ว่ากันว่าเมืองไทยมีอยู่ 3 ฤดูคือ ร้อน ร้อนมาก และร้อนสุด ถ้าเลือกได้ แม้แต่ในช่วงที่ระบุว่าเป็นหน้าหนาวแบบนี้ บางวันเราก็ยังอยากหนีร้อนไปพึ่งแอร์เย็นฉ่ำ

และแน่นอนว่าไม่ใช่แค่บ้านเราที่อินกับความร้อนระอุ แต่ยังมีหลายประเทศทั่วโลกที่เจอปัญหานี้เช่นกัน ผลที่ตามมาก็คือเราต่างอยากได้เครื่องปรับอากาศมาไว้ใกล้ตัว มีการคาดการณ์จาก International Energy Agency (IEA) ว่าใน ค.ศ. 2050 การใช้เครื่องปรับอากาศในอาคารจะโตจาก 1.6 พันล้านไปถึง 5.6 พันล้าน ซึ่งเป็นจำนวนที่หมายถึงการขายแอร์ได้ 10 เครื่องทุกวินาทีตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงปีนั้นเลยทีเดียว 

และนั่นหมายถึงผลกระทบมหาศาล

IEA คาดการณ์ว่า พลังงานของทั้งโลกซึ่งต้องใช้ไปกับกองทัพเครื่องปรับอากาศจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า ซึ่งหมายถึงการต้องเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้ามากเท่ากับกำลังผลิตไฟของอเมริกา EU และญี่ปุ่นปัจจุบันรวมกัน นอกจากนี้ การที่เราต้องการการทำความเย็นเพิ่มขึ้นยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เนื่องจากจะมีการปล่อยสิ่งที่ส่งผลกระทบกับโลก อาทิ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และไฮโดฟลูออโรคาร์บอนด์ (HFCs)

แน่นอนว่าความร้อนที่เราต้องเจอนั้นเป็นปัญหา แต่คงดีกว่าถ้าทางเลือกหนีร้อนไปพึ่งเย็นของเราไม่ได้มีแค่เครื่องปรับอากาศอย่างเดียว 

วันนี้เราจึงอยากชวนคุณมาดูนวัตกรรมทำความเย็นจากอินเดียที่ช่วยให้คนหายร้อนและโลกไม่ร้อนไปพร้อมกัน 

ชื่อของมันคือ CoolAnt Beehive

ปัญหาเดิม ทางแก้ต่าง

CoolAnt Beehive ระบบทำความเย็นจากกรวยดินเผาแทนแอร์ของอินเดียที่ใช้ทุนต่ำแถมประหยัดพลังงาน

CoolAnt Beehive เกิดขึ้นโดย Ant Studio สตูดิโอสถาปนิกอินเดียซึ่งสนใจเรื่องศิลปะ ธรรมชาติ และเทคโนโลยี ภายใต้โจทย์ตั้งต้นที่ไม่ใช่เรื่องใหม่นั่นคือ การแก้ปัญหาความร้อนในโรงงาน

อินเดียขึ้นชื่อเรื่องร้อนระอุไม่แพ้เมืองไทย ไม่ต้องพูดถึงเหล่าคนงานในโรงงานที่เครื่องจักรปล่อยความร้อนออกมาว่าจะทรมานขนาดไหน แต่เมื่อ Ant Studio ได้รับการชวนจากโรงงาน Deki Electronics ให้ไปแก้ปัญหา พวกเขาได้ลงมือคิดค้นทางแก้แบบใหม่

