรายละเอียดของหนังสือแต่ละเล่ม รวมไปถึงการแบ่งหมวดหนังสือใหม่ หนังสือแนะนำให้ชัดเจน ซึ่งเราสามารถกดสั่งซื้อพร้อมรับส่วนลด ไม่ต่างจากการเดินเลือกซื้อในงานหนังสือที่เราคุ้นเคย

สำหรับนักอ่านที่ยังเคว้งคว้างไม่รู้ว่าจะพุุ่งไปที่ไหนดี The Cloud ขอแนะนำหนังสือ 25 เล่ม จาก 25 สำนักพิมพ์ โดยมีหลักการอยู่ว่า เราพยายามเลือกหนังสือที่มีเนื้อหาไปในแนวทางเดียวกับ The Cloud ถ้าชอบ The Cloud ก็น่าจะชอบหนังสือเหล่านี้

ต่อมา เราพยายามเลือกหนังสือใหม่ที่เพิ่งวางขายในงานมหกรรมหนังสือรอบนี้เป็นครั้งแรก แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้บางสำนักพิมพ์ไม่มีหนังสือใหม่ เราก็อาจจะเลือกหนังสือที่วางขายในช่วงปีนี้มาแทน รวมไปถึงการแนะนำหนังสือพิมพ์ซ้ำที่น่าสนใจด้วย

เพื่อให้ง่ายกับการตามไปซื้อ เราเลือกแนะนำตามชื่อสำนักพิมพ์ (แบบเดียวกับบูทในงาน) ซึ่งบางบูทก็อาจจะมีหนังสือของสำนักพิมพ์อื่นๆ วางขายด้วย

สุดท้าย ราคาที่ระบุ คือราคาพิเศษสำหรับงานมหกรรมหนังสือครั้งนี้

ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมรับลายแทง แล้วไปเดินงานมหกรรมแห่งสือแห่งชาติแบบออนไลน์กันเลย

1.

สำนักพิมพ์ : 10 Millimetres

หนังสือ : Book SET [Limited] Myplaylist Munin X Scrubb

นักเขียน : Munin X Scrubb

ราคา : 1,290 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

แค่รู้ว่านักเขียนการ์ตูนสุดละมุนอย่าง มุนิน หยิบ 5 บทเพลงของความสุุขและความเศร้าแบบเข้าใจได้ของ SCRUBB มาสื่อสารผ่านการ์ตูน จนเป็นหนังสือชื่อ Myplaylist ก็น่าสนใจแล้ว พอรู้ว่างานนี้ไม่ได้ทำแค่หนังสือแต่ยังมีของแบบลิมิเต็ดอีกเพียบ ก็เชียร์ให้เก็บแบบบ็อกเซ็ตไปเลย เพราะจะได้ทั้งซีดีซิงเกิ้ลพิเศษ โปสเตอร์ เข็มกลัด กระเป๋า โปสการ์ดพร้อมลายเซ็น SCRUBB และโปสการ์ดภาพจากหนังสือในเล่มด้วย

2.

สำนักพิมพ์ : Bookscape

หนังสือ : จิตรู้สำนึก: ท่องจักรวาลความคิด สำรวจโลกลี้ลับแห่งตัวตน

นักเขียน : อันนากา แฮร์ริส

นักแปล : พรนริศร์ ลีลาอาภรณ์

ราคา : 194 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ลองมาดูเรื่อง ‘จิตรู้สำนึก’ ในมุมของผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาศาสตร์และฟิสิกส์กัน ผู้เขียน อันนากา แฮร์ริส จะพาเราไปทำความรู้จัก ‘จิตรู้สำนึก’ ที่ถือเป็นศูนย์กลางแห่งตัวตน เจตจำนง และอารมณ์ทั้งมวล ว่าสิ่งมีชีวิตและไร้ชีวิตใดบ้างมีจิตรู้สำนึก แล้วมีสองจิตรูู้สำนึกในร่างเดียวได้หรือไม่ จิตรู้สำนึกกำเนิดและอันตรธานไปเมื่อใด เป็นการมองทั้งในมุมของปรัชญาและวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะนำไปถึงคำถามที่น่าสนใจอย่าง เราต้องญาติดีกับเหล่าปัญญาประดิษฐ์ไหม พืชเจ็บปวดแค่ไหน ผู้ป่วยแบบไหนนับว่าเป็นผัก และตัวตนของเราเป็นสิ่งจริงแท้หรือแค่ภาพลวง

3.

