ทันทีที่มือเราจับแผ่นหินทรงแปลกตาเพื่อเลื่อนประตูกระจกใสของร้านสีดำด้าน กลิ่นควันไม้ผสมกับกลิ่นอะไรบางอย่างก็ลอยเข้าเตะจมูกทันที เดาไม่ออกว่าคือกลิ่นอะไร แต่ประสาทสัมผัสของเราบอกว่า… ช่างแปลกดีแฮะ

“กลิ่น Burning Cabinet ครับ” ชายเพียงคนเดียวในร้าน ตอบคำถามที่เราคิดในหัว

‘Copenn.’ เป็น Design Concept Store เล็กๆ บริเวณปากซอยเจริญกรุง 82 เกิดขึ้นจากกลุ่มเพื่อน 4 คน 4 แขนงจากสายงานดีไซน์ที่ใช้ชีวิตด้วยกันบ่อยๆ พบปะกันบ่อยๆ มีตั้งแต่ Graphic  Designer, Fashion Designer, Product Designer และ Interior มารวมตัวกัน และเห็นพ้องกันว่าอยากทำอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับงานดีไซน์ด้วยกัน 

“หลังจากมีโควิด-19 ย่านนี้ก็ซบเซา ไม่มีนักท่องเที่ยว ตึกก็เริ่มให้เช่า พื้นที่ต่างๆ เริ่มว่าง ประกอบกับเจริญกรุงเป็นย่านดีไซน์อยู่แล้ว เลยจุดประกายพวกเราว่า ทำไมไม่ทำให้มันน่าสนใจขึ้นหรือดูใหม่ขึ้นในช่วงวิกฤตนี้ 

“ตอนแรกเราดูทำเลก่อนว่าย่านนี้ขาดอะไรอีกบ้าง ร้านขายของ ร้านค้า หรือประสบการณ์อะไรที่มันเกี่ยวข้องกัน พวกเราก็ตกลงกันว่าจะทำเป็น Design Concept Store แล้วกัน เพราะอยากให้ Design กระจายไปมากกว่าสินค้าหรืออินทีเรีย ซึ่งที่นี่เราทำให้ Design มันกลายเป็นประสบการณ์ที่แต่ละร้านสร้างขึ้นมา มากกว่าแค่ซื้อของแล้วกลับไป”

Design Concept Store คือคอนเซ็ปต์ของร้านและสิ่งที่ Copenn. ต้องการจะสื่อสารกับลูกค้าก็คือ พวกเขาต้องการนำเสนองานดีไซน์ที่ไม่ยึดติดรูปลักษณ์ และไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์ที่ขายเครื่องหอมหรือขายของเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้กลายเป็นสิ่งที่สร้างประสบการณ์ให้กับผู้คนที่เข้ามาเยือน เพราะคนหนุ่มสาวทั้ง 4 ตั้งใจนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ของงานออกแบบ ไม่ว่าจะเกิดจากการหยิบจับหรือร่วมโปรเจกต์ใดก็ตามที่ก่อเกิดสิ่งใหม่ขึ้นมา

Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'

บทที่ 1

แต่ ณ ขณะนี้ ร้านสีดำขลับกำลังถูกพูดถึงคล้ายประทับตาในสังคมออนไลน์ ว่าเป็นแบรนด์เครื่องหอมน้องใหม่จากฝีมือคนไทยไปแล้ว แต่ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว เพราะแท้จริงแล้วเครื่องหอมเป็นเพียง Chapter แรกเท่านั้นที่กลุ่มเพื่อนวางไว้ว่าอยากนำเสนอเรื่องกลิ่นเป็นเรื่องแรก ด้วยความชอบส่วนตัวและคลั่งรักเทียนหอมเป็นทุนเดิมตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ทำให้มีความรู้จากการค้นคว้านั่น อ่านนี่ ทดลองผสมกลิ่นนั้นกับกลิ่นนี้เองอยู่บ่อยครั้งอยู่แล้ว 

บทแรกของ Copenn. มีผลิตภัณฑ์เครื่องหอมทั้งหมด 10 ประเภท ได้แก่ Room Perfume Spray, Diffuser, Hand Cream, Hand Wash and Body Wash, Alcohol Spray, Burner (เป็นงานแฮนด์คราฟต์จากสเตนเลสที่โชว์รอยเชื่อมทั้งหมด ทำความสะอาดเช็ดล้างได้นะ), Essential Oil โดยมีให้เลือกทั้งหมด 7 กลิ่น ได้แก่ Burning Cabinet, Hibernate Place, Last Volcano, The Fog House, False Awakenings, Gastric Acid และ The Ripening Time ซึ่งน้ำมันหอมระเหยแต่ละกลิ่นล้วนผ่านการผสม ปรับปรุง เพิ่มลด ทดสอบ และคัดเลือกมาอย่างดีให้มีกลิ่นเฉพาะตัว และสร้างประสบการณ์การดมที่ชวนให้นึกย้อนถึงเรื่องราวในความทรงจำของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

