เราทำงานที่บริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งในมิลาน แคว้นลอมบาร์ดี (Lombardy) ประเทศอิตาลี และกักตัวทำงานจากบ้านมาราว 1 เดือนเต็มแล้ว ปัจจุบัน (มีนาคม ปี 2020) มิลานเป็นพื้นที่สีแดงของโควิด-19 และรัฐบาลได้ประกาศปิดทั้งประเทศเมื่อต้นเดือนมีนาคม 

ก่อนเล่าเรื่องไวรัส ต้องเข้าใจก่อนว่ามิลานเป็นหัวใจ วิญญาณ และเลือด ของประเทศอิตาลี เศรษฐกิจอิตาลีย่ำแย่ติดต่อกันจนต้องยืมเงินสหภาพยุโรปมาตลอด นี่เป็นปีสุดท้ายที่อิตาลีได้โอกาสกู้หน้า มิลานจึงสำคัญต่อเศรษฐกิจมาก เพราะเป็นทั้งเมืองท่องเที่ยวและเมืองแฟชั่น บริษัทมาร์เก็ตติ้งใหญ่ๆ ก็ตั้งสำนักงานที่นี่ ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเดินทางจุดหนึ่งของยุโรป การปิดมิลานเป็นเรื่องใหญ่มากที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ 

อิตาลี, covid, กักตัว

บริษัทเราเริ่มให้ทำงานจากบ้านตั้งแต่ช่วงแรกที่ไวรัสระบาด ช่วงแรกเมืองที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เยอะๆ อยู่ในแคว้นลอมบาร์ดีทั้งนั้น แต่รัฐบาลก็ไม่สั่งปิดเมือง โดยเฉพาะมิลาน เนื่องจากคนอิตาลีมีนิสัยสบายๆ ชอบพบปะผู้คน และยังมีการทักทายกันด้วยการหอมแก้ม ยอดคนติดเชื้อและคนตายจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่มีใครใส่หน้ากากอนามัย ต่างออกมาใช้ชีวิตกันตามปกติ มีแต่เราที่ใส่หน้ากากเวลาออกจากบ้านและเริ่มกังวลกับสถานการณ์

สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ระหว่างกักตัวอยู่บ้าน 1 เดือนเต็ม ใจกลางเมือง มิลาน อิตาลี ที่ COVID-19 ระบาด

จนเมื่อยอดผู้ติดเชื้อสูงถึงหลักพัน รัฐบาลถึงประกาศปิดมิลานและทั้งแคว้น วันที่รัฐบาลประกาศเป็นช่วงเวลาราว 3 – 4 ทุ่ม คนจำนวนมากรีบไปสถานีรถไฟเพื่อซื้อตั๋วเที่ยวสุดท้ายไปที่อื่น เพราะจริงๆ ชาวมิลานแท้ๆ มีน้อย คนส่วนใหญ่ที่มาทำงานในมิลานมาจากทางใต้ วันนั้นเป็นวันจุดระเบิดให้คนตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ เราเดาว่าการแห่กลับบ้านนี่เองที่ทำให้เชื้อไวรัสแพร่ระบาดทั่วอิตาลี ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มเยอะมากในเมืองที่ไม่เคยมีผู้ติดเชื้อมาก่อน รัฐบาลจึงประกาศปิดประเทศในวันต่อมา คนกว่า 60 ล้านคนต้องกักตัวเองอยู่บ้าน ตอนนี้อัตราการตายจากโควิด-19 ของชาวอิตาลีสูงกว่าชาติอื่นๆ เพราะประเทศนี้มีผู้สูงอายุมากเป็นอันดับ 2 ของโลก 

สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ระหว่างกักตัวอยู่บ้าน 1 เดือนเต็ม ใจกลางเมือง มิลาน อิตาลี ที่ COVID-19 ระบาด

หลังจากนั้นพฤติกรรมคนเปลี่ยนไปเยอะมาก ทุกคนเริ่มออกไปซื้อของตุนสำหรับกักตัว อาทิตย์แรกยังไม่ใส่หน้ากากอนามัย แต่ 1 สัปดาห์ผ่านไป เราออกไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต แทบทุกคนใส่หน้ากากกันหมด มาตรการต่างๆ ก็จริงจัง ร้านทุกร้านปิด ไม่ว่าร้านทำผม ร้านอาหาร บาร์ ตลาดสด ร้านช้อปปิ้งต่างๆ ยกเว้นซูเปอร์มาร์เก็ตกับร้านขายยาเท่านั้นที่เปิด

