ถ้าเราได้รับโจทย์จากใครสักคนให้ทำอาหารสักจาน โดยมีวัตถุดิบจากสวนและของที่มีอยู่ในบ้าน เพราะวันนี้เป็นวันหยุด ที่ไม่เพียงแค่เราที่หยุดอยู่กับบ้าน ตลาด ร้านรวง ซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กใหญ่ต่างพร้อมใจกันหยุด คุณคิดว่านี่เป็นเรื่องท้าทายไหม

การเริ่มต้นจากสิ่งที่มีในสวนเป็นโจทย์ที่สนุก เพราะเป็นการเริ่มต้นจากสิ่งที่มีและลดทอนสิ่งที่ต้องซื้อ

ขนมหลายชนิดของฉันก็ได้แรงบันดาลใจจากสวน เมื่อถึงฤดูกาลที่ส้มจี๊ดออกผลจนกิ่งย้อยลงดิน เมื่อสับปะรดหลายสิบต้นในสวนพร้อมใจกันออกลูกในเวลาเดียวกัน เมื่อลูกหม่อนลูกเล็กลูกน้อยเต็มต้นค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีดำ นั่นแสดงให้เห็นว่ามันมากมายจนนกกินไม่ทันแล้ว การใช้ทรัพยากรในสวนให้คุ้มค่าจึงเป็นเรื่องที่เราพยายามทำให้เป็นไปได้ เรื่องสนุกและท้าทายที่สุดหลังจากเราได้วัตถุดิบจากสวนมาแล้ว คือการลองผิดลองถูกแบบไม่สนตำรา เพื่อให้ได้เมนูขนมอร่อยๆ ขึ้นมา

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

ทุกปิดเทอมสวนของเราจะกลายเป็นห้องเรียนของเด็กน้อย มีผนังห้องเป็นต้นไม้ มีเพดานเป็นท้องฟ้า ห้องเรียนเรามีของกินเต็มห้อง ใครจะกินอะไรในห้องครูไม่ว่า ห้องเรียนเราปลูกดอกไม้ไว้ทั่วห้อง สีของผนังและเพดานก็เปลี่ยนไปไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน 

ในค่ายฤดูร้อนของเรา ฉันมักชวนเด็กๆ เล่นบทบาท ‘ตามหาอาหารจากสวน’ อยู่เสมอ เล่นชวนกันทำแกง (ไม่) เผ็ดเป็นอาหารกลางวัน แกงคั่วใส่ฟักเขียวและใบพริกเป็นเมนูประจำค่าย เพราะเรามักมีฟักเขียวลูกยักษ์และต้นพริกมากมายในสวน เด็กๆ ต้องตามหาเครื่องแกง ขุดข่า ขุดตะไคร้ หาใบมะกรูดมาตำน้ำพริก เตรียมขูดมะพร้าวกันเอง เรามักเรียกแกงฟักเขียวของเราว่า ‘แกงร่วมแรงร่วมใจ’ เพราะเด็กๆ ทุกคนได้ลงมือทำจริงทุกขั้นตอน แกงหม้อนั้นจึงเป็นแกงอร่อยของเด็กๆ และเป็นความภูมิใจของพวกเขาที่กินแกงรสเผ็ดนิดๆ ได้เป็นครั้งแรกในชีวิต

ถึงตรงนี้ ฉันขอเล่าเรื่องสวนของฉันสักนิดพอให้ทุกคนได้นึกภาพตามได้ เวลาที่ฉันพาเดินข้ามท้องร่องเข้าไปเก็บดอกไม้ในสวน ที่นี่มีชื่อว่า Whispering Land ฉันมักต้องตอบคำถามใครต่อใครเสมอว่าใครกระซิบ กระซิบว่าอะไร คงต้องย้อนความไปสักนิดก่อนจะตอบคำถามเรื่องชื่อ

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ 'สลัดดอกไม้'