จะเรียกว่าแบบใหม่ก็ไม่เชิงเสียทีเดียว เพราะชาวสถาปนิกทีมนี้เลือกหันกลับไปสำรวจภูมิปัญญาการแก้ปัญหาความร้อนจากอดีต พวกเขาพบว่า ก่อนอาคารบ้านเรือนจะมาลงเอยที่การติดแอร์กันจนชิน ประเทศต่างๆ ได้คิดค้นระบบทำความเย็นมานานแล้ว อาทิ ชาวอียิปต์ที่ใช้วิธีนำเหยือกดินเผามาใส่น้ำ แล้วพัดให้เกิดลมโชยผ่านเหยือกเพื่อให้อากาศเย็น หรือชาวโรมันที่นำวัสดุเนื้อหนามาชุบน้ำแล้วแขวนไว้ที่ประตูบ้าน 

Ant Studio เลือกประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาที่มีกันมาแต่โบราณ โดยหยิบใช้สิ่งที่เรียกว่า Evaporative Cooling หรือเทคนิคทำความเย็นด้วยการระเหยของน้ำมาสร้างนวัตกรรมในแบบของตัวเองที่ทั้งสวยและสร้างสรรค์ 

CoolAnt Beehive ระบบทำความเย็นจากกรวยดินเผาแทนแอร์ของอินเดียที่ใช้ทุนต่ำแถมประหยัดพลังงาน
CoolAnt Beehive ระบบทำความเย็นจากกรวยดินเผาแทนแอร์ของอินเดียที่ใช้ทุนต่ำแถมประหยัดพลังงาน

เราเย็น โลกเย็น

  CoolAnt Beehive คือระบบทำความเย็นที่ใช้กรวยดินเผาทรงกลม ซึ่งช่วยให้เทคนิค Evaporate Cooling เกิดขึ้นได้ง่าย มาเรียงซ้อนกันเป็นรูปร่างคล้ายรังผึ้งซึ่งผ่านการคำนวณมาแล้วอย่างดี ก่อนจะเปิดให้น้ำไหลผ่าน โดยหลังติดตั้งผลงาน อุณภูมิรอบข้างนวัตกรรมชิ้นนี้ลดลงเหลือ 36 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณภูมิภายนอกนั้นร้อนระอุอยู่ที่ 42 องศาเซลเซียส นั่นแปลว่าระบบนี้ช่วยให้เราเย็นขึ้นได้จริง

แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ คุณสมบัติดีงามที่มาพร้อมกับการทำความเย็นอย่างได้ผล CoolAnt Beehive เป็นระบบทำความเย็นที่ต้นทุนต่ำ ดูแลรักษาง่าย แถมยังใช้เครื่องปั้นดินเผาซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของอินเดีย ช่วยให้งานฝีมือแขนงนี้ไม่สูญหาย นอกจากนั้นยังยั่งยืนรักโลกในหลายมิติ ทั้งประหยัดพลังงาน (สิ่งที่ใช้ไฟคือเครื่องปั๊มน้ำซึ่งกินไฟไม่มาก) ไม่มีการปล่อยก๊าซที่ส่งผลต่อโลกร้อน และการใช้ดินเผาที่เป็นวัสดุธรรมชาติยังช่วยลดการสร้างขยะ โดยถ้าอยากเป็น Zero Weste เต็มรูปแบบ Ant Studio ก็ระบุไว้ว่า สามารถงดใช้เครื่องปั๊มน้ำ แต่ใช้วิธีตักน้ำราดนวัตกรรมชิ้นนี้วันละ 2 ครั้งแทน 

CoolAnt Beehive ระบบทำความเย็นจากกรวยดินเผาแทนแอร์ของอินเดียที่ใช้ทุนต่ำแถมประหยัดพลังงาน
CoolAnt Beehive ระบบทำความเย็นจากกรวยดินเผาแทนแอร์ของอินเดียที่ใช้ทุนต่ำแถมประหยัดพลังงาน

ไม่หมดเท่านั้น นวัตกรรมที่มาในรูปแบบเครื่องปั้นดินเผาที่เรียงเป็นรังผึ้งสวยแปลกตายังทำให้งานชิ้นนี้กลายเป็นผลงานศิลปะ (ในเว็บของ Ant Studio เองเรียกงานชิ้นนี้ว่า Installation) จากที่ระบบทำความเย็นเคยต้องวางไว้หลังโรงงาน CoolAnt Beehive สามารถมาอวดโฉมอยู่ด้านหน้าได้อย่างไม่เคอะเขิน 