การไปซูเปอร์มาร์เก็ตก็ต้องต่อแถวซื้อของ จำกัดจำนวนคนเข้า พนักงานทุกคนต้องใส่ถุงมือและหน้ากากมิดชิด ดีที่ของกินของใช้ยังมีขายตามปกติ ยกเว้นหน้ากากอนามัยกับเจลล้างมือที่ไม่มีขายแล้ว 

อิตาลี, covid, กักตัว

นอกจากนี้ ตำรวจยังออกตรวจตราและปรับเงินประชาชนถ้าไปเดินเล่นในเมืองโดยไม่จำเป็น ต้องออกไปเพราะมีธุระจริงๆ เช่น ไปซื้อของ ไปโรงพยาบาล ยังมีวัยรุ่นที่ไม่กลัวโรคออกมาเที่ยวเล่นอยู่บ้าง เพราะคิดว่าร่างกายแข็งแรง แต่ตำรวจก็ปรับจริงจัง

สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ระหว่างกักตัวอยู่บ้าน 1 เดือนเต็ม ใจกลางเมือง มิลาน อิตาลี ที่ COVID-19 ระบาด

ช่วงแรกๆ มีแต่เรื่องแง่ลบ แต่ด้วยทัศนคติและนิสัยของคนอิตาลีที่ค่อนข้างเป็นคนสุนทรีย์ ชอบความบันเทิงรื่นเริง ประชาชนจึงเริ่มจัดแฟลชม็อบเล่นดนตรีบ้าง ร้องเพลงบ้าง เปลี่ยนเวลาไปเรื่อยๆ บางทีก็ตอนเที่ยง บางทีก็ 6 โมงเย็น ทุกคนจะโผล่หน้ามาทางหน้าต่างเพื่อร้องเพลงชาติหรือเพลงจากวิทยุ 

สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ระหว่างกักตัวอยู่บ้าน 1 เดือนเต็ม ใจกลางเมือง มิลาน อิตาลี ที่ COVID-19 ระบาด
คนเล่นกีตาร์ที่ตูริน ภาพ : Reuters 
สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ระหว่างกักตัวอยู่บ้าน 1 เดือนเต็ม ใจกลางเมือง มิลาน อิตาลี ที่ COVID-19 ระบาด
คนเล่นแอคคอร์เดียนที่โรม ภาพ : Reuters 

พอเราได้เห็นความน่ารักของวัฒนธรรมทำให้หดหู่น้อยลง และทุกคนก็ได้เจอหน้าเพื่อนบ้านตัวเอง จากที่เราไม่เคยเห็นหน้าเพื่อนบ้านเลยเพราะต่างคนต่างทำงานกลับบ้านดึก ก็ได้เจอ ได้คุย ได้เล่นกับลูกๆ เขา ทำให้รู้จักคนรอบตัวมากขึ้น และกลุ่มคนไทยที่มิลานก็ดูแลกันดี มีความสามัคคีในยามคับขัน พึ่งพาได้ ส่วนใหญ่เป็นคนที่แต่งงานแล้วอยู่ที่นี่ นักเรียนและคนทำงานอย่างเราเป็นส่วนน้อย ส่วนหนึ่งก็เดินทางกลับไทยไปตั้งแต่ก่อนปิดเมือง

ข้อเสียของการกักตัวที่ทุกคนเจอ คือความเบื่อและคิดถึงการเดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ พบเจอผู้คน โชคดีที่เราไม่ได้อยู่คนเดียว ไม่หดหู่มาก

ถ้าพักอยู่คนเดียวน่าจะเหงา พวกคนมีครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ วัยไม่เกิน 10 ขวบก็หนักหนาสาหัส ทั้งต้องทำงานจากที่บ้านและต้องดูแลลูกไปด้วย วุ่นวายมาก เวลาเราประชุมสายกับเพื่อนร่วมงานที่มีลูกจะได้ยินเสียงเด็กๆ ด้วย น่าจะเหนื่อยมากทีเดียว จ้างพี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ได้ ต้องหากิจกรรมในบ้านให้ลูกทำ ให้ดูหนัง ฟังเพลง ปลูกต้นไม้กันไป เพราะพ่อแม่ไม่อยากให้ลูกจ้องจออย่างเดียว

แต่ก็ลำบาก เพราะส่วนใหญ่คนที่นี่มักอยู่อพาร์ตเมนต์ ไม่ว่ารวยหรือจน คนที่อยู่บ้านเป็นหลังมีน้อยมากๆ เวลาต้องการไปที่กลางแจ้ง เขาไปสวนสาธารณะกัน ดังนั้น การที่เด็กต้องอยู่ในห้องปิดตลอดเป็นเรื่องหนักใจของพ่อแม่ 