แต่เดิมสวนนี้เป็นร่องสวนฝรั่ง เรามาปรับเป็นร่องปลูกดอกไม้ ปลูกผัก และสารพัดต้นไม้ที่ใครอยากปลูกอะไรก็เลือกปลูก แม้เราจะอยู่บ้านเดียวกัน แต่รสนิยมเรื่องต้นไม้ก็แตกต่างกันไปตามรสนิยมการใช้ชีวิต พอถึงหน้าน้ำราวๆ เดือนพฤศจิกายนของทุกปี ร่องสวนเราก็มักจะมีน้ำล้นเอ่อ บางร่องก็มีน้ำท่วมขัง น้องชายนักจัดสวนของฉันตัดสินใจปรับแลนด์สเคปของที่นี่ใหม่ ให้มีพื้นที่สำหรับปลูกไม้ยืนต้นที่ไม่ต้องคอยพะวงเรื่องน้ำขังในช่วงเดือนดังกล่าว และเขาก็ตัดสินใจขุดบ่อ

กลางพื้นที่ 9 ไร่เพื่อกักน้ำไว้ใช้ดูแลต้นไม้ แบ่งพื้นที่สวนเป็นส่วนที่ปลูกไม้สะสม เช่น แคคตัสและไม้สะสมอื่นๆ อีกทั้งปลูกไม้กินได้ไว้แทบทุกมุมของสวน มีพื้นที่ที่ปลูกส้มจี๊ดเป็นแนวยาว สลับไปกับดอกกุหลาบ ดอกดาวเรือง ดาวกระจาย กะเพรา และสมุนไพรอื่นๆ เช่น ทารากอน มินต์ โรสแมรี่ ไทม์ เรายังเก็บร่องสวนไว้จำนวนหนึ่งเพื่อปลูกผัก ปลูกดอกไม้ที่เป็นไม้ล้มลุก และอะไรที่ขึ้นเอง เช่น ต้นธูป ต้นโสน ต้นอ้อ หรือหญ้าบางชนิด น้องชายของฉันก็เลือกที่จะเก็บไว้ 

สวนของเราจึงเป็นที่อยู่ที่กินของนกหลายชนิด ทั้งนกกวัก นกกระยาง นกกระแตแต้แว้ด และอีกมากมาย ล่าสุดที่เป็นเรื่องตื่นเต้นของทุกคน คือมีนกกระจาบทองมาสร้างรังอยู่หลายรังบนต้นริมบ่อน้ำกลางสวน มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องนกบอกฉันว่า หากพื้นที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่สร้างรังค่อยๆ ถูกทำลายไป คาดว่านกชนิดนี้จะสูญพันธ์ุไปภายใน 10 ปี

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้
ภาพ : สันติพงษ์ จูเจริญ

กลับมาที่คำถามเรื่องชื่อ ด้วยความตั้งใจดูแลผืนดินนี้ให้เป็นผืนดินทองที่มีต้นไม้นานาชนิด มีสรรพสัตว์อาศัยอยู่ในสวนอย่างเกื้อกูลกัน ฉันจึงจินตนาการว่าถ้าผืนดินสื่อสารกับเราได้ คงส่งเสียงกระซิบผ่านดอกไม้ทุกดอก ใบไม้ทุกใบของที่นี่ และอาจกระซิบบอกพวกเราผ่านนก ผึ้ง แมลงตัวจิ๋ว และสรรพสัตว์ในสวนด้วย

กลับมาที่โจทย์วันนี้ ‘สลัดดอกไม้กินได้’ หลังบทสนทนาทางโทรศัพท์จบลงและรู้ว่าวันรุ่งขึ้นฉันต้องทำอะไร ฉันรีบคว้าหมวกสานใบใหญ่ พร้อมหยิบตะกร้าคล้องแขนออกไปตามหาดอกไม้กินได้ในสวน โดยไม่ยี่หร่ะกับอากาศในช่วงบ่ายกลางฤดูร้อนเช่นนี้ (แต่ถ้าเลือกได้ฉันจะออกไปตอนเช้า) ฉันเดินเราะไปตามร่องสวน เด็ดดอกนั้นดอกนี้ใส่ตะกร้า เดินข้ามจากท้องร่องนี้ไปท้องร่องโน้น ไม่นานก็ได้ของฝากจากฤดูร้อนมาเต็มตะกร้า ฉันแวะเก็บลูกหม่อนและตะขบที่สุกงอมด้วยแดดอุ่นของฤดูกาลมาด้วย