ที่สำคัญ Ant Studio กล่าวว่า โมเดลเรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพของ CoolAnt Beehive ยังมีศักยภาพในการนำไปขยายผล เช่น การนำไปต่อยอดในอีกหลากหลายโรงงานทั่วประเทศอินเดีย

ส่งต่อความเย็น ส่งต่อความยั่งยืน

หลังลืมตาดูโลกที่โรงงาน Deki Electronics CoolAnt Beehive ซึ่งช่วยตอบโจทย์ใหญ่ของโลกก็โด่งดังไปถึงระดับนานาชาติ นวัตกรรมนี้คว้ารางวัลจาก Asia-Pacific Low-Carbon Lifestyles Challenge ของ UN Environment และอีกหลากหลายเวที รวมถึงเป็นที่พูดถึงในสื่อต่างๆ มากมาย

CoolAnt Beehive ระบบทำความเย็นจากกรวยดินเผาแทนแอร์ของอินเดียที่ใช้ทุนต่ำแถมประหยัดพลังงาน

มากกว่าเป็นที่รู้จัก CoolAnt Beehive ยังเดินทางต่อไป โดย Ant Studio ได้แตกหน่วยย่อยเป็นแบรนด์ CoolAnt เพื่อสร้างระบบทำความเย็นที่ต่อยอดมาจากนวัตกรรมชิ้นนี้ เช่น Beehive ซึ่งเป็นผนังด้านหน้าของอาคารในรูปแบบโมดูลาร์ ซึ่งจะช่วยทำให้อาคารเย็นผ่านเทคนิค Evaporative Cooling และการระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ นอกจากนั้น เรายังแอบเห็นว่าพวกเขากำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เจ้าระบบทำความเย็นแบบธรรมชาตินี้เข้าไปอยู่ในอาคารได้

การเกิดขึ้นของ CoolAnt Beehive คือสิ่งที่สะท้อนว่า นวัตกรรมไม่ได้จำเป็นต้องซับซ้อนเข้าใจยาก แต่คือความช่างคิดที่ช่วยให้เกิดสิ่งใหม่ และแน่นอนว่าถ้าออกแบบให้มีศักยภาพ ช่วยแก้ปัญหาสำคัญของสังคม งานชิ้นนั้นย่อมมีคุณค่าและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม 

CoolAnt Beehive ระบบทำความเย็นจากกรวยดินเผาแทนแอร์ของอินเดียที่ใช้ทุนต่ำแถมประหยัดพลังงาน

ข้อมูลอ้างอิง 

Writer

Avatar

ศูนย์การออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

CUD4S ร่วมก่อตั้งโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เราตั้งใจนำการออกแบบและ Design Thinking ไปแก้ปัญหาสำคัญของสังคม โดยทำบนฐานงานวิจัย ในรูปแบบของ Collaborative Platform ให้ฝ่ายต่างๆ มาร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน ติดตามโครงการของเราได้ที่ Facebook : CUD4S

Design Challenges

งานออกแบบที่มุ่งมั่นท้าทายปัญหาใหญ่ในสังคมและสร้างผลอันทรงพลัง

เมื่อแรกเกิด เราได้สูจิบัตรเป็นหลักฐานยืนยันการเกิดของเรา ตอนเป็นเด็กเล็ก เรามีสมุดบันทึกวัคซีนที่บอกว่าสุขภาพได้รับการดูแลครบถ้วนไหม และเมื่อโตขึ้น เรามีบัตรประชาชนที่เอาไว้หยิบไปยืนยันตัวตนเพื่อเข้าถึงบริการต่าง ๆ