ปัญหาสำคัญคือเรื่องปากท้อง ช่วงนี้คนทำงานรายวันขาดรายได้แน่นอน กิจการต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จำต้องปิดเพื่อรักษาตัวเองและครอบครัว รัฐบาลไม่มีนโยบายแจกเงิน เราเองก็คิดว่าไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ตอนนี้ผู้ขาดรายได้ก็เริ่มหาวิธีการปรับตัว เช่น จากปิดร้านอาหารทั้งหมด บางร้านก็เริ่มหาทางออกด้วยการทำข้าวกล่องส่งตามบ้านให้มีรายได้ และยังมีบริการเดลิเวอรี่สั่งซื้ออาหารได้บ้าง

สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ระหว่างกักตัวอยู่บ้าน 1 เดือนเต็ม ใจกลางเมือง มิลาน อิตาลี ที่ COVID-19 ระบาด

ตอนนี้เมืองที่เจอผู้ติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่มิลาน แต่เป็นเมืองอื่นที่อยู่ในแคว้นลอมบาร์ดี อิตาลีจะปิดประเทศถึงวันที่ 3 เมษายน แต่เราคาดว่า 2 – 3 วันนี้น่าจะประกาศใหม่ คนแถวนี้คิดว่าคงกักตัวกันต่อถึงสิ้นเมษายน และเผลอๆ อาจยืดไปถึงพฤษภาคม เปรียบเทียบกับเมืองจีนที่เริ่มปิดเมืองตอนมีผู้ติดเชื้อไม่ถึงพันคน ยังใช้เวลาราว 3 เดือนกว่าจะทุเลา แต่อิตาลีเริ่มปิดเมืองตอนมีผู้ติดเชื้อประมาณ 5,000 คน จำนวนแพทย์และพยาบาลก็น้อยกว่า เราเดาว่าน่าจะใช้เวลานานกว่าจีนในการแก้ปัญหา 

แม้กักตัวจนหายดีทั้งประเทศ แต่อิตาลีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โรคกำลังระบาดไปทั้งยุโรป กว่าจะซาทั้งหมดอย่างน้อยก็สิ้นฤดูร้อน กว่าการท่องเที่ยวและระบบต่างๆ จะกลับมาเป็นปกติคงเป็นช่วงปลายปีเป็นอย่างต่ำ เศรษฐกิจอิตาลีคงฟื้นตัวไม่ทัน

ท่ามกลางปัญหาเหล่านี้ สิ่งหนึ่งที่หายไปคือการเหยียดชาวเอเชีย แรกๆ ชาวอิตาลีเข้าใจว่าเอเชีย = Corona Virus แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้ว หลังจากชาติยุโรปต่างปิดประเทศกลัวการแพร่เชื้อ แต่ชาวจีนบินมาพร้อมเครื่องมือแพทย์ ทำให้ชาวอิตาลีซาบซึ้งใจ ส่วนตัวหวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้ปัญหาการเหยียดชาวเอเชียลดน้อยลงไป

ส่วนเรื่องการทำงานที่บริษัทประกันของเรา ถึงแผนงานของบริษัทเลื่อนออกแต่ก็ยังมีสิ่งต่างๆ ที่ต้องทำ เพราะเราทำงาน Global Team ดูแลแคมเปญทั่วโลก พอมีโรคระบาด บริษัทประกันก็ต้องดูแล และใช้เวลาดูแลประเทศที่สถานการณ์หนักเป็นพิเศษ ที่ผ่านมาดูแลจีน ตอนนี้เมื่ออิตาลีหนักสุด และสำนักงานใหญ่อยู่ที่อิตาลี บริษัทก็ต้องดูแล การทำการตลาด คิดแคมเปญใหม่ อาจต้องงดหรือเลื่อนออกไป แต่เราต้องหันกลับมาคิดว่าจะทำอะไรได้บ้างที่จะช่วยผู้คนหรือแม้แต่ SMEs ในยามคับขัน

ที่นี่ระบบสาธารณสุขไม่เหมือนเมืองไทย คนไม่แห่ไปทำประกันเยอะๆ เหมือนเมืองไทย ไม่มีบริษัทประกันที่ประกาศขายแต่ประกันโควิด-19 อย่างเดียว เพราะถ้าเข้าไปตรวจโรคแล้วเป็นโรคที่กรมธรรม์ประกันสุขภาพทั่วไปคุ้มครองอยู่แล้ว ถ้าเข้าโรงพยาบาล บริษัทประกันย่อมจ่ายค่ารักษาตามปกติ

