ทันทีที่มือเราจับแผ่นหินทรงแปลกตาเพื่อเลื่อนประตูกระจกใสของร้านสีดำด้าน กลิ่นควันไม้ผสมกับกลิ่นอะไรบางอย่างก็ลอยเข้าเตะจมูกทันที เดาไม่ออกว่าคือกลิ่นอะไร แต่ประสาทสัมผัสของเราบอกว่า… ช่างแปลกดีแฮะ

“กลิ่น Burning Cabinet ครับ” ชายเพียงคนเดียวในร้าน ตอบคำถามที่เราคิดในหัว

‘Copenn.’ เป็น Design Concept Store เล็กๆ บริเวณปากซอยเจริญกรุง 82 เกิดขึ้นจากกลุ่มเพื่อน 4 คน 4 แขนงจากสายงานดีไซน์ที่ใช้ชีวิตด้วยกันบ่อยๆ พบปะกันบ่อยๆ มีตั้งแต่ Graphic  Designer, Fashion Designer, Product Designer และ Interior มารวมตัวกัน และเห็นพ้องกันว่าอยากทำอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับงานดีไซน์ด้วยกัน 

“หลังจากมีโควิด-19 ย่านนี้ก็ซบเซา ไม่มีนักท่องเที่ยว ตึกก็เริ่มให้เช่า พื้นที่ต่างๆ เริ่มว่าง ประกอบกับเจริญกรุงเป็นย่านดีไซน์อยู่แล้ว เลยจุดประกายพวกเราว่า ทำไมไม่ทำให้มันน่าสนใจขึ้นหรือดูใหม่ขึ้นในช่วงวิกฤตนี้ 

“ตอนแรกเราดูทำเลก่อนว่าย่านนี้ขาดอะไรอีกบ้าง ร้านขายของ ร้านค้า หรือประสบการณ์อะไรที่มันเกี่ยวข้องกัน พวกเราก็ตกลงกันว่าจะทำเป็น Design Concept Store แล้วกัน เพราะอยากให้ Design กระจายไปมากกว่าสินค้าหรืออินทีเรีย ซึ่งที่นี่เราทำให้ Design มันกลายเป็นประสบการณ์ที่แต่ละร้านสร้างขึ้นมา มากกว่าแค่ซื้อของแล้วกลับไป”

Design Concept Store คือคอนเซ็ปต์ของร้านและสิ่งที่ Copenn. ต้องการจะสื่อสารกับลูกค้าก็คือ พวกเขาต้องการนำเสนองานดีไซน์ที่ไม่ยึดติดรูปลักษณ์ และไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์ที่ขายเครื่องหอมหรือขายของเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้กลายเป็นสิ่งที่สร้างประสบการณ์ให้กับผู้คนที่เข้ามาเยือน เพราะคนหนุ่มสาวทั้ง 4 ตั้งใจนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ของงานออกแบบ ไม่ว่าจะเกิดจากการหยิบจับหรือร่วมโปรเจกต์ใดก็ตามที่ก่อเกิดสิ่งใหม่ขึ้นมา

Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'

บทที่ 1

แต่ ณ ขณะนี้ ร้านสีดำขลับกำลังถูกพูดถึงคล้ายประทับตาในสังคมออนไลน์ ว่าเป็นแบรนด์เครื่องหอมน้องใหม่จากฝีมือคนไทยไปแล้ว แต่ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว เพราะแท้จริงแล้วเครื่องหอมเป็นเพียง Chapter แรกเท่านั้นที่กลุ่มเพื่อนวางไว้ว่าอยากนำเสนอเรื่องกลิ่นเป็นเรื่องแรก ด้วยความชอบส่วนตัวและคลั่งรักเทียนหอมเป็นทุนเดิมตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ทำให้มีความรู้จากการค้นคว้านั่น อ่านนี่ ทดลองผสมกลิ่นนั้นกับกลิ่นนี้เองอยู่บ่อยครั้งอยู่แล้ว 

บทแรกของ Copenn. มีผลิตภัณฑ์เครื่องหอมทั้งหมด 10 ประเภท ได้แก่ Room Perfume Spray, Diffuser, Hand Cream, Hand Wash and Body Wash, Alcohol Spray, Burner (เป็นงานแฮนด์คราฟต์จากสเตนเลสที่โชว์รอยเชื่อมทั้งหมด ทำความสะอาดเช็ดล้างได้นะ), Essential Oil โดยมีให้เลือกทั้งหมด 7 กลิ่น ได้แก่ Burning Cabinet, Hibernate Place, Last Volcano, The Fog House, False Awakenings, Gastric Acid และ The Ripening Time ซึ่งน้ำมันหอมระเหยแต่ละกลิ่นล้วนผ่านการผสม ปรับปรุง เพิ่มลด ทดสอบ และคัดเลือกมาอย่างดีให้มีกลิ่นเฉพาะตัว และสร้างประสบการณ์การดมที่ชวนให้นึกย้อนถึงเรื่องราวในความทรงจำของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