สำนักพิมพ์ : ดวงกมลสมัย

หนังสือ : เด็กเล่าเรื่องมหาภารตะ

นักเขียน : สังหิตา อรณี

นักแปล : ปรีชา ช่อปทุมมา

ราคา : 357.30 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ในบรรดาหนังสือที่ดวงกมลสมัยจัดจำหน่าย แฟนหนังสือไทยดูจะคุ้นเคยกับสำนักพิมพ์ผีเสื้อที่สุด เล่มที่เราอยากแนะนำมากคือ ‘หนังสือภาพ โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ภาพโดย อิวาซากิ ชิฮิโระ สองเล่มจบแพ็กมาในกล่องมาสวยงาม ควรค่ากับการเก็บที่สุด แต่ว่าไม่ได้วางขายในงานนี้ 

เราก็เลยขอแนะนำวรรณกรรมจากอินเดียแทน ‘เด็กเล่าเรื่องมหาภารตะ’ เป็นผลงานของนักเขียนเด็กชาวอินเดีย ซึ่งมีนักเขียนเด็กชาวไทยทำภาพประกอบ เป็นการถ่ายทอดมหากาพย์ระดับตำนานของอินเดียซึ่งทาบทับอยู่บนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อมากมาย จึงออกมาเป็นมหาภารตะรสชาติสดใหม่มาก

4.

สำนักพิมพ์ : Exlibris

หนังสือ : โลกนี้ไม่มีสิ้นหวัง

นักเขียน : Eleanor H. Porter

นักแปล : วรรธนา วงษ์ฉัตร

ราคา : 234 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ใครชอบหนังสือบวกๆ ไม่ควรพลาดเล่มนี้ พอลลีแอนนา ตัวละครเอกในเรื่องเป็นเด็กหญิงกำพร้าที่ยากจนและโดดเดี่ยว ก่อนที่คุณพ่อจะจากไปได้สอนให้เธอรู้จัก ‘เกมดีใจ’ คือการมองหาสิ่งดีๆ ให้เจอแม้ในสถานการณ์ที่เลวร้าย พลังบวกของเธอจึงทำให้ผู้คนทั้งเมืองสดใสขึ้น จนคำว่า Pollyanna กลายเป็นคำศัพท์ในพจนานุกรม มีความหมายถึงบุคคลิกและทัศนคติแบบพอลลีแอนนา เรื่องนี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ละครเวที และซีรีส์ทางโทรทัศน์นับสิบครั้ง นักแสดงที่รับบทพอลลีแอนนา ได้รับรางวัลออสการ์ด้วยนะ

5.

สำนักพิมพ์ : G&E กำมะหยี่&เอิร์นเนส

หนังสือ : ตอบแสงตะวัน

นักเขียน : วรพจน์ พันธุ์พงศ์

ราคา : 270 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ตอบแสงตะวัน เป็นหนังสือของสำนักพิมพ์บางลำพู ซึ่งมีเจ้าสำนักเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้ นี่คือการรวม 38 ความเรียงของ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ ในรอบ 15 ปี มีทั้งเนื้อหาจากช่วงเวลานั้น และความคิดที่เรียงขึ้นใหม่ตอบโต้ตัวเองและโลก ทีแรกวรพจน์ตั้งใจจะเขียนหนังสือเล่มนี้คล้ายการคุยกับลูกสาว แต่พอเขียนไปเรื่องเล่าก็เปลี่ยนแปลงและหลากหลาย กลายเป็นคุยเรื่องเงิน ความรัก คุณค่า ชีวิตกับการงาน ความล้มเหลว มิตรภาพ รัฐประหาร ความกล้าหาญ และชีวิตของผู้คนในเมืองไทยยุคนี้ เป็นความเรียงที่จะชวนให้เราคิดและคุุยกับตัวเองต่อได้อีกยาวเลย

6.