โดยทั่วไปรัฐบาลดูแลสวัสดิการประชาชนอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งของภาษีจะหักเข้าระบบสาธารณสุข ทำให้ประชาชนมีหมอประจำตัวที่รัฐบาลกำหนดให้ ส่วนใหญ่เป็นหมอใกล้บ้าน ซึ่งมักมีคลินิกของตัวเอง ไม่ได้ทำงานที่โรงพยาบาลตลอดเวลา ถ้าป่วยเล็กๆ น้อยๆ เช่น เจ็บคอ เป็นไข้ ทุกคนจะไปหาหมอที่คลินิกให้หมอตรวจฟรีและออกใบสั่งยาให้ไปซื้อยาที่ร้านขายยาเอง โรงพยาบาลดูแลเฉพาะการเจ็บป่วยที่ร้ายแรงกว่า เช่น การผ่าตัด สำหรับคนต่างชาติที่ทำงานอยู่อิตาลีอย่างเราก็มีสวัสดิการนี้เช่นกัน 

ระหว่างนี้ถ้าใครสงสัยว่าติดโรค ต้องตรวจเช็กว่าอาการเข้าข่ายโรคนี้จริงๆ จึงโทรหาเบอร์สายด่วน ทางการจะส่งคนมาตรวจฟรี ถ้าไม่จำเป็นแต่อยากไปตรวจเองโดยไม่เข้าเกณฑ์จะเสียเงินแพงมาก เพราะทรัพยากรมีจำกัด เขาอยากเก็บไว้ให้คนป่วยจริงๆ และถ้าต้องการตรวจเพื่อรับใบรับรองแพทย์สำหรับเดินทาง เท่าที่ได้ยินมาราคาอาจสูงถึง 1,500 ยูโร

อิตาลี, covid, กักตัว

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการ Work from home นานๆ คือต้องมี Work-life Balance เพราะคนส่วนใหญ่พอทำงานจากบ้าน ไม่จ้องคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา ก็ทำตัวเหมือนหยุดพักผ่อนไปเลย แต่เราคิดว่าการทำงานจากบ้านคือการยืดหยุ่นเวลาในการจัดสรรงานกับเรื่องส่วนตัว เลยอยากขอแชร์เทคนิคที่เราคิดว่าได้ผล วิธีที่เราทำตอนนี้คือ

  1. ตั้งเวลาทำงานต่อวัน 8 – 10 ชั่วโมง ไม่เกินนี้ กำหนดตารางงานแต่ละชั่วโมงไปเลยว่าจะทำอะไรบ้าง ไม่งั้นจะวุ่นวายมาก
  2. ตั้งเวลากินข้าวเที่ยง และเบรก 15 นาทีทุก 2 ชั่วโมง เหมือนเวลาอยู่ออฟฟิศแล้วไปซื้อของกินบ้าง หรือหันไปคุยกับเพื่อนบ้าง
  3. ระหว่างเบรก ควรทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่เล่นโทรศัพท์ เช่น อบขนมรอ ยืดเส้น ดูยูทูป หรือไปล้างจาน
  4. การทำงานจากบ้านควรทำให้เรามีเวลาเหลือมากขึ้น เพราะไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ให้เอาเวลานั้นไปทำสิ่งที่เพิ่มคุณค่ากับตัวเอง หรือทำงานอดิเรกที่ไม่ได้ทำ เช่น เรียนคอร์สออนไลน์ที่ตอนนี้มีเยอะมาก หรือออกกำลังกาย
  5. ถ้าคิดถึงเพื่อน อยากเจอคนมากๆ ลองนัดวิดีโอคอลกินข้าวเย็นกันด้วยกัน เราลองแล้วก็สนุกดีไปอีกแบบนะ

หวังว่าสิ่งที่เราเล่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนอ่าน ซึ่งน่าจะเจอสถานการณ์คล้ายๆ กันในช่วงเวลานี้

Writer & Photographer

Avatar

ปีย์วรา ชุณหวงศ์

อดีตนิสิตคณะอักษรศาสตร์ที่หลงรักการทำงานด้าน Brand Consultant และ Marketing ปัจจุบันทำ Global Marketing team ที่มิลาน อิตาลี

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

3 กุมภาพันธ์ 2566
240

ที่ผ่านมา สังคมไทยพยายามผลักดัน Soft Power ที่เป็นเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว วัดวาอาราม อาหาร ฯลฯ แต่ในความเป็นจริง เมืองไทยเรายังมี Soft Power ที่ดีและหลากหลาย ซึ่งน่าหยิบยกมาผลักดันและส่งเสริมกันอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นคือ ‘การท่องเที่ยวดูนก’

นกไม่เพียงทำหน้าที่สำคัญในห่วงโซ่อาหาร แต่พวกมันยังเป็นนักปลูกป่า นักกระจายพันธุ์พืช นักปราบแมลง ทำหน้าที่สำคัญให้กับระบบนิเวศ และพวกมันคือเพื่อนของมนุษย์ที่มีสีสันสวยงาม มีเสน่ห์ มีพฤติกรรมชวนให้เกิดความเพลิดเพลิน เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ 