ผลิตภัณฑ์สุดท้ายคือกำยาน มีกลิ่น Pollen Cloud, After Burnt และ Sphagnum มีแบบเซ็ต Incense Cones ประกอบด้วยกำยานและฐานวางกำยาน ส่วน Direct Incense หรือ Discovery Set เป็นเซ็ตจุดเฉพาะจุด เช่น อยากได้กลิ่น Sandalwood ก็จุด Sandalwood เพียงอันเดียวเดี่ยวๆ ซึ่งในกล่องประกอบด้วยกลิ่น Sandalwood, Palo Santo, Matchstick, White Sage, Lavender และ Rosemary แอบกระซิบว่าเร็วๆ นี้ จะขายเทียนหอมด้วยนะ 

Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'
Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'

Copenn. เป็นประสบการณ์

“เคยมีลูกค้าคนหนึ่งบอกว่าได้กลิ่น Gastric Acid แล้วเหมือนได้กลิ่นดอกไม้อะไรสักอย่างที่นิวซีแลนด์ เราก็เลยถามว่าต้นสนหรือเปล่า เพราะเราใส่กลิ่นสนเข้าไปด้วย เขาก็บอกว่าใช่ มันทำให้เขานึกถึงความทรงจำตอนเดินเล่นที่สวน แล้วมีความหวานของดอกไม้ผสมอยู่ อย่างลูกค้าบางคนดมกลิ่น The Ripening Time ที่เป็นกลิ่นวนิลา แล้วบอกว่านึกถึงบ๊วยแผ่นสีแดงที่เคยกินตอนเด็ก เราก็จำไม่ได้แล้วเหมือนกัน แต่พอมาดมก็คล้ายเหมือนกันนะ  

“พอลูกค้าฟีดแบ็กกลับมา มันก็ทำให้เห็นว่า จริงๆ แล้วกลิ่นก็ทำให้คนกลับไปนึกถึงพื้นที่บางพื้นที่หรือเวลาบางช่วงที่เขาเคยผ่านมาได้จริงๆ เพราะบางคนก็ซื้อด้วยความชอบ บางคนซื้อเพราะว่าคิดถึงกลิ่นเหล่านั้นเฉยๆ” หนุ่มอินทีเรียเล่าถึงลูกค้าที่เข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขา หลังจากได้ดมสารพัดกลิ่นที่ Copenn. ปรุงขึ้นมา

เราถามคู่สนทนาตรงหน้ากลับว่า มีกลิ่นไหนบ้างที่เขาดมแล้วทำให้ความทรงจำหวนคืน

“มีครับ กลิ่น Burning Cabinet เหมือนกลิ่นตู้หนังสือเก่าๆ ที่บ้าน เป็นตู้ไม้เก่าที่อยู่มานานมากแล้วมีกลิ่นยางไม้ออกมาเองตามธรรมชาติ เวลาใช้กลิ่นนี้แล้วรู้สึกอบอุ่นดี มีความเฟรชของความเขียวๆ ไม้ๆ หรือกลิ่น Hibernate Place กลิ่นอุ่นๆ ไม้ๆ ทำให้รู้สึกเก็บตัวได้ ความทรงจำตอนอยู่หอก็จะเข้ามา เรารู้สึกว่ากลิ่นมีผลกับเราเยอะเหมือนกัน”

แล้วถ้าต้องเลือกหนึ่งกลิ่นให้นักอ่านชาวก้อนเมฆ คุณจะเลือกกลิ่นไหน (เราชวนเขาเล่นสนุก)

Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'
Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'

“ต้อง Last Volcano เรารู้สึกว่า The Cloud จะพูดถึงประสบการณ์ พูดถึงอะไรใหม่ๆ กลิ่นนี้จะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ความคิดนอกกรอบ เพราะมีส่วนผสมของชาและพริกไทย แต่ถ้าเลือกให้คนอ่าน The Cloud ที่กำลัง Work From Home อยู่ด้วย เราแนะนำดิฟฟิวเซอร์กลิ่น The Fog House กลิ่นนี้มีความเป็นค่ากลางที่เป็น Floral Tone มันจะช่วยผ่อนคลายได้ง่ายในระยะยาว ห้องก็จะได้ดูสดชื่นตลอดเวลา

 “แต่ถ้าอยากจะกระฉับกระเฉง กระตุ้นพลังในการทำงาน อยากแนะนำกลิ่น False Awakenings จะช่วยให้มีแรงในการทำงาน แต่ถ้าเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์แบบเก๋ๆ ก็แนะนำเป็น Burning Cabinet มีความเขียวๆ หน่อย ไม้ๆ ดูเป็นคนสุขุมนิดหนึ่ง” นี่เรารู้สึกเหมือนโดนตกให้เหมายกเซ็ต

ถ้านักอ่านเริ่มมีใจอยากครอบครอง แต่ยังนึกไม่ออกว่าแต่ละกลิ่นจะพาเราเผชิญกับประสบการณ์ใด หรือหวนคืนหาความทรงจำไหน แนะนำว่ามาเยือน Copenn. สักครั้ง เพราะที่นี่มีกลุ่มเพื่อนนักออกแบบทั้ง 4 หมุนเวียนกันมาดูแล พูดคุย และให้คำแนะนำกับลูกค้าทุกคนอย่างทั่วถึงและไม่รีบร้อน ดมกลิ่นไปพร้อมๆ กัน แลกเปลี่ยนความชอบ ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้รับ เหมือนกับการเข้าร้านกาแฟแล้วพูดคุยถึงความสนใจเรื่องกาแฟกับบาริสต้าอย่างนั้นเลย