สำนักพิมพ์ : Veritas

หนังสือ : วันที่หมาครองโลก

นักเขียน : คลิฟฟอร์ด ดี. ซิมัค

นักแปล : จิงโจ

ราคา : 540 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

หนังสือของสำนักพิมพ์ Veritas เล่มนี้เป็นนิยายวิทยาศาสตร์รางวัลอินเตอร์เนชั่นแนล แฟนตาซี อวอร์ด ค.ศ. 1953 เป็นตำนาน นิทาน และเรื่องเล่าข้างกองไฟที่บอกเล่าโดยหมาถึงการล่มสลายของอารยธรรมมนุษย์ โดยมีตระกูลเวบสเตอร์และเจงคินส์ หุ่นยนต์ของตระกูลเวบสเตอร์เป็นศูนย์กลางการดำเนินเรื่องที่ยาวนานนับหมื่นปี ตั้งแต่การล่มสลายของเมือง การอพยพของมนุษย์ไปสู่ดวงดาวต่างๆ ไปจนถึงการก้าวขึ้นมาครองโลกของหมา การพิมพ์รอบนี้ มีตอนพิเศษตอนที่ 9 ซึ่งไม่มีในฉบับแปลไทยก่อนหน้านี้ แล้วก็ยังมีภาพประกอบต้นฉบับจากสมัยที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Astounding และ Fantastic Adventures อีกกว่า 20 ภาพ ลองไปดูกันว่า นิยายไซไฟที่เขียนขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อน จินตนาการอะไรใกล้เคียงกับโลกตอนนี้บ้าง

7.

สำนักพิมพ์ : ร้านหนังสือยิปซี

หนังสือ : ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์

นักเขียน : ศุภวิทย์ ถาวรบุตร

ราคา : 327 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

สำนักพิมพ์ยิปซีนั้นขึ้นชื่อเรื่องการหาหนังสือประวัติศาสตร์ในมุมแปลกๆ มาแปลอยู่แล้ว แต่เล่มนี้พิเศษกว่าเล่มอื่นๆ ตรงการเล่าถึงประวัติศาสตร์ของวิทยาศาสตร์ที่เขียนโดย นักประวัติศาสตร์ชาวไทยที่น่าจับตามาก นั่นก็คือ ศุภวิทย์ ถาวรบุตร เขาพยายามจับสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นคนละขั้วอย่างประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์มารวมกัน ด้วยความคิดว่า หากประวัติศาสตร์คือศาสตร์ที่ต้องการเข้าใจสังคมมนุษย์นับตั้งแต่อดีต ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่ประวัติศาสตร์จะบรรลุเป้าหมายนั้นโดยทิ้งวิทยาศาสตร์ไว้เบื้องหลัง ลองมาดูกันว่า วิทยาศาสตร์เขียนบทบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ไว้อย่างไรบ้าง

8.

สำนักพิมพ์ : Hummingbooks

หนังสือ : สูญหาย ไม่สาบสูญ (ก่อนที่เราจะเป็นของคุณ)

นักเขียน : ลิซา วิงเกต

นักแปล : สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

ราคา : 333 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ไม่รู้ว่าจำกันได้ไหมว่า ตอนที่ The Cloud สัมภาษณ์ อุ้ม สิริยากร เมื่อปีก่อน เธอเล่าว่ากำลังแปลหนังสือเล่มนี้อยู่ เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในอเมริกาเมื่อหลายสิบปีก่อน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการหายตัวไปของเด็กหลายพันคนและ ‘ธุรกิจลูกบุญธรรม’ ที่เล่าผ่านการพบกันของสองตัวละครที่ค่อยๆ ขุดค้นเรื่องราวในอดีต เป็นความลับที่หลายคนพยายามฝังกลบให้มิด ในขณะที่บางคนก็เลือกที่จะไม่จดจำ

9.

สำนักพิมพ์ : เคล็ดไทย

หนังสือ : ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่

นักเขียน : นายทน ตนมั่น

นักแปล : สงวน โชติสุขรัตน์

ราคา : 315 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ในร้านของสายส่งพี่ใหญ่อย่างเคล็ดไทย มีหนังสือดีๆ ให้แนะนำมากมาย รอบนี้ขอเลือกหนังสือประวัติศาสตร์จากสำนักพิมพ์ศรีปัญญา ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ เรื่องนี้เป็นหนังสือแปลที่แปลจากอักษรธรรมล้านนามาเป็นภาษากลาง ตั้งแต่ พ.ศ. 2509 พิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2514 มีคนนำไปใช้อ้างอิงมากมาย พิมพ์ใหม่รอบนี้เลยพิมพ์แบบปกแข็งอย่างดี ควรค่าแก่การเก็บไว้ใช้อ้างอิงในชั้นหนังสือมาก

10.