หลายประเทศรู้จักนำการดูนกมาเป็น Soft Power บริหารจัดการจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ Scoop รอบนี้จึงขอยกตัวอย่างประเทศต่าง ๆ ที่หยิบยกกิจกรรมดูนกมาเป็นวาระสำคัญ เพื่อผลักดันให้สิ่งนี้ขับเคลื่อนผู้คน สังคม และเศรษฐกิจของประเทศได้ในทางใดทางหนึ่ง 

จีน

วิธีทำให้การดูนกสร้างรายได้กว่า 120 ล้านหยวน

สาธารณรัฐประชาชนจีน บริเวณทะเลสาบโผหยาง ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ของจีนในมณฑลเจียงซี เทียบเท่ากับจังหวัดระยองของไทย เป็นที่อยู่อาศัยของนกอพยพ 500,000 – 1,000,000 ตัว รวมทั้งนกที่อาศัยอยู่กว่า 500 สายพันธุ์ ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งดูนก ซึ่งทางการจีนมองว่ากิจกรรมนี้ไม่เพียงสร้างความเพลิดเพลิน แต่เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในชุมชนกับระบบนิเวศ เกิดการจัดตั้งสมาคมอนุรักษ์ เกิดนวัตกรรมการดูนก อีกทั้งช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชน 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : birdingbeijing.com/education

หรืออย่างในนครเฉิงตู ตัวอย่างสำคัญที่แสดงถึงวิธีทำให้การชมนกได้รับความนิยมมากขึ้นในรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นครเฉิงตูได้รับเลือกให้เป็นเมืองสาธิตด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการบริโภคเป็นกลุ่มแรกในประเทศจีน เน้นดึงดูดผู้คนด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และมีการพัฒนาระบบนิเวศวิทยาอย่างต่อเนื่อง จึงอุดมไปด้วยนกสวยงามนานาชนิด โดยสมาคมชมนกนครเฉิงตูเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนกอาศัยอยู่มากถึง 511 สายพันธุ์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศจึงเดินทางไปเยือนเพื่อชมนก ชมไม้ ชมหิ่งห้อย นอกจากนี้ ภายในสวนสาธารณะชิงหลงหู ยังมีเกาะนกที่เลี้ยงนกแบบอยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวชมได้ในระยะไกล เพื่อไม่ให้มนุษย์เข้าไปรบกวนชีวิตของนกมากเกินไป

เมื่อการชมนกได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากจะสร้างรายได้ให้ประเทศถึง 120 ล้านหยวน การปรับปรุงระบบนิเวศวิทยายังช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมือง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นด้วย 

ภาพ : thaibizchina.com

สหรัฐอเมริกา

อุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากกิจกรรมของคนรักนก

เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา มีการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ ส่งเสริมการดูนกจนเกิดเป็นอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องตามมา ทั้งหนังสารคดี อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กล้องดูนก การบันทึกภาพนก อาชีพผู้นำดูนก ซึ่งสร้างรายได้หลายล้านบาทต่อปี

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : birdwatchingdaily.com

ญี่ปุ่น 

หมุดหมายที่คนรักนกจำนวนมากอยากไปเยือน

ญี่ปุ่นก็เป็นอีกประเทศอันดับต้น ๆ ที่ผู้ชื่นชอบนกจำนวนมากอยากไปเยือน เพราะมีสภาพภูมิอากาศตั้งแต่แบบกึ่งเขตหนาวไปจนถึงกึ่งเขตร้อน เมื่อรวมความหลากหลายนี้เข้ากับลักษณะภูมิประเทศและฤดูกาลทั้ง 4 จึงกลายเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมที่ต้อนรับสัตว์ป่าหลากประเภทให้มาเยือนได้เป็นอย่างดี 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : Japan.travel

การดูนกที่ญี่ปุ่นที่ถือว่ามีคุณค่ามากที่สุดอาจเป็นการดูนกกระเรียนมงกุฎแดง นกที่ใคร ๆ ก็ยกให้โดดเด่นเรื่องความสง่างาม เป็นสัญลักษณ์ของความสุขและอายุยืนยาว นกชนิดนี้มีเรื่องราวปรากฏอยู่ในศิลปะของญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ดังที่พบได้บนกิโมโนของเจ้าสาว ขวดสาเก และฉากกั้นกระดาษ 

นกกระเรียนมงกุฎแดงเป็นที่รู้จักมากที่สุดจากการเต้นหาคู่ ซึ่งมีท่าทางงดงามราวกับได้รับการออกแบบท่าเต้นมา โดยพวกมันจะเต้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 