“เรามองว่าร้านเราเป็นเหมือนร้านกาแฟที่ลูกค้าเข้ามาแล้วได้คุยกับบาริสต้า ชอบกาแฟแบบไหน เข้มไม่เข้ม นมไม่นม เราว่ากลิ่นมันก็เป็นประเภทเดียวกัน ไม่มีอะไรตายตัว เช่น กุหลาบ เขียว พืช กลายเป็นว่าในหนึ่งกลิ่นมันมีบรรยากาศเยอะมากที่จะเบลนด์เข้าหากัน อย่างกลิ่นใน Copenn. เป็นประสบการณ์แรกที่ลูกค้าจะได้รับ

“เขาจะว่ากลิ่นมันแปลก หวานแล้วก็ตัดมาขมและมีกลิ่นเขียวตอนท้าย ฉะนั้น กลิ่นของร้านเราแค่อ่านโน้ตอย่างเดียวเขาอาจจะนึกภาพไม่ออก เราอยากให้ลูกค้ามาลองหน้าร้านมากกว่า ถ้าชอบอันไหนก็เอาอันนั้นกลับไป” 

นี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ Copenn. ยังไม่เลือกเปิดตลาดออนไลน์ เพราะอยากให้ลูกค้าเข้ามาพูดคุย เข้ามาลองดมกลิ่นจริงๆ และอีกสาเหตุใหญ่ๆ ก็เพราะเจ้าของร้านอยากเล่าเรื่องราวของแต่ละกลิ่นให้ลูกค้าทุกคนได้ฟัง พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ร่วมกันจากบทสนทนา มากกว่าอ่านโน้ตแล้วคลิกสั่งซื้อ (นักช้อปออนไลน์อดใจรออีกนิดนะ )

Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'

ระยะแห่งการเพาะปลูก

เมื่อเราถามถึงเสียงตอบรับของ Copenn. ที่เปิดหลังสถานการณ์โรคระบาด ก็ได้รับคำตอบชวนยิ้ม

“ภาพรวมดีมาก ช่วงแรกที่เปิดร้านก็ต้องปิดเลย” เขาเว้นช่วงชวนเอาใจช่วย ก่อนจะเล่าต่อพร้อมเสียงหัวเราะ “เพราะว่าไม่มีของขาย เราต้องปิดร้านกันอีกหนึ่งสัปดาห์ เพื่อทำสินค้าล็อตสองให้เพียงพอ”

ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายใน Chapter แรกเป็นกลุ่มวัยรุ่นและคนแวดวงดีไซน์เป็นส่วนใหญ่ แม้เจ้าของร้านจะแอบหยอกว่าไม่คิดว่ากลิ่นแปลกๆ บางตัวที่ปรุงขึ้นมาจะมีลูกค้ารักและให้ความนิยม แต่ฟีดแบ็กก็ดีเกินคาด

“เรามีความเชื่อว่ากลิ่นที่ดีจะต้องเริ่มจากการพื้นฐานการปลูกที่ดีด้วย น้ำดี ดินดี อุณหภูมิดี เราคิดว่ามันเป็นวัฏจักรของการปลูก เลยเลือกเรื่องกลิ่นเป็น Chapter ที่หนึ่ง โดยใช้ชื่อ Chapter นี้ว่า ‘ระยะแห่งการเพาะปลูก’

Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'
Copenn. ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'

“เราพยายามแสดงถึงการเพาะปลูกหิน ดิน ทราย งานไม้ พยายามโชว์พื้นผิวที่เกิดบนพื้นดิน อย่างไม้สีดำก็เกิดจากการตั้งใจเผาของเรากับเพื่อนๆ แทนการพ่นหรือการทา เพื่อให้โชว์วัสดุไปด้วยในตัว อย่างดีไซน์หน้าร้านก็ทำจากผักตบชวาแห้งที่สั่งจากอยุธยา แล้วมาจับทรงกันเองกับเพื่อนๆ” หนุ่มอินทีเรียเล่าเรื่องราวความเชื่อซึ่งกลายเป็นสไตล์ร้าน พร้อมอวดวัสดุตกแต่งที่ทำกันเอง รวมถึงกล่องกำยาน แพ็กเกจทำมือที่เขากำลังจะเล่าที่ไปที่มาทั้งหมดให้เราฟัง

“เราทำคอนเซ็ปต์และทำดีไซน์กันเยอะมาก พยายามทำ Box Set สวยๆ เลยคุยกับช่างทำสังกะสีและช่างเชื่อมที่สนิทกัน เขาก็ถามนะว่าจะเอาไปทำอะไร เราบอกว่าจะทำแพ็กเกจ เขาบอกว่ามันไม่สวย ไม่เนี้ยบ เอาไปทำไม่ได้หรอก แต่เรายืนยันว่าใช้ได้ เราต้องการนำเสนอความดิบ ซึ่งเข้ากับโปรเจกต์ของเรา มันสร้างคุณค่าและมูลค่าได้ เขาเลยลองทำให้ เอาจริงๆ มันเสียเวลาเขานะ แต่เขาก็ทำให้ เราออกมาดีด้วย แล้วเราก็ได้งานที่ละเอียดขึ้น