ผลิตภัณฑ์สุดท้ายคือกำยาน มีกลิ่น Pollen Cloud, After Burnt และ Sphagnum มีแบบเซ็ต Incense Cones ประกอบด้วยกำยานและฐานวางกำยาน ส่วน Direct Incense หรือ Discovery Set เป็นเซ็ตจุดเฉพาะจุด เช่น อยากได้กลิ่น Sandalwood ก็จุด Sandalwood เพียงอันเดียวเดี่ยวๆ ซึ่งในกล่องประกอบด้วยกลิ่น Sandalwood, Palo Santo, Matchstick, White Sage, Lavender และ Rosemary แอบกระซิบว่าเร็วๆ นี้ จะขายเทียนหอมด้วยนะ 

Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'
Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'

Copenn. เป็นประสบการณ์

“เคยมีลูกค้าคนหนึ่งบอกว่าได้กลิ่น Gastric Acid แล้วเหมือนได้กลิ่นดอกไม้อะไรสักอย่างที่นิวซีแลนด์ เราก็เลยถามว่าต้นสนหรือเปล่า เพราะเราใส่กลิ่นสนเข้าไปด้วย เขาก็บอกว่าใช่ มันทำให้เขานึกถึงความทรงจำตอนเดินเล่นที่สวน แล้วมีความหวานของดอกไม้ผสมอยู่ อย่างลูกค้าบางคนดมกลิ่น The Ripening Time ที่เป็นกลิ่นวนิลา แล้วบอกว่านึกถึงบ๊วยแผ่นสีแดงที่เคยกินตอนเด็ก เราก็จำไม่ได้แล้วเหมือนกัน แต่พอมาดมก็คล้ายเหมือนกันนะ  

“พอลูกค้าฟีดแบ็กกลับมา มันก็ทำให้เห็นว่า จริงๆ แล้วกลิ่นก็ทำให้คนกลับไปนึกถึงพื้นที่บางพื้นที่หรือเวลาบางช่วงที่เขาเคยผ่านมาได้จริงๆ เพราะบางคนก็ซื้อด้วยความชอบ บางคนซื้อเพราะว่าคิดถึงกลิ่นเหล่านั้นเฉยๆ” หนุ่มอินทีเรียเล่าถึงลูกค้าที่เข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขา หลังจากได้ดมสารพัดกลิ่นที่ Copenn. ปรุงขึ้นมา

เราถามคู่สนทนาตรงหน้ากลับว่า มีกลิ่นไหนบ้างที่เขาดมแล้วทำให้ความทรงจำหวนคืน

“มีครับ กลิ่น Burning Cabinet เหมือนกลิ่นตู้หนังสือเก่าๆ ที่บ้าน เป็นตู้ไม้เก่าที่อยู่มานานมากแล้วมีกลิ่นยางไม้ออกมาเองตามธรรมชาติ เวลาใช้กลิ่นนี้แล้วรู้สึกอบอุ่นดี มีความเฟรชของความเขียวๆ ไม้ๆ หรือกลิ่น Hibernate Place กลิ่นอุ่นๆ ไม้ๆ ทำให้รู้สึกเก็บตัวได้ ความทรงจำตอนอยู่หอก็จะเข้ามา เรารู้สึกว่ากลิ่นมีผลกับเราเยอะเหมือนกัน”

แล้วถ้าต้องเลือกหนึ่งกลิ่นให้นักอ่านชาวก้อนเมฆ คุณจะเลือกกลิ่นไหน (เราชวนเขาเล่นสนุก)

Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'
Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'

“ต้อง Last Volcano เรารู้สึกว่า The Cloud จะพูดถึงประสบการณ์ พูดถึงอะไรใหม่ๆ กลิ่นนี้จะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ความคิดนอกกรอบ เพราะมีส่วนผสมของชาและพริกไทย แต่ถ้าเลือกให้คนอ่าน The Cloud ที่กำลัง Work From Home อยู่ด้วย เราแนะนำดิฟฟิวเซอร์กลิ่น The Fog House กลิ่นนี้มีความเป็นค่ากลางที่เป็น Floral Tone มันจะช่วยผ่อนคลายได้ง่ายในระยะยาว ห้องก็จะได้ดูสดชื่นตลอดเวลา

 “แต่ถ้าอยากจะกระฉับกระเฉง กระตุ้นพลังในการทำงาน อยากแนะนำกลิ่น False Awakenings จะช่วยให้มีแรงในการทำงาน แต่ถ้าเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์แบบเก๋ๆ ก็แนะนำเป็น Burning Cabinet มีความเขียวๆ หน่อย ไม้ๆ ดูเป็นคนสุขุมนิดหนึ่ง” นี่เรารู้สึกเหมือนโดนตกให้เหมายกเซ็ต

ถ้านักอ่านเริ่มมีใจอยากครอบครอง แต่ยังนึกไม่ออกว่าแต่ละกลิ่นจะพาเราเผชิญกับประสบการณ์ใด หรือหวนคืนหาความทรงจำไหน แนะนำว่ามาเยือน Copenn. สักครั้ง เพราะที่นี่มีกลุ่มเพื่อนนักออกแบบทั้ง 4 หมุนเวียนกันมาดูแล พูดคุย และให้คำแนะนำกับลูกค้าทุกคนอย่างทั่วถึงและไม่รีบร้อน ดมกลิ่นไปพร้อมๆ กัน แลกเปลี่ยนความชอบ ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้รับ เหมือนกับการเข้าร้านกาแฟแล้วพูดคุยถึงความสนใจเรื่องกาแฟกับบาริสต้าอย่างนั้นเลย

