เราขอยืนกรานรับประกันและนอนการันตีเลยว่า นักออกแบบหลายคนต้องเผชิญกับปัญหาว่าด้วยสี ซึ่งเป็นสีในอุดมคติของลูกค้าที่น่ารัก อธิบายออกมาเป็นภาพชัดแจ้งไม่ได้ แต่ขอ ‘สีประมาณนี้นะ’ ขอยกตัวอย่างสักหนึ่งสี 

‘พี่ขอสีโทนอุ่นกว่านี้หน่อย แต่ไม่ร้อนเกินนะ อุ่นที่ไม่แสบตา เวลามองต้องสบายตา เหมือนนั่งอยู่ในสวนช่วงบ่ายแก่ๆ’ 

แน่นอนว่าพอนักออกแบบได้ยิน คงจะเอามือก่ายหน้าผากและตีลังกาสัก 3 ตลบ นอนคอตกอยู่หน้าจอ พูดแล้วก็คงตลกขบขันไม่ออก ว่าสีอะไรกันหนอที่ลูกค้าของฉันต้องการ จะว่าไปก็เหมือนปริศนาที่รอใครสักคนมาไขคำตอบ

Colour is my Life: เพจเรื่องสีที่แก้ปัญหาให้นักออกแบบกับลูกค้า ให้จบที่ #งานนี้พี่ขอ

ปัญหาเรื่องสีจางหายไป ในมือของ ต่อ-ทายาท เตชะสุวรรณ์ ผู้รังสรรค์เพจ ‘Colour is my Life’ ที่เล่าเรื่องราวของ ‘สี’ จนตอบโจทย์บรรดากราฟิกดีไซเนอร์เข้าอย่างจัง และต่อยังเชื่อว่าชีวิตมนุษย์นั้นไม่อาจพรากจากสี เพราะสีอยู่ในชีวิตประจำวันของเราตั้งแต่อาหาร เสื้อผ้า ตึกรามบ้านช่อง ฯลฯ จนถึงจิตวิทยาของสีที่หยอกล้อกับอารมณ์และความรู้สึกของเรา

ขณะเดียวกันเพจก็ดึงดูดคนที่สนใจความมหัศจรรย์ของสีมาเจอกัน

ฉันนี่แหละ เป็ดตัวจริง 

ต่อ-ทายาท เตชะสุวรรณ์ เป็นเด็กหนุ่มจังหวัดลำปาง ตัวเล็ก และแต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า 

ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตเด็กมัธยม เขาได้รับประโยคชี้ทางสว่างจากอาจารย์แนะแนวว่า

“จัดบอร์ดสวยนะ น่าจะไปเรียนศิลปะ” ไม่เพียงแรงใจจากเรือจ้าง คุณแม่ก็เป็นอีกหนึ่งแรงใจสนับสนุนที่เห็นพ้องต้องกัน ต่อจึงตัดสินใจเดินทางสายออกแบบตั้งแต่หลักสูตร ปวช. จนได้รับโควต้าเรียนต่อหลักสูตร ปวส. แผนกออกแบบพาณิชย์ศิลป์ (ปัจจุบัน สาขานิเทศศิลป์) ของวิทยาลัยเพาะช่าง (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์)

“ตอนมาเรียนเพาะช่างก็มี Culture Shock อยู่บ้าง เราเป็นเด็กเรียนจากภาคเหนือตัวเล็กๆ มาเรียนแนวช่างๆ ศิลปะๆ แบบเต็มตัว อารมณ์เด็กศิลป์ติสต์ๆ น่ะ เราน่าจะเป็นคนเดียวเลยมั้งที่แต่งตัวถูกระเบียบหัวจรดเท้า เรียบร้อยตั้งแต่ต้นจนเรียนจบเลย ขัดแย้งกับสิ่งแวดล้อมตอนนั้นมากๆ” ต่อเล่าย้อนอดีตปนเสียงหัวเราะ 

Colour is my Life: เพจเรื่องสีที่แก้ปัญหาให้นักออกแบบกับลูกค้า ให้จบที่ #งานนี้พี่ขอ

แม้จะเดินสายด้านศิลปะเรื่อยมา แต่เขาก็ตัดสินใจเรียนต่อปริญญาตรีในคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ต่อเรียกสิ่งที่เขาเรียนว่า ครูด้านออกแบบผลิตภัณฑ์ และเจ้าตัวเลือกเรียนต่อปริญญาโท คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การเรียนรู้ทั้งชีวิตกำลังสอนเขาว่า

“เรานี่แหละ เป็ดตัวจริง” ต่อยอมรับด้วยรอยยิ้ม 

“ในมุมมองของผม ความรู้มีอยู่สองแบบ หนึ่ง คือคนที่รู้กว้างหรือรู้รอบ จนกลายเป็นเป็ดนี่แหละ สอง คือคนที่รู้ลึกหรือรู้เฉพาะเจาะจง ซึ่งการเป็นเป็ดไม่ได้แปลว่าเราแย่กว่าหรือดีกว่า มันขึ้นอยู่กับว่าเราเอาสิ่งที่เรารู้ไปพัฒนาตัวเอง พัฒนาสังคมรอบตัวได้อย่างไรมากกว่า