ร้าน Design Concept Store ที่เริ่มจากขายเครื่องหอมและอยากฟื้นเจริญกรุงด้วย 'ดีไซน์'

“วันแรกสั่งเขาสามสิบถึงสี่สิบใบ อาทิตย์หน้าสั่งเพิ่มอีกร้อยใบ แต่ขอว่าไม่ต้องเนี้ยบนะ พอมันเนี้ยบปุ๊บ เหมือนเราผลิตจากโรงงานใหญ่ เราอยากให้มีกิมมิกของขอบที่เบี้ยวหน่อย ไม่ตรงมาก พอเอามาใช้จริง ก็ดูเหมือนเราติดสติกเกอร์เบี้ยว แต่จริงๆ แล้วกล่องมันเบี้ยว ซึ่งคนที่ชอบดีไซน์เขาคงมองออกว่าคืองานแฮนด์เมดจริงๆ แล้วเรารู้สึกว่ารอยเชื่อมของมันก็ไม่ได้เป็นข้อบกพร่องอะไร บางใบมีรอยขูด เราก็บอกลูกค้าว่ามีรอยตรงนี้นะ แต่มีเสน่ห์มากเลย

“รอยนั้นเป็นเสน่ห์ที่มันเกิดจากตัวมันเอง มีค่ามากกว่าการตั้งใจที่ทำให้มันเรียบร้อยอีกนะ เชื่อมั้ย แป๊บเดียวเราขายหมด กลายเป็นว่า อ้าว อันที่ผิวเรียบๆ สะอาดๆ ล่ะ” ตัวแทนจากกลุ่มเพื่อนทั้ง 4 หัวเราะร่าอารมณ์ดี

หนุ่มนักออกแบบพลิกแพลงวัสดุที่ช่างฝีมือมองข้ามอย่างสเตนเลส มาเพิ่มคุณค่าและมูลค่า แถมยังกระจายรายได้ให้ช่างฝีมือ ซึ่งนั่นเป็นอีกหนึ่งวิธีนำเสนองานออกแบบในมุมมองใหม่ อย่างที่พวกเขาตั้งใจอยากให้เป็น 

กลุ่มเพื่อนสายดีไซน์ 4 แขนงจับมือเปิด Copenn. ร้าน Design Concept Store ย่านเจริญกรุง ที่ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่และหวนคิดถึงความทรงจำจาก ‘กลิ่น’

โปรดติดตามตอนต่อไป

บทต่อไปของ Coppenn. น่าติดตามไม่น้อย เราขอให้เขาเป็นผู้เปิดเผยเองแต่เพียงผู้เดียว

“Chapter อื่นจะค่อยๆ ตามมา อาจจะเป็นแตกดอก ออกผล เก็บเกี่ยว วนเป็นวัฏจักร เราอยากทำให้พื้นที่มันเปลี่ยนแปลงได้ เปลี่ยนทิศทางได้ มีกลิ่นใหม่ได้ มีวัตถุหรืออะไรบางอย่างที่เข้าและออกจาก Chapter นั้นๆ ได้

“ถ้าตอนต่อไปเป็นเรื่องของระยะการแตกดอก ข้างในร้านก็คงทำเป็นเห็ด รา มอส เน้นสีเอิร์ธโทน แล้วก็สร้างกลิ่นใหม่เฉลิมฉลองให้ Chapter นี้ หรืออาจจะมีการเพิ่มวัตถุอะไรบางอย่างที่เหมาะกับ Chapter นั้น” 

เขาเปรยถึงตอนต่อไปว่าจะมีของแต่งบ้าน อย่างที่วางยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก เก้าอี้ โคมไฟ เสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้า จนถึงเฟอร์นิเจอร์, ที่ไอเดียของ Copenn. สนุกได้ขนาดนี้ เพราะสถานที่แห่งนี้เกิดจากการรวมตัวกันของ Graphic  Designer, Fashion Designer, Product Designer และ Interior ถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดสุดท้าย เราก็ยังอยากคะยั้นคะยอให้คุณลองเยือน Copenn. ดูสักที เพื่อเปิดประสบการณ์และหวนคิดถึงความทรงจำอันล้ำค่า

แต่มาเยือนในวันที่โรคภัยอนุญาตให้คุณเดินทางนะ 

ส่วนตอนนี้ติดตาม Story of Smell ผ่านหน้าจอได้ทาง Instagram : Copenn.co 

กลุ่มเพื่อนสายดีไซน์ 4 แขนงจับมือเปิดร้าน Design Concept Store ย่านเจริญกรุง ที่ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่และหวนคิดถึงความทรงจำจาก ‘กลิ่น’

Copenn.

ที่ตั้ง : 24/1 ห้อง 2103 ซอยเจริญกรุง 82 เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120  (แผนที่

เปิดบริการวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 11.00 – 19.00 น.Facebook : Copenn.