ย้อนเวลากลับไปในวัยเด็ก แม่เป็นคนพาฉันเข้าสู่วงการดอกไม้กินได้ และพาฉันทำขนมทำกับข้าวจากดอกไม้ ขนมดอกโสน แกงส้มดอกแค ดอกแคจิ้มน้ำพริก ดอกข้าวสารต้มกะทิ ดอกชมพู่มะเหมี่ยวแม่ก็เคยเอามาต้มน้ำให้กิน ดอกไม้บางอย่างที่แม่ชอบใช้ก็ไม่ใช่ดอกไม้กินอร่อย แต่เป็นดอกไม้ให้กลิ่นหอม อย่างเช่นดอกมะลิที่แม่ชอบเอามาลอยในกะทิหรือในน้ำเพื่อให้ขนมหอมอร่อยขึ้น

นอกจากแม่ที่พาให้ฉันหลงใหลชีวิตแบบนี้ ก็ยังมีคุณย่าที่สนุกกับการออกตามหาอาหารทั้งในและรอบๆ สวน พวกเราพี่น้องได้เรียนรู้มากมายเรื่องของกินได้ที่เก็บจากสวนบ้าง จากป่าข้างทางบ้าง ด้วยการวิ่งต้อยๆ ตามคุณย่าไปทุกที่ ฉันเคยเห็นคุณย่าปีนเก็บลูกหัวลิงบนต้นลำพู เก็บใบหูปลาช่อนที่ดูเหมือนวัชพืชในสวนมาทำกับข้าว คุณย่าไม่ได้เก็บอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า คุณย่ารู้จักมันดีว่าส่วนไหนกินได้กินไม่ได้ คุณย่าย้ำกับเราเสมอหัวลิงต้องเผาไฟเอาเมล็ดออกก่อน เห็ดชนิดนั้นกินได้ชนิดนี้กินไม่ได้ ฉันได้เรียนรู้ว่ารอบกายของฉันล้วนแล้วแต่เป็นอาหาร แค่เพียงรู้จักมันให้ดี

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้
ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

ฉันไม่แน่ใจว่าสวนใครมีดอกไม้กินได้อะไรบ้าง แต่นี่คือดอกไม้ที่ Whispering Land ในช่วงฤดูร้อนนี้มีดอกอัญชัน ดาวเรือง ดอกผักกาด ดอกอ่อมแซบ ดอกตะขบฝรั่ง และของแถมจากการออกตามหาดอกไม้ในบ่ายวันนี้ คือลูกตะขบกับลูกหม่อน

ดอกไม้ในตะกร้าจากในสวน

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

‘อ่อมแซบ’ หรือเบญจรงค์ 5 สี มีสีดอกที่หลากหลาย สีขาวนวล สีม่วง เหลืองอ่อน ชมพู ม่วงปนขาว บางคนก็เรียกผักนี้ว่าบุษบาริมทาง คงเป็นเพราะเป็นพืชที่ขึ้นง่ายพบเห็นทั่วไปตามริมทาง อ่อมแซบมีฤทธิ์เย็น ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย เรานำใบ ยอดอ่อน และดอกของอ่อมแซ่บมาปรุงอาหารอร่อยได้ เมนูโปรดของบ้านเราที่มีผักชนิดนี้เป็นส่วนผสมคือแกงเลียง เพราะรสหวานจากยอดอ่อมแซบทำให้เราไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลในหม้อแกงเลย ถ้าใครอยากมีต้นอ่อมแซบไว้ดูแล ทำได้ 2 วิธี คือนำกิ่งมาปักชำ กับเพาะเมล็ด

วันนี้เราได้ดอกอ่อมแซบสีม่วงรสชาติจืดๆ มาเป็นนางเอกในจานสลัด

‘ดอกอัญชัน’ ดอกไม้ที่ใครๆ ก็รู้จัก นำมาทำเครื่องดื่มสีสวยก็ได้ มาทำสีขนมในเมนูต่างๆ ก็ดี อัญชันเป็นดอกไม้สีสวยที่มีแอนโทไซยานินสูง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต จึงมีผู้นิยมทานกันมาก แต่กระนั้นเราก็ควรทานแต่พอดี เพราะอะไรที่มากไปก็จะเกินสมดุลและเป็นโทษได้เช่นกัน