“เรามองว่าร้านเราเป็นเหมือนร้านกาแฟที่ลูกค้าเข้ามาแล้วได้คุยกับบาริสต้า ชอบกาแฟแบบไหน เข้มไม่เข้ม นมไม่นม เราว่ากลิ่นมันก็เป็นประเภทเดียวกัน ไม่มีอะไรตายตัว เช่น กุหลาบ เขียว พืช กลายเป็นว่าในหนึ่งกลิ่นมันมีบรรยากาศเยอะมากที่จะเบลนด์เข้าหากัน อย่างกลิ่นใน Copenn. เป็นประสบการณ์แรกที่ลูกค้าจะได้รับ

“เขาจะว่ากลิ่นมันแปลก หวานแล้วก็ตัดมาขมและมีกลิ่นเขียวตอนท้าย ฉะนั้น กลิ่นของร้านเราแค่อ่านโน้ตอย่างเดียวเขาอาจจะนึกภาพไม่ออก เราอยากให้ลูกค้ามาลองหน้าร้านมากกว่า ถ้าชอบอันไหนก็เอาอันนั้นกลับไป” 

นี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ Copenn. ยังไม่เลือกเปิดตลาดออนไลน์ เพราะอยากให้ลูกค้าเข้ามาพูดคุย เข้ามาลองดมกลิ่นจริงๆ และอีกสาเหตุใหญ่ๆ ก็เพราะเจ้าของร้านอยากเล่าเรื่องราวของแต่ละกลิ่นให้ลูกค้าทุกคนได้ฟัง พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ร่วมกันจากบทสนทนา มากกว่าอ่านโน้ตแล้วคลิกสั่งซื้อ (นักช้อปออนไลน์อดใจรออีกนิดนะ )

Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'

ระยะแห่งการเพาะปลูก

เมื่อเราถามถึงเสียงตอบรับของ Copenn. ที่เปิดหลังสถานการณ์โรคระบาด ก็ได้รับคำตอบชวนยิ้ม

“ภาพรวมดีมาก ช่วงแรกที่เปิดร้านก็ต้องปิดเลย” เขาเว้นช่วงชวนเอาใจช่วย ก่อนจะเล่าต่อพร้อมเสียงหัวเราะ “เพราะว่าไม่มีของขาย เราต้องปิดร้านกันอีกหนึ่งสัปดาห์ เพื่อทำสินค้าล็อตสองให้เพียงพอ”

ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายใน Chapter แรกเป็นกลุ่มวัยรุ่นและคนแวดวงดีไซน์เป็นส่วนใหญ่ แม้เจ้าของร้านจะแอบหยอกว่าไม่คิดว่ากลิ่นแปลกๆ บางตัวที่ปรุงขึ้นมาจะมีลูกค้ารักและให้ความนิยม แต่ฟีดแบ็กก็ดีเกินคาด

“เรามีความเชื่อว่ากลิ่นที่ดีจะต้องเริ่มจากการพื้นฐานการปลูกที่ดีด้วย น้ำดี ดินดี อุณหภูมิดี เราคิดว่ามันเป็นวัฏจักรของการปลูก เลยเลือกเรื่องกลิ่นเป็น Chapter ที่หนึ่ง โดยใช้ชื่อ Chapter นี้ว่า ‘ระยะแห่งการเพาะปลูก’

Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'
Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'

“เราพยายามแสดงถึงการเพาะปลูกหิน ดิน ทราย งานไม้ พยายามโชว์พื้นผิวที่เกิดบนพื้นดิน อย่างไม้สีดำก็เกิดจากการตั้งใจเผาของเรากับเพื่อนๆ แทนการพ่นหรือการทา เพื่อให้โชว์วัสดุไปด้วยในตัว อย่างดีไซน์หน้าร้านก็ทำจากผักตบชวาแห้งที่สั่งจากอยุธยา แล้วมาจับทรงกันเองกับเพื่อนๆ” หนุ่มอินทีเรียเล่าเรื่องราวความเชื่อซึ่งกลายเป็นสไตล์ร้าน พร้อมอวดวัสดุตกแต่งที่ทำกันเอง รวมถึงกล่องกำยาน แพ็กเกจทำมือที่เขากำลังจะเล่าที่ไปที่มาทั้งหมดให้เราฟัง

“เราทำคอนเซ็ปต์และทำดีไซน์กันเยอะมาก พยายามทำ Box Set สวยๆ เลยคุยกับช่างทำสังกะสีและช่างเชื่อมที่สนิทกัน เขาก็ถามนะว่าจะเอาไปทำอะไร เราบอกว่าจะทำแพ็กเกจ เขาบอกว่ามันไม่สวย ไม่เนี้ยบ เอาไปทำไม่ได้หรอก แต่เรายืนยันว่าใช้ได้ เราต้องการนำเสนอความดิบ ซึ่งเข้ากับโปรเจกต์ของเรา มันสร้างคุณค่าและมูลค่าได้ เขาเลยลองทำให้ เอาจริงๆ มันเสียเวลาเขานะ แต่เขาก็ทำให้ เราออกมาดีด้วย แล้วเราก็ได้งานที่ละเอียดขึ้น

ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'

“วันแรกสั่งเขาสามสิบถึงสี่สิบใบ อาทิตย์หน้าสั่งเพิ่มอีกร้อยใบ แต่ขอว่าไม่ต้องเนี้ยบนะ พอมันเนี้ยบปุ๊บ เหมือนเราผลิตจากโรงงานใหญ่ เราอยากให้มีกิมมิกของขอบที่เบี้ยวหน่อย ไม่ตรงมาก พอเอามาใช้จริง ก็ดูเหมือนเราติดสติกเกอร์เบี้ยว แต่จริงๆ แล้วกล่องมันเบี้ยว ซึ่งคนที่ชอบดีไซน์เขาคงมองออกว่าคืองานแฮนด์เมดจริงๆ แล้วเรารู้สึกว่ารอยเชื่อมของมันก็ไม่ได้เป็นข้อบกพร่องอะไร บางใบมีรอยขูด เราก็บอกลูกค้าว่ามีรอยตรงนี้นะ แต่มีเสน่ห์มากเลย

“รอยนั้นเป็นเสน่ห์ที่มันเกิดจากตัวมันเอง มีค่ามากกว่าการตั้งใจที่ทำให้มันเรียบร้อยอีกนะ เชื่อมั้ย แป๊บเดียวเราขายหมด กลายเป็นว่า อ้าว อันที่ผิวเรียบๆ สะอาดๆ ล่ะ” ตัวแทนจากกลุ่มเพื่อนทั้ง 4 หัวเราะร่าอารมณ์ดี

หนุ่มนักออกแบบพลิกแพลงวัสดุที่ช่างฝีมือมองข้ามอย่างสเตนเลส มาเพิ่มคุณค่าและมูลค่า แถมยังกระจายรายได้ให้ช่างฝีมือ ซึ่งนั่นเป็นอีกหนึ่งวิธีนำเสนองานออกแบบในมุมมองใหม่ อย่างที่พวกเขาตั้งใจอยากให้เป็น 

กลุ่มเพื่อนสายดีไซน์ 4 แขนงจับมือเปิด Copenn. ร้าน Design Concept Store ย่านเจริญกรุง ที่ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่และหวนคิดถึงความทรงจำจาก ‘กลิ่น’

โปรดติดตามตอนต่อไป

บทต่อไปของ Coppenn. น่าติดตามไม่น้อย เราขอให้เขาเป็นผู้เปิดเผยเองแต่เพียงผู้เดียว

“Chapter อื่นจะค่อยๆ ตามมา อาจจะเป็นแตกดอก ออกผล เก็บเกี่ยว วนเป็นวัฏจักร เราอยากทำให้พื้นที่มันเปลี่ยนแปลงได้ เปลี่ยนทิศทางได้ มีกลิ่นใหม่ได้ มีวัตถุหรืออะไรบางอย่างที่เข้าและออกจาก Chapter นั้นๆ ได้

“ถ้าตอนต่อไปเป็นเรื่องของระยะการแตกดอก ข้างในร้านก็คงทำเป็นเห็ด รา มอส เน้นสีเอิร์ธโทน แล้วก็สร้างกลิ่นใหม่เฉลิมฉลองให้ Chapter นี้ หรืออาจจะมีการเพิ่มวัตถุอะไรบางอย่างที่เหมาะกับ Chapter นั้น” 

เขาเปรยถึงตอนต่อไปว่าจะมีของแต่งบ้าน อย่างที่วางยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก เก้าอี้ โคมไฟ เสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้า จนถึงเฟอร์นิเจอร์, ที่ไอเดียของ Copenn. สนุกได้ขนาดนี้ เพราะสถานที่แห่งนี้เกิดจากการรวมตัวกันของ Graphic  Designer, Fashion Designer, Product Designer และ Interior ถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดสุดท้าย เราก็ยังอยากคะยั้นคะยอให้คุณลองเยือน Copenn. ดูสักที เพื่อเปิดประสบการณ์และหวนคิดถึงความทรงจำอันล้ำค่า

แต่มาเยือนในวันที่โรคภัยอนุญาตให้คุณเดินทางนะ 

ส่วนตอนนี้ติดตาม Story of Smell ผ่านหน้าจอได้ทาง Instagram : Copenn.co 

กลุ่มเพื่อนสายดีไซน์ 4 แขนงจับมือเปิดร้าน Design Concept Store ย่านเจริญกรุง ที่ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่และหวนคิดถึงความทรงจำจาก ‘กลิ่น’

Copenn.

ที่ตั้ง : 24/1 ห้อง 2103 ซอยเจริญกรุง 82 เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120  (แผนที่

เปิดบริการวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 11.00 – 19.00 น.Facebook : Copenn.