สำนักพิมพ์ : KOOB

หนังสือ : พลังที่ซ่อนอยู่

นักเขียน : สุดารัตน์ เทียรจักร์

ราคา : 189 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

นักอ่านส่วนใหญ่คงรู้จักหนังสือของเจ้าสำนักพิมพ์อย่าง นิ้วกลม กันดีอยู่แล้ว เราเลยขอแนะนำหนังสือของนักเขียนคนอื่นบ้าง นั่นก็คือ องุ่น-สุดารัตน์ เทียรจักร์ เจ้าของเรื่องราว ชีวิตพลิกผันที่วันหนึ่งเธอก็ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าร่างกายไร้ความรู้สึกและสั่งการไม่ได้ แต่เธอก็ข้ามผ่านความทุกข์ไปสู่การทำความฝันให้เป็นจริงจนสำเร็จ รายละเอียดของเรื่องราวเปี่ยมพลังบวกจะเป็นยังไง ต้องไปติดตามกัน

11.

สำนักพิมพ์ : Li-Zenn

หนังสือ : นิวยอร์กคลุ้มคลั่ง

นักเขียน : เรม โคลฮาส

นักแปล : ณัฏฐิณี กาญจนาภรณ์

ราคา : 1,000 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

แค่บอกว่า นี่คือบันทึกชีวิตฝึกงาน 2 ปีในสำนักงานสถาปนิกที่นิวยอร์กช่วงยุค 70 -80 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการ และเมืองนิวยอร์กยุคนั้น ก็น่าสนใจแล้ว ยิ่งพอรู้ว่าคนเขียนคือ เรม โคลฮาส สถาปนิกชาวดัตช์ระดับตำนานของโลกก็ยิ่งน่าอ่าน หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2521 แปลไปแล้วกว่า 10 ภาษา และกำลังจะกลายเป็นหนังสือภาษาไทยที่มีความหนากว่า 600 หน้า ซึ่งต้องสั่งจองล่วงหน้าเท่านั้น คนชอบงานสถาปัตย์ไม่ควรพลาดจริงๆ

12.

สำนักพิมพ์ : mangmoombook

หนังสือ : Becoming A Butterfly

นักเขียน : เมริษา ยอดมณฑป

ราคา : 265 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ด้วยความที่เจ้าสำนัก mangmoombook เป็นนักแปลภาษาจีนระดับเซียน งานส่วนใหญ่ก็เลยเป็นงานวรรณกรรมจีนแปล พอเห็นพิมพ์วรรณกรรมเยาวชนของไทย ต้นฉบับเล่มนี้ก็คงจะไม่ธรรมดา ครููเม เจ้าของเพจ ‘ตามใจนักจิตวิทยา’ ที่มีผู้ติดร่วม 2 แสนคน ตั้งใจเขียนเรื่อง ‘ลิซ่า’ นักจิตวิทยาฝึกหัดที่เลือกเข้ามาฝึกงานในโรงพยาบาลซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องเคสหินของเด็กและเยาวชน เธอได้พบกับเด็กชายไม่พูด เด็กชายมังกร (โรคหลายบุคลิก) เด็กหญิงไร้เสียง (โรค Selective Mutism หรือ SM) เด็กชายโทรโข่ง (โรค Tics ในกลุ่มอาการ Tourette Syndrome) เด็กชายต่างดาว (โรคออทิสติกที่มีความสามารถสูง High-function Autism) และคนอื่นๆ รวม 12 เคส อ่านจบแล้วจะทำให้เราเข้าใจเด็กเหล่านี้มากขึ้น และเปลี่ยนจากความสงสารเป็นความอยากอยู่เคียงข้างน้องๆ เหล่านี้

13.