Writer

พลอยไพลิน กลิ่นบัวงาม

นักหัดเขียนสายคาเฟ่ รักการอบขนม เสพติดการหอมหมา และเชื่อว่าวันที่ดีจะเริ่มต้นด้วยชาเขียวเย็นในแก้วเก็บอุณหภูมิ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“สินค้าเรามีความ Creative บวก Functional นี่แหละความสนุกที่ทำให้ต่างจากที่อื่น” 

คำโปรยจากปาก คุณภา-อุรวี วรรณมโนมัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ Medium & More ภายใต้บริษัท Frasers Property Commercial (Thailand) นำพาเรามาที่นี่

เคยรู้สึกเหมือนกันไหมว่าศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัวและเรื่องน่าสนุกอย่างล้นเหลือ ไม่ใช่แค่ข้าวของตกแต่งในหอศิลป์ หรือเพียงรูปภาพที่จัดแสดงขึ้นโดยใส่กรอบทองตั้งโชว์ แต่ศิลปะนั้นอยู่รอบตัวเราอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน หรือจิปาถะนานาสิ่ง

ถ้ายังไม่เห็นภาพ วันนี้เราขอพาไปทำความรู้จักกับ Medium and More ร้านคอนเซปต์สโตร์ที่ทำให้พวกเราเห็นกันอย่างชัดเจนว่าศิลปะนั้นอยู่รอบตัว และเรารู้สึกสนุกกับงานศิลป์ สนิทกับศิลปินได้ ผ่านสินค้าในร้านบนพื้นที่ชั้น 3 ของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ที่นี่เป็นมากกว่าร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ เพราะเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักงานศิลป์และงานทำมือที่ให้พื้นที่ระหว่างคน ศิลปะ และร้านค้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ต้องการเป็นที่เรียนรู้ตลอดชีวิต’ ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์ เพิ่มเติมด้วยความสนุกจากการช้อปปิ้ง ทำให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการทำกิจกรรมและจับจ่ายสินค้าได้ไม่ว่าช่วงวัยใด ตามสโลแกนของ ‘Life Means More’ หรือ ‘ชีวิตที่มากกว่า’

นี่คือพื้นที่ที่ให้เราทุกคนใช้เวลาว่างเพลิดเพลินกับการทำงานอดิเรก ทำเวิร์กชอป เพลิดเพลินกับการซื้อและเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ไม่จำกัดเวลา ไม่ว่าเพศหรือวัยใดก็มีส่วนร่วมกับ Medium and More ได้เสมอ บนพื้นที่ 1,525 ตารางเมตร ที่จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ๆ เพื่อตอบสนองต่อผู้มีความสนใจในไลฟ์สไตล์ ศิลปะ งานฝีมือ ตามความชอบแตกต่างกันออกไป จะมีโซนไหนบ้าง ไปลุยกัน!

ห้องสร้าง(สัง)สรรค์

บอกตามตรงว่าเมื่อบ่ายที่เราเดินดุ่ม ๆ เข้ามาในร้านครั้งแรก เราเดินไปโดยไม่รู้ว่าจะพบเจอกับสิ่งใดบ้าง ด้วยเนื้อที่กว้างสุดลูกหูลูกตาและปริมาณสินค้าที่เยอะราวกับยกห้างสรรพสินค้าทั้งตึกมาไว้ที่นี่ พอเดินไปสักพัก ก็ได้ข้อสรุปว่าพื้นที่หลัก ๆ ของ Medium and More แบ่งออกเป็น 2 โซน 

หนึ่ง โซน Kitchen & Cooking และ สอง โซน Art & Craft 

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เริ่มจากมุมที่เรียกว่า The Classroom เป็นห้องสำหรับทำกิจกรรมเวิร์กชอป ใครที่อยากวาดภาพ ปั้นดิน แม้แต่เรียนชงกาแฟก็ใช้ห้องนี้ทำกิจกรรมเหล่านั้นได้ เพราะนี่คือพื้นที่รวบรวมผู้คนในลักษณะของการทำเวิร์กชอปกลุ่มใหญ่ราว 10 – 20 คน ทุกวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ มีผู้สอนให้คำชี้แนะอย่างใกล้ชิด

ในระหว่างที่เรากำลังนั่งเล่นอยู่ในห้อง Classroom คุณภาเริ่มบทสนทนาขึ้น

“พื้นที่ของเราน่าสนุกตรงที่ เวลามาเดินเป็นครอบครัวก็แยกย้ายกันเดินได้ คุณลูกไปจุดหนึ่ง คุณพ่อไปจุดหนึ่ง คุณแม่ไปอีกจุดหนึ่ง มีหลากหลายมุมให้เลือกตามความชอบ บางครั้งมานั่งทำกิจกรรมด้วยกันที่ Classroom ก็ได้ เราถือว่ามุมนี้เป็นคอมมูนิตี้ใหม่ที่มีความน่าสนใจ แถมยังสนุกด้วย”