  วันนี้เรามีดอกอัญชันสีน้ำเงิน สีม่วง และสีขาว

‘ดอกดาวเรือง’ หรือดอกคำปู้จู้ที่เป็นชื่อเรียกทางภาคเหนือ เป็นพันธุ์ไม้ล้มลุกจากประเทศเม็กซิโก แต่พบเห็นทั่วไปในประเทศเรา มีกลิ่นฉุน มีรสเผ็ดเล็กน้อย นิยมมาตากแห้งทำชาหรือนำกลีบดอกสีสวยสวยมาโรยในสลัด ใส่ขนมปัง ใส่ซุป ทอดไข่ บางคนเรียกดาวเรืองว่า Poor Man’s Saffron

‘ดอกผักกาดกวางตุ้ง’ ในสวนเราจะปลูกผักกาดไว้เป็นประจำ กินไม่ทันก็จะมีดอกเหลืองๆ ของผักกาดบานเต็มสวน เอาไว้ปักแจกันบนโต๊ะอาหารบ้าง ตกแต่งจานบ้าง วันนี้เราขอดอกผักกาดสีเหลืองสวยมาตกแต่งสลัดกัน

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

‘ตะขบฝรั่ง’ ตะขบฝรั่งขึ้นอยู่ทุกภาคของประเทศ ทั้งในป่า ตามบ้านเรือน บนคันนา ตะขบมีสารอาหารที่มีคุณประโยชน์มากมาย เป็นอาหารอร่อยของนกหลายชนิด ผลสดทานอร่อย มีรสชาติหวานมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ตะขบออกลูกดก สมัยที่ไม่มีร้านสะดวกซื้อแบบทุกหัวมุมถนนเช่นนี้ ตะขบเป็นอาหารว่างของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี ตะขบมักเป็นต้นไม้โปรดอีกต้นของเด็กๆ ที่มารวมกลุ่มกันปีนเล่น เป็นสังคมน้อยๆ ของเด็กๆ ที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน วันนี้เราได้ทั้งผลตะขบหอมๆ และดอกตะขบสีขาวน่ารักรสชาติขมนิดๆ มาไว้ในจานสลัด

‘มัลเบอร์รี่’หรือลูกหม่อน ปลูกกันแพร่หลายในบริเวณที่มีการทอผ้าเลี้ยงไหม ด้วยสรรพคุณที่มากมายของหม่อนปัจจุบันจึงมีคนนิยมปลูกไว้รับประทานใบ โดยการนำใบมาตากแห้งเป็นชา นำผลสุกมาทานสด มาทำขนม มาทำแยม ทำไวน์ หม่อนปลูกง่าย ขยายพันธ์ุด้วยการปักชำ เลือกกิ่งที่มีอายุ 6 เดือนถึง 1ปีมาปักชำในกระถาง ไม่นานเราก็จะเห็นใบอ่อนเริ่มแตกออกมา ผลมัลเบอร์รี่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

จัดจานสลัดด้วยดอกไม้และผลไม้จากสวนและผักจากครัว

ในครัววันนี้มีผักสลัดอย่างผักคอสรสชาติหวานกรอบ และร็อกเก็ตซึ่งมีกลิ่นฉุนเฉพาะตัวและมีรสเผ็ดซ่า มีมะเขือเทศราชินีลูกจิ๋วจากสวนของเพื่อนๆ เราจะเอามาประกอบจานสลัดพร้อมกับดอกไม้กินได้จากสวน

วันนี้เราโชคดีที่มีเทมเป้ที่เราถนอมไว้ในตู้เย็นมาเป็นส่วนประกอบในจานสลัดด้วย

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

คำจำกัดความของคำว่าอร่อยของอาหารไม่ได้อยู่ที่รสชาติที่กลมกล่อมเพียงอย่างเดียว กลิ่นก็มีบทบาทสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิในขนมซ่าหริ่ม กลิ่นหอมเย็นๆ ของดอกชมนาดในน้ำข้าวแช่ กลิ่นหอมหวานละมุนของวานิลลาในขนมฝรั่งทั้งหลาย หรือแม้แต่กลิ่นฉุนของกระเทียมเวลาผัดน้ำมันในกับข้าวแทบทุกชนิด กลิ่นอาหาร กลิ่นขนมช่วยเรียกน้ำย่อยเราตั้งแต่อาหารยังอยู่บนเตา นอกจากนี้สีสัน หน้าตาของอาหาร รวมทั้งจานชามที่เลือกใช้ให้เข้ากับอาหารจานนั้นๆ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน มันคือศิลปะบนจานอาหารที่เพิ่มความอร่อยให้ตั้งแต่แรกเห็น