สำนักพิมพ์ : มติชน

หนังสือ : เมล็ด ไข่ไก่ และเจ้าหญิงนิทรา

นักเขียน : คณา คชา

ราคา : 132

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ไม่ค่อยได้เห็นวรรณกรรมเยาวชนจากค่ายมติชนบ่อยนัก เรื่องนี้เกี่ยวกับ ‘เมล็ดพันธุุ์’ ที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ทั้งทำตัวเหมือนนักโดดร่ม พึ่งพาสายลมให้ช่วยพัดพาไปเริ่มชีวิตใหม่ เมล็ดบางชนิดก็อาศัยอยู่ในท้องนกได้โดยไม่ตาย บางชนิดหลับใหลไปนานแสนนานแต่ก็ฟื้นคืนชีพมาได้ราวกับเจ้าหญิงนิทรา อ่านแล้วจะทึ่งกับความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่า เมล็ด ซึ่งมีอยู่ทุกที่ แต่เราอาจจะไม่เคยสังเกตมาก่อน

14.

สำนักพิมพ์ : มิวเซียมเพรส

หนังสือ : คริสตศิลป์กระจกสี โบสถ์คริสต์ในไทย

นักเขียน : ปติสร เพ็ญสุต

ราคา : 349 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

ปติสร เพ็ญสุต ไม่ใช่นักเขียนอื่นไกล เขาเป็นคอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ ‘ครุ่นคริสต์’ ใน The Cloud นี่เอง เขาคือคนหนุ่มรุุ่นใหม่ที่หลงใหลและทุ่มเทให้กับการศึกษาคริสตศิลป์ในทุกมิติ ทั้งการเดินทางไปตามรอยตามสถานที่ต่างๆ ไปจนถึงการจริงจังกับการสืบค้นข้อมูลจากเอกสารเก่า งานเขียนของเขาก็เลยมีมิติที่หลากหลายมาก เล่มนี้เขาจะพาเราไปภาพความหมาย สัญลักษณ์ ของภาพคริสต์ประวัติและนักบุญในโบสถ์คริสต์สำคัญของไทย ที่น่าจะทำให้หลายคนอ่านแล้วอินจนอยากเดินทางตามรอยเขาไปดูของจริงด้วยตาตัวเอง

15.

สำนักพิมพ์ : OMG BOOKS

หนังสือ : จดหมายถึงแซม

นักเขียน : Daniel Gottlieb

นักแปล : ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ

ราคา : 256.50 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

แค่อ่านพล็อตนี้ ก็อยากจะบอกว่า เอาเงินผมไปเลย 

– เมื่อแซมลืมตาดูโลก คุณตาแดเนียล ก็อตต์ลีบ ก็เริ่มเขียนจดหมายจากใจ ด้วยหวังให้หลานได้อ่านเมื่อโตขึ้น เขาอยากพูดถึงเรื่องสำคัญของชีวิต โดยมีแรงจูงใจลึกๆ คือ เขากลัวว่าตัวเองจะอยู่ไม่ถึงวันที่หลานชายเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จึงอยากฝากบทเรียนที่มีความหมายไว้ และเมื่อแซมอายุ 14 เดือน เขาถูกตรวจพบว่ามีอาการบกพร่องทางสมองแบบรอบด้าน ซึ่งเป็นโรคออทิซึมรูปแบบหนึ่ง ภารกิจการเขียนนี้จึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น และสุดท้ายกลายเป็นจดหมาย 32 ฉบับ ที่งดงามและสะเทือนอารมณ์เล่มนี้ นอกจากเป็นคุณตาผู้ละเอียดอ่อนแล้ว เขายังเป็นนักจิตบำบัดปริญญาเอก และเป็นอัมพาตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้เขาเกือบเสียชีวิต จดหมายถึงแซม คืองานเขียนที่บริสุทธิ์ ลึกซึ้ง อ่อนไหว ที่ชวนให้ใคร่ครวญว่าการเป็นมนุษย์มีความหมายอย่างไร

16.