ด้วยความสงสัย เราถามต่อว่ากลุ่มเป้าหมายของร้านนี้เป็นคนกลุ่มไหน วัยใด 

“เราไม่ได้เลือกคนด้วยช่วงอายุเลย แต่เราเลือกด้วยไลฟ์สไตล์ของคนมากกว่า” เธอยิ้ม ก่อนจะขยายความ “จริง ๆ กลุ่มเวิร์กชอปที่เราทำ เราอยากเชิญชวนคนที่อยากทำงานศิลปะต่าง ๆ มาใช้พื้นที่ตรงนี้ อีกกลุ่มหนึ่งสำหรับคนที่อยากเรียนรู้วิชาใหม่ ๆ และเราไม่จำกัดอายุ มีตั้งแต่กลุ่มเด็กเล็ก จนถึงคนสูงวัย ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ของกลุ่มวัยรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นของคนทุกกลุ่ม ทุกคนมาได้หมดค่ะ” 

เราเห็นด้วยกับคำตอบนี้มาก

เพราะอีกหลาย ๆ มุมที่กำลังจะพูดถึง ต้องถูกใจใครหลายคนแน่นอน ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง

ห้องของการหาทำ

มุมต่อมาเป็นบริเวณที่มีความสร้างสรรค์มาก นั่นคือ Crafter Studio 

ทางร้านมี Crafter ที่มานั่งทำกิจกรรมร่วมกับลูกค้าด้วย ไม่ต้องกังวลแม้ว่าคุณจะไม่มีพื้นฐานงานคราฟต์ เพราะ Crafter ประจำร้านจะอยู่ช่วยคุณตลอดกิจกรรม ตั้งแต่กิจกรรมปั้นดิน ปลูกต้นไม้ ประดิษฐ์กล่องดนตรี วาดภาพสีน้ำ เย็บปักถักร้อย จนถึงทอผ้าและกิจกรรม MARK.IT การสลักลายที่บ่งบอกความเป็นตัวเองลงบนขวดน้ำ ขอบอกว่ากิจกรรมตรงนี้เหมาะมากสำหรับใครที่กำลังตามหาของขวัญวันเกิดชิ้นพิเศษชิ้นเดียวในโลก หรืออยากทำงานทำมือเพื่อความเพลิดเพลิน พื้นที่ของ Crafter Studio ยินดีต้อนรับคุณในทุก ๆ วัน เพียงแค่มาจองคิวกับ Crafter ก็จะได้ทำกิจกรรมที่กล่าวมาจนสมใจอยาก

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เราเดินสำรวจพื้นที่ตรงนี้อีกนิด แนะนำให้รู้คุณรู้จักมุมทำ ‘กล่องดนตรี’ ที่เปิดให้เราเลือกได้ตั้งแต่แรกเริ่มว่าต้องการฐานกล่องดนตรีแบบไหน ใส่หุ่นตุ๊กตาอะไร อยากได้เพลงแนวใด ล้วนแล้วแต่นำทุกอย่างที่ต้องการมาประกอบกันเป็นกล่องดนตรีสุดพิเศษที่มีแค่ชิ้นเดียวในโลกจากสองมือของเราเอง

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

การทำ ‘สวนในขวด’ ก็ดี ชำระเงินปุ๊บ ทำเวิร์กชอปได้ทันที โดยมีคุณครูใจดีจัดหาอุปกรณ์ให้ ก่อนเปิดบทเรียนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ แถมวิธีดูแลให้ด้วย

จากสวนในขวด ที่นี่ยังเพิ่มระดับความตระการตาไปสู่ ‘สวนในตู้’ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ตู้นี้ออกแบบมาสำหรับเลี้ยงต้นไม้โดยเฉพาะ มีระบบแสง สี เสียง น้ำ ไฟ ภายในตู้ยังปล่อยฝนตกและหมอกได้ ล้ำมากเสียงธรรมชาติในตัว 20 กว่าเสียง ตั้งเวลาเปิด-ปิดได้ เสมือนหนึ่งว่าได้จำลองป่าเขาลำเนาไพรในธรรมชาติมาไว้ในกรอบกระจกสี่เหลี่ยมนี้ก็ไม่ปาน แม้ว่าภายในตู้มีน้ำและหมอก แต่ตู้นี้ใสตลอดเวลา ด้วยนวัตกรรมทำความสะอาดในตัวเอง เพิ่มความไฮเทคเข้าไปอีกด้วยการควบคุมผ่านมือถือ ใช้งานง่าย สะดวก จบในที่เดียว เหมาะแก่การซื้อเป็นของขวัญ ให้ตัวเองก็ได้ ให้คนพิเศษก็ดี

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ขยับมาอีกหน่อยกับพื้นที่สำหรับงานปั้นทุกรูปแบบ ไม่ว่าเสียงเรียกร้องในใจคุณปรารถนาจะปั้นงานออกมาเป็นรูปทรงใดก็บอกนักปั้นได้ ที่นี่ไม่จำกัดหัวคิดสร้างสรรค์ จะเป็นจาน ชาม แก้ว แจกัน เครื่องประดับ หรือสิ่งใดแล้วแต่ใจสั่ง เพียงแค่บอกความต้องการ แล้วคุณครูจะช่วยกันเสกพร้อมกับคุณ