ช่วงเวลาที่เราได้หยุดยาวแบบไม่มีกำหนดเช่นนี้ เราอาจได้เรียนรู้และได้ปรับมุมมองใหม่ใหม่ในชีวิตจากการทำอาหาร เหมือนที่สมัยคุณย่าคุณยายเราได้เรียนรู้ชีวิตจากการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องมีใครมานั่งสอนหรือเปิดตำราบอก พวกเขากินดอกแคแก้ไข้หัวลมตอนเปลี่ยนฤดู กินผลไม้พืชผักตามฤดูกาล พวกเขาใช้ชีวิตสอดคล้องสัมพันธ์กับสิ่งที่ธรรมชาติพยายามสื่อสารและส่งมอบมาให้ แค่ไม่ฝืน ไม่ดันทุรัง หรือแทรกแซง

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

ส่วนผสม Dressing

  • ตะไคร้ซอย 4 ต้น
  • ใบเตยซอย 6ใบ
  • ขิงสับ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำส้มจี๊ดหรือน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • บรั่นดี 2 ช้อนโต๊ะ
  • Cider Vinegar 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลช่อดอกมะพร้าวหรือน้ำผึ้ง 4 ช้อนชา
  • ซีอิ๊ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 1ช้อนชา
  • เกลือหิมาลัย นิดหน่อย
  • สมุนไพรในสวน เช่น ไทม์

 วิธีทำ

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

1. นำส่วนผสมทั้งหมด (ยกเว้นน้ำส้มจี๊ดและใบไทม์) ใส่หม้อ

2. ตั้งไฟให้เดือด 

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

3. เคี่ยวต่อประมาณ 3 – 5 นาทีจนน้ำเริ่มงวดขึ้นหรือได้กลิ่นใบเตยและตะไคร้ชัดขึ้น 

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

4. ยกขึ้นจากเตา แล้วใส่น้ำส้มจี๊ด 

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

5. นำมากรอง รอให้คลายความร้อน

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

6. นำใส่ขวดแช่ตู้เย็น 

7. ก่อนนำมาทานให้บี้ใบไทม์ใส่ลงไปน้ำสลัดเล็กน้อย

*หมายเหตุ 

ส่วนผสมของน้ำสลัดทั้งหมดมาจากสิ่งที่หาได้ในครัว ซึ่งครัวของแต่ละบ้านก็ต่างกัน ลองปรับสูตรให้เหมาะสมกับบ้านเรา โดยยึดหลักให้น้ำสลัดเรามีรสชาติเปรี้ยว หวาน ปรุงรสให้กลมกล่อมด้วยการตัดเกลือนิดๆ ให้มีส่วนผสมของน้ำมันที่ชอบสัก 1 ชนิด มีกลิ่นหอมของสมุนไพรในสวนสักหน่อย

เคล็ดลับสำคัญข้อหนึ่งของจานสลัดคือ น้ำสลัดที่ทำได้ง่ายๆ จากสิ่งที่มีในครัว บางทีอาจจะแค่ใช้น้ำมันมะกอกผสมกับน้ำผลไม้ Citrus อะไรสักอย่างใส่น้ำผึ้งลงไป และเหยาะเกลือหิมาลัยลงไปนิดหน่อย แค่นี้ก็พร้อมจะเป็น Dressing สำหรับสลัดจานอร่อยของเราแล้ว