สำนักพิมพ์ : P.S. Publishing

หนังสือ : Fuel Romance เชื้อเพลิงโรมานซ์เว่อร์

นักเขียน : อุเทน มหามิตร

ราคา : 240 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

อุเทน มหามิตร เป็นศิลปินที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองโดดเด่นแบบไม่ซ้ำใคร ทั้งงานเขียนแนวกวีที่เซอร์เรียลมาก และภาพวาดที่ดิบแต่ได้อารมณ์มาก เล่มนี้เป็นการพิมพ์ซ้ำงานเก่าที่นำ50 เรื่องรักโรมานซ์เว่อร์ งดงาม เพ้อพก เซอร์เรียล พร้อมภาพวาดระบายสี ทบทวีมวลรวมความสุขแบบเว่อร์ๆ ตั้งใจพิมพ์แบบปกแข็งให้เก็บกันเลย ถ้านึกไม่ออกว่า งานเขียนของเขาเซอร์เรียลยังไง ลองอ่านตัวอย่างนี้

มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยเนินทรายเจิดจ้า ทุกครั้งที่ย่ำเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ทรายยุบจะดึงเท้าลากถอยหลังไปครึ่งก้าว ถัดจากเนินทรายก็คือเนินทราย เนินแล้วเนินเล่า เขาคงไปไม่ถึงเธอ ตอนนี้ริมฝีปากกลายเป็นกระดาษทรายขัดปูนที่ใช้แล้ว เขาคิดถึงเธอ คิดถึงรสจูบผ่านริมฝีปากนุ่มเหมือนพายมะพร้าวอ่อน คิดถึงลิ้นสัมผัสพันกันเหมือนปลิงทะเลสองตัว

17.

สำนักพิมพ์ : อ่านอิตาลี

หนังสือ : หญิงสาวผู้ชิมอาหารให้ฮิตเลอร์

นักเขียน : Rosella Postorino

นักแปล : สิรีธร ถาวรปิยกุล

ราคา : 270 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

นวนิยายเรื่องนี้ผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ มาร์กอท เวิล์ค ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เธอกับหญิงสาวอีก 14 คน ทำหน้าที่เป็นคนชิมอาหารให้ฮิตเลอร์เพื่อให้แน่ใจว่าในอาหารไม่มียาพิษ ในบรรดาหญิงสาวทั้งหมด เวิล์คเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตจากสงคราม จนมาเสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. 2014 ในวัย 96 ปี เรื่องนี้ไม่ใช่บทบันทึกประวัติศาสตร์แห้งๆ แต่ยังเล่าถึงมิตรภาพและความอิจฉาริษยาในหมู่นางชิม ไปจนถึงความสัมพันธ์ของเธอกับนายทหาร เรื่องนี้กวาดรางวัลในอิตาลีมาได้ชุดใหญ่เลยทีเดียว

18.

สำนักพิมพ์ : RiverBooks

หนังสือ : ..และตราบชั่วฟ้าดินสลาย

นักเขียน : คีริลล์ บาร์สกี้

นักแปล : –

ราคา : 700 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

นี่คืองานเขียนของ คีริลล์ บาร์สกี้ อดีตเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซีย ประจำประเทศไทย เขาเป็นนักการทูตที่ได้เดินทางไปประจำการในหลายประเทศ แล้วเขาก็มีฝีไม้ลายมือด้านการเขียนทั้งร้อยแก้วและกวีนิพนธ์ มีผลงานตีพิมพ์แล้วหลายเล่ม เล่มนี้เขาเล่าถึงชีวิต ความรัก มิตรภาพของผูุ้คน โดยเขาวาดภาพประกอบเองทั้งเล่ม เพื่อถ่ายทอดในสิ่งทีไม่สามารถสื่อสารผ่านตัวหนังสือได้

19.

สำนักพิมพ์ : สานอักษร

หนังสือ : ตาตุปาตุเด็กฝึกงานสุดเพี้ยน

นักเขียน : Aino Havukainen and Sami Toivonen

นักแปล : กัญญ์ชลา นาวานุเคราะห์

ราคา : 219 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

สานอักษรเป็นสำนักพิมพ์ประจำโรงเรียนรุุ่งอรุณ ที่เน้นพิมพ์นิทานเด็ก มีผลงานดีๆ เยอะมาก โดยเฉพาะเซ็ตนิทานล่าสุดเรื่อง ฤดูกาล แต่คราวนี้เราขออนุญาตขอแนะนำหนังสือของสำนักพิมพ์นาวาที่สานอักษรช่วยวางขาย นั่นก็คือ ตาตุปาตุ นิทานชื่อดังของฟินแลนด์ที่ผู้ใหญ่ก็หยิบมาอ่านได้เพลินๆ เล่มล่าสุดคือตอน เด็กฝึกงานสุดเพี้ยน ไปดูกันว่า ตาตุและปาตุสองพี่น้องแสนซนเห็นผู้ใหญ่ไปทำงานแต่เช้าทุกวัน เลยคิดว่าจะสนุกแค่ไหนถ้าเด็กๆ ได้ลองฝึกงานบ้าง เลยไปเรียนรู้งานจากผู้คนหลากหลายอาชีพ ทั้งคุณครู นักอบขนม พนักงานดับเพลิง ช่างไม้ นักดนตรี และอื่นๆ อีกมากมาย ลองไปดูกันว่า ไอเดียแสนบรรเจิดที่มาพร้อมภาพวาดที่เต็มไปด้วยรายละเอียด มีดียังไง ผู้คนฟินแลนด์ถึงติดอกติดใจกันนักหนา