ค่าบริการของกิจกรรมของมีราคาแบบปั้นชิ้นเดียวจนถึงราคาปั้นแบบบุฟเฟต์ ท่านใดไม่สันทัดด้านการปั้นแต่อยากมีส่วนร่วมกับผลงาน ที่นี่ก็มีสินค้างานปั้นสำเร็จรูปที่คุณซื้อมาลงสีเองได้

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ถัดมาเป็นโซนงานปัก งานทอ เปิดรับลูกค้าแบบวอล์กอินให้มานั่งทำโดยไม่ต้องจองให้เสียเวลา เมื่อทอผ้าเสร็จ ก็นำไปขึ้นรูปเป็นกระเป๋าหรือซื้อเป็นชุดแล้วนำกลับไปทำที่บ้านก็ได้เช่นกัน

เล่ามาทั้งหมดนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าต้องเสียเวลามาขลุกตัวอยู่ที่ Medium and More คราวละนาน ๆ เพราะใครที่ไม่ประสงค์จะลองผิดลองถูกท่ามกลางลูกค้าในร้านที่สัญจรผ่านไปมา ก็อุดหนุน DIY Kits กลับไปทำงานคราฟต์สุดชิลล์ที่บ้านได้ เราขอรับรองว่าเพลิดเพลินและเรียกสมาธิได้ดีเยี่ยม 

ห้องศิลเปรอะ

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

โซนใหญ่ลำดับต่อมาคือ Art & Craft ที่รวบรวมอุปกรณ์ศิลปะ สีต่าง ๆ รวมถึงสีแปลกใหม่อย่าง Thai Tone เฉดสีโบราณของไทยซึ่งจะหาได้ยากจากที่อื่น มีให้เลือกทั้งสีโปสเตอร์ สีน้ำ หรือสีที่นำไปทำฟิกเกอร์ ที่นี่มีไม่ต่ำกว่า 50 เฉดสีให้เลือกสรร ถือว่าครบสูตรสำหรับคนชอบงานวาดภาพระบายสี

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

แถมด้วยกองทัพเครื่องเขียนอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด กระดาษ ทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับเครื่องเขียน พร้อมด้วยมุม Office Supply เปรียบเหมือนกับร้านเครื่องเขียนขนาดย่อม ที่นักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ มาเลือกสรรตามหาซื้อของที่นี่ได้ครบจบในที่เดียว

ห้องนักสะสม

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

โซนน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มพัฒนา นั่นคือ Character และ Collectible สำหรับคนที่มีความหลงใหลและมีไฟในการเก็บสะสม ขอชวนมาชม Collectible Items ที่มุมนี้ และมีฟิกเกอร์หลากหลายชนิด อาทิ ฟิกเกอร์การ์ตูน ฟิกเกอร์ลวดลายของเหล่าบรรดาศิลปิน เช่น TinyTan หรือ BT21 by BTS ตลอดจนกล่องสุ่มลิขสิขธิ์แท้ แม้แต่สินค้าของ Care Bears หรือ Mr. Men & Little Miss. ก็มีให้เลือกชมได้ตามสบาย

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้อย่าง Bearbrick ก็มีตั้งแต่ไซส์เล็ก 100% ขยับไปเป็น 400% จนกระทั่ง 1,000% พวกที่มาใหม่เป็นต้นว่า Bearbrick Snoopy หรือของศิลปิน Keith Haring ก็มีรวมไว้ที่นี่ 

ถ้าหากใครอยากลงทุนขนาดย่อม สินค้าตัวนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่เบา

ห้อง Life Gadgets

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เมื่อโลกนี้ตกอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 มีอุปกรณ์หลายชนิดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตแบบ New Normal นำมาซึ่งมุมสินค้าจำพวก Life Gadgets ที่ช่วยให้ชีวิตกักตัวอยู่บ้านราบรื่น ตัวอย่างสินค้าที่วางจำหน่ายในบริเวณ เช่น ขาตั้งโทรศัพท์ กล้องถ่ายภาพ รวมถึงอุปกรณ์ไอทีอีกสารพัด

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ห้องครัว

ห้องครัวของที่นี่ มีตั้งแต่อุปกรณ์ทำครัวที่เป็นของคนรุ่นใหม่ ใช้งานง่าย เรียกว่าว่า Easy Living ตามเทรนด์ ทำเองได้ถึงแม้ว่าจะอยู่หอพัก มีขนาดตั้งแต่ชิ้นเล็กมาก จนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นมหึมา

ยกตัวอย่าง เแบรนด์ LocknLock มินิมอล เก๋ไก๋ มีสไตล์ เหมาะกับกลุ่มนักศึกษาและพนักงานออฟฟิศที่หัวใจยังวัยรุ่น เพราะราคาไม่แรงอย่างรูปลักษณ์ อุดหนุนได้หลาย ๆ ชิ้น สบาย!