ฮอกไกโด ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดของโลกในการดูนก เนื่องจากมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรนกกระเรียนมงกุฎแดงในโลกอาศัยอยู่ที่นี่ จากความพยายามอนุรักษ์และฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกลับมาหลังจากถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ จนสุดท้ายจำนวนนกในพื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระของฮอกไกโดเพิ่มขึ้นจากประมาณ 20 ตัว เป็นกว่า 1,300 ตัว และเกิดพฤติกรรมที่เหล่านักดูนกให้ความสนใจ นั่นคือพวกมันไม่ย้ายถิ่นฐาน หรือย้ายห่างออกไปเพียง 150 กิโลเมตรเท่านั้นในฤดูหนาว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในนกกระเรียนมงกุฎแดง

ด้วยเหตุนี้ ฮอกไกโดจึงกลายเป็นแหล่งรวมสายพันธุ์นกครึ่งหนึ่งของประเทศ รวมถึงกลายเป็นภูมิภาคยอดนิยมสำหรับนักดูนกและนักท่องเที่ยว 

หรือนกกระสาในโทโยโอกะ เมืองชายฝั่งของญี่ปุ่น อยู่ห่างจากเกียวโตไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ภูมิภาคนี้ทุ่มเททรัพยากรจำนวนมากในการฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกระสาป่าซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว ตัวสุดท้ายเสียชีวิตที่นี่ในปี 1971 และในปี 1985 นกกระสาฝูงใหม่ได้ถูกนำเข้ามาจากรัสเซีย จากนั้นจำนวนประชากรนกจึงฟื้นตัวมาเป็นประมาณ 170 ตัว 

หนึ่งในวิธีที่ใช้ฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกระสา คือการปลูกข้าวออร์แกนิกในทุ่งนา ให้ผืนดินเต็มไปด้วยสัตว์ที่เป็นอาหารของพวกมัน ซึ่งผลพลอยได้ที่ตามมา นอกจากจำนวนนกที่เพิ่มขึ้น ยังเกิดพืชผลที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม ชื่อว่า ‘โคะ โนะ โทะริ-ฮะกุคุมุ-โอะโคะเมะ’ (ข้าวนกกระสา)
ในประเทศญี่ปุ่น การดูนกถูกยกให้เป็น Soft Power และการปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนั้นถือเป็นงานสำคัญ มีสถานที่ที่ได้รับการกำหนดว่าเป็นพื้นที่สำหรับนกและความหลากหลายทางชีวภาพถึง 160 แห่ง ซึ่งได้รับการระบุโดย BirdLife International ตามข้อมูลขององค์กรการกุศลนี้ ญี่ปุ่นมีนก 446 สายพันธุ์ ซึ่ง 49 สายพันธุ์ในนั้นอยู่ในสถานะถูกคุกคามทั่วโลก และ 21 สายพันธุ์เป็นนกเฉพาะถิ่น ซึ่งพื้นที่สำหรับนกเฉพาะถิ่น 3 แห่ง ได้แก่เกาะอิซุ เกาะโอกะซะวะระ และเกาะนันเซ

สิงคโปร์

การสร้าง Jurong Bird Park สวนนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

แม้สิงคโปร์ที่ถึงจะมีทรัพยากรธรรมชาติไม่มากนัก แต่กลับสร้างสวนนกชื่อดังอย่าง ‘Jurong Bird Park’ ด้วยความตั้งใจให้เป็นสวนนกใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีนกกว่า 5,000 ตัว จาก 400 สายพันธุ์

บนพื้นที่ 20.2 เฮกตาร์ นับว่าเป็นสถานที่รวบรวมสัตว์ปีกแทบทุกสายพันธุ์ รวมถึงมีการแสดงที่สนุกสนาน โชว์แบบอินเทอร์แอคทีฟ โดยทั้งหมดมีนกเป็นพระเอกในทุกกิจกรรม 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : visitsingapore.com

อาณาบริเวณกว้างขวางของ Jurong Bird Park มีส่วน Waterfall Aviary หนึ่งในกรงนกใหญ่ที่สุดในโลกที่เดินเข้าไปชมได้ ที่นี่คือบ้านของนกกว่า 600 ตัว มีน้ำตกสูง 30 เมตร และมีกรงนกโนรีแบบวอล์กอินที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงกว่าตึก 9 ชั้น นักท่องเที่ยวจะได้ใกล้ชิดกับนกโนรีสีสันสวยงาม 15 สายพันธุ์ และเพนกวินโคสต์อีกหลากหลายสายพันธุ์ Flamingo Lake ที่เต็มไปด้วยเจ้านกจอมวางมาดนับร้อยตัว และใกล้กันยังมี Pelican Cove รวบรวมนกกระทุงครบทุกสายพันธุ์ มีการบินโชว์ของนกอินทรี เหยี่ยวฟัลคอน เหยี่ยวฮอว์ก การแสดงใน High Flyers Show และยังมีบริการพักค้างคืนที่แคมป์ของสวนนก ซึ่งอยู่ใกล้กับที่อยู่ของนกเพนกวินและนกชนิดอื่น ๆ กิจกรรมค้างคืนนี้จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ หรือใครอยากแอบดูนกเกิดใหม่ก็ไปที่ Breeding & Research Centre ได้ ไฮไลต์อยู่ที่ห้องฟักไข่ ห้องอนุบาล และห้องหย่านม