Writer

พลอยไพลิน กลิ่นบัวงาม

นักหัดเขียนสายคาเฟ่ รักการอบขนม เสพติดการหอมหมา และเชื่อว่าวันที่ดีจะเริ่มต้นด้วยชาเขียวเย็นในแก้วเก็บอุณหภูมิ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ซอยวานิช 1 หรือสำเพ็งเต็มไปด้วยร้านขายของส่งสารพัด ซึ่งซบเซาลงไปด้วยพิษโรคระบาด และการซื้อของออนไลน์ ซึ่งแพร่กระจายไปบ้านแทบทุกหลังยิ่งกว่าไวรัส

ตอนนี้ย่านสำเพ็ง-เยาวราช กำลังเข้าสู่บทใหม่ จากย่านซื้อขายของราคาย่อมเยา เริ่มขยับสู่การเป็นพื้นที่ที่ศิลปวัฒนธรรมอาหารโฉมใหม่

ย่ำเท้าเข้าซอยเล็กแคบ ผ่านร้านขายรองเท้า กระเป๋า และของเล่นนานา คุณจะพบ ‘Restaurant.Potong’ ร้านอาหาร Fine Dining และบาร์หรูเท่เบื้องหลังประตูเหล็กยืด ของ เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม ร่วมกับสามี ต่อ-บุญปิติ สุนทรญาณกิจ 

จากห้างขายยาเก่าแก่ของตระกูล สู่ตึกให้เช่าสำหรับร้านขายรองเท้า วันนี้ทายาทรุ่นที่ 5 กลับมาพลิกโฉมตึกโบราณอายุ 100 กว่าปีให้กลับมาสวยสดงดงาม แถมเยียวยาท้องที่หิวโหยหรือหัวใจใฝ่หาที่จิบความเพลิดเพลินด้วยความอร่อย

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ห้างขายยาแห่งความทรงจำ

ปู่เทียด (ปู่ของปู่) ของเชฟแพมเป็นคนฮกเกี้ยน เดินทางมาจากหมู่เกาะจินเหมินหรือคีมอย ไต้หวัน ราว 160 ปีที่แล้ว เพื่อมาค้าขายที่เมืองไทย และจับพลัดจับผลูมาทำธุรกิจยาจีนยี่ห้อ ‘ปอคุนเอี๊ยะบ๊อ’ โดยใช้สูตรลับจากบ้านเกิด เมื่อก่อร่างสร้างตัวได้จึงสร้างตึก 5 ชั้นครึ่งสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน เป็นร้านขายและผลิตยาจีนชื่อ ‘ห้างขายยาโพทง’ โดยชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย นับเป็นบ้านหลังแรกของตระกูลนี้ในสยาม ตั้งแต่สมัยเยาวราชยังเป็นทุ่งนา นับเป็นตึกที่สูงมากในยุคนั้น 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong

กิจการร้านขายยารุ่งเรืองมาก ย่านสำเพ็ง-เยาวราช ก็พลุกพล่านมากขึ้น จนต้องขยับขยายจนเปิดโรงงานขนาดใหญ่ย่านเทพารักษ์ ซึ่งภายหลังผลิตแต่ยาน้ำสำหรับสตรีเท่านั้น 

เมื่อสมาชิกมากขึ้น ครอบครัวอุทารธรรมรุ่นสามย้ายไปอยู่สุขุมวิท 33 ตึกเดิมของตระกูลใจกลางสำเพ็งจึงถูกปล่อยให้เช่าเป็นร้านขายรองเท้า โดยคุณปู่ของเชฟแพมให้เช่าเฉพาะชั้นหนึ่งและสองเท่านั้น ด้านบนปิดล็อกเก็บของเก่า อาทิ ขวดยา ภาพวาด สมุดบัญชี หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ไว้เต็มไปหมด เมื่อร้านขายรองเท้าเลิกกิจการ เชฟแพมได้มาดูอาคารจึงตัดสินใจเช่าตึกจากคุณปู่ และเปิดร้านอาหารหรูเท่ขึ้นใจกลางไชน่าทาวน์ โดยได้แรงบันดาลใจจากย่านชุมชนของนิวยอร์ก ที่ตัวเธอเองได้ไปเรียนรู้และฝึกฝนวิชาทำอาหาร 

“แพมมีฝันตั้งแต่เด็กๆ ว่าอยากทำร้านอาหารของตัวเองให้ได้มิชลินมานานแล้ว แต่ยังหาจังหวะชีวิตไม่เจอ คุณพ่อคุณแม่เคยชี้ให้ดูตึกนี้ตอนเด็กๆ แต่เราก็ไม่เคยเข้ามา พอได้เข้ามาเห็นก็รู้เลยว่านี่จะเป็นร้านที่เราจะภูมิใจ และทุกอย่างที่เราเรียนรู้มาจะเอามาลงที่นี่” เชฟหญิงผู้ศึกษาอาหารตะวันตกมาอย่างโชกโชนอธิบาย

“การกินอาหารก็เหมือนการเล่าเรื่อง ความทรงจำของที่นี่ไม่ได้สร้างขึ้นมาใหม่ แต่มีมานานแล้วจริงๆ ตึกนี้มีเสน่ห์มาก อยากให้ลูกค้าที่เข้ามารู้สึกเหมือนเข้ามาในพิพิธภัณฑ์นิดๆ ผ่านทั้งตึกและอาหาร”