แต่บนโลกนี้ ยังมีคนอีกกว่า 1.1 พันล้าน หรือประมาณ 1 ใน 7 ของคนทั้งโลกที่ไม่มีหลักฐานระบุตัวตนแบบเป็นทางการ แม้เราอาจจะเห็นเขาเดินและใช้ชีวิตอยู่ตรงหน้า แต่คนเหล่านี้ ‘ไม่มีตัวตน’ ในบริการที่สำคัญต่อชีวิต เช่น บริการที่เกี่ยวกับสุขภาพและการศึกษา

และนั่นคือเหตุผลที่ Simprints บริษัทสตาร์ทอัพจากเคมบริดจ์คิดค้นเทคโนโลยีเก็บลายนิ้วมือที่เหมาะจะใช้ในประเทศกำลังพัฒนา เพื่อให้คนทุกคนมีหลักฐานใช้ระบุตัวตนเมื่อเข้ารับบริการต่าง ๆ ได้ 

เรื่องราวของ Simprints เป็นอย่างไร  มาเรียนรู้ไปพร้อมกันได้เลยค่ะ

Simprints เทคโนโลยีพิมพ์ลายนิ้วมือ ถูก ดี ช่วยให้คนชายขอบมีตัวตนในบริการรัฐและเอกชน  

เทคโนโลยีจากการสัมผัสปัญหาจริง

Simprints ร่วมก่อตั้งโดย Toby Norman ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับด้าน Global Health มายาวนาน โดยในช่วงทำวิจัยปริญญาเอกที่เคมบริดจ์ เขาได้ลงพื้นที่กับองค์กรการกุศลที่ประเทศบังคลาเทศ และพบความท้าทายเมื่อคนในชุมชนไม่มีหลักฐานระบุตัวตน ทำให้การเชื่อมต่อและเข้าถึงการให้บริการสุขภาพเป็นไปได้ยาก และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องก็ทำงานได้ยากเช่นกัน อาทิ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กคนหนึ่งได้รับวัคซีนครบ เมื่อเด็กไม่มีสูจิบัตร ไม่มีบันทึกการฉีดวัคซีน และมีชื่อซ้ำกับเด็กคนอื่น ๆ ในละแวกใกล้เคียง

สิ่งที่ได้เจอทำให้ Toby เกิดแรงบันดาลใจที่จะลุกขึ้นแก้ปัญหา แม้ว่าเขาจะไม่ได้คิดอยากเป็นเจ้าของกิจการมาก่อน

“เมื่อเราลงมือแก้ปัญหานี้มากขึ้นเรื่อย ๆ มันกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจและสำคัญเกินกว่าจะละทิ้ง และเพราะอย่างนั้น น่าจะเป็นช่วงใกล้จบปริญญาเอกที่ผมนั่งลงและคิดว่าอยากทำอะไรต่อไป แล้วมันก็ชัดเจนอย่างเหลือเชื่อว่า สิ่งที่ถูกต้องคือการปฏิเสธงานที่ Mackenzie และพยายามสร้างบริษัทด้านเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหานี้”

จากโปรเจกต์ที่ทำแบบไม่เต็มเวลา Simprints จึงกลายมาเป็นงานหลักที่ Toby ใช้ตอบโจทย์ความท้าทายที่คนนับพันล้านต้องเจอในที่สุด

Simprints เทคโนโลยีพิมพ์ลายนิ้วมือ ถูก ดี ช่วยให้คนชายขอบมีตัวตนในบริการรัฐและเอกชน  
Simprints เทคโนโลยีพิมพ์ลายนิ้วมือ ถูก ดี ช่วยให้คนชายขอบมีตัวตนในบริการรัฐและเอกชน  

เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ประเทศกำลังพัฒนาอย่างแท้จริง