Tips การเก็บดอกไม้

  1. ควรออกไปเก็บดอกไม้ตอนเช้า เพราะเราและดอกไม้จะได้ไม่เหี่ยวเฉาไปก่อนเก็บเสร็จ
  2. เก็บมาเท่าที่ใช้จะได้ไม่เหลือเหี่ยวเป็นขยะที่ต้องหาวิธีทิ้ง ที่สำคัญ อย่าลืมเก็บไว้ให้ผึ้งและผีเสื้อในสวนด้วย
  3. ถ้าเป็นดอกไม้ข้างทาง ต้องมั่นใจว่าไม่มีการใช้ยาฆ่าหญ้าหรือยาฆ่าแมลงในบริเวณนั้น
  4. เก็บชนิดของดอกไม้ที่แน่ใจว่าเรารู้จักและกินได้จริง ถ้าสงสัยอย่าเพิ่งเก็บ ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือถามผู้รู้ก่อน
  5. ศึกษาและจดจำชื่อและหน้าตาของดอกไม้ที่มีพิษไว้บ้างเพื่อเป็นข้อมูล เวลาพบเจอดอกเหล่านั้นที่ไหน จะได้ไม่พลาดนำมาทำอาหาร
  6. ดอกไม้และพืชผักบางชนิดทานดิบไม่ได้ แต่พอนำมาปรุงสุกก็กลับให้ประโยชน์มากมาย
  7. หลังจากได้ดอกไม้มาแล้ว ให้นำมาล้างน้ำอย่างเบามือ เพราะดอกไม้กลีบบอบบางช้ำง่าย ก่อนนำแยกประเภทใส่กล่องปิดฝาเก็บไว้ในตู้เย็น
  8. เก็บดอกไม้ด้วยความเคารพ และขอบคุณธรรมชาติที่ได้มอบสาร

Writer

Avatar

ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง

จบคณะโบราณคดี ศิลปากร เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นครู และ เลือกเป็นครูของลูกด้วยการทำบ้านเรียน ปัจจุบันก็ยังเลือกเป็นครูพาเด็กๆเก็บผัก เก็บดอกไม้ใบไม้ มาทำขนม ทำงานศิลปะ

Photographer

Avatar

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

24 ธันวาคม 2565
2 K

ในยุคที่ผู้คนเริ่มหันมาสนใจ Sustainable Fashion กันอย่างจริงจังมากขึ้น ใช้เวลาทำความรู้จักแบรนด์ที่ให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน สืบหาประวัติและที่มาก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อของชิ้นหนึ่ง ตั้งใจเตรียมตัวและเดินทางไปงานแลกเสื้อผ้า รวมถึงสนับสนุนการสวมใส่เสื้อผ้ามือสอง

แต่นั่นคือทั้งหมดของแฟชั่นยั่งยืนแล้วหรือยัง 

อีกทางเลือกหนึ่งที่เริ่มลงมือทำเองได้ที่บ้าน คือ ‘การซ่อมแซมเสื้อผ้า’ ซึ่งลดกระบวนการผลิตจากทรัพยากรใหม่ต่าง ๆ และเสริมส่งให้อายุการใช้งานเสื้อผ้าของคุณ รวมไปถึงอายุของโลกของเรายาวขึ้นอีกนิด วิธีการซ่อมที่อยากแนะนำนั้นไม่ซับซ้อน เพียงใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วในบ้าน ผสานกับความสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัว เสกให้เสื้อผ้าเก่านั้นดูใหม่ขึ้นในพริบตา

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ ผ้า

กว่าเสื้อผ้าสุดเก๋ตัวหนึ่งในตู้จะเดินทางมาอยู่บนตัวเรานั้น มันผจญภัยผ่านหลายกระบวนการแทบนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาวัสดุ การผลิตในระบบอุตสาหกรรมผ่านแรงงานจำนวนมาก การบรรจุใส่หีบห่อและขนส่ง การวางขายในร้านหรือออนไลน์ ไปจนถึงการทำลายชิ้นส่วนที่ไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ

เสื้อผ้าแต่ละชิ้นจะอยู่กับผู้บริโภคนานที่สุดในช่วง ‘การใช้งาน’ เมื่อเสื้อผ้าเกิดร่องรอยขึ้น ผู้ใส่ก็อาจไม่อยากใช้งานเสื้อผ้านั้นอีกต่อไป เพราะรู้สึกว่า ‘มันเก่า ไม่สมบูรณ์ ดูไม่เรียบร้อย’ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันแนวคิดการซ่อมเสื้อผ้าเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น กลายเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจและกำลังถูกพูดถึงในหลายประเทศ นั่นคงเป็นเพราะทุกคนตระหนักเรื่องความยั่งยืน และร่วมอยากเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้น เราลองลงมือเย็บปักพร้อมกันทีละขั้นตอน