กว่าจะออกมาเป็น Restaurant.Potong ต้องใช้เวลา 2 ปีครึ่งกว่าทุกอย่างจะลงตัว เนื่องจากการรีโนเวตตึกเก่ายากกว่าสร้างตึกใหม่ ผ่านการตัดสินใจหลายครั้งร่วมกับสถาปนิกและวิศวกรว่าอะไรควรเก็บ อะไรต้องทิ้ง และอะไรต้องสร้างขึ้นมาใหม่ในตึกแคบยาวที่มีพื้นที่รวมราว 500 ตารางเมตร โดยหลักๆ เก็บโครงสร้างเดิมที่ยังแข็งแรงมากไว้ทั้งหมด และตกแต่งแนว Juxtaposition เก็บของเก่าไว้เคียงคู่กับของใหม่ให้สอดรับกัน ผนังมีทั้งสีเดิมที่สวยด้วยกาลเวลา และลวดลายใหม่ที่งดงาม 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ตึกเก่าเล่าใหม่

จากร้านรองเท้าสีเขียวสดใส เมื่อถอดแผ่นปิดออก ป้ายห้างขายยาโพทง ที่ติดไว้เมื่อ 120 ปีที่แล้วก็ได้อวดโฉมอีกครั้ง เมื่อเดินเข้ามาจากหน้าร้าน จะเห็นโปสเตอร์ร้านยากับเก้าอี้เก่าของร้านด้านหน้า ให้เว้นระยะหลบความวุ่นวายของตรอกเล็กๆ ด้านนอก 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ชั้นแรกนี้เพดานสูงโปร่งเคยเป็นหน้าร้านขายยา ทั้งยาสำหรับสตรี ยาสำหรับบุรุษ และยาหม่อง ส่วนด้านหลังมีห้องหลบภัยที่มีกำแพงหนาใหญ่ ปัจจุบันกลายเป็นบาร์คอมบูฉะและที่นั่ง ซึ่งใต้พื้นทำระบบใหม่ทั้งหมดจนเอี่ยมอ่อง ด้านหลังมีลิฟต์เล็กๆ ที่ทำใหม่เพื่อตึกนี้โดยเฉพาะ และห้องน้ำที่ทำใหม่ทั้งหมด สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือตู้เซฟเก่า แม่พิมพ์ตราปอคุนเอี๊ยะบ๊อ และขวดแก้วสำหรับบรรจุยา ซึ่งนำมาใช้ตกแต่งร้านและใส่สบู่ในห้องน้ำกับแอลกอฮอลล์ล้างมือ

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

“ตอนแรกอยากวางครัวไว้ชั้นหนึ่ง แต่พอเปิดฝ้าขึ้นไปเห็นเพดานสวยมาก เราเลยตัดสินใจเก็บไว้แล้วย้ายครัวไปชั้นสาม และอนาคตที่ตรงนี้จะทำอาหาร A la carte รับคน Walk-in ได้ค่ะ” เชฟแพมเอ่ยก่อนพาขึ้นบันไดไม้ไปสู่ชั้นถัดไป 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ชั้นสองเป็นห้องรับประทานอาหาร ปัจจุบันตกแต่งด้วยขวดยาเก่า ภาพถ่ายเก่า แต่เดิมเป็นพื้นที่ปรุงยาและเก็บสต็อกยา พนักงานแต่ละคนจะรู้แค่ขั้นตอนของตัวเอง แต่ไม่รู้สูตรทั้งหมด ถ้าสังเกตพื้นจะเห็นช่องไม้ที่เจาะตรงกันแต่ละชั้น ในอดีตเป็นช่องไว้ตะโกนคุยกันและส่งของข้ามชั้น แต่ปัจจุบันปิดไว้แล้ว โดยภาพสเก็ตช์ที่ตกแต่งรอบๆ ร้านและอยู่บนเมนู เป็นฝีมือน้องของคุณปู่ ซึ่งเรียนจบจากอเมริกา

ชั้นสามที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัว ในอดีตด้านหน้าเป็นห้องทำงานหรือออฟฟิศของคุณปู่ ซึ่งมีแท่นบูชาเทพเจ้ากวนอู มีระเบียงกว้างขวาง ปัจจุบันฟังก์ชันของห้องนี้เปลี่ยนไปหมด กลายเป็นห้องรับประทานอาหาร ซึ่งปัจจุบันยังเก็บเฟอร์นิเจอร์เดิมไว้อย่างโต๊ะทำงานและแท่นบูชา ซึ่งบนป้ายมีภาพกวนอูที่นับถือ มีอักษรจีนมงคลรอบๆ ว่า 普通大薬房

普通 สื่อถึงชื่อร้านว่า โพทง แปลว่า Simple หรือ Ordinary 大 ต้า แปลว่า ใหญ่ 薬 เย่า แปลว่า ยา 房 ฝาง แปลว่า ห้อง แปลรวมๆ ได้ว่าร้านขายยาโพทง หรือร้านขายยาธรรมดา จึงยืมความหมายเรียบง่ายมาเป็นชื่อร้านตราบจนทุกวันนี้