ไทย

วามเป็นไปได้ที่การดูนกจะกลายเป็นอีกหนึ่ง Soft Power 

สำหรับประเทศไทย เราตั้งอยู่ในเขตตะวันออก มีลักษณะเด่นทางชีวภูมิศาสตร์หลายประการ และได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมีนกเป็นต้นทุนทางธรรมชาติที่มีคุณค่ามากมาย ประเทศไทยมีนกกว่า 986 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ รวมถึงนกจาก 2 คาบสมุทร คือคาบสมุทรอินโดจีนและคาบสมุทรมาลายู นกเหล่านี้ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับเมืองไทยมานาน มีทั้งนกป่า นกน้ำ นกชายเลน นกทุ่ง แม้แต่นกเมือง

ทั่วทุกภูมิภาคของไทยมีแหล่งที่นักดูนกไปเยือนได้ หรือแม้แต่พื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ อย่างสถานที่ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ หรือ ชายทะเลบ้านกาหลง จ.สมุทรสาคร ที่ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกทะเล มีบ้างที่เป็นนกป่าโกงกาง ก็ยังพบกับนกนางนวล นกซ่อมทะเลอกแดง นกยางเขียว นกกระจ้อยป่าโกงกาง เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล สถานที่ และปัจจัยอื่น ๆ 

การมาดูนกในเมืองไทยถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่นักดูนกจากทั่วโลกให้ความสนใจ เช่น การดูนกที่ดอยอินทนนท์ เทศกาลนับนกเหยี่ยวที่ชุมพร นกเงือกรวมฝูงที่เขาใหญ่ นกชายเลนปากช้อนซึ่งเหลือไม่ถึง 400 ตัวแถวนาเกลือ จ.สมุทรสาคร เป็นต้น 

ตัวอย่างสถานที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ที่นักท่องเที่ยวสามารถปักหมุดเดินทางไปดูนกได้ ได้แก่ 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power

ภาคเหนือ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง พื้นที่สูงที่สุด 2,565 เมตรอยู่ที่ดอยอินทนนท์ ประกอบด้วย ป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง ป่าดิบชื้น ป่าสน ป่าดิบเขา มีแหล่งดูนก เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยปุย-สุเทพ ดอยเชียงดาว ดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก แม่ฝาง ท่าตอน เชียงแสน ดอยม่อนจอง แม่ปิง ลุ่มน้ำปาย สาละวิน แม่เมย ดอยขุนตาล ดอยผาเมือง ดอยผาช้าง ดอยลังกา ดอยภูคา 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีที่ราบสูง พื้นที่สูงสุดที่บริเวณดงพญาเย็น สูงประมาณ 1,200 – 1,500 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าดิบบางส่วน มีแหล่งดูนก เช่น เขาใหญ่ ปางสีดา ทับลาน ภูหลวง น้ำหนาว ภูหินร่องกล้า ภูเขียว 

ภาคตะวันออก เป็นที่ราบและภูเขาสูงอยู่ที่เขาสอยดาว สูงประมาณ 1,670 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบฝน ป่าดิบแล้งบางส่วน และป่าชายเลนริมชายฝั่งทะเล มีแหล่งดูนก เช่น เขาสอยดาว เขาอ่างฤาไน เขาเขียว บางพระ

ภาคตะวันตก มีผืนป่าที่สมบูรณ์และกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศ มีเทือกเขาตะนาวศรีเป็นเส้นเขตแดนจนถึงภาคใต้ พื้นที่สูงน้อยกว่าภาคเหนือ ภูเขาสูง 1,811 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าดิบ ป่าเต็งรัง ป่าไผ่ ป่าเบญจพรรณ มีแหล่งดูนก เช่น อุ้มผาง ทุ่งใหญ่นเรศวร ห้วยขาแข้ง เกริงกระเวีย ทองผาภูมิ แก่งกระจาน แม่น้ำภาชี เขาสามร้อยยอด 

ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้
ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้

ภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบต่ำและภูเขา พื้นที่สูงสุด 1,835 เมตรอยู่ที่เขาหลวง ฝนตกชุกทำให้พื้นที่ประกอบไปด้วยป่าดิบฝนและป่าชายเลนริมฝั่งทะเล ปัจจุบันพื้นที่สมบูรณ์หลายแห่งถูกตัดถางเป็นสวนยางและปาล์ม มีแหล่งดูนก เช่น คลองนาคา คลองแสง-เขาสก เขาหลวง คลองพระยา เขาพนมเบญจา เขานอจู้จี้ บ้านในช่อง เขาปู่-เขาย่า เขาช่อง โตนงาช้าง ทะเลบัน บูโด-สุไหงปาดี ฮาลาบาลา เกาะลิบง ทะเลน้อย 
หรือหากไม่อยากเดินทางไกล พื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับกิจกรรมดูนกก็มีให้เลือกหลากหลาย 

ทั้งสถานที่ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกทะเล มีบ้างที่เป็นนกป่าโกงกาง นกที่น่าสนใจคือ นกนางนวล นกซ่อมทะเลอกแดง นกยางเขียวนกกระจ้อยป่าโกงกาง และนกนางนวลแกลบ 

ชายทะเลบ้านกาหลง จ.สมุทรสาคร กลางเดือนกันยายนจะเริ่มมีนกชายเลนทยอยย้ายถิ่นฐานมาที่นี่ นกที่พบได้แก่ นกตีนเทียน นกหัวโตทรายเล็ก นกอีก๋อยเล็ก นกทะเลขาแดงลายจุด นกชายเลนปากโค้ง นกพลิกหิน และฝูงนกนางนวลแกลบ นอกจากนี้ หาดโคลนที่นี่ยังเป็นทำเลที่พบนกหายากของโลก 3 ใน 51 ชนิดที่ขึ้นบัญชีไว้ใน Red Data Book คือ นกชายเลนปากช้อน นกทะเลเขาเขียวลายจุด และนกซ่อมทะเลอกแดง

หรือวัดไผ่ล้อม จ.ปทุมธานี เป็นแหล่งที่นกปากห่างทำรังและวางไข่ และยังพบนกกระเต็นหัวดำ นกเด้าลมดง นกเค้าจุด บางครั้งอาจพบนกกระทุงและนกกุลาได้ด้วย 

ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้

ในช่วง 20 – 30 ปีที่ผ่านมา คนไทยตื่นตัวและให้ความสำคัญกับเรื่องนกมากขึ้น มีการจัดกิจกรรมแข่งขันดูนกระดับโลก เพื่อชวนนักดูนกจากทั่วโลกมาเยือนเมืองไทย มีชมรมดูนกเกิดขึ้นมากมาย เกิดโครงการอนุรักษ์ ทั้งนกเงือก นกแต้วแร้วท้องดำ โครงการปล่อยนกกระเรียนคืนสู่ธรรมชาติ และยังมีข่าวการพบนกที่หาดูยาก ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณดีที่จะนำไปสู่การผลักดันให้สิ่งนี้กลายเป็น Soft Power ของประเทศ เป็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจสีเขียว ต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงและกระจายรายได้สู่ชุมชน เช่น สร้างอาชีพผู้นำดูนก มัคคุเทศก์ท้องถิ่น รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ก็อาจใช้โอกาสนี้ได้เช่นเดียวกับตัวอย่างในต่างประเทศที่กล่าวไปข้างต้น

ทั้งนี้ สิ่งที่อยากให้ตระหนักถึงกิจกรรมดูนกก็คือ นี่ไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่ทำแล้วเพลิดเพลิน แต่การดูนกจะพาทุกคนออกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความเข้าใจถึงความสัมพันธ์และความสำคัญของสรรพชีวิต และจะเป็นการดีอย่างยิ่ง หากการดูนกในเมืองไทยซึ่งนับว่าเพียบพร้อมไม่แพ้แหล่งดูนกติดอันดับโลกอื่น ๆ ถูกหยิบยกมาเป็นยุทธศาสต์ชาติ หรือได้รับการผลักดันให้เป็น Soft Power ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้เช่นเดียวกับวัฒนธรรมอันดีงามอื่น ๆ 

ข้อมูลอ้างอิง
  • Thaibizchina.com
  • Japan.travel
  • visit Singapore.com
  • TNN News
  • จารุจินต์ นภีตะภัฏ, กานต์ เลขะกุล และวัชระ สงวนสมบัติ. คู่มือศึกษาธรรมชาติหมอบุญส่ง เลขะกุล นกเมืองไทย.

Writer

เกษม ตั้งทรงศักดิ์

เกษม ตั้งทรงศักดิ์

นักกิจกรรมสังคม สิ่งแวดล้อม เขียนหนังสือเป็นงานหลังเกษียณ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load