20.

สำนักพิมพ์ : Salmonbooks

หนังสือ : THE PEOPLE เรื่องเล่า ‘คน’ เปลี่ยนโลก

นักเขียน : ทีมนักเขียน THE PEOPLE

ราคา : 215 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

แฟนๆ เว็บไซต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่าเรื่องคนอย่าง The People น่าเก็บเล่มนี้มาก เพราะเป็นการรวมบทความว่าด้วยชีวิตของผู้คนที่พยายามทำบางสิ่งบางอย่าง เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกใบนี้ ตั้งแต่การลงทุนสร้างสวนสนุกของคุณพ่อเพื่อลูกสาวผู้มีปัญหาทางร่างกาย เด็กชายผู้ลงมือประดิษฐ์กังหันเพื่อส่งต่อแสงสว่างสู่ชุมชุน วิศวกรสาวผู้อยู่เบื้องหลังภาพถ่ายหลุมดำภาพแรกของโลก คุณครูที่สละเงินเดือนให้กับอนาคตการศึกษาของลูกศิษย์ ทหารผ่านศึกอายุร่วมร้อยกับการรักษาหมู่บ้านโบราณด้วยศิลปะ ไปจนถึงนักข่าวหญิงแกร่งผู้รายงานข่าวสงครามจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ชื่อนักเขียน The People การันตีความเข้มข้นอยู่แล้ว

21.

สำนักพิมพ์ : SALT

หนังสือ : Gamification

นักเขียน : ตรัง สุวรรณศิลป์

ราคา : 195 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

หลายปีที่ผ่านมา เราได้ยินเรื่องกลยุทธ์การสะกดใจคนให้ติดอยู่กับอะไรสักอย่างนานๆ ด้วยการใช้วิธีแบบเกม หรือ Gamification กันอยู่บ่อยๆ ‘เกมมิฟิเคชัน จูงใจคนด้วยกลไกเกม’ เล่มนี้เขียนโดยแชมป์บอร์ดเกม Catan คนแรกของประเทศไทย และเจ้าของเพจ Beyond Board เขาจะมาอธิบายหลักการนี้แบบถอดรหัสให้เห็น และแนะนำวิธีออกแบบเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนให้ได้ตามที่เราต้องการด้วยกลไกแบบเกม ซึ่งใช้ได้ในหลายวงการ ทั้งการศึกษา การทำงาน การส่งเสริมสุขภาพ ไปจนถึงการทำการตลาดเลย

22.

สำนักพิมพ์ : แสงแดด

หนังสือ : อาหารไทยจงเจริญ

นักเขียน : ชรินรัตน์ จริงจิตร

ราคา : 711 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

เมื่อหนังสือพิมพ์อาหารไทยอันดับหนึ่งของประเทศอย่างแสงแดดลุกขึ้นมาทำตำราอาหารไทยแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการเขียนสูตรยอดนิยมกว่า 100 สูตร ทั้งน้ำพริก ยำ ต้มตุ๋น ผัด แกง และอาหารจานเดียว พร้อมเคล็ดลับและรายละเอียดของหลายเมนูที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน พร้อมกับเทคนิคการทำอาหารตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน เครื่องแกง การเตรียมเครื่องปรุง ไปจนถึงวิธีดูแลครัวและเครื่องครัวให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ก็น่าสนใจแล้ว แล้วก็พิเศษขึ้นไปอีกเมื่อ เล่มนี้จัดทำออกมาแบบใส่ใจในรายละเอียดมาก ทั้งภาพถ่าย เลย์เอาต์ รูปเล่ม ที่สวยเก๋แบบร่วมสมัย ลบภาพตำราอาหารของคุณยายไปได้หมดเลย คนรักอาหารไทยและคลั่งไคล้หนังสือ ควรมีหนังสือปกแข็งเล่มนี้ไว้สักเล่มนะ

23.