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

เนื่องจากโลโก้ของตึกเป็นรูปเสือโคร่งสองตัวโอบลูกโลก สื่อถึงตัวปู่เทียดและย่าเทียดซึ่งเกิดปีเสือทั้งคู่ ผนังของชั้นสามเพนต์ใหม่เป็นรูปเสือดาวตัวเมีย 8 ตัว สื่อถึงความมงคลและการสืบทอดของทายาทเพศหญิง เพราะถ้าใช้เสือโคร่งจะดูดุดันไปหน่อย เชฟแพมเลยตีความเสือใหม่ในรูปแบบของตัวเอง 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ด้านหลังชั้นสามเคยมีห้องนอนเล็กๆ และห้องน้ำ ปัจจุบันปรับเป็นห้องครัว และห้องหมักดองของจำพวกซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู โคจิ มิโสะ เนื้อดรายเอจ และวัตถุดิบอื่นๆ สิ่งสนุกในห้องนี้คือลูกน้ำดับเพลิงของเก่าที่ติดไว้บนกำแพง เป็นของหายากที่พบได้ในบ้านเก่าเท่านั้น

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ชั้นสี่เคยเป็นห้องนอนสองห้องและมีเตียงสูบฝิ่น แปลงโฉมใหม่เป็นบาร์ OPIUM และยังมีโซน Private Bar ซึ่งในอนาคตจะเปิดแยกกับร้าน Fine Dining ใครไม่กินข้าวก็มานั่งจิบเครื่องดื่มสังสรรค์ที่บาร์ได้ มีธีม Liquid Surreality ให้แขกได้ชิมและได้ทดลองอะไรใหม่ๆ วัตถุดิบทำเองสนุกๆ หลายอย่าง ทั้งโซดาและโคลา 

ภาพ : Restaurant.Potong
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
ภาพ : Restaurant.Potong

ชั้นห้า ซึ่งเป็นโซนดาดฟ้าเคยเป็นสวนและที่หย่อนใจ ออกกำลังกายของคุณปู่ ปรับเป็นรูฟท็อปบาร์และสวนครัวเล็กๆ โดยยังคงโครงไม้เขียนตัวอักษรว่าจินเหมิน แปลว่าประตูทอง สื่อถึงหมู่เกาะบ้านเกิดของต้นตระกูล โดยพื้นที่นี้แขกที่มารับประทานอาหารที่ร้านก็ขึ้นมาชมวิวได้ ส่วนชั้นหกเล็กๆ ที่มีแค่ครึ่งเดียวเป็นสถานที่ดูดาว กลายเป็นที่เก็บโครงสร้างเครื่องปรับอากาศและส่วนต่อเติมใหม่ให้เรียบร้อยแข็งแรง 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

อาหารแห่งกาลเวลา

คอนเซ็ปต์หลัก โพทง คือกาลเวลา ที่อยากให้ลูกค้าสร้างความทรงจำที่นี่ ไม่ว่าจะตึกเก่าปนใหม่ ไปจนถึงมื้ออาหารที่มีกาลเวลาเป็นแม่ครัว โดยวัตถุดิบและเครื่องปรุงที่นี่ทำเองแทบทั้งหมด 

นอกจากนี้ยังมีเอกลักษณ์การใช้ 5 Elements ของเชฟแพม คือความเค็มจากเกลือ ความเปรี้ยว เครื่องเทศ กลิ่นและรสชาติรวมควันจาก Maillard Reaction และเนื้อสัมผัส เช่น ความกรอบ ความนุ่ม ความหนึบ ซึ่งเชฟแพมเชื่อว่าทำให้อาหารซับซ้อนและครบรสมากขึ้น นอกจากนั้นประสบการณ์ของที่นี่ยังเปี่ยมล้นด้วย 5 ผัสสะ ทั้งฟังเรื่องเล่า เห็นความสวยงาม ชิมรสอร่อย ดมกลิ่นหอม และได้หยิบจับส่วนประกอบต่างๆ ในคอร์สอาหารดินเนอร์

“แพมเพิ่งมีลูก เลยได้ศึกษาว่าถ้าอยากให้เด็กเรียนรู้อะไร ต้องให้เขาได้ทดลองประสาทสัมผัสทั้งห้า ถ้าอยากให้เขารู้ว่าแอปเปิ้ลคืออะไร ดูแต่รูปภาพไม่ได้ ต้องเล่าให้ฟัง ให้เห็น จับ ดม และสุดท้ายคือให้กินแอปเปิ้ล เราเอาเรื่องนี้มาผสานกับร้าน” 

อาหารของร้านโพทงเป็น Progressive Thai-Chinese หยิบเอาอาหารไทยจีนของคนจีนโพ้นทะเลมาปรุงและตีความใหม่ ผสานกับความรู้สมัยใหม่ของเชฟแพม ไม่ใช่ทั้งอาหารไทยโบราณ และไม่ใช่อาหารจีนที่มีอยู่ทั่วไปในเมืองจีน เนื่องจากเป็นคอนเซ็ปต์ที่แปลกและสื่อถึงตัวตนของเชฟเชื้อสายไทยจีน อาหารที่นี่มี 20 กว่าคอร์ส ตัวเมนูเป็นจดหมายของเชฟแพมต่อบรรพบุรุษที่ซ่อนชื่อรายการอาหารทั้งหมดไว้ และแต่ละเดือนมื้ออาหารจะมีสลับหมุนเวียนทีละอย่าง

ขอยกตัวอย่างอาหารมาให้ชมสักเล็กน้อย 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