ในบรรดาวิธีเก็บหลักฐานระบุตัวตนที่มีหลากหลาย Simprints เลือกโฟกัสไปที่การเก็บลายนิ้วมือ เพราะมีต้นทุนไม่สูงเกินไป และเป็นที่ยอมรับถ้วนหน้าในวัฒนธรรมต่าง ๆ ขณะที่วิธีอื่น เช่น Face Recognition อาจไม่ได้รับการยอมรับในบางพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของการเก็บลายนิ้วมือคือ คนในแต่ละพื้นที่มีลายนิ้วมือหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเป็นชาวนาในเคนย่าที่ใช้มือทำงานหนักมาหลายสิบปี ลายนิ้วมือของเราอาจเสียหายไปแล้ว

ด้วยเหตุนี้ Toby และทีมของ Simprints จึงเก็บตัวอย่างลายนิ้วมือมากกว่า 135,000 ตัวอย่างจาก 4 ประเทศ เพื่อหาวิธีทำให้ Hardware และ Software ของ Simprints มีความแม่นยำ แม้แต่กับลายนิ้วมือที่ไม่สมบูรณ์ จนในที่สุด Simprints ก็สามารถสร้างเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำมากกว่าเครื่องมือระบุตัวตนที่มีอยู่เดิมถึง 228%  

Simprints เทคโนโลยีพิมพ์ลายนิ้วมือ ถูก ดี ช่วยให้คนชายขอบมีตัวตนในบริการรัฐและเอกชน  

ไม่ใช่แค่เก็บลายนิ้วมือได้แม่นยำ ผลิตภัณฑ์ของ Simprints ยังได้รับการออกแบบให้ราคาจับต้องได้ ปลอดภัย ทนทาน รวมถึงเป็น Open-source เหมาะจะใช้ในประเทศกำลังพัฒนาที่สุด ผู้ที่ต้องการใช้สามารถนำอุปกรณ์ของ Simprints ไปเก็บลายนิ้วมือ แล้วส่งข้อมูลแบบไร้สายเข้ามือถือเพื่อนำไปใช้ต่อได้เลย 

ไม่หมดเท่านั้น Simprints ยังช่วยคนฝึกใช้อุปกรณ์ ให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค และช่วยให้ผู้จัดการทีมมี Dashboards และ Analytics ที่ถูกต้องเหมาะสม เพราะถ้ามีข้อมูลแล้วไม่ได้ใช้สร้างการเปลี่ยนแปลงจริง ทุกอย่างที่ Simprints ทำก็ไร้ความหมาย 

ทั้งหมดนี้ทำให้ Simprints กลายเป็นคำตอบที่ดีของโจทย์ความท้าทายระดับโลกอย่างแท้จริง

Simprints เทคโนโลยีพิมพ์ลายนิ้วมือ ถูก ดี ช่วยให้คนชายขอบมีตัวตนในบริการรัฐและเอกชน  

เทคโนโลยีที่ขยายผลได้จริง

เพราะออกแบบจาก Insights กลุ่มเป้าหมายและผู้ใช้ Simprints จึงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ได้รับเงินทุนสนับสนุนไม่ขาดและมีพันธมิตรมากมาย เช่น ARM บริษัทไมโครชิปชั้นนำ BRAC เอ็นจีโอรายใหญ่ที่สุดในโลก และ UNICEF 

นอกจากนี้อุปกรณ์ของ Simprints ยังถูกนำไปใช้จริงในหลายประเทศ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก อย่างการร่วมมือกับ BRAC นั้นก็มีโอกาสจะเข้าถึงผู้คนมากกว่า 1 ล้านคน

นี่จึงเป็นอีกครั้งที่งานออกแบบได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหาใหญ่ในสังคม เป็น Design ที่ Challenge อุปสรรคเพื่อให้คนนับพันล้านคนมีตัวตนและคุณภาพชีวิตดีกว่าเดิม 

สมกับสโลแกนของ Simprints ที่ว่า Every person counts  

อ้างอิง

www.simprints.com/

www.investedinvestor.com/

www.schwabfound.org/

Writer

Avatar

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load