“ของเราก็มีประมาณนี้ ไม่เยอะหรอก”

เหวย-ทิชากร ใบมรกต โปรดิวเซอร์สาวจากโปรดักชันเฮาส์แห่งหนึ่งพูด ขณะที่สองมือโอบอุ้มกล่องใส่ ‘Miniature Toy’ หรือของจำลองชิ้นจิ๋ว 2 – 3 กล่องวางลงบนโต๊ะ แต่เมื่อเปิดกล่องออก เราก็พบว่ามีของจิ๋วจำนวนมากอัดแน่นอยู่ในนั้น มีตั้งแต่ของจำลองหมวดอาหารอย่างกล่องชีส ข้าวห่อไข่ ขวดน้ำ จนถึงเครื่องเขียนอย่างกล่องดินสอ วงเวียน ลูกโลก ทุกอย่างที่มีขนาดเล็กจิ๋ว ใหญ่ไม่เกินกว่าเล็บมือเรา และคีบได้ด้วยการเอานิ้วมือสองนิ้วประกบกัน

เหวยเล่าให้เราฟังว่า เธอหลงใหลความเหมือนจริงของของเล่นตั้งแต่เด็ก และจะรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษเมื่อเห็นของขนาดปกติในชีวิตประจำวันถูกย่อให้มีขนาดเล็กลง แต่ยังดูสมจริง เธอชอบการ ‘จำลอง’ สิ่งของมากจนพยายามทำของเล่นของเธอเองที่บ้าน

“สมัยก่อนไม่มีของพวกนี้มาขาย เราก็เลยทำเองที่บ้านเลย เอากล่องรองเท้ากระดาษมานั่งตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ทำเป็นกระเบื้อง เอาไม้เล็กๆ มาประกอบเป็นเก้าอี้ โต๊ะ เตียงนอน มันก็คล้ายๆ กับบ้านตุ๊กตานั่นแหละ แต่เราไม่เคยซื้อบ้านตุ๊กตา แล้วก็ไม่ชอบด้วย เพราะมันดูเป็นตุ๊กตา ไม่สมจริงสำหรับเรา เราชอบแบบโต๊ะไม้ก็ต้องเป็นไม้จริงๆ ห้ามเป็นพลาสติก เพื่อให้มีรายละเอียดเหมือนจริงที่สุด”

สาวนักสะสมของเล่นจิ๋ว : ทิชากร ใบมรกต สาวนักสะสมของเล่นจิ๋ว : ทิชากร ใบมรกต สาวนักสะสมของเล่นจิ๋ว : ทิชากร ใบมรกต สาวนักสะสมของเล่นจิ๋ว : ทิชากร ใบมรกต

จากความชอบในวัยเด็ก หลายปีถัดมาเมื่อเหวยมีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศฮ่องกง เธอจึงได้พบกับของสะสมชิ้นแรก และเป็นจุดเริ่มต้นของหลายชิ้นหลังจากนั้น

“ชิ้นแรกที่ซื้อในชีวิตจริงๆ คือเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นไปที่ร้านขายของเล่นชื่อ Toys“R”Us ที่ฮ่องกง ไปเจอโต๊ะอ่านหนังสือจำลองขนาดจิ๋ว เป็นโต๊ะเปล่าๆ แล้วมีพวกเครื่องเขียนและของที่ใช้วางบนโต๊ะขายแยกเป็นกล่องๆ ตอนนั้นตื่นเต้นมากว่า เฮ้ย มันมีสิ่งนี้ด้วยหรอ ไม่เคยรู้มาก่อน เราไม่เคยเห็นแบบนี้ในไทยเลย พอไปเห็นที่นู่นก็เลยตัดสินใจกัดฟันซื้อ มันค่อนข้างแพง ถ้าคิดว่ามันเป็นของเล่นแล้วราคาเท่านี้ แต่เราคิดว่าถ้าไม่ซื้อตอนนี้อาจจะไม่มีแล้วก็ได้ ก็เลยซื้อมาครบชุด ยกแพ็กเลย”

นับแต่นั้น ไม่ว่าเหวยจะไปเที่ยวที่ไหน เธอก็พยายามไปเดินหาของจิ๋วตามย่านขายของเล่น หรือพิพิธภัณฑ์ที่ต่างประเทศทุกครั้ง เหวยไม่นิยมซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะสำหรับเธอ การออกเดินทางตามหาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การสะสมสนุกและมีความหมาย

“เราไม่ชอบการซื้อผ่านอินเทอร์เน็ตแล้วให้มาส่ง มันง่ายไป เราต้องออกไปตามหา เพราะแบบนี้แหละทำให้การสะสมของเราสนุก และของจิ๋วพวกนี้ก็เลยไม่ใช่ของที่หาได้ง่ายๆ ต้องอาศัยโชคชะตานิดหนึ่งในการไปพบเจอกัน และคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ว่าจะได้ของหรือเปล่า มันเลยมีคุณค่าทางใจมากๆ”

จากชุดโต๊ะหนังสือครบเซ็ตในวันแรก ตอนนี้เป็นระยะเวลา 10 ปีแล้วที่เหวยตามเก็บ Miniature Toy ยิ่งเวลาผ่านไปของเหล่านี้ก็ยิ่งหายากขึ้น เพราะสมัยนี้บริษัทต่างๆ มักจะผลิตของเล่นประเภทลายการ์ตูนลิขสิทธิ์ หรือการ์ตูนที่เป็นที่นิยมในขนาดใหญ่มากกว่า

“ทุกวันนี้ของจิ๋วหายากขึ้นเรื่อยๆ  ล่าสุดเราเคยเห็นชุดโต๊ะอ่านหนังสือที่เรามี เขาขายกันประมาณสี่พันกว่าบาท เฉพาะแค่ตัวโต๊ะเปล่าๆ นะ ตอนเราซื้อมาครั้งแรกราคาไม่ถึงขนาดนี้หรอก แต่ตอนนี้ซีรีส์นี้มันไม่มีวางขายมือหนึ่งแล้วและไม่ผลิตอีกแล้วด้วย มันเลยกลายเป็นความรู้สึกทางใจว่าเรารู้สึกดีที่มีชิ้นหายาก

“เราไม่ได้สะสมเพราะว่าอยากได้คอลเลกชันครบแล้วรู้สึกภูมิใจ แต่เริ่มสะสมจากความชอบ ทำให้ยิ่งเรามีของเยอะ ยิ่งได้เห็นของเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความสุข หรือถ้าเราเก็บของแต่ละชิ้นได้นานมาก ไม่ต้องเยอะก็ได้ แต่เน้นคุณภาพ ถ้ามีอันที่คุณภาพดีเยอะก็จะยิ่งรู้สึกดี

“การสะสม Miniature ของเราเหมือนเวลารักอะไรสักอย่างโดยไม่มีเหตุผล เราไม่รู้ว่าทำไมถึงชอบ รู้แค่ว่าชอบ อยากแบ่งปันให้คนอื่นดู รวมถึงอยากเก็บไปเรื่อยๆ และอยากเจอใครที่สะสมเหมือนกัน บ้าเหมือนกัน (หัวเราะ) จะได้แลกกัน แล้วเวลาสะสมอะไรบางอย่างไปนานหลายปี บางทีก็ทำให้พอกลับมาดูจะคิดว่า โห อันนี้โคตรนานเลย แล้วก็ทำให้เราระลึกถึงอะไรบางอย่างในช่วงชีวิตนั้นได้”

5 ของจิ๋วที่มีความหมายมากที่สุด

1. เซ็ตโต๊ะเครื่องเขียน

สาวนักสะสมของเล่นจิ๋ว : ทิชากร ใบมรกต สาวนักสะสมของเล่นจิ๋ว : ทิชากร ใบมรกต สาวนักสะสมของเล่นจิ๋ว : ทิชากร ใบมรกต

เป็นของชิ้นแรกที่กัดฟันซื้อที่ฮ่องกง โต๊ะมันเหมือนจริงมาก เปิดไฟได้ มีเก๊ะเปิดได้ ส่วนของที่จะวางบนโต๊ะจะแยกขายเป็นกล่อง มีทุกอย่างที่โต๊ะอ่านหนังสือจะมี ตั้งแต่กล่องดินสอหรือกล่องสีที่ข้างในมีดินสอจริงๆ มีสีทุกสีจริงๆ วงเวียน สมุด แม็ก จนถึงสก็อตเทป

2. โอเด้งญี่ปุ่น

สาวนักสะสมของเล่นจิ๋ว : ทิชากร ใบมรกต

โอเด้งที่ใส่ในแก้วเหมือนเวลาซื้อตามมินิมาร์ท ข้างในทำละเอียดมาก เป็นโอเด้งกับหัวไชเท้า เราซื้อที่ญี่ปุ่นได้โดยบังเอิญจากร้านขายของเก่า ตอนไปเจอ มันวางแอบๆ อยู่ในตู้โชว์ ไม่มีกล่องอะไรเลย อันนี้ถือเป็นของชิ้นแพงที่สุด เพราะปกติ Minature กล่องหนึ่งจะราคาประมาณ 500 เยน ในกล่องจะมีสัก 4 – 5 ชิ้น แต่อันนี้เราซื้อมา 250 เยนโดยที่มีแค่อันนี้อันเดียว แถมยังไม่มีกล่องให้ด้วย ตอนซื้อเพื่อนหันมาถามว่า “เอาจริงดิ” ก็บอกไปว่าเอาจริง ก็ที่อื่นไม่มีขายนี่นา

3. เรือ One Piece กับตัวละครเล็กจิ๋ว

สาวนักสะสมของเล่นจิ๋ว : ทิชากร ใบมรกต

เรารู้สึกว่าฟลุกมากที่ได้อันนี้ จริงๆ ตั้งใจไปตามหาอย่างอื่น แต่เหลือบไปเห็นเขาต่อเรือนี้วางไว้ในตู้ ตอนแรกเห็นแค่เรือก็เฉยๆ เพราะว่าก็มีขายอยู่ทั่วไป จนกระทั่งหันไปเห็นตัวละครที่เล็กมาก ขนาดไม่กี่มิลลิเมตร ถ้าหายใจแรง ตัวละครอาจจะปลิวได้เลย (หัวเราะ) แม้จะเล็กแต่เขากลับลงสีได้โอเคมาก เราเลยรู้สึกว่าตัวละครนี้พิเศษและเล็กที่สุดในบรรดาของทั้งหมด

4. ตู้ใส่อาหาร

สาวนักสะสมของเล่นจิ๋ว : ทิชากร ใบมรกต สาวนักสะสมของเล่นจิ๋ว : ทิชากร ใบมรกต

ชิ้นนี้เหมือนตู้ใส่อาหารสำเร็จรูปในเซเว่นฯ บ้านเรา ตอนแรกซื้อมาแค่ตู้เปล่ากับของ 2 อย่างเอง ที่เหลือเราค่อยๆ หาอย่างอื่นมาใส่ให้เต็ม เติมไปเรื่อยๆ ของอะไรที่ดูจะอยู่ในหมวดของกิน ดูอยู่ในตู้นี้ได้ก็จะซื้อมา เลยเหมือนเป็นของจิ๋วที่ใช้เวลาเติมนานที่สุด

5. ของที่ยังตามหา

อยากได้ชุดเครื่องครัว เป็นตู้เก็บของในครัวที่ของข้างในเป็นพวกกา แก้วน้ำ กระทะ จานชาม ช้อน ตอนนี้ยังหาไม่เจอเลย

ของเล่นจิ๋ว

Writer

Avatar

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

นักศึกษาฝึกงานรหัส 001 ที่ใส่ต่างหูห่วงตลอดเวลา วางแผนจะอุทิศปัจจุบันและอนาคตให้การเขียน

Photographer

Avatar

นพดล เลิศเอกสิริ

นักศึกษาฝึกงานที่เรียนภาพยนตร์และภาพถ่าย ชอบฟัง ชอบอ่าน ชอบเขียน และกำลังพยายามชอบพูด

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

นี่คือภาคต่อจากบทสัมภาษณ์ ฮั่น หรือ Lee Hyunkyung สาวเกาหลีผู้หลงรักเครื่องเขียนทุกอย่างบนโลก จนเธอมีโอกาสย้ายมาอยู่ประเทศไทย เพื่อนคนแรกของเธอที่นี่คือร้านเครื่องเขียน เธอตระเวนเข้า-ออกร้านเครื่องเขียนทั่วประเทศไทย จนเลือก 20 ร้านที่ชอบและเขียนเป็นหนังสือออกมา 1 เล่ม ชื่อว่า ร้านเครื่องเขียนไทย (태국문방구) ตีพิมพ์เป็นภาษาเกาหลี และขายดีมากที่ประเทศบ้านเกิด

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ก่อนจะนั่งสนทนาภาษาคนรักเครื่องเขียน (ฮั่นยินดีถามตอบกับเราเป็นภาษาไทย) เรามอบของสะสมหนึ่งชิ้นให้เธอ เป็นแผ่นลอกอักษรภาษาไทยที่ฟอนต์คล้ายคลึงกับฟอนต์บนปกหนังสือเล่มแรกของเธอ เราเก็บสะสมมาตั้งแต่สมัยเรียน ขอย้อนถึงเหตุการณ์สักนิด ตอนเช้าอาจารย์พิเศษบรรยายหัวข้อ Letterpress อย่างสนุก พร้อมชี้พิกัดร้านเครื่องเขียนในจังหวัดเชียงใหม่ที่ยังขายแผ่นลอกอักษร บ่ายคล้อย นักศึกษารวมกลุ่มกันซ้อนรถมอเตอร์ไซต์ตามหาแผ่นลอกอักษร เราเลือกมาหลายแผ่น และหนึ่งในนั้นตกอยู่ในกรุเครื่องเขียนของฮั่นเรียบร้อย 

ฮั่นเริ่มสะสมเครื่องเขียนมาตั้งแต่ 8-9 ขวบ เธอแวะเวียนเข้าร้านเครื่องเขียนข้างโรงเรียนบ่อยที่สุด เธอเล่าให้ฟังว่ามีครั้งหนึ่งไปเดินร้านเครื่องเขียนในนิวยอร์ก ใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการเลือกของ รอบแรกเธอสำรวจภาพรวมสินค้า รอบสองพินิจจริงจังว่าชิ้นไหนถูกตาต้องใจจะพากลับบ้าน และวันรุ่งขึ้นเธอก็กลับมายังร้านเดิม

เธอกระซิบว่าเสียทรัพย์ให้กับร้านเครื่องเขียนไปกว่า 20,000 บาท

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

แม้วัยเด็กเธอยังไม่รู้จักคำว่า ‘นักสะสม’ แต่เธอก็เข้าใจคำนี้อย่างลึกซึ้งตอนเรียนมหาลัย

“ตอนเด็ก ๆ ฮั่นชอบเก็บเครื่องเขียนค่ะ พอคุยกับเพื่อนมหาลัยถึงรู้ว่าหลายคนเป็นนักสะสม สะสมไม่เหมือนกัน ฮั่นชอบเครื่องเขียนก็สะสมเครื่องเขียน บางคนสะสมแผ่นเสียง การสะสมทำให้ฮั่นมีความสุข

“จริง ๆ ตอนย้ายมาอยู่ไทย ของไม่เยอะค่ะ เสื้อผ้าฮั่นน้อยมากแต่เครื่องเขียนเยอะมาก ฮั่นคิดว่าเครื่องเขียนที่ฮั่นสะสมมาทั้งหมด ถ้าคิดเป็นเงินน่าจะซื้อรถเบนซ์ได้หนึ่งคัน” เธอเล่าด้วยเสียงหัวเราะ

เธอมีของสะสมเยอะจนคุณพ่อคุณแม่แซวว่า “ทำไมไม่เปิดร้านเครื่องเขียนไปซะเลย”

ไม่เกินจริง เธอบอกว่ามีแพลนจะเปิดร้านเครื่องเขียนในไทยด้วย! 

ร้านเครื่องเขียนในอุดมคติที่ว่า จะเป็นร้านที่คัดสรรเครื่องเขียนจากทั่วโลกมาขาย เพียงคุณเดินเข้ามาบอกความต้องการ ฮั่นจะเลือกสินค้าให้ตรงใจคุณ พร้อมเล่าเรื่องราวและคำแนะนำอย่างคนรู้จริง 

เราแซวเธอว่า ฮั่นไม่ได้แค่ชอบเครื่องเขียน แต่ฮั่นรักเครื่องเขียนไปแล้ว 

“สิบกว่าปีที่แล้ว ฮั่นไปเที่ยว พกเครื่องเขียนไปเยอะ แล้วดันเกิดอุบัติเหตุรถชน ฮั่นไม่เชคคนข้าง ๆ ก่อน ฮั่นเชคเครื่องเขียนที่เอาไปด้วยก่อน เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้รู้ว่ารักเครื่องเขียนจริง ๆ ค่ะ” เธออมยิ้ม

ไม่ลวดลายลีลาเยอะ ขอเผยโฉมหน้า 10 เครื่องเขียนที่ฮั่นภูมิในจำเสนอ 

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ที่คั่นหนังสือจากหอยมุก เป็นสินค้าทำมือจากดีไซเนอร์และช่างฝีมือประเทศเกาหลี เธอซื้อมาจาก Dongdaemun Design Plaza เป็นพิพิธภัณฑ์ในกรุงโซล เธอว่ามันสวยดี ซื้อมานับ 10 ชิ้นเพื่อเป็นของขวัญให้เพื่อน และฮั่นบอกว่า ถ้านึกถึงสินค้าทำมือของเกาหลีใต้ ก็ต้องเจ้าหอยมุกแกะสลักนี่แหละ

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

‘เรียบง่าย คุ้มค่า เขียนสบาย แพ็กเกจจิงสวย’ ฮั่นนิยามดินสอตราม้ากล่องเหลืองอ๋อยที่นักเรียนไทยคุ้นตา และนี่เป็นเครื่องเขียนไทยชิ้นแรกที่เธอสะสม ฮั่นชอบดินสอมากกว่าปากกา เพราะเธอเป็นดีไซเนอร์ ดรออิ้งด้วยดินสอลบง่ายกว่า และเธอมักซื้อดินสอตราม้าไปฝากเพื่อนเกาหลี คนที่นั่นชอบมาก มีครั้งหนึ่งเธอซื้อดินสอตราม้าเยอะมาก จนเจ้าหน้าที่สนามบินเห็นความผิดปกติจากเครื่องเอกซเรย์ เลยขอตรวจสอบอย่างละเอียด (ฮา) 

นอกจากดินสอแบรนด์ไทย ฮั่นก็สะสมแบรนด์ต่างประเทศด้วย อย่างกล่องสีเหลืองตรงนั้น เป็นดินสอวินเทจจากประเทศเยอรมนี เธอซื้อมาจาก Flea Market เดนมาร์ก

เธอซื้อมา 2 กล่อง กล่องหนึ่งใช้ กล่องหนึ่งเก็บ และดินสอทุกกล่อง ฮั่นใส่ซองกันชื้นไว้ด้วยเสมอ เพราะประเทศไทยฝนตกทีอากาศชื้น ป้องกันดินสอและไส้ดินสอแตก-หัก-เปราะ 

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

นี่คือปากกาแก้วพร้อมน้ำหมึกจากประเทศญี่ปุ่น ฮั่นว่าการเขียนเป็นการผ่อนคลายจากความเครียดและงานหนัก เธอจะเขียนครั้งละ 1 – 2 ชั่วโมง เธอชอบความหมายของเพลง วาฬเกยตื้น เลยค้นหาเนื้อเพลงภาษาไทยแล้วเขียนตาม เป็นกิจกรรมบำบัด แถมเรียนภาษาไทยไปด้วยในตัว

“ถ้าเหนื่อย บางคนไปกิน บางคนไปดูหนัง บางคนไปออกกำลังกาย แต่ฮั่นเขียน

“ฮั่นเขียนทั้งภาษาไทยและภาษาเกาหลี เขียนแล้วสบายใจดีค่ะ” เธอว่าอย่างนั้น

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

นี่คือแรร์ไอเทมจากร้านนานมี สาขาเจริญกรุง 

“ฮั่นชอบยี่ห้อตราม้ามาก ๆ ค่ะ เจ้าของร้านบอกว่า นี่เป็นกล่องสุดท้ายของร้าน มีอายุ 40 ปีกว่า ๆ เขาเลยลดราคาให้ด้วย จาก 800 เหลือ 500 บาท ฮั่นชอบไม้ กล่องนี้น้ำหนักเบา เก็บของได้เยอะ แบ่งช่องได้ด้วย เวลาฮั่นไปต่างจังหวัด ก็จะเอาเครื่องเขียนใส่กล่องนี้ไปด้วย หิ้วไปเลย”

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ฮั่นสะสม Marking Tape เธอมีหลายลวดลายจากหลากประเทศ ที่ชอบเป็นพิเศษคือ ลายผัดไทย ซื้อจากมิวเซียมสยาม เป็นผลิตภัณฑ์ของศิลปินไทย จริง ๆ มีลายข้าวเหนียวมะม่วงด้วย เธอชอบมาก ใช้หมดใน 2 สัปดาห์

“อยากซื้ออีกค่ะ แต่ไม่มีแล้ว เสียใจมาก ๆ เพราะฮั่นชอบกินข้าวเหนียวมะม่วง” – เธอเล่าเสียงเศร้า

ลายที่เธอหยิบมาอวดมีทั้งยันต์ไทย น้องมะม่วง แพ็กแมน ฯลฯ เธอบอกว่าใช้มาร์กกิงเทปคู่กับการจดบันทึกแล้วสนุกดี หน้าสมุดดูน่ารักขึ้น และบอกอารมณ์ความรู้สึกของวันนั้น ๆ ได้ด้วย

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

อุปกรณ์เขียน Round Hand รวมหัวปากกา 10 หัว ในกล่องไม้ เป็นรุ่นเฉลิมฉลองจากแบรนด์ Manuscript ประเทศอังกฤษ ฮั่นได้มากจากร้านเครื่องเขียนในประเทศเกาหลี เธอบอกว่าชอบหยิบมาเขียน Calligraphy 

เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

แท่นวางปากกาจากร้าน Blackheart Pencil ประเทศเกาหลี เธอบอกว่าเจ้าของร้านมอบให้เป็นของขวัญ ซึ่งเราชวนฮั่นเป็นล่ามเกาหลีแปลไทย มาร่วมวงสนทนาสัมภาษณ์เจ้าของ Blackheart Pencil (กดอ่านได้นะ) ความพิเศษของ Blackheart Pencil คือ ร้านเครื่องเขียนที่ขายเฉพาะดินสอ โดยการคัดสรรดินสอวินเทจจากรอบโลก และผลิตดินสอแท่งจิ๋วของตัวเองด้วย ที่สำคัญ 2 เพื่อนซี้ที่เป็นเจ้าของร้านก็เนิร์ดเรื่องดินสอสุด ๆ ไม่ว่าหยิบแท่งไหนขึ้นมา เธอทั้งสองก็บรรยายประวัติศาสตร์ฉบับย่อส่วนและความดีงามของมันได้คล่องปร๋อ 

เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

ฮั่นเปิดกรุปากกาแบรนด์ Kaweco จากเยอรมนี ให้เราชม เธอมีหลายด้าม หลายสี ฮั่นบอกว่านี่คือสิ่งที่เธอพกทุกวัน การเลือกสีปากกาติดตัวออกจากบ้านขึ้นอยู่กับอารมณ์ ไม่มีเหตุผลตายตัว

ส่วนซองหนังทำมือใส่ปากกา Kaweco เป็นแบรนด์จากประเทศตรุกี ชื่อ Galen Leather Co. ก่อตั้งในอิสตันบูล แบรนด์นี้น่าสนใจตรงที่หญิงสาวผู้ก่อตั้งป่วยเป็นโรคมะเร็งศีรษะและคอ (ชนิดหายาก) ผลพวงของโรคและการรักษาทำให้เธอพูดไม่ได้ราว 1 ปี เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสุดยอดเซลล์อย่างเธอ ทำให้เธอมองหาอาชีพใหม่ที่ทำงานโดยไม่ต้องพูด เธอเล็งหาช่างฝีมือและงานหนังเพื่อผลิตสินค้าของตัวเอง งานนี้เธอพูดคุยกับลูกค้าผ่านอีเมล จนตั้งแบรนด์ในปี 2012 แบรนด์ Galen Leather Co. ได้รับการตอบรับดีมาก ขยายกิจการ และผลิตสินค้าเอง ด้วยการเรียนรู้การทำเครื่องหนังกับปรมาจารย์ในพื้นที่ ท้ายที่สุด หญิงแกร่งเจ้าของแบรนด์ก็เสียชีวิตอย่างสงบในปี 2019 แต่แบรนด์เครื่องหนังทำมือยังเดินหน้าส่งต่อความตั้งใจของเธอโดยสามีและน้องชาย

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

การเขียนเป็นงานอดิเรกที่ฮั่นชอบ แล้วจะขาดสมุดไปได้อย่างไร เหล่านี้คือโฉมหน้าสมุดบันทึกของฮั่น เธอถูกใจสมุดจาก Zequenz เป็นพิเศษ นี่คือสมุดทำมือแบรนด์ไทย เปิดกางสมุดได้ 360 องศา

ฮั่นบอกว่าเธอพกสมุดแบรนด์นี้ไปด้วยทุกที่ เพราะขนาดกะทัดรัด สีสวย กระดาษดี เขียนลื่น และเธอยังชอบห่อเป็นของขวัญไปฝากเพื่อนชาวเกาหลีหลายสิบเล่ม ยังมีสมุดบันทึกจากเกาหลี ญี่ปุ่น (แบรนด์ MIDORI) ที่เธอหยิบมาอวดโฉม และสมุดเย็บมือ ที่ฮั่นไปเรียนเย็บสมุดกับ ดิบดี สตูดิโอ ถึง 3 วัน และเย็บสมุดรวม 10 เล่ม

เหตุที่เธอมีสมุดบันทึกหลายเล่ม เพราะชอบบันทึก ยิ่งบันทึกเยอะ ยิ่งหมดไว เลยจำเป็นต้องซื้อบ่อย 

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

นี่คือสิ่งที่สนุกที่สุด ทันทีที่เราเห็นเธอหอบบรรดาเครื่องเขียนมาวางบนโต๊ะ สติกเกอร์โคตรไทยทำตาเราเป็นประกาย ฮั่นเริ่มต้นจากสะสมสติกเกอร์อักษรไทยก่อน ตามมาด้วยตัวเลขไทย แล้วขยับเป็นสติกเกอร์หลากหลายแบบ มาจากทุกสารทิศทั่วไทย ทั้งสติกเกอร์งานอีเวนต์ สติกเกอร์ผัดไทยทิพย์สมัย สติกเกอร์จุฬา ฯลฯ 

ฮั่นชอบสติกเกอร์เด็กใส่ชุดไทยยกมือสวัสดีที่สุด เธอได้มาจากรถขายสติกเกอร์ 

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
ฮั่นไม่เคยคิดถึงวันที่โลกใบนี้ไม่มีเครื่องเขียน เครื่องเขียนคือเพื่อนที่สำคัญที่สุดในชีวิต

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load