เมนูแรกคือ Corn Koji ที่ใช้ทุกส่วนของข้าวโพด ได้แรงบันดาลใจจากซุปข้าวโพดจีนที่ใส่พริกไทยขาวเยอะๆ แปลงเป็นคัสตาร์ดพริกไทยขาว มูสข้าวโพดทำจากโคจิ และเมล็ดทานตะวันกับทรัฟเฟิลวิเนการ์ แผ่นข้าวโพดด้านบนทอดด้วย Brown Butter กินแกล้มกับแผ่นข้าวโพดผสมพริกไทยขาวรูปใบไม้ รมควันเปลือกข้าวโพด ส่วนผมข้าวโพด ทำเป็นชาร้อน ใส่เง็กเต็ก ผิวมะนาว กานพลู และโป๊ยกั้ก หอมชื่นใจ

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ต่อมาคือไก่ดำ พระเอกของร้าน ไม่ใช่แค่ตุ๋น เอามาตากแห้ง แล้วก็ย่าง และเสิร์ฟพร้อมหัวใจไก่ดำ ผงดำๆ คือมันไก่อบสมุนไพร เสิร์ฟพร้อมข้าวที่อบกับสมุนไพรยาจีน

ของหวานก็สนุกไม่แพ้กัน ไอศกรีมซีอิ๊วดำครอบด้วยน้ำตาลเป่าทรงพริกแห้ง ด้านในมีช็อกโกแลตขาว พริกซินเจียง คาราเมลช็อกโกแลตกับหม่าล่า และเครื่องพะโล้กับช็อกโกแลตนม เสิร์ฟพร้อม Smoke กลิ่นพะโล้ เป็นเมนูที่สื่อถึงถนนทรงวาด

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

“แถวทรงวาดข้างหลังนี้ก็เป็นถนนเครื่องเทศของแห้ง ซึ่งเราซื้อวัตถุดิบแถวนี้หมด แต่พวกอาหารทะเล เราทำงานกับชาวประมงเล็กๆ จากระนอง เพชรบุรี ภูเก็ต พังงา แล้วแต่ว่าวันนี้เราได้อะไรมา ส่วนผักและดอกไม้ออร์แกนิก เราได้วัตถุดิบจากเชียงราย เชียงใหม่ และเพชรบูรณ์ ยกเว้นซอสที่ทำเองแทบทุกอย่างเลยค่ะ”

Restaurant.Potong ตั้งใจจะเปิดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่ระยะล็อกดาวน์ทำให้เพิ่งเริ่มเปิดได้เพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น โดยปัจจุบันเปิดรับลูกค้าเพียง 20 คนต่อวัน ดินเนอร์มีทั้งหมด 20 กว่าคอร์ส ซึ่งต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น และควรจองอย่างน้อย 1 เดือนล่วงหน้า ราคาคอร์สปัจจุบันตกอยู่ที่ 4,500++ บาท 

คอร์สหนึ่งใช้เวลาราว 3 – 4 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 4 โมงครึ่ง ยาวไปจนถึง 2 ทุ่ม ซึ่งลูกค้าสามารถนั่งฟังเรื่องราว พูดคุย และดื่มด่ำกับกาลเวลาและแต่ละมุมในร้านได้อย่างเต็มที่ 

“ตอนนี้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของลูกค้าเป็นคนไทย ซึ่งเขาจะคุยกันว่าอาหารเราเชื่อมโยงได้ เข้าใจได้ พาพ่อแม่อาม่าอากงมากินได้ จานสุดท้ายที่เป็นเมนคอร์สคือ Back to Basic มีโต๊ะกลมเสิร์ฟเป็ดย่าง เนื้อ กินกับข้าวสวยตรอก ไม่ใช่แค่เล็กๆ ตลอดแล้วกินเสร็จแล้วไม่อิ่ม ต้องไปทานข้าวต้มต่อ” เชฟแพมรับประกันความเข้าถึงง่ายของอาหารสไตล์ไทยจีนในเยาวราช

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

“แถวนี้ก็เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ตึกแถวนี้มีเสน่ห์มาก คุณสมชัย (สมชัย กวางทองพาณิชย์ นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเยาวราช) ก็มาเยี่ยม บอกว่าดีมากเลยที่เราเก็บที่นี่ไว้ และดีที่เยาวราชมีที่แบบนี้ อาจารย์มหาวิทยาลัยก็พาลูกศิษย์มาดูตึก เพราะสถาปัตยกรรมแบบนี้ไม่เหมือนตึกอื่นๆ รอบๆ เลย ตรงทรงวาดมีแกลเลอรี่ มีร้านเอฟวี เราก็พยายามเกาะกลุ่มกัน ช่วยกัน อยากให้มีร้านเกิดมาแถวนี้เยอะๆ” 

ทายาทรุ่นที่ 5 ของร้านขายยาโพทงเอ่ยตบท้ายด้วยรอยยิ้ม คลื่นลูกหลังที่เข้ามาในไชน่าทาวน์ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่ปลุกย่านนี้ให้สนุกมีชีวิตชีวา

Restaurant.Potong

วันทำการ : ปิดวันอังคาร-พุธ 

เว็บไซต์ : www.restaurantpotong.com/

Facebook : Restaurant.Potong

โทรศัพท์ : 08 2979 3950 (จองโต๊ะล่วงหน้าเท่านั้น) 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load