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนชิ้นที่เห็นอยู่นี้คือ FIKA กระทะยอดนิยมในหมู่ยูทูบเบอร์แดนโสมขาว ทางร้านมี 3 สีให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของได้ทั้งสีพีช สีขาวครีม และสีเขียว จุดเด่นของโซนนี้ คือ มีเครื่องครัวแบบ Collectible ด้วย เช่น เตา Bruno คอลแลปกับกระต่าย Miffy และมีเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นที่เป็นตัวการ์ตูน หรือจาน ชาม ก็เป็นลวดลาย Snoopy สุดน่ารัก จะเรียกว่าข้าวของเครื่องใช้ที่นี่เป็นของที่กึ่ง ๆ สะสมก็ว่าได้

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ห้องชา กาแฟ

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

อีกหนึ่งมุมในโซนห้องครัวที่โดดเด่นอย่างยิ่งใน Medium and More คือมุม Tea & Coffee ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในช่วงโควิด-19 เนื่องจากผู้คนหันมาหาความสนุกจากการทำกาแฟเองที่บ้าน ทางร้านจึงมีเครื่องมือทั้งหมดในการทำชาและกาแฟค่อนข้างครบ ตั้งแต่เมล็ดจนถึงแก้วกาแฟ

ขอชวนทำความรู้จักแบรนด์ KINTO มีจุดขายอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ Rivers รุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินป่าและดื่มกาแฟ เพราะแก้วแต่ละตัวซื้อชิ้นส่วนมาประกอบกันให้เป็นอุปกรณ์ทำกาแฟได้

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนนี่คืออุปกรณ์ที่ใช้งานแบบโฮมยูส มีให้เลือกหลากหลายทั้ง Dripper หรือ Moka Pot ที่มีทั้งกา ตาชั่ง ครบหมด หรือจะเป็นพวก Cold Brew ก็มี แม้กระทั่งเมล็ดกาแฟก็มา เช่น กาแฟไทยชื่อดังจากเชียงใหม่ GRAPH, AKHA AMA และมีโกโก้จาก Siamaya มีทั้งโกโก้พาวเดอร์ โกโก้นิปส์ และเครื่องดื่มช็อกโกแลต

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ตัวนี้เป็นแก้วอโรมาของญี่ปุ่น ทางแบรนด์ Origami เขาเคลมว่าจะได้กลิ่นกาแฟหอมหวนขึ้นมาเมื่อใช้แก้วนี้ดื่ม เพราะด้วยรัศมีของปากแก้วที่ให้ความพอดีก้บจมูกคน เมื่อดื่มแล้วจมูกของเรากับปากแก้วจะมีระยะเว้นห่างที่พอดีกัน จึงทำให้ได้กลิ่นชัดกว่าแก้วอื่น ๆ ถึงได้เรียกว่าแก้วอโรม่า

“ส่วนใหญ่เราจะรวมของที่เป็นเหมือนเครื่องครัวและไลฟ์สไตล์” คุณภาย้ำใจความสำคัญ

ห้องศิลปิน

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

จุดเด่นที่มาพร้อมกับการเปิดร้าน คือการรวมตัวงานของศิลปินต่าง ๆ ในมุม Artist Corner มีผลงานจากศิลปินหลายแขนงมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็น MAMUANG งานของ คุณตั้ม วิสุทธิ์ และงานของ Thai Young Artist อาทิ Fluffy Omelett, Memiann, Bring home the Bacon, Unmelt รวมถึงงานของศิลปินต่างชาติ 

“งานศิลปินคืองานที่เรามองว่าเป็นอีกหนึ่ง Hobby ของศิลปะ ที่นี่พยายามจะ Related เข้าไปกับศิลปิน เรามีขวดน้ำ Keith Haring เรามีผลงานของศิลปินใหญ่ ๆ และเรารู้สึกสนุกกับงานของน้อง ๆ ศิลปินคนไทยด้วย น้อง ๆ ก็จะเก่งกันมาก ทำงานออกแบบต่าง ๆ Illustrator เยอะมาก ทำ NFT ก็มี”

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

และที่นี่ยังมีมุมเล็ก ๆ อีกมุม ชื่อว่า THAI THAI ขายของที่ระลึกจากศิลปินคนไทย เช่น ยาดม ยาอม ยาหม่อง ครก สาก ขายแม้กระทั่งมะม่วงอบแห้ง! เรียกว่าเป็นของฝากชิ้นที่เก๋ไก๋ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติก็ต้องชื่นชอบ เพราะแต่ละอย่างดูเป็นสินค้าไทยแลนด์โอนลี่มาก ๆ

ห้องแห่งการแบ่งปัน

“เราพยายามจะผลักดันให้น้อง ๆ ได้มีตลาด มีพื้นที่ปล่อยของกันมากขึ้น” 

คุณภาทิ้งท้ายก่อนจะจบบทสนทนาด้วยแววตาและน้ำเสียงจริงใจ ทำให้เรารู้สึกอย่างแท้จริงว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านค้า แต่เป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับศิลปินคนไทยและวงการศิลปะ และนำมาปรับให้เข้ากับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ผู้สูงวัย หรือกลุ่มคนที่ไม่อินเรื่องศิลปะก็ตาม

Medium and More ขอเป็นพื้นที่ที่ต้อนรับทุกคนเสมอ

และที่นี่เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า อย่างแท้จริง

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Medium and More

ที่ตั้ง : ชั้น 3 สามย่านมิตรทาวน์ เลขที่ 944 ถนนพระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.

เว็บไซต์ : mediumandmore.com

Facebook : Medium and More

Writers

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load