“ถึงเราเป็นเป็ดก็ต้องพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นเป็ดเทพ บางทีเป็ดเทพก็อาจจะบินได้เร็วกว่านก ว่ายน้ำได้ดีกว่าปลา หรืออาจจะวิ่งเร็วกว่าเสือ มันก็เป็นไปได้นะ”

ปัจจุบัน ต่อเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบให้บริษัท นิทัส เทสซิเล จำกัด และเป็นอาจารย์พิเศษ สอนวิชาออกแบบที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ สมแล้วที่เราจะปลดล็อกสกิน เป็ดเทพทองคำ ให้เขาคนนี้

ที่มา ที่ไป

ย้อนกลับไปเมื่อ ค.ศ. 2015 ช่วงเวลาที่ต่อได้รับเชิญไปเป็นวิทยากร Colour Coordination ให้กับหลายๆ องค์กร จนเกิดคำถามกับตัวเองว่า เอ๊ะ ความรู้ความเข้าใจเรื่องสีในพื้นฐานของการศึกษาไทยยังมีน้อยมาก ยังวนอยู่ในระดับความรู้เดิมเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ถ้าเขาเป็นตัวกลางสื่อสารเรื่องราวของสีผ่านพื้นที่หนึ่งได้ก็คงดีนะ

เขากำลังหยิบสิ่งที่รู้มาพัฒนาตนเองและพัฒนาสังคมรอบตัว นั่นทำให้เพจเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของเฟซบุ๊ก พื้นที่ที่คนยุคสมัยปัจจุบันเข้าถึงง่ายและทันใจที่สุด การเดินทางตลอด 6 ปีของชุมชนคนรักสี ส่งผลให้ต่อเก็บเล็กผสมน้อยทั้งความรู้และประสบการณ์ เพื่อจะแบ่งปันเรื่องราวและความหัศจรรย์ของสี

“มันคงเป็นความสนใจเฉพาะของผม ผมสะสมความรู้จากการศึกษาและหาความรู้ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา จนมากพอที่จะแบ่งปัน โดยผมเลือกใช้เรื่องราวของสี เป็นเนื้อหาหลักของเพจครับ”

Colour is my Life: เพจเรื่องสีที่แก้ปัญหาให้นักออกแบบกับลูกค้า ให้จบที่ #งานนี้พี่ขอ

ต่อเชื่อว่า หากเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการมองสีสันต่างๆ มากขึ้น จะทำให้เรารู้สึกว่า สีสันคือชีวิตของมนุษย์ (Colour Is My Life) เพราะหากไร้ซึ่งสีสัน ชีวิตก็คงเป็นเรื่องน่าเบื่อ และชีวิตต่อก็ผูกพันกับสีตั้งแต่ลืมตาตื่น

ดวงตาของต่อทำหน้าที่สังเกต เขาให้ความสนใจกับเรื่องราวของสีที่รายล้อมรอบตัวเอง

“เวลาเดินทางผมจะชอบมองสีพื้นผิวของวัสดุและสิ่งของต่างๆ ถ้านั่งรถผ่านตึกเก่า ผมจะเห็นผนังปูนสีออกเขียวๆ ฟ้าๆ ซีดๆ ซึ่งเป็นสีที่ผ่านกาลเวลามาหลายสิบปี ตัดกับสีน้ำตาลแดงๆ เทาๆ ของขอบวงกบไม้ที่ผ่านการทาแชล็ค ผมนั่งมองคู่สีพวกนั้น สวยและลงตัวมาก จนคิดกลับไปว่า ตอนทาเสร็จใหม่ๆ คู่สีจะสวยแบบนี้หรือเปล่า”

ไม่เพียงแค่ตึกรามบ้านช่อง ยามกินข้าวก็ไม่พ้นที่จะมองลึกถึงการจัดวางองค์ประกอบและคู่สีในจาน ซึ่งสีสันก็ชักชวนให้เขาสนุกกับการแต่งตัว เพลิดเพลินกับการเลือกเสื้อผ้า พร้อมจับคู่สีของเสื้อตัวนู้น กับกางเกงตัวนี้

Colour is my Life: เพจเรื่องสีที่แก้ปัญหาให้นักออกแบบกับลูกค้า ให้จบที่ #งานนี้พี่ขอ

“ผมชอบซื้อเสื้อผ้าที่มีสีสัน ชอบเวลาอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าแล้วจับคู่เสื้อสีนั้น กางเกงสีนี้ สลับกับไปมา และกล้าจับคู่สีแปลกๆ มันสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ ซึ่งไม่ได้รอดทุกวันนะ บางวันก็ไม่รอด แต่เป็นวิธีที่ผมหัดเรียนรู้ที่จะจับคู่สี และผมรู้สึกว่า Stereotype ของนักออกแบบส่วนใหญ่จะอยู่ในชุดสีขาวหรือสีดำ ผมมองว่ามันดูดีนะ แต่มันง่าย และอยู่ในเซฟโซนมากๆ ผมอยากให้นักออกแบบรุ่นใหม่หัดใช้สี ไม่ใช่แค่เรื่องงานอย่างเดียว อยากให้เริ่มต้นในทุกๆ วัน โดยเริ่มจากตอนเช้า คุณอาจจะมองเห็นสีสันต่างๆ มากขึ้น จนสีเหล่านั้นมันกลายเป็นชีวิตของคุณ Colour is my Life” 

งานนี้ผมขอ…

‘งานนี้ผมขอสีทองๆ ที่ดูเป็นคนทำดี โดยไม่หวังให้ใครเห็น ไม่หวังสิ่งตอบแทน นะ’

‘งานนี้ผมขอลายแบบเชือกๆ เงื่อนๆ แต่ไม่เอาแบบเงื่อนลูกเสือ นะ’

‘งานนี้ผมขอสีดำ ที่ดำไม่สุด นะ’

ทำความรู้จักชีวิตจิตใจของสี ผ่านเพจผู้เชื่อเหลือเกินว่า สีสันเหล่านี้คือชีวิตของคุณ

นักออกแบบหลายคนคงพบกับความฉงนงงงวย ว่าสี วัสดุ หรือลวดลาย ที่ลูกค้าต้องการหน้าตาเป็นแบบไหนกันแน่ ช้าก่อน คุณไม่ต้องหัวร้อนอีกต่อไป เพราะเพจเกิดมาเพื่อตอบคำถามสับสนอลหม่านเหล่านั้น

“Colour is my Life แน่นอนว่าคอนเทนต์หลักคือเรื่องสี แต่ผมได้เห็น Pain Point บางอย่างในการสื่อสารระหว่างคนทำงานออกแบบกับลูกค้า เพราะพวกเขาไม่ได้พูดภาษาเดียวกัน สื่อสารกันไม่ได้ และรูปแบบงานบางอย่างที่ลูกค้าต้องการ แต่ไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร ขนาดจะเสิร์ชกูเกิลยังลำบาก ส่วนตัวผมก็เคยเจอประสบการณ์คุยงานที่ลูกค้าต้องการอะไรบางอย่าง แต่เขาอธิบายไม่ถูก เช่น งานนี้ผมขอสีวืบๆ วาวๆ รุ้งๆ จึงเกิดไอเดียสนุกจากคำว่า “งานนี้ผมขอ…นะ” เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องสี วัสดุ ลวดลาย และเทคนิคต่างๆ ให้ง่ายขึ้น ว่ามันคืออะไรหรือเรียกว่าอะไรกันแน่ 

“งาน วืบๆ วาวๆ รุ้งๆ มันเรียกว่า Iridescent Colour & Goniochromism (สีเหลือบ สีเหลือบรุ้ง) ผมจะมีรูปตัวอย่างให้ดู พร้อมคำอธิบายนิดหน่อย และคอนเทนต์ก็ค่อนข้างได้รับความนิยม ผมว่ามันคงไปตอบโจทย์เรื่องปัญหาการสื่อสารของคนธรรมดาที่กลายเป็นลูกค้า และเป็นจุดที่ทำให้นักออกแบบโดนใจ คนทั่วไปก็ได้สาระประโยชน์” 

ทำความรู้จักชีวิตจิตใจของสี ผ่านเพจผู้เชื่อเหลือเกินว่า สีสันเหล่านี้คือชีวิตของคุณ
ทำความรู้จักชีวิตจิตใจของสี ผ่านเพจผู้เชื่อเหลือเกินว่า สีสันเหล่านี้คือชีวิตของคุณ

เนื้อหาในเพจมีทั้งออริจินัลคอนเทนต์ที่ต่อเล่าเรื่องสี วัสดุ ลวดลาย และสารพัดเทคนิคการออกแบบ รวมถึงแบ่งปันเนื้อหาจากเพจเพื่อนบ้านด้วยการแชร์คอนเทนต์มาไว้บนเพจ คล้ายว่าพื้นที่นี้เป็นสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ของต่อ

บางครั้งเขาก็จับกระแสมาผูกกับสี มีทั้งสาระ อารมณ์ขัน แถมเสพง่าย ย่อยง่าย เหมาะกับทุกคน

ด้วยความรัก

เพจนี้เดินทางผ่านกาลเวลากว่า 6 ปี ต่อไม่นึกคิดว่าจะเติบโตได้ขนาดนี้ เขาเพียงแค่คิดว่าพื้นที่ตรงนี้จะทำให้ได้ทดลองทำอะไรสนุกๆ กับความรู้เรื่องสีที่เขาหลงใหลและร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็ก ทั้งจับสีนู้นคู่กับสีนี้ หลายครั้งก็รอด หลายครั้งก็ไม่รอด แต่ต่อเชื่อว่านั่นคือกลวิธีที่ทำให้เขารู้จักเรื่องราวของสีดีมากยิ่งขึ้น 

“จริงๆ แล้วสาระความรู้เรื่องสีก็มีอยู่ทั่วไป จะมากจะน้อย จะตื้นจะลึกก็ว่ากันไป แต่นำมันมาเล่าใหม่อย่างไรให้สนุก สร้างสรรค์ พลิกแพลง ผมว่าความสนุกของการทำเพจนี้อยู่ตรงที่ตัวผมเป็นอาจารย์ ปกติสอนหนังสือนักศึกษาประมาณสามสิบถึงสี่สิบคน การสอนเด็กในห้องให้สนใจเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าผมจะพูดเรื่องเดียวกันให้โลกออนไลน์หันมาใส่ใจ จะทำได้อย่างไร โดยมาจากเสียงตะโกนเล็กๆ ของผมเอง หมายถึงว่า ผมไม่เสียเงินโปรโมตนะครับ 

“เพจนี้จึงเป็นห้องทดลองที่ผมทำด้วยความรัก สุขและสนุกไปกับมัน ผมดีใจทุกครั้งที่เพจเล็กๆ ได้รับความสนใจ และเรื่องราวน่าตื่นเต้นสำหรับคนทำเพจแบบออร์แกนิก ในยุคที่เฟซบุ๊กปรับอัลกอริทึมให้แสดงผลโฆษณามากขึ้น คอนเทนต์ของผมก็ยังมีคนสนใจเพิ่มมากขึ้นด้วยเหมือนกัน จริงๆ ผมก็ไม่คิดว่าเพจจะเติบโตมาถึงจุดนี้” 

พื้นที่ของต่อเชื่อมโยงนักออกแบบ ลูกศิษย์ลูกหา และคนทุกเพศทุกวัยด้วย ‘สี’ ผสมผสานกันเป็นมิตรภาพ พร้อมทั้งได้รับประโยชน์ร่วมกันผ่านเนื้อหาสาระของเพจ ก่อนจากกัน ต่อทิ้งท้ายกับลูกเพจพร้อมรอยยิ้มว่า 

“เรามาคุยและมองสิ่งต่างๆ รอบตัวด้วยสีกันดีกว่า สีมีทั้งความสนุก สาระ แง่มุมที่น่าสนใจ ผมเชื่อว่าสีจะทำให้ชีวิตคุณสนุกขึ้น” เรามั่นใจว่าถ้าคุณได้ลองอย่างที่ต่อว่า ชีวิตคุณจะขาดสีไม่ได้ เพราะ Colour is my Life

ติดตามเรื่องราวสีๆ ได้ที่

Facebook : @Colourismylife 

Instagram : colour_ismylife 

ภาพ : ต่อ-ทายาท เตชะสุวรรณ์ และ @Colourismylife 

Writer

ปภาวิน พุทธวรรณะ

เพิ่งเรียบจบอยู่ในช่วง Gap Year พยายามจะทดลองใช้ชีวิตคราวละวันทีละวันดำเนินชีวิตปกติสามัญธรรมดา แฟนคลับคนเหงาลุง Haruki Murakami

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“ผมเป็นมือใหม่ YouTube มาก”

“แต่ทั้งช่อง BoomTharis, Slot Machine, 9arm, YARDPIRUN , Koendanai ก็มาคอมเมนต์คุณนะ”

“เขาบอกว่ามีคนดังมาคอมเมนต์หลายคน ผมก็ไม่รู้ตัวนะว่าพวกเขามากัน เพราะว่ามันเยอะมาก ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง มีคนดังมาให้ความสนใจอย่างนี้” เขาเล่าพร้อมร้อยยิ้มอารมณ์ดีที่ส่งผ่านโปรแกรม Zoom

หนุ่มโคราชวัย 30 เจ้าของเพจ ‘เพลงอร่อยมาก’ ตั้งใจร้องเพลงพร้อมกับทำอาหารในห้องครัว ให้คุณผู้ดูโขลกเครื่องทำกินได้ที่บ้านด้วยเมนูง่ายๆ จะยากก็เพียงแค่การร้องตามแต่ละเพลง เพราะมันช่างโหดเหลือหลาย

เขาไม่ใช่นักร้อง แล้วก็ไม่ใช่พ่อครัว ต่อคือช่างภาพเวดดิ้งมืออาชีพ ถ่ายภาพบ่าวสาวบันทึกความรักของผู้คนมานักต่อนัก พร้อมขายภาพสต็อกในเว็บไซต์ต่างๆ มาหลายปี ปัจจุบันเขาอยู่ที่เมืองย่าโมกับครอบครัวและลูกน้อย ชอบทำกับข้าวกินเองอยู่บ่อยๆ

เรื่องราวชีวิตผู้ชายคนนี้สนุก หลายอย่างในชีวิตบางทีก็ไม่เหมือนที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ดันไปได้ดีและทำให้เขาค้นพบความสามารถตัวเองมาเรื่อยๆ

หรือแม้กระทั่งวันนี้ที่คลิปของเขาแตะล้านวิวเป็นที่เรียบร้อย ต่อเองก็ไม่คิดว่าจะไปถึงขนาดนั้น เขาแค่ชอบร้องเพลงเล่นๆ สนุกๆ มาตั้งแต่สมัยเรียน

และไม่เคยคิดจะหยุดร้องเพลงเลยแม้แต่วันเดียว

เบื้องหลังจังหวะกระเทียม ที่ไม่ว่ากี่เมนูก็ร้องให้ไพเราะได้ของ TORWAI เพลงอร่อยมาก

ตัวต่อ

ต่อเล่าว่าเขาเริ่มร้องเพลงตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ในวันปฐมนิเทศ นักศึกษาทุกคนจะโดนบังคับให้เลือกชุมนุมสังกัดเพื่อทำกิจกรรมตลอดเทอม แน่นอนว่าชายผู้นี้เลือกชมรมดนตรี

“ผมไปเจอเพื่อนคนหนึ่งเล่นกีตาร์ ส่วนผมก็ตีกลองเป็น เลยชวนๆ เพื่อนคนอื่นมารวมตัวกันลองเล่นดนตรีดูก่อน ยังไม่ต้องมีนักร้องก็ได้ ผมลองตีกลองเพลง ขาหมู Tattoo Color แต่ตีไม่ลงจังหวะสักที เลยสลับตำแหน่งกับเพื่อนอีกคนไปร้องเพลง เพื่อนในวงบอก ‘มึงร้องเพลงได้นี่หว่า งั้นไปเป็นนักร้องเลยแล้วกัน’ แล้วสมัยนั้นยังพรินต์เนื้อร้องจากร้านถ่ายเอกสารอยู่เลย”

ต่อเล่าถึงจุดเริ่มต้นสู่ห้องซ้อมดนตรีพร้อมเสียงหัวเราะ ถ้าวันนั้นเขาตีกลองลงจังหวะ วันนี้คงไม่มียูทูเบอร์ชื่อ TORWAI นี่คงเป็นจังหวะดีอย่างแรกที่เขาได้เจอความสามารถของตัวเอง

“เหมือนงานอดิเรกของเราคือเรียน แต่งานหลักคือเล่นดนตรี ผมกับเพื่อนเริ่มออกงานร้องเพลงบ่อยขึ้นจนเก็บตังค์ได้ถึงหลักหมื่น แล้วช่วงนั้นผมก็ฟีลเด็กมหาลัยที่มีโลกส่วนตัวสูง ชอบออกไปขับรถเล่นแล้วก็ถ่ายรูป มุมไหนสวยก็อยากถ่ายเก็บไว้ พ่อเลยซื้อกล้องถ่ายรูปไว้ให้ พอถ่ายรูปได้เงินดีก็มุ่งไปในสิ่งที่เลี้ยงตัวได้ จนกลายเป็นว่าผมไม่ได้ยุ่งกับการร้องเพลงอีกเลย เน้นพัฒนาฝีมือถ่ายภาพของตัวเอง เข้าสู่วงการถ่ายภาพเวดดิ้งเต็มตัว เหลือร้องเพลงเล่นๆ เวลาขับรถเดินทางแค่นั้น”

แม้ชีวิตของต่อจะพลิกเส้นถนนกันอยู่หลายตลบ จากเด็กเรียนวิศวะ มาจับไมค์ร้องเพลง จับพลัดจับพลูมาเป็นช่างภาพอาชีพ

แต่ดนตรียังอยู่กับเขาในทุกจังหวะชีวิต

ร้องเพลงต่อ

ต่อชอบร้องเพลงแบบเน้นเอาสนุกและสร้างความสุขให้กับตัวเอง แต่การร้องเล่นนั้น ทำให้ตัวเขาได้ฝึกฝนอยู่ตลอด เป็นทักษะที่ค่อยๆ บ่มเพาะไว้ ราวกับรอเวลาสุกงอม โดยที่ต่อเองก็ไม่ได้คิดถึงวันเก็บเกี่ยวผลผลิต

ช่างภาพเวดดิ้ง มีกล้องคุณภาพไว้ถ่ายงาน พร้อมไมโครโฟนสำหรับอัดวิดีโอบ่าวสาว วันหนึ่งอุปกรณ์เลี้ยงชีพที่ว่า ได้ผันตัวมาเป็นเครื่องมือสร้างคลิปร้องเพลงในห้องครัว

“เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมอธิบายไม่ถูกว่ามันมาได้ไง เราไม่ได้กะจะเป็นนักร้องอาชีพนะ เพราะคิดว่าเราไม่เก่งพอ แล้วก็ไม่ได้อยู่ในแวดวงของนักดนตรีแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมร้องเพลงเอาความสนุกสนานเฉยๆ อย่างเพลง สักวันหนึ่ง ผมเคยคัฟเวอร์เมื่อสมัยเรียน แต่ไฟล์มันหายเลยทำใหม่

“ช่วงอยู่บ้านนานๆ เราเกิดไอเดียว่าอยากลองร้องคัฟเวอร์เพลงหลายๆ แบบ แล้วทำกิจกรรมอื่นๆ ไปด้วย ตอนแรกว่าจะขับรถ จะปั่นจักรยาน หรือล้างจานไปด้วย แต่มาเริ่มจากทำกับข้าวก่อน แล้วมันก็พีกเลย คนดูชอบ”

ส่วนตัวเรารู้จัก TORWAI จากเพลง ยื้อ ตั้งแต่ดูคลิปครั้งแรก ก็ค่อนข้างทึ่งในสกิลล์การร้องเพลงของเขา มือทำกับข้าวไป ปากก็ร้องเพลงยากๆ ไปด้วย ไกวตะหลิว ผัดไก่ ใส่เครื่องปรุง ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันโดยที่เสียงไม่ดรอป ไม่แกว่ง และยังทรงพลัง

ในฐานะชาวเน็ตคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลง ยอมรับสารภาพมา ณ ที่นี้ว่าเปิดคลิปเขาฟังบ่อยมากระหว่างทำงานที่บ้าน แล้วก็สงสัยว่าเขาเลือกจับคู่เพลงกับเมนูอย่างไร 

“ผมจะเลือกเพลงที่เวลาร้องแล้วไม่ปวดหัวมาก แรงร้องยังไหว และเลือกเมนูที่ทำเป็นอยู่แล้ว กินได้แน่นอน พวกผัดกะเพรา ข้าวผัด ต้มยำ ขอแค่เล็งเครื่องปรุงให้โดนก็พอแล้ว เพราะเวลาร้องเพลงจะมีจังหวะมอนิเตอร์ในหูฟัง ป๊อกๆๆๆ เราก็เล็ง โป๊ะ พอดี เป็นเทคนิคในการลงกระเทียมให้ตรงจังหวะเพลง

“จริงๆ ไม่มีแผนอะไรมากมาย เพราะเมนูกับเพลงมันไม่เข้ากันเลย ไม่เกี่ยวกับเนื้อเพลงด้วย อย่างเพลง ยื้อ คู่กับกระเพราหมูชิ้น เพลง จันทร์เจ้า มาอยู่กับข้าวผัดทะเลกับต้มยำไก่ ด้วยความที่ว่าเพลงจันทร์เจ้า มันง่ายกว่าเพลง ยื้อ เพราะมันไม่มีท่อนบ้าพลัง เพลง จันทร์เจ้า มีท่อนที่เสียงสูงขึ้นไปนิดหนึ่ง เพลง ยื้อ จะเป็นต่ำแล้วก็สูง ต่ำแล้วก็สูง

“คอร์ดเพลงไหนง่ายก็ทำเมนูยากขึ้น เพลงไหนยากก็ทำเมนูง่ายๆ ไว้” ต่ออธิบายถึงวิธีการปรุงอาหารและร้องเพลงให้ได้ในเวลาเดียวกันด้วยเสียงขำขัน

วัตถุดิบที่ลงตัว

นอกจากร้องเพลงตอนทำอาหารแล้ว ถ้าสังเกตดูจะพบว่ามี มือกีตาร์นาม BOMOSTIN อีกหนึ่งคนที่เขาชวนมาเล่นดนตรีโซโล่เทพๆ ในคลิป ความสำเร็จของต่อจึงมีรุ่นน้องคนนี้ร่วมเป็นแบ็กอัป

“เราคิดว่าถ้าทำคัฟเวอร์แล้วทำไม่ดีก็ไม่รู้จะทำทำไม เลยชวนน้องบอม (ยุทธชัย วงศ์กาไสย) มือกีตาร์มาเล่นให้ด้วย เขาเก่งพอสมควรเลย คือเราลากคอมาอัดคลิปเลยแหละ แต่ไม่ค่อยออกสื่อเท่าไหร่ เพราะเขาเขินกล้อง ตอนแรกเขาจะไม่ลงคลิปด้วย ไม่กล้าเล่นโชว์ ผมเชียร์ให้น้องลองดูสักคลิป เดี๋ยวตัดต่อให้เอง ไม่ต้องเห็นหน้าเต็มก็ได้ ทุกคลิปเลยมีแต่มุมข้างๆ ทั้งนั้นเลย” ต่อเล่าก่อนหัวเราะดัง

“บอมเขามิกซ์ซาวนด์ดีมาก จัดบาลานซ์เสียงไม่ให้สูง-ต่ำ กังวาน หรือทุ้มบี้ จนเกินไป การอัดในห้องครัวมันมีหลายปัจจัยมาก มีเสียงกระทะที่ท่อนไหนเยอะไปก็ต้องลด ไม่งั้นคนฟังจะเกิดความรำคาญได้เหมือนกัน เพราะเสียงมาเข้าไมค์ตัวเดียวพร้อมกัน เราไม่ได้อัดแยก”

เรื่องการถ่ายทำของเขาไม่มีอะไรมาก เน้นตั้งกล้องนิ่งๆ ถ่ายภาพกว้างเข้าไว้ แต่ให้มีหลายมุมหน่อย เพื่อเพิ่มอรรถรสสำหรับคนดูได้ชมการทำอาหารอย่างเต็มตา เผื่อนำไปทำตามได้ง่ายๆ

ส่วนการอัดเสียงร้อง เขาเลือกใช้ไมค์คอนเดนเซอร์ที่เก็บเสียงได้กว้าง และชัดกว่าไมค์ไดนามิกที่เหมาะกับการถือร้องตรงๆ เสร็จแล้วก็จัดไฟให้แสงพอดีกับการถ่ายคลิป เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ เอ้ย! เตรียมอุปกรณ์ พร้อมกด Record  

อุปกรณ์พร้อมตั้งรับ ผสานด้วยเสียงร้องเกินต้านของต่อ มีควันอิมโพรไวซ์มาจากกระทะอย่างลงจังหวะทำนองราวกับถูกปล่อยคิว

มินิคอนเสิร์ตก้นครัว เริ่มแล้ว!

“หลังปล่อยเพลง ใจหนอใจ ผมก็คิดนะว่าใครจะมาดูเรา ไม่มีหรอก แต่กลายเป็นว่ากระแสตอบรับดีใช้ได้ ผมเองยังตกใจ ยังไงก็ต้องขอบคุณคนดูมากเลย จริงๆ ผมเองคนเดียวก็ฟังหลายพันรอบเหมือนกัน” เขาหยอก

ทำตามสูตรต้นตำรับ

ในฐานะคนร้องคัฟเวอร์ ต่อมีกฎของตัวเองอยู่ 2 ข้อ

ข้อแรก ต้องปรับปรุงตนเองไปเรื่อยๆ ในแต่ละคลิป แม้เล็กน้อยก็ควรทำ

“เราอยากให้เกิดความแตกต่างไปเรื่อยๆ ผมชอบท้าทายตัวเองว่า คลิปต่อไปเราจะทำอย่างไรดี หรือปรับตรงไหนได้อีก สมมติว่ารอบนี้แสงไม่สวย คลิปหน้าก็ทำให้สวยขึ้นด้วยการจัดไฟให้พร้อม สังเกตดูได้ คลิปแรกๆ ของผมไม่มีอะไรเลย แสงแบนๆ เรียบๆ มีมุมกล้องเดียว ผมทดลองทำไปเรื่อยๆ ในคลิปถัดไป ใส่ความครีเอทีฟเข้ามาหน่อย เราก็ได้พัฒนาตนเองไปด้วย”

ข้อสอง ไม่แปลงเนื้อเพลงเด็ดขาด เพราะกว่านักเขียนเพลงจะบรรจงแต่งเพลงขึ้นมาได้ มันคือการสั่งสมประสบการณ์มาทั้งชีวิต

“ในแง่การร้องเพลง ผมคิดว่าสิ่งที่คนร้องคัฟเวอร์ไม่ควรทำเลย ก็คือดัดแปลงเนื้อร้องต้นฉบับ เราเอาเพลงของคนอื่นมาร้อง ก็ต้องให้เกียรติกับเจ้าของเพลงด้วย เพราะไม่รู้ว่าต้นฉบับเขาจะโอเคไหม เขาสร้างสรรค์ผลงานมาก็ยาก กว่าจะเขียนเนื้อร้อง แต่งทำนองกันได้ เราไม่ควรไปเปลี่ยนแปลงอะไรและต้องทำออกมาให้ที่สุด จะได้ Win-Win ทั้งเราและศิลปิน การไปแปลงเพลงต้นฉบับมันอาจทำให้ผลงานของเขาดรอปลงก็ได้”

นับเป็นกฎ 2 ข้อที่ให้เกียรติทั้งตนเองและผู้อื่น

*เคล็ดลับ* รู้จักรสชาติที่เราชอบ

หากถามใครต่อใครว่าทำไมถึงชอบทำอาหาร ก็มักพบคำตอบว่า อยากปรุงรสชาติเอง ได้เลือกวัตถุดิบดีๆ อย่างพิถีพิถัน เน้นปริมาณผักหรือเน้นเนื้อสัตว์ได้ตามใจ ไม่มีใครรู้จักรสชาติที่เราชอบได้ดีเท่าตัวเรา

ชีวิตของต่อก็เป็นแบบนั้น ได้เลือกหลายสิ่งอย่างด้วยตัวเอง และเขาก็มีความสุขในพื้นที่ของตัวเอง

“ตัวผมเองไม่ได้ทำอาหารเก่งระดับเชฟ เรื่องร้องเพลงคัฟเวอร์ก็ไม่ได้มีสตูดิโออัดเสียงดีๆ แต่ขอแค่ลองเอาทั้งสองอย่างมารวมกันดูว่ามันจะเป็นยังไง โดยตั้งต้นจากความถนัดที่เรามี” เขาอธิบายถึงวิธีคิดที่เรียบง่าย ตกผลึกจากการรู้จักความสามารถของตนเอง และเริ่มลงมือทำในวันว่าง

“แต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน ผมว่าต้องหาสิ่งที่เป็นตัวเองให้เจอ ลองสังเกตดูก็ได้ว่าสิ่งใกล้ตัวเราคืออะไร เรามีจุดเด่นอะไรบ้าง ตรงนี้แหละคือความยาก เพราะใครหลายคนมองไม่เห็นกัน แล้วต้องคิดว่าอะไรที่คนอื่นเขายังไม่ทำหรือยังมีคนทำน้อย เราก็ทำให้ดี

“คนเก่งในประเทศนี้มีเยอะ เรายังไม่เห็นอีกมาก”

แน่นอนว่าความดังมาต้องมาพร้อมกับการมีสปอนเซอร์เข้า ต่อเล่าว่าตอนนี้มีลูกค้าติดต่อมาหาทุกวัน มีกระทะจากหลายแบรนด์ส่งตรงมาให้เขา รวมถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่สนใจจ้าง ซึ่งต่อตั้งใจจะลงให้ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่าย  

“มีคนติดต่อมาทุกวัน ผมบอกไม่ต้องจ้างผมหรอกนะ เดี๋ยวทำให้ฟรีเลย เพราะเราไม่ได้มาหาเงินจากการร้องเพลง เรารู้สึกว่าถ้ายิ่งตั้งความหวังกับมัน จะยิ่งเครียด สิ่งนี้เราชอบมาตั้งนาน แต่พอเราไปตั้งความหวังว่าต้องได้เงิน ต้องได้ยอดวิว บอกเลยว่าเครียด ให้เป็นความชอบของเราแบบนี้ตลอดไปดีกว่า ไม่ต้องทำให้เราเป็นเศรษฐีอะไรก็ได้ 

“ผมมีความสุขกับการเป็นช่างภาพอยู่แล้ว อยากทำงานถ่ายรูปไปตลอด ไม่ได้คาดหวังว่าการร้องเพลงต้องทำให้เราดังอะไรมากมาย ตอนนี้ผมอยากทำแค่นี้แหละ”

 ของอร่อยต้องอดใจรอ

ต่อบอกว่าเขาตั้งใจอัปโหลดวิดีโอเดือนละ 3 คลิปเท่านั้น

หากทำมากกว่านี้จะฝืนตัวเองเกินไปจนไม่สนุก เขาอยากรักษาจังหวะการปล่อยงานที่เขากับบอมทำไหว โดยไม่รบกวนเวลาชีวิตของกันและกันมากนัก

“ตอนแรกตั้งใจว่าจะปล่อยทุกวันอาทิตย์ แต่เราปรึกษากัน พบว่าปล่อยคลิปทุกๆ เจ็ดวันมันเร็วไปนะ มันแน่นไป รบกวนเวลาทำงานมากเลย เขาเป็นวิศวกร เราก็มีงานถ่ายภาพ เลยต้องให้เวลากันหน่อย สิบวันปล่อยคลิปหนึ่งแล้วกัน เราไม่ได้ทำเป็นอาชีพ ทำสนอง Need ตัวเอง

“ที่ลงล่าสุดเป็นเพลง บ้าบอ ของ Silly Fools อีกวงหนึ่งที่อยากร้อง หลังจากนี้จะมีเพลงช้า เป็นเมนูที่คนคาดไม่ถึงแน่ๆ ผมบอกได้เลย รอดูนะ”

ขอชวนคุณผู้อ่านกด Subscribe และกดกระดิ่งแจ้งเตือนโดยเร็วพลัน รอติดตามดูไปด้วยกัน

สมมติว่าเย็นนี้จะต้องร้องเพลงและทำอาหารไปด้วย คุณจะเลือกเมนูไหนและเพลงอะไร-เราทิ้งทวนคำถามสุดท้าย

“ช่วงนี้หน้าฝน ต้องมีเมนูปิ้งย่างกับของทอดพวกเฟรนช์ฟรายส์ คิดแล้วก็หิวเลยเนี่ย ผมอยากทำบาร์บีคิวมาก กินตอนเย็นๆ บรรยากาศชิลล์ที่สุด แล้วก็ร้องเพลงที่เกี่ยวกับฝน อย่าง ฤดูที่ฉันเหงา ของวง Flure ร้องเพลงไป ปิ้งบาร์บีคิวไป พอท่อนโซโล่ให้บอมเล่นกีตาร์ไป ระหว่างนั้นผมก็จิบเบียร์ แค่นี้แหละ แฮปปี้แล้วครับ”

TORWAI เพลงอร่อยมาก : YouTuber คนใหม่แห่งวงการทำอาหารไปร้องเพลงไป ที่ต้มยำทำแกงเสียงอย่างเทพ จนหลายแชนแนลชื่อดังขอคารวะความโหด

ภาพ : ต่อวัย สืบศรี

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load