สำนักพิมพ์ : สมมติ

หนังสือ : เสื้อโค้ต

นักเขียน : นิโคไล โกโกล

นักแปล : ไชยันต์ รัชชกูล

ราคา : 200 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

ผลงานเรื่องสั้นอมตะของ นิโคไล โกโกล นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของรัสเซียแห่งศตวรรษที่ 19 เล่มนี้ พิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 6 แล้ว ว่ากันว่าเป็นที่สุดของเรื่องสั้นที่วิพากษ์ ตีแผ่ และทะลุทะลวงระบบรัฐราชการได้อย่างแสบสัน เป็นเรื่องของข้าราชการระดับเสมียนที่มีงานหลักคือคัดลอกเอกสาร จนวันหนึ่ง เสื้อโค้ตก็ทำให้เขาได้พบความหมายใหม่ของชีวิต ทว่าโชคชะตาอันเลวร้ายกลับบันดาลให้เขาสูญเสียมันไปในชั่วเวลาไม่ทันข้ามคืน และในวินาทีถัดมานั้นเอง ทั้งรัสเซียก็สั่นสะเทือน ส่วนพล็อตนี้จะโยงเข้ามาหาการวิพากษ์ระบบราชการอย่างไร ต้องไปติดตามกัน

24.

สำนักพิมพ์ : SonginThings

หนังสือ : ถั่วงอกและหัวไฟ กับจิตวิญญานอันบ้าคลั่ง เล่ม 9

นักเขียน : ทรงศีล ทิวสมบุญ

ราคา : 365 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

เผลอแป๊บเดียว นิยายภาพยุคบุกเบิกของไทยอย่าง ถั่วงอกและหัวไฟ ก็เดินทางมาครบ 15 ปีแล้ว ทรงศีลเขียนเล่ม 9 ขึ้นมาฉลองวาระนี้แบบสุดพิเศษ นั่นก็คือ เขาผลิตเองทุกขั้นตอน ผ่านสำนักพิมพ์ของตัวเองเป็นครั้งแรก เขาตั้งใจเปิดเผยความลับบางประการที่ซุกซ่อนผ่านวันเวลามากว่า 15 ปี ผ่านภาพที่วาดด้วยมือทุกหน้าอย่างประณีต ผสานเรื่องราวเข้มข้น และไม่ใช่แค่สร้างสรรค์นิยายภาพ แต่อยากสร้างงานศิลปะที่เล่าเรื่องราวอย่างทรงพลัง และเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งการอ่านให้เป็นความทรงจำอันมิรู้ลืม แฟนๆ ก็ไม่ควรพลาดนะ มีให้เลือกซื้อทั้งปกแข็งและปกอ่อนเลย

25.

สำนักพิมพ์ : สวนเงินมีมา

หนังสือ : บัณฑิต กับ นักบุญ

นักเขียน : อรุณธตี รอย

นักแปล : รวิวาร รวิวารสกุล, ชาวาร์ เกษมสุข

ราคา : 300 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้อยู่ตรง อรุณธตี รอย นักเขียนชาวอินเดียเจ้าของรางวัลบุ๊กเกอร์ไพรซ์ ค.ศ. 1997 ลุกขึ้นมาตั้งคำถามแล้วตามไปหาคำตอบเกี่ยวกับชีวิตนักต่อสูุ้ชื่อดังสองคนของอินเดีย อย่าง มหาตมะ คานธี และ ดร.บี.อาร์. อัมเบดการ์ ความคิดของพวกต่างกันคนละขั้ว แต่ทั้งคู่ก็ได้รับการบูชาประหนึ่งเทพเจ้า และสิ่งที่ทำต่างก็ส่งอิทธิพลต่อการเมืองร่วมสมัยของอินเดียมากมาย หนังสือเล่มนี้จะทำให้เราได้รู้จักวีรบุรุษของอินเดียอีกคนอย่างอัมเบดการ์ รวมถึงได้รู้จักคานธีในอีกมุมด้วย

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load