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ เข็ม

‘เย็บ ปัก ถัก ร้อย’ หลายคนแค่ฟังก็รู้สึกยาก เพราะนึกถึงวิธีการที่ละเอียดจนน่าปวดหัว อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็น่าจะใช้งานไม่ง่าย จะทำตามอย่างไรยังคิดไม่ออก ใจเย็นก่อน! เราคัดเลือกอุปกรณ์คู่ใจในการเริ่มลงมือซ่อมเสื้อผ้าครั้งแรกสำหรับมือใหม่มาให้แล้ว 

ไม่ต้องมีจักรเย็บผ้าอันใหญ่ ๆ เพราะการเย็บปักด้วยมือนั้นง่าย เริ่มต้นทำด้วยเข็ม ด้าย และอื่น ๆ อีกมากมายในวิชา กพอ.

1. เสื้อผ้าที่มีร่องรอย

2. เข็มเย็บผ้าหรือเข็มปักผ้า

3. ด้าย ไหมปัก หรือไหมพรม 

4. สะดึง

5. เข็มหมุด

6. กรรไกรก้ามปูหรือทั่วไป

7. ดินสอหรือชอล์กเขียนผ้า

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ มือ

1. หยิบเสื้อผ้าที่มีร่องรอยซึ่งเก็บซ่อนไว้ไม่ยอมโยนทิ้งไปขึ้นมาสักหนึ่งชิ้น ร่องรอยดังกล่าวจะเป็นรูขาด รอยเลอะเปรอะเปื้อน หรือความไม่ตั้งใจใดก็ได้

2. สังเกตร่องรอย แล้วลองใช้เวลาทบทวนที่มาและเรื่องราวของเสื้อผ้าชิ้นนั้น

3. ขึงสะดึงให้ตึงรอบ ๆ ร่องรอย จะได้สะดวกต่อการทำงานเย็บปัก

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

4. ร่างลวดลายอย่างง่าย โดยอาจอิงกับจินตนาการหรือสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงจากเรขาคณิต และเส้นสายจากธรรมชาติ

5. ในที่นี้เราเลือกเสื้อสีส้มตัวโปรดที่ไม่ได้หยิบมาซ่อมสักที เสื้อเชิ้ตนี้มีรอยขาดขนาดเล็กตรงด้านหลังของแขนขวา ร่องรอยไม่ได้ใหญ่มาก แต่เวลาใช้งานเพื่อนบางคนก็มักจะทักว่า “เสื้อขาดตรงนี้หรือเปล่า” ตอนนี้คงถึงเวลารักษารอยกันแล้วล่ะ

6. ขอหยิบรูปทรง ‘Sparkle’ ซึ่งมีลวดลายเหมือนประกายส่องแสงและขั้นตอนการเย็บไม่ซับซ้อนจนเกินไป ผนวกกับเรื่องราวในตอนนั้นที่ซื้อเสื้อตัวนี้จากตลาดที่อากาศร้อน และมีแสงแดดจากพระอาทิตย์ส่องเป็นประกาย 

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

7. นำรูปทรงที่เลือกสรรในจินตนาการหรือในอินเทอร์เน็ตมาลงมือร่างที่ร่องรอยบนผ้า โดยใช้ดินสอหรือชอล์กเขียนผ้า หากไม่มี ใช้ดินสอหรือสีธรรมดาเขียนลงไปอ่อน ๆ ก็ได้

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

8. เลือกสีด้ายที่เข้ากับผ้าในมุมมองของคุณ จะเป็นคู่สีตรงข้าม สีข้างเคียงกัน หรือสีที่โปรดปรานก็ย่อมได้ ในที่นี้ขอเลือกสีที่ชอบซึ่งเป็นสีส้ม อ่อนลงเล็กน้อยและไม่โดดจากสีเสื้อจนเกินไป จากนั้นจึงร้อยด้ายเข้าในเข็ม และมัดปมที่ปลายด้าย

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

9. ปักเข็มขึ้นมาบนผ้าจุดหนึ่งตามรอยดินสอ ให้ปมที่ผูกไว้อยู่ด้านในเสื้อผ้า และปักเข็มลงบนจุดต่อไปตามที่ร่างไว้ 

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

10. ปักขึ้นและลงเรื่อย ๆ โดยเริ่มจากสร้างกรอบให้รูปทรง จากนั้นปักขึ้นลงคล้ายการระบายสีให้เต็มพื้นที่ รูปทรงจะปรากฏขึ้นช้า ๆ ขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับลวดลายที่เลือกว่าซับซ้อนมากน้อยเท่าไร ต้องใช้เวลาแค่ไหนในการรังสรรค์

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

11. ในระหว่างนี้เราเลือกใช้ด้ายมากกว่าหนึ่งสี เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับเสื้อเชิ้ตที่มีอายุขัยตัวนี้ และตั้งใจสื่อสารว่านี่เป็นลวดลายที่มีมิติ สร้างขึ้นจากความละเมียดละไม ไม่ได้ต้องการลบร่องรอยให้กลืนหายไป

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

12. ซ่อมเสร็จแล้ว! เสื้อเชิ้ตตัวเก่านี้ดูใหม่ขึ้นเป็น ‘ประกาย’ จากพลังความตั้งใจและความสร้างสรรค์ พร้อมให้นำไปสวมใส่ต่อ

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

ซ่อม กับ ใส่

สวมใส่ไปกับรอยซ่อม ไม่ต้องเขินอาย! 

แม้เสื้อผ้าตัวแรกที่ผ่านการซ่อมแซมสำเร็จแล้ว อาจดูไม่สมบูรณ์และถูกใจสักทีเดียว ไม่เป็นไร นี่คือการเรียนรู้และลงมือทำจากฝีมือของเราที่พัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ ขั้นตอนการเย็บปักถักซ่อมเบื้องต้นนี้ เป็นเพียงวิธีการพื้นฐานที่ทุกคนทดลองหาวิธีการที่เหมาะกับตัวเองได้โดยการลงมือทำต่อไป พอซ่อมเสร็จแล้ว อย่าลืมนำเสื้อผ้าที่มีร่องรอยและลวดลายไปสวมใส่เป็นประจำด้วยความภาคภูมิใจ เพราะความสร้างสรรค์ล้วนเกิดขึ้นด้วยความพยายามจากสองมือของเรา 

การซ่อมเสื้อผ้าเป็นอีกทางเลือก หากคุณอยากเริ่มลงมือทำอะไรง่าย ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน การเย็บปักลวดลายให้ร่องรอยเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะลดปริมาณการใช้จ่ายเพื่อซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ สนับสนุนการบริโภคแฟชั่นอย่างยั่งยืน หรือทำให้อยากใช้งานเสื้อผ้าตัวนั้นต่อไป แต่ยังสร้างสมาธิระหว่างการเย็บปัก ความภูมิใจในการเริ่มต้นลงมือใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แถมยังนำผลงานสร้างสรรค์ลวดลายต่าง ๆ ไปอวดเพื่อนได้ด้วยนะ 

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

วันไหนเสื้อผ้าเกิดร่องรอย ก็ซ่อมแซมวนไป จนกว่าจะสวมใส่ต่อไม่ได้!

หากอยากรู้แนวคิดและหลักการซ่อมแซมเสื้อผ้า เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการยืดอายุเสื้อตัวโปรดต่อไป ลองมาทำความรู้จักกับ Community ที่ส่งเสริมการซ่อมเสื้อผ้า ใช้งานซ้ำ และเล่าเรื่องราวแฟชั่นยั่งยืน ได้ที่

https://www.facebook.com/amore.amend

Writer

Avatar

วีณา พันธุ์ธีรานุรักษ์

นักออกแบบที่ชอบแอบบอกว่าตัวเองเป็นเป็ด สนใจเรื่องความยั่งยืนไปจนถึงการพบคนแปลกหน้า และสักวันจะเลี้ยงหมาที่ตั้งชื่อเผื่อเอาไว้ให้